Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 15 : แค่เธอเท่านั้น ; dojae (03/??)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 ต.ค. 62

เราต่างเลือกเดินไปตามทางของตัวเอง


โดยที่ไม่อาจรู้เลยว่าจุดหมายปลายทางนั้น


ได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่แรก







ผมไม่เห็นด้ายแดงมาสักพักแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้สนใจมันนักเพราะดีแล้วที่ผมจะได้มองเห็นอะไรที่มันปกติเหมือนคนอื่นเสียที


ผมออกมาทิ้งขยะในเวลาแปดโมงเช้าด้วยความง่วงงุน


วันนี้เป็นวัดหยุดที่ผมตั้งใจว่าจะตื่นให้สายโด่ง เพราะเมื่อวานกว่าผมจะลากตัวเองออกมาจากกองงานที่ขนมาจากออฟฟิศแล้วไปขึ้นเตียงได้ก็ปาเข้าไปตีสองกว่า


แต่สุดท้ายสิ่งที่หวังเล็กๆในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็หายไปเมื่อแม่ขึ้นมาปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ท่านชวนออกไปใส่บาตรก่อนจะพาผมมานั่งปั้นบัวลอยที่จะทำตอนเที่ยงของวันนี้ และไม่รู้ว่าแม่ทำเนื่องด้วยโอกาสอะไร


ตอนแรกผมงอแงไม่ยอมแต่ก็โดนแม่หยิกแก้มจนแทบเขียวเลยต้องยอมแหกตาและขุดตัวเองออกมาจากเตียงด้วยสภาพหัวฟูๆ


ตาก็ลืมแทบไม่ขึ้น ใส่บาตรไปก็หาวไป ไม่รู้จะได้บุญหรือได้บาป


ผมเกาหัวในขณะที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านหลังจากทิ้งขยะเสร็จ รีบกลับมาปั้นบัวลอยให้เสร็จเสียทีเพราะผมง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว


แต่เมื่อก้าวเข้ามาในครัวก็เห็นแม่เดินวนไปวนมา ท่านหน้านิ่วคิ้วขมวดผิดกับก่อนหน้านี้ที่ปั้นบัวลอยไปฮัมเพลงไป


"มีไรอ่ะแม่" ผมยืนมองนิ่งๆแล้วเอ่ยถามออกไป หาวอีกรอบจนน้ำตาไหล


"แม่ว่ามันไม่พอ" แม่หันมาพูดกับผมแต่ท่านเบนสายตาไปมองเพดานเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง


"อะไรไม่พอ" ผมทรุดตัวนั่งปั้นบัวลอยต่อให้เสร็จๆไปเพราะมันเหลือไม่มากแล้ว ก่อนจะเงยหน้ามองแม่ที่ยังคงมองเพดานค้างอยู่เหมือนเดิมแล้วพึมพำอะไรคนเดียวไม่รู้


"แม่ว่าแม่จะออกไปซื้อของที่ตลาดเพิ่ม" คราวนี้แม่หันมาสบตากัน


"อ้าว ที่แม่ซื้อเมื่อวานทำหมดแล้วหรอ"


"มันไม่พอน่ะสิ" แม่ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เย็น


"โห ถ้าซื้อมากกว่านี้ก็ทำเลี้ยงพระได้ทั้งวัดแล้วนะแม่" ผมวางบัวลอยแล้วเช็ดมือ เดินดิ่งไปกอดท่านจากข้างหลังพร้อมกับวางคางไว้บนไหล่เล็ก


"มะเหงกสิ แม่ว่าจะทำปลาทับทิมทอดน้ำปลา ต้มยำทะเลแล้วก็ผัดๆอีกสักอย่างสองอย่าง เออ พอมั้ยเนี่ย" แม่หันมาทำตาเขียวปั๊ดนิดหน่อยผมเลยโยกตัวท่านไปมา มองมือเรียวของแม่ที่กำลังหยิบวัตถุดิบขึ้นมาดู แต่ก็ต้องตกใจกับเมนูอาหารที่แม่ร่ายยาวออกมาราวกับจะทำเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน


"เดี๋ยว ส้มตำปูปลาร้ากับน้ำตกหมูของจ้าวหายไปไหนอ่ะ" ผมงอแงเพราะแม่สัญญาไว้ว่าวันนี้จะทำส้มตำกินกัน


"ก็ทำด้วยไงไอ้แสบ" แม่เลื่อนมือมายีผมเหมือนที่ท่านชอบทำ มือสวยปิดตู้เย็นแล้วหมุนตัวมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม


"คือเลี้ยงคนได้ทั้งศาลาวัดอ่ะ จ้าวกินไม่หมดนะ บอกเลย"


"เรานี่ก็กวนจริง แล้วใครบอกให้เรากินคนเดียวล่ะ" แม่หยิกแก้มผมด้วยท่าทางที่ท่านคงจะมันเขี้ยวเต็มทน


"ห้ะ พ่อกลับอาทิตย์หน้าไม่ใช่หรอ"


"ไม่ใช่พ่อย่ะ"


"อ้าว"



"วันนี้คุณสุกัญญาเธอจะมาทานข้าวด้วย แม่เลยจะออกไปซื้อของเพิ่ม" แม่เอ่ยก่อนจะผละไปปั้นบัวลอยที่เหลืออยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส



แต่เดี๋ยวนะ



"เดี๋ยวนะ คุณสุกัญญา?"


"ใช่ แม่น้องโดมไง ที่เจอที่โรงพยาบาล"


"..."


"อะไร ทำตาเหลือกทำไม" แม่หัวเราะในลำคอเบาๆคงจะตลกในท่าทางของผมที่ตอนนี้สติเริ่มกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง


อย่าบอกนะ


"มา...มาคนเดียวหรอ"


"เปล่า มากับน้องโดมแล้วก็ลูกสาวอีกคน"


นั่นไง


สิ่งที่ผมเผลอคิดเล่นๆในหัวกลับเป็นจริงเมื่อแม่เอ่ยชื่อของใครบางคนออกมา


ในหัวผมเหมือนมีเสียงวิ้งๆและอื้อสนิท หัวใจค่อยๆเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ผมไม่ค่อยเข้าใจเสียเท่าไรว่าทำไม


"งั้นจ้าวปั้นต่อแทนแม่ทีนะ เดี๋ยวแม่ออกไปตลาดก่อนจะได้ไม่เสียเวลา แต่บัวลอยน่าจะพอแหละ เห็นคุณสุกัญญาบอกว่าน้องโดมชอบกิน แม่เลยทำเผื่อไว้เสียเยอะเลย" แม่ร่ายยาวในขณะที่เดินไปล้างมือด้วยท่าทางกระตือรือร้นผิดกับผมที่ยืนค้างอยู่หน้าตู้เย็น


"แล้วเราก็ไปอาบน้ำด้วย แต่งตัวดีๆหน่อย ไม่เอากางเกงย้วยๆกับเสื้อกล้ามนะ แม่ไปละ เดี๋ยวมา" ผู้หญิงเพียงคนเดียวของบ้างเดินเข้ามาประชิดก่อนจะตบแก้มผมเบาๆราวกับจะเรียกสติ ผมสบตามองแม่ด้วยสติเลื่อนลอย


ท่านยิ้มและเดินผ่านผมออกไปยังประตูหน้าบ้าน ทิ้งผมไว้กับบัวลอยที่ปั้นเกือบจะเสร็จและระเบิดลูกใหญ่


สิ่งที่งงและน่าตกใจคงไม่พ้นเรื่องที่ว่าแม่กับคุณสุกัญญาไปสนิทกันตอนไหน


ผมมองบัวลอยในมือก่อนหัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก


ให้ตาย






ผมนั่งตัวลีบอยู่ที่โต๊ะอาหารโดยที่มีเสียงคุยอย่างออกรสของแม่และคุณสุกัญญา


เธอมาถึงบ้านเราเร็วกว่าที่คิดเพราะบ้านของเธออยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับผม แม่ออกรับเพื่อนใหม่ของท่านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและชวนเข้ามาทานข้าวเนื่องจากเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว


ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากในขณะที่ค่อยๆเอื้อมมือไปตักส้มตำปูปลาร้าที่เหมือนจะไม่เข้ากับเมนูอื่นในมื้อนี้


โดมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองผมแทบจะทุกการกระทำและผมแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ


ทุกครั้งที่เผลอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายก็จะพบว่าเขาได้มองผมอยู่ก่อนแล้ว และเด็กคนนั้นส่งยิ้มมาให้เสมอ


จะมองอะไรนัก


ผมเลิกสนใจเขา ก่อนจะเอื้อมมือไปตักผัดเปรี้ยวหวานฝีมือแม่ให้น้องสาวของโดมที่นั่งอยู่เยื้องกันด้วยรอยยิ้ม


เด็กผู้หญิงที่เคยเห็นเธออยู่กับโดมที่ร้านหนังสือเมื่อหลายเดือนก่อนเธอเป็นน้องสาวแท้ๆของโดม ใบหน้าน่ารักที่ไม่ได้สะกิดใจผมในตอนแรก ครานี้ผมรู้ซึ้งแล้วว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกันเพราะใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเหมือนโดมอย่างกับแกะออกมา


เด็กสาวส่งยิ้มกว้างให้ผมก่อนจะตักผัดผักให้ผมคืน เราคุยกันนิดหน่อยเลยรู้ว่าน้องชื่อดารินทร์และเพิ่งขึ้นมัธยมปลาย ต่างจากโดมที่กำลังจะเรียนมัธยมจบในปีหน้า


คุยไปคุยมาหัวข้อก็กลายเป็นเรื่องที่โดมโดนทำร้ายจนเละเทะในวันที่ผมไปเจอเขาเข้า ผมและแม่ได้คำตอบจากคุณสุกัญญาว่าโดมโดนทำร้ายเพราะความหึงหวงและอารมณ์ร้อนของเด็ก


โดมเล่าเสริมว่ามีช่วงหนึ่งที่ต้องคุยงานกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งบ่อยๆเนื่องจากกิจกรรมใหญ่ของโรงเรียน ด้วยกิจกรรมที่ต้องปรึกษากันหลายครั้งและใช้เวลานาน ทำให้แฟนของเด็กผู้หญิงคนนั้นหึงหวงจนกลายเป็นว่ามาทำร้ายโดม แต่สุดท้ายเรื่องกลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายเพียงเข้าใจผิด และคิดไปเองว่าโดมคิดไม่ซื่อ


ผมรู้สึกสงสารทั้งเด็กที่มาทำร้ายโดมและตัวโดมเอง มันไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับใครทั้งนั้น และสิ่งที่โดมโดนมันก็หนักหนาสาหัสเสียจนผมเวทนา ภาพที่เขานอนหายใจรวยรินยังชัดเจนเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน


น่าเศร้าที่สุดท้ายคนเรามักจะทำร้ายกันง่ายๆเพียงแค่อารมณ์ที่มาเหนือความถูกต้อง


แต่ก็นั่นแหละ เด็กคนนั้นได้รับผลที่ตัวเองทำเรียบร้อยแล้วเพราะคุณสุกัญญาไม่ยอมปล่อยคนที่ทำร้ายลูกชายที่เธอคอยประคบประหงมมาตลอด





ผมมองเด็กทั้งคู่ที่นั่งกินบัวลอยอยู่ตรงข้ามด้วยความรู้สึกเอ็นดู ถ้าไม่ติดว่าโดมมองผมบ่อยก็ไม่มีอะไรที่สะกิดใจผมเท่าไร แม่กับคุณสุกัญญาเดินหายไปที่สวนหลังบ้าน ผมเลยมานั่งกินบัวลอยกับน้องๆในครัวต่อ


อาหารคาวที่คุณสุกัญญาและลูกๆชมว่าแม่ผมทำอร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารมาเอง ทำให้แม่ผมยิ้มแฉ่งจนชวนเธอมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันคราวหน้า แต่ไม่รู้ตกลงกันยังไง สุดท้ายกลายเป็นว่าแม่โดนชวนไปกินข้าวที่บ้านคุณสุกัญญาเสียอย่างนั้น


โดมนั่งกินบัวลอยไม่พูดไม่จาผิดจากก่อนหน้านี้ที่ชวนผมคุยอยู่หลายเรื่อง ก็คงจะชอบเหมือนที่แม่ผมบอกจริงๆเพราะมือใหญ่เอาแต่ตักขนมไทยหลายสีเข้าปากเคี้ยวไม่หยุด


"ค่อยๆกิน พี่ไม่แย่งหรอก" ผมพูดติดตลกในขณะที่ตักของตัวเองขึ้นมากินบ้าง ใบหน้าหล่อเหลาของคนฝั่งตรงข้ามเงยขึ้นมาสบกันเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มไม่รู้รอบที่เท่าไรของวัน


"อร่อยมากเลยค่ะพี่จ้าว" น้องดารินทร์หันมายิ้มให้ผมในขณะที่แกล้งไปตักขนมในถ้วยพี่ชาย แต่เด็กสาวก็ร้องโวยวายออกมาเมื่อโดนมะเหงกเข้าให้


"อย่าทะเลาะกันนะ มีอีกเป็นหม้อ" ปากบอกแบบนั้นแต่ผมก็หัวเราะกับท่าทางของทั้งคู่ ดารินทร์พยายามแย่งในขณะที่โดมแกล้งดันน้องสาวตัวเองออก


"เนี่ย พี่จ้าวรู้มั้ย ดาซื้อขนมมาทีไรไม่เคยได้กินอ่ะ" เด็กสาวหันมาทำหน้าบู้กับผมอย่างงอแง


"ทำไมครับ"


"ก็พี่โดมอ่ะ เอาของดาไปกินหมดเลยยย เมื่อวานนะดาซื้อชีสเค้กมา โน่นเลยอยู่ในท้องพี่โดมหมด ขนาดดาเอาไปแอบแล้วนะ"


"นิสัยไม่ดีเลยเนอะ"


"ช่าย ไม่ดีเลย โอ๊ยพี่โดมมมม" ดารินทร์โวยวายอีกครั้งเหมือนโดมดีดหน้าผากน้องสาวตัวเองจนมันขึ้นรอยแดง ผมมองสงครามย่อมๆของพี่น้องคู่นี้ แสบพอๆกันเลย


"ไม่อยู่กับพี่โดมแล้ว เบื่อ! พี่จ้าวตีพี่โดมแรงๆเลยนะ ชอบแกล้งน้อง" เด็กสาวเบ้หน้าก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง ผมยิ้มแล้วหันไปมองเห็นแผ่นหลังเล็กๆเดินลิ่วเข้าไปในสวนที่แม่กับคุณสุกัญญาหายเข้าไปสักพักใหญ่ๆ ซึ่งคงไม่พ้นดูดอกไม้ต้นไม้ที่พ่อผมปลูกไว้



บรรยากาศเงียบลงถนัดตาเมื่อสงครามขนาดย่อมหายไป ผมมองโดมเล็กน้อยแล้วจัดการบัวลอยในถ้วยตัวเองให้หมดจะได้เอาไปล้างสักที


โดมมองหน้าผมเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายเขาเพียงแค่นั่งเงียบๆ ผมเลยลุกขึ้นเอาถ้วยไปล้างพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ


"พี่ฮัมเพลงไรอ่ะ" เสียงกระซิบข้างหูทำให้ผมสะดุ้งเฮือก ไม่รู้ว่าโดมมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไร แต่ใบหน้าที่เลื่อนเข้ามาใกล้ทำเอาผมหัวใจจะวาย ผมค่อยๆขยับออกมาจากเด็กที่ตัวสูงกว่าที่ยืนใกล้เสียจนน่าหวาดเสียว


"อ่า จำได้แค่ชื่อญี่ปุ่นอ่ะ Inochi no namae" ผมหันไปล้างจานต่อ พยายามพูดโดยไม่ให้เสียงสั่นทั้งที่หัวใจเต้นรัว อาการล่กกลับมาอีกครั้งเมื่ออยู่กับเขาสองคน


"เรื่องนี่ป่ะ spirited away" โดมขยับมายืนข้างๆแล้วรับถ้วยที่เต็มไปด้วยฟองไปล้างน้ำสะอาด


"ใช่ๆ เคยดูด้วยหรอ" ผมไม่กล้ามองหน้าเขาเลยทำแค่เหลือบตามองท่อนแขนที่ดูแข็งแรงของอีกฝ่าย


"เพิ่งดูเมื่อคืนอ่ะ"


"ดูอะไรแบบนี้ด้วยหรอเรา" ผมหัวเราะออกมาเบาๆ


"เอ้า แล้วคิดว่าผมดูแบบไหนอ่ะ" มือใหญ่วางถ้วยลงบนชั้นตากจานชาม เขาเท้าแขนลงกับซิงก์ล้างจานก่อนจะหันมามองผมอย่างเปิดเผย


"ไม่รู้ดิ ดูบอลมั้ง" ผมสบตากับดวงตาคมที่มีประกายแห่งความสุขอยู่ในนั้น


"ก็ถูกอีกนั่นแหละ เห็นเพื่อนบอกว่าภาพมันสวยอ่ะ โม้ว่าดูแล้วจะชอบ ผมเลยลองหามาดู" โดมอมยิ้มเหมือนที่เขามักจะทำอยู่หลายครั้ง


"แล้วชอบมั้ย" ผมถามในขณะที่เช็ดมือ เราสบตากันอย่างตรงไปตรงมาโดยที่ผมรู้สึกได้ว่าใบหน้าของเขาขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น



"ชอบ"



โดมเว้นระยะไปชั่วครู่จนน่าใจหายก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม ผมแอบถอนหายใจเมื่อเขาผละออกไปเปิดฝาหม้อบัวลอยอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี


ใจเต้นแรงจนน่ากลัว


"เอากลับบ้านมั้ย เดี๋ยวพี่ใส่ถุงให้" ผมยืนพิงสะโพกมองโดมที่เหมือนจะหลงใหลบัวลอยฝีมือผมและแม่ไปแล้ว


"ได้หรอครับ" ร่างสูงหันมาทำหน้าดีใจ


"ได้ดิ" ผมเดินไปหยิบถุงมาตักบัวลอยให้ โดยที่โดมยืนทำตาเป็นประกายอยู่ข้างๆกัน


"ขอบคุณครับ พี่ทำขนมไทยเก่งจัง ผมไม่ค่อยเจอร้านที่ถูกปากเลย ในตลาดก็หวานไป" โดมโน้มหน้ามาดูถุงบัวลอยในมือผมอย่างสนใจ


"จริงๆพี่ถนัดพวกอบขนมมากกว่า แต่ขนมไทยก็ทำบ้าง แต่ไม่ค่อยบ่อยอ่ะ ขั้นตอนมันเยอะ"


"โหย อยากลองกินที่พี่ทำอ่ะ อร่อยชัวร์" เสียงร่าเริงของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายทำให้ผมหันไปมองเขาอย่างเอ็นดู โดมยิ้มสดใสเหมือนเคย


"อวยตั้งแต่ยังไม่เคยลองเลยนะ"


"เชื่อฝีมือพี่ เพราะพี่ทำบัวลอยโคตรอร่อย"


"งั้นเดี๋ยวว่างๆอบคุกกี้ให้ลองกิน" ผมยื่นถุงพลาสติกที่ใส่บัวลอยถุงใหญ่ให้เด็กตัวสูงข้างกาย


"ห้ามเบี้ยวนะ" โดมยื่นมือมารับพร้อมดวงตาที่หรี่ลงเหมือนไม่ไว้ใจ


"ไม่เบี้ยวๆ แต่รอพี่ว่างก่อนนะ ช่วงนี้ออฟฟิศงานเยอะมาก" ผมตอบไปพร้อมรอยยิ้ม


"อัดเสียงไว้แล้วนะ ถ้าเบี้ยวจะฟ้องแม่พี่จ้าว"


"ไอ้แสบ"


ผมยิ้มให้เขาและเผลอยกมือขึ้นลูบผมบริเวณท้ายทอยของคนตัวสูงกว่าอย่างลืมตัว ทั้งโดมและผมต่างก็ชะงักกับการกระทำนั้น


ผมรีบชักมือออกมาแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ดวงตาคมที่จ้องมองมาไม่อาจทำให้ผมหันหนีไปไหนได้ เราสอดประสานสายตากันท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร


แต่ตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมอีก


"พี่จ้าว" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาในขณะที่เรายังสบตากัน


"วะ ว่า" ผมตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก นึกอยากตีตัวเองเสียจริง ทำอะไรลงไปก็ไม่รู้


โอ้ย


โดมมองหน้าผมก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือผมไปจับไว้ ผมสะดุ้งสุดตัวแต่ไม่ได้ชักมือหนีออกจากการกอบกุมนั้น ความอุ่นที่ถูกส่งผ่านมาทางฝ่ามือทำให้หน้าผมเห่อร้อนไปด้วย


เด็กตัวสูงมองก้มมองมือที่จับกันไว้ครู่หนึ่งก่อนจะผละออกไปในวินาทีถัดมา




"ขออีกถุงดิ"


โดมเอ่ยด้วยใบหน้าทะเล้นเสียจนผมถอนหายใจแล้วทำท่าจะเขกหัวอีกฝ่าย เขาหัวเราะร่าและมองผมด้วยรอยยิ้ม ซึ่งผมก็เดินไปหยิบถุงมาตักบัวลอยใส่ให้เด็กที่บ้าขนมหวานอีกถุงอย่างเต็มใจ


"ตะกละเอ๊ย"










tbc

#Peach_Jay



เพลงที่พี่จ้าวฮัมตอนล้างจานค่ะ ลองฟังกันได้นะคะ ❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #32 x01meg (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 02:18
    ไม่ไหมแร้ว หัวใจแบกรับไว้ไม่ไหวแร้ว
    #32
    0
  2. #14 trift. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:33
    น่าร้าก
    #14
    0