Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 5 : ติวเตอร์ ; johnjae (02/02)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    6 ต.ค. 62

บรรยากาศระหว่างเราจากที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ตอนนี้มันหนักยิ่งกว่าเดิม ร่างเล็กกว่าตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไรออกมานอกจากสบตาผมนอยู่อย่างนั้น ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆเหมือนคลื่นใต้น้ำที่ภายนอกดูไม่มีอะไรก็จริงแต่ภายในพร้อมที่จะปะทุออกมาทุกเมื่อ ผมยอมให้เขาโวยวาย ด่าหรือจะโมโหใส่กันก็ได้ ดีกว่าไม่พูดไม่จาสักคำจนระหว่างเรามันอึดอัดแบบนี้


แต่ผมจะเรียกร้องอะไรได้อีกในเมื่อผมทำผิดกับเขาขนาดนี้


"พี่จิน ผม.."


เสียงพี่โซลที่ดังแทรกขึ้นทำให้พี่จินบิดข้อมือออกจากฝ่ามือของผมทั้งที่ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ผมยอมปล่อยเขาไปแต่โดยดีไม่รั้งอีกฝ่ายไว้เพราะกลัวผิวขาวๆนั้นจะช้ำหากผมยังดื้อดึง


อีกฝ่ายออกไปแล้ว แถมยังทิ้งสายตาผิดหวังไว้ด้วย


ผมมองประตูห้องนอนที่เปิดค้างไว้ พร้อมกับทรุดนั่งลงที่ปลายเตียงแทนที่คนตัวเล็กเมื่อกี้ ยกมือขึ้นมากุมขมับและเสยผมลวกๆอย่างคิดไม่ตก ตอนนี้รอบกายผมกลายเป็นมืดแปดด้าน มองไปตรงไหนก็มองไม่เห็นทางออก


นึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มของพี่จินก่อนหน้านี้แล้วก็ได้แต่โทษตัวเอง


หากผมไม่ล้ำเส้นเข้าไป ไม่โกหกเขาเพราะความเห็นแก่ตัว


รอยยิ้มนั้นคงไม่หายไป


ผมเอนตัวนอนลงเมื่ออยู่ๆรู้สึกถึงน้ำตาที่เริ่มไหลออกมากับความรู้สึกที่พังจนไม่เหลือชิ้นดี ผมไม่ได้สะอึกสะอื้นเพียงแค่ปล่อยให้มันไหลไปตามแก้มและพักสายตาไว้ที่เพดานห้องอย่างหมดหนทาง


ในเมื่อเลือกแบบนี้แล้ว จะทำอะไรได้นอกจากก้มหน้ายอมรับ


ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูที่เปิดค้างไว้ทำให้ผมผงกหัวขึ้นมามองพร้อมกับหัวใจที่เต้นโครมคราม ความหวังในตอนแรกที่ว่าพี่จินคงเดินกลับมาหาแล้วพูดว่าไม่เป็นไรหรอกซัน ได้สลายหายไปเมื่อผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพี่ชายของผม


ผมสบตากับพี่โซลทั้งที่น้ำตายังไหลอาบแก้มอยู่อย่างนั้น พี่ชายผมถอนหายใจในขณะที่ปิดประตูห้องนอน เขาเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆกัน ผมที่นอนแผ่อย่างคนขี้แพ้เลื่อนสายตาขึ้นมองอีกคนที่เหลือบตามามองผมเช่นกัน


"สภาพเหมือนหมา" แต่ก็นั่นแหละ พี่ชายผมมันไม่ค่อยปลอบใจกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมหัวเราะหึกับคำพูดของเขาเพราะมันไม่ได้ต่างไปจากที่เขาพูดมาเลย


"พี่จินเขารู้แล้วว่ะ" ผมเอ่ยออกไปเสียงแผ่วอย่างคนหมดแรง


"กูบอกมึงแล้วว่าถ้าจินมันรู้มันโกรธมึงฉิบหาย" พี่โซลพูดพลางถอนหายใจ


พี่โซลรู้ว่าผมชอบพี่จินตั้งแต่ช่วงแรกๆที่เขานัดเพื่อนมาทำงานที่บ้าน เพราะเขาอยู่กับผมมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าผมจะทำอะไร จะพยายามซ่อนเขาแค่ไหน อีกฝ่ายมองแค่ปราดเดียวมันก็รู้หมดแล้วว่าผมคิดอะไรอยู่ ยิ่งมาเห็นผมทำตัวแปลกๆไม่เป็นธรรมชาติตอนเจอพี่จิน พี่มันมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าคิดอะไรกับเพื่อนเขา


ผมโดนมันซักจนสะอาดยิ่งกว่าเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่ที่ม๊าซื้อมาซะอีก ผมสารภาพมันอย่างหมดเปลือกและขอร้องให้มันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับการที่ผมไปชอบเพื่อนเขา ซึ่งพี่โซลมันก็ทำตามเพราะไม่อยากยุ่งมากนัก แต่เขาก็คอยเตือนเสมอว่าหากวันหนึ่งความลับของผมมันรั่วออกมา คนที่จะเสียใจและเจ็บปวดที่สุดก็หนีไม่พ้นผมอยู่ดี


ตอนนี้ผมเข้าใจอย่างชัดเจนเลยว่าความรู้สึกนั้นเป็นยังไง


"ผมเหี้ยเองแหละ"


"เข้าหามันดีๆตั้งแต่แรกก็จบแล้วไอ้ห่า" พี่โซลเลื่อนมือมาขยี้ผมจนมันยุ่งเหยิงไปหมด แต่ผมก็ปล่อยให้เขาทำไปเพราะตอนนี้ไม่มีแรงจะห้ามหรือทำอะไรแล้ว


"เขาจะมาสนใจอะไรกับแค่เด็กม.ปลายวะพี่โซล"


"เอ้า มึงไม่ใช่มันนะอย่าลืม มึงอย่าตัดสินใจแทนมันดิไอ้สัส" พี่ชายผมถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ก่อนจะดีดนิ้วที่หน้าผากผมดังป๊อก


"แต่มันไม่ทันแล้วมั้ยวะพี่"


"ไม่รู้มึงอ่ะ มึงคุยกับมันยังไงล่ะ" ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งข้างๆพี่ชายและมันก็ยื่นกระดาษทิชชู่มาแปะบนหน้าผมพอดิบพอดี


"ก็บอกไปแล้วว่าทำทำไม"


"ไม่น่า แม่งหน้าตึงเลยตอนเดินลงมา"


"หรอวะ"


"เออ ไม่พูดไม่จา เดินถือถุงขนมไปนั่งแดกคนเดียว" ผมเหม่อมองประตูห้องพลางนึกถึงคนตัวเล็กที่ตอนนี้คงกำลังเคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ย


เห้อ


"จากตอนแรกที่ไม่มีโอกาสแล้ว ตอนนี้แม่งติดลบเลยว่ะ"


"กูบอกมึงแล้วซัน"


"เออกูรู้แล้ว น้องมึงเศร้าอยู่นะตอกย้ำจัง"


"สมน้ำหน้า"


"ไอ้สัส" ผมเอี้ยวตัวไปหยิบหมอนข้างมาฟาดมันแรงๆให้หายหมั่นไส้ พี่มันก็แกล้งร้องเจ็บอย่างนั้นอย่างนี้ กวนตีนฉิบหาย


"จะยอมแพ้แค่นี้หรอ"


"คงงั้น แค่นี้กูก็เหี้ยกับเขามากพอแล้ว" ผมหยุดฟาดพี่โซลก่อนจะเปลี่ยนมากอดหมอนข้างในมือแทน


"มึงก็ลองคุยกับมันดีๆอีกรอบดิ"


"กูก็คุยแล้ว เขาเดินหนีไปนู่นมึงไม่เห็นหรอ" คือตอนนี้ไม่รู้ผมหรือพี่โซลที่คุยไม่รู้เรื่องกันแน่เนี่ย


"ลองยังล่ะ โว๊ะ"


"เห้อ"


"ร้อนเจอร้อนก็พังสิวะ มึงให้เวลามันหน่อย มึงก็รู้ว่าจินไม่ใช่คนใจร้าย" พี่โซลหันมาสบตากับผมด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก เหมือนพี่มันอยากบอกอะไรกับผมสักอย่างแต่มันก็ไม่พูด คนข้างๆลุกขึ้นยืนก่อนจะบิดขี้เกียจไปมา


"กูเนี่ยใจร้ายกับเขา"


"ลองก่อนสิวะ" มันยื่นนิ้วเข้ามาเตรียมจะดีดหน้าผากผมอีกรอบเหมือนที่ชอบทำ ผมปัดมือพี่โซลออกจนพี่มันทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ


"เออ จะลองดู"







หลังจากที่คุยกับพี่โซลเสร็จ มันก็ลากผมลงมาข้างล่างทั้งที่ตาผมยังแดงจากการร้องไห้ เพื่อนพี่โซลทักว่าผมเป็นอะไร แล้วก็แกล้งใส่ร้ายพี่โซลว่าทำผมร้องไห้มาแน่ๆ ผมเลยตอบพี่เขาแค่ว่าเจอฝุ่นเยอะเลยจามไม่หยุดจนน้ำตาไหล


มีเพียงแค่พี่จินที่เหลือบตามามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจแก้วเหล้าในมือ เขาไม่หือไม่อือกับผมสักนิดเดียว ซึ่งผมก็คิดว่ามันสมควรสำหรับผมแล้ว


เรานั่งกินเหล้าอยู่ในห้องนั่งเล่นขณะที่พี่โซลและเพื่อนๆผลัดกันร้องเพลงจนเสียงดังลั่นบ้าน ปาร์ตี้ที่ไม่รู้ว่าเนื่องในโอกาสอะไรคงจะสนุกสำหรับผมกว่านี้ถ้าหากไม่เกิดเรื่องก่อนหน้านี้เสียก่อน


คำว่าปอดแหกกลายเป็นคำนิยามของผมไปซะแล้ว ผมได้แต่แอบเหลือบตามองพี่จินที่นั่งอยู่อีกฝั่งของวงเหล้าและมีหลายครั้งที่ผมรีบทำเป็นสนใจอย่างอื่นแทนเมื่อเขาหันมาสบตาผมพอดิบพอดี


ผมและเพื่อนพี่โซลนั่งกินเหล้ากันนานมากเหมือนไม่เคยกินกันมาก่อน เพลงที่เอามาร้องคาราโอเกะเริ่มหมดสต็อกเพราะพวกเขาขนออกมาร้องกันหมดแทบทุกยุคแล้ว


ผมเหลือบไปมองพี่จินอีกครั้ง ใบหน้าหวานของเขาในตอนนี้เริ่มขึ้นเป็นริ้วแดงๆจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ พี่จินเป็นคนคอแข็งเพราะผมเคยกินเหล้ากับพวกพี่โซลและพี่จินเป็นอีกคนในกลุ่มที่ไม่ค่อยเมาทั้งๆที่ตัวเองกินไปเยอะมาก ตัดภาพไปที่เพื่อนพี่โซลที่เริ่มเลื้อยกันแล้ว


ผมเลิกมองพี่จินแล้วหันมากระดกแก้วเหล้าในมือพร้อมกับมองพี่โซลที่ยืนถือไมค์แหกปากร้องเพลงร็อคอะไรสักอย่างที่ผมไม่ได้ตั้งใจฟังสักนิด พี่ชายผมที่เริ่มลิ้นพันทำให้ผมถอนหายใจออกมาเพราะรู้ชะตาว่าคนที่ต้องเก็บกวาดหลังปาร์ตี้จบไม่พ้นผมอีกแน่ๆ


เซ็งซ้ำเซ็งซ้อน


"ไอ้ซัน เอ้า เอาไมค์ปายย" ผมสะดุ้งเมื่อเพื่อนพี่โซลที่นั่งอยู่ข้างๆส่งไมค์มาให้


"เห้ยไม่เอา ผมไม่ร้อง"


"มึงร้องเก่งอ่ะ ร้องให้พวกกูฟังหน่อยดิ ไม่ได้ฟังนานแล้วเนี่ย" พี่เขาใช้ศอกสะกิดผมยิกๆ โดยที่มีเพื่อนพี่โซลคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย


"อะไรวะ" นึกว่าจะรอดแล้วเชียว ไอ้เราก็อุตส่าห์นั่งนิ่งๆ


"หน่อยน่าาาา"


"ครับผมๆ จะให้ร้องเพลงไรเชิญเปิดเลยครับท่าน" ผมผงกหัวแล้วยกมือไหว้เพื่อนพี่โซลปลกๆ


"กวนตีนไอ้สัส 555555555"


"ร้องเพลงไรดี" พี่โซลที่เริ่มลอย หันมาหาผมเพื่อขอความคิดเห็น ผมเลยยักไหล่เป็นคำตอบก่อนจะเหลือบไปมองพี่จินที่นั่งถือแก้วเหล้าไว้เงียบๆ


คราวนี้ผมได้มองพี่เขาตรงๆเพราะคนตัวเล็กเหมือนจะหลุดเข้าไปในภวังค์ไม่ได้สนใจโลกภายนอกเลยสักนิด ใบหน้าสวยยังคงฉายแววเฉยชาไม่รับรู้ถึงอารมณ์ใดๆเช่นเคย


"อ่ะ นี่เลย"


"เชี่ย ไอ้ห่าพี่โซล เสียงสูงไป ไม่เอาโว้ยยย" ผมหันไปหาพี่โซลที่เปิดเพลงเพลงหนึ่งขึ้นมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนอะไรกันก่อน ผมเบิกตากว้างจนตาแทบจะถลนเพราะพี่มันดันเลือกเพลง จะบอกเธอว่ารัก ของ The Parkinson มาให้ผมร้องซะงั้น


"เสียงมึงถึง ร้องเลยๆๆๆ" แล้วคนที่ยุกลับมาก็เพื่อนพี่โซลอีกตามเคย ผมถอนหายใจแล้วยกไมค์ขึ้นร้องอย่างจำใจ


ไอ้ห่า เพลงแบบนี้กับสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ


กูอยากตาย




"และใครจะรู้ รักที่มีอยู่ เก็บในใจมาแสนนาน เก็บมันอยู่จนล้นใจ"

ผมหันมาจดจ่อกับทำนองและร้องออกมาอย่างตั้งใจโดยที่มีเสียงเพื่อนพี่โซลโห่ร้องออกมา



"ก็เธอนั้นอยู่สูง สูงเกินไป ไม่มีทางที่หัวใจ มันจะได้พูดไป ให้ฟัง"



"แต่ในนาทีนี้ แค่ในตอนนี้ มันเก็บไม่ไหวแล้ว Oh baby ให้เธอ ได้รู้"

ผมร้องออกมาพร้อมกับหันไปมองพี่จินที่เหมือนจะหลุดออกมาจากโลกส่วนตัวแล้ว



"จะบอกเธอว่ารัก หมดไปทั้งหัวใจ เธอได้ยินไหม หยุดมันไม่ไหว ตั้งแต่แรกเจอ"

ผมร้องท่อนนี้ในขณะที่เขาค่อยๆหันมาสบตากัน



"อ่อนแอทุกครั้ง แค่เพียงได้เห็นแววตาของเธอ Oh baby Oh baby แค่เพียงต้องการให้เธอได้รู้"

ใบหน้าสวยยังคงเรียบนิ่งและดวงตากลมโตคู่นั้นก็ถูกผมตรึงไว้อยู่อย่างนั้น


พี่จินไม่ได้หลบตากันเหมือนเคย





เราสบตากันจนผมร้องเพลงจนจบ






ผมยืนกอดอกมองสภาพเละเทะในห้องนั่งเล่น ที่คิดไว้ตอนแรกว่าคนเก็บกวาดหนีไม่พ้นผมแน่ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ


เพื่อนพี่โซลบางคนไหลลงไปนอนกับพื้นบ้าง นอนเละอยู่บนโซฟาบ้างทำให้ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ ไม่ต่างอะไรกับพี่ชายตัวดีที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากวิ่งไปอ้วกอย่างทุลักทุเล


"เอาไง" ผมหันไปถามพี่โซลที่ยืนกระพริบตาปริบอยู่ข้างๆ


"พาไปนอนห้องนอนแขกแล้วกัน"


"เค" ผมถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปพยุงพี่คนหนึ่งที่นอนสลบอยู่บนพื้น


"เดี๋ยวซัน"


"อะไรอีก"


"มึงพาจินไปนอนข้างบนไป เดี๋ยวกูเก็บกวาดพวกนี้เอง" พี่โซลชี้ไปที่คนตัวเล็กที่หลับฟุบโต๊ะไปแล้ว


"ไหวหรอ"


"เออ ไหว เหล้าห่าไรออกมากับอ้วกหมดละ"


"ทุเรศ" ผมหรี่ตามองพี่ชายที่กำลังพยุงเพื่อนคนหนึ่งขึ้นมาก่อนจะหันไปมองพี่จินที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ คนคอแข็งที่ไม่คิดว่าจะเมามายขนาดนี้ทำให้ผมแปลกใจ


ผมเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะแตะไหล่เล็กเบาๆ พี่จินปรือตาขึ้นมามองเมื่อรู้สึกว่าร่างกายตัวเองกำลังโดนรุกราน


"ซัน.." เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เสียงหวานก็เอ่ยออกมาอย่างแหบพร่า


"ครับ"


ผมมองตาฉ่ำๆของอีกฝ่ายแล้วยื่อตัวนั่งลง ซึ่งพี่จินให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยการขยับปีนขึ้นมาดีๆ ท่อนแขนเล็กส่งมาคล้องกันไว้ด้านหน้าก่อนจะซุกใบหน้าอุ่นๆเข้ากับลำคอของผมอย่างคนไร้สติ


ถึงแม้ตัวพี่จินจะมีแต่กลิ่นเหล้า แต่กลิ่นแชมพูจากเรือนผมนิ่มลอยมาแตะจมูกยังคงชัดเจน ผมนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยๆเดินพาอีกฝ่ายขึ้นไปนอนบนห้องดีๆ


ผมเปิดประตูห้องนอนของตัวเองอย่างทุลักทุเล ใช้เท้าดันประตูแล้วพาอีกฝ่ายตรงไปที่เตียงนอน ผมค่อยๆวางเขาลงบนเตียง พอร่างเล็กได้สัมผัสกับเตียงนุ่มก็ขยับเข้าไปนอนซุกหมอนทันที


ผมมองเขาอย่างเอ็นดู เลื่อนมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมคนตัวเล็กเอาไว้ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อเข้าไปอาบน้ำให้เรียบร้อย




ไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเส้นผมที่เปียกชุ่ม ผมยกผ้าขนหนูเช็ดขึ้นมาเช็ดเบาๆพร้อมกับมองไปที่เตียงนอนของตัวเอง ผมเลิกคิ้วออกมาเมื่อพี่จินที่คิดว่าหลับไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับนั่งนิ่งๆอยู่บนเตียง


"ไม่สบายตัวหรอครับ" ผมถามเขาเสียงเบา


"นิดหน่อย" เจ้าของเสียงหวานๆหันมาสบตากัน


"งั้น..อาบน้ำมั้ยครับ จะได้สบายตัว"


"อือ ก็ดีเหมือนกัน"


"ครับ พี่ใส่ชุดผมก่อนก็ได้นะ อยู่ในตู้อ่ะเลือกได้เลย"


"รบกวนหน่อยนะ" พี่จินพูดออกมาเบาๆก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ร่างเล็กยืนเลือกชุดสักพักซึ่งผมพยายามไม่ยุ่งกับเขามากนักเพราะแค่นี้ผมก็ไม่กล้ามองหน้าเขาแล้ว


เขาหายเข้าไปในห้องน้ำพักหนึ่ง ผมเลยนั่งเช็ดผมอยู่ปลายเตียงแล้วดูนั่นดูนี่ในโทรศัพท์ไปเรื่อย รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่จินเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงผ้ายืดที่ยาวกรอมเท้า


น่ารัก


"พี่นอนข้างบนนะ เดี๋ยวผมนอนข้างล่าง" ผมลุกไปหยิบหมอนบนเตียงมากอดไว้


"ได้ไง นี่ห้องเธอนะ"


"ผมนอนดิ้นอ่ะ เดี๋ยวถีบพี่ตกเตียง" ผมตอบโดยที่ไม่สบตากับเขา เดินหาผ้ามาปูรองให้วุ่นโดยที่สัมผัสได้ว่าเขากำลังมองมา


ที่จริงผมไม่ได้นอนดิ้นหรอก แค่กลัวเขาอึดอัด


"ขึ้นมา" เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาในขณะที่ผมกำลังเอนตัวลงนอน


"แต่ผม.."


"เร็วๆซัน" ผมสบตากับคนที่นั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าหวานดูดื้อรั้นเสียจนผมอดถอนหายใจออกมาไม่ได้


"โอเคครับ" ผมวางหมอนไว้บนเตียงตามเดิมก่อนจะลุกไปปิดไฟ






ผมนอนตัวเกร็งอยู่บนเตียงโดยที่มีร่างเล็กของพี่จินนอนอยู่หันหลังให้อยู่ข้างๆกัน บรรยากาศกระอักกระอ่วนแผ่กระจายไปทั่วห้องซึ่งน่าจะมีผมที่รู้สึกอยู่คนเดียวเพราะพี่จินคงหลับไปแล้ว


เพดานเป็นสิ่งเดียวที่กลายเป็นจุดพักสายตาของผม ในขณะที่สมองกำลังคิดนั่นคิดนี่อย่างไม่หยุดพัก จิตใต้สำนึกของผมกำลังเรียกร้องให้หันไปกอดพี่จินไว้ แต่ถ้าผมทำอย่างนั้นจริงพี่เขาได้เกลียดผมมากกว่าเดิมแน่ๆ


"พี่จิน" ผมทำใจอยู่สักพักก่อนจะลองเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาเพื่อยืนยันว่าเขาหลับไปแล้ว ผมเลยพลิกตัวนอนตะแคงเข้าหาอีกฝ่าย แต่ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ เพียงแค่มองแผ่นหลังเล็กตรงหน้าเท่านั้น


"เรียกแล้วก็ไม่พูด" เสียงหวานดังทะลุขึ้นมาในความเงียบ ผมสะดุ้งที่อยู่ๆเขาก็พูดออกมาแล้วพลิกตัวหันหน้าเข้าหาผม เรานอนมองหน้ากันท่ามกลางความมืดสลัว


"พี่จิน"


"อือ"


"ผมขอโทษ" ผมรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป รู้สึกได้เลยว่าเสียงตัวเองแม่งโคตรสั่น


"อือ"


"ขอโทษที่ผมเห็นแก่ตัว ทำไปโดยไม่สนว่าพี่จะรู้สึกยังไง"


"..."


"ขอโทษนะพี่จิน"


"อือ รู้แล้ว"


"ส่วนเรื่องเงิน พี่ไม่ต้องคืนผมหรอกครับ ผมจ้างพี่มาสอนผมก็ต้องจ่าย" ผมส่งยิ้มให้เขาท่ามกลางความมืดแต่ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นมั้ย แต่ถ้าไม่เห็นก็คงดีแล้ว ผมไม่อยากให้เขารู้สึกสมเพชผมมากไปกว่านี้


"..."


"งั้น ฝันดีนะพี่จิน"


"ซัน..." แต่จังหวะที่ผมกำลังพลิกตัวเพื่อหันหลังให้เขา เสียงนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน ผมชะงักค้างแล้วเอี้ยวตัวมามองอีกฝ่าย


"ครับ?"


"เธอคิดว่าทำไมพี่ถึงยังสอนเธออยู่ทั้งๆที่เธอโกหกพี่"


"อ่า ผมไม่กล้าคิดหรอก"


"งั้นก็รู้ไว้ว่าทำไม..." ผมเหลือบมามองคนตัวเล็กเมื่อรู้สึกได้ว่าเขาขยับตัว ผมเห็นพี่จินลางๆในความมืด ไม่รู้ว่าเขาทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่ก็คงไม่พ้นโกรธกันอยู่ดีเพราะน้ำเสียงเขามันยังเรียบนิ่งเหมือนเดิม


แต่ผมก็ชะงักเมื่อฝ่ามือนุ่มสัมผัสอย่างแผ่วเบาที่แก้ม ความอุ่นจากปลายนิ้วที่ไล้ไปตามโหนกแก้มเบาๆทำให้ผมงงไปหมด


เงาลางๆของคนตัวเล็กและลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดลงมาบนใบหน้าทำให้ผมประหม่าตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรแต่ก็ปล่อยให้เขาทำตามใจต้องการ


"ทำไมหรอครับ" ผมไม่กล้าพูดออกมาเต็มเสียงเพราะรู้สึกได้ว่าใบหน้าของพี่จินอยู่ใกล้กันมาก และเขาก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิดนั่นคือการกดริมฝีปากนุ่มลงมาที่อวัยวะเดียวกันอย่างแผ่วเบาและผละออก


ราวกับทุกสิ่งรอบตัวได้หยุดลง บรรยากาศระหว่างเราเงียบสนิท ในหัวผมกลายเป็นสีขาวโพลนและว่างเปล่า พอได้สติอีกทีผมก็ค่อยๆเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียงเพราะอยากเห็นอีกฝ่ายให้ชัดกว่านี้


เมื่อใบหน้าพี่จินสว่างขึ้นด้วยแสงสีส้มนวลจากโคมไฟหัวเตียงก็ทำให้ผมหายใจไม่สะดวกนัก ตอนแรกที่อยากเห็นเขาชัดๆกลายเป็นว่าเป็นผมซะเองที่ปอดแหกจนแทบไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย


เขามองมาที่ผมนิ่งๆเหมือนก่อนหน้านี้แต่แววตาของคนตัวเล็กกลับสั่นระริก ฝ่ามือนุ่มที่เคยสัมผัสกันเมื่อครู่ยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองแล้วเบนสายตาหนีไปทางอื่น ผมรีบลุกขึ้นนั่งทันทีด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนกลัววันมันจะกระเด็นออกมาจากอก


"พี่จิน" ผมทำลายบรรยากาศเงียบๆรอบตัวด้วยการเรียกชื่อของเขา เจ้าของชื่อนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะหันมาอีกครั้ง เราสบตากันไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าครั้งนี้มันแตกต่างออกไปจากเดิม


ไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากนั้น พี่จินเลยคลานเข่าเข้ามาใกล้จนขาเราชิดกันพร้อมกับโอบใบหน้าผมไว้ด้วยมือนิ่มทั้งสองข้าง ใบหน้าหวานจัดโน้มเข้ามาใกล้เพื่อมอบสัมผัสให้กันอีกครั้ง คนตัวเล็กเริ่มชักจูงผมด้วยการขยับริมฝีปากนุ่มเบาๆ กลิ่นสบู่อาบน้ำที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ผมสงสัยว่าสบู่ก็ใช้อันเดียวกันแต่ทำไมตอนที่อยู่บนตัวพี่เขาถึงหอมขนาดนี้


ผมเลิกหาคำตอบและจูบเขา ถือวิสาสะเอื้อมมือไปคล้องเอวเล็กเอาไว้ อีกฝ่ายสะดุ้งน้อยๆแต่ก็ยอมให้ผมดึงเขาเข้ามาใกล้ชิดมากกว่าเดิม พี่จินเปลี่ยนมาเป็นนั่งคร่อมตักผมทั้งที่ริมฝีปากของเรายังคงดูดกลืนเข้าหากันอย่างร้อนเร่า ผมกวาดต้อนเขาไปทั่วจนอีกฝ่ายจนมุมและตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดของผม


แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น เรายังคงมัวเมาด้วยรสจูบจนเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ท่อนแขนเล็กเอื้อมมาคล้องคอกัน แล้วค่อยๆสอดแทรกมือเรียวเข้ามาในเรือนผมของผมช้าๆ ผมโน้มเข้าไปหาจนพี่จินค่อยๆนอนราบไปกับเตียง ผมตามไปคร่อมทับและผละริมฝีปากออกมาเพื่อให้ทั้งผมและเขาได้กอบโกยอากาศแล้วจูบย้ำลงไปอีกรอบโดยที่ไม่รุกราน


"รู้หรือยัง" พี่จินเอ่ยถามขณะหอบหายใจออกมา เราสบตากันและพี่เขาก็ยืดตัวขึ้นมาจูบปลายคางผม


"อ่า..."


"เจ้าเด็กซื่อบื้อ" รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมาแทบทั้งวันค่อยๆเผยออกมาอย่างสดใส พี่จินยิ้มจนแก้มมีรอยขีดเหมือนหนวดแมวอีกแล้ว ฝ่ามือนุ่มประคองหน้าผมแล้วใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยแก้มเบาๆ ผมมองเขานิ่งเพราะเรียบเรียงคำพูดออกมาไม่ได้ ความรู้สึกในตอนนี้มันตีกันไปหมด ทั้งดีใจ ทั้งตกใจและแปลกใจ


นี่เขาก็ชอบผมหรอ


"แต่เมื่อกี้ พี่ทำเหมือนเกลียดกัน" ผมก้มมองคนที่อยู่ใต้ร่างที่หัวเราะหึๆออกมา


นี่เขาเอาคืนผมหรอ แสบจริงๆ


"อย่าทำหน้าเหมือนกำลังนินทาพี่ในใจได้มั้ยไอ้เด็กยักษ์ เดี๋ยวเถอะ" เขาดึงแก้มจนผมร้องโอ๊ยออกมา


ให้ตาย เขามองผมทะลุปรุโปร่งมาก ในขณะที่ผมเดาอารมณ์เขาไม่ออกสักนิด


"เปล่านะครับ"


"เจ้าเด็กขี้โกหก เธอน่ะใจร้ายกับพี่มากเลยรู้มั้ย" พี่จินหน้าบึ้ง


"ขอโทษครับ" ผมก้มหน้ามองเขาอย่างสลด


"ตอนแรกพี่จะไม่ยุ่งกับเธอแล้ว คนอะไรใจร้าย ทำอะไรก็ไม่คิดบ้างเลยว่าพี่จะรู้สึกยังไง พี่รอเธอมาบอกความจริงตลอดแต่เธอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น มันน่าโกรธมั้ยล่ะ" และเขาก็ดึงแก้มผมเล่นอยู่อย่างนั้น ถึงจะพูดเหมือนตัดพ้อกันแต่แววตาของพี่จินกลับส่องประกายอย่างมีความสุขผิดกับก่อนหน้านี้มีแต่ความผิดหวัง


"ผมขอโทษ"


"เลิกขอโทษได้แล้ว"


"อ่า ครับ" พี่จินหัวเราะหึในลำคออีกครั้งก่อนจะเลื่อนแขนมาคล้องคอกันและออกแรงดึงให้ผมโน้มตัวลงไปหาเขามากกว่าเดิม ผมยอมทำตามที่เขาต้องการแต่ไม่ได้ก้มลงไปจูบอีกเพราะถ้ามัวแต่จูบเขาผมต้องเผลอตัวและไม่ได้ฟังที่เขาพูดให้จบแน่ๆ เลยเปลี่ยนเป็นกอดเขาไว้แน่นๆแทน ใบหน้าพี่จินที่ฝังอยู่ตรงไหลขยับถูไถไปมาเหมือนแมวกำลังอ้อน


"แต่พี่มานั่งคิดดูแล้วว่ายังไงพี่ก็ไม่น่าหนีใจตัวเองพ้น ตอนแรกก็โกรธมากๆนั่นแหละ แต่โกรธไม่ลงแล้ว"


"ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"


"ตั้งแต่เมื่อไหร่อะไร"


"ที่ชอบผม" ผมทำใจกล้าเอ่ยถามเขาออกไป และได้คำตอบเป็นปากนุ่มๆที่เบ้ออกอย่างหมั่นไส้


"ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าชอบ"


"อ้าว..."


"แบร่" แล้วพี่จินก็แลบลิ้นใส่อย่างทะเล้น ผมมันเขี้ยวเขาจนก้มลงไปจุ๊บปากนั้นแรงๆจนพี่จินร้องประท้วงออกมา


"ตัวแสบ"


"พี่ชอบเธอมาตั้งนานแล้ว"


"นานแค่ไหนครับ" ผมเกลี่ยแก้มใสนั้นอย่างเบามือ


"ก็..."


"ก็"



"หลังจากที่มีเด็กมาเปิดประตูบ้านให้นั่นแหละ เด็กอะไรก็ไม่รู้เสื้อผ้าเละเทะเหมือนไปเตะบอลมา"



ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงแบบนี้มานานแล้วตั้วแต่ที่ได้เจอหน้าพี่จินครั้งแรก ผมมองเขาแล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร


"ก็ไปเตะบอลมาจริงๆ"


"เอาแต่มองกันอยู่นั่นแหละ ถามก็ไม่ตอบ"


"ก็พี่น่ารักไงครับ"


"อะไรเล่า" เขาหันหน้าหนีผมไปอีกทาง ผมเห็นแก้มใสซับสีแดงจางๆ


"55555"


"ไม่ต้องมาขำเลย"




"พี่จิน"


"หือ"


คงถึงเวลาสักทีที่ผมจะเลิกหลบซ่อนเขาอยู่อย่างนี้





"เป็นแฟนกันนะพี่จิน"





ในเมื่อเราตกหลุมรักกันมาตั้งนานแล้ว








"อื้อ"








#Peach_Jay

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #7 lover pc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 02:08
    แง้ง สักทีนา ต่างฝ่ายต่างเป็นรักแรกพบของกันและกันเลยนา น่ารักๆๆๆ
    #7
    0