คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #3 : โลกกลม
ความเดิมตอนที่แล้ว
“เมิง!”
จบความเดิมตอนที่แล้ว(เมิงบ้าป่ะเนี่ย-วิน)
วินพยายามที่จะเข้าไปหาชายหนุ่มที่มาใหม่โดยหวังจะทำร้ายแต่เอ็นเดาถูกเค้าล๊อกแขนของวินที่สองข้างไว้แต่ของของเธไม่อยู่สุขพยายามที่จะถีบคนตรงหน้าให้จงได้ ทำให้คนยิ่งหวาดกลัวเธอเข้าไปใหญ่
“แกยังจะกล้าโผล่หน้ามาอีกเหรอพ่อแม่แกไม่ได้ส่งคนมาสืบหรือไงว่าที่นี่น่ะเป็นที่ๆชั้นเรียนอยู่ชั้น ไรวินรท์ ศิริวัฒน์คนนี้น่ะ”ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าหวาดยิ่งขึ้นแต่กระนั้นก็ยังแค้นหัวเราะออกมา
“ฮะๆๆ แกคิดว่าจะทำอะไรชั้นได้งั้นเหรอถ้าแกจะฆ่าชั้นชั้นก็จะส่งแกไปอยู่ในคุกนั่นอีก”คำว่าคุกทำให้ร่างของวินที่นิ่งไปแล้วกลับมาขัดขืนแขนของเอ็นอีกครั้งเธอแปลกใจมากที่คราวนี้เอ็นสามารถล็อกเธอไว้กับเค้าได้ทั้งๆที่ปกติเอ็นไม่เคยสู้แรงของเธอได้เลย
“หึๆ”วินหัวเราะเสียงเย็นพร้อมมองคู่สนทนาตรงหน้าอย่าเย้ยๆทำให้คนตรงหน้าชักเริ่มขนหัวลุกว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเค้าอีก
“ลูกไม่เก่าใช้ไม่ได้กับคนอย่างชั้นแล้วล่ะ อยู่ในนั้นข่าวสารเค้าก็มีให้ได้ดูแถมเส้นของชั้นยังสามารถสั่งให้คนของชั้นสืบได้อีกว่าปุ้นที่บริษัทใหญ่โตของพ่อแม่แกคุมอยู่นั้นน่ะ มันตกฮวบๆๆๆจนแกต้องย้ายมาเรียนที่นี่เพราะพ่อแม่ของแกไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอย่างเคยแล้วไง แล้วแกรู้มั้ยตอนนี้พ่อแกกำลังมาติดต่อขายหุ้นให้บริษัทศิริวัฒน์อินเตอร์แนชชันแนล โดยไม่รู้เลยว่าทายาทคนดูแลคนต่อไปเป็นใคร คนๆนั้นคือชั้น และรู้มั้ยบริษัท นาควงค์กรุ๊ปก็เหมือนกัน เค้ารู้เรื่องที่แกทำไว้หมด เพราะอะไรน่ะเหรอเพราะว่าลูกชายคนเดียวของเค้าก็อยู่ข้างหลังชั้นนี่ไง แค่ชั้นเอ่ยคำเดียวว่าลูกชายของมันเป็นใครทั้งพ่อแก แม่แกและตัวแกเองจะได้ไปเป็นขอทานข้างถนนอย่างที่อยากแน่ๆหรือถ้าแกจะร้องขออีกซักนิดชั้นก็จะใจดีฆ่าแกซะด้วยมือของชั้นเอง!”ประโยคสุดท้ายทำให้ชายตรงหน้าสะดุ้งสุดตัวและทำให้สาวๆข้างๆกายเริ่มถอยห่างเค้า
“หนอยแก”จากความอับอายเปลี่ยนมาเป็นความแค้นเคืองชายหนุ่มตรงหน้าไม่สนใจอีกแล้วว่าสาวน้อยคนนี้จะเคยคิดจะฆ่าเค้ามาก่อนรึเปล่าเค้าพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายเธอทำให้เธอที่ถูกล็อกแขนอยู่หลบไม่ทันแต่คนทที่ล็อกแขนเธออยู่นั้นหลบทันจึงพาร่างของเธอออกจากตรงนั้นไปด้วย คนคิดจะปองร้ายจึงล้มลงไปกองกับพื้นสร้างความอับอายให้ตัวเองยิ่งขึ้น แต่ไม่นานเค้าก็ยิ้มออกมาเหมือนว่าคิดอะไรได้แล้วเหล่มาที่เอ็นทำให้วินนึกหวาด
“หยุดเดี๋ยวนี้นะถ้าแกคิดจะทำอะไรเค้าล่ะก็แกจะได้สิ่งที่แกเคยได้เมื่อ5ปีก่อนอีก10เท่าถ้าคิดว่าไม่เสียดายชีวิตตัวเองก็ลองดู”วินพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันกลังเดินจูงมือเอ็นกลับไปทิ้งให้คนที่นอนกองอยู่ข้างหลังกำมืออย่างแค้นเคืองกับตังเองแน่นจากนั้นเมื่อกริ่งของร.ร.บอกเวลาเข้าห้องเรียนน.ร.หญิงจึงแยกย้ายกับกลับเข้าห้องเรียนของตัวเองไป
“เอ่อคุณวินครับ”เสียงเรียกเบาๆอย่างหวาดๆนั้นเรียกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์
“หา เรียกวินเฉยๆก็ได้น่า”วินพูดอย่างตัดรำคาญ
“อือ วินเธอคิดว่า เอ่อ ผู้ชายคนนั้นจะทำร้ายชั้นรึเปล่า”พอเห็นหน้าตาครุ่นคิดของวินทำให้เอ็นหน้าซีดเผือด
“ก็คงจะเป็นไปได้ แต่ว่ามันคงจะมีน้อยหน่อยถ้านายอยู่ใกล้ๆชั้นเอาไว้แล้วก็ไม่อยู่คนเดียวบ่อยนัก เอาเป็นว่าต่อไปนี้ถ้านายจะไปไหนตอนบอกชั้นนะถ้ามีใครมาเรียกไปก็ต้องบอกเพื่อนที่ห้องหรือยัยหมิงเอาไว้เข้าใจมั้ย”วินกำชับขณะที่มองไปที่นาฬิกาของห้องข้างบนหัวโล้นๆของอาจารย์ผู้สอนวิชาเคมีของพวกเธอ
“อีก10นาทีสินะกินข้าวแล้วเย้ๆๆกินข้าวๆ^O^”วินเผลอพูดออกมาอย่างดีใจทำให้เอ็นที่มองเธออยู่ยิ้มขำๆความจริงถ้าใครได้รู้จักเธอก็คงจะรู้ว่าเธอไม่ใช่คนขรึมและน่ากลัวอย่างที่คิดก็อย่างที่เธอบอกเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนนึงที่ต้องการคนเข้าใจและให้ความรักซึ่งถ้าเราทำดีกับเธอเธอก็สามารถที่จะดีตอบเรามาได้เหมือนกัน น่าแปลกที่เค้ารู้สึกอบอุ่นและปลอบภัยเสมอเมื่ออยู่ใกล้ๆเธอ
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง”เสียงกริ่งดังขึ้นบอกเวลาพักเที่ยงทำให้วินแทบจะหยุดตัวเองไม่ให้กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจไม่ได้
“เอาล่ะเอ็นจ๊าไปกินข้าวกันนะ^O^”หมิงหันมาอ้อนเอ็นที่ตอนนี้เปลี่ยนที่นั่งไปนั่งข้างหลังกับเอ็นอย่างช่วยไม่ได้
“อือได้สิ”เอ็นก็ดูจะทำตัวตามสบายขึ้นเค้าเหมือนว่าไม่ค่อยกลัวอะไรแล้ว หมิงไม่เคยรู้สึกกับเอ็นเหมือนที่เอ็นคิดว่าเธอรู้สึกเธอรู้สึกห่วงเอ็นเหมือนพี่สาวน้องชายมากกว่าคนรักวินก็ดูจะเข้าใจแล้วเช่นกันเธอเองก็ต้องไปดูแลเพื่องของเธอและไปที่กลุ่มของเธอเช่นกันและถ้าเอาเอ็นไปด้วยคงลำบาก
“หมิงถ้ามีอะไรเอานกหวีดนี่ขึ้นมาเป่า”แล้วก็ยื่นนกหวีดสีดำมาให้หมิง
“อ๊าย นี่คือ นี่คือ นกหวีดที่แกติดมากตั้งแต่เด็กและผู้พันกับแกมากและเพราะแกเป็นห่วงเอ็นก็เลยให้ไว้เพื่อป้องกันภัยใช่มั้ย แล้วพอเอ็นเป่ามันก็จะทำให้แกได้ยินเสียงคนเดียวแล้วก็มาช่วยเค้าทัน>_<วี๊ดว้ายหวานแหววอะไรขนาดนี้”ยังไม่ทันได้พูดจบหมิงก็โดนวินเขกเข้าที่หัวอย่างแรง
“ยัยปัญญาอ่อนเธอคิดว่าทุกคนจะต้องบ้านิยายอย่างเธองั้นเหรอ นกหวีดนี่เป็นนกหวีดที่เสียงดังที่สุดในย่านนี้เท่าที่คนของชั้นหามาได้ อย่าประสาทไปหน่อยเลย ถ้าอย่างนั้นชั้นไปนะเอ็นบาย”วินหันหลังแล้วโบกมือให้เหมือนไม่ได้กังวลอะไรมากมายแต่ในใจกลับเป็นห่วงเอ็นอย่างเก็บไม่อยู่ปกติเธอเป็นคนเก็บอารมณ์ของตัวเองอยู่อย่างมิดชิดแต่พอเป็นเรื่องของชายหนุ่มคนนี้เธอกับเก็บอาการเป็นห่วงไว้ไม่ไหว
“เป็นไรไปแกดูลนๆยังไงชอบกลคิดถึงใครอยู่รึเปล่า”เพื่อนคนนึงในกลุ่มพูดแล้วเหล่ไปทางกิ๊บทำให้เธอหน้าแดงแต่วินไม่ทันสังเกตุและเพราะว่าลืมตัวทำให้ตอบไปตรงๆ
“เออคิดถึงอยู่”คำพูดของเธอยิ่งทำให้คนเข้าใจผิดและพวกชอบล้อได้ใจเข้าไปใหญ่
“ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง ยัยหมิงจะไว้ใจได้แค่ไหนก็ไม่รู้”แต่พอพูดถึง
หมิงก็ทำให้คนทั้งกลุ่มงงกันใหญ่ก็ในเมื่อหมิงไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้แล้วทำไมหญิงสาวถึงต้องพูดถึงหมิงด้วยแล้วคนที่อยู่กับหมิงที่เธอเป็นห่วงนั้นคือใครกัน
“ใครกันน่ะ คนที่แกพูดถึงน่ะใครกัน”กิ๊บที่รู้ตัวเป็นคนแรกว่าหญิงสาวผู้เป็นที่รักไม่ได้พูดถึงตัวเองจึงฉุนขึ้นมา
“ก็ เฮ้ย ใครจะไปบอกเมื่อกี้ถ้าชั้นพูดอะไรไปก็ไม่ต้องสนใจหรอกน่าแค่เพ้อๆน่ะ”วินพูดกลบๆแล้วแสร้งทำเป็นดื่มน้ำโค้กที่อยู่ตรงหน้าจนเหลือแต่น้ำแข็ง
“ไม่จริงนังนั่นมันเป็นใครแกแอบชอบใครในกลุ่มหมิงใช่มั้ย”คำพูดของกิ๊บทำให้วินหัวเราะออกมา
“555555+ก๊ากกักๆๆๆๆๆๆๆๆๆ^O^โอยกรูปวดท้องโว้ยนี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่เนี่ย ชั้นนี่หน้าเหมือนทอมขนาดนั้นเลยเหรอชั้นเป็นผู้หญิงที่แอบชอบ เอ้ย ชอบผู้ชายเว่ย อย่าคิดมากน่าแล้วตอนนี้ชั้นก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงคนไหนอยู่ด้วย”คำพูดนั้นทำเอากิ๊บหน้าเจื่อนหมายความว่าสิ่งที่วินทำให้วันนั้นไม่ใช่เพราะหึงเธอแต่เพราะต้องการจะปกป้องเธอจากอาจารย์บ้ากามนั่น ทั้งหมดที่ทำไม่ใช่เพราะว่าชอบเธองั้นเหรอ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”กิ๊บกรีดร้องออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเธอลงไปนอนกองกับพื้น
“ไม่จริงไม่จริง ไม่จริ๊ง กรี๊ดดดดดด”ความลับอย่างหนึ่งที่กิ๊บไม่เคยบอกใครคือเธอเป็นโรคประจำตัวอย่างหนึ่งคือถ้าเธอไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการเธอจะกรีดร้องเหมือนคนบ้าแล้วก็ทำลายข้าวของและทร้ายคนที่ขวางหน้าให้หมด เธอลุกขึ้นทั้งทุกทั้งตีวินอย่างแค้นเคือง
“กิ๊บเป็นอะไรกิ๊บทำใจดีๆไว้”ทุกเค้าพากันเข้ามาห้ามวินทั้งแปลกใจทั้งตกใจและโมโหโกรธเคืองที่จู่ๆเพื่อนรักของเธอก็กลายเป็นแบบนี้
“กิ๊บแกเป็นอะไรไปน่ะตั้งสติหน่อยสิชั้นแค่บอกว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนแล้วแกเป็นอะไร”ยังไม่ทันที่วินจะได้พูดจบประโยคกิ๊บก็พุ่งเข้าไปจูบเธอ
“ชั้นรักแก ชั้นรักแก ชั้นรักแกและชั้นรักแกได้ยินมั้ย>O<”น้ำตาเปื้อนหน้าของเธอยังไม่ทำให้วินช็อกเท่าสิ่งที่กิ๊บทำกับเธอเมื่อกี้
“วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”แต่เสียงนกหวีดที่ดังขึ้นรางๆเรียกสติวินเอาไว้เธอรีบสะบัดกิ๊บออกด้วยสัญชาตญาณแล้วก็วิ่งออกไปโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องไม่ยอมหยุดของกิ๊บเลย
“ว้ายอย่าเข้ามานะ”แฮกๆๆๆ เธอมาทันมาทันเวลาพอดีพวกของนายนั่นกำลังจะทำร้ายเอ็นแล้วก็พวกหมิงเธอมาทันแฮกๆๆเธอมาทันจริงๆเค้ายังไม่เป็นไรเธอมาทัน
“หยุดนะถ้าแกทำอะไร แฮกๆ เอ็น ซักนิดล่ะก็ แฮกๆ พวกแกจะต้องเจอในสิ่งที่ไม่เคยคิดอยากจะเจอ!”เสียงประกาศกร้าวและร่างของของวินที่เข้ามาบังพวกเอ็นที่อยู่ข้างหลังหน้าโหดๆของเธอทำให้พวกที่กำลังปองร้ายต้องถอยหนีเพราะความขลาดกลัว
“ชั้นจะนับถึง3ถ้าพวกแกยังไปกันไม่หมดพวกแกจะได้ลงนรกอย่างที่ต้องการแน่ๆ”ยังไม่ทันจะได้นับถึงหนึ่งคนพวกนั้นก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็วราวกับหายตัวได้ทั้งหมิงและเพื่อนๆของเธอเข้ามากอดวินอย่าขลาดกลัวทั้งหมดยกเว้นเอ็นร้องไห้ด้วยความตกใจไม่มีใครในตอนนั้นที่กล้าออกห่างจากวินเลยซักคนเดียว
“ไม่เป็นไร ชั้นอยู่นี่แล้วไม่ต้องกลัวไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ไม่เป็นไรแล้วอย่ากลัวไปเลยนะ^-^”รอยยิ้มอ่อนโยนที่ระบายออกาบนใบหน้าของวินเป็นครั้งแรกทำให้พวกผู้หญิงคนอื่นๆยิ้มตามไปด้วยจากนั้นทั้งหมดก็เดินตามวินออกจาซอกซอยหลังร.ร.นั่นแล้วขึ้นตึกเรียนไป โดยมีผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่จากมุมนั้นห่างๆอย่าเคียดแค้น
“หนอยไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุข”ชายำนุ่มผู้นั้นพูดก่อนจะถอยหลังเดินออกจากตรงนั้นขึ้นตึกเรียนไปอย่างเงียบๆ
“นายเจ็บตรงไหนรึเปล่า”เสียงถามอย่างเป็นห่วงนั้นทำให้หมิงถอนหายใจส่วนเอ็นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆให้ผู้ถาม
“ไม่เป็นไรแล้วครับ”
“นี่หน้าหมั่นไส้ก็เอ็นเค้าบอกเป็นรอบที่181.75แล้วว่าเค้าไม่เป็นอะไรแกก็เลิกถามเถอะวินมันน่ารำคาญ”วินเริ่มมีความรู้สึกว่าไม่น่าช่วยมันเลยเพราะนั่นทำให้ทุกคนรู้ว่าวินไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดพวกนี้ก็เลยสนิทกับเธอขึ้นมาทันควันซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการแม้แต่นิดเดียว
“นี่วินงั้นวันเนี๊ยะ ไปส่งพวกเราที่บ้านได้มั้ยอะ”ยัยพวกเพื่อนหมิงอ้อนวินเริ่มมีความรู้สึกเข้าใจพระเอกที่ปฏิเสธนางร้ายไม่ได้ซะแล้วก็ยัยพวกนี้ขี้อ้อนซะ
“เออๆๆ เอาก็เอาวะ แต่ว่าอย่าให้กิ๊บรู้นะ”พูดถึงตรงนี้วินก็หน้าแดงแล้วก็ลูบปากตัวเองไปมาความทรงจำเมื่อตอนเที่ยงค่อยๆไหลกลับคืนสู่สมองอีกครั้งวันนี้กิ๊บน่ากลัวเหลือเกิน แต่วินเป็นคนเดียวที่ไม่สังเกตเลยว่าเอ็นมีอาการหน้าตึงขึ้นมาทันที ก็ใครไม่รู้ก็ลอมมาเป็นเค้าโสิมีคู่แข่งเป็นผู้หญิงเนี่ยนะแถมยังได้อยู่ใกล้วินมากกว่าเค้าด้วย มันหน้าขายหน้ามากๆเลยถ้าใครจะรู้
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง”เสียงกริ่งดังขึ้นทำให้วินแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจแต่ปัญหาคือตอนนี้พวกกิ๊บมารอบเธอที่หน้าห้องแล้วเธอคิดว่ายัยพวกนี้คงแอบโดดคาบก่อนเลิกเรียนแล้วมารอเธอที่หน้าห้องอย่างนี้เอ็นก็ต้องกลับคนเดียวน่ะสิ อันตรายตายเลย แต่ถ้าหลบๆซ่อนๆมันก็ไม่ดีก็เธอชอบพูดอะไรตรงๆนี่นาเอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน
“แย่แล้ววินพวกกิ๊บมารอเธอที่หน้าห้องแล้วนะทำยังไงกันดีล่ะ กิ๊บน่ะชอบเธอไม่ใช่ระ ”วินรีบตวัดมือมาปิดปากเอ็นอย่างเร่งด่วย
“ถ้ายังไม่อยากตายก็อย่าพูดเรื่องนี้อีกนะ”รอจนเอ็นพยักหน้าหงึกๆนั่นแหละเธอถึงยอมปล่อย
“วิน!นี่มันอะไรกันน่ะ”พอเดินออกมาจากห้องเท่านั้นแหละกิ๊บก็ตะโกนลั่นทำให้วินและพักพวกสะดุ้งโหยง
“อะ อะไรเหรอ^^*”วินถามหน้าตายในขณะที่กิ๊บทำท่าฉุนกึก
“หลักฐานอยู่คาตาอย่างนี้ยังจะมาพูดอีกนะ นี่น่ะเหรอทำให้แกไม่รับรักชั้น”โอยหน้าอายชะมัดมันไม่ใช่ศึกชิงนางแล้วล่ะอย่างนี้มันจะต้องเรียกว่าศึกชิงเลสเบี้ยนกับผู้หญิงมารวมกัน
“เอ่อแกคือกิ๊บ ถ้าชั้นพูดอะไรไปน่ะแกอย่างเพิ่งกรี๊ดนะชั้นอายเค้า”กิ๊บทำท่าเหมือนพยายามอย่างยิ่งที่จะสงบสติอารมณ์วินจึงอ้าปากพูด
“คือชั้นเอ่อ ชั้นแบบว่าชั้นน่ะ ^^*”วินยังอ้ำๆอึ้งๆเพราะไม่อยากจะทำร้ายจิตใจเพื่อน
“วินน่ะไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนเหมือนที่เธออยากให้เป็นหรอกนะ”เสียงๆนึงพูดตัดหน้าขึ้นมาซะก่อนเอ็นนั่นแหละ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเอ็นจะกล้าพูดแบบนี้ถึงเอ็นจะตัวสูงและใหญ่กว่าวินมากแต่แค่ดูภายนอกก็บอกได้เลยว่าเค้าเป็นพวกใจเสาะและไม่ค่อยกล้าแสดงออกถึงความรู้สึกนัก
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”กิ๊บไม่ได้สนใจคำขอของวินเมื่อกี๊เลยเธอกรีดร้องพร้อมลงไปกองกับพื้น
“ไม่จริง แก แกกำลังจะแย่งวินไปจากชั้น วินเป็นของชั้นคนเดียวคนเดียวเท่านั้น”กิ๊บพุ่งหลาไปจะตบเอ็นแต่วินรับมือของเธอไว้ทัน
“กิ๊บ เถ้าแกจะโกรธเรื่องที่ชั้นไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนเหมือนแกชั้นไม่ว่า ถ้าแกจะโกรธชั้นที่ชั้นปฏิเสธความรักแบบของแกชั้นไม่ว่า แต่ถ้าแกยังอยากให้ชั้นเป็นเพื่อนแกอยู่ล่ะก็อย่าพยามยามที่จะทำร้ายเอ็นเลยนะ ชั้นขอร้อง อย่าให้ชั้น ต้องนึกรังเกียจแกเลยนะ”กิ๊บและทุกๆคนอึ้ง ร่างบางของหญิงสาวเหมือนไร้เรี่ยวแรงร่วงหล่นลงกับพื้นในขณะที่เพื่อนของพวกเธอไม่ทันได้ตั้งตัวที่จะรับไม่มีเสียงกรี๊ด ไม่มีเสียงโต้แย้งว่าไม่จริง มีเพียงน้ำตาและเสียงสะอื้นที่หากแม้จะเบาหวิวแต่ถ้านับเสียงเงียบในที่ตรงนั้นแล้วเสียงสะอื้นนั้นมันดังก้องไปทั่วบริเวณและภาพนั้นไม่มีทางรอดพ้นสายตาของใครบางคนไปได้สายตาที่เย็นชาทุกเมื่อที่มองคนอื่นหากแต่จะแลดูอ่อนโยนทุกครั้งที่มองหญิงสาวผู้หนึ่งอยู่เสมอ ไม่นานสายตานั้นก็หายวับไปราวกับมีเวทมนต์
“วิน แกจำชั้นไม่ได้จริงๆ แกเปลี่ยนไป แกจำชั้นไม่ได้ แกจำอะไรไม่ได้เลย แกจำชั้นไม่ได้จริงๆ”หญิงสาวได้แต่รำพันหากก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปมากเกินไปกว่านั้นวินหันหลังแล้วเดินออกไปพร้อมกับที่บีบมือของเอ็นแน่น
“อ๋อใช่ กิ๊บ ชั้นหวังนะ หวังอย่างมากที่จะได้กลับมาเป็นเพื่อนกับแกอีก รีบกลับไปเป็น คนเดิมเร็วๆนะ”จบคำพูดของวินก็ทำให้กิ๊บปล่อยโฮออกมาเสียงดังยิ่งกิ๊บยังร้องไห้ยิ่งทำให้วินบีบมือเอ็นแรงขึ้นทุกที
“เฮ้อ~”พอออกมาพ้นเขตรั้วร.ร.วินก็ถอนหายใจออกมาดังๆอย่าโล่งอก
“โชคดีที่เมื่อกี้ชั้นไม่เผลอตบยัยกิ๊บไปอะนะ^-^”วินฝืนยิ้มให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอย่างลำบาก
“วินเมื่อกี้ แกน่ากลัวมากเลยรู้มั้ย ทำไมถึงได้ปกป้องเอ็นขนาดนั้นล่ะ แกคงไม่คิดว่ายัยกิ๊บจะฆ่าเอ็นจริงๆหรอกนะ”เพื่อนคนนึงของหมิงถามอย่างหวาดๆเมื่อนึกถึงภาพของกิ๊บกำลังกรีดร้องเมื่อกี้
“วางใจเถอะชั้นไม่คิดอย่างนั้นหรอก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พวกเธอคนเห็นชั้นฆ่ากิ๊บไปก่อนที่ยัยนั่นจะได้ฆ่าเอ็นแล้วล่ะ”วินเริ่มรู้ตัวว่าพลาดท่าให้ยัยพวกนี้อย่างแรงเพราะนอกจากประโยคที่เธอพูดจะนำความอับอายขายขี้หน้ามาให้เธอแล้วเอ็นยังหน้าแดงซ่านอย่าบอกไม่ถูกส่วนยัยพวกหมิงก็ยิ้มล้อๆ
“เน้ๆๆๆ เป็นห่วงกันอย่างนี้แสดงว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกันงั้นเหรอ”พลาดให้ยัยพวกนี้จนได้สิน่า วินคิดก่อนจะเอามือลูบหน้าตัวเองแรงๆอย่างเสียมิได้
“ช่างเถอะชั้นก็แค่สัญญากับแม่ของเอ็นไว้ว่าจะดูแลเค้าเท่านั้นเอง”วินแสร้งทำเป็นพูดอย่างไม่หยี่ระทั้งๆที่ในใจเธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังโกหกคำโตเธออยากปกป้องเค้าไม่ใช่เพียงเพราะอยากให้เค้าสนใจเธอเพียงอย่างเดียวแต่เธอไม่อยากให้เค้าเป็นอันตรายไม่อยากเห็นแผลหรือเลือดบนใบหน้าขาวๆใสๆนั่นกลับกันเธอกระหายเลือดและอยากควักมันออกมากับผู้ชายหรือทุกๆคนที่เข้าใกล้เค้าเพราะหวังอะไรบางอยากหรือปรารถนาที่จะทำร้ายร่างบอบบางนั่น มันดูน่าสมเพชที่เธอซึ่งเป็นผู้หญิงต้องมาอยากคอยปกป้องผู้ชายที่ตัวสูงกว่าตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่เพราะใครบังคับเธอให้รู้สึกไม่มีใครบังคับเธอได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ความรู้สึกไม่มีทางบังคับกันได้นอกจากมันจะเกิดขึ้นเอง แน่นอนถึงวินจะไม่ฉลาดแต่เธอก็ไม่โง่พอที่จะรู้กฏข้อนี้ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งใคร
“อ๋อ งั้นเหรอ อือจะเชื่อดีมั้ยน้า^O^”หมิงทำท่าคิดแบบล้อๆก่อนจะหันไปพยักหน้ากับพวกเพื่อนๆ
“ไอติมสำหับพวกเราคนล่ะถ้วยพวกเราคงจะเข้าใจอะไรมากกว่านี้เนอะ”หนอยยัยตัวต้นตัวตี วินคิดอย่างแค้นๆแต่ก็ต้องจำใจเลี้ยงไอติมยัยพวกนี้คนล่ะถ้วยเพื่อกักเก็บความคิดนอกลู่นอกทางนั่นเข้าไปในเบื้องลึกของสมองซีกซ้ายต่อไป
“ล้า ลา ลา ล้า^O^”พวกที่ได้ไอติมปิดปากฮัมเพลงอย่างรื่นเริงระหว่างเดินไปบ้านของเอ็นในขณะที่เอ็นเดินนำหน้าส่วนวินก็ปิดท้ายเพื่อดูความปลอดภัยให้
“นี่ๆเมื่อวันเสาร์อาทิตย์ก็นู้นน่ะนะชั้นน่ะไปเจอ ”เม้าท์กันได้ไม่เลิกจริงๆยัยพวกนี้ ทั้งวินและเอ็นคิดขึ้นพร้อมกัน แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะถึงจะคิดก็ไปพูดขัดความสุขเค้าไม่ได้อยู่ดีก็ยัยพวกนี้น่ะคุยกันได้ตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบขนาดแค่พูดถึงว่าวันนี้เป็นหวัดยังนั่งคุยเรื่องนี้กันได้เป็นวัน ยัยพวกนี้ช่างเกิดมาเพื่อคุยกันจริงๆสมแล้วที่ในชม.เรียนจะโดนครูว่าๆพูดมากบ่อยๆ
---__----********
“นี่ๆเอ็นเป็นอะไรไปน่ะโกรธใครรึเปล่าเดินก้มหน้าก้มตาไม่คุยกันใครตั้งแต่เมื่อกี้แล้วอะ”หมิงเอียงคอไปมองเอ็นที่ยืนก้มหน้าไม่พูดอะไรกับใครตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
“ปะเปล่า”เอ็นปฏิเสธเสียงเบาก่อนจะไขกุญแจเข้าบ้านไปตามด้วยเพื่อนๆและวินประกบท้ายก่อนจะปิดประตูบ้านแล้วล็อกมันเหมือนเดิม
“เอ็นแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า”เมื่อทนไม่ไหวเพราะว่าเอ็นไม่พูดอะไรเลยวินจึงเป็นคนเอ่ยปากถามเองเพื่อนๆทุกคนพยักหน้า
“ใช่ๆมีอะไรบอกพวกเราได้นะพวกเราเป็นเพื่อนกันแถมเอ็นน่ารักอย่างนี้ โบว์เต็มที่ค้า^O^”น่าหมั่นไส้ นี่คือสิ่งเดียวที่หญิงสาวคิดพอได้ฟังโว์เพื่อนคนนึงของกลุ่มหมิงพูดขึ้น
“ถ้านายไม่สบาย”วินยื่นมือไปใช้หลังมือแตะที่หน้าผากของเอ็นแต่เค้าบัดมันออก
“ผมไม่เป็นไร ผมดูแลตัวเองได้ วินกลับไปเถอะตอนนี้ผมอยากนอนแล้ว”ในที่สุดเค้าก็ยอมเอ่ยปากออกาวินขมวดคิ้วงงๆแต่ก็ยอมไล่เพื่อนๆและตัวเองไปและบอกว่าจะไปส่งให้พวกหมิงรออยู่ข้างหน้าบ้านก่อนตัวเองจะมาลาเอ็นแทนทุกคนให้
“ถ้าไม่สบายก็พักผ่อนซะนะอย่าฝืนร่างกายตัวเองให้มากนักช่วงนี้ก็มีสอบในห้องของหลายวิชาถ้านายขาดสอบไปจะไม่ดีกับตัวเอง”น้ำเสียงที่วินใช้เป็นน้ำเสียงแห่งความเป็นห่วงเป็นใยแต่สิ่งที่เอ็นได้ยินกลับเป็นน้ำเยงเยาะหยั่นว่าเค้าน่ะอ่อนแอนิดๆหน่อยๆก็ไม่สบายต้องให้เธอคอยมาดูแลทั้งๆที่ไม่ได้อยากจะมา
“ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงหรอกน่าอยากจะไปไหนก็ไปซะเถอะ!ผมดูแลตัวเองได้
วินกลับไปเถอะ ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงไม่ต้องมาทำหวังดีถ้ามันลำบากที่ต้องคอยเดินตามดูแลผมล่ะก็ไม่ต้องมาสัญญิงสัญญาอะไรกับแม่ไว้ก็ได้ ที่ผ่านๆมาผมก็มีชีวิตอยู่มาได้โดยไม่ต้องพึ่งวิน ทำไมตอนนี้ผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดคนดูแลไปซักคน ไปซะเถอะผมอยากอยู่คนเดียว”เอ็นตวาดทำให้วินสะดุ้งก่อนจะกลับมาทำสีหน้าเย็นชาเหมือนเดิม
“ผั๊วะ!”เมื่อพูดจบวินได้เปิดโอกาสให้เอ็นได้หายใจพักจากที่ใส่อารมณ์กับคำพูดไปมาก แล้วก็ต่อยเค้าเต็มแรงจนมีเลือดไหลออกมา
“นายคิดว่าที่ชั้นสัญญากับแม่นายเพราะอะไร เพราะว่าแม่นายส่งซิกมาบังคับให้ชั้นดูแลนายงั้นเหรอ เปล่าเลยชั้นไรวินทร์ จะทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้น”วินทิ้งท้ายไว้เท่านั้นแล้วก็เดินออกไป
“อ่าววินออกมาแล้วเหรอไปส่งเอ็นเข้านอนเหรอ เป็นไงเค้าเป็นไงมั่ง ไม่สบายอย่างที่เธอว่ารึเปล่า”หมิงถามถึงเอ็นอย่างเป็นห่วง ในขณะที่เอ็นฟังได้เท่านั้นก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องของตัวเองเสียก่อน
“ไม่เป็นอะไรมากหรอกก็แค่ง่วงแล้วก็อารมณ์เสียเหมือนเด็กเท่านั้นแหละ”วินพูดอย่างไม่หยี่ระแต่หากในใจเธอกำลังเป็นห่วงเอ็นอยู่อย่างมากเพราะคิดเสมอว่าเค้าเป็นเหมือนน้องชายที่จำเป็นจะต้องดูแลในฐานะพี่สาว ใช่ วินคิดปลอบตัวเองกับอาการหวงเอ็นมากไปแบบนี้เสมอ
“เฮ้อ”ระหว่างทางพวกเพื่อนๆของหมิงและตัวเธอเองมักจะได้ยินเสียงนี้เสมอออกมาจากปากของวิน ทั้งๆที่บอกว่าไม่ห่วงแท้ๆ ประหลาดจริงๆคนเรา พวกเธอคิดแต่ก็พูดออกไปไม่ได้เพราะยังหลงเหลือความกลัวในตัววินอยู่ไม่น้อย
“วินถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันอาทิตย์นี้ที่หยุดยาวไปอาทิตย์นึงเพราะเป็นอาทิตย์ที่ตรงกับวันสร้างร.ร.พอดีอะ เราไปเที่ยวทะเลกันมะ”เพื่อนคนนึงของหมิงพูดขึ้น มันเป็นความคิดที่ดีอยู่หรอก แต่พอคิดว่าเธออาจจะต้องนอนรวมกับสาวๆพวกนี้แล้วเธอยอมไปแสดงเป็นชะนีในสวนสัตว์ยังจะดูดีซะกว่า
“ใช่ๆๆ ชั้นอยากไปอีกจังห้องที่นั่นน่ะกว้างมากเลยเนอะตอนแรกคิดว่าจะได้นอนกับเพื่อนแต่พอรู้ว่าเป็นห้องเดี่ยวก็เสียดายเหมือนกันเนอะ”หมิงพูดแล้วอ้าแขนออกมาเหมือนว่าเธอมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นั่นในช่วงเวลาสั้นๆนั้น เธอเสียดายแต่ชั้นโล่งอกยะ วินพูดในใจก่อนจะโบกมือลาเพื่อนในกลุ่มของหมิงน้อยๆเมื่อถึงปลายทางที่หนึ่ง ในกลุ่มของหมิงมีกันอยู่4-5คนก็เป็นได้ต่อไปก็เป็นบ้านของหมิงบ้านยัยพวกนี้ที่อยู่ใกล้ๆกันเพราะเธอจะได้ไม่เสียเวลา
“ความจริงเรียกรถที่บ้านมารักไปส่งพวกเธอก็ได้นี่นา”วินพูดอย่างนึกขึ้นไดก่อนจะตบหัวตัวเองเหมือนว่าย้ำคำว่าโง่ให้ดิ่งลึกและซึมซับลงในความรู้สึกนึกคิดของเธอ
“ไม่เอาหรอก(>_< )( >_<)(>_< )( >_<)เพราะว่าอยากรู้จักวินมากขึ้นถึงได้ให้เดินมาส่งยังไงล่ะ”เพื่อนคนนึงพูดให้ทำให้วินยิ้มน้อยๆกับความจริงใจในการคบเพื่อนและทำความรู้จักกับเพื่อนของพวกเธอ มันไม่เสแสร้งเหมือนพวกอันธพาลที่ชอบที่จะพึ่งบารมีของเธอทำ
“พวกเธอมีความสุขแต่ว่าชั้นเมื่อยนี่หว่า”ถึงอย่างนั้นวินก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบ
“เอาเถอะน่าเธอจะได้รู้ว่าพวกเราจริงใจที่จะคบเธอเป็นเพื่อนน้า เพราะว่าจากนี้เธอจะต้องคอยมาปกป้องพวกเรา เพราะเธอเป็นคนดึงพวกเราไปอยู่ในสถานการณ์บ้าๆนั่น”หมิงพูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะโดนพวกอันธพาลที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่นั้นรุมอย่างขนลุกขนพอง
“แต่พอนึกถึงเอ็นที่โดนแกล้งอยู่บ่อยๆเรื่องที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องเล็กเลยเนาะ”หมิงพูดอย่างขอคาวมเห็น
“นั่นสิแต่ถึงจะเจ็บแค่ไหนก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาแต่ว่าก็เป็นลมสลบไปเลยอะเนอะ^O^”วินรู้สึกเคืองๆที่ยัยพวกนี้ยิ้มและมีความสุขี่จะคุยเรื่องนี้บนความทุกข์ของคนอื่นคุยไปคุยมาก็เหลือเธฮกับหมิงแค่สองคนซะแล้ว
“งั้นชั้นขอตัวนะ วันนี้สนุกมาจริงๆถึงจะได้ไปบ้านวินแค่แป๊บเดียวก็เหอะ”หมิงโบกมือลาวินโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกบางอย่างได้เกิดขึ้นภายในใจ ความรู้สึกที่อยากจะให้วินปกป้องเธอตลอดไปนั้นเริ่มเพิ่มพูนขึ้นเมื่อเห็นวินหันหลังแล้วเดินออกไปพร้อมโบกมือลาเธอ
“คนอะไรเท่ชะมัดเลย”หมิงกระซิบกับตัวเองแล้วก็ต้องหน้าแดงขึ้นมา
“อึ๊ยพูดอะไรกันนี่ชั้น บอกกับตัวเองแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่เป็นเลสเบี้ยนเด็ดขาดในชีวิตนี้”เธอสะบัดหน้าไปมาเพื่อจะสลัดเอาความรู้สึกประหลาดๆนั้นออกจากหัวแต่ใครจะไปรู้ว่ามันไม่ได้ผลแม้แต่นิดเดียว
“อรุณสวัสดิ์!!!”เสียงสูงและแหลมปรี๊ดของพวกเพื่อนใหม่ของวินทำให้เธอมีความรู้สึกอยากจะหูหนวกชั่วขณะที่ยัยพวกนี้พูดซะจริงๆ
“อือ”เธอตอบไปแค่นั้นก่อนจะฟุบหัวลงกับโต๊ะเพื่อนอนต่อ ก็จะไม่ให้เพลียได้ยังไงล่ะ ก็ในเมื่อเมื่อคืนนี้เธอเอาแต่คิดเรื่องของเอ็นทั้งคืน เค้าโกรธเธอเพราะเรื่องที่เธอบอกว่าเธอแค่สัญญากับแม่ของเค้าว่าจะดูแลเค้างั้นเหรอ
“หึ”ถึงมันจะเป็นเสียงเย็นๆที่ดูน่ากลัวสำหรับคนอื่นที่ได้ฟัง แต่สำหรับวิน เสียงหัวเราะเมื่อกี้ที่เธอปล่อยออกมาเป็นความยินดีที่ได้รู้ว่าเอ็นก็ใส่ใจเธอไม่น้อยเช่นกัน เธอแย้มยิ้มที่หาดูได้ยากและแสนสดใสออกมาให้คนที่มองเธออยู่ได้เห็นก่อนจะเดินเข้าไปที่กลุ่มของหมิงเพื่อจะพูดเรื่องไปเที่ยวทะเลกันในอาทิตย์หน้าด้วยสีหน้าอมยิ้มที่แลดูน่ารักทำหรับผู้ชายที่พบเห็น แต่พวกนั้นก็ต้องทำเหมือนกันคือสะบัดหน้าแล้วเตือนตัวเองว่าหญิงสาวคนนั้นคือไรวินรท์ที่แสนจะน่ากลัวนะ!
“อ่าวเอ็นมาแล้วเหรอ”วินรู้สึกไม่พอใจที่โอปอเป็นคนแรกที่เห็นเอ็นแทนที่จะเป็นเธอ แต่เธอก็รีบสะบัดความคิดนั้นออกพร้อมหันไปที่เอ็นที่มองเธออยู่ก่อนแล้วแล้วพยักหน้าให้
“หวัดดี”เธอทักเค้าก่อน ในขณะที่เอ็นได้แต่ลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก
“เอ่อ เอ่อ เอ่อ .หวัดดีครับ”เอ็นก้มหัวอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะหันไปทางอื่นเพื่อกล่าวทักทายเพื่อนคนอื่นๆ
“เอ่อ วินผมอยากคุยกับคุณน่ะ”เท่านั้นแหละพวกเพื่อนๆทั้งหลายที่ได้ยินก็รีบวิ่งไปลากเพื่อนคนอื่นในห้องออกไปพร้อมปิดประตูห้องให้ด้วยแน่ะ พวกเธอคิดว่าชั้นจะทนไม่ไหวปล้ำเอ็นขึ้นมารึไงกันยะเนี่ย วินคิดอย่างเคืองๆก่อนจะหันไปหาเอ็นแล้วส่งสายตาไปถามว่ามีอะไร
“เรื่องเมื่อวานนี้ .เอ่อผม”เอ็นตะกุกตะกัก
“ไม่เป็นไรชั้นเข้าใจอารมณ์ของนายดี คนเรามันเข้าใจผิดกันได้ชั้นไม่ได้หวังให้นายเป็นเด็กชายไอคิว200ฉลาดดูออกไปซะทุกเรื่องหรอกนะ เพราะตัวชั้นเองก็จำเป็นที่จะต้องมีบางอย่างที่บอกนายไม่ได้ ถ้าดูออกทางสายตากันซะก่อนชั้นคงแย่”วินพูดอย่างไม่หยี่ระเท่าไหร่หากแต่เอ็นนั้นเค้ารู้สึกเสียใจที่จนถึงป่านนี้แล้ววินยังมีเรื่องปิดยังเค้าอีก(มันไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องที่วินกำลังปิดบังอยู่นั้นมันปัญญาอ่อนขนาดไหน-นางมารฯ)
“อือจริงด้วยพวกหมิงเค้าจะชวนไปเที่ยวทะเลนายจะไปมั้ย”พอพูดถึงทะเลก็ต้องนึกถึงบิกีนี่ แล้วก็ชุดว่ายน้ำรัดรูปเป็นสัดส่วน-///-(ไอ้หื่น)เอ็นก็หน้าแดงเถือกแต่ว่าวินดูมันออก
“ชั้นไม่เคยคิดจะซื้อเสียยางยืดตัวจิ๊วราคาแพงพวกนั้นหรอกนะ”วินเปรยออกมา
“แล้วนายน่ะแน่ใจแล้วเหรอว่าจะโชว์หน้าอกของตัวเองได้ไม่อายน่ะ”วินพูดคราวนี้กลับเป็นเธอเสียเองที่หน้าแดงขึ้นมา
“คะ ครับ ผมมั่นใจ”เอ็นเผลอพูดอย่างนั้นออกมาจึงก้มลงดูหน้าอกของตัวเองว่ามันมีกล้ามพอรึเปล่าท่าทางน่ารักของเค้าทำให้วินหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็ต้องย้ำกับตัวเอง ไม่น่ารักโอยพระเจ้าไม่น่ารักเลยซักนิดเดียวอดใจไว้วินอย่าปล้ำนายนั่นให้เกิดเรื่องขึ้นมานะ>///<และนี่คือความคิดของสาวที่ใครๆก็เห็นว่าเป็นจอมโหดแต่เมื่อมาอยู่กับหนุ่มน้ยอคนนี้เธอก็เหมือนเป็นผู้หญิงขี้อายคนเดียวเท่านั้น
“นี่ เข้าเรียนได้แล้วไม่ได้ยินรึไงว่าเสียงกริ่งดังแล้วน่ะ”ความจริงเธอก็ยังไม่ได้ยินหรอกอาศัยว่าดูพวกเด็กเรียนในห้องที่เข้ามาเตรียมตัวก่อนเวลาเสมอจึงได้ตะโกนเรียกให้คนอื่นๆในห้องเข้ามา คนที่ไม่รู้เรื่องมองดูเอ็นด้วยสายตาเวทนาเหมือนกับเข้าใจผิดว่าเธอเรียกเอ็นมาด่า ส่วนพวกที่รู้เรื่องก็เอาแต่ปิดปากเงียบแล้วอมยิ้มปล่อยให้วินเป็นคนโหดร้ายในสายตาของคนอื่นๆต่อไป
“เอาล่ะนักเรียนเลิกเรียนได้”ครูผู้สอนวิชาฟิสิกพูดขึ้นเค้าเป็นชายตัวผอมสูงมากทีเดียวแต่ความผอมแบบผิดปกติของเค้านั้นทำให้นักเรียนบางคนแอบเรียกเค้าลับหลังว่าไม้เสียบผีหรือว่ากุ้งแห้งเพราะในตัวของชายคนนีหาความมีน้ำมีนวลไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ใครจะสนเพราะว่านายนี่ไม่เคยได้เป็นจุดสนใจเวลาสอนอยู่แล้ว ก็เล่นไม่ถามเลยว่าใครเข้าใจรึเปล่า หัวไปคุยกับกระดานดำอย่างรักใคร่กันสองคน นานๆครั้งจึงจะหันมาถามว่าไม่เข้าใจตรงไหนรึเปล่า แล้วก็รีบหันกลับไปพลอดรักกับกระดานดำต่อไปอย่างไม่หยี่ระกับเด็กเรียนที่ยกมือขึ้นเพื่อจะถาม(แล้วมันจะถามทำไมเนี่ย-นางมารฯ) วันนี้เป็นวันศุกร์ที่วันจัทรน์ที่จะถึงจะเป็นวันก่อตั้งร.ร.ที่บรรดานักเยนแต่ล่ะคนรอคอย เพราะจะได้หยุดยาวหนึ่งอาทิตย์ ทุกคนนัดกันจะไปเที่วไปเดทตลอดอาทิตย์ตามสถานของตนว่ามีแฟนหรือยัง เช่นเดียวกับวินและเอ็นที่หัวใจคอยแต่จะเต้นตุ้มๆต่อมๆเมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปเที่ยวทะเลและนอนอยู่ในชายคาเดียวกัน แค่นั้นหน้าก็แดงซ่านจนไม่ค่อยอยากมองหน้าใครให้ขายขี้หน้าตัวเอง
“กรี๊ดดดดดด หยุดยาวของชั้นกับเอ็นน้อยน่ารักมาถึงแล้ว>O<”หมิงกรี๊ดกร๊าดแล้วกระโดดกอดเอ็นอย่างไม่สนใจสายตาของวินที่จ้องมาเขม็ง
“เจอกันพรุ่งนี้นะจ๊ะที่รักทุกท่าน”หมิงพูดแล้วเอียงหัวให้เอ็นแล้วยิ้มน่ารักทำให้เอ็นก้มหน้าลงต่ำซ่อนหน้าแดงๆเอาไว้ แหวะคิดว่าน่ารักแย่เลยนะยะ ชั้นทำน่ารักกว่าตั้งเยอะ วินเกือบจะห้ามตัวเองไม่ให้ทำตามหมิงไม่ได้เกือบไปแล้วเธอคิดก่อนจะส่ายหัวแรงๆแล้วออกเดินไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงอย่างตื่นเต้นกับตัวเองพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ของการเริ่มต้นการไปพักแรมเธอไม่ต้งขออนุญาตใครก็ไปได้เพราะว่าเธอไม่มีพ่อแม่ให้ขออยู่แล้ว คิดถึงตรงนี้แล้วก็เศร้า แต่ช่างมันเถอะชีวิตของเธอกำลังจะดีขึ้นถ้าได้ไปพักแรมกับคนที่อยากดูแลซักหน่อย
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู”พอเข้ามาเหยียบบ้านที่เงียบเหงาปราศจากเสียงหัวเราะและเสียงร้องเพลงของพ่อแม่ลูกทั้งสามอย่างเคยวินก็เริ่มรู้สึกหดหู่ พลางโทษตัวเอง ถ้าตอนนั้นเธอไม่คิดบ้าๆจะฆ่าไอ้ผู้ชายคนนั้นเธออาจจะอยู่ดูแลพ่อแม่เห็นหน้าท่านในวาระสุดท้าย ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่นั้นแต่เธอก็ยังอยากบอกพวกท่านว่าเธอรักท่านเสมอไม่ว่าตอนไหนๆ และสิ่งที่ทำให้เธอยังเป็นผู้เป็นคนอยู่ทุกวันนี้คือท่านทั้งสองนั่นเอง
“จ๊ะ^-^”วินยิ้มอ่อนๆให้คนรับใช้สาวที่บ้าน เพราะบ้านของเธอหลังใหญ่โตทำให้มีสาวใช้มาอยู่ที่นี่จำนวนนึงเพื่อดูแลประจำห้องต่างๆ แต่ไม่เคยมีใครได้รับรอยยิ้มจากเธอ รอยยิ้มครั้งนี้ทำให้สาวใช้หน้าแดง
“จะ...จะทานข้าวเลยหรือว่าจะอาบน้ำก่อนคะ”เธอก้มหน้างุดๆเพื่อสื่อสารกับคนที่เธอคิดว่าเท่มากกกกกกสำหรับผู้หญิง
“กินข้าวเลยดีกว่า เอ้า แล้วนั่นเป็นอะไรไปล่ะก้มหน้าทำไม ไปโดนใครทำอะไรมารึเปล่า ไม่สบายตรงไหนมั้ย”เป็นนิสัยเดิมของวินตั้งแต่เด็กๆแล้วเพราะว่าถ้าเธออารมณ์ดีจะพลอยให้มองคนอื่นและเป็นห่วงไปด้วยเหมือนญาติแต่ที่เพราะเธอทำแบบนี้นั่นแหละทำให้สาวใช้คนนี้ยิ่งหน้าแดงและก้มหน้าเข้าไปใหญ่
“มะ...ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ”เธอตอบแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องอาหารที่มีโต๊ะตัวยาวเพราะเมื่อก่อนจะมีพวกเพื่อนๆของคุณพ่อคุณแม่ของวินมาที่นี่บ่อยๆและจะมาชมเธอว่าน่ารักเป็นประจำ รวมทั้งพ่อแม่ของเพื่อนวินคนนั้นด้วย...
“มานั่งด้วยกันสิ”อาหารเต็มโต๊ะแต่ว่ามีเธอแค่คนเดียว นั่นทำให้เธอเกิดคิดถึงเพื่อนกลุ่มใหม่ขึ้นมา และหน้าหวานๆของใครบางคนก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าทำให้เธอต้องปัดออกเหมือนปัดแมลงวัน(เทียบซะ-เอ็น)
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”พวกคนใช้ต่างปฏิเสธเพราะพวกเธอถูกสอนมาให้สำรวมและไม่ทำตัวสนิทชิดเชื้อกับผู้เป็นนาย เก้าอี้พวกนี้ถ้าสาวใช้คนไหนก็ต้องบอกว่าตั้งแต่เกิดมามาทำงานที่นี่เป็น10ปียังไม่เคยนั่งด้วยซ้ำ ประสาอะไรกับพวกเธอที่เพิ่งเข้ามาใหม่
“อาหารพวกนี้ชั้นกินหมดคนเดียวก็แย่ล่ะ คนนะไม่ใช่ชูชก มานั่งซะดีๆ เร็วๆชั้นไม่อยากขึ้นชื่อว่าใช้คนเหมือนกันเยี่ยงทาสหรอกนะถ้าพวกเธอเป็นทาสก็ว่าไปอย่างเอาน่าหมดยุคมานานแล้วนะชั้นไม่ใช่คนใจร้ายนะมานั่งเดี๋ยวนะ”พอประโยคหลังที่พูดแกมบังคับทำให้พวกเธอยอมเข้ามานั่งวินชวนคุยไปเรื่อยในตอนแรกๆพวกเธอถามคำตอบคำแต่พอนานๆเข้าพวกเธอได้รู้ว่าวินไม่ใช่คนเลวร้ายและน่ากลัวอย่างที่เคยคิดเธอเป็นเพียงเด็กมัธยมธรรมดาที่ต้องการคนที่เข้าใจและพร้อมรับฟังเธอเท่านั้น ซึ่งถ้าวินต้องการเธอก็ยินดีที่จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้
หลังจากกินข้าวและทำความรู้จักกันอีกครั้งเสร็จแล้ววินขึ้นห้องมาอาบน้ำและล้มตัวลงนอนไม่ลืมที่จะจัดกระเป๋าของตัวเองเธอไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำไปเอาไปแต่กางเกงแล้วก็เสื้อสีออกมืดๆตัวไม่ใหญ่นักไว้เล่นน้ำทะเล เฮ้อ ทำไมทีอยากให้ถึงเร็วๆเวลากลับเดินช้าอย่างนี้วะวินคิดก่อนผล็อยหลับไป แต่ในใจยังเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องของวันพรุ่งนี้ที่เพื่อนๆจะพาเธอทำ
</td></tr> <tr unselectable="on" hb_tag="1"> <td style="FONT-SIZE: 1pt" height="1" unselectable="on"> </td></tr></tbody></table>
ความคิดเห็น