Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 14 : แค่เธอเท่านั้น ; dojae (02/??)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 ต.ค. 62

เป็นเวลาเที่ยงกว่าที่ผมนั่งเหม่ออยู่แถวโซนรอรับยาหลังจากเมื่อช่วงสายที่แม่พาผมมาหาหมอแล้วพบว่าอาหารเป็นพิษ ตอนแรกมีแค่อาการปวดท้องแต่ไปๆมาๆกลายเป็นว่าผมทั้งอ้วกและท้องเสีย ไม่มีแรงจนแทบคลานออกมาจากห้องน้ำ


พ่อช่วยพยุงออกมาจากบ้านในขณะที่แม่อาสาเป็นคนพาผมมาโรงพยาบาลเพราะพ่อต้องบินไปดูงานที่ต่างประเทศพอดี


ผมมองแผ่นหลังของแม่ที่ยืนอยู่ตรงช่องรับยา ตอนแรกจะเข้าไปฟังว่ายาตัวไหนต้องกินอย่างไรบ้างแต่ผมโดนแม่ไล่ให้มานั่งรอแทน เพราะกว่าจะตรวจเสร็จผมทรมานจนแทบทนไม่ไหว สภาพตอนนี้คือหมดแรงจนแทบจะลงไปนอนกองบนพื้นได้ทุกเมื่อ


แม่เดินกลับมาที่วีลแชร์ที่มีผมนั่งเหี่ยวอยู่บนนั้น ปฏิเสธพยาบาลไปไม่รู้กี่รอบว่าเดินไหวไม่ถึงขั้นต้องนั่งก็ได้ แต่เห็นรอยยิ้มเย็นของแม่แล้วผมทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งตัวลีบโดยที่มีบุรุษพยาบาลคอยเข็นรถให้


มือเล็กถือถุงยาใหญ่โตที่ผมเห็นแล้วถึงกับขยาด ผมไม่ชอบกินยาหรอก แล้วยิ่งยาครั้งนี้จัดหนักจัดเต็มยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่


"งอแงอีกไอ้แสบ แม่บอกแล้วว่าอย่ากินส้มตำเยอะ" แม่เอื้อมมือมาขยี้ผมจนมันยุ่งไม่เป็นทรง ผมถอนหายใจ สภาพลูกชายแม่ดูไม่ได้อยู่แล้วยิ่งผมเผ้าเป็นรังนกแบบนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม แม่นะแม่


"ไม่เยอะเลย จ้าวก็กินเหมือนปกติอ่ะ" ผมเบ้ปากเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือเล็กของแม่ที่จ้องจะหยิกแก้มกันให้ได้ กินก็กินเหมือนทุกครั้ง ร้านเดิมด้วย ดวงดันมาซวยวันนี้จนได้

ผมลางานนอนพักอยู่บ้าน ช่วงนี้งานที่บริษัทหนักหนาสาหัสจนแทบจะไฟลุก ถ้าไม่ติดว่าผมไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวเดินผมคงลางานไม่ได้ นี่ไม่อยากนึกสภาพตอนกลับไปทำงานเลย เอกสารกองเต็มโต๊ะแน่ๆ


"อย่าให้แม่พูดเลยจ้าว"


"โห่" แม่กอดอกแล้วมองหน้าผมเอือมๆ สายตาที่ดูไม่เชื่อกันนั้นยิ่งทำให้ผมห่อเหี่ยวกว่าเดิม ผมเอื้อมมือไปดึงแม่มาใกล้ๆแล้วถูไถใบหน้ากับหน้าท้องของผู้ให้กำเนิดหวังจะให้ท่านใจอ่อน


"ไม่ต้องมาอ้อนเลย ยังไงก็ต้องกินยาตามที่หมอบอกอยู่ดี ห้ามดื้อ!" แม่หยิกแก้มผมแรงๆจนผมร้องโอ๊ย ผมลูบแก้มตัวเองป้อยๆพลางเบ้หน้า ท่านเอื้อมมือมาวางยาไว้บนตักผมเลยถือโอกาสแง้มดูว่ามียาอะไรบ้าง แต่พอเห็นจำนวนยาแล้วถึงกับต้องพ่นลมหายใจ ออกมา

วีลแชร์เคลื่อนไปข้างหน้าเมื่อบุรุษพยาบาลเริ่มเข็นตามแม่ที่เดินนำไปก่อน ผมนั่งไหลไปกับวีลแชร์แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู


"เธอ"


อยู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงปริศนาดังขึ้นข้างๆ ผมที่กำลังก้มตอบข้อความเพื่อนสนิทที่บริษัทเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความงงงวย


ผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ผมเคยเห็นเธอครั้งหนึ่งตอนที่เธอรีบวิ่งเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย


แม่ของเด็กผู้ชายที่ชื่อโดมคนนั้น


ผมเริ่มรู้สึกว่าเรื่องบังเอิญไม่มีจริง เพราะหลายครั้งแล้วที่ผมเจอทั้งโดมและแม่ของเขาโดยที่ทุกอย่างมันพอดิบพอดีเหมือนจับวางเกินไป


แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าครั้งนี้มันคือเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ โรงพยาบาลก็มีเป็นพันเป็นหมื่นแห่ง ดันมาเจอกันเสียได้


"สวัสดีครับ" ผมยกมือขึ้นไหว้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า เธอแต่งตัวสวย ดูภูมิฐานและเครื่องประดับที่วิบวับเสียจนผมแสบตา ผมเห็นแม่หันหลังกลับมามองผมและแม่ของเด็กผู้ชายคนนั้นด้วยใบหน้าที่มีแต่คำถาม


"สวัสดีจ้ะ" เธอรับไหว้ผมและเป็นจังหวะที่แม่เดินมายืนขนาบข้างผมพอดี


"สวัสดีค่ะ ดิฉันสุกัญญาค่ะ" หญิงวัยกลางคนยกมือไหว้แม่ผมอีกครั้งและแนะนำตัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แม่รีบยกมือไหว้ตอบงงๆ ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วมองผมเหมือนจะถามว่านี่ใคร ที่จริงผมเองก็ลืมเล่าให้แม่ฟังว่าผมอยู่เป็นเพื่อนเด็กที่โดนทำร้ายร่างกายจนแม่เขามาแล้วค่อยกลับ ผมเล่าไปแค่ว่าช่วยเด็กแล้วกำลังพาไปโรงพยาบาล


เพราะไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีก


"พอดีเด็กคนนี้ช่วยลูกชายดิฉันไว้เมื่อสองเดือนก่อนน่ะค่ะ เห็นพอดีเลยเข้ามาทักทาย ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ" เมื่อหญิงวัยกลางคนที่ชื่อสุกัญญาอธิบายให้ฟัง แม่ผมเลยร้องอ๋อทันที


แล้วหลังจากนั้นบทสนทนาตรงหน้าก็เหลือแค่แม่และคุณสุกัญญาเพียงสองคน ผมนั่งตัวลีบอยู่บนวีลแชร์โดยที่มีพี่บุรุษพยาบาลยืนอยู่ห่างๆ ผมเห็นแม่ยืนคุยกับคุณสุกัญญาอย่างออกรสประหนึ่งรู้จักกันมานาน แต่ผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรเพราะแม่ผมคุยเก่งและอัธยาศัยดีเข้ากับคนอื่นได้ง่าย บวกกับแม่ของเด็กผู้ชายที่ชื่อโดมก็เข้ากับคนได้ง่ายไม่แพ้กันอีกต่างหาก


"แล้วน้องจ้าวเป็นอะไรหรือคะ ไหวมั้ยลูก" คุณสุกัญญาที่รู้ชื่อผมแล้วหันมาถามด้วยความเป็นห่วง ผมยิ้มแห้งแล้วเหลือบมองหน้าแม่เล็กน้อย


คือคุยกันจนคุณสุกัญญารู้ชื่อผมอ่ะ


"อาหารเป็นพิษครับ แต่ดีขึ้นแล้ว" ผมอ้อมแอ้มตอบกลับไป คุณสุกัญญายกมือขึ้นมาทาบอกท่าทางตกใจ


"ตายจริง ระวังเรื่องการกินด้วยนะคะหนูจ้าว ช่วงนี้อากาศร้อน อาหารเสียง่าย" เธอเอื้อมมือมาแตะบ่าผมเบาๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


"ครับ" ผมที่ทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่ส่งยิ้มและพยักหน้าให้


"นี่ลูกชายดิฉันก็เพิ่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเหมือนกัน เรื่องท้องเสียนี่แหละค่ะ" คุณสุกัญญายกมือขึ้นมาแตะใบหน้าตัวเองเบาๆพลางถอนหายใจ


"ลูกชายหรือคะ"


"ค่ะ อ๊ะ นั่นค่ะ ที่ใส่ชุดนักเรียน" เธอพยักหน้าก่อนจะชี้ไม้ชี้มือไปทางข้างหลังด้วยรอยยิ้ม


คำพูดของคุณสุกัญญาทำให้ผมตัวชาวาบพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆแต่ผมไม่กล้าหันไปมองเพราะรู้ดีว่าใครกำลังมาและผมทำทีเป็นก้มมองถุงยาที่วางอยู่บนตัก


"แม่บอกว่าห้ามวิ่งกี่รอบแล้วครับพี่โดม" เสียงดุๆของคุณสุกัญญาดังขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้านั้นหยุดลงไม่ใกล้ไม่ไกล


"นี่ลูกชายค่ะ" หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสอีกครั้ง ผิดกับผมที่หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพยายามตั้งสติ


เจอกันมาสองครั้งแล้วมึงจะล่กทำไมวะจ้าว!


"สวัสดีครับ"


น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ผมไม่เคยได้ยินอย่างชัดเจนขนาดนี้มาก่อนทำให้ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ


แต่ภาพที่เห็นรอบกายที่เห็น กลับเต็มไปด้วยเส้นด้ายสีแดงที่อยู่ๆก็ปรากฏออกมาให้เห็นอีกครั้ง ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากกับเหตุการณ์ที่เหมือนจะวนเข้าลูปเดิมอีกครั้ง


ผมกระพริบตาหวังจะให้มันหายไป แต่ด้ายเหล่านั้นรวมถึงด้ายที่เกี่ยวอยู่ตรงโคนนิ้วผมยังคงปลิวไสวอยู่ในอากาศตามเดิม ผมถอนหายใจและเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาใหม่อย่างหลีกหนีไม่ได้


สายตาคมที่เคยสบกันเพียงเสี้ยววินาทีที่ร้านหนังสือตรึงผมไว้อีกครา ผมมองคนที่อยู่ในชุดนักเรียน ใบหน้าขาวสะอาดสะอ้านและแต่งกายถูกระเบียบไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ผมเห็นเขาเลิกคิ้วมองเล็กน้อย


ท่าทางเหมือนนึกขึ้นได้ว่าเคยเจอผมที่ไหนสักที่ แต่ก็นั่นแหละ ผมเจอเขาจนจำหน้าอีกฝ่ายได้ขึ้นใจแล้ว


แต่ใดๆล้วนยังไม่เท่าสิ่งที่ทำให้ผมหายใจหายคอไม่สะดวกในตอนนี้


ผมมองเห็นเส้นด้ายสีแดงที่เกี่ยวนิ้วของโดมเอาไว้อย่างชัดเจน มันปลิวไสวเป็นสีจางๆแทบจะมองไม่เห็นอยู่ในอากาศ ผมไม่กล้ามองเลยว่าปลายอีกฝั่งมันจะเหมือนกับครั้งแรกที่ผมเห็นหรือไม่ ตั้งแต่ตอนนั้น ผมเอาแต่คิดกับตัวเองแทบตายว่ามันไม่มีทางเป็นไปไม่ได้


"พี่โดมจำพี่เขาได้มั้ยครับ" ต้องขอบคุณคุณสุกัญญาที่พูดขึ้นมาทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนตรงหน้า ในขณะที่ผมแอบถอนหายใจออกมาโดมก็หันไปมองผู้เป็นแม่พร้อมกับขมวดคิ้ว


"อ่า" เขาเอ่ออ่าออกมา มองหน้าผมและแม่ของเขาอย่างไม่แน่ใจ แต่ผมไม่แปลกใจเท่าไรที่เขาจะจำผมไม่ได้เพราะวันที่ผมไปช่วยเขาจะลืมตามามองกันด้วยสภาพสะบักสะบอมด้วยสติที่แทบไม่หลงเหลือแล้ว


"พี่คนนี้ช่วยพาพี่โดมมาโรงพยาบาลไง ที่แม่เล่าให้ฟัง" โดมหันมามอง ทำให้สายตาเราสอดประสานกันอย่างช่วยไม่ได้


แล้วก็เป็นผมที่รีบละสายตาออกมาก่อนพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่รัวอยู่ในอกเพราะความประหม่า


ผมมองมือที่ชื้นเหงื่อของตัวเองโดยที่นิ้วก้อยข้างขวามีเส้นด้ายสีแดงผูกไว้จางๆ ผมรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาไม่หยุด สถานการณ์ที่อึดอัดและน่าจะมีแค่ผมเพียงคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ทำให้ผมอยากวิ่งหนีออกไปให้รู้แล้วรู้รอด


ไม่ไหว


ผมมองแม่ผู้เป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่แม่ที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรได้แต่เลิกคิ้วมองผมที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาให้ได้ ผมได้ยินเสียงคุยของสองแม่ลูกแต่ไม่อาจจับใจความได้อีกต่อไปเพราะสติของผมมันไม่นิ่งแล้ว


"พี่"


และอาการที่ทั้งประหม่าและอึดอัดก็หงุดชะงักเมื่อเสียงนุ่มทุ้มของอีกฝ่ายเอ่ยเรียกกัน ผมละสายตาจากแม่มามองที่เด็กผู้ชายตรงหน้าอัตโนมัติ


เราสบตากันอีกครั้งและไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่ผมไม่สามารถมองเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่ประหม่าได้เลย


ถ้าผมบอกว่า เหมือนเวลาได้หยุดลง มันจะดูเกินจริงไปมั้ยนะ


โดมยิ้มกว้างดูสดใสแตกต่างจากเด็กผู้ชายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเมื่อคราวนั้นอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกอึดอัดก่อนหน้านี้มลายหายไปเหลือเพียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวอยู่ในอก ซึ่งผมเองก็หาสาเหตุไม่ได้สักทีว่าทำไมทุกครั้งที่เห็นเขาแล้วใจผมมันเต้นแทบบ้าขนาดนี้





อาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มกว้างของเด็กคนนี้ที่ผมเห็นมันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก





หรืออาจจะเป็นเพราะภาพตรงหน้าที่ตอนแรกเต็มไปด้วยด้ายสีแดงระโยงระยางเต็มทางเดินในโรงพยาบาลไปหมด


แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงเส้นด้ายเส้นเดียว


เส้นด้ายที่เชื่อมระหว่างโดมและผม


หัวใจผมเต้นจนแทบจะหลุดออกมาจากอกเพราะภาพตรงหน้ามันชัดเจนยิ่งกว่าทุกครั้ง ผมลูบนิ้วก้อยข้างขวาในขณะที่มองด้ายที่ค่อยๆเชื่อมเข้าหากับด้ายฝั่งของโดม และมันเป็นสีแดงสดไม่ซีดจางเหมือนครั้งแรกที่เห็น


ผมผละออกมามองเข้าไปในดวงตาที่สดใสของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกนับล้านที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ






โลกของผมและเขาที่ดูเหมือนจะห่างไกลและไม่มีวันได้โคจรมาหากัน


ผมชักจะไม่เชื่อในเรื่องบังเอิญเสียแล้ว


เพราะครานี้ เหมือนพระเจ้ากำลังสนุกกับการเล่นตุ๊กตาหุ่นเชิดซึ่งเดิมพันเป็นโชคชะตา สรรค์สร้างหนทางให้ผมและเขาได้มาเจอกัน


ด้วยเส้นด้ายสีแดงแห่งพรหมลิขิตที่มีแต่ผมเพียงคนเดียวที่มองเห็น





"ขอบคุณที่ช่วยผมไว้นะ พี่จ้าว"









tbc

#Peach_Jay ????

มันก็จะบั่บ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #31 x01meg (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 02:10
    ฮือออออออไม่ไหวแล้วววววฮือออออออยิ้มจนแก้มจะแตก รู้สึกยุบยิบๆในใจจังเลย ฮือ น้องโดมฮือออออ พี่จ้าวน่าเอ็นดูมากเลยค่ะ มันแบบฮือ-ตัวน่ารักกับน้องโดมมมมมมม
    #31
    0