BLACK ROMANCE บาปรักเทพบุตรซาตาน

ตอนที่ 1 : ✟ ผู้หญิงของมาเฟีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    5 เม.ย. 61



-ปัจจุบัน ปี 2018 โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น-



'แคร๊ก!'


หูแว่วคล้ายได้ยินเสียงไขประตูปลุกให้หญิงสาวผู้ฟุบหลับอยู่บนโซฟาไปพร้อมกับหน้าจอรายการทีวีที่เปิดค้างไว้อย่างไม่มีคนชม ให้งัวเงียลืมตาขึ้นมาราวกับนึกว่าตัวเองฝันไป ทำท่าว่าจะก้มลงหลับไปอีกรอบ ทว่าหูที่ยังพอใช้การได้กลับได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาใกล้เสียก่อน...


ตึก... ตึก... ตึก...


มันเป็นอัตราเท่ากับจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์


ลักษณะการเดินแบบนี้มีเพียงคนเดียวในโลกที่เธอรู้จัก...และเป็นคนเดียวกับที่เธอรอคอยตลอดหลายสัปดาห์อันเงียบเหงาที่ผ่านมา...


"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ...โทโมยะ"


คำเดิมที่เอ่ยซ้ำเหมือนเหตุการณ์เดจาวู หลังจากเงยหน้าขึ้นมองเห็นชายหนุ่มร่างสูงสง่าเจ้าของชุดสูทสีดำเรียบสนิทเหมือนนัยน์ตาไร้อารมณ์ที่คุ้นเคย...


เรียวซาโนะ โทโมยะ


เขากลับมาถึงบ้านแล้ว...


มาเฟียตัวร้ายคนเดิมที่ตอนนี้เส้นผมสลวยตัดสั้นเท่าจอนหูระยาวลงมาจนถึงบ่าแล้ว มันแลดูยุ่งเหยิงออกนอกกรอบเจลที่จัดทรงให้เรียบไว้นิดหน่อย บ่งบอกว่าเขามีธุระยุ่งยากทั้งวันจนไม่มีเวลาแม้แต่จะใส่ใจภาพลักษณ์ตัวเอง แต่อย่างไรจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหนาได้รูปแดงเข้มอย่างแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของคนชอบสูบบุหรี่จัด คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์โดดเด่นที่ทำให้ไม่อาจละสายตาคนมองไปได้เลย


แต่ที่มากไปด้วยเซ็กส์แอพพีลที่สุดคงเป็นสันกรามเหลี่ยมคม ลูกกระเดือกโปนใหญ่รับกับลำคอตั้งตรงบนบ่าผึ่งผาย บอกถึงลักษณะความเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงและตัดสินใจทำอะไรเด็ดขาด


หญิงสาวเท้าคางมองชายหนุ่มที่กำลังเดินมาใกล้ด้วยความหลงใหล...โทโมยะในสายตาเธอไม่มีส่วนไหนที่ไม่หล่อเหลาบาดใจ


แน่ละว่าไม่ต้องรอให้เขาเดินมาถึง ตัวเธอก็พุ่งออกไปเกาะเอวหนาไว้แล้ว ความสูงที่หยุดอยู่เพียงหัวไหล่ทำให้ต้องใช้ปลายเท้าเขย่งขึ้นเพื่อมอบจุมพิตให้กับแก้มสากเบาๆ


"คิดถึงจัง" เธอกระซิบข้างๆ หูอย่างอ่อนหวาน เอียงคอส่งยิ้มในท่าทางที่คิดว่าน่าจะทำให้เขาประทับใจเช่นกัน หากกลับไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนสีหน้าของคนราบเรียบไร้อารมณ์ใดเหมือนเคย...


"อืม" สายตามคมก้มมองเธอชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมองรอบห้องเหมือนสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดระหว่างเขาไม่อยู่ "โครินล่ะ?"


"อยู่ระหว่างเตรียมสอบไล่น่ะ ฉันเลยให้กลับไปอ่านหนังสือที่บ้านจนกว่าจะสอบเสร็จ"


ที่พูดถึงคือเด็กสาวที่โทโมยะสั่งให้ลูกน้องจ้างคนที่ร่าเริงช่างพูด แต่ไว้ใจเก็บความลับได้มาอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงา เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเกินไประหว่างที่อยู่บ้านเพียงลำพัง


ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้ซักถามอะไรอีก นอกจากเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวเดิมที่เคยเป็นที่นอนประจำของเธอก่อนหน้านี้ พาดสูทตัวนอกไว้บนพนักพิงด้านข้าง หยิบรีโมทขึ้นมาเปลี่ยนช่องรายการโฆษณาสินค้าน่าเบื่อให้กลายมาเป็นช่องข่าวรายวัน


"ดื่มก่อนสิคะ" เธอหายไปชั่วขณะหนึ่งเพื่อเตรียมน้ำโซดาผสมกับเลมอนไซรัปในแก้วน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ...สูตรเรียกความสดชื่นให้แก่คนดื่ม ที่กลับมาพร้อมความเมื่อยล้าในสีหน้า


และนั่นคงเป็นกิจกรรมยามว่างอย่างจริงจังของเธอที่หมดไปกับการค้นหาสูตรเด็ดในอินเตอร์เน็ต นำมาลองทำให้เป็นที่ถูกใจของชายหนุ่ม โดยใช้เด็กโครินเป็นหนูทดลอง ซึ่งกว่าจะได้มาแต่ละเมนูนั้นเล่นเอาเด็กสาวแสบท้องเจ็บคออยู่หลายวันทีเดียว


ดวงตาใสแวววาวเหมือนลูกแก้วกระทบแสงไฟลุ้นระทึกเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าเรียบขรึมรับแก้วไปจิบด้วยท่วงท่าใจเย็น แม้สายตาของเขาจะจดจ่ออยู่กับเสียงของผู้ประกาศข่าวชายหญิงในหน้าจอทีวีข้างหน้า แต่ลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงแต่ละครั้งไม่ได้ด่วนวางลงบ่งบอกให้รู้ว่า..ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ


อากิกะแทบยิ้มแก้มปริ เก็บอาการดีใจจนตัวพองไว้ไม่อยู่ ลอดไหล่กว้างที่พาดแขนยาวข้างหนึ่งบนพนักโซฟาเบียดเข้าไปใกล้แนบชิดจนได้กลิ่นตัวเข้มข้นของบุรุษเพศ เอนซบกับไหล่กว้างที่เหลือเพียงเสื้อเชิร์ตตัวใน ปลดกระดุมคอสามเม็ดจนเผยให้เห็นขนอ่อนที่ขึ้นบนกล้ามเนื้อหน้าอกรำไร ชวนให้ดูเซ็กซี่บาดใจเหลือเกิน...


"กลับมาคราวนี้คุณจะอยู่กี่วันคะ?"


ไม่บอกก็รู้ว่านั่นเป็นเสียงออดอ้อนที่สุดเท่าที่จะได้ อากิกะเงยหน้าขึ้นมองด้วยประกายความหวัง ใช้หน้าผากมนของตัวเองถูไถที่ปลายคางเขาเบาๆ เลียนแบบท่าทางแมวประจบเจ้าของ


โทโมยะวางแก้วที่พร่องลงไปหนึ่งส่วนสี่บนโต๊ะ หยิบบุหรี่จากซองในกระเป๋าเสื้อนอกขึ้นมาจุดสูบ พลางใช้ปากที่คาบก้านบุหรี่ไว้ถามขึ้นว่า "ทำไมเหรอ?"


"ตอนนี้เป็นช่วงซัมเมอร์ อากิกะเลยอยากไปทะเล เราไปว่ายน้ำกันดีไหมคะ นะ..โทโมยะ..เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วน้า"


เธอพยายามอ้อนวอนอย่างสุดฤทธิ์ให้เห็นว่าเตรียมตัวมานานขนาดไหน กระทั่งลิสต์รายชื่อสถานที่เที่ยวและโรงแรมเตรียมจองไว้หมดแล้ว...เหลือเพียงแค่คำตอบตกลงสั้นๆ ให้ผ่านความเห็นชอบของเขาเท่านั้นเอง


"เธออยากไปไหนก็บอกอิจิโร่สิ จะชวนรันจังไปด้วยก็ได้นะ"


'อิจิโร่' ที่เขาพูดถึงคือผู้ดูแลความเป็นอยู่ของเธอนั่นเอง เป็นลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ส่วน 'รันจัง' เป็นคู่หมั้นของอิจิโร่ ทำให้พลอยสนิทกับเธอไปด้วย และมักจะแวะมาเยี่ยมพากันออกไปช็อปปิ้งข้างนอกแก้เบื่อตามประสาผู้หญิงอยู่บ่อยๆ


การบุ้ยใบ้ไปที่ผู้ช่วยหมายเลขสองของตัวเองแบบนี้ มีคำหมายเดียวก็คือ...ไม่ตกลง


หญิงสาวรู้สึกห่อเหี่ยวเหมือนดอกไม้ขาดคนรดน้ำขึ้นมาโดยพลัน แต่เธอก็ชักจะชินแล้วล่ะ...เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่ถูกเขาดับสลายฝัน


ต้องนับว่าโทโมยะเคยเออออห่อหมกกับเธอไปกี่ครั้ง ในระหว่างสามปีที่อยู่ด้วยกันมากกว่า...


ชั่วขณะหนึ่ง...อากิกะรู้สึกอดน้อยใจไม่ได้ ดูเหมือนว่าเธอจะแทบไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเขาไปมากกว่านี้ได้ ในเมื่อสถานะความสัมพันธ์ของเธอกับโทโมยะนั้นไม่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น


จนแทบ...นับเป็นอะไรไม่ได้...


คนรักก็ไม่ใช่ คู่นอนก็ไม่เชิง


ถึงชีวิตทุกวันนี้ของอากิกะจะเต็มไปด้วยความเป็นอยู่ที่สุขสบาย เพนเฮาส์หรูหราในย่านวิวทำเลดีที่สุด บริวารรายล้อมเอาใจเพียงแค่หนึ่งคำเอ่ยปากก็สามารถสรรหาทุกอย่างมาบันดาลให้ตรงหน้า...


แต่เธอกลับมีอิสระทำได้เพียงแค่...แต่งตัวสวยเฝ้ารอวันคืนที่เขาจะแวะมาหานานๆ ครั้ง


ราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงที่รอเจ้าของมาป้อนอาหาร หยอกล้อเล่นเวลาว่าง แล้วก็ลาจากกลับไปอยู่ในโลกเดิมของเขาที่เธอไม่มีวันเข้าถึงอีกตามเคย...


ความเงียบนิ่งไปอย่างผิดปกติ ทั้งยังหน้าซีดเซียวของหญิงสาวในอ้อมแขนทำให้ชายหนุ่มที่สูบบุหรี่ไปกว่าครึ่งมวน พร้อมรายการข่าวรอบดึกที่เพิ่งจบลงจนเปลี่ยนเป็นรายการกีฬา หันมากระซิบข้างหูของเธอแทนว่า


"...ฉันอยากอาบน้ำ..."


เสียงทุ้มแหบพร่าฟังดูเซ็กซี่เย้ายวนใจและแรงบีบเบาๆ ที่บั้นท้ายสื่อให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร...


อากิกะจึงหลุดจากภวังค์ของตัวในที่สุด ใบหน้าเริ่มซับสีเลือดเจือระเรื่อไปทั้งตัวอย่างไม่อาจห้ามได้ เอียงหน้าซ่อนลงมองพื้น...คล้ายจะเริ่มเมามายกับกลิ่นควันบุหรี่ยี่ห้อลัคกี้สไตรค์ที่พ่นฉุยออกจากปากสีแดงนั่น


"โทโมยะน่ะ...เพิ่งกลับมาเองนะคะ" ท้วงเบาๆ พอให้หายเขิน


แต่เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรก เธอจึงรู้ว่าควรจัดการอย่างไรต่อเพื่อให้เขาพอใจกับช่วงเวลาแสนสั้นที่กลับมาบ้าน...อยู่เป็นเพื่อนสลายความเงียบเหงาในหัวใจเธอ...


อากิกะฉลาดพอจะรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรให้โทโมยะมีช่วงเวลาแสนหวานอยู่กับเธอให้นานที่สุด


มือเรียวเล็กตกแต่งปลายเล็บด้วยสีอะคริลิคชมพูหวานแหววจึงวางทาบลงบนส่วนแผ่นอกเปลือย คลึงเบาๆ จนเป็นรูปวงกลมที่มองไม่เห็น ก่อนจะประชิดริมหูแฝงด้วยไอร้อนที่พ่นระบายปัดเป่าอยู่ข้างแอ่งชีพจรที่เต้นตุบๆ ของเขา 


กระซิบถ้อยคำบางเบาที่ได้ยินเสียงแค่สองคนว่า


"แล้วรีบตามมานะคะ อากิกะจะรอคุณค่ะ..."


ร่างเพรียวบางจึงลุกขึ้นอย่างทิ้งท่วงท่าอิดออดเล็กน้อยพองาม เธอเดินจากไปในห้องแต่งตัวที่แยกเฉพาะออกมา การจัดวางทุกอย่างเป็นระเบียบตามการออกแบบของเพอร์สันนอลช็อปเปอร์ ผู้เลือกสรรเสื้อผ้าและเครื่องประดับคอลเล็คชันแบรนด์หรูเข้ามาเรียงรายเก็บไว้ที่นี่ อย่างที่หยิบใช้ยังไม่ทันครบทุกตัว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนเป็นแฟชันฤดูกาลใหม่เสียแล้ว


ธรรมชาติผู้หญิงไม่อาจหยุดสวย โดยเฉพาะผู้หญิงรวยที่มีเป้าหมายในการครองใจผู้ชายคนหนึ่ง...เธอไม่เคยปฏิเสธสิ่งสวยๆ งามๆ ที่เห็นว่าเหมาะกับตัวเอง


ก็เขาอุตส่าห์ทำงานเหนื่อยยากงกๆ เสี่ยงอันตรายเพื่อให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่ใช้ให้ดูสักหน่อย...เดี๋ยวคนให้จะน้อยใจว่าเธอไม่เห็นค่าของที่เขาให้!


เธอเปิดตู้เสื้อผ้ามุมด้านใน ใช้เวลาสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนชุดนอนลายการ์ตูนที่ชอบดูฆ่าเวลาว่างในช่วงนี้ออก เพราะมันดันดูหน่อมแน้มเหมือนเด็กประถมไปหน่อยสำหรับการอยู่สองต่อสองกับคนรัก 


รวมทั้งปลดชุดชั้นในโยนลงตะกร้าไปให้หมด เหลือไว้เพียงตัวเปล่าใต้เสื้อคลุมผ้าขนหนูสีขาว แล้วมุ่งหน้าสู่ห้องอาบน้ำที่อยู่ในห้องถัดไป


ความเคยชินทำให้เธอจัดการหมุนก๊อกประสมน้ำอุ่นร้อนให้ไหลลงสู่อ่างน้ำวน พิจารณาเลือกเฟ้นอยู่หน้าตู้เครื่องหอมหลายนาที ก่อนจะตัดสินใจหยิบน้ำมันหอมระเหยสกัดธรรมชาติแบบออแกนิกติดมือกลับมาสองขวด


เหยาะขวดน้ำมันกลิ่นซีดาร์วู้ดและกลิ่นผิวส้มเผาในอัตราส่วนสี่ต่อสอง แล้ววักน้ำขึ้นเบาๆ สูดจนได้กลิ่มหอมชื่นใจที่มีคุณสมบัติช่วยบำบัดให้จิตใจสงบผ่อนคลายและทำให้หลับสนิทตลอดคืน โดยไม่ลืมเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นโรแมนติกด้วยช่อดอกไฮเดรนเยียร์สีม่วงอมฟ้าและเทียนหอมเล็กๆ วางกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ปูนเปลือยของห้องน้ำมีระดับด้วยการตกแต่งสไตล์ลอฟท์


พอเงยหน้ามองผลงานอีกครั้งก็พบแต่ความพอใจ 


อากิกะแย้มยิ้มให้กับความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง...


ตั้งท่าจะหันไปเรียกคนที่อยู่ข้างนอกก็เผลอชนเข้ากับแผ่นอกของร่างสูงกว่าเกือบเท่าตัวที่ไม่รู้ว่าแอบมายืนมองอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่.... มันทำให้เธอรู้สึกอายเล็กน้อยเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าใช้กลโกงข้อสอบ


โทโมยะยังหล่อร้ายในคราบนักธุรกิจหลังเลิกงานที่เสื้อผ้าหลุดร่อยออกจากกางเกง สองเท้าเปลือยเปล่าไขว้เข้าหากันพิงหลังอยู่ที่มุมเสา ที่ปากยังคาบไว้ด้วยบุหรี่มวนที่สองเพิ่งจุดติดได้ไม่นาน ต่างออกไปคือสายตาเร้นร้ายสำรวจทุกซอกมุม...จนกระทั่งมาถึงหญิงสาวแสนงามเรือนร่างเล็กที่ยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกตรงหน้า


ความเก้อเขินเล็กน้อยทำให้เธอยกมือขึ้นทัดหู เดินเข้ามาหาเขาอย่างเอียงอาย ทำใจกล้าถามเขาขึ้นเบาๆ ว่า


"จะอาบน้ำเลยไหมคะ?"


ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยคล้ายล้อเลียนไม่เชิง พ่นควันสีเทาออกมาหนึ่งคำรบจนแทบจะผสมกลิ่นกับความสดชื่นลอยโชยของน้ำมันหอมระเหย ที่ตลบอบอวนทั่วห้องอาบน้ำ


เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ อาจเพราะกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศลึกล้ำที่ห่างหายไปนานหลายอาทิตย์...โทโมยะไม่ใช่คนช่างพูด แต่ความคุ้นเคยกันมานานทำให้อากิกะค่อยๆ เรียนรู้ได้เองว่า...เขาเป็นผู้ชายขนาดแท้ที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำโดยสันชาตญาณ 


รังสีอำนาจบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างไม่ต้องใช้คำอธิบาย แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นตามการบ่มเพาะตามกาลเวลาและประสบการณ์ของเขา ...สร้างสมบารมีให้คนเกรงจนเกิดเป็นความเคยชินให้ได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากผู้อื่นอยู่เสมอ


ผู้ชายคนนี้จึงเสพติดการเอาแต่ใจกับผู้อื่นไปเรียบร้อยไว้


....ไม่เว้นแม้กระทั่งการปรนนิบัติเอาใจจากผู้หญิงข้างกายของเขา


อากิกะไม่ได้คิดว่าเรื่องที่ทำนั้นเหลือบ่ากว่าแรง เธอยินดีที่จะทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้เขามีความสุข ปรารถนาจะให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเป็นสิ่งที่น่าจดจำและทำให้โทโมยะอยากหวนกลับมาทบทวนความรู้สึกชื่นบานเหล่านี้ใหม่กับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า....ไม่เสื่อมคลาย


ใครจะอยากให้ผู้ชายของตัวเองมาหาครั้งเดียวแล้วลืม!


ทะเบียนสมรสก็ยังไม่ได้ แหวนแต่งงานก็ไม่มี ลูกเขาเธอก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ท้อง ความสัมพันธ์ที่เปราะบางจะขาดจะยืดวันไหนก็ไม่รู้...


ถ้าไม่ผูกใจเอาไว้ก่อน มีหวังเขาเกิดเบื่อหนีไปหาผู้หญิงอื่น 


เธอคงอกแตกตายร้องไห้น้ำท่วมบ่อเต่าแน่...


อากิกะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ผู้ชายที่เธอรัก...เว้นช่วงไว้ห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน เธออยากให้เขาเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเธอบ้าง... 


แต่ทว่า เขากลับหัวเราะเบาๆ แทบไม่ได้ยินเสียงเพราะบุหรี่ที่คาอยู่ในปาก เมื่อเห็นความเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ ของเธอ


"รสนิยมดีไม่เปลี่ยนเลยนะ...อากิกะ" เสียงนั้นฟังดูแหบแห้งเล็กน้อย...เพราะสิ่งที่แทรกอยู่ในลำคอ


แต่คำชมทำให้เธอยิ้มคลี่บานยิ่งกว่าดอกไม้ผลิ จนแก้มเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆ


“แค่โทโมยะชอบ อากิกะก็ดีใจแล้ว”


“มานี่สิ” เขายกแขนข้างหนึ่งขึ้น ทำนองว่าให้เธอเข้ามากอดรับรางวัล


แต่เธอกลับส่ายหน้า แค่ช่วงก้าวเดียวทำไมเขาก้าวมาหาเธอไม่ได้


เธอน่ะ...ก้าวหาเขาก่อนตลอดจนเหนื่อยแล้วนะ


“อากิกะ...”


“ไม่”


เธอทรยศเขายิ่งกว่าเดิมด้วยการถอยหลังไปสองสามก้าว...


คิ้วเข้มๆ นั้นขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ลดแขนลงไม่พูดอะไรอีก ทำเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น บางทีโทโมยะอาจชินแล้ว...กับความดื้อของเธอ


และเขาก็เหมือนจะคิดออกแล้วว่าควรจัดการเธอให้อยู่หมัดด้วยวิธีไหน... แต่อย่าได้คิดว่าเขาจะตามใจเธอง่ายๆ เพราะมันไม่มีอยู่ในสารานุกรมของผู้ชายร้ายกาจคนนี้เลย


โดยเฉพาะเมื่อเขาเริ่มส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก มองเธออย่างท้าทาย


ปลายนิ้วแข็งแกร่งประดับด้วยแหวนเชื่อมติดระหว่างนิ้วกลางและนิ้วนางอย่างดูเท่มีสไตล์กำลังเร่งปลดกระดุมเสื้อเม็ดที่เหลืออยู่


สายตาคมจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา ความร้อนร้ายของมันคล้ายจะพยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่คลุมทับเรือนร่างเธอออกเป็นชิ้นๆ อากิกะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกลากคราบไปแล้ว...ทั้งที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบถ้วน แต่ภายในที่โล่งโจ้งนั้นกำลังถูกลามเลียด้วยความร้อนบางอย่าง...


ขนาดยังไม่แตะต้องถึงตัวสักนิด....ยังส่งอานุภาพต่อเธอมากขนาดนี้...


บางทีอาจเพราะเธอห่างหาย...กับเขานานเกินไปกระมัง


โทโมยะนี่ ช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว!


“ที่รัก...” เธอเรียกเขาเบาๆ


รู้สึกเหมือนใจสั่นไปหมด เมื่อเห็นภาพเขาโยนเสื้อเชิร์ตสีดำเกะกะรกตาทิ้งไป เนื้อกายเปลือยท่อนบนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น มีสัดส่วนความนูนอวดอกแกร่งที่ละลายใจด้วยขนอ่อนขึ้นเรื่อเรียงรายตามแนวยาวลงมาถึงหน้าท้องลอนลูกคลื่น...อย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ


ไม่นับรวมกับกางเกงสแล็คที่กำลังถูกปลดเข็มขัดออกจนหลวมติดสะโพกไว้อย่างหมิ่นเหม่...และไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอของน้ำร้อนที่เตรียมไว้ในอ่างอาบน้ำ...หรือความรำคาญจากคราบเหงื่อไคลสะสมมาตลอดวัน ถึงทำให้โทโมยะรีบสลัดปราการส่วนล่วงออกไปพร้อมกับอันเดอร์แวร์ของเขาในคราวเดียว


ร่างเปล่าเปลือยหมดจดสูงตระหง่านยืนปรากฏตรงหน้าอากิกะเหมือนรูปสลัก ชายหนุ่มคนที่ยังคาบบุหรี่อยู่ในปาก ใช้มือข้างหนึ่งเสยผมยุ่งๆ ของเขาไปข้างหลัง ไม่นำพาต่อสายตาคู่น้อยที่กำลังจดจ้องตามริ้วรอยบาดแผลมากมายราวกับผ่านสมรภูมิรบที่จางลงจนแทบมองไม่เห็น...หากไม่สังเกตระยะใกล้


แผ่นหลังสี่เหลี่ยมเต็มไปด้วยรอยสักคล้ายลายตวัดเส้นพู่กันรูปพยัคฆ์โจนทะยาน ดูน่าเกรงขามและทรงอำนาจในคราวเดียว หากสิ่งที่สะดุดสายตาคงเป็นปลายหางสีแดงที่สะบัดกินอาณาเขตลงมาตามแนวสีข้าง ผ่านสะโพกไล่มาจนถึงต้นขาแข็งแกร่งจนทำให้คนมองใจเต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งที่แลเห็น เฉพาะอย่างยิ่งความเป็นบุรุษวัยฉกรรจ์ที่แน่นตึงไปทุกละอององศาประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายผู้ปราบสยบเหนือศัตรู


ไม่เว้นแม้กระทั่งหัวใจดวงน้อยของหญิงสาวผู้งดงามบอบบางเหมือนกลีบไฮเดรนเยียร์ที่เบ่งบานอวดสีสันอยู่รอบกาย...กำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างหน้า...


อากิกะสรุปอยู่ในใจว่า


...โทโมยะจะสง่างามและเซ็กซี่ที่สุดก็ต่อเมื่อได้เห็นรอยสักทั้งหมดบนตัวเขา...


เหมือนกับมีเวทมนตร์ทำให้ไม่อาจปฏิเสธแรงดึงดูดแสนวิเศษนั้นได้ ทำให้เธอค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้.... 


ยอมรับในใจว่า.. เออก็ได้ เธอแพ้แล้ว...หมดตัวและหัวใจจริงๆ


นิ้วเรียวเล็กโน้มคอคนร่างสูงลงมาประทับจูบอ่อนหวานละมุนให้แก่กัน เช่นเดียวกับฝ่ามือเจ้าของข้อต่อแข็งแกร่งที่ลูบไล้ทั่วเรือนร่างกำจายความร้อนให้ลุกลามไปสู่ทั่วตัวนวลลออ ที่เขาหยอกเย้าด้วยการขย้ำเบาๆ ที่บั้นท้ายให้คนที่ยืนอยู่แทบประคองตัวไม่มั่นคง...


"ขออาบน้ำก่อนนะ"


ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง มองดูสีหน้าฉ่ำเยิ้มยังมึนเมากับรสจูบไม่หายของอากิกะ ก่อนส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำเบาๆ ในลำคอกึ่งหยอกล้อ เดินเกี่ยวเอวหญิงสาวให้เดินตามเคียงกันมา กว่าเธอจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนถูกยกลงมาวางนั่งเหนือขอบอ่างแล้ว ขณะที่โทโมยะกลับลงไปนอนแช่ในน้ำวนผสมน้ำมันหอมระเหยเต็มไปด้วยไออุ่นอย่างสบายอกสบายใจ


"ยังทำตัวไร้เดียงสาเหมือนเคยเลยนะ"


คำล้อเลียนของเขาทำให้สองแก้มของเธอแดงยิ่งกว่าเดิม...


ทั้งที่เนิ่นนานป่านนี้แล้ว... บางครั้งเธอยังชอบเผลอทำท่าเหมือนเด็กสาวมัธยมปลายแรกรักไร้เดียงสาไปได้ แถมถูกโทโมยะหัวเราะเยาะออกบ่อยๆ


ช่างน่าอายเสียจริง!


"ป่าวหรอกนะ เป็นเพราะอากิกะไม่เจอโทโมยะตั้งนานนี่...จะให้ทำตัวคุ้นเคยเหมือนเดิมตลอดได้อย่างไรกันเล่า!"


เถียงไปอย่างนั้นก็รู้ว่าไม่ชนะคนอย่างเขาหรอก


ที่อยากบอกเขาอีกอย่างก็คือ...ช่วยทำตัวให้ดูดีน้อยลงกว่านี้ มีเสน่ห์ลดลงอีกหน่อย แล้วหรี่โวลุ่มเซ็กส์แอพพีลให้ต่ำลงอีกนิด ก็พอช่วยทำให้ภูมิต้านทานในใจของเธอแข็งแกร่งขึ้นแล้ว...ไม่อ่อนแอแบบนี้ทุกครั้งที่เจอเขาหรอก


อากิกะฉกชิงเวลาที่ชายหนุ่มหันไปจุดบุหรี่มวนที่สาม ซึ่งสำรองไว้หนึ่งชุดในห้องน้ำ เพราะมวนก่อนถูกเธอทำให้หล่นลงพื้นไปแล้ว หันมาปลดเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง แต่เพราะเธอไม่ใช่คนมั่นใจในตัวเองขนาดโทโมยะ เลยต้องรีบแทรกตัวลงในน้ำอย่างรวดเร็ว ตอนที่เขาหันมาอีกทีจึงเห็นเธอนอนทอดตัวนิ่งๆ อยู่เคียงข้างเขาแล้ว


"อากิกะถูหลังให้นะคะ"


วาจาเอาใจทำให้เขาปล่อยตัวตามสบาย ใบหน้าราบเรียบเหมือนผืนกระดาษที่คาดเดาใจได้ยาก ดูจะมีรอยยิ้มแตะแต้มอยู่ที่มุมปาก..แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น


...แต่เท่านี้ก็เพียงพอทำให้อากิกะรู้สึกฉ่ำบานจนหัวใจพองโตแล้ว


บีบฟองน้ำในมือขึ้นขัดถูตามเนื้อตัวที่มันวาวขึ้นจากน้ำมันผสมครีมฟอง แขนที่กางออกวางพาดบนขอบอ่าง บอกให้รู้ว่าอนุญาตให้เธอทำอะไรก็ได้ตามใจในเวลานี้ แน่นอนว่าโทโมยะเคยชินกับการรับปรนนิบัติแบบยกให้เขาเป็นพระราชาเสียแล้ว


นิสัยเสียแบบนี้เป็นเธอนั่นแหละที่บ่มเพาะให้เขา...จะได้หาใครมาแทนที่เธอไม่ได้ง่ายๆ


...ตกหลุมพรางเธอคนเดียวตลอดไป...


อากิกะพยายามตั้งสมาธิในการเช็ดถูเรือนกายหนาบึกบึนให้สะอาดเอี่ยม โดยพยายามไม่วอกแวกไปกับกล้ามเนื้อตึงในมือและสองลูกเกดสีอ่อนที่อยู่เหนือผิวน้ำล่อตาล่อใจ กระทั่งได้ยินคนที่นอนหลับตาสบายคล้ายจะเคลิ้มจนหลับไปแล้ว เอ่ยแทรกขึ้นมาในความเงียบ


"...อากิกะ..."


"คะ?" เธอแทบไม่ทันตั้งตัวที่ได้ยินเสียงคนข้างๆ เรียกชื่อ ทำให้เผลอปล่อยฟองน้ำหลุดลงน้ำไปจนเกือบกระทบกับอะไรบางอย่างใต้น้ำในตำแหน่งพอดิบพอดี


แย่แล้วซี่ อดอุทานไม่ได้ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเขายังรักษาระดับความนิ่งไว้ได้อยู่ แสดงว่าคงไม่เป็นอะไรมาก... หรือโกรธเคืองอะไร...


คงแค่เฉี่ยวๆ ล่ะมั้ง...


"เริ่มชินกับโตเกียวหรือยัง?"


คำถามนั้นทำให้นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบถามกลับอย่างรวดเร็วว่า "ทำไมคะ หรือว่าอากิกะต้องย้ายที่อยู่อีกแล้ว?"


"เปล่า...ฉันแค่อยากรู้เฉยๆ น่ะ"


"อากิกะไม่มีวันชินกับที่ไหนหรอกค่ะ อากิกะอยากกลับไปอยู่ที่บ้านหลังเดิมของเรามากกว่า แต่ถ้าที่นั่นไม่มีโทโมยะอยู่...จะให้อากิกะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่โทโมยะอยากให้อยู่"


ความตกใจทำเธอไม่สนใจจะไปตามเก็บฟองน้ำที่ไหนอีกแล้ว นอกจากพุ่งเข้ามากอดเอวเขาไว้หลวมๆ อย่างต้องการหาที่พึ่งทางใจ เกยคางบนไหล่หนาที่รองรับความผิดชอบเรื่องราวต่างๆ ไว้มากมาย...


...รวมไปถึงการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของเธอให้อยู่อย่างมีความสุขยิ่งกว่าเจ้าหญิงในหอคอย


ติดอยู่เพียงแค่ต้องเฝ้าคอยเจ้าชายมาหาทุกวันทุกคืนเท่านั้นเอง


"ทุกอย่างย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ อากิกะเองก็อย่าพยายามยึดติดอะไรเลยนะ..."


สัมผัสได้ว่าเขาลูบหัวเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยนพลอยทำให้ความตื่นกลัวในใจของเธอจางหายอย่างไม่ทราบสาเหตุ มันเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจ เขามักจะอ่านความรู้สึกเธอออกเหมือนพลิกหน้าหนังสือ


และมันเป็นเหตุผลที่ทำให้โทโมยะกลายเป็นเสาหลักในชีวิตเธอไปแล้ว...


เธอไม่มีบ้าน ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครที่คอยเป็นห่วงเป็นใย..หรือต้องเอาใจใส่


เธอมีแค่เขาคนเดียว...คนเดียวเท่านั้นที่เป็นทุกสิ่ง และอยู่อย่างปราศจากเขาไม่ได้!


ไม่ใช่เพราะเสพติดความสะดวกสบายหรูหรา ไม่ใช่ความมีอำนาจเหนือบริวารที่ยอมก้มหัวรับใช้ เพราะเธอกับเขาเคยผ่านความลำบากด้วยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว


แต่มันเป็นเพราะเขาคือความอบอุ่นทางใจหนึ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย สามารถหลับตาลงได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัวอะไรบนโลกใบนี้


...เพราะโทโมยะจะปกป้องเธอจากอันตรายทุกอย่างเอง...


ผู้ชายสุดที่รักของเธอ...


"โทโมยะ"


"หือ.." เขายังคงหลับตานิ่งทอดอารมณ์ไปกับบรรยากาศชวนสงบ ใบหน้าอ่อนล้าเมื่อแรกเห็นนั้นดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด


อากิกะเก็บความกล้าๆ กลัวๆ ลงไป เวลานี้เธออยากได้ความมั่นใจบางอย่างที่พิสูจน์ให้รู้ว่าช่วงเวลาที่ห่างหายกันไปโทโมยะยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


ช่วยไม่ได้ที่เธอไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย...ว่าเขาจะรู้สึก...คิดตรงกันเหมือนกับเธอทุกประการ


"คิดถึงอากิกะบ้างไหมคะ?"

 




-----------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้จะลงเป็น Sample ให้ลองอ่านดูกันนะคะ

สามารถกดติดตามข่าวสารในเพจของนักเขียนได้ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #1 memyworld (@nathamon21000) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 10:58
    <p>รออยู้นะคะไรท์ สู้ๆ</p>
    #1
    0