ฝ่าบาท ท่านหญิงลักพาตัวนักฆ่าหนีไปอีกแล้ว !

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,489 Views

  • 66 Comments

  • 668 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,150

    Overall
    6,489

ตอนที่ 1 : Prologue : รักแรกพบนั้นมีอยู่จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

Prologue : รักแรกพบนั้นมีอยู่จริง

 

ไอซิสไม่เชื่อในความรัก ไม่ศรัทธาในพรหมลิขิต

 

ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงรักแรกพบที่ยิ่งไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

 

แต่มีคำกล่าวว่าชีวิตคนเรานั้น อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ในวันหนึ่ง ---- ไอซิสก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

 

วันหนึ่งของไอซิสคือวันนี้ (ที่ภายหลังจะได้รับการบันทึกในตำนานรักอันยิ่งใหญ่ที่เจ้าตัวเขียนเองว่าวันที่ 16 เดือน 2 ปีแห่งนีร์ซาที่ 7442 เวลาประมาณ 22.23 น.) ที่หญิงสาวกำลังใช้ชีวิตอย่างเป็นปรกติในคฤหาสน์ตากอากาศซึ่งได้รับพระราชทานมาพร้อมบรรดาศักดิ์พิเศษ

 

เพราะเป็นคฤหาสน์ตากอากาศ ไอซิสจึงไม่ได้พาคนรับใช้จากตระกูลเดิมมาด้วย แม้จะมีเหตุผลด้านความปลอดภัยและอะไรอีกหลายๆอย่างทำให้ต้องมีการจ้างคนในพื้นที่มาทำงานจิปาถะและลาดตระเวนรอบคฤหาสน์ แต่สำหรับไอซิสแล้ว นี่เป็นแค่การกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขาจะทำตามหน้าที่ได้อย่างจริงจัง

 

ดังนั้น การที่มีนักฆ่าปรากฏตัวขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ไอซิสไม่แปลกใจเช่นกัน

 

ที่จริงแล้ว เธอกำลังหงุดหงิดเล็กๆอยู่ด้วยซ้ำ เพราะหนนี้...

 

“มาช้าจังเลยนะคะ” เธอกล่าวเหตุผลของความหงุดหงิดกับผู้ที่ปรากฏตัวข้างหน้าต่าง “ทุกทีคนๆนั้นไม่เคยเว้นระยะห่างเกิน 35 วันในการพยายามหาคนมาฆ่าดิฉัน แต่รอบนี้เว้นไปตั้ง 45 วัน จนดิฉันอดเป็นกังวลไม่ได้เลยล่ะค่ะ ว่าทางนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

ผู้มาเยือนไม่ตอบคำ ที่จริงแล้วนับตั้งแต่วินาทีที่ปรากฏกายในห้องหนังสือเล็กๆติดกับสวนห้องนี้ และพบว่าเป้าหมายกำลังนั่งเท้าคางเบิกตากลมโตมองมา เขาก็ไม่แม้แต่จะขยับตัวอีกเลย

 

ไอซิสที่เห็นดังนั้นจึงอมยิ้ม แล้วปรบมือแปะๆให้เบาๆ

 

“มีจรรยาบรรณดีจัง ขอเพิ่มคะแนนให้นะคะ คนที่มาสองกับสามรอบก่อนหน้านี้น่ะ เห็นดิฉันนั่งอยู่ก็ตกใจแล้ว แถมพอพูดแบบนี้ก็พูดบทอุทานพื้นๆทำนองว่า บ้าน่า ทำไมถึง...ออกมาด้วย ไม่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์ทั้งความซื่อสัตย์ต่อผู้ว่าจ้างเลยล่ะค่ะ”

 

ผู้มาเยือนยังคงนิ่งเงียบ แต่ที่จริงแล้วในสมองก็เริ่มผุดความเป็นไปได้หลายอย่างออกมาเหมือนกัน

 

ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ว่างานครั้งนี้คือกับดัก ? ที่อาจจะถูกจัดโดยคนที่ได้ชื่อว่าเป็น เพื่อน ร่วมองค์กร หรือไม่ก็การล้างแค้นจากศัตรูเก่า หรือไม่อีกทีเขาก็ถูกองค์กรขาย...

 

แต่ถ้าเป็นแบบนั้น เด็กสาวตรงหน้าก็ควรจะรู้จักเขา ไม่ใช่พูดจาบ่นไปเรื่อยเจื้อยเช่นนี้

 

ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะเป็นการจัดฉากที่มีการรู้กันระหว่างผู้ว่าจ้างกับคนที่ควรจะเป็นเหยื่อ....

 

“....แต่ไม่ตอบสนองสักนิด ก็ออกจะน่าเบื่อเกินไปหน่อยนะคะ” ไอซิสถอนหายใจ “พวกที่มาก่อนหน้านี้น่ะ แค่พูดด้วยสองสามประโยคแล้วตอบกลับมาเป็นสิบประโยคน่ารำคาญก็จริง แต่แบบนี้... อ๊ะ !

 

เด็กสาวยกมือขึ้นปิดปากหลังอุทาน ทำท่าทางนึกขึ้นได้ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียใจ เช่นเดียวกับน้ำเสียง

 

“เคยได้ยินมาว่าองค์กรนักฆ่าบางแห่งเข้มงวดมาก ถึงขนาดระหว่างปฏิบัติหน้าที่เพื่อไม่ให้ความลับเปิดเผยจะมีการใช้มนตราหรือไม่ก็อุปกรณ์อาคมทำลายกล่องเสียงชั่วคราวหรือไม่ก็....ถาวรไปเลย คุณจัดอยู่ในประเภทนั้นหรือเปล่าคะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าดิฉันเสียมารยาทเกินไปจริงๆ ขออภัยด้วยนะคะ”

 

“......” นักฆ่าที่มาเยือนเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ชักจะไปกันใหญ่ยิ่งกว่าที่เขาคิดเสียแล้ว และเรื่องที่ยิ่งกว่าที่คิดนั้นเป็นเรื่องที่ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เตรียมทางหนีทีไล่ และ....

 

รีบลงมือให้เร็วที่สุด

 

ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าของเสื้อคลุมตัวใหญ่เพิ่งจะกระดิก หญิงสาวที่ค้อมศีรษะขออภัยก่อนนี้ก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน นัยน์ตากลมโตพราวระยับยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าด้านนอก

 

“นั่นสินะคะ” เจ้าหล่อนแปะมือเข้าหากันโดยไม่มีเสียง “ยังไงคุณก็มาทำงาน คงไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ อย่างนั้นมาเริ่มกันเลยก็ได้ค่ะ”

 

“......ได้ข่าวว่าเวลาที่เสียไปทั้งหมดเป็นทางนั้นที่พูดไม่หยุดนะ” นักฆ่าตัดสินใจออกปาก

 

ไม่ใช่เพราะอยู่ๆก็อยากวิจารณ์เป้าหมายขึ้นมา --- ถึงแม้นั่นจะเป็นความจริงในใจเกินครึ่ง แต่นักฆ่าไม่ได้ทำเพราะความปรารถนาหรือความจริงใจ

 

นักฆ่าทำเพื่อโอกาส และช่องว่างในการลงมือ

 

เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงห้าวเอ่ย เด็กสาวก็ชะงักค้างอย่างแปลกใจจริงจัง ถึงขนาดเบิกดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองมาที่เขาอย่างสงสัยแกมใคร่รู้

 

วินาทีนั้นเองที่นักฆ่าต้องการ ในการลงมือ

 

ปลายนิ้วที่หยุดชะงักในเสื้อคลุมก่อนหน้านี้ออกแรงดีดอย่างไร้เสียง ทว่าก็เพียงพอที่จะสั่งการอุปกรณ์อาคมที่พกมาด้วยให้สำแดงปรากฏการณ์

 

แต่ทว่า....

 

ไม่ได้ผล

 

ไม่ใช่แค่ไม่ได้ผล ไม่ได้เป็นคำอธิบายที่เรียบง่ายขนาดนั้น นักฆ่าที่ดีดนิ้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเรียกหาอุปกรณ์อาคมอย่างอื่นจนเย็นวูบที่ปลายนิ้วได้แต่มองเด็กสาวที่ยังอมยิ้มค่อยๆขยับลุกขึ้นยืน รองเท้าสีขาวขยับอ้อมโต๊ะพาร่างระหงเดินเข้ามา

 

นักฆ่าอยากขยับหนี แต่ไม่คิดว่านั่นเป็นทางเลือกที่ดี

 

“เก่งจริงๆด้วยนะคะ” สาวน้อยเอ่ยชมอีกครั้งอย่างจริงใจ “ธรรมดาถ้าพบว่าอุปกรณ์อาคมที่พกมาไม่แสดงผลเลยก็ต้องแตกตื่นกันบ้างอยู่แล้ว ต่อให้ไม่แสดงออกทางสีหน้า --- เอ่อ ถึงทางนั้นจะคลุมหน้าไว้จนดูไม่ออก แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีอาการเบิกตากว้างๆ ไม่ก็หายใจแรงๆ แล้วก็พึมพำว่า บ้าน่ะอะไรแบบนี้กันบ้างใช่ไหมล่ะคะ”

 

“........” นักฆ่าที่ใช้ผ้าพันใบหน้าช่วงล่วงของตัวเองเอาไว้ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่คิ้วหรือตากระตุกไปถึงคำบรรยาย อาการธรรมดาของนักฆ่า ที่เจ้าหล่อนว่า แม้ในใจจะเริ่มอยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้วว่าอีกฝ่ายเจอนักฆ่ามาสักกี่คนกันเชียว

 

แน่นอนว่าไอซิสไม่รู้ความคิดในใจของนักฆ่า หล่อนจึงเอียงหน้านิดๆ ก่อนจับชายกระโปรง ย่อตัวลงถอนสายบัวอย่างงดงามและเปี่ยมความเคารพ เช่นเดียวกับน้ำเสียง

 

“แต่กับคุณนั้น....ไม่เพียงแต่ไม่แสดงท่าทางที่จะบ่งบอกอารมณ์ของตนเองออกมา แม้แต่การตัดสินใจที่บ้าระห่ำอย่างบุกเข้ามา หรือการตัดสินใจที่ดูเผินๆเหมือนรอบคอบอย่างการถอยหนีทันทีก็ไม่ปรากฏให้เห็นสักนิด นับว่าเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การชื่นชมและหาได้ยากอย่างยิ่ง ดังนั้น โปรดให้ดิฉันได้แสดงความนับถือเล็กๆน้อยๆนี้เถอะค่ะ”

 

เรือนผมสีเข้มราวกลุ่มไหมขยับตามการเคลื่อนไหวของสาวน้อย อำพรางช่วงคอและลาดไหล่จากสายตา ทว่าขณะเดียวกันก็เป็นช่องโหว่ที่จะใช้อาวุธฟาดฟันลงไปเพื่อจบงานนี้

 

คราวนี้นักฆ่าชักอาวุธออก ฟันลงไปเร็วกว่าที่ตนเองคิดไว้ !

 

ไม่ใช่การลงมือที่ผ่านกระบวนการคิดหรือการวางแผนอย่างที่นักฆ่าสมควรทำ แต่เป็นการใช้สัญชาตญาณของสัตว์จนตรอกที่แยกเขี้ยวกระโจนเข้าใส่

 

แม้จะรู้ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ก็ขอให้เขี้ยวของตนเองได้ลิ้มรสเลือดเนื้อของอีกฝ่ายให้สมศักดิ์ศรีก็ยังดี

 

ไอซิสเอียงคอน้อยๆ คล้ายรับรู้ถึงการจู่โจมของคมอาวุธ

 

แต่การขยับเพียงเล็กน้อยย่อมไม่อาจหลบได้ ประกายคมของอาวุธที่ถูกชักออกมาจึงตัดผ่านเส้นผมสีเข้มบางส่วน ทาบทับเงาสีเงินลงบนลำคอระหง

 

และนิ่งสงัดอยู่แค่นั้น

 

ดวงตาของนักฆ่าเบิกกว้างในที่สุด พร้อมๆกับที่รับรู้ถึงปราการแข็งแกร่งที่ขวางกั้นระหว่างคมอาวุธกับลำคอระหงเพียงเสี้ยวเดียว

 

เป็นระยะห่างราวกับถูกกางกั้นด้วยผ้าแพรบางๆ แต่ไม่ว่านักฆ่าจะทุ่มเทพลังไปมากแค่ไหนก็ไม่อาจฝ่าปราการนั้นเข้าไปที่ลำคอของสาวน้อยที่อยู่เบื้องหน้าได้

 

ไอซิสยังคงมอบรอยยิ้มน้อยๆให้นักฆ่า ขณะที่ยกมือขึ้น

 

หล่อนไม่ได้ใส่ถุงมือลูกไม้เหมือนที่สุภาพสตรีชั้นสูงบางคนชื่นชอบ ปลายนิ้วเรียวนั้นจึงเปลือยเปล่า แต่หางตาของนักฆ่ากลับเห็นว่าบนปลายเล็บนั้นมีลวดลายของสลักอาคมบางอย่างอยู่

 

ปลายนิ้วก้อยเพิ่งจะกระดิกเบาๆ ประกายสีเงินบาดตาไม่แพ้อาวุธของนักฆ่าก็สว่างวาบรอบตัวเขา พร้อมกับความรู้สึกเย็นเยียบที่กดทับร่างกายจนขยับไม่ได้

 

นิ้วชี้ของไอซิสกระดิกในจังหวะต่อมา พร้อมกับที่เส้นแสงสีส้มอมทองพุ่งวาบเข้าจู่โจมเป็นระลอกที่สอง

 

ร่างกายที่ถูกความเย็นเยียบจากประกายเส้นสีเงินราวใยแมงมุมราตรีรัดร่างกายไว้ เมื่อถูกโจมตีต่อเนื่องทันทีก็เป็นได้แค่เป้านิ่งที่รองรับพลังทำลายของแสงสีส้มอมทองที่พุ่งเข้ามาเท่านั้น

 

แต่นักฆ่าไม่เคยเป็นเป้านิ่ง

 

ไม่ได้มีแค่ไอซิสที่กระดิกปลายนิ้วก็เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ถึงแม้ที่จริงในกรณีของนักฆ่าจะไม่ได้ใช่แค่ปลายนิ้ว หากใช้นิ้วมือนั้นตวัดอาวุธกลับมาเฉือนลงบนท่อนแขนของตนเองข้างนั้น ทั้งยังจงใจเปิดแผลให้กว้างเพื่อให้เลือดกระเซ็นออกไปยังเส้นสีเงินรอบๆตัวเองอีกด้วย

 

เลือดสีแดงย้อมแสงสีเงิน ก่อนกลายเป็นประกายไฟแลบของระเบิดเพลิงที่แม้จะเป็นลูกเล็กๆ แต่ก็ลุกไหม้ทำลายเส้นสีเงิน ทำให้นักฆ่าหนีรอดจากการจู่โจมของลูกไฟฝ่ายตรงข้ามได้อย่างฉิวเฉียด

 

แต่ก็แลกกับร่างกายที่ถลอกปอกเปิกจากระเบิดเล็กๆของตนเอง

 

“โอ้โห....” ไอซิสอดอุทานไม่ได้ “มนตราที่ใช้เลือดของตนเองเป็นฐานพลัง ? ไม่สิ มีดนั่นก็เป็นอุปกรณ์อาคมอีกแบบหนึ่งเหรอคะ ? ช่างเป็นนักฆ่าที่กระเป๋าหนักไม่น้อยเลยนะคะนี่ หนนี้คนๆนั้นไปจ้างที่ไหนมาพอจะให้เบาะแสหน่อยได้ไหมคะ ถ้าแบบนั้นคุณจะ -------

 

คำพูดอย่างตื่นเต้นขาดหายไปอย่างกะทันหันเมื่อเจ้าตัวเบือนหน้ากลับมาทางนักฆ่าที่ยืนหอบแฮ่กอยู่ ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างพุ่งเข้าไปจู่โจมเจ้าหล่อนอีกครั้งเพื่อจบเรื่องหรือจบชีวิตตนเองลงไปอย่างไหนก็ได้ทั้งนั้น ขณะที่สติและความคิดที่ยังหลงเหลืออยู่บอกให้หาทางถอย เพราะเขายังต้องอยู่ต่อไป....

 

สองความขัดแย้งกำลังกัดกินร่างกายของนักฆ่าจนหอบแฮ่ก --- ไม่ใช่เพราะบาดแผลอย่างที่คนอื่นอาจจะเข้าใจ แต่สำหรับนักฆ่า การเข้าใจอย่างนั้นเป็นเรื่องดี เพราะมันจะมอบโอกาสให้เขามากขึ้น ไม่ว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินใจไหนจะชนะก็ตาม

 

แต่ดูเหมือนสาวน้อยที่เงียบไปจะแย่งสิทธิ์ในการตัดสินใจไปแล้ว

 

หล่อนไม่ได้พูดเรื่อยเจื้อยเหมือนกำลังชวนคุยอย่างก่อนหน้านี้ ไม่แม้แต่จะส่งเสียงโอ้โหอย่างชื่นชม หรือเสียงอุทานแปลกใจ กลับทำเพียงแค่ก้าวเท้ามาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

 

ความรวดเร็วราวกับสายลมโบกพัด แต่ความจริงแล้วยังเร็วกว่า เพราะสายลมพัดผ่านนักฆ่าไปไม่ทันหมด ร่างระหงของไอซิสก็ก้าวมาอยู่เบื้องหน้านักฆ่าในระยะที่ยิ่งกว่าเอื้อมมือถึงแล้ว

 

นักฆ่าไม่ทันแม้แต่จะขยับถอย ขณะเดียวกันก็ไม่ทันรู้สึกว่าจะต้องถอยยามมองสบกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของสาวน้อยที่เงยมองมาอย่างพิศวง และพบกับเงาสะท้อนของตัวเองที่มองไปอย่างงุนงงเช่นกัน

 

ชั่ววูบหนึ่งที่นักฆ่านึกสงสัย ....ระหว่างเขากับหล่อน ใครกันที่มีสีหน้างงงันมากกว่ากัน

 

นักฆ่ามองวงหน้าที่เพิ่งเห็นใกล้ๆของสาวน้อยด้วยความรู้สึกประหลาดอันยากจะอธิบาย โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ถูกมองนั้นกำลังมองเขาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายยิ่งกว่า

 

ไม่รู้เลยว่าดวงตาสีเขียวอมฟ้าที่เปิดเผยอย่างชัดเจนหลังประกายแสงสีเงินและสีส้มฉาบย้อมห้องนี้ ก่อนจะถูกเคลือบด้วยแสงจันทร์ราวกับถูกมอบจุมพิตแห่งแสงสว่างให้คือภาพที่ทำให้คำพูดทุกๆอย่างของไอซิสสลายหายไปราวกับน้ำค้างต้องแสงตะวัน

 

ในหัวสมองของสาวน้อย ทั้งมนตราน่าสนใจ อุปกรณ์อาคมน่าสนุก กลายเป็นเรื่องที่จะมีหรือไม่มีในโลกนี้ก็ช่างหัวมัน

 

ปริศนาของมนตรา ความลึกลับของอาคม เรื่องพวกนั้นเทียบไม่ได้สักนิดกับความขัดแย้งในดวงตาคู่นั้น

 

ไม่แยแสความตาย แต่ก็ไม่คิดจะยอมจำนน

 

ไม่ไยดีต่อชีวิต แต่ก็ไม่ต้องการที่จะทอดทิ้ง

 

ชีวิต ความตาย

 

ความโดดเดี่ยว ความเย่อหยิ่ง

 

ความเย็นชา ความกราดเกรี้ยว

 

ราวกับทุกอย่างถูกผสมไว้ในดวงตาสีเขียวอมฟ้าที่ไอซิสไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ส่งประกายต่อวงหน้าคมสันจนกลายเป็นภาพที่ไอซิสได้แต่กะพริบตาปริบ

 

มองโลหิตสีแดงจากรอยแผลบนใบหน้าคมสัน หัวใจของไอซิสก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกกรีดเสียเอง โลกทั้งใบเหมือนจะสูญเสียตัวตนและดับสูญไป แต่เมื่อมองเห็นริมฝีปากที่เผยอขึ้นหอบหายใจของฝ่ายนั้น ไอซิสก็รู้สึกว่าโลกนี้ได้กลับมาอีกครั้ง

 

ตอนนั้นเองที่ไอซิสค้นพบความรู้สึกของตนเอง

 

เธอยื่นมือออกไป คว้าจับความรู้สึกที่ไม่คิดว่าจะได้พบพาน และกุมมือของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้พร้อมๆกัน

 

นักฆ่าสะดุ้ง ชั่ววูบของความคิดทำให้สงสัยว่าฝ่ายนั้นกำลังจะจับกุม หรือไม่ก็ป้องกันไม่ให้เขาใช้อาวุธได้อีก

 

ตอนนั้นเองที่ไอซิสเปิดปากอีกครั้ง

 

ที่รักคะน้ำเสียงของหล่อนอ่อนหวาน แต่ก็หนักแน่นราวกับกล่าวคำสาบานในวันสำคัญที่สุดของชีวิต เราหนีตามกันไปเถอะค่ะ

 

“...............ห๊ะ ?” ต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่านักฆ่าหนุ่มจะหาเสียงตัวเองเจอและอุทานออกมาได้

 



สีหน้าของนักฆ่าเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวและส่งเสียงอุทาน "ห๊ะ"

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน โปรดอย่าเพิ่งเอาไหดองปาหัวอมราวตีเลยนะคะ ใจเย็นๆค่อยๆฟังก่อนค่ะ !

อยากบอกว่าเรื่องฝ่าบาทฯ หรือที่ผู้เขียนเรียกย่อๆว่าเรื่องของไอซิสนั้น เป็นเรื่องที่ผู้เขียนเขียนขึ้นแก้เครียดจากเรื่องหลักอย่าง Amaya No Komari -- ดอกไม้บานในคืนรัตติกาล -- (มุมโฆษณาอย่างไม่เนียน  : ท่านไหนสนใจตามไปอ่านกันได้นะคะ >< ) 

ดังนั้นเรื่องนี้...อาจจะมาอัพแบบกะปริบกะปรอยทีละนิดทีละหน่อยนะคะ แต่จะพยายามอัพให้ได้บ่อยๆแทนค่ะ 

ก็ขอฝากไอซิสกับคุณนักฆ่าที่กำลังจะถูกลักพาตัว เอ๊ย หนีตามกันไปกับท่านหญิงด้วยนะคะ (โปรดเลื่อนไปดูสีหน้านักฆ่าด้านบนประกอบได้เลยค่ะ ฮา)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #33 oajekogs (@oajekogs) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54
    น่ารัก
    #33
    1
    • #33-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      3 มีนาคม 2562 / 22:29
      ใช่ค่ะ คุณนักฆ่าน่ารักมากจริงๆนะคะ ><
      #33-1
  2. #22 sorawitbai (@sorawitbai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 02:59
    โอ้ย!ไม่ไหว 55555555555555 เงิบเลยดิคุณนักฆ่าได้เเฟน(เมีย)เเบบงงๆ
    #22
    1
    • #22-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
      ยิ่งกว่างงอีกค่ะ ขนาดคิดว่านี่เป็นกับดักหรืออะไรอีกสารพัดค่ะ น่าสงสารเขานะคะ //หยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไม่มีด้วยท่าทางแบบไอซิสเลยค่ะ
      #22-1
  3. #16 Iris Cristal (@Iris_Namfon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:11
    ชอบค่ะ สนุกมากเลย เอาอีกๆ เราชอบนางเอกแบบนี้
    #16
    1
    • #16-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      21 มกราคม 2562 / 00:21
      ดีใจที่ชอบนะค้าาาา นางยังมีอะไรอีกเยอะโดยเฉพาะความเพี้ยนค่ะ !
      #16-1
  4. #11 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 09:29

    แลดูนางทั้งเทพทรู และ บ้าไปพร้อมๆกัน555
    #11
    1
    • #11-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      21 มกราคม 2562 / 00:18
      เขาว่ากันว่าเส้นที่กั้นนะหว่างอัจฉริบะกับคนบ้า....มันบางสุดๆค่ะ....ฮา
      #11-1
  5. วันที่ 6 มกราคม 2562 / 12:50
    WT*!? 5..5..5 หนู!!!! ทำไมพูดอย่างงี้ละลูก 555
    #3
    1
    • #3-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      6 มกราคม 2562 / 23:57
      น้องเขาตกหลุมรักแรกพบแบบโครมเบ้อเริ่มปีนขึ้นมาไม่ได้ค่ะ ทางเดียวที่มีก็คือจู่โจมแบบเต็มพิกัดไปเล้ยยย >w<

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ด้วยนะค้า
      #3-1
  6. #2 farfar2531 (@farfar2531) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:38

    คงป่วนน่าดู 55555

    เป็นเราคงช๊อคตายแน่ 55555

    #2
    1
    • #2-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      6 มกราคม 2562 / 23:57
      คุณนักฆ่าก็ต้องมีแอบคิดแน่ๆเลยค่ะ ว่าฮีอาจจะหลอนเพราะพิษบาดแผล.......
      ส่วนเรื่องความป่วน น้องไอซิสยืนยันค่ะว่าไม่มี๊ไม่มี นางจะทำทุกอย่างเพื่ออยู่อย่างสงบกับที่รักค่ะ <<< นั่นล่ะเฮ้ย ปัญหา !
      #2-1
  7. วันที่ 5 มกราคม 2562 / 15:19

    ถ้าเราเป็นคุณนักฆ่าเจอสถานการณ์แบบนี้เราเองก็คงมีสีหน้าไม่ต่างกันหรอกค่ะ55555
    #1
    1
    • #1-1 อมราวตี (@miriamlilith) (จากตอนที่ 1)
      6 มกราคม 2562 / 23:50
      ใช่ไหมคะ ! ตอนที่คนเขียนเห็นสีหน้าคุณนักฆ่าก็รู้สึกอยากเดินไปตบบ่าแล้วบอกว่าฉันเข้าใจนายเหมือนกัน......
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะค้า
      #1-1