Wieder • Junhwan

ตอนที่ 4 : Wieder | 03 | Every first time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    26 พ.ค. 61








Title : Wieder | 03 | Every first time

Pairing : JunHwan

Rated : PG

Genre : Romantic, Dramatic

 

 

 

 

 

 

               

                กลิ่นของบ้านยังคงเหมือนเดิมเมื่อจินฮวานกลับมา

 

                พ่อกับแม่ยังคงทำให้มันมีกลิ่นเหมือนเดิมอยู่ตลอดอย่างที่จินฮวานได้กลิ่นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กกลิ่นพายเชอรี่ของแม่ กลิ่นหนังสือของพ่อและกลิ่นดอกเดซี่ที่แม่ไม่เคยว่างเว้นจากการจะนำมันมาปักที่แจกัน

 

                บ้านของพวกเราไม่ได้หลังใหญ่ แต่มันก็อบอุ่นและมีพื้นที่มากพอสำหรับสมาชิกเพียงแค่สามคน กับหมาหนึ่งตัว

 

                แม้จะเป็นครอบครัวที่ถือว่ามีฐานะ แต่ด้วยการใช้ชีวิตของพ่อกับแม่ที่ไม่ได้ติดฟุ้งเฟ้อ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องมีคนรับใช้กับคฤหาสน์หลังใหญ่โต

 

                แม่บอกว่าแค่เรามีพื้นที่สำหรับ Volks wagen Classic ของพ่อ และสวนเดซี่ของแม่ก็มากพอแล้ว

 

                จินฮวานสูดกลิ่นของบ้านเข้าไปเต็มปอดด้วยความคิดถึงแม้จะกลับมาทุกปี แต่ช่วงเวลาสั้นๆที่ได้อยู่บ้านนั้นมันไม่มีทางทดแทนความคิดถึงทั้งหมดได้เพียงพอ

 

                เขากลับมาได้สองอาทิตย์แล้วหลังเรียนจบ เตียงถูกเปลี่ยนเป็นแบบใหม่เอี่ยมที่พ่อกับแม่เพิ่งซื้อมาไว้ก่อนเขาจะกลับมาหนึ่งอาทิตย์ แม้กลิ่นจะไม่ค่อยคุ้นชิน แต่บรรยากาศของห้องที่ไม่เคยเปลี่ยนไปก็ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกประหลาดมากนัก

 

                ทุกสิ่งทุกอย่างยังถูกจัดวางไว้ที่เดิมอย่างที่มันเคยอยู่

 

                จินฮวานชอบเก็บหลายๆอย่างให้เป็นความทรงจำ เขาจะให้ความสำคัญกับมันหน่อยหากความทรงจำเหล่านั้นเป็นครั้งแรก

 

                เขามีอัลบั้มที่ชื่อว่า ‘Every First Time’ ซึ่งรวมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับตัวเองที่ทำเอาไว้ตั้งแต่เด็ก มันดูคล้ายกับไดอารี่เล่มยักษ์ มีลายมือห่วยแตก เขียนไม่เท่ากันตั้งแต่สมัย 10 ขวบ ไปจนถึงลายมือตัวจิ๋วยุกยิกสมัย ม.ปลาย

 

                คิมจินฮวานไม่ได้ขยันขนาดที่จะเขียนเล่าเหตุการณ์ในทุกๆวันได้เป็นหน้าก็แค่บันทึกเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับตัวเองเท่านั้น

 

                เป็นงานอดิเรกตั้งแต่สมัยเด็กที่จินฮวานยังทำมันจนถึงทุกวันนี้

 

                แต่ไดอารี่เล่มยักษ์หน้าตาน่าเกลียดนี่คงไม่เหมาะกับเด็กมหาลัย หากเขาหยิบมันขึ้นมาเขียนในตอนหัวค่ำหลังมื้อเย็น รูมเมทของเขาอาจจะรู้สึกว่ามันประหลาด เพราะงั้นช่วงที่ไปอยู่บอสตันเขาจึงซื้อสมุดโน๊ตเล็กๆเอาไว้จดบันทึกหรือถ่ายทอดเหตุการณ์ออกมาเป็นรูปถ่ายโพลารอยด์ไม่ก็รูปวาดห่วยๆแทน

 

                จินฮวานไม่ใช่นักเขียนที่ดีนักหรอก เขาไม่ชอบใช้คำพูดเพ้อเจ้ออะไรมากมาย และบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดไม่เก่งนัก เจ้าอัลบั้ม Every First time ถึงไม่มีข้อความอะไรมากมายไปกว่าหัวข้อตัวใหญ่ๆ รูปถ่ายโพลารอยด์ใบเล็กๆ และภาพวาดตัวการ์ตูนบิดๆเบี้ยวๆที่ใครเห็นก็หัวเราะทุกที

 

                ก็ดีที่อย่างน้อยแม้มันจะห่วยมันก็ยังสร้างเสียงหัวเราะใช่มั้ยล่ะ จินฮวานคิดว่าทุกอย่างมีสิ่งดีๆในตัวมันเสมอ แม้จะเป็นภาพวาดเละๆมันก็ยังทำให้คนหัวเราะได้อยู่ดี

 

                สภาพของเจ้าEvery First time ที่ถูกทิ้งเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าของจินฮวานตลอดสี่ปีดูจะเหลืองซีดไปตามกาลเวลา ถึงยังไงมันก็แน่นอนอยู่แล้วในเมื่อมันอยู่กับจินฮวานมาตั้ง 12 ปี

 

                มันค่อนข้างเป็นของรักของหวงและมีความหมายมากสำหรับเขาเลยล่ะมันไม่ใช่ไดอารี่ที่อุดมไปด้วยเรื่องราวที่บอกเล่าแก่ใครไม่ได้ แต่มันคือความทรงจำหลายๆอย่างที่มีค่ากับช่วงเวลาในชีวิตของเขาถูกเก็บเอาไว้ในนี้ มันเหมือนสมุดบันทึกการเติบโตและการก้าวเข้าสู่ในแต่ละช่วงวัยของคิมจินฮวาน และมันก็คือเพื่อนรักรองลงมาจากคิมฮันบิน

 

                เขานอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง มือเล็กค่อยๆพลิกหน้ากระดาษอย่างทะนุถนอม เสียงกรอบแกรบ และกลิ่นที่คุ้นเคยของเนื้อกระดาษช่วยให้สมองโล่งอย่างน่าประหลาดใครซักคนเคยพูดเอาไว้ว่าความคุ้นเคยจะช่วยเยียวยาเราแน่นอนว่าสำหรับจินฮวานแล้วเขาเชื่อสนิทใจ

 

                 มือเล็กของเขาเปิดไปเรื่อยๆจนกระทั่งสุ่มไปเจอหน้าหนึ่งแถวๆกลางเล่ม

 

                จินฮวานเหมือนได้ยินฟันเฟืองในหัวของเขากำลังทำงานมันหมุนดัง ครึ่กหนึ่งครั้ง จากนั้นก็พาเขากลับไปยังช่วงเวลา ณ ตอนนั้น

 

                เขาเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อนานมาแล้วมันบอกเอาไว้ว่ารักครั้งแรกจะเปลี่ยนเราไปตลอดกาล และไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหน ความรู้สึกนั้นจะไม่หายไป

 

                จินฮวานไม่แน่ใจนักว่ามันได้เปลี่ยนเขาหรือไม่ส่วนหนึ่งที่รู้สึกเชื่อว่ามันอาจเป็นความจริงก็เพราะเขาไม่เคยลืมความรู้สึกนั้น แม้ว่าตอนนี้มันจะลดลงจนเกือบจะเหลือศูนย์ก็ตาม

 

                มันเหมือนกับต้นไม้ในกระถางที่ไม่ได้รับรดน้ำต่อไปอีกแล้ว สุดท้ายความชุ่มชื้นที่หลงเหลืออยู่ในดินก็จะซึมออกทางช่องโหว่ที่ก้นกระถางจนหมด แล้วหลังจากนั้นไม่นานต้นไม้ต้นนั้นก็จะตายลงอยู่ดี

 

                แต่ต่อให้ตายลงแล้วมันก็ไม่ได้สลายไปไหน

 

                เพราะแบบนั้นจินฮวานถึงยังจดจำได้ดีจำได้ทุกๆความรู้สึกตอนนั้น

 

                ขึ้นชิงช้าสวรรค์ครั้งแรกกับพี่จุนฮเว

 

                ลายมือที่ใช้เขียนหัวข้อไม่ได้ดูเทอะทะเหมือนตอน10ขวบ เมื่อตอนนั้นจินฮวานอายุ17เข้าไปแล้ว เด็กเกินกว่าจะเข้าใจหลายอย่าง หากก็โตเกินพอจะสัมผัสได้ว่าความรักนั้นเป็นอย่างไร

 

                รูปที่เราถ่ายคู่กันมีหลายรูป แต่จินฮวานดันเลือกรูปที่กดถ่ายด้วยความเผลอมาแปะเอาไว้ในอัลบั้ม

 

                มันเป็นรูปเท้าของเราสองคน ตอนที่เราย้ายมานั่งอยู่ฝั่งเดียวกันของกระเช้า

 

                มุมกล้องออกมาดูห่วยพอสมควรเมื่อมันมาจากฝีมือการถ่ายของเขา แต่เขาเลือกมันเพราะมันทำให้นึกถึงวินาทีที่เขาได้สัมผัสกับความรักเป็นครั้งแรก

 

                ในตอนที่พี่จุนฮเวย้ายมานั่งที่ฝั่งเดียวกันตอนที่เรามองออกไปที่ทิวทัศน์ท้องฟ้ายามเย็นข้างนอกนั่นเขารู้ว่ามันเกิดขึ้นในตอนนั้นตอนที่ได้มองเสี้ยวหน้าคมของคนข้างๆมองดวงตาที่ใครๆก็บอกว่าดูดุในตอนนั้นกำลังสะท้อนเงาสีส้มของท้องฟ้า

 

                ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในตัวของเขา จินฮวานได้ยินเสียงตึกตักคล้ายๆกลับเสียงรองส้นสูงของแม่ยามที่มันกระทบกับพื้นไม้ในบ้านหากตอนนั้นมันดังก้องอยู่ภายในตัวของเขาเสียเองนอกจากนั้นเขายังรู้สึกเหมือนมีแมลงกำลังไต่ไปทั่วผิวอีกด้วยเป็นความรู้สึกยุบยิบบนผิว และเริ่มที่จะหายใจได้ไม่ทั่วท้องเท่าไหร่

 

                ไม่ใช่ความรู้สึกที่น่าหวาดหวั่นหากมันก็ประหลาด

 

                แต่ไม่มันไม่ใช่ความประหลาดที่แย่เท่าไหร่นัก

 

                ความรักครั้งแรกของเขาเป็นความรู้สึกแบบนั้น

 

               หากมันก็เป็นเพียงความรู้สึกที่ถูกดึงออกมาจากความทรงจำเท่านั้นเอง...



               ก๊อกๆ

 

                ฟันเฟืองในหัวของจินฮวานหมุนวนความรู้สึกให้กลับมายังปัจจุบันอีกครั้งเมื่อเสียงประตูห้องดังขึ้น มือเล็กปิดเจ้าอัลบั้มลงก่อนจะนำมันไปวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ รอยยิ้มบางบางเบาจุดขึ้นบนริมฝีปากในตอนที่เขาลูบมือลงกับหน้าปกที่คลุมด้วยผ้าสักหลาด

 

                “ไว้จะมาทักทายแกใหม่นะ”

 

                ว่าเสียงเบาก่อนจะเดินไปเปิดประตูเพื่อพบว่าเป็นแม่ของเขาเองที่ขึ้นมาบอกว่าฮันบินมาถึงแล้ว และกำลังรอเขาอยู่ข้างล่าง

 

                เดาว่าข้างล่างของแม่คงจะเป็นบนรถที่อยู่หน้าบ้านเสียมากกว่า จินฮวานเพียงแค่รับคำสั้นๆ หันไปคว้ากระเป๋าตังค์ก่อนจะเดินตามแม่ลงไป

 

                วันนี้เขามีนัดกับฮันบินและเพื่อนๆสมัยมัธยม ทุกคนบอกว่ามันคือปาร์ตี้ต้อนรับเขากลับมา แต่ฮันบินก็เบะปากแล้วพูดว่าพวกนั้นก็แค่หาเรื่องกินเหล้ากันเท่านั้นแหละ

 

                “ถ้าเมากันก็อย่าขับรถกลับกันเองนะลูก”

 

                “เค้าไม่เมาหรอกแม่ คนขี้เมาอ่ะคนนู้น”

 

                “ย่าห์!คิมจินฮวาน!

 

                คิมจินอาหัวเราะเมื่อคนที่ถูกลูกชายตัวดีของเธอกล่าวหาว่าขี้เมาโวยลั่นแม้จะอยู่ในรถ หญิงกลางคนลูบหัวลูกชายคนเดียวที่บัดนี้โตเป็นชายหนุ่มอายุ 22 หากก็ยังเป็นลูกชายตัวน้อยๆของเธออยู่ดี

 

                “รีบไปได้แล้วไป เจ้าลูกแมวตีหน้ายักษ์ขู่ฟ่อใหญ่แล้วนั่น”

 

                คิมจินฮวานหัวเราะคิก ก่อนจะกอดหอมมารดาอยู่อีกสองสามครั้งถึงได้รีบวิ่งไปหาฮันบินที่นั่งทำหน้ามู่อยู่บนรถเปิดประทุนคันสวย

 

                ถึงจะเคืองที่ถูกหาว่าเป็นขี้เมา แต่ก็เท่านั้น คิมจินฮวานน่ะชอบล้อฮันบินจนเหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

 

                รถสปอร์ตพุ่งทะยานออกจากรั้วบ้าน ใช้เวลาเพียงไม่นานเมื่อเราไม่ต้องเผชิญรถติดช่วงหัวค่ำ ฮันบินกับจินฮวานก็มาถึงร้านอาหารกึ่งผับของรุ่นพี่ซึงฮุนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน

 

                เพื่อนๆของเขาเปลี่ยนไปมากกว่าเมื่อสี่ปีก่อนเยอะ ฮันบินว่าทุกคนติดต่อกันตลอดแม้จะจบมัธยมไปแล้ว หลายคนเลือกที่จะสอบเข้ามหาลัยในเครือโรงเรียน ในห้องเหมือนจะมีแค่จินฮวานคนเดียวที่โดดออกไปเรียนไกลถึงอเมริกา

 

                ชีวิตมัธยมเป็นช่วงช่วงวัยที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็มีแต่เสียงหัวเราะ แม้ว่าบางครั้งช่วงเวลาเหล่านั้นจะเป็นช่วงเวลาย่ำแย่ แต่เราก็หัวเราะให้กับมันอยู่ดีเมื่อเราผ่านมันมาแล้วและมองกลับไปว่าตอนนั้นเราทำอะไรกันลงไป

 

                “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเซมีจะได้เป็นนักข่าวสายบันเทิงอย่างที่ฮันบินเคยแซวจริงๆ”

 

                “อย่างว่าแหละ สิ่งที่เราทำอยู่เป็นประจำทุกวันมันก็บ่งบอกความเป็นตัวเรา”

 

                “ย่าห์! แชยอง! แกว่าฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นประจำหรอ”

 

                “ยังไม่ได้พูดแบบนั้นซักนิด”

 

                “ยัยนี่…!

 

                คิมจินฮวานหัวเราะเสียงใสเมื่อเห็นเซมีกับแชยองเริ่มจะวางมวยกัน สองคนนี้ชอบจิกกัดกันยังไงก็ยังเป็นแบบนั้นไม่เปลี่ยนเลย

 

                และเพราะวันนี้เป็นปาร์ตี้ต้อนรับจินฮวานกลับมา หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่จึงเป็นการถามไถ่ถึงชีวิตในบอสตันของเขา

 

                แถมเขายังโดนคะยั้นคะยอให้ดื่มเยอะกว่าใครเพื่อนเสียด้วย หากจินฮวานน่ะคอแข็งกว่าที่เพื่อนๆคิดเยอะตั้งแต่ไปอยู่บอสตัน ชีวิตที่นั่นถ้าไม่ปรับตัวล่ะก็คงอยู่ไม่รอด

               

                เราพูดคุยและหัวเราะกันไปพักใหญ่เลยทีเดียว กระทั่งฮันบินส่งเสียงทักคนที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา

 

                “พี่ยุน! ทางนี้พี่!

 

                คิมจินฮวานหันไปทางเดียวกับที่เพื่อนเอ่ยทัก สิ่งแรกที่เห็นคือรอยยิ้มของรุ่นพี่ยุนฮยอง รุ่นพี่คนเดิมที่เขากับฮันบินค่อนข้างสนิทเป็นพิเศษ ฮันบินเล่าให้ฟังว่าตลอดสี่ปีนี้ตัวเองยังคงติดต่อกับรุ่นพี่คนนี้อยู่ตลอด

                ไม่รู้ว่าที่ฮันบินพยายามจะเล่าถึงรุ่นพี่ยุนฮยองมากเป็นพิเศษเพราะต้องการให้เขาถามถึงพี่จุนฮเวรึเปล่าแต่จินฮวานก็ไม่เคยถามออกไปแม้แต่ครั้งเดียว

 

                และแน่นอนคนที่เดินเข้ามาก็มีแค่พี่ยุนฮยอง

 

                ไร้เงาของเพื่อนสนิทอย่างพี่จุนฮเว

 

                “ไม่ได้เจอกันนานสูงขึ้นนิดเดียวเองนะ”

 

                “พี่อ่ะ”

 

                ยุนฮยองหัวเราะร่วนเมื่อจินฮวานทำปากยื่นใส่ มือเรียวขยี้ลงบนกลุ่มผมสีอ่อนของจินฮวานด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เหล่าบรรดาเพื่อนร่วมห้องของจินฮวานที่ส่งเสียงทักทายมาเกรียวกราว

 

                โต๊ะของเราดูจะครึกครื้นขึ้นไปอีกเมื่อพี่ยุนฮยองมาถึง จะตอนนี้หรือตอนไหนพี่ยุนฮยองก็ยังเป็นจุดศูนย์กลางของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ

 

                คิมจินฮวานมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม กระทั่งโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า มือบางกดตอบข้อความยุกยิกจนเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ อดจะเบ้ปากแซวไม่ได้ด้วยรู้ดีว่าเจ้าของข้อความคือใคร

 

                “คราวนี้ส่งมาบอกว่าอะไรอ่ะ เมาแล้วอย่าขับรถกลับเองนะครับกลับไม่ไหวโทรหาพี่นะครับ งี้มะ?”

 

                “ฮันบินอ่า ทำไมชอบแซะพี่อินกุกจังเลย”

 

                “ก็หมั่นไส้อ่ะ แล้วนี่ตกลงว่าคบหรือยังไม่คบ?”

 

                “ยังหรอกอยากคุยไปเรื่อยๆก่อน”

 

                คิมจินฮวานกดปิดหน้าจอหลังจากตอบข้อความของรุ่นพี่ที่ช่วงสองสามเดือนมานี้สนิทกันเป็นพิเศษ เรารู้จักกันตอนที่จินฮวานฝึกงาน ซออินกุกแก่กว่าเขาประมาณ5 ปี และเพราะเป็นคนเกาหลีเหมือนๆกัน ชอบอะไรคล้ายๆกัน เราถึงได้สนิทกันไว พี่อินกุกกลับมาเกาหลีก่อนเขาได้ประมาณสองสามอาทิตย์ จนตอนนี้จินฮวานกลับมาแล้วเราก็ยังไม่ได้เจอกันเลยนอกจากส่งข้อความหรือโทรคุยกันบ้าง

 

                “ดีแล้วล่ะ อย่าเพิ่งรีบคบมากไป ต้องดูให้ดีๆก่อน”

 

                “ค้าบแม่~”

 

                “เดี๋ยวเถอะ!

 

                จินฮวานยิ้มร่าก่อนจะกอดแขนผอมๆเอาไว้แล้วเอาหัวทุยๆไถลงไปบนไหล่ของเพื่อนสนิท แม้ว่าจะโดนฮันบินบ่นแล้วพยายามสลัดออกก็ยังคงหัวเราะคิกคัก

 

                พวกเขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ตอนสมัยเรียนมัธยมพวกรุ่นน้องผู้หญิงยังมาจับจิ้นฮันบินกับจินฮวานด้วยซ้ำ กระทั่งต้องหน้าชากันเป็นแถบเมื่อจินฮวานคบกับกูจุนฮเว รุ่นพี่คนฮอตจากมหาวิทยาลัยรั้วติดกันอย่างเปิดเผย

 

                นึกแล้วคิมจินฮวานตลกจนเผลอขำออกมาทุกที

 

                พวกเรานั่งฟังชีวิตวัยทำงานของเพื่อนไปแล้วหัวเราะไปกับเหตุการณ์เฮงซวยของเพื่อนบางคน เป็นอีกครั้งที่ความคุ้นเคยช่วยเยียวยาความคิดถึงที่มีต่อบ้านของเขาได้

 

                กระทั่งตอนที่ทุกคนเริ่มเมาและทำตัวไร้สาระ ไม่เว้นแม้แต่คิมฮันบินและพี่ยุนฮยอง ตอนนั้นสายตาของจินฮวานเหลือบเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่เดินไปทางหลังร้านเข้าเสียก่อน

 

                บางทีเขาอาจจะเมาเหมือนกันก็ได้แต่จินฮวานก็รู้ดีอีกแหละว่าเหล้าพวกนั้นทำอะไรเขาไม่ได้

 

                เสี้ยวหน้าและแผ่นหลังที่เขาเห็นไม่ใช่เพียงแต่คุ้นเคยหากมันฝังลึกอยู่ในความทรงจำเสมอ

 

                และเขาไม่ลังเลซักนิดที่จะตัดสินใจเดินไปหลังร้าน โดยไม่ลืมโทรหาพี่ชายของฮันบินให้มารับน้องชายที่เมาไม่ได้สติกลับไปด้วย

 

                จินฮวานแน่ใจแน่ใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด

 

                และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อเขาเดินไปถึงระเบียงหลังร้านที่ถูกจัดให้เป็นโซนสูบบุหรี่โดยเฉพาะ

 

                กูจุนฮเวยืนอยู่ตรงนั้นปลายนิ้วเรียวสวยคีบมวนบุหรี่เอาไว้ในขณะที่สองแขนเท้าลงกับราวระเบียง

 

                เหมือนเจ้าตัวจะยังไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนี้ จินฮวานถึงได้อาศัยช่วงเวลาในตอนนั้นสำรวจอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ

 

                คนตัวสูงอยู่ในชุดสบายๆอย่างเสื้อยืดคอกว้างสีขาวกับกางเกงยีนส์สีดำขาดๆ เหมือนจะออกกำลังกายมากขึ้นด้วยรึเปล่าแผ่นหลังของพี่จุนฮเวดูกว้างกว่าที่เขาจำได้แถมสีผมยังถูกย้อมเป็นสีเทาควันบุหรี่

 

                พี่จุนฮเวยังดูดีและสะดุดตาท่ามกลางผู้คนเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่

 

                และต่อให้อีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปอย่างไรจินฮวานก็ยังคงจำได้แม้จะเห็นแค่หางตา

 

                “ยังไม่เลิกบุหรี่อีกหรอ?”

 

                พี่จุนฮเวเกือบจะทำบุหรี่ในมือร่วงลงจากระเบียงหลังจากจินฮวานส่งเสียงทักออกไป คนตัวเล็กยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าของคนที่หันขวับมาหาเขา

 

                จริงๆจินฮวานก็เข้าใจได้อยู่หรอกนะหากอีกฝ่ายจะไม่มาในวันนี้

 

                ในรอบสี่ปีเขาไม่มีสมองโล่งพอที่จะคิดถึงพี่จุนฮเวมากไปกว่าสามครั้ง มันเกิดขึ้นในบางครั้งที่เขานอนมองท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีม่วงมันก็แค่นั้นจริงๆ

 

                สีปี่มันนานมากจนน้ำในกระถางของจินฮวานไหลออกไปเกือบหมดแล้ว

 

                ตอนนี้มันเหลือแค่ต้นไม้แห้งๆต้นหนึ่งเท่านั้น

 

                แต่นี่จะเป็นครั้งที่สี่ในรอบสี่ปีที่เขาจะบอกกับตัวเอง

 

                ว่าเขาคิดถึงพี่จุนฮเว

 

                “ไง/ไง”

 

                เราพูดออกมาพร้อมๆกันแล้วหลังจากนั้นก็หัวเราะให้กับบรรยากาศประหลาดๆรอบตัว

 

                วันนี้จินฮวานอาจจะกลับไปเปิดเจ้า Every first time เพื่อเขียนบางอย่างอีกครั้ง

 

                คุยกับแฟนเก่าเป็นครั้งแรก

 

                หัวข้อก็คงประมาณนั้นแหละ

 

 

 

 

T

B

C.

 

ใครทีมพี่ฮเว หวังรีเทิร์นก็ทำใจหน่อยนะคะ น้ำในกระถางน้องมันเหือดแห้งไปเกือบหมดแล้วแบบนี้ แถมมีคนคุยอยู่แล้วอีกก็คงยาก 555555555

ไม่ได้คิดจะอัพวันนี้เลยค่ะ รู้สึกเฉาๆมาก แต่โมเม้นต์เมื่อวานเล่นแรงมากเราเลยไฟมา ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

อยากจะให้Sinให้Pornอยู่เหมือนกัน แต่หมดพลังกับยูกาตะไปเกลี้ยงแล้ว ฮืออออออ ;___;

มาส่งกำลังใจให้กันได้ที่เก่าที่เดิมของเราที่ #ficwieder นะคะ

ปล.เจอคำผิดบอกกันได้น้า เราชอบเบลอ;-;

ขอตัวไปปั่นวิวให้พรี่ๆวินเนอร์ก่อนนนนน แล้วเจอกันซูนๆฮะ

เริ้บยูออลลลล

Misscozy               

             

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #81 Valentine9792 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:42
    แค่น้ำแห้งเอง นี่ใคร จุนฮเวนะกี่น้ำขอให้บอกเถอะ!! พรี่มีน้ำเยอะ โธ่ อินกงอินกุกอะไรก็สู้พี่จุนฮเวไม่ได้หรอก
    #81
    0
  2. #47 paapiipang9794 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 01:22
    น้ำเเห้ง กูจุนเฮวจะรดเองใช่มั้ย! ถึงความรู้สึกมันจะหายไปตามกาลเวลา เเต่พอกลับมาอยู่ในที่ๆเก่าๆ สถานการ์ณเเบบนั้นก็คงจะเริ่มหวั่นไหวมาบ้างรึเปล่านะ จงรีเทิร์นโดยด่วนเลย (รู้สึกไปเองรึเปล่าว่าภาษาเเละสำนวนพาร์ทนี้ดีมากเลยค่ะเเปลกใหม่สวยเเละเข้าใจง่ายมากๆ) รอพาร์ทต่อไปค่ะ(ฮาร์ททึ)
    #47
    0
  3. #46 Windowjayy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 07:59
    น้ำแห้งไปแล้วจริงๆใช่มั้ยเนี่ย จุนฮเวคงต้องพยายามเพิ่มกว่าเดิมแล้วเพราะความรู้สึกของจินฮวานแทบจะหายไปหมดตามช่วงเวลาอยู่ที่จุนฮเวว่าจะค่อยๆฟื้นช่วงเวลาเก่าๆหรือเติมน้ำเข้าไปใหม่ ชอบตอนเดินเข้าไปทักแล้วถามว่าไง ฮืออออ่านแล้วทำให้คิดถึงตอนกลับไปเจอแฟนเก่า แต่ก็นั่นแหละเลิกกันแล้วไม่ใช่จะคุยกันไม่ได้ จะรอนะคะไรท์ สู้ๆนะคะ
    #46
    0
  4. #45 Mheejin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 02:56
    กี้ดดดดดดดด เหือดแห้งไปแล้วจริงๆหรอจินฮวานนน !!!! จุนฮเว ต้องกลับไปเป็นฝนชุ่มฉ่ำ รดน้ำให้ต้นไม้กลับมามีชีวิตอีกครั้งสิ >< งืออ แต่รอเวลาก็ดี ยังอยากรู้เหตุผล .. และเหมือนเดิม ไรท์ยัฃคงเขียนบรรยายได้ภาษาสวยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปรียบเทียบได้เจ๋งขึ้นมากก ชอบตรงฟันเฟืองดังกึก.. แล้วไขภาพความทรงจำย้อนเวลา ฮืออ คิดได้ไง มีหลายประโยคเลยที่อ่านเสร็จแล้วได้แต่ถามออกมาคนเดียวว่าคิดได้ไงงงง ชอบบบบบ เก่งมากเลยนะคะะะ <3
    #45
    0
  5. #44 Mheejin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 02:55
    กี้ดดดดดดดด เหือดแห้งไปแล้วจริงๆหรอจินฮวานนน !!!! จุนฮเว ต้องกลับไปเป็นฝนชุ่มฉ่ำ รดน้ำให้ต้นไม้กลับมามีชีวิตอีกครั้งสิ >< งืออ แต่รอเวลาก็ดี ยังอยากรู้เหตุผล .. และเหมือนเดิม ไรท์ยัฃคงเขียนบรรยายได้ภาษาสวยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปรียบเทียบได้เจ๋งขึ้นมากก ชอบตรงฟันเฟืองดังกึก.. แล้วไขภาพความทรงจำย้อนเวลา ฮืออ คิดได้ไง มีหลายประโยคเลยที่อ่านเสร็จแล้วได้แต่ถามออกมาคนเดียวว่าคิดได้ไงงงง ชอบบบบบ เก่งมากเลยนะคะะะ <3
    #44
    0
  6. #43 iaaooa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 00:21
    ทีมจุนฮเวนะ จุนฮเวจะทำอะไรก็รีบทำนะเลาเชียร์อยู่ ชอบจินฮวานมากๆๆๆ ถ้าเป็นคนอื่นเจอแฟนเก่าคงแบบเมินหน้าหนีไม่สนใจกันไปแล้วยิ่งเลิกแบบไม่รู้เหตุผลงี้อีก แต่จินฮวานคนชิคคือเดินเข้าไปทักก่อนเลยอะ ชอบบบบ
    #43
    0
  7. #42 FAMMILY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 21:15
    เป็นครั้งแรกที่เจอน้องจิรแกร่งขนาดนี้ น้องจินคิดถึงพี่จุนฮเวด้วย แล้วพี่จุนฮเวละคะเป็นยังไง

    ก่อนจะจบคอมเม้นทึ อยากบอกว่าชอบฟีลของเรื่องจังมันดูหม่นๆไม่เหมือนหมอกหรือความรู้สึกblueๆ ไม่ถึงกับเศร้าแต่เหมือนกับค่อยๆรู้สึกยังไงยังงั้น รู้สึกเราจะพร่ำมากไปแล้ว ไรท์สู้ๆนะคะ
    #42
    0
  8. #41 Fueled me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 21:12
    ทีมพี่ฮเวคนเดิมน้าาาาา อยากรู้ปมของพี่ฮเวมากทำไมต้องเลิกกับจินฮวานอ่ะ มาคิดถึงตอนนี้มันไม่ทันแล้วมั้งเธอ
    #41
    0
  9. #40 kkkkkb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 20:32
    อยากแกร่งให้ได้สักครึ่งนึงของจินฮวานค่ะ55555 อยู่ทีมหน่องจินเสมอแต่พี่ฮเวก็สู้เขานะคะ
    #40
    0