คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : การซื้อขายที่น่ายินดี
ณ วันใหม่ตอนเช้าอันแสนไม่ค่อยน่าอภิรมณ์ สายลมที่พัดเอื่อยๆในฤดูหนาวเป็นตัวช่วยเพิ่มความเย็นได้อย่างดี แสงอาทิตย์ที่สาดส่องยามเช้าทอแสงสี ทองอมส้มบนฟากฟ้านั้นกลับไม่สามารถคลายความหนาวของเมืองชนบทแห่งหนึ่งได้เลย
เมื่อรุ่งสางมาเยือน กิจวัตประจำวันของผู้คนในเมืองแห่งนี้ก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เสียงพูดคุยของผู้คนเริ่มดังเจื้อยแจ้ว บ้างก็ออกไปทำงานบ้าง บ้างก็อยู่ทำงานที่ร้านของตัวเองบ้างต่างๆกันไปตามแต่ชีวิตจะเป็นไป และมีที่หนึ่งที่เริ่มชีวิตประจำวันของตัวเองเหมือนกัน แต่เพราะที่นั่นเป็นร้านอาหารก็เลยออกจะวุ่นวายไปซักหน่อย
เสียงก๊องแก๊ง!ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงตะโกนโวยวายก็ดังตามมาไม่ขาดสายเหมือนกัน
“มันจะอะไรกันนักหนา แค่เตรียมเครืองไม้เครื่องมือยังซุ่มซ่าม ทำไปเร็วๆเดี๋ยวไม่ทันเปิดร้าน” เสียงเจ้าของร้านบ่นเพราะคนงานทำงานไม่ทันใจส่วนคนงานทั้งหลายก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมือเป็นระวิงแทบจะพันกันอยู่แล้ว ในใจอยากจะด่านายจ้างใจแทบขาดแต่ก็พูดไม่ได้เดี๋ยวตกงานจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำไป
“เรน!ยัยเรนหายไปไหน” หลังจากบ่นเสร็จแล้วก็ถามหาอีกคนทันที ซึ่งก็หาไม่เจอ จึงต้องไปตาม
ที่หลังร้านสาวน้อยนางหนึ่งวัยแรกรุ่นกำลังตั้งหน้าตั้งตาล้างจานชามกองโตอยู่หลังบ้านตามที่เจ้านายสั่งแต่หารู้ไม่ว่าเจ้านายได้ลืมไปแล้ว
“นังเรน มานั่งทำอะไรอยู่หลังร้าน ทำไมไม่ไปช่วยงานข้างใน!คิดอู้รึไงกัน ขนาดตัวแค่นี้ยังขี้เกียจเลย” และแล้วเมื่อเจอคนที่เรียกก็บ่นทันที ปากหนาๆที่ไม่รู้จะฉีกรึเปล่าเพราะบ่นไม่หยุดมาตั้งแต่เช้า
“ก็หนูล้างจานอยู่นี่คะ คุณเป็นคนสั่งเองนะคะ”หลังจากฟังคำบ่นอันไร้เหตุผลของคนเป็นนายจบเธอก็แย้งทันที เพราะเรื่องนี้เธอไม่ผิด
“ฮึ้ย!อย่ามายอกย้อน กลับเข้าไปทำงานด้านในเดี๋ยวนี้ เสร็จแล้วค่อยมาล้างจานต่อ รีบทำทั้งหมดให้เสร็จก่อนเปิดร้านด้วย” คนเป็นเจ้านายสั่งแบบร่ายยาวแล้วก็ไปทันที
ทีนี้ก็เหลือแต่สาวน้อยนามเรนที่นั่งหน้าตาเฉยเมยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก่อนจะลุกไปทำงานตามคำสั่ง
เมื่อเข้ามาภายในร้าน โต๊ะเก้าอี้ไม้ธรรมดาไม่หรูหราถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย ส่วนหน้าต่างก็มีผ้าม่านสีขาวที่ถูกรวบไว้ข้างหน้าต่างเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพ ติดกับหลังร้านก็มีเคาท์เตอร์ไว้คอยบริการลูกค้าที่เข้ามา
พอเข้ามาในร้านแล้วเรนก็เดินไปที่หลังเคาท์เตอร์เพื่อหยิบไม้กวาดและไม้ถูพื้นก่อนลงมือกวาดถูร้านให้สะอาดตามคำสั่งของเจ้านายจอมบ่น
พอกวาดถูไปได้ซักพักหูก็บังเอินไปได้ยิงเสียงเจ้านายที่ยืนคุยกับคนที่น่าจะเป็นพ่อค้าเพราะมีผ้าคลุมเหมือนคนที่ต้องเดินทางบ่อย และหน้าตาที่ดูก็รู้ว่าช่างเจรจานั่นอีก
“ว่าไงครับ หนี้ที่คุณติดผมไว้เมื่อไหร่จะคืน” อีกฝ่ายเปิดการสนทนาอย่างเข้าประเด็นตั้งแต่คำถามแรกจนคนถูกถามทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“เดี๋ยวก่อนได้มั้ย เดี๋ยวข้าจะหามาคืนให้” ฝ่ายคนถูกถามก็ตอบแบบกระอักกระอ่วนใจเพราะไม่รู้จะหาคำพูดใหนที่ดีกว่านี้ได้ แต่พลันสายตาของลูกหนี้ก็เหลือบไปเห็นทาสของตนเองที่กำลังทำงานอยู่
“งั้นเอาอย่างอื่นไปแทนเงินได้รึเปล่าล่ะ” นายจ้างผู้ติดหนี้ยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายอย่างเริ่มมีความหวัง
“แล้วคิดว่าสิ่งนั้นมีค่าพอแลกกับหนี้ของเจ้ารึเปล่าล่ะ” ฝ่ายพ่อค้าก็ไม่น้อยหน้าเพราะถ้าเป็นสิ่งที่มีค่าน้อยกว่าเขาก็ไม่เอา และคิดว่าอย่างไรก็ไม่ยอมขาดทุนให้กับเจ้าของร้านสุดเหนียวหนี้นี้แน่
“ก็ต้องดูเอาเองนะ แต่ข้าคิดว่าพอแน่นอน” พอมีแนวโน้มว่าอีกฝ่ายน่าจะตกลงก็รีบรับประกันสินค้าทันที “เรน! มานี่หน่อย” เมื่อได้อย่างที่คิดก็เรียกสินค้ามาเพื่อให้คนซื้อดู
ส่วนสินค้าที่กำลังจะถูกขาย ถึงแม้จะได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็ตามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีจึงได้แต่เดินไปหานายจ้างและว่าที่เจ้าของด้วยสีหน้าเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
“เป็นไงบ้าง คิดว่าได้มั้ย” เจ้านายถามอย่างมีความหวัง
พ่อค้าที่กำลังพิจารณาสินค้าก็คิดในใจว่าใช้ได้ แถมมีค่ามากกว่าหนี้ที่คุณเจ้าของร้านจอมเหนียวติดเขาไว้อีก ใบหน้ารูปใข่ ผิวขาวราวกับหิมะที่มีฝุ่นมอมแมมไปทั้งตัวแต่มีหรือที่เขาจะดูไม่ออก ตาสีน้ำตาลอ่อนใสเหมือนกระจกกลมโตแต่กลับดูเฉยชาไร้อารมณ์ จมูกโด่งรั้นนิดๆ ริมฝีปากอมชมพู หุ่นผอมบาง ถ้าหากเอาไปขายต่อล่ะก็คงได้กำไรไม่น้อย
“อืม ใช้ได้นี่ งั้นข้ารับเด็กคนนี้ไปเลยก็แล้วกัน แล้วก็หนี้ของเจ้าก็หายกัน” ว่าเสร็จก็ฉุดเด็กสาวที่แลกหนี้มา พอออกนอกร้านก็พลักเธอเข้ารถม้าทันที
ระหว่างเดินทางไปได้ซักพักเจ้านายใหม่ก็เกิดเบื่อขึ้นมา เพราะต่างก็เงียบกันทั้งคู่จึงเป็นฝ่ายเปิดการสนทนาเสีย
“เจ้าชื่ออะไรงั้นหรือ” และก็เริ่มด้วยคำถามเบสิค
“ข้าชื่อเรน่า เรียกสั้นๆว่าเรน” เรนตอบและสีหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
“แล้วนามสกุลล่ะ” นายจ้างยังคงถามต่อ
“ข้าไม่มีนามสกุลหรอก...” เรนตอบเสียงเบาขึ้น ถึงสีหน้าจะยังเหมือนเดิม แต่แววตากลับฉายแววสั่นไหววูบหนึ่งก่อนเป็นเหมือนเก่า
“งั้น...เจ้าใช้นามสกุลข้าไหมล่ะ” เมื่อฟังคำถามจบ เรนก็มองเขาแบบไม่เชื่อสายตา เพราะทาสอย่างเธอตลอดชีวิตนี้โดนกดขี่มาตลอด และคงไม่มีใครคิดจะให้นามสกุลแก่ทาสต่ำต้อยเช่นเธอแน่
“...”
“ข้าเองก็ไม่ได้รังเกียจเจ้าหรอกนะ อีกอย่างข้าอยากได้ลูกอีกคนด้วย จะได้เป็นเพื่อนเล่นกับลูกของข้าเพราะข้าต้องออกเดินทางไปที่ต่างๆบ่อยนางเลยเหงา” นายจ้างยังคงพูดต่อไป “ว่าไง ตกลงมั้ย”
“ขอบคุณ” ถึงจะเป็นแค่คำสั้นๆแต่ก็เป็นอันรู้แล้วว่าเธอยอมตกลง
“งั้นเจ้าก็ถือซะว่าเป็นลูกสาวข้าอีกคนหนึ่งก็แล้วกัน” เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เด็กสาวตื้นตันจนไม่รู้จะพูดอย่างไรดีแล้ว เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครดีกับเธอเลย และเธอก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
ตลอดไป...
--------------------------------------------------------------------------------------------- แฉบๆๆๆๆๆ
ยังไม่ถึงตอนที่เรื่องจะเกิดซะที พยายามปั้นๆๆๆๆให้ได้มากที่สุดค่ะ(สรรหาคำบรรยายมิถูก)
ติได้น้อ
ความคิดเห็น