Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 9 : รักเราไม่เก่าเลย ; dojae (04/04)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ต.ค. 62

เสียงจากรถบรรทุกและเสียงรถดังเข้ามาถึงห้องนอนในช่วงเวลาเช้ามืด ทำให้แจฮยอนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งตื่น ร่างโปร่งเกาหัวตัวเองด้วยความง่วงงุน ก่อนจะรีบย้ายตัวเองไปที่บานหน้าต่างเมื่อได้สติ


เรียวนิ้วค่อยๆเกี่ยวผ้าม่านสีอ่อนออกราวกับกลัวว่าถูกใครเห็นเข้า ด้านล่างมีคนงานที่แจฮยอนคุ้นหน้าคุ้นตาดีทยอยมายืนเกาะกลุ่มกัน ท่าทางทะมัดทะแมงของแต่ละคนบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าพร้อมเริ่มงานแล้ว ดวงตาสวยกวาดมองไปที่กลุ่มคนงานเหล่านั้น และชะงักเมื่อเห็นคนที่เขากำลังตามหา


คิมโดยองในชุดพร้อมทำงานที่เขาไม่ค่อยได้เห็นนักเพราะอีกฝ่ายมักจะใส่แต่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ธรรมดาเสมอทำให้เขาค่อนข้างแปลกใจ


ร่างสูงเดินไปหยุดอยู่หน้ากลุ่มคนงานเหล่านั้นก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง ซึ่งแจฮยอนก็เดาว่าเกี่ยวกับไม้ล้อมที่จะเอามาลงวันนี้


แต่อยู่ๆสายตาคมของอีกฝ่ายก็ตวัดขึ้นมามองกันทั้งที่ปากยังพูดกับลูกน้องของตัวเอง เราประสานสายตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ทั้งเขาและโดยองเองต่างก็มองกันอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเป็นแจฮยอนที่ผละออกมายืนหลังม่านด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม


แจฮยอนยังไม่ได้เตรียมใจมาเจออีกฝ่ายเลย


แต่การที่โดยองมาอยู่ที่นี่ก็เป็นเพราะตัวเขาทั้งนั้น


ร่างโปร่งไม่กล้าคิดหรอกว่าโดยองจะเห็นโอกาสที่เขาแอบหยิบยื่นให้ด้วยการจ้างอีกฝ่ายมาลงไม้ล้อมที่บ้านตัวเองหรือไม่


ไม่รู้อีกฝ่ายแค่ทำตามหน้าที่หรือเต็มใจมาเพราะเขา


แจฮยอนไม่กล้าเข้าข้างตัวเองเลย


เขาทำใจกล้าเปิดผ้าม่านออกอีกครั้ง คราวนี้คนงานเริ่มย้ายตัวไปคนละทิศคนละทางและเริ่มทำงานกันแล้ว ผิดกับโดยองที่กำลังวุ่นวายอยู่กับรถตัวเอง เขาเห็นร่างสูงยื่นตัวเข้าไปในรถเพื่อทำอะไรสักอย่าง ในวินาทีถัดมาอีกฝ่ายก็ขยับตัวออกมาพร้อมตะกร้าที่บรรจุผลไม้อยู่เต็มแน่น


แจฮยอนที่แอบมองอยู่เห็นขายาวๆนั่นก้าวมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านของเขาพร้อมผลไม้เต็มอ้อมแขน แต่สิ่งที่ทำให้เขาเหวอมากกว่าเดิมก็คือการที่แม่และแม่บ้านยื่นมือไปรับผลไม้นั้นมาด้วยรอยยิ้ม


สักพักโดยองก็เดินกลับไปที่รถอีกโดยที่มีพ่อของเขาเดินตามไปติดๆ และพ่อก็เดินกลับมาพร้อมกับขวดไวน์หลายขวดในมือ แจฮยอนเห็นพ่อตัวเองตบบ่าโดยองเบาๆ ก่อนร่างสูงจะโค้งให้และหมุนตัวเดินไปยังบริเวณที่จะลงไม้ล้อม


ก่อนหน้านี้ขู่ว่าจะยิงกันอยู่เลย...









กว่าจะเสร็จงานเวลาก็ล่วงเลยไปถึงช่วงบ่ายแก่ๆ โดยองปาดเหงื่อมองไม้ล้อมที่ตนและคนงานจัดการฝังลงดินจนเสร็จเรียบร้อย เขาเดินไปสำรวจไม้ค้ำและเดินเช็คนั่นเช็คนี่อีกครั้งอย่างรอบคอบ ก่อนจะสั่งให้คนงานกลับกันไปก่อนเมื่องานที่ต้องทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว


วันนี้ทั้งวันเขาแทบไม่ได้เจอหน้าลูกชายเจ้าของบ้านนี้เลยสักนิด นอกเสียจากเมื่อเช้าตรู่ที่เขาเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าต่างชั้นสองที่คุ้นเคยเมื่อรู้สึกได้ว่าถูกจับตามองอยู่


แล้วก็เหมือนที่เขาคิดไว้ไม่มีผิดเมื่อเห็นผ้าม่านถูกแง้มออกจนเขาได้สบตากับแจฮยอน ให้เดาว่าเสียงรถบรรทุกคงทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตื่นแน่ๆ เพราะตอนนั้นคนตัวเล็กยังคงอยู่ในชุดนอนสีเข้มกับผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงไปคนละทิศทาง


น่ารัก


อยากขึ้นไปคุยแทบตายแต่ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบทำงานกับโดนพ่อกับแม่ของคนตัวเล็กประเมินพฤติกรรมอยู่ล่ะก็ เขาคงได้ขึ้นไปคุยกับเจ้าตัวถึงห้องแล้วแน่ๆ


มาร์คและแฮชานพาคนงานกลับไปแล้ว เหลือเพียงแค่โดยองและเจ้าของบ้านหลังนี้ที่เขาเพิ่งเข้าไปบอกว่างานวันนี้สำเร็จและลุล่วงไปด้วยดี


พ่อกับแม่ของแจฮยอนเดินออกมาเช็คงานด้วยบรรยากาศรอบตัวที่ดีขึ้นมากกว่าวันที่เขามาตรวจสภาพดินและพื้นที่ลงต้นไม้เสียอีก วันนั้นทั้งสายตาและท่าทางของท่านทั้งคู่เหมือนจะจับเขาหักคอให้ได้


ครั้งนี้พ่อแจฮยอนไม่ได้ทำหน้าตาจะฆ่าแกงกันเหมือนอย่างเคย ท่านทำท่าทางสบายๆไร้อาการโมโหใดๆและมองเหล่าไม้ล้อม ในขณะที่แม่ของแจฮยอนเองก็เอาแต่ชื่นชมว่าเขาและลูกทีมเก็บงานเนี้ยบและทำได้เร็ว


ขาดก็แต่ลูกชายบ้านนี้ที่ไม่ยอมออกมาเจอหน้ากันเสียที


โดยองแอบได้ยินแม่แจฮยอนบ่นกับสามีตัวเองว่าเรียกลูกแล้วก็ไม่ยอมมา


แต่ก็นั่นล่ะ เขาทำได้เพียงถอนหายใจและพยายามคิดกับตัวเองว่าได้แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว พร้อมกับทิ้งความหวังลมๆแล้งๆที่จะเจอคนตัวเล็ก


จะให้มาคืนดีกับเขาทันทีก็คงไม่ใช่


"โดยอง"


"ครับ" ร่างสูงที่ยืนมองพวกท่านสำรวจต้นไม้อยู่ห่างๆหลุดออกมาจากภวังค์เมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมา โดยองที่อยู่ในช่วงโดนพิจารณาพฤติกรรมเดินเข้าไปหาเมื่อมองใบหน้าของหญิงวัยกลางคนที่เหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับเขา


"คุณอยู่ทานข้าวด้วยกันกับพวกเราก่อนมั้ย ฉันเห็นคุณกับคนงานทำงานกันแทบไม่พักเลย" แม่ของแจฮยอนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆราวกับถามเรื่องดินฟ้าอากาศ


"อ่า ผมว่าไม่ดีกว่าครับ" โดยองปฏิเสธเสียงเบา


"ผู้ใหญ่ชวนยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ" และก็เป็นพ่อของแจฮยอนที่เอ่ยขึ้นมาทันทีที่พูดจบ เอาล่ะ เขาจะตายมั้ยนะ


"ผมกลัวคุณน้าจะอึดอัดน่ะครับ ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลย อีกอย่างน้องคงไม่อยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับผมเท่าไหร่ บรรยากาศน่าจะดีกว่าถ้าไม่มีผม" โดยองหันไปอธิบายเหตุผลอย่างใจเย็น เขาเห็นพ่อของแจฮยอนโดนภรรยาตัวเองขมวดคิ้วใส่


"ไม่หรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง"


"อ่า..." โดยองลังเลมองหน้าท่านทั้งสองสลับกัน


"ฉันให้แม่บ้านเตรียมอาหารไว้แล้วด้วย คิดซะว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆก็แล้วกันนะ" แม่แจฮยอนเผยรอยยิ้มให้เขาจางๆ


"ครับ"


เอาวะ


"ดี" ชายวัยกลางคนตอบรับสั้นๆและพยักหน้าให้เขาครั้งหนึ่งเมื่อโดยองตกปากรับคำ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน บรรยากาศกลับมาเงียบสนิทอีกครั้งเมื่อเหลือเพียงแม่ของแจฮยอนและเขาที่ยืนมองต้นไม้อยู่อย่างนั้น


"โดยอง" เป็นอีกครั้งที่อยู่ๆแม่ของคนตัวเล็กเอ่ยชื่อของเขาขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ


"ครับ?"


"คุณช่วยไปตามแจฮยอนทีนะ เขาอยู่เรือนกระจกหลังบ้าน" เธอหันมามองหน้าชายหนุ่มที่ยืนห่างออกไปพร้อมกับหยิบยื่นโอกาสให้อีกฝ่ายได้เข้าไปหาลูกชายแสนดื้อของตัวเอง


โดยองยืนนิ่งไม่ไหวติงมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคที่ถ้าคิดเข้าข้างตัวเอง มันคงไม่ต่างอะไรจากการอนุญาต


เขามองใบหน้าของแม่แจฮยอนอย่างไม่เข้าใจ แต่กลับได้รับเพียงรอยยิ้มเล็กๆเป็นคำตอบ ร่างเล็กเดินตามสามีเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่หันกลับมามองโดยองอีก


โดยองยืนตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสาวเท้าไปยังตำแหน่งของเรือนกระจกที่เขารู้ดีว่ามันอยู่ตรงไหนพร้อมกับหัวใจที่เต้นโครมครามไม่หยุด











ขายาวๆมาหยุดอยู่ตรงทางเดินเล็กๆที่ถูกปูด้วยหินกรวดซึ่งเป็นทางเดินที่พาไปยังเรือนกระจกจุดหมายปลายทางของเขา โดยองมองวัชพืชเล็กๆที่เริ่มแทรกต้นขึ้นมาแล้วก็คิดกับตัวเองว่าจะมาช่วยทำความสะอาดวันไหนดี ร่างสูงเดินไปตามทางก่อนจะหยุดผลักประตูรั้วเตี้ยๆ


ตรงหน้าเขาปรากฏเรือนกระจกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ประตูที่เปิดค้างเอาไว้ทำให้เขาเดาได้ไม่ยากว่าคนตัวเล็กยังคงอยู่ในนั้น อากาศเย็นและสดชื่นทำให้เขาผ่อนคลาย โดยองเดินตรงไปที่เรือนกระจกก่อนจะค่อยๆชะโงกหน้าเข้าไปมอง


คนตัวเล็กในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังยืนหันหลังให้โดยที่ไม่ได้รู้สึกตัวว่ากำลังมีใครมองอยู่ มือเรียวสวมถุงมือสำหรับทำสวนแล้วฮัมเพลงออกมาเบาๆ อีกฝ่ายขยับไปมองกระถางต้นไม้ทางซ้ายทีทางขวาที


โดยองยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองแจฮยอนที่กำลังสำรวจต้นไม้ของตนอย่างอารมณ์ดี ภาพในห้องครัวในบ้านเขาเมื่อวันนั้นซ้อนทับขึ้นมา แต่บรรยากาศครั้งนี้ผ่อนคลายกว่าครั้งที่แล้วมากนัก


เขาเห็นอีกฝ่ายถือบัวรดน้ำต้นไม้อันเล็กๆไว้ก่อนจะหันตัวมา แจฮยอนที่เพิ่งรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกสะดุ้งน้อยๆเมื่อหันมาเจอคนที่สบตากันไปเมื่อเช้า ปากอิ่มเผยอออกเหมือนทุกครั้งที่ตกใจ


"คุณ..." แจฮยอนเอ่ยออกมาเพียงเท่านั้นก่อนจะเบนหน้าหนีไปอีกทาง


"แม่เธอให้มาเรียกไปกินข้าว" โดยองผละตัวออกมาจากกรอบประตูแล้วเดินเข้าไปในเรือนกระจก เขาละความสนใจออกจากคนตัวเล็ก แล้วย้ายสายตาไปมองต้นไม้ในกระถางที่อยู่ข้างกาย


ต้นไม้ในเรือนกระจกแห่งนี้ส่วนใหญ่แล้วโดยองคุ้นเคยดี ไม่คุ้ยเคยก็คงแปลกเพราะคนที่ช่วยหาซื้อเมล็ดพันธุ์และช่วยปลูกคือโดยองเอง บางกระถางยังอยู่ที่เดิม บางต้นก็เปลี่ยนกระถางและย้ายตำแหน่งบ้าง แล้วก็มีอีกหลายชนิดที่เขาเพิ่งเคยเห็นและคิดว่าแจฮยอนน่าจะเอามาลงเพิ่ม


"อ่า โอเคครับ" แจฮยอนตอบออกมาเสียงเบาแต่ก็ยังไม่ยอมละตัวเองออกมาจากกิจกรรมที่ทำค้างไว้ โดยองมองตามคนตัวเล็กที่วางบัวรดน้ำลงแล้วเดินไปลากบันไดมาตั้งไว้ใต้ไม้เลื้อยที่ห้อยลงมาจากหลังคา เขาเห็นแจฮยอนจดอะไรยุกยิกในกระดาษครู่หนึ่งก่อนจะปีนขึ้นไปบนบันไดนั้น


ร่างสูงรีบเดินไปจับบันไดทันทีเมื่อคนตัวแสบขึ้นไปยืนอย่างไม่ระวัง แจฮยอนสะดุ้งก่อนจะก้มหน้าลงมาพูดขอบคุณเบาๆแล้วหันไปสนใจไม้เลื้อยข้างบน


แจฮยอนที่ดูตั้งอกตั้งใจกับการจดอะไรลงในกระดาษสลับกับมองไม้เลื้อยเหล่านั้นทำให้โดยองมองอีกฝ่ายอย่างหลงใหล ตาคมมองอีกฝ่ายเพลินๆ และรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แจฮยอนค่อยๆก้าวลงมาจากบันได


คนตัวเล็กยืนค้างอยู่ที่ขั้นเกือบล่างสุดและเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ อีกฝ่ายเลยจดข้อมูลลงในกระดาษสลับกับมองไม้เลื้อยอีกครั้ง โดยองที่ยืนจับบันไดตัวเกร็งขึ้นมาเพราะระยะห่างระหว่างกันน้อยลงมาก เขามองใบหน้าหวานที่อยู่ในระดับสายตา สำรวจไปทั่วทั้งดวงตากลมโต จมูกรั้นๆ ไล่ลงมายันแก้มใสและปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเวลาตั้งใจทำอะไรสักอย่าง


คราวนี้แจฮยอนที่รู้ตัวว่ากำลังโดนจ้องก็หันมาสบตากัน ความเงียบก่อตัวขึ้นแต่ไม่ได้อึดอัดเหมือนอย่างเคย โดยองไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่น่าจะเป็นเพราะดวงตาสวยที่มองมาไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนคราวก่อน


เขาได้เผลอไผลไปกับใบหน้าหวานของอีกฝ่ายจนยกมือขึ้นมาสัมผัสปรางแก้มนุ่มเบาๆอย่างลืมตัว แจฮยอนสะดุ้งน้อยๆแต่ไม่ได้ผละออก ยืนค้างให้เขาจับอยู่อย่างนั้น หลับตาลงและเอียงหน้ารับสัมผัสจากปลายนิ้วโป้งที่เกลี่ยแก้มเบาๆอย่างทะนุถนอม


"ไปล้างมือเถอะ เดี๋ยวเฮียเก็บบันไดให้" โดยองเอ่ยออกมาเบาๆ เขาไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าจับแก้มอีกฝ่าย แจฮยอนได้ยินแบบนั้นเลยพยักหน้าให้ครั้งหนึ่งก่อนจะลืมตา ทั้งคู่สบตากันชั่ววินาทีก่อนร่างโปร่งจะผละออกไปล้างมือตามที่โดยองบอก


ทั้งที่คิดว่าใช้เวลาไม่นาน แต่กว่าจะพากันออกมาจากเรือนกระจกได้ก็อีกพักใหญ่ เพราะแจฮยอนที่อิดออดเดินดูต้นไม้ตรงนั้นทีตรงนี้ทีไปตลอดทาง พ่อของคนตัวเล็กบ่นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกชาย ผิดกับผู้เป็นแม่ที่มองมาเงียบๆ


บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวไม่ได้แย่อย่างที่โดยองคิดไว้ เขาไม่ค่อยได้พูดอะไรนอกจากอธิบายการดูแลไม้ล้อมที่เพิ่งลงเสร็จและเรื่องผลไม้ที่ไร่ของเขาเมื่อโดนผู้อาวุโสถามอย่างสนใจ


โดยองกินข้าวเงียบๆในขณะบทสนทนาระหว่างพ่อแม่ลูกดังขึ้นมาตลอด เขาคอยตักกับข้าวให้แม่และพ่อของคนตัวเล็ก ก่อนจะหันมาตักของโปรดให้แจฮยอนที่นั่งคุยกับพ่อแม่อย่างออกรส


และวันนั้นก็จบด้วยมื้อเย็นที่ค่อนข้างชื่นมื่นจนเขางงไปหมดว่าบรรยากาศมันดีเกินไปหรือเปล่า ก่อนโดยองจะลาพ่อกับแม่ของแจฮยอน เขาเสนอว่าจะมาช่วยดูแลสวนให้เรื่อยๆเพราะวัชพืชเริ่มขึ้น ตอนแรกก็โดนปฏิเสธเพราะบ้านนี้มีคนสวนอยู่แล้ว แต่โดยองยืนยันจะมาให้ได้ พ่อกับแม่ของอีกฝ่ายเลยยอม


สิ่งที่ทำให้ร่างสูงอดอมยิ้มไม่ได้ก็คือการที่แจฮยอนออกมาส่งเขาที่รถ คนตัวเล็กเดินตามมาต้อยๆโดยไม่พูดอะไร แต่โดยองถือว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี


โดยองขับรถออกมาจากบ้านแจฮยอนตอนที่ฟ้ามืดสนิท โดยที่มีคนตัวเล็กยืนมองจนกว่ารถของอีกฝ่ายจะลับตาไป













"แม่ฮะ ให้เอาผลไม้ไปไว้ไหนอ่ะ" แจฮยอนเดินเข้ามาในครัวพร้อมกับตะกร้าใส่ผลไม้ เสียงหวานเอ่ยถามผู้เป็นแม่ที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว


ผู้หญิงวัยกลางคนหันมาตามเสียงก่อนจะยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่าคนที่อุตส่าห์ขับรถเอาผลไม้มาให้กำลังเดินตามลูกเขาเข้ามาในครัว โดยองโค้งทักทายแม่แจฮยอนเหมือนทุกครั้ง


"บนโต๊ะก่อนก็ได้ลูก เดี๋ยวแม่ให้แม่บ้านเอาไปเก็บ" เธอชี้ไปยังโต๊ะกินข้าวแล้วหันไปสนใจหม้อตรงหน้า ลูกชายตัวดื้อเข้ามากอดเอวก่อนจะหอมแก้มซ้ายของแม่ดังฟอดแล้วหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน


โดยองมองภาพเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาเห็นแจฮยอนคุยกับแม่อีกนิดหน่อยก่อนจะผละออกมา


ผ่านไปสองเดือนกว่าได้ที่เขาคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านตัวเองและบ้านของแจฮยอน ทุกครั้งที่มาที่นี่เขามักจะเอาผลไม้ที่ไร่มาฝาก ส่วนใหญ่ที่ถูกใจเจ้าของบ้านหลังนี้ก็หนีไม่พ้นองุ่นเขียว


แม่ของแจฮยอนชอบทานองุ่นเขียวมาก เขาเลยหิ้วมาฝากบ่อยจนท่านทานไม่หวาดไม่ไหว ในขณะที่พ่อของแจฮยอนท่านชอบไวน์ โดยองหิ้วมาให้บ่อยพอๆกับองุ่นสดที่เพิ่งตัดจากต้นโดยที่ไม่กลัวไร่ขาดทุนเลยสักนิด


ส่วนลูกชายของบ้านหลังนี้เขาหิ้วอะไรมาให้ก็ไม่หือไม่อือ เอาผลไม้อบแห้งมาให้ก็กิน ผลไม้สดก็กิน ขนมอะไรต่อมิอะไรก็ไม่เคยปฏิเสธ แจฮยอนไม่ได้บอกว่าชอบอะไรเป็นพิเศษแต่โดยองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายชอบขนม เลยจัดเต็มแทบทุกครั้งที่มาหา


ตลอดเวลาที่ผ่านมาโดยองมาช่วยจัดการเรื่องต้นไม้ใบหญ้าที่บ้านของแจฮยอนตามที่เคยเสนอไป เรียกได้ว่ากลายเป็นคนสวนอีกคนของบ้านไปแล้ว สวนที่เคยมีวัชพืชหรือไม่ค่อยสะอาดหูสะอาดตา โดยองก็จัดการให้เรียบร้อย บางวันก็ชวนพ่อแจฮยอนไปตกปลาบ้าง ชวนปลูกต้นไม้บ้าง ไม่ก็มารับครอบครัวคนตัวเล็กไปดูผลไม้ที่ไร่ตัวเอง


ถ้าบอกว่าโดยองกลายเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นก็คงไม่ผิด พฤติกรรมก่อนหน้านี้ที่แจฮยอนมักจะเล่าให้แม่ฟังก็ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ไม่ใช้อารมณ์ก่อนเหตุผล และนึกถึงใจเขาใจเรามากขึ้น รายละเอียดเล็กๆน้อยๆโดยองตามเก็บหมดจนทั้งพ่อและแม่ของแจฮยอนแปลกใจ


ตอนแรกท่านทั้งคู่ยังไม่เปิดใจให้ คอยประเมินพฤติกรรมของแฟนเก่าลูกชายไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เพียงคำพูดที่เป็นลมปาก แต่เป็นการกระทำที่ค่อยๆเปลี่ยนไปของโดยองทำให้ท่านเริ่มใจอ่อนและเปิดใจโดยไม่รู้ตัว


ยิ่งกับตัวแจฮยอนเองแล้ว คนตัวเล็กที่ไม่เคยเลิกรักโดยองได้สักทีก็ยินดีที่โดยองโอเคขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนโดยองนิสัยแย่ไปเสียทั้งหมด มีแค่บางสิ่งบางอย่างเท่านั้นที่ค่อนข้างรับได้ยาก ตอนนี้นิสัยเหล่านั้นมันเริ่มลดลงไปจนเขาเองก็ดีใจเพราะมันเป็นผลดีกับตัวโดยองเองทั้งนั้น


แต่ถึงอย่างนั้นแจฮยอนก็ยังไม่กลับไปคืนดีด้วยเพราะอยากดูผลงานระยะยาวของโดยองเสียหน่อย


แต่ก็รักเขามากๆนั่นแหละนะ








"คุณหยิบกระถางนั้นให้หน่อย" แจฮยอนเอี้ยวตัวมาคุยกับร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลัง นิ้วเรียวชี้ไปที่กระถางข้างๆตัวโดยอง เขาเลยหันไปตามทิศทางนั้นก่อนจะหยิบไปให้คนตัวเล็กตามบัญชา


ตอนนี้เขากับแจฮยอนอยู่ตรงสวนใกล้ๆกับพื้นที่ที่ลงไม้ล้อมไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว คนตัวเล็กกำลังวุ่นวายอยู่กับการเปลี่ยนกระถางต้นไม้ใบใหม่เพราะใบเก่าแตกกระจายจากลมฝนเมื่อคืน ตอนแรกโดยองอาสาจะทำให้แต่ก็โดนทำหน้าดุกลับมา แล้วก็โดนไล่ให้มาเป็นผู้ช่วยแทน


คนตัวเล็กที่ดื้อขนาดไหน ตอนนี้กลับดื้อมากกว่าเดิมจนโดยองได้แต่คิดว่าแกล้งกันหรือเปล่า ปากอิ่มๆสีชมพูนั่นก็ชอบเบะใส่เสมอเมื่อเขาขัดใจเข้าให้ แต่ถ้าพ่อแม่ขัดใจล่ะก็ เจ้าตัวไม่เคยดื้อสักนิด ค้าบอย่างนู้นค้าบอย่างนี้จนโดยองมันเขี้ยวอยากบีบปากให้งอแง


เอาเถอะ ดื้อขนาดไหนก็รับมือได้


ฝ่ามือใหญ่ยกกระถางมาวางข้างคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงเตี้ย โดยองนั่งยองๆมองมือเล็กที่คราวนี้เปลือยเปล่าปราศจากถุงมือขยับจับนั่นนี่อย่างคล่องแคล่ว


ปกติแจฮยอนชอบทำไร่ทำสวนไม่ต่างจากเขา แต่คนตัวเล็กยังไม่ค่อยชำนาญเพราะเก่งแต่ภาคทฤษฎี หลังๆมานี้กลับทำแต่ละขั้นตอนได้อย่างรวดเร็วและไม่ค่อยผิดพลาด


ตอนแรกๆก็ขอเขาไม่หยุด เฮียทำอันนี้ให้ดูหน่อย เฮียอันนี้ทำยังไงลืมอ่ะ แต่ตอนนี้คือสั่งให้เขานั่งเฉยๆเพราะจะทำเอง


ดูคุณเขาสิ


แล้วที่ดื้ออีกอย่างคือไม่ยอมเรียกว่าเฮียเหมือนเดิมเนี่ยแหละ น่าบีบนัก


"พักก่อนมั้ยคะ" โดยองเอ่ยขึ้นเมื่อแจฮยอนเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ฝ่ามือใหญ่ปัดผมหน้าม้าที่ปรกตาคนตัวเล็กออกเพื่อให้มองหน้าอีกฝ่ายได้ชัดขึ้น


"ยังไม่เสร็จเลย"


"หนูนั่งหลังขดหลังแข็งมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ เฮียว่าพักก่อนดีกว่า ไปกินขนมกัน" แล้วแจฮยอนก็ยู่หน้าเพราะโดนขัดใจอีกครั้ง


"ฮื่อ"


"เดี๋ยวเฮียช่วยก็ได้ถ้ากลัวไม่เสร็จ นะ" โดยองส่งยิ้มอ่อนโยนให้จางๆ แจฮยอนพยักหน้าอย่างจำยอมแล้วปัดมือที่มีเศษดินออกเบาๆ ทั้งคู่ยืนขึ้นและพากันเดินเข้าไปในตัวบ้าน


โดยองพาแจฮยอนไปล้างมือก่อนจะย้ายตัวเองมาอยู่ที่ห้องครัวเพื่อหาผลไม้กิน บนโต๊ะกินข้าวมีองุ่นเขียวกับผลไม้อย่างอื่นที่แม่บ้านล้างไว้เรียบร้อยวางอยู่ในตะกร้าเล็กๆ โดยองเลยให้แจฮยอนไปนั่งรอและตัวเองก็เดินไปหยิบน้ำเย็นๆมาให้


"หนูจะกินคุกกี้หรือผลไม้" โดยองถามในขณะที่หันหลังหยิบน้ำส้มคั้นสดออกมาจากตู้เย็น


"เอาคุกกี้"


"โอเคค่ะ" แล้วร่างสูงก็เดินกลับมาพร้อมน้ำส้มสองแก้ว ก่อนจะเดินกลับไปหยิบคุกกี้ที่ว่านั่นอีกครั้ง ทั้งคู่นั่งกินเงียบๆไม่พูดอะไรออกมา โดยองมองปากเล็กๆที่เคี้ยวคุกกี้จนแก้มตุ่ยพร้อมกับเล่นโทรศัพท์ไปด้วย เขาที่ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรดีก็เลยเอื้อมมือไปหยิบองุ่นมากิน


แจฮยอนยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มเป็นการปิดท้ายเมื่อกินจนพอใจ โดยองยื่นมือไปรับแก้วนั้นมาและลุกไปที่อ่างล้างจานโดยมีสายตาของคนตัวเล็กคอยมองอยู่ตลอดเวลา


"คุณ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ


"ว่าไง" โดยองขานตอบโดยที่ยังหันหลังล้างจานอยู่อย่างนั้น เขารอให้อีกฝ่ายพูดออกมาแต่กลับเงียบไปจนเขาสงสัย ต้องเอี้ยวตัวหันมาสบตากัน


"..."


"หนูมีอะไรหรือเปล่า" เขาเลิกคิ้วถามออกไป แจฮยอนเม้มปากก่อนจะก้มหน้าลง


"เฮียเหนื่อยมั้ย" สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้คนที่หันไปล้างแก้วต่อถึงกับชะงัก


"เรื่องอะไรคะ" โดยองพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้เสียงตัวเองสั่น


"เรื่องของเรา" เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจ


โดยองล้างแก้วจนเสร็จแล้วเอาไปวางตากไว้ข้างๆอ่างล้างจาน ร่างสูงหันตัวกลับมาก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ เขาย่อตัวนั่งลงข้างหน้าแจฮยอนที่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมให้ดูว่าตอนนี้กำลังทำหน้ายังไง


ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนไปกุมมือเรียวไว้หลวมๆ ส่วนอีกข้างก็เอื้อมไปจับคางเล็กๆให้เงยมาสบตากัน ดวงตากลมโตของแจฮยอนไหวระริกเมื่อสบตาเข้ากับดวงตามีเสน่ห์ของโดยอง


"สำหรับเฮีย เรื่องของเราเฮียไม่เคยเหนื่อยเลย เพราะเฮียเต็มใจทำให้"


"..."


"เฮียขอโทษนะคะที่ทำร้ายหนูมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่" มือใหญ่ลูบปรางแก้มเบาๆในขณะที่สบตากัน


"..."


"เฮียรู้ว่าแค่ขอโทษมันคงไม่พอ เฮียมันเหี้ยเองที่เอาแต่ทำร้าย พูดจาไม่ดีใส่ ทำตัวแย่ให้หนูเป็นกังวล มีอะไรก็ใช้แต่อารมณ์ไม่เคยคิดถึงหนูเลยว่าจะรู้สึกยังไง"


"..."


"เฮียอยากถามหนูมากกว่าว่าหนูเหนื่อยมั้ยกับเรื่องของเรา ถ้าหนูเหนื่อย เฮียจะได้พอแค่นี้"


"..."


"เฮียไม่อยากทำร้ายหนูไปมากกว่านี้แล้ว" โดยองส่งฝ่ามืออีกข้างขึ้นมากุมแก้มคนที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร เขาขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมเพื่อให้มองใบหน้าหวานได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งคู่นิ่งเงียบจนบรรยากาศเริ่มอึมครึมมากกว่าเดิม


"เฮีย" เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาอย่างแหบพร่าพร้อมกับฝ่ามือนิ่มที่ยกขึ้นมาซ้อนทับมือโดยองอีกที ใบหน้าหวานเอียงซบฝ่ามืออุ่นที่คอยเกลี่ยแก้มกันเบาๆก่อนจะหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นของร่างสูง


"..."


"ผมเหนื่อยมากๆ มันเป็นความเหนื่อยที่ผมแทบหาจุดสิ้นสุดไม่ได้"


"..." โดยองใจกระตุกเมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่เขาก็รอฟังอีกฝ่ายพูดอย่างใจเย็น


"แต่ไม่รู้ทำไม ผมเลิกรักเฮียไม่ได้เลย"


"แจฮยอน.."


"ไม่มีวันไหนที่ผมไม่รักเฮีย เฮียจะใจร้าย จะด่ายังไงผมก็ไม่เคยหยุดรัก"


"..."


"แม่กับพ่อบอกให้ผมหยุด แต่ผมก็ดื้อไม่ยอมฟังท่านสักครั้ง ตอนที่เราเลิกกัน ผมเหมือนจะตายให้ได้ แต่ไม่รู้ทำไมผมยังคิดถึงอ้อมกอดของเฮีย คิดถึงตอนที่เฮียอยู่กับผมและอะไรดีๆระหว่างเรา ทั้งที่ผมไม่รู้ว่าเฮียจะคิดถึงมันเหมือนกันมั้ย" แจฮยอนพูดออกมาอย่างอ่อนแรง น้ำตาอุ่นค่อยๆไหลลงมาอาบแก้ม คนตัวเล็กร้องไห้ออกมาเงียบๆ โดยที่โดยองค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาอีกฝ่ายออกทั้งที่ใบหน้าตัวเองก็เปียกโชกไม่ต่างกัน


"คิดถึงตอนเฮียบ่นเวลาผมซื้ออะไรแปลกๆไปไว้ในห้องนั่งเล่น เวลาผมย้ายกระถางต้นไม้แล้วทำแตก เฮียดุแต่เฮียก็ช่วยเก็บ ตอนผมกินคุกกี้มากไปจนเฮียให้งด ผมคิดถึงมันทั้งหมดเลย"


"..."


"ไม่รู้เฮียคิดถึงเหมือนกันมั้ย" ดวงตากลมโตที่แดงเพราะพิษจากการร้องไห้สบตาอีกฝ่ายเงียบๆอย่างไม่แน่ใจ ฝ่ามือใหญ่ที่คอยเช็ดน้ำตาให้พลิกมาสอดประสานกับมือเล็กแน่นจนเหมือนกลัวอีกฝ่ายจะหายไป เขายกมือนั้นขึ้นมาจูบเบาๆแล้วเงยหน้ามองตาแจฮยอนที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว


"เฮียคิดถึงไม่ต่างจากหนูเลยแจฮยอน" โดยองเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นเป็นคำตอบ ร่างสูงส่งยิ้มไปให้และคิดว่ามันก็คงเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าดูเอาเสียเลยเพราะใบหน้าเขาเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา


ทั้งคู่สบตากันอย่างมีความหมาย ก่อนตัวโดยองจะเซเล็กน้อยเมื่อแจฮยอนโถมตัวลงมากอดและซุกใบหน้าเข้ากับลาดไหล่ของเขาแน่น ร่างสูงโอบรัดร่างกายบอบบางในอ้อมแขนอย่างหวงแหน


"ผมดีใจนะที่เฮียกลับมา" เสียงหวานดังอู้อี้เพราะซุกไหล่ของเขามากกว่าเดิม


"เฮียก็ดีใจที่หนูยังให้โอกาสเฮียทั้งที่เฮียแย่ขนาดนั้น เฮียขอโทษนะคะ" โดยองเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิด เขากดจูบขมับและแก้มนิ่มอย่างแสนรัก


"ไม่เอาไม่ขอโทษแล้วครับ" อีกฝ่ายพูดดุขึ้นมา


"โอเคค่ะๆ"


โดยองค่อยๆคลายวงแขนเมื่อคนในอ้อมแขนขืนตัวออกมา แจฮยอนขยับออกมาเพื่อจะมองหน้ากันและทั้งคู่ก็สบตากันพร้อมรอยยิ้มที่มีมากกว่าเก่า ฝ่ามืออุ่นสอดประสานแน่น


"หน้าเฮียตลกอ่ะ"


"โถ่หนู อย่าแซวสิคะ" โดยองขมวดคิ้วก้มหน้าลงแล้วใช้ฝ่ามือใหญ่ปาดน้ำตาอย่างลวกๆ เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือนุ่มที่คว้ามือเขาไว้


โดยองหยุดการกระทำทั้งหมดแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาแจฮยอนไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ก่อนเงาอีกฝ่ายจะทาบทับลงมาเมื่อแจฮยอนก้มลงมามอบจูบให้คนที่นั่งอยู่บนพื้น จูบที่ไม่ได้ลึกซึ้งแต่ก็ทำเอาหัวใจของทั้งคู่สั่นไหวอย่างรุนแรง


คนตัวเล็กผละออกไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ซึ่งโดยองเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้เขารู้สึกหน้าเห่อร้อนไปหมด


"หนูคะ"


"ครับ?" แจฮยอนเอียงหน้าตอบรับเมื่ออยู่ๆโดยองก็เอ่ยออกมา


โดยองพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดก่อนจะยืดตัวไปจูบอีกฝ่ายอีกครั้ง ถือวิสาสะโอบเอวเล็กให้เข้ามาใกล้ซึ่งแจฮยอนก็ให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยการยกแขนขึ้นมาคล้องคอกัน


เขาผละจูบออกมาแต่ก็ยังคงจูบลงไปย้ำๆด้วยความคิดถึงจนแจฮยอนร้องออกมานิดหน่อยอย่างขัดใจ


"พอแล้วเฮียยย"


"หนูคะ"


"อะไรครับ เรียกแล้วก็ไม่พูด"


"..."


"..."




"แต่งงานกับเฮียนะคะแจฮยอน" แล้วอยู่ๆโดยองก็เอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบ เขาทั้งคู่สบตากันท่ามกลางความรู้สึกที่เหมือนมีผีเสื้อล้านตัวบินอยู่ในท้อง ร่างสูงรอคอยคำตอบอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง




"ตอนแรกว่าจะรอดูผลงานของเฮียระยะยาวเสียหน่อย แต่ก็..." มือเล็กคว้าฝ่ามือใหญ่ไปกอบกุมปรางแก้มของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดมา โดยองมองท่าทางที่เหมือนลูกแมวกำลังอ้อนด้วยหัวใจที่ฟูฟ่อง


"..."


"แต่งงานกันนะครับ เฮียโดยอง" ดวงตากลมโตลืมขึ้นมาสบตา ก่อนจะเผยยิ้มออกมาจนแก้มเป็นรอยขีดเหมือนหนวดแมว


โดยองได้ยินแบบนั้นจึงดึงอีกฝ่ายมาไว้ในอ้อมกอดแน่นจนแจฮยอนแทบจะจมเข้าไปในอก คนตัวเล็กหัวเราะเมื่อโดยองเอาแต่จูบแก้มเขาไม่เลิก


เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังออกมาจากห้องครัวโดยที่พวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีสายตาของคนสองคนกำลังจ้องมองอยู่


พ่อกับแม่ของแจฮยอนยืนมองลูกชายและคนที่กำลังกลายมาเป็นลูกชายอีกคนของบ้านหลังนี้ด้วยหัวใจที่เอ่อล้นไปด้วยความสุข ผู้เป็นพ่อนึกในหัวเล่นๆว่าจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ดีในขณะที่ผู้เป็นแม่ลูบแขนสามีของตัวเองเบาๆมองรอยยิ้มของลูกชายและคนรัก ก่อนทั้งคู่จะค่อยๆเดินจากไปเงียบๆ ให้โดยองและแจฮยอนได้ใช้เวลาร่วมกัน







ความรักก็เหมือนต้นไม้

ถ้าเราดูแลใส่ปุ๋ยรดน้ำมากไป ต้นไม้นั้นก็ตาย

และในขณะเดียวกันถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่รดน้ำ

ต้นไม้นั้นก็ตายเช่นกัน





ต้นไม้แต่ละชนิดไม่ได้ต้องการปุ๋ยที่ดีที่สุด

แต่ต้องการปุ๋ยที่เหมาะสมที่สุดต่างหาก

ความรักก็เช่นกัน










The End

#Peach_Jay ????????







ขอบคุณโคว้ทข้างบนจากทฤษฎีต้นไม้กับความรักที่ทำให้เราเกิดแรงบรรดาลใจในการแต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ (Cr.https://storylog.co/story/56ecabd8e8c43f59140cba93)

ตอนแรกจะแต่งแค่แนวนายหัวกับอิหนูของเขาสั้นๆตอนเดียวจบแต่ลากมากยาวมากกกก เหนื่อยเลยค่ะแต่ก็สนุกดี

ชอบไม่ชอบอะไร ตรงไหนแปลกๆสามารถบอกเราได้นะ เราแต่งบรรยายไม่ค่อยเก่งเพราะไม่ค่อยได้ใช้ภาษาไทย ภาษาไทยเลยอ่อนแอมาก 5555555555

คุยกันได้ในแท็กทวิตเตอร์ #Peach_Jay นะคะ

เจอกันเรื่องหน้าค้าบ ???‘



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #13 beyorx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:45
    ขอบคุณที่แต่งออกมานะคะ :-)
    #13
    0