ฝ่าบาท ท่านหญิงลักพาตัวนักฆ่าหนีไปอีกแล้ว !

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,477 Views

  • 66 Comments

  • 668 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,138

    Overall
    6,477

ตอนที่ 3 : Chapter 1 : ท่านหญิงแห่งแอสทริล่า (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    11 ม.ค. 62



“นักฆ่านั่นมีดีอะไร” ถามพลางชูพระองคุลีขึ้นลองไล่ความน่าจะเป็นไปทีละข้อ “วิชาประหลาด ? อุปกรณ์อาคมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ? มนตราบทใหม่ ? หรือว่า...”

 

รับสั่งไล่ไม่ทันหมด ไอซิสก็ขัดขึ้นก่อน

 

“หน้าตาเพคะ”

 

“หน้าตางั้นเหรอ ?” หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่จักรพรรดิวูลฟ์ไซน์ก็ตรัสถามเหมือนไม่รู้จักคำนั้นขึ้นมาดื้อๆ

 

“เพคะ หน้าตาที่หมายถึงใบหน้า รูปหน้า ส่วนประกอบบนหน้า ไม่ว่าจะเป็นดวงตา จมูก ริมฝีปาก ฟัน หรือจะนับรวมส่วนอื่นๆอย่างเรือนผม ใบหู บ่า กระดูกไหปลาร้า กล้ามอก....แฮ่ม รวมๆก็คือรูปลักษณ์ของเขาเป็นรักแรกพบของหม่อมฉันเพคะ แต่หลังจากเราใช้เวลาอยู่ร่วมกัน หม่อมฉันก็พบว่าตนเองชื่นชอบอุปนิสัยและส่วนอื่นๆของเขาจนเป็นตกหลุมรักเลยเพคะ”

 

“.....เจ้าเพิ่งเจอกับนักฆ่านั่นได้กี่วันกัน ?”

 

“เวลาไม่สำคัญ ไม่เคยได้ยินหรือเพคะ” ไอซิสตอบหน้าตาเฉย

 

“.....แต่เจ้ามีคู่หมั้นแล้ว” ในที่สุดจักรพรรดิก็ยกประเด็นหลักของเรื่องขึ้นมา “แถมคู่หมั้นของเจ้าดูเหมือนจะเป็นราฟาเอลลูกชายคนโตของเรา เรียกให้ดูดีหน่อยก็คือเป็นเจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่งของอาณาจักรคามูลอสนะ”

 

“หม่อมฉันรู้ว่าเรื่องนี้.....ไม่บังควร แต่ฝ่าบาทเพคะ” ไอซิสจับชายกระโปรง กรีดกรายออกแล้วย่อตัวลงทำท่าทางน่าสงสาร “ความรักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถห้ามปรามหรือบีบบังคับกันได้นะเพคะ แม้เจ้าชายราฟาเอลจะงี่เง่าน่ารำคาญบัดซบ มีดีแค่แกล้งสนุกเป็นบางครั้ง อุ๊ย หม่อมฉันหมายถึงเจ้าชายราฟาเอลจะ....ดี......สักแค่ไหน”

 

“ราฟาเอลแกล้งสนุก ข้อนี้เราไม่คัดค้าน” จักรพรรดิวูลฟ์ไซน์เป็นจักรพรรดิผู้ปรีชา จึงทรงรับฟังความจริงได้เสมอ แม้นั่นจะเป็นคำนิยามถึงโอรสแท้ๆที่ประสูติแต่ราชินีองค์แรกที่สวรรคตไปนานแล้วก็ตาม  “แต่ยังไงในสายตาคนภายนอก ราฟาเอลก็คือเจ้าชายผู้สมบูรณ์แบบเพียบพร้อม ขนาดริชาร์ดที่เป็นเจ้าชายรัชทายาทอันดับสามที่ตอนนี้เริ่มมีชื่อเสียงก็ยังเทียบกับคู่หมั้นเจ้าไม่ได้เลยนะ”

 

ไอซิสกำลังจะแอบเบ้ปากให้กับคำโฆษณาเหล่านั้น ก็พอดีกับที่ได้ยินคำพูดสุดท้าย จึงอดร้องค้านไม่ได้

 

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเป็นสตรีที่ทั้งดวงใจมีบุรุษจับจองแล้ว จะทรงย้ำว่าหม่อมฉันมีคู่หมั้นไปเพื่ออะไรกันเพคะ”

 

“.....” จักรพรรดิวูลฟ์ไซน์รู้สึกเหมือนทอดพระเนตรสิ่งอัศจรรย์ของโลกยิ่งกว่าการค้นพบมนตราหรือการเปิดตัวอุปกรณ์อาคมใหม่ๆ หนำซ้ำยังทำให้ทั้งพระวรกายเกือบจะสั่นน้อยๆ จนต้องยกพระสุธารสร้อนจัดขึ้นดื่มรวดเดียว ก่อนจะรับสั่งต่อได้

 

“ยังไงก็ตามแต่ เจ้ายังเป็นคู่หมั้นของราฟาเอลอยู่ดี”

 

“แต่หม่อมฉันเป็นสตรีที่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้วนะเพคะ” ไอซิสทำท่าจนใจ “สตรีที่หนีตามผู้ชายไปแบบหม่อมฉันจะคู่ควรกับฐานะนั้นได้อย่างไรกันเพคะ”

 

“อย่ากังวลไปเลย” จักรพรรดิแย้มสรวลอย่างอ่อนโยน “คนของเราจัดการระงับข่าวเรื่องที่เจ้าลักพาตัวนักฆ่า ไม่สิ หนีตามกันของพวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว อาจจะมีข่าวลือหลุดรอดไปถึงพวกที่วางสายข่าวไว้ก็ไม่ใช่เรื่องต้องห่วงไปหรอก”

 

ท่าทางอ่อนหวานน่าสงสารของไอซิสหายวับไปทันที

 

“ระงับข่าวไว้เพื่อไม่ให้สถานะของเจ้าชายเสื่อมเสีย แถมยังได้ตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าใครวางสายข่าวไว้ตรงไหน ไม่คิดว่าค้ากำไรเกินควรไปหน่อยหรือเพคะ” ไอซิสอดเหน็บแหนมไม่ได้

 

รอยแย้มสรวลที่มีมาแต่เดิมของจักรพรรดิยิ่งกว้างไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

 

“ดูเหมือนว่าเจ้าก็จะใส่ใจราฟาเอลอยู่เหมือนกันสินะ ถึงได้รู้ปัญหาเรื่องสถานะของเจ้านั่นตอนนี้ด้วยน่ะ” ทรงเคาะพระองคุลีกับโต๊ะทรงงานช้าๆ ขณะเอ่ยต่อ “เทเรซ่า แม่ของเจ้านั่นและราชินีองค์แรกของเรา สิ้นไปตั้งแต่ตอนเจ้านั่นเกิดได้ไม่นาน แถมด้วยปัญหาภายในต่างๆทำให้ตอนนี้ตระกูลโอเรียนส์ของนางอยู่ในฐานะที่ไม่ค่อยดีนักอีกด้วย ดังนั้นนอกจากเป็นเจ้าชายที่เพียบพร้อมแล้ว ราฟาเอลก็ควรจะได้แต่งงานกับท่านหญิงผู้มีสถานะสูงส่งคู่ควร”

 

“ปัญหาภายในนี่เป็นนิยามใหม่ของการลงมือแบบลับๆของพระองค์หรือเพคะ หม่อมฉันได้ความรู้ใหม่แล้ว” ไอซิสพูดหน้าตาเฉย

 

หากจักรพรรดิที่สดับคำนั้นกลับไม่มีทีท่าไม่พอพระทัย บนพระพักตร์ยังประดับด้วยรอยแย้มสรวล ขณะเอ่ยตอบสาวน้อย

 

“เราเป็นจักรพรรดิ ไอซิส ถ้าเราบอกว่ามันเป็นปัญหาภายใน มันก็ต้องเป็นปัญหาภายใน....ไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะมาจากการลงมือของใครก็ตาม”

 

“สุดแต่พระทัยเถอะเพคะ” ไอซิสทำท่าเกียจคร้าน ที่จริงถ้าไม่ติดว่าจะดูเป็นกันเองเกินไป เธอคงจะยักไหล่ให้อีกฝ่ายไปแล้วด้วยซ้ำ “ถ้าหากว่าเรื่องที่จะรับสั่งหมดแล้ว หม่อมฉันก็ขอตัว....”

 

“เฮ้อ” จักรพรรดิวูลฟ์ไซน์อดถอนพระปัสสาสะออกมาไม่ได้ “อยู่คุยเล่นกับเราสักหน่อยมันจะเสียเวลาเจ้ามากหรือ คิดถึงตอนที่เจ้ายังเด็กๆยังเกาะขาเราทั้งวัน พอเราจะทำงานยังร้องไห้งอแงที่เราไม่ยอมอยู่คุยเล่นกับเจ้า......”

 

ไอซิสหันหลังกลับทันที ไม่แม้แต่จะเอ่ยหรือทำท่าอำลา

 

“เจ้าจะเลี้ยงดูเจ้านักฆ่านั่นไว้ก็ได้” จักรพรรดิรับสั่งเข้าประเด็นอีกครั้ง “ชนชั้นสูงคนไหนๆก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์แล้วเลี้ยงดูคนที่ตัวเองถูกใจไว้ต่างหากทั้งนั้น ยิ่งดูจากความสัมพันธ์ของเจ้ากับราฟาเอล ยังไงเจ้านั่นก็คงไม่ว่าอะไรเจ้าอยู่แล้ว”

 

“หม่อมฉันกับราฟาเอล ไม่มีทาง เป็นสามีภรรยากันได้ต่างหากเพคะ” ไอซิสยอมหันกลับมา ทว่าหนนี้ดวงตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา “และขอประทานอภัยเพคะ.... ขอพระองค์โปรดรับสั่งใหม่ด้วยเพคะ เขาไม่ใช่คนที่หม่อมฉันจะเลี้ยงดู ต่อให้เขาเป็นผู้ชายของหม่อมฉัน แต่เขาก็ไม่ใช่สิ่งของหรือสัตว์เลี้ยงอะไรแบบนั้น....”

 

เธอเว้นจังหวะไปเล็กน้อย มองสบกับนัยเนตรที่เบิกกว้างอย่างตะลึงพรึงเพริด และกล่าวต่ออย่างชัดถ้อยคำที่สุด

 

“เขาคือคนที่จะมาเป็นครอบครัวของหม่อมฉันเพคะ”

 

ไม่เพียงแววในพระเนตร ทว่ารวมถึงพระพักตร์ของจักรพรรดิวูลฟ์ไซน์ล้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง เมื่อได้ยินเด็กสาวเอ่ยคำนั้น ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่แม้แต่เสียงขับร้องของนกน้อย หรือเสียงของลมพัดผ่านใบไม้เบื้องนอกยังไม่อาจเอื้อมเข้ามา

 

กระทั่งจักรพรรดิเป็นผู้ทำลายความเงียบนั้นลง

 

“แม้ข้าจะบอกว่า....ยังไงเสียเจ้าก็ต้องแต่งงานกับราฟาเอล เจ้าก็จะยืนยันคำนั้นงั้นรึ ?”

 

สุรเสียงของจักรพรรดิยังไร้วี่แววของความกริ้ว ทว่าคำแทนพระองค์ที่เปลี่ยนไปยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องทรงงานตึงเครียดมากขึ้น และไม่รอให้ไอซิสตอบ พระองค์ก็ชิงรับสั่งต่อ

 

“ไอซิส เซเรน เรเดียส แอสทริล่า คอนเบิร์ก” จักรพรรดิรับสั่งนามเต็มของเด็กสาวตรงหน้า แววพระเนตรลึกล้ำเปี่ยมด้วยอารมณ์อย่างที่ไม่ค่อยมีผู้ใดได้เห็นนัก “ชื่อไอซิสของเจ้า ข้าเป็นคนตั้งให้ ชื่อกลางว่าเซเรน บิดาของเจ้า น้องชายของข้าเป็นคนเลือกให้  นามสกุลเรเดียสคือหลักฐานบอกว่าเจ้าคือเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรคามูลอส...”

 

ห้วงอารมณ์ที่ลึกล้ำค่อยๆเปลี่ยนเป็นความทรงจำที่ลึกซึ้งกว่าเดิมยามเมื่อรับสั่งต่อ

 

“แอสทริล่า เป็นที่ที่ข้ายกให้ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับมารดาเจ้า ส่วนคอนเบิร์กเป็นสิ่งที่พ่อเจ้าดยุกแห่งแคว้นคอนเบิร์กใช้ให้การรับรองความเป็นทายาทมีสิทธิ์ครองดินแดนต่อจากเขาของเจ้า...”

 

“เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้สิ่งเหล่านี้มาโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือ ? ต่อให้เจ้าไม่อยากได้ ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้ามีความสามารถพอจะปฎิเสธหรือเปล่า ?”

 

แม้รับสั่งถามในตอนท้ายจะไม่ได้ดุดันหรือกราดเกรี้ยว เป็นเพียงความเรียบเฉยเหมือนไม่ยี่หระ ทว่าอย่างไรนี่ก็เป็นรับสั่งจากจักรพรรดิผู้เคยผ่านช่วงเวลาแห่งการช่วงชิงทั้งยังนั่งบนบัลลังก์อย่างมั่นคงมานับสิบปี ดังนั้นความกดดันจากสุรเสียงที่เรียบเฉยเช่นนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ข้าราชบริพารบางคนต้องคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่นแล้ว

 

ทว่าสำหรับไอซิส...ผู้ที่จักรพรรดิพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น ท่านหญิงแห่งแอสทริล่า ด้วยพระองค์เองนั้น...

 

“ฝ่าบาทเพคะ” เสียงตอบของสาวน้อยนุ่มนวลเสนาะหู คล้ายกับเสียงที่เคยได้ยินจากมารดาของนาง ทว่าก็แตกต่างเช่นกันยามนางเอ่ยต่อ  “นี่ออกจะขัดกับความเป็นสุภาพสตรีที่ถ่อมตนของหม่อมฉันอยู่สักหน่อย...”

 

แม้จะเป็นเวลาแบบนี้ ทว่าจักรพรรดิก็อดดำริไม่ได้ว่าดีที่พระองค์ทรงผ่านร้อนหนาวขวากหนาม รวมถึงอดีตพี่น้องที่ไม่มีชีวิตอยู่อีกมากมาย ไม่ต้องพูดถึงพระทัยที่แกร่งกว่าหินผา น่ากลัวว่าแม้แต่พระพักตร์ก็แข็งแกร่งทนทานไม่แพ้กัน คำว่าสุภาพสตรีที่ออกจากปากของผู้หญิงที่เพิ่งลักพาตัวนักฆ่าหนีไปจึงไม่สะกิดความตกใจใดๆทั้งสิ้น

 

“แต่ทรงลืมไปหรือเปล่าเพคะ ไม่ใช่แค่อาณาจักรคามูลอสแห่งนี้ แต่ในอาณาจักรใหญ่ทั้งสาม... คนที่มีความสามารถจะหยุดหม่อมฉันได้จริงๆมีไม่มาก ส่วนคนที่มีความสามารถจะจับหม่อมฉันกลับมาได้จริงๆก็มีน้อยยิ่งกว่านะเพคะ”

 

ไม่เพียงแค่คำพูด ทว่าใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่มีพิมพ์ของความอ่อนหวาน หากภายในโชนแสงกล้าไปด้วยความหยิ่งยโสและความทระนงในตัวเอง ....ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้จักรพรรดิที่ทอดพระเนตรอยู่คล้ายได้เห็นเงาแห่งอดีตที่ไม่เคยจากไปไหนในทุกครั้งที่ได้พบกับสาวน้อยผู้นี้

 

ดังนั้น สุดท้ายแล้ว...หลังจากที่พระองค์ทอดพระเนตรภาพที่ทำให้ทรงรู้สึกคิดถึงนั้นจนพอพระทัย จักรพรรดิก็ถอนพระปัสสาสะอย่างยอมแพ้

 

“จริงๆแล้วเรื่องถอนหมั้นระหว่างเจ้ากับราฟาเอลก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้” รับสั่งในที่สุด และอดกลับมาทรงเผยรอยแย้มสรวลไม่ได้ เมื่อเห็นไอซิสมองมาตาโต “แต่ในเมื่อเราเป็นพวกค้ากำไรเกินควร งานนี้เจ้าก็ต้องเหนื่อยหน่อย ว่าไหม ไอซิส ?”

 

“................หม่อมฉันกับเขาจะหนีตามกันต่อไปเพคะ” ไอซิสให้คำตอบหลังจากนิ่งเงียบไปครู่ “แม้หม่อมฉันอยากจะครองรักกับเขาอย่างเปิดเผยสักเพียงไหน แต่นั่นอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าทั้งเขาทั้งหม่อมฉันต้อง----

 

“นี่ล่ะนะ....” จักรพรรดิไม่รอให้เด็กสาวพูดจบ ก็รับสั่งขัดขึ้น “ปากก็บอกว่ารักนักรักหนา แต่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเจ้ากำลังทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาอยู่ ที่สำคัญนะไอซิส....การเป็นครอบครัว หมายความว่าเจ้าไม่ใช่ตัวคนเดียว ไม่ได้ตัดสินใจเรื่องตามๆได้คนเดียวตามใจชอบอีกต่อไป แต่แปลว่าเจ้าควรจะปรึกษาคนในครอบครัวของเจ้าด้วยไม่ใช่หรือ ?”

 

นับว่าจักรพรรดิวูลฟ์ไซน์จี้จุดอ่อนของไอซิสได้อย่างจัง สมกับเป็นผู้ที่เคยเอ่ยวาจาไม่กี่ประโยคก็เพิ่มจำนวนชู้รักได้

 

“ถ้าอย่างนั้น...” ในที่สุดพระวรกายสูงสง่าของจักรพรรดิก็ประทับยืนขึ้น “เจ้าไม่พาเราไปลองเจอกับนักฆ่าของเจ้าหน่อยล่ะ”

 

ไอซิสที่ได้ยินประโยคนั้นหรี่ตาลงทันที รู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งเดินเหยียบลงไปบนกับดักเข้าเต็มๆ

 

“ฝ่าบาทเพคะ ไม่ใช่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของพระองค์...ก็แค่อยากจะเห็นเขาหรอกนะเพคะ”

 

“เจ้ารู้ตัวช้าไปหน่อยนะ” จักรพรรดิแย้มสรวลอย่างไม่ถือสาที่ถูกเปิดโปง “ปกติเจ้าน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้แท้ๆ แสดงว่าการมีความรักทำให้เจ้ามัวแต่ไปคิดเรื่องอื่นจริงๆสินะ”

 

ประโยคหลังสำหรับคนอื่น อาจฟังเหมือนการดูหมิ่น ทว่าสำหรับท่านหญิงแห่งแอสทริล่าในยามนี้ การที่จักรพรรดิรับสั่งด้วยพระองค์เองว่าเธอมีความรักก็เหมือนกับชัยชนะเล็กๆในก้าวแรก เธอจึงยอบกายลงรับคำกล่าวนั้นพร้อมรอยยิ้ม

 

ทว่าเมื่อยืดตัวขึ้น ไอซิสก็ถามต่อด้วยท่าทางที่กลับมาระแวงระวังอีกครั้ง

 

“.....ฝ่าบาทจะไม่ทำอะไรเขาใช่ไหมเพคะ”

 

“เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่าถ้าตัวเองอยากจะทำอะไร ไม่ใช่แค่อาณาจักรนี้แต่ต่อให้เป็นสามอาณาจักรใหญ่ก็มีไม่กี่คนที่หยุดตัวเองได้น่ะ”

 

คำกล่าวที่คุ้นๆว่าเพิ่งออกจากปากตนเองไปไม่ได้ทำให้ไอซิสพูดไม่ออก เด็กสาวกลับยกมุมปากเป็นรอยยิ้มที่น่าดูขึ้นอีกนิด ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

 

“อย่ารับสั่งราวกับพระองค์ไม่รู้จักหนึ่งในไม่กี่คนเหล่านั้นสิเพคะ” แม้รอยยิ้มจะเย้ยหยัน แต่เสียงของไอซิสยังคงนุ่มนวล เช่นเดียวกับท่วงท่ายามหมุนตัวแล้วเดินนำทางจักรพรรดิ

 

บานประตูห้องทรงงานถูกเปิดออก ด้านนอกปราศจากเงาของบารอนเกรฟ เลอแฟลร์ที่ออกมาก่อนแล้ว

 

“อืม” จักรพรรดิผงกพระเศียร “สมเป็นเกรฟ ป่านนี้คงไปที่ห้องที่รับรองเจ้าหนุ่มนักฆ่านั่นแล้ว...”

 

“ฝ่าบาทเพคะ” ไอซิสอดชะงักฝีเท้าเล็กน้อยไม่ได้ “แม้หม่อมฉันจะไม่รังเกียจอาชีพหรือสถานะของเขา แต่ก็ต้องขอทูลสักนิดว่าเขาก็มีชื่อนะเพคะ”

 

จักรพรรดิที่หยุดดำเนินตามส่งเสียงที่ฟังคล้ายเสียง หึ ให้สาวน้อยเบื้องหน้า แต่ก็คร้านจะเล่นบทสนทนาทำนองว่าการบอกให้จักรพรรดิเรียกใครว่าอะไรนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าทำ ยิ่งการเรียกชื่อยังเป็นการแสดงหลักฐานความโปรดปรานของจักรพรรดิที่อาจมีต่อคนๆนั้นอีกด้วย.....เพราะวันนี้ทั้งพระองค์และสาวน้อยผู้นี้เล่นกันมาพอแล้ว

 

แต่ยามมองเห็นแววปกป้องบนใบหน้างดงามของสาวน้อยแล้ว จักรพรรดิก็อดไม่ได้ที่จะพยักพระพักตร์เป็นเชิงรับรู้แล้วถาม

 

“อย่างนั้นเจ้าหนุ่มนักฆ่านั่นชื่ออะไรล่ะ”

 

ไอซิสควบคุมตัวเองใม่ให้ถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างดุร้ายได้สำเร็จ ก่อนจะทูลตอบ

 

“เซน...เพคะ” แม้จะมีโทสะ แต่ยามเรียกชื่อนั้น น้ำเสียงของไอซิสกลับอ่อนหวานยิ่งกว่าน้ำหวานจากดอกไม้ เช่นเดียวกับพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อดังกุหลาบแรกแย้ม “เซน ซิลเวอร์ ราเวน”

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

  

อยากบอกก่อนเลยว่าดีใจที่มีคนชอบเรื่องนี้ค่ะ ! ขอบคุณทุกๆคนมากนะคะ ><

 

แต่ตอนนี้อารมณ์ช่วงหนึ่งจะตึงๆกันขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะยังไงฝ่ายหนึ่งก็เป็นจักรพรรดิ ก็ต้องมีการไว้หน้า(?)กันบ้าง แต่ไอซิสก็ยังแยกเขี้ยวแฟ่ใส่อยู่ดีค่ะ ! อย่าเห็นว่าน้องเป็นสาวน้อยในห้วงรัก(??) แล้วจะข่มขู่(???)น้องได้ง่ายๆค่ะ !

 

ว่าไปบทนี้เขียนไปยาวกว่าที่คิดไว้เพราะเพลินกับการต่อปากต่อคำของจักรพรรดิกับไอซิสค่ะ หลายท่านคงจะเห็นแล้วว่าถ้านับจริงๆ จักรพรรดิมีศักดิ์เป็นลุงของไอซิสค่ะ ดังนั้นไอซิสกับเจ้าชายราฟาเอลผู้โผล่แต่ชื่อนอกจากเป็นคู่หมั้นแล้วยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย

 

การแต่งงานในหมู่เครือญาติไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากนักสำหรับในเรื่องนี้ค่ะ แต่บ่อยครั้งก็อย่างที่จักรพรรดิบอกกับไอซิส ว่าเป็นการแต่งงานเพื่อสถานะและผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ทั้งฝ่ายสามีและฝ่ายภรรยาจะเลี้ยงดูชู้รักทั้งแบบลับและไม่ลับไว้นอกบ้าน (ที่จริงบางคนก็ในบ้าน....) ตามแต่ปัจจัยของแต่ละคนก็ว่ากันไป ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียสักเท่าไร แต่ก็ยังเป็นหัวข้อไว้ให้ขาเม้าท์ซุบซิบกันได้ค่ะ (อาจจะซุบซิบกันตั้งแต่ความเปย์ของคนเลี้ยงหรือความหน้าตาดีของชู้รักก็ว่ากันไป)

 

แต่ !!! ต้องอย่าลืมว่ายังไงเสียฐานะของชู้รักที่ถูกเลี้ยงดู ก็ไม่ถูกนับเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ เอาตรงๆคือพ่อบ้านยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ดังนั้น สำหรับบางคนแล้ว นี่อาจเป็นปัญหาทางด้านจิตใจอย่างหนึ่งที่ต้องอยู่ในฐานะชู้รัก รวมถึงคนที่ต้องดูแลคนที่รักในฐานะแค่ชู้รักไม่เชิงเป็นครอบครัวก็ต้องรับความกดดันทางจิตใจไปด้วยค่ะ  (ซึ่งแน่นอนว่ามีบางคนที่ไม่ได้แคร์ก็มี)

 

เนื่องจากในอนาคตอาจจะมีบางตัวละครที่อิงกับระบบและความสัมพันธ์แบบนี้มากขึ้น เลยอยากถือโอกาสอธิบายไว้ก่อนค่ะ

 

แต่เอาจริงๆ ตอนที่เขียนทีแรก ตั้งใจว่าตอนนี้จะเขียนถึงเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับอาณาจักรคามูลอสค่ะ

 

ในเรื่องนี้ แต่ละอาณาจักรจะประกอบไปด้วยหลายแคว้นค่ะ จากนั้นในแคว้นก็ค่อยแยกย่อยเป็นเขต ตามด้วยเมือง จากนั้นหน่วยเล็กไปอีกอาจจะเป็นชุมชน หรือหมู่บ้าน ก็จะว่ากันไปตามแต่ละแห่งแล้วค่ะ

 

ทั้งนี้ “เขตนครหลวง” หรือเมืองหลวงนั้น คือเป็นสถานที่พิเศษ มีอำนาจการจัดการบริหารเทียบเท่าได้กับแคว้นๆหนึ่งเช่นกันค่ะ (แต่ในทางปฎิบัติ ถือว่าเหนือกว่าด้วยเพราะจักรพรรดิและหลายท่านอยู่ที่นี่)

 

สำหรับการบริหารแคว้นนั้น โดยมากแล้วจะอยู่ในมือของเชื้อพระวงศ์ระดับสูง อาทิ แคว้นคอนเบิร์ก ซึ่งปกครองโดยดยุกคอนเบิร์ก พ่อของไอซิสและน้องชายของจักรพรรดิ ----- หรือไม่อีกที ก็อยู่ในมือจักรพรรดิผ่านหุ่นเชิดดัมมี่ก็มี

 

มุมสรุป : อาณาจักร > แคว้น (เขตนครหลวง) > เขต > เมือง > ชุมชน > หมู่บ้าน  ---- ราวๆนี้ค่ะ !

 

 

ที่จริงข้อมูลพวกนี้ก็มีโอกาสที่จะกล่าวถึงในตอนต่อๆๆๆไปเหมือนกันค่ะ แต่เกรงว่าจะทำให้คนอ่านงงหรือเปล่า เลยขอมาอธิบายตรงนี้ก่อน อย่าเพิ่งรำคาญกันนะคะ ><

 

แล้วพบกันใหม่กับตอนหน้า “นักฆ่าแห่งไนท์ราเวน” ---- คุณนักฆ่าและชะตากรรมของเขาค่ะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #14 โอริฮิเมะ (@2451995) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 13:26

    จะรอติดตามตอนต่อไปค่า
    #14
    1
    • #14-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 3)
      21 มกราคม 2562 / 00:20
      ขอบคุณมากค่า ส่งตอนใหม่ถึงที่แล้วค่า
      #14-1
  2. #13 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 10:16

    มีความเขิน~
    #13
    1
    • #13-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 3)
      21 มกราคม 2562 / 00:19
      แค่เรียกชื่อเขาก็เขินแล้วววว นี่แหละค่ะสาวน้อยที่กำลังตกหลุมรัก !
      #13-1
  3. #10 Kafair0012k (@Kafair0012k) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:49

    หุๆหิๆ
    #10
    2
    • #10-1 Iris Cristal (@Iris_Namfon) (จากตอนที่ 3)
      13 มกราคม 2562 / 22:47
      หญิงสาวที่มีความรักก็จะเป็นอย่างนี้แหละเพค่ะ
      #10-1
    • #10-2 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 3)
      21 มกราคม 2562 / 00:17
      คุณ Kafair0012k - มาอัพแล้วค่า ไม่รู้อ่านตอนนี้แล้วจะหุๆไหม ><

      คุณ Iris - ใช่ค่ะ สาวน้อยที่มีความรักก็แบบนี้แหละค่า
      #10-2
  4. #9 Redwhitenight (@ben102543) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:08
    อ่านแล้วรู้สึกถึงความยันครับ(หรือคิดไปเองครับ)
    #9
    1
    • #9-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 3)
      21 มกราคม 2562 / 00:16
      คิดไปเองค่าาาาส น้องเขาเป็นสาวใสไร้เดียงสานะคะ ><
      #9-1