Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 3 : มีแมวแล้วครับ ; dojae (os)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    6 ต.ค. 62

     แรงยวบบนเตียงทำให้ผมที่กำลังอ่านนวนิยายเล่มโปรดรู้สึกตัวว่ากำลังถูกบุกรุก แต่ผมก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือต่อไป เสียงพลิกกระดาษดังอย่างต่อเนื่องเมื่อโดนดึงเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการอีกครั้ง

     ฉากในหนังสือที่ผมกำลังกวาดตาเก็บเกี่ยวทุกตัวอักษรได้เข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์ แต่ยังไม่ทันได้อ่านประโยคสำคัญที่นักเขียนได้เขียนเอาไว้ เงาของบางสิ่งบางอย่างก็ทาบทับลงมาเสียก่อน หนังสือในมือกระเด็นไปอยู่อีกฝั่งของเตียงและแทนที่ด้วยก้อนขนฟูสีส้มอ่อนที่เบียดตัวเข้ามาหาอย่างเอาแต่ใจ เสียงกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งที่ผมเป็นคนคล้องให้กับมือดังขึ้นเมื่อเขาสะบัดหัว

     “โถ่ แจน แด๊ดกำลังอ่านฉากสำคัญอยู่นะครับ” ผมก้มลงไปพูดกับเจ้าแมวอ้วนขนฟูที่เกยก้นนุ่มๆของตัวเองไว้บนแขนของผม ดวงตากลมโตเหลือบมาสบตากับผมนิ่งๆก่อนจะหาวออกมา ความมันเขี้ยวเจ้าตัวดื้อเลยทำให้ผมก้มลงไปฟัดเขาแรงๆจนแจนร้องแง้วออกมา

     “หนีแด๊ดไปไหนครับ” เมื่อเจ้าดื้อเรียกร้องความสนใจได้ตามที่ตัวเองต้องการ เขาก็กระโดดลงไปจากเตียงแล้วหันมาร้องแง้วกับผมอีกครั้งก่อนจะเดินสะบัดก้นออกจากห้องนอนไป ผมส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจของแมวตัวเองไม่รู้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงหรือเจ้านายกันแน่ ชอบมาคลอเคลียเรียกร้องความสนใจแต่พอผมจะเล่นด้วยกลับหนีกันซะงั้น แสบจริงๆ

     ผมเอี้ยวตัวไปหยิบนวนิยายที่อยู่อีกฝั่งของเตียงแล้วเปิดหาหน้าที่อ่านค้างไว้ คราวนี้ก็ได้รู้สักทีว่าเนื้อเรื่องที่อ่านค้างไว้กำลังดำเนินไปถึงจุดไหน เพราะเมื่อกี้ในหัวผมมีแต่ก้อนอ้วนนิ่มๆขนฟูๆ

     แต่เหมือนพระเจ้าจะเล่นตลกเพราะอ่านไปได้ไม่กี่หน้าก็เกิดเสียงโครมครามดังขึ้นในครัว ผมขมวดคิ้วและลุกขึ้นจากเตียงทันที แจนดื้อก็จริง แต่ไม่เคยดื้อถึงขั้นที่ทำให้ข้าวของหล่นขนาดนั้น

     ผมค่อยๆเดินเข้าไปในครัวเพื่อไม่ให้เจ้าดื้อแตกตื่น กระทะกับตะหลิวที่ตากไว้ตรงที่วางจานข้างกับซิงก์ล้างจานหล่นลงมาอยู่บนพื้นอย่างระเกะระกะ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังมองหา เจ้าอ้วนของผมไปหลบอยู่ที่ไหนเนี่ย

     “ไม่ต้องหลบแด๊ดเลยนะ อยู่ไหนครับเด็กดื้อ” ผมนึกขำที่ตัวเองเหมือนกำลังรับบทเป็นตำรวจ ค่อยๆเดินย่องและมองหาเจ้าตัวดีที่รับบทเป็นคนร้ายในวันนี้ ผมชะโงกหน้าไปตรงโน้นทีตรงนี้ทีแต่ก็ไม่เจอเจ้าแสบแม้แต่ปลายหาง 

     แต่จังหวะที่ผมกำลังหันตัวกลับไป ตาของผมก็สะดุดเข้ากับหางอ้วนๆสีส้มที่โผล่ออกมาจากซอกตู้



     ทำไมเหมือนคิดไปเองวะว่าหางที่เห็นมันใหญ่แปลกๆ



     ผมเดินย่องเข้าไปใกล้หางสีส้มที่เดาไม่ผิดแน่ๆว่าคือเจ้าดื้อแจน แต่ความรู้สึกตะหงิดใจทำให้ผมเริ่มคิดอะไรแปลกๆ

     แง้ว

     และเหมือนที่เดาไว้ไม่มีผิดว่าเจ้าของหางนั้นคือเจ้าลูกชายตัวดีจริงๆ พอเห็นหน้าผมเขาก็รีบมุดกลับเข้าไปนอนเบียดอยู่ในซอกตู้ไม่ยอมออกมาเหมือนกับรู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไว้

     “ออกมาเลยไอ้ดื้อ ดื้อแบบนี้ต้องโดนแด๊ดตีแล้วมั้ง” ผมพูดออกมาก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปใกล้แจน แต่ก็ต้องสะดุ้งออกมาเมื่อเจ้าก้อนส้มกางเล็บและข่วนแขนเข้าให้ ผมชักแขนออกอัตโนมัติพร้อมกับซี้ดปากเพราะความแสบ เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลซึมออกจากปากแผล

     ผมจับแขนตัวเองและหรี่ตามองก้อนขนฟูที่ร้องแง้วออกมาเสียงเบา แจนไม่เคยข่วนผมจนได้เลือดขนาดนี้



     อะไรวะ วัยต่อต้านหรอ








     (มึงคิดมากไปป่ะวะดล) เสียงเพื่อนสนิทอย่างย้งดังออกมาจากลำโพงในขณะที่ผมกำลังเช็ดล้างทำความสะอาดแผลที่เจ้าดื้อฝากไว้ให้ดูต่างหน้า หลังจากที่โดนข่วนเมื่อกี้ผมก็ผละออกมาเก็บกระทะและปล่อยแจนไว้อย่างนั้น ถ้าผมยังรั้นจะดึงเขาออกมาให้ได้ แขนผมคงได้แผลอีกเป็นสิบแน่ๆ

     “แต่ปกติแจนไม่เคยเป็นงี้อ่ะ” ผมตอบย้งกลับไปอย่างหัวเสีย คือผมก็ไม่ได้โกรธเจ้าดื้อหรอก แต่แค่งงว่าแมวของผมเป็นอะไร ตอนแรกยังมาอ้อนกันดีๆอยู่เลย

     (เอาเหอะ มึงก็ปล่อยเขาไปก่อน ทำแผลไป) เพื่อนผมตอบกลับมาพร้อมกับถอนหายใจ ผมก็ถอนหายใจตามมันเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งกลุ้มใจระบายความทุกข์เพราะโดนแมวข่วนให้เพื่อนฟัง

     “ทำอยู่”

     (แล้ววันนี้ออกมาแดกเหล้ากับพวกกูมั้ยเนี่ย) ย้งเอ่ยถามในขณะที่ผมกำลังเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่กล่องไว้ตามเดิม ผมเงยหน้ามองประตูห้องนอนที่เปิดค้างไว้หวังให้ไอ้อ้วนเข้ามาอ้อนกันเหมือนตอนที่กำลังอ่านหนังสือ แต่ก็ไร้วี่แววของเจ้าก้อนส้มที่กำลังคิดถึง

     “ไม่อ่ะ เหมือนแจนอารมณ์ไม่ดี ไม่อยากออกไปไหน”

     (โถ่ รักแมวยิ่งกว่าเมียอีกเพื่อนกู)

     “เมียเหี้ยไรไม่มีโว้ย”

     (เออๆ ช่างเหอะ งั้นกูวางละ จะออกไปแดกเหล้า)

     “เออๆ ไว้ค่อยเจอกัน” ผมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับไป แล้วเงยหน้ามองประตูห้องนอนที่แง้มไว้อีกครั้งอย่างท้อใจ

     เป็นอะไรเนี่ยไอ้อ้วน






     ผมลืมตาขึ้นมาในความมืดเมื่อรู้สึกเหมือนโดนอะไรกดทับอยู่บนตัว ห้องนอนที่มืดสนิทไร้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์บ่งบอกให้ได้รู้ว่าผมเพิ่งหลับไปไม่นาน ผมเอี้ยวมองนาฬิกาตรงหัวเตียงที่ปรากฏเลขสามอยู่บนหน้าปัดก่อนจะหันกลับมามองสาเหตุที่ทำให้ตื่น

     ปกติแจนจะชอบมานอนบนตัวผมเสมอ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเพราะความหนักที่กดทับลงมามันเยอะเกินกว่าจะเป็นน้ำหนักของแมวหนึ่งตัว เอาง่ายๆตอนนี้เหมือนโดนแมวนั่งทับอยู่สิบตัวได้

     อะไรวะ นี่กูโดนผีอำหรอ

     ผมไม่กลัวผีหรอก แต่ถ้าเจอกันซึ่งหน้าและใกล้ตัวแบบนี้ก็มีหวั่นบ้าง แต่ผมต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรอยู่บนตัว

     ติ๊ด

     ผมเอื้อมไปเปิดไฟที่หัวเตียงก่อนจะหันกลับมามองอะไรบางอย่างที่อยู่บนตัว และอยู่ๆขนทั่วลำตัวของผมก็ลุกเกรียวขึ้นมาอย่างไม่ได้นัดหมาย

     เชี่ย...

     ผมอุทานออกมาในใจและมองไปยังสิ่งที่อยู่บนตัวผม ถึงแสงไฟจะสลัวจนแทบจะมองไม่เห็นแค่ไหน แต่สิ่งที่อยู่บนตัวผมคือคนไม่ผิดแน่ เรือนผมสีอ่อนที่คลอเคลียอยู่บนอกทำให้ผมตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน รู้สึกได้ถึงแก้มนุ่มๆขยับบดเบียดลงมาเหมือนกำลังขยับหาท่าที่นอนสบายที่สุด

     ผมเลื่อนมือไปสัมผัสเส้นผมที่ดูนุ่มนิ่มอย่างลืมตัว ปลายนิ้วลูบเบาๆเพราะกลัวอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาแล้วตกใจ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาส่งเสียงร้องครางออกมาในลำคออย่างขัดใจเสียอย่างนั้น

     "อื้อ ดล" เสียงหวานที่มาจากร่างเล็กบนตัวของผมร้องออกมาอย่างขัดใจอีกครั้งก่อนจะเรียกชื่อผมออกมา เขาทำให้ผมตกใจมากกว่าเดิมด้วยการผงกหัวขึ้นมาจากอกของผมแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

     ใบหน้าของอีกฝ่ายหวานจัดจนหัวใจผมเต้นผิดจังหวะ ดวงตากลมโตดูดื้อรั้นไม่ต่างจากริมฝีปากอิ่มที่กำลังเบะอย่างขัดใจ แก้มนวลเนียนดูนุ่มเสียจนผมอยากสัมผัสมันด้วยมือของตัวเอง

     "คุณ คุณเป็นใคร แล้วเข้ามาได้ยังไง" ผมพยายามตั้งสติไม่ให้มองผิวบริเวณหน้าอกและลำตัวที่ขาวจนแทบจะสะท้อนแสงของอีกฝ่ายซึ่งมันล่อตาล่อใจยิ่งกว่าผิวของผู้หญิงที่ผมเคยได้สัมผัสมาเสียอีก เขาเบียดแก้มลงมาบนอกของผมโดยที่ยังสบตากันอยู่อย่างนั้น

     ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าวะ ใจเย็นไว้ไอ้ดลลลลลล

     "เดินเข้ามา" เขาตอบก่อนจะยันมือเรียวกับพื้นเตียงเพื่อดันตัวขึ้นมาให้ใบหน้าของเราใกล้กันกว่าเดิม ร่างกายที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่ายถูไถไปกับร่างกายของผม ถึงแม้จะมีผ้าห่มกั้นแต่นั่นไม่สามารถกั้นความแนบชิดของอะไรๆระหว่างเราได้เลย

     "เดินเข้ามา?"

     "ก็แด๊ดเปิดประตูทิ้งไว้ไม่ใช่หรอ" เขาซุกเรือนผมนุ่มนิ่มลงที่ซอกคอของผมอย่างออดอ้อน ใบหน้าสวยจัดถูไถปลายจมูกกับคางของผมเหมือนแมวกำลังอ้อนเจ้าของจนผมขนลุกซู่อีกครั้ง กลิ่นหอมอ่อนๆกำลังทำให้สมองผมเบลอ

     เดี๋ยวนะ

     แมว? แด๊ด?

     ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งทั้งที่เขายังคงเกาะเกี่ยวผมไว้อย่างนั้น แขนเรียวเอื้อมมาคล้องคอของผมไว้ ก่อนจะใช้ปลายจมูกรั้นและริมฝีปากอิ่มคลอเคลียตั้งแต่ต้นคอของผมไล่ไปจนถึงหัวไหล่ แต่ก่อนที่เขาจะซนไปมากกว่านั้น ผมจับไหล่เล็กไว้แน่นก่อนจะค่อยๆดันตัวเขาออกเพื่อมองอีกฝ่ายให้เต็มตา

     เขาเอียงหน้ามองผมด้วยสายตางงงวยแต่ผมไม่ได้สนใจ ผมค่อยๆใช้สายตาสำรวจอีกฝ่ายเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าสิ่งที่ผมกำลังคิดตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องบ้า

     สายตาหยุดอยู่ตรงลำขอขาวที่มีกระดิ่งหน้าตาเหมือนกับกระดิ่งที่ผมเป็นคนคล้องให้เจ้าอ้วนส้มกับมือ 

     "แด๊ดมองอะไร" คนที่เคยนั่งนิ่งอย่างว่าง่ายเอ่ยออกมา



     "แจน?"



     "อื้ออออ แด๊ด อะไรทิ่มก้นแจนไม่รู้" คนบนตัวผมขยับยุกยิกพร้อมกับนิ่วหน้า


     เชี่ยยยยยยยย

     "เดี๋ยวนะ คุณคือแจนหรอ เจ้าอ้วนขนฟูอ่ะนะ" ผมยกมือขึ้นมากุมขมับในขณะที่ก้นนิ่มยังขยับยุกยิกอย่างไม่สบายตัว ผมกัดฟันแน่นเมื่อร่างกายของเขาเสียดสีกับร่างกายของผมมากเกินไป

     "อ้วนอะไรเล่า" ผมมองอีกฝ่ายผ่านร่องนิ้ว เขาพองแก้มออกอย่างขัดใจ

     เชี่ยย้งช่วยกูด้วยยยย

     "คุณ อย่าเพิ่งขยับ"

     "ก็มันทิ่มก้นอ่ะ นั่งไม่ถนัด อื้อ" ร่างเล็กยังคงยุกยิกไปมาจนอะไรๆใต้ผ้าห่มเริ่มแข็งขืนขึ้นมา ผมดันเขาให้นอนราบก่อนจะขึ้นคร่อมเจ้าตัวแสบไว้ กั้นเขาด้วยท่อนแขนทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้หนีไปไหน

     "แจน"

     "แด๊ดจ๋า" อีกฝ่ายที่ไม่รู้ว่าความอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาหา ส่งฝ่ามือนุ่มๆทั้งสองข้างขึ้นมากอบกุมใบหน้าของผมไว้ คนที่แทนตัวเองว่าแจนสบตากับผมด้วยสายตาที่ซุกซนก่อนจะดันตัวขึ้นมาจุ๊บปลายคางผมเบาๆ

     นี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย

     "แด๊ดเจ็บมั้ย" แจนเลื่อนมือลงมาตรงท่อนแขนข้างที่มีรอยแผล ใบหน้าหวานจัดก้มลงจนแทบคางชิดอกอย่างคนกำลังรู้สึกผิด

     "อ่า"

     "แจนขอโทษ แจนไม่ได้ตั้งใจ แต่อย่าตีกันเลยนะ" มือเรียวประคองแขนผมอย่างแผ่วเบาเหมือนกลัวว่าจะทำให้ผมเจ็บอีก ร่างเล็กยันตัวขึ้นนั่งก่อนจะประทับริมฝีปากนุ่มใกล้ๆบริเวณรอยแผลที่เขาฝากเอาไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ สายตาออดอ้อนมองมาอย่างเว้าวอน ขอร้องไม่ให้ผมตีเขาเหมือนตอนแรกที่ผมเผลอพูดออกไป

     "ไม่ ไม่ตีครับ"

     "แด๊ดใจดี" อีกฝ่ายส่งเสียงออกมางุ้งงิ้งน่ามันเขี้ยวก่อนจะโถมมากอดผมไว้ทั้งตัว เราทั้งคู่นอนนิ่งๆอยู่พักหนึ่งโดยที่ผมเองก็ทำอะไรไม่ถูกนอกจากเอื้อมมือไปโอบรัดแผ่นหลังเล็กเอาไว้ 

     แมวมันกลายร่างเป็นคนได้หรอวะ นี่กูอ่านนิยายมากไปหรอ

     "แล้ว แจนกลายร่างเป็นคนได้ยังไงครับ แด๊ดงงไปหมดแล้ว" ผมเหม่อมองเพดานพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงเบา รู้สึกได้ถึงตัวเล็กๆที่ขยับยุกยิกอีกครั้ง

     "เรื่องมันยาวอ่ะ"

     "แด๊ดมีเวลาฟังทั้งคืนครับ เล่ามาเถอะ" ผมย้ายสายตาจากเพดานมาจดจ้องร่างน้อยที่นั่งทับเอวของผมแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนแทบชิด 

     ทำไมเหมือนเห็นหูกับหางโผล่มาวะ

     "ไว้ก่อน ตอนนี้แจนอยากทำอย่างอื่นมากกว่า" แจนยิ้มแฉ่งจนแก้มขึ้นเป็นร่องขีดๆคล้ายหนวดแมว ผมมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

     ร่างเล็กขยับตัวออกไปอย่างกะทันหันทำให้ผมรีบหันไปอีกทางเพื่อไม่มองร่างกายเปลือยเปล่าตรงหน้า ฝ่ามือเรียวกระชากผ้าห่มที่กั้นระหว่างเราออกไปก่อนจะแทนที่มันด้วยร่างกายของตัวเขาเอง ผมเบิกตากว้างกับการกระทำนั้นพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จำต้องหันมามองอีกฝ่ายที่คร่อมทับผมไว้ด้วยท่าทางที่ล่อแหลม

     "แจน จะทำอะไรครับ" ผมเอ่ยออกมาเสียงสั่นพร่า ร่างกายของผมและเขาที่แนบชิดกันกว่าเดิมยิ่งทำให้ผมรู้สึกปวดหนึบ ก้นแสนซนขยับบดเบียดหยอกล้อกับส่วนที่เริ่มขยาย ฝ่ามือเล็กลากไล้ร่างกายผมผ่านเสื้อนอนตัวบาง ทิ้งความร้อนระอุไว้ทุกที่ที่ปลายนิ้วเล็กลากผ่าน



     "ทำเหมือนที่แด๊ดชอบดูไง"



     "ห๊ะ"




     "ที่มีผู้ชายตัวใหญ่ๆกับผู้ชายตัวเล็กๆเลียกันบ่อยๆอ่ะ"

     "เชี่ย...แจน ไม่ต้อง! อา" ผมเงยหน้าขึ้นก่อนจะร้องออกมาในขณะที่เจ้าแมวตัวแสบถกเสื้อนอนของผมขึ้นแล้วเริ่มใช้ปลายลิ้นนุ่มสำรวจอย่างเอาแต่ใจ

     "แจนก็เลียแด๊ดไง เหมือนทุกที" ร่างเล็กพูดชิดกับผิวใต้เสื้อนอนของผมก่อนจะส่งปลายลิ้นออกมาสัมผัสกันแผ่วเบาเหมือนลูกแมวกำลังกินนม ผมขนลุกซู่อีกครั้งและอีกครั้งอย่างห้ามอารมณ์ไม่ไหว จิตใจที่เริ่มลอยฟุ้งออกไปทำให้ผมตัดสินใจเอื้อมมือไปจับโคนหางที่ตอนแรกคิดว่าตัวเองตาฝาด ก่อนจะกำรอบมันไว้และเลื่อนขึ้นเบาๆ

     ก้นเล็กขยับขึ้นตามมือของผมที่เริ่มลูบขึ้นไปยังปลายหาง แววตาดื้อรั้นฉ่ำไปด้วยน้ำเหลือบขึ้นมาสบตากันอย่างอ้อนวอน ผมก้มลงจุ๊บเขาเบาๆตามแรงอารมณ์โดยที่มีมือของอีกฝ่ายคอยประคองใบหน้าเอาไว้

     แจนกดทับตัวลงมาในขณะที่ยังคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากผมไม่ห่าง เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าสวยจัดของเจ้าตัวดื้อที่เหยียดเงยขึ้นอย่างสุขสม ผมถอนและย้ำตัวตนเข้าไปอย่างลึกซึ้งพร้อมกับแจนที่ขยับไปตามจังหวะที่เราร่วมกันบรรเลง ร่างเล็กกว่าที่ควบคุมอยู่ด้านบนสวยเป็นบ้า สวยจนผมอดที่จะจูบเขาอย่างกระหายอยากไม่ได้




     เรากอดกันจนฟ้าสาง แมวดื้อหมดฤทธิ์จนสลบไสลอยู่ข้างกาย เจ้าตัวนอนขดพลางซุกใบหน้าไว้ที่ท่อนแขนของผมราวกับหาไออุ่น ผมที่ตื่นก่อนเขาอมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างกายขาวเอาไว้

     กดริมฝีปากที่เรือนผมหอมนุ่มอีกครั้งก่อนจะรั้งตัวเขาเข้ามาไว้ในอ้อมกอดเหมือนที่เคยทำทุกวัน แต่ต่างกันตรงที่ครั้งนี้ก้อนอ้วนๆขนฟูสีส้มกลายเป็นร่างเล็กที่แสนนุ่มนิ่มแทน

     ค่อยถามอีกทีแล้วกันว่าเปลี่ยนร่างได้ยังไง

     


     แต่ว่าย้ง กูอ่ะ

     ยอมเป็นแผลไปตลอดชีวิตเลยว่ะ




    







     คุยกันได้ที่แท็ก #Peach_Jay นะคับ ❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #25 mosehunjk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 19:23
    กี้ดดดดดดอยากมีแมวแบบนุ้งแจนบ้างอุแงหววหหนหยยหกายกปสปวผมผทปาผส
    #25
    0
  2. #9 beyorx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:12
    แง้ เขินเป็นบ้า
    #9
    0
  3. #5 lover pc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 01:36
    อรุ่มมมมม อรุ่มมากกก ยัยน้องแจนก็นะ รูกกกกกแม่จะตีๆ
    #5
    0