Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 6 : รักเราไม่เก่าเลย ; dojae (01/??)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ต.ค. 62

โดยองมองหยดน้ำที่ค่อยๆไหลไปตามบานหน้าต่างในวันที่ฝนตกหนัก อากาศเย็นลงทำให้ร่างกายของเขาเฉื่อยชาจนเอาแต่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม และปล่อยความคิดให้ไหลไปเรื่อยเปื่อย


แว่นสายตาถูกถอดวางกองรวมไว้กับหนังสือหลายเล่มที่จั่วปกแนวเดียวกันว่าใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข


ความสนใจของร่างสูงเทให้กับการกึ่งนั่งกึ่งนอนมองฟ้าครึ้มและแสงสว่างวาบสีขาวที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เสียงฟ้าร้องไม่ได้ดังมากไปกว่าเสียงความคิดที่กำลังทำงานอยู่อย่างฟุ้งซ่าน


กับนิสัยที่แก้ไม่หายในวันฝนตกและการคิดถึงใครคนนั้น


มันเหมือนเป็นเรื่องตลกร้ายที่ฝังรากลึกลงในความทรงจำ


เสียใจที่เขาทำให้อีกคนผิดหวัง


โดยองไม่ใช่คนที่ความจำดีนัก ออกจะลืมง่ายด้วยซ้ำไป แต่กลับไม่เคยลืมความสุขที่ได้อยู่ข้างๆเขาคนนั้น แม้ว่าระหว่างเราจะมีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น จนบางครั้งก็หลงลืมไปว่าผ่านอะไรกันมาบ้าง


แต่ก็นั่นแหละ ถึงโดยองจะความจำสั้น แต่รอยยิ้มของคนในความทางจำยังคงตราตรึงอยู่เสมอ


รอยยิ้มของจองแจฮยอน







"เฮีย นี่ล็อตสุดท้ายแล้วครับ" เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นข้างๆเรียกให้โดยองเงยหน้าขึ้นมาจากปึกกระดาษในมือ มาร์คใช้แขนปาดเหงื่อข้างขมับก่อนจะถอดถุงมือเปื้อนเศษดินแล้วเหน็บไว้ข้างเอว โดยองพยักหน้าให้เป็นการรับรู้


"คราวนี้ลงหมดหรือเปล่า"


"หมดครับ แต่จะช้าหน่อยเพราะฝนตก" คนตัวเล็กกว่าพูดพลางยักไหล่ ใบหน้าขาวที่เลอะเศษดินไม่ต่างจากถุงมือ ยื่นเข้ามาดูเอกสารเช็คจำนวนต้นไม้ในมือหนา ลากนิ้วไปมาพร้อมกับอธิบาย


"แล้วใครดูแลอยู่ตรงนั้นบ้าง"


"มีเฮียจอห์นนี่ เฮียแทยง แล้วก็แฮชานครับ"


"โอเค งั้นไปพักเถอะ เดี๋ยวกูตามไปดู" โดยองเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มครึ้ม เขาก้มลงเช็คเอกสารอีกครั้งแล้วหันไปพูดกับมาร์ค เด็กข้างๆถึงกับยิ้มเผล่เมื่อโดยองอนุญาตให้พัก คงจะรอเวลานี้มานานเพราะร่างสูงเริ่มทำงานตั้งแต่เช้ามืด ลูกทีมอย่างมาร์คและคนอื่นๆเลยต้องออกมาใช้แรงงานกันแต่ยังไม่เห็นแม้แต่แสงอาทิตย์


"เออเฮียโดยอง ต้นไม้ที่ต้องจัดการล็อตหน้ามายังอ่ะ" แต่ก็ไม่วายถามเรื่องงานอยู่ดี มาร์คมักขยันขันแข็งในการทำงานเสมอ เป็นข้อดีที่โดยองประทับใจจนสามารถทำงานร่วมกันมานานหลายปี


"มาแล้ว เอกสารเพิ่งมาถึงเมื่อเช้า กูยังไม่ได้เช็คเลย" ได้ยินแบบนั้นโดยองเลยเปิดเอกสารในมืออีกครั้ง คนข้างกายยื่นหน้าเข้ามาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ ทั้งเขาและมาร์คถึงกับหายใจสะดุด


"เฮีย..." คนตัวเล็กกว่าเอื้อมมือมาแตะไหล่เบาๆ โดยองเบือนหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ


"เฮียไหวนะ?"


กับหัวใจที่เต้นโครมครามโดยไม่รู้ว่าดีใจหรือกลัวกันแน่


"คิดว่า"




นานๆเท่าไรไม่รู้ที่โดยองไม่ได้ออกมาสูดอากาศนอกไร่ ลูกทีมอย่างมาร์คออกเสียงสนับสนุนว่าเขาควรออกมาหาอะไรที่มันบันเทิงใจบ้าง เพราะโดยองเอาแต่ขลุกตัวอยู่กับป่ากับเขาทั้งวัน


มาร์คอาสาเป็นคนขับรถให้ โดยองก็ไม่ได้ขัดอะไรเมื่อมีคนเสนอจะเป็นสารถี อีกฝ่ายถามเขาว่าอยากไปร้านแบบไหน เขาคิดในใจและตอบออกไปว่าไม่อยากเจอคนเยอะและอยากดื่มสักหน่อย มาร์คเลยเลี้ยวรถเข้าที่จอดของร้านแห่งหนึ่ง เป็นร้านกึ่งบาร์คนไม่เยอะตามที่เขาต้องการ


รู้ตัวอีกที คิมโดยองก็นั่งใจลอยอยู่ที่บาร์ขณะในมือโอบแก้วแอลกอฮอล์ค้างเอาไว้ ถึงแม้เหล้าในมือจะรสชาติเข้มแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์ที่จะมาสนใจมากนัก


"เฮีย"


"..."


"เฮีย เฮียโว้ยยยย"


"เออ มีไร" แม้แต่มาร์คที่จะตะโกนใส่หู เขาก็แทบไม่ได้ยิน โดยองสะดุ้งก่อนหันไปเลิกคิ้วถามเมื่ออีกคนเรียกเขาแล้วทำหน้าสงสัย


"อยากถามอะไรหน่อย แต่เฮียต้องรับปากก่อนว่าจะไม่เตะผมอ่ะ" มันเล่นเกริ่นขึ้นมาแบบนี้เขามีลางสังหรณ์ว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องดี


"กูไม่เตะมึงหรอก แต่กูจะให้มึงตื่นตีสามมาทำงานทุกวัน"


คนตัวเล็กกว่าโอดครวญทันที ไม่มีอะไรทรมานไปกว่าการหามรุ่งหามค่ำทำงานอีกแล้ว แต่ก็เอาวะ อยากรู้นี่หว่า


"ยอมเลย"


"กูจะเอายังไงกับมึงดี"


"ไม่ต้องเอาผม แค่เฮียตอบก็พอ" โดยองถอนหายใจหนักๆ ถ้าไม่ยอมมันก็คงจะตื๊ออยู่อย่างนี้แหละ


"เออๆ"


"ตอบตามจริงนะ"


"จะถามไม่ถาม"


"ถามๆๆๆๆๆ"


โดยองหัวเราะหึในลำคอแล้วกระดกเหล้าเข้าปากอีกอึกใหญ่ เป็นจังหวะที่หางตาเขาดันไปเห็นอะไรบางอย่าง



"เอาจริงๆนะเว้ยเฮีย เฮียยังรักเจ๊อยู่ป่ะวะ"



"..."


แต่ดูเหมือนโดยองจะไม่ได้ยินที่เขาพูด เพราะเจ้าของใบหน้าคมคายหันไปจับจ้องใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงมุมร้านและนิ่งไป มาร์คสงสัยเลยมองตามแล้วก็ต้องสถบออกมาด้วยคำหยาบคาย


เหี้ยยย ฉิบหายแล้ว!


มาร์คสถบอีกหลายคำมากมายในหัว นึกโทษตัวเองที่พาเฮียมาเจออะไรแบบนี้ เขาไม่กล้าจะเอ่ยอะไรนอกจากนั่งมองเฮีย แล้วเฮียก็มองเขาคนนั้นอีกที


โดยองไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงเมื่อเจอคนที่เขาไม่ค่อยอยากเจอหน้าเท่าไร จะว่าไม่อยากก็ไม่เชิง แต่เพราะยิ่งเห็นคนคนนั้นเขายิ่งกลัวใจตัวเอง


กลัวไปหมด


อยู่ๆดวงตาเรียวสวยของใครคนนั้นก็ขยับมาสบตากับเขาพอดี เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าถูกมอง ทั้งคู่ชะงักค้างกลางอากาศ แต่เป็นโดยองที่เบือนหน้าหนีมาก่อน


ฝ่ามือใหญ่ยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปากจนหมด วางแก้วไว้ที่เดิมแล้วหยิบเงินออกมาวางไว้ข้างๆกัน


"กลับ" โดยองเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินหนีไปอีกทาง มาร์คที่ยังไม่ทันได้ทำอะไร รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหลังเฮียไวๆตรงประตูร้าน เขาหันไปมองเจ๊ที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่ต่างกัน มาร์คค้อมหัวให้เล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งตามเฮียไป


คนเป็นลูกน้องมองหาเจ้านายอยู่ตั้งนาน ก็เจอว่าเฮียนั่งยองๆอยู่ข้างรถที่ขับออกมาจากไร่ มาร์ครีบรุดเข้าไปหาเฮียที่ดูอาการไม่ค่อยดีนัก


"เฮียจะอ้วกหรอ ไปห้องน้ำมั้ยผมพาไป" นั่งแหมะลงข้างๆคนที่นั่งก้มหน้าไม่พูดไม่จา มาร์คหันซ้ายหันขวามองหาห้องน้ำแล้วพยายามพยุงให้โดยองลุกขึ้น แต่ร่างสูงกลับขืนตัวปฏิเสธ


"เฮียโว้ย โอเคมั้ยเนี่ย" แตะบ่ากว้างแล้วยื่นหน้าเข้าไปดูว่าเฮียยังมีสติอยู่มั้ย แต่มาร์คเกือบหัวใจวายเมื่ออยู่ๆโดยองก็หันมาจ้องหน้าเขานิ่ง


ใบหน้าของโดยองที่แสดงออกมาไม่ได้อาละวาดเหมือนที่เขาคิดไว้ แต่กลับมีเพียงความเจ็บปวดที่ฉายชัด


"มึงถามกูใช่มั้ยว่ากูยังรักเขาอยู่หรือเปล่า"


"...เออ...ถ้าไม่โอเคเฮียก็ไม่ต้องพูดถึงเขาแล้---"



"กูยังรักเขา"



"..."



"มึงได้ยินมั้ยมาร์ค ว่ากูยังรักเขา"



"ดะ...ได้ยินแล้วเฮีย"



"กูรักแจฮยอน กูรักเขา"



ไม่รู้ทำไม ตอนนี้ใจพังๆของเขามันบีบรัดจนเจ็บไปหมด ใบหน้าของจองแจฮยอนผุดขึ้นมาในความคิดเป็นฉากๆ ดวงตาเรียวสวยที่หยีลงเวลาที่เขาเล่าเรื่องตลก ใบหน้าใสที่ชอบนอนซุกอกเขาแล้วหลับไป


ไม่รู้ทำไม


"...."


"อ้าวเห้ย เฮีย เฮียโดย๊อง"








โดยองรู้สึกหนัก


แรงกดทับที่ท่อนแขนปลุกให้เขาตื่นขึ้น ดวงตาคมปรือปรอยพร้อมกับส่งเสียงงึมงำในลำคอเมื่ออาการปวดหัวเล่นงานเข้าให้ โดยองเลื่อนมือสะเปะสะปะคว้าแว่นสายตาที่เขามักจะวางไว้หัวเตียง


เขาลืมตาขึ้นมองเพดานห้องสีอ่อนก่อนจะย้ายสายตาตัวเองมาที่ต้นเหตุที่ปลุกกันแต่เช้าแบบนี้

"..."


โดยองสะบัดหน้าเบาๆ ไม่ เขาคงคิดถึงแจฮยอนจนเบลอไปหมด


ไม่มีทางที่จะมาอยู่ในห้องนอนของเขาแบบนี้แน่นอ---


"อือ" แต่เสียงหวานครางเบาๆยิ่งตอกย้ำให้สติของร่างสูงกระจัดกระจาย จองแจฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆเตียง เกยแก้มนิ่มๆไว้บนข้อมือของเขา โดยที่มืออีกข้างของเจ้าตัวกอบกุมมือของเขาแน่น ลมหายใจอุ่นๆของร่างโปร่งเป่ารดผิวยิ่งยืนยันว่าร่างสูงไม่ได้คิดไปเอง


ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วใบหน้าขาวใสที่เขายอมรับว่าคิดถึงจนใจแทบขาด ดวงตาที่ซุกซนตอนนี้กำลังหลับพริ้มดูมีความสุข จมูกรั้นที่เขาชอบบีบมันเวลาที่อดมันเขี้ยวไม่ได้ ไหนจะแก้มนิ่มๆที่เขาชอบหอมไม่รู้เท่าไหร่


แต่คราวนี้เขารู้สึกได้ว่าคนตัวเล็กผอมลงไปมาก


ผอมจนน่าใจหาย


ก้านนิ้วยาวเกลี่ยแก้มนุ่มที่เขาชอบหนักหนาอย่างเบามือ กลัวว่าจะปลุกอีกคนให้ตื่นจากฝันดี ไม่กล้าขยับมือข้างที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมไว้แน่นราวกับว่าถ้าปล่อยแล้วเขาจะหายไป


อยากกอด


โดยองสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆนั้นออกไปอีกครั้งก่อนจะค่อยๆดึงมือและแขนออกจากอีกฝ่าย เสียงครางอื้ออึงในลำคออย่างขัดใจดังขึ้นมาเบาๆแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมา


เขาถอนหายใจมองคนขี้เซาที่นั่งอยู่บนพื้นข้างเตียง โดยองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในห้องเขาได้ยังไง เข้ามาตอนไหน แต่จากท่าทางของอีกฝ่ายแล้วคงนั่งท่านั้นมานานจนดูเมื่อยไปหมด


โดยองลุกออกจากเตียงอย่างเชื่องช้าแล้วลงมานั่งยองๆมองแจฮยอนที่ยังคงหลับอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง เขาค่อยๆสอดแขนเข้าไปใต้ขาและประคองแผ่นหลังเล็ก ก่อนจะยกอีกฝ่ายขึ้นมาในท่าเจ้าสาว


แจฮยอนขยับตัวเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวน ดวงตากลมปรือปรอยมองหน้าเขาเหมือนคนละเมอ สบตากันชั่ววินาทีก่อนคนตัวเล็กจะหันมาซุกอกและหลับไป


โดยองอมยิ้มเอ็นดูแล้วค่อยๆวางอีกฝ่ายไว้บนเตียงแทนที่เขา เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมให้และเกลี่ยเส้นผมนุ่มที่ปรกหน้าปรกตาอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา



'ทำไมก่อนนอนเฮียชอบจุ๊บหน้าผากอ่ะ'


'ครับ?'


'เหมือนพ่อมาส่งลูกเข้านอนเลย'


'ฮ่าๆๆๆ เข้าใจเปรียบเทียบดี'


'ก็มันเหมือนจริงๆนี่'


'งั้นแบบนี้เป็นไง'


'ห๊ะ อื้อออ จุ๊บปากทำไม ชอบฉวยโอกาส'


'เพราะรักเธอไง'


'คนเจ้าเล่ห์!'





บทสนทนาเก่าๆลอยเข้ามาในความคิดเมื่อโดยองจับจ้องไปที่ใบหน้าหวานที่ซุกกับผ้าห่มของเขา จิตใจที่ล่องลอยออกไปจนเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้ โดยองกดริมฝีปากกับหน้าผากนวลเนียนของแจฮยอนอย่างเคยชิน


เขารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่จูบหน้าผากอีกฝ่ายไปแล้ว โดยองผละออกมาอย่างตกใจก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างลุกลี้ลุกลน กลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่น


แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า แจฮยอนค่อยๆลืมตาขึ้นมาหลังจากที่ประตูห้องปิดลง ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น รู้สึกได้ว่าสัมผัสนั้นยังคงทิ้งความอุ่นวาบไว้ที่หน้าผาก


ใบหน้าหวานซุกหมอนและผ้าห่มที่ยังมีกลิ่นของเขาติดอยู่เต็มไปหมด ถือโอกาสสูดหายใจรับกลิ่นนั้นเข้าไปเต็มปอดอย่างคิดถึง






โดยองเดินออกไปนอกบ้านเพื่อตามหาสารถีที่พาเขาไปกินเหล้าเมื่อคืน


"ไอ้มาร์ค"


"อ้าวเฮีย ตื่นแล้วหรอ" เจ้าตัวที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้านหันมาตามเสียงเรียก แต่ก็แทบจะหดเหลือสองนิ้วเพราะเฮียกำลังทำหน้ายักษ์แล้วเดินดิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมบรรยากาศน่ากลัว


"อธิบายกูมา"


"ห๊ะ อธิบายไรเฮีย" มาร์คทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะหันไปสนใจต้นไม้ตรงหน้า


ฉิบหายแล้วตัวกู๊


"จะอธิบายดีๆหรือจะอธิบายด้วยน้ำตา"


"โหเฮียยยยยยย" มาร์คหันขวับมามองผู้เป็นเจ้านาย


"หนึ่ง..."


"เฮีย! โอ้ยมันแบบ"


"สอง..." มาร์คเริ่มลุกลี้ลุกลนเมื่อคนตรงหน้ายังคงนับเลขต่อ


"มันสาหัสอ่ะเฮียยยย เฮียอยากรู้จริงหรอ"


"สาม...โอเค ตั้งแต่พรุ่งนี้มึงลงต้นไม้ตอนตีสามคนเดียว ถ้าเช้ามืดมึงยังลงไม่หมดมึงโดนสองเท่า" โดยองยักไหล่ไม่สนใจพร้อมกับหมุนตัวเตรียมเดินเข้าบ้าน ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ลูกน้องหน้าตาเฉย


"โอ้ยยยยยย เฮียยยยยยย" มาร์คโอดครวญยิ่งกว่าเดิม


"จบ แยกย้าย"


"บอกก็ได้เฮียๆๆๆๆ"


"หมดเวลาของมึงแล้วมาร์ค"


"เฮียโว้ยยยยยย" มาร์คโยนบัวรดน้ำในมือแล้ววิ่งไปรั้งโดยองที่กำลังเดินหนีเข้าไปในบ้านไว้ได้ทัน คนตัวเล็กกว่ากระตุกแขนเจ้านายตัวเองยิกๆจนโดยองหันมามองหน้ากันด้วยสายตาอาฆาตแค้น


"ปล่อยกู"


"เฮียอย่าเพิ่งงอน"


"งอนเหี้ยอะไรของมึง"


"นี่ไงงอน!"


"เดี๋ยวกูตบหัวสั่น"


"อย่าาาาาา" มาร์คเอี้ยวตัวไปอีกฝั่งเมื่อเห็นโดยองยกมือขึ้นมาจะตบหัวกันจริงๆ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนอีกฝ่ายให้เป็นอิสระอยู่ดี


"เมื่อคืนเฮียวูบไปอ่ะ"


"แล้ว?"


"ก็ไม่ยังไง ผมก็แบกเฮียขึ้นรถนั่นแหละ แต่ตัวเฮียหนักฉิบหาย เขาเลยมาช่วย"


"เขาไหน"


"เจ๊ ไง" มาร์คขยับเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบถึงบุคคลที่สามพร้อมกับชี้นิ้วเข้าไปในบ้าน โดยองมองตามนิ้วมือนั้นก่อนจะหันมาจ้องหน้ามาร์คอีกรอบ


"อะไรนะ"


"เฮียหูตึงป่ะเนี่ย อ่ะ ฟังดีๆนะเฮีย เจ๊!! มา!! ช่วย!!!"


"โอ้ยไอ้เหี้ย ตะโกนทำไม!!!" โดยองเบ้หน้าเพราะอยู่ๆมาร์คก็ตะโกนขึ้นมาจนเขาสะดุ้ง


"เจ๊ช่วยแบกเฮียขึ้นรถ แล้วก็นั่นแหละ เฮียกอดเขาแน่นเลย"


"ห๊ะ เดี๋ยวนะ"


"อะไรนี่เฮียไม่ได้ยินอีกหรอ เนี่ย กอดแบบเนี้ย" คนเป็นลูกน้องถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดโดยองแน่น ใบหน้ามันซุกอยู่ตรงซอกคอจนขนลุกไปหมด ไหนจะแขนที่พันเอวเขาแน่นอีก


"ไอ้เหี้ย ปล่อยกูๆๆๆๆ" โดยองดันใบหน้าลูกน้องตัวเองให้ออกห่าง


"เจ๊จะกลับบ้านแต่เฮียก็ไม่ยอมให้เขากลับ เจ๊เลยอยู่ที่นี่ไง"


"..."


"เมื่อคืนเจ๊วิ่งวุ่นเลย เห็นบอกเฮียอ้วกบนพื้นกับบนเตียง มาขอไม้ถูพื้นอยู่ นี่ผมก็เข้าไปช่วยเปลี่ยนผ้าปูเตียงมา เหนื่อยฉิบหาย!"


"เชี่ย"


"ผมก็ว่าเฮียไม่ได้กินเยอะป่ะวะ ทำไมเมาขนาดนั้น"


"..." โดยองยกมือขึ้นมากุมขมับในขณะที่มาร์คเดินไปเก็บบัวรดน้ำบนพื้นขึ้นมา มันบ่นอะไรไม่รู้ซึ่งโดยองไม่ได้สนใจ ก่อนหันมาสบตากับเขาแวบหนึ่งแล้วมองเลยไปข้างหลัง


ร่างสูงมองตามแล้วชะงักค้างเมื่อบุคคลที่สามที่กำลังพูดถึงค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากประตูหน้าบ้านอย่างกล้าๆกลัวๆ ใบหน้าหวานสอดส่ายสายตาเหมือนหาอะไรบางอย่าง ก่อนดวงตาซุกซนนั้นจะมาหยุดอยู่ที่โดยองและมาร์ค


"อรุณสวัสดิ์ครับเจ๊ โอ้ย" ลูกน้องตัวดีฉีกยิ้มทักทายแจฮยอนอย่างเป็นมิตรก่อนจะร้องออกมาเมื่อโดยองประเคนฝ่ามือเข้ากลางหลังเต็มๆ


"อรุณสวัสดิ์มาร์ค" ร่างโปร่งยิ้มก่อนขยับออกมายืนหน้าบ้าน แจฮยอนสบตาโดยองครู่หนึ่ง โดยที่ปากอิ่มอ้าออกก่อนจะเม้มเข้ากันแน่นเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง


"งั้นผมไปรดน้ำตรงนู้นก่อนนะเจ๊" มาร์คชี้มือไปอีกทางแล้วรีบเดินหนีไปโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย ทิ้งโดยองกับแจฮยอนไว้กับบรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออก


"..."


"..."


"อ่า ยังแฮงก์อยู่มั้ยครับ" ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมาจนบรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ และเป็นคนตัวเล็กที่เลือกเอ่ยถามออกมาเบาๆ


"นิดหน่อย" โดยองตอบทั้งที่ยังมองใบหน้าหวานอยู่อย่างนั้น


"งั้น...ยืมครัวหน่อยนะครับ เดี๋ยวทำซุปอุ่นๆให้ทาน"


"อือ" แจฮยอนสบตากันนิดหน่อยแล้วเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน ปล่อยให้โดยองยืนอยู่อย่างนั้น


ร่างสูงมองตามแผ่นหลังเล็กนั้นจนอีกฝ่ายเดินลับหายเข้าไปในบ้านในขณะที่ค่อยๆจมลงไปในความคิดของตัวเอง




ทำไมเธอถึงยอมทำขนาดนี้นะ





ทั้งที่เฮียทำผิดกับเธอไว้ตั้งเยอะ







tbc

#Peach_Jay

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #10 beyorx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:19
    เฮียทำไรไว้น่ะ
    #10
    0