[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 9 : Chapter 8 โอกาสใกล้ชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    29 พ.ย. 63

รถตู้ของคาบัคโรเน่แฟมิลี่ได้เคลื่อนตัวมาจอดหน้าประตูใหญ่ของปราสาทวาเรีย โรมาริโอ้ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของม้าพยศรีบเดินลงมาเปิดประตูรถให้เจ้านายรวมถึงสควอโล่ทันที ต่อจากนั้นดีโน่ก็ช่วยพยุงตัวสควอโล่ที่กำลังเมาอย่างยากลำบาก ถ้าให้อุ้มก็คงจะดูไม่ดีนัก จึงตัดสินใจเอาแขนของอีกฝ่ายมาพาดคอดังเช่นตอนที่เดินออกมาจากบาร์

"ฉันขอพาหมอนี่เข้าไปส่งข้างในหน่อยได้มั้ย"

ดีโน่หันไปพูดกับคนเฝ้าทางเข้าประตูหน้าปราสาททั้งสองคนที่กำลังทำหน้าอ้ำอึ้ง ส่วนคนเมาที่ตนพยุงอยู่บัดนี้กลายเป็นคนไม่มีสติอีกต่อไป ชายผมยาวยกมือโบกไปมาสร้างความงุนงงแก่ผู้มองทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

ลูกน้องที่มีหน้าที่เฝ้าประตูต่างมองหน้ากันเองอย่างไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร แต่ในเมื่อรองบอสแห่งวาเรียเลือกมากับคนผู้นี้ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าปล่อยให้เข้าไป อีกทั้งชายผมทองผู้นี้ยังเป็นบอสของแฟมิลี่พันธมิตรของวองโกเล่ ทั้งยังเป็นคนที่คอยช่วยวองโกเล่มาตลอด ดังนั้นย่อมไม่น่ามีเรื่องประสงค์ร้ายอะไร

เมื่อคิดได้แล้ว สุดท้ายพวกลูกน้องจึงยอมหลีกทางให้ดีโน่ผ่านเข้าไป

"ให้ผมไปด้วยมั้ยครับบอส"

โรมาริโอ้เสนอตัวเข้าไปในปราสาทนี้ด้วย เหตุเพราะกลัวว่ามันอาจจะเกิดอันตรายใดกับเจ้านายของตน ไม่ว่าใครก็ย่อมรู้ถึงชื่อเสียงในความอันตรายของบอสแห่งวาเรียดี หากเผลอไปทำเรื่องไม่ถูกใจใส่คนผู้นั้นเข้าคงจะแย่เอา

"ไม่เป็นไรหรอก นายรออยู่ตรงนี้แหละ เข้าไปเยอะคงไม่ดีเท่าไหร่" ด้วยไม่รู้ว่าจะเจออะไรในปราสาทที่มีแต่คนประหลาดนี้บ้าง การให้ลูกน้องเข้าไปเสี่ยงตายก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ดีโน่จึงขอเข้าไปแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อตกลงกับลูกน้องคนสนิทเรียบร้อย ม้าพยศก็ค่อยๆ พยุงตัวสควอโล่เดินไปตามทางลาดยาวสู่ตัวปราสาท หลายคราที่เพื่อนคนนี้ทำท่าจะลงไปนอนกับพื้น ทว่ายังดีที่ดีโน่ยั้งตัวเอาไว้ได้ทัน สควอโล่มีสีหน้างุนงงเล็กน้อย ขณะที่ปากก็ยังพร่ำละเมอหาชายที่ชื่อซันซัสอยู่บ่อยครั้งจนนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ออกจากบาร์มาจนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่หยุด ทำให้เขาอดมองเพื่อนตัวเองอย่างขำขันไม่ได้

ในปราสาทยามนี้ดูเงียบสงบแต่กลับรู้สึกได้ถึงรังสีแห่งความน่ากลัว ตอนที่ก้าวเข้าประตูมาดีโน่ยังไม่เห็นใครสักคน อาจเพราะใกล้ถึงเวลาพักผ่อนของคนส่วนใหญ่แล้ว พวกลูกน้องคงจะกระจายตัวอยู่ตามห้องนอนกัน

แต่ทว่า...เมื่อดีโน่พาตัวฉลามหนุ่มเดินเข้ามาถึงห้องโถงกลางปราสาท ก็ดันพบกับชายร่างสูงน่าเกรงขามที่เพิ่งก้าวเดินลงมาจากบันได

ถือเป็นโชคร้ายของม้าพยศดีโน่ที่ต้องมาเจอกับชายคนนี้ ซึ่งเป็นคนที่ไม่อยากเจอที่สุดอยู่พอดี

ซันซัส...

"ไอ้ม้าสวะ ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในปราสาทของฉัน!! "

บอสแห่งวาเรียตวาดใส่ผู้มาใหม่เสียงดังลั่นก่อนจะเบนสายตาไปหาสควอโล่ที่เมาไม่ได้สติ หลังจากที่เห็นสภาพเมาเละเทะไม่เหลือมาดนักฆ่าของอีกฝ่ายนั้น ซันซัสก็แค่นยิ้มที่มุมปากก่อนจะส่งเสียงแค่นหัวเราะออกมา

"หึ ที่แท้ก็หายไปเมาเหล้า ไอ้ฉลามสวะน่าสมเพช"

"นายอย่าไปว่าสควอโล่เลยนะ คือฉันเป็นคนชวนหมอนี่เองน่ะ"

ดีโน่ช่วยแก้ต่างแทนเพราะกลัวว่าเพื่อนจะโดนอีกฝ่ายลงโทษ ซันซัสในยามนี้ดูน่ากลัวเช่นเดียวกับตอนฆ่าศัตรูไม่มีผิด ไม่แน่ใจว่าผู้โชคร้ายที่จะตกเป็นเหยื่อความโกรธในครั้งนี้จะเป็นเขา สควอโล่ หรือทั้งคู่เลยกันแน่...

"นั่นมันก็เป็นเรื่องของแก ไม่เกี่ยวกับฉัน และก็ไม่เกี่ยวกับไอ้สวะตัวนี้!! "

"สควอโล่!! "

ซันซัสว่าพร้อมกับกระชากแขนเรียวเข้าหาตัวอย่างแรง จนร่างของสควอโล่สามารถเซล้มไปได้อย่างง่ายดาย เพราะความเมาทำให้ไม่มีสติมาป้องกันตัวแต่อย่างใด

ดีโน่เห็นร่างของเพื่อนถูกฉุดจนล้มกระแทกพื้นก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อจะก้าวไปช่วยฉุดเพื่อนให้ลุกขึ้นยืนดังเดิม ทว่ากลับโดนซันซัสก้าวมาขวางหน้าเอาไว้พร้อมตวัดสายตามองมาอย่างไม่สบอารมณ์ เช่นนั้นดีโน่ก็ต้องยืนอยู่กับที่อย่างจำยอม ก่อนจะต่อว่าอีกฝ่ายเรื่องก่อนหน้า

"นี่ซันซัส ทำไมนายต้องรุนแรงขนาดนี้ด้วยเล่า เห็นใจลูกน้องของนายบ้างสิ"

"หุบปาก!! แล้วแกก็ออกไปจากปราสาทของฉันได้แล้ว!! "

ซันซัสไม่สนใจคำติเตียน ทั้งยังตวาดกลับไปเสียงดังลั่น ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังบีบแขนของลูกน้องตัวเองแน่น ส่วนอีกข้างเอื้อมไปชักปืนออกมาจากเสื้อคลุมสีดำ ก่อนจะจ่อไปที่ใบหน้าของม้าพยศอย่างฉับพลัน

กริ๊ก

เสียงเหนี่ยวไกปืนในมือของซันซัสดังขึ้น ดีโน่เบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงใกล้หมดความอดทนในอีกไม่ช้า ดีโน่จึงรีบยกมือทั้งสองขึ้นระดับอกยอมศิโรราบ ด้วยไม่อยากให้เกิดเรื่องใหญ่โตจึงต้องยอมเป็นฝ่ายแพ้

แต่ถึงอย่างไรหากต่อสู้กันจริงก็คงเป็นฝ่ายซันซัสที่ชนะอยู่ดี...

"ใจเย็นน่าซันซัส ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ นี่สควอโล่..ฉันปะ..ไปก่อนนะ"

ประโยคหลังพูดเสียงสั่นเพราะถูกสายตาดุดันตวัดมองอย่างไม่พอใจอีกครา ดีโน่โบกมือลาสควอโล่ที่นั่งกองอยู่กับพื้น ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังกอดขาของซันซัสเอาไว้แน่น คล้ายกับสุนัขเจอเจ้าของไม่มีผิด

ม้าพยศอยากจะมองภาพของเพื่อนให้นานกว่านี้อีกหน่อย เพราะมันเป็นภาพที่หาดูได้ยากนัก หากสควอโล่ไม่เมามีหรือจะทำแบบนี้ แต่ทว่า..เหมือนเจ้าของปราสาทจะไม่ยอมให้เขามีโอกาสดูต่อไปเป็นแน่ สายตาอาฆาตของซันซัสกำลังส่งมาหาเขาอย่างกดดัน คล้ายกับเร่งให้รีบออกไปจากปราสาทนี้ให้เร็วที่สุด

...ไม่อย่างนั้นคงได้ลูกปืนไปกินอย่างแน่นอน

เมื่อดีโน่ออกจากตัวปราสาทไปก็เหลือเพียงสองร่างที่อยู่ในห้องโถงกว้าง ซันซัสเก็บอาวุธปืนคู่กายกลับไปดังเดิมก่อนจะปล่อยแขนของสควอโล่ที่กำลังบีบอยู่ลง แต่ทว่า..เมื่อแขนข้างนั้นเป็นอิสระจากการถูกจับแล้ว สควอโล่กลับนำมันมากอดขาของอีกฝ่ายไว้แทนเสียอย่างนั้น ทั้งที่ควรจะปล่อยให้อยู่เฉย

ซันซัสเหลือบไปมองคนที่กำลังกอดขาของตัวเองด้วยแววตาหงุดหงิด เขากำลังโกรธที่มันปล่อยตัวจนเมาไร้สติขนาดนี้ทั้งที่ออกไปกับคนอื่น อีกทั้งมันยังออกไปโดยไม่บอกกล่าวเขาสักคำ

เดี๋ยวนี้คิดจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจโดยไม่ต้องบอกฉันแล้วสินะ

...ไอ้ฉลามสวะ

"โว้ยยย บอสอยู่ไหนนน"

ฉลามหนุ่มถามออกไปอย่างขาดสติ ทั้งที่ตัวเองกอดขาของคนที่ตามหาอยู่แน่นขนาดนี้แต่กลับไม่รู้ตัวเสียอย่างนั้น สควอโล่ปรือตามองสิ่งที่ตัวเองกอดอยู่อย่างุนงงก่อนจะไม่สนใจและหลับต่อ

"ไอ้ฉลามโง่เง่า เป็นบ้าอะไรของแก! "

ซันซัสถามออกไปเมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลกประหลาดของอีกฝ่าย เขาโมโหเรื่องของม้าสวะก่อนหน้ายังไม่ทันหายก็มีเรื่องให้ต้องโมโหเพิ่มอีกแล้ว

"ลุกขึ้นไอ้ฉลามสวะ เลิกมาเกาะขาฉันแบบนี้ได้แล้ว ไม่ทุเรศตัวเองบ้างรึไงวะ"

สุดท้ายซันซัสก็ทนรอให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาเองไม่ไหว จึงเอื้อมมือหนาไปกระชากผมสีเงินดึงขึ้นด้านบนอย่างแรง เป็นเหตุให้สควอโล่เริ่มหงุดหงิดจนทนไม่ไหว ในที่สุดก็ยอมปล่อยแขนออกจากขาของร่างสูง ก่อนจะลุกขึ้นยืนมาตามแรงดึง

"ใครมาดึงผมฉันวะ อย่ามายุ่งกับผมฉัน!! "

ผู้พูดรีบร้องประท้วงทันทีเมื่อมีคนมายุ่งกับผมสุดรักสุดหวง ผมที่เป็นดั่งคำสัญญาระหว่างตัวเองกับคนสำคัญ

เมื่อรู้ว่าเส้นผมที่เฝ้าถนอมมาอย่างดีกำลังถูกใครไม่รู้กระชาก สควอโล่จึงเริ่มได้สติขึ้นมาเล็กน้อย เปลือกตาค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้งเพื่อมองผู้ที่บังอาจมากระทำเช่นนี้...!!

ทว่า..ยามที่เห็นว่าผู้กระทำเป็นใคร ฉลามหนุ่มก็เบาใจลงเพราะผู้ทำไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็นคนที่ตนให้สิทธิ์ในเรือนผมนี้อยู่แล้ว...

"อ้าวบอส...นี่แกเองเหรอ"

แม้ภาพที่เห็นจะค่อนข้างเบลอแต่สควอโล่จำคนตรงหน้าได้ดี ทว่าแม้ใจอยากเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้เพียงใดแต่จิตใจสั่งไว้ว่าตัวเองควรถอยห่าง ฉลามหนุ่มรีบปัดมือหนาที่กำผมตนอยู่ออก ก่อนจะถอยตัวเดินโซเซออกมา

"อย่ามาใกล้ฉันว้อยยย...หมั้นแล้วก็ไปไกลๆ " ประโยคหลังเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบาเพื่อย้ำเตือนตัวเอง ซึ่งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินมัน ซันซัสเพียงคิดแค่ว่าสควอโล่กำลังพร่ำเพ้อไร้สาระตามประสาคนเมา…

"เลิกทำตัวน่ารำคาญแล้วก็ไสหัวขึ้นห้องไปได้แล้ว! "

วาจาคำสั่งถูกตวาดออกมาเสียงดังลั่น ทว่าคนฟังกลับไม่ยักจะสนใจ สควอโล่ยังยืนตัวเอนไปเอนมา ทั้งยังมองหน้าอีกฝ่ายเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว คล้ายไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินมาแต่อย่างใด

สำหรับซันซัสแล้ว คนตรงหน้าควรโดนตนจับทุ่มลงพื้นสักที!

"ฉันว่า...ฉันนอนเลยดีกว่าว่ะ"

แต่...ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องทุ่มลงพื้นแล้ว เมื่อเจ้าตัวเลือกจะปล่อยตัวนอนลงไปกับพื้นเอง สควอโล่ไม่อยากคิดมากเรื่องซันซัสอีกแล้วจึงเลือกนอนหลับ แม้จะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ตรงไหนก็ตาม

"หึ แกจะทำตัวน่าสมเพชไปถึงเมื่อไหร่" ซันซัสกล่าวอย่างรำคาญ พลางมองสควอโล่ที่ยามนี้นอนแน่นิ่งไปแล้ว

ลงไปนอนหมดสภาพแบบนี้ มันไม่คิดจะสนใจศักดิ์ศรีที่ตัวเองรักแล้วหรือไงกัน ถ้าไอ้พวกลูกน้องระดับล่างมาเห็นเข้าก็คงจะโดนหัวเราะเยาะตาย ทั้งที่ห้องมันก็อยู่ไม่ไกลแต่กลับไม่ยอมฝืนเดินต่อไป...!

แล้วนี่...เขาจะสนใจไอ้พวกที่ทำตัวสวะอย่างมันไปทำไมกัน

ซันซัสเริ่มคิดได้ว่าตนสนใจเรื่องของอีกฝ่ายมากเกินไป ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินผ่านร่างของสควอโล่โดยไม่หันกลับไปสนใจอีก ระหว่างที่ก้าวขึ้นบันไดเพื่อกลับห้องของตัวเอง ซันซัสกำลังพยายามปัดความรู้สึกที่เรียกว่าเห็นใจทิ้งไป เมื่อในช่วงระยะหลังที่ผ่านมา มันมีต่อลูกน้องคนนี้มากกว่าที่ควรจะเป็น...

ก่อนหน้านี้ที่ซันซัสรู้ว่าสควอโล่ไม่อยู่ในปราสาท เจ้าตัวอาละวาดออกไปยกใหญ่ ลูกน้องรีบวิ่งหนีไปกบดานในห้องนอนของตัวเองกันหมด นี่คือเหตุผลที่บรรยากาศในตัวปราสาทเงียบเชียบ สุดท้ายเมื่อใจเย็นลงแล้ว ซันซัสจึงมานั่งรอสควอโล่อยู่บนโซฟาในห้องของตัวเอง โดยแอบเหลือบมองทางหน้าต่างอยู่ตลอดเวลา ดูว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะกลับมา

ยามที่เห็นว่าสควอโล่กลับมาพร้อมกับม้าพยศในสภาพไม่มีสตินั้น ซันซัสก็ตัดสินใจเดินออกไปดักรอสองคนนั้นโดยฉับพลัน เหตุผลที่ต้องร้อนรนเช่นนี้คืออะไรนั้น เจ้าตัวก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปสนใจด้วยซ้ำว่าสควอโล่จะมากับใครหน้าไหนก็ตาม...

ขณะนี้ซันซัสเดินขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของขั้นบันไดแล้ว ทว่า..กลับไม่ยอมเดินไปยังห้องของตัวเอง เมื่อสายตาดันเหลือบไปมองคนที่นอนอยู่กับพื้นด้านล่างเสียอย่างนั้น

ซันซัสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สิ่งที่เห็นในยามนี้คือฉลามตัวร้ายที่กำลังพลิกร่างของตัวเองให้นอนหงาย เสื้อยืดสีดำที่เจ้าตัวสวมใส่เลิกขึ้นจนเห็นหน้าท้องบาง อันมีรอยสีสดที่ตนเป็นคนสร้างแต่งแต้มอยู่

มองดูแล้วเหมือนคนกำลังนอนยั่วยวนคนอื่นอย่างไรก็ไม่รู้...

ร่างสูงพ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญ เมื่อคิดว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่สุดท้าย..กลับต้องเดินลงบันไดมาใหม่อีกครั้ง ซันซัสย่อตัวลงนั่งข้างสควอโล่ ก่อนจะเอามือปัดเส้นผมที่ยาวปรกใบหน้าและลำคอระหงของอีกฝ่ายออก เมื่อไล่มองไปทั่วร่างกายของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา นอกจากรอยบริเวณหน้าท้องแล้วก็ยังมีตรงช่วงคออีกที่เห็นได้ชัดเจน

หึ...ขนาดรอยพวกนี้ถูกเขาสร้างเอาไว้ทั่วร่างขนาดนี้ มันก็ยังมีคนกล้าเข้ามายุ่งกับไอ้สวะนี่อีก!

เสียงแค่นหัวเราะดังออกมาอย่างแค้นเคือง ซันซัสมองไปที่ใบหน้าของผู้ที่กำลังหลับใหลด้วยความไม่พอใจก่อนจะรวบตัวอีกฝ่ายขึ้นมากอดไว้แน่น ขณะที่มือหนาก็บีบไหล่บางเอาไว้จนแทบแหลก!

"จำเอาไว้ว่าแกเป็นของฉันแค่คนเดียวเท่านั้น"

ร่างสูงเอ่ยเสียงเยียบเย็น ราวกับเป็นประโยคคำสั่งที่เอ่ยออกมาให้คนในอ้อมแขนได้รับฟังและปฏิบัติตาม

ทว่า...คนที่กำลังไม่มีสติอยู่ในตอนนี้จะไปรับรู้ได้อย่างไร

"ฮึ.." คนเมาเพียงครางในลำคอเล็กน้อย เพราะรู้สึกถึงแรงที่กอดรัดที่แน่นเกินไป มันทำให้ตนหายใจได้อย่างลำบาก

"เลิกยุ่งกับไอ้ม้าสวะนั่นซะ ถ้าแกกับมันไม่อยากตาย"

ประโยคคำสั่งสุดท้ายถูกกล่าวตามมาก่อนที่ซันซัสจะคลายอ้อมกอดลงในที่สุด ทำให้สควอโล่ได้กลับมาหายใจสะดวกอีกครั้ง

จากนั้นบอสแห่งวาเรียก็อุ้มตัวอีกฝ่ายขึ้นไว้แนบอก ก่อนจะมุ่งหน้าเดินขึ้นบันไดกลับไปยังห้องของตัวเอง เมื่อเข้าห้องมาและเดินมาจนถึงเตียงนอนแล้ว ซันซัสก็โยนคนเมาหมดสภาพทิ้งลงไปกับเตียงทันที สควอโล่ปรือตางุนงงเล็กน้อย ก่อนจะรีบซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มเพื่อหลับต่อ ขณะเดียวกันมือก็ปัดป่ายเพื่อที่จะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้รู้สึกหนาวขี้นมา

แต่...มันดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ขึ้นเพราะเจ้าตัวกำลังนอนทับผ้าห่มอยู่

"สวะหน้าโง่!! "

บอสแห่งวาเรียสบถด่าอย่างหงุดหงิด ก่อนที่มือหนาจะกระชากผ้าห่มขึ้นมาอย่างแรง จนร่างที่นอนทับมันอยู่ด้านบนกระเด็นลงไปกระแทกกับพื้นห้อง!

"อืออ...ไอ้คุณบอส" ฉลามหนุ่มร้องออกมาแผ่วเบาเพราะยังไม่ค่อยได้สติ ทว่ายังรู้ตัวว่าใครคือคนที่ทำให้ตัวเองตกลงมาเช่นนี้ คงเป็นเพราะจิตใต้สำนึกบอกว่าคนที่ทำรุนแรงกับตนได้นั้นมีอยู่คนเดียว

"โทษฐานที่แกออกไปกับคนอื่นโดยไม่บอกฉัน วันนี้แกก็นอนพื้นไปแล้วกัน" ว่าจบก็โยนผ้าห่มลงไปกองทับร่างของอีกฝ่าย "เห็นตอนอยู่ด้านล่างอยากนอนกับพื้นนักนี่ ฉันก็เลยสนองให้แกแบบนี้ไงล่ะไอ้สวะ"

ซันซัสกระตุกยิ้มที่มุมปากหลังจากที่พูดประโยคหลังด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำ ผ่านไประยะหนึ่งเมื่ออาบเสร็จแล้วก็กลับมานอนหลับบนเตียง ไม่ได้ให้ความสนใจใครอื่นแต่อย่างใด

สควอโล่ไม่ได้แหกปากร้องโวยวายแต่อย่างใดเมื่อกำลังเมา ทำเพียงแค่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มขนาดใหญ่ที่ร่างสูงอุตส่าห์ใจดีโยนลงมาให้

เมื่อกลิ่นอายจางๆ ของคนที่ตนภักดีด้วยติดอยู่กับผ้าห่มที่ได้รับมา แม้จะสัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนที่แข็งพาให้ร่างกายปวดเมื่อย ทั้งที่ควรจะหงุดหงิดกับมัน แต่เขากลับรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะได้ซุกใบหน้าเข้าหาผ้าห่มผืนนี้...

 

ค่ำคืนค่อยๆ ผันผ่านไปจนล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่ เป็นสควอโล่ที่ตื่นขึ้นมาก่อนเป็นคนแรกพร้อมผลข้างเคียงจากการเมา นั่นคืออาการปวดเมื่อยรวมถึงเวียนศีรษะเล็กน้อย ทว่าสิ่งแรกที่ต้องแปลกใจเมื่อสร่างเมาแล้ว เมื่อพื้นห้องที่นอนอยู่ช่างพาให้รู้สึกคุ้นเคย ซึ่งมันไม่ใช่ห้องของเขาแต่...

มันเป็นห้องของซันซัส...!!

สควอโล่สะดุ้งเล็กน้อยพร้อมหยัดตัวขึ้นนั่งโดยพลัน ก่อนจะคิดได้ว่าตอนที่ดีโน่พาตนมาส่งนั้น เขาคงจะเผลอเดินเข้าห้องผิดก็เป็นได้ เหตุเพราะมัวแต่คิดเรื่องของหมอนั่นมากเกินไประหว่างเมา ซันซัสก็คงจะรำคาญเขาเกินกว่าจะไล่ออกไป เพราะอย่างนั้นจึงปล่อยเขาไว้กับพื้นเช่นนี้

เมื่อเหลือบตาหันไปเห็นอีกฝ่ายที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพไร้ผ้าห่ม สควอโล่ก็เกิดรู้สึกผิดขึ้นมา เพราะคิดว่าตนคงเมาแล้วไปแย่งมันมาห่มคนเดียว เช่นนั้นสควอโล่จึงรีบลุกขึ้นพร้อมเก็บผ้าห่มขึ้นมาด้วย ก่อนจะนำมันไปคลุมตัวซันซัสที่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียง โดยพยายามทำอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น

ทว่า...พอเห็นซันซัสกำลังหลับก็อดไม่ได้ที่สควอโล่จะเดินเข้าไปหา เขานั่งลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อที่จะมองมันในระยะใกล้ขึ้น บางทีก็แอบคิดว่าเขาเป็นบ้าหรือไม่ เพราะอะไรถึงชอบแอบมาทำตัวลับล่อตอนที่หมอนี่มันหลับแบบนี้

ก็มันอาจจะเป็นโอกาสเดียวนี่ ที่เขาจะได้อยู่ใกล้มันโดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ

สควอโล่มองอีกฝ่ายอยู่แบบนี้อยู่ชั่วระยะหนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าการกระทำแบบนี้มันไม่ควรเท่าไหร่ ในเมื่อตอนนี้มันมีคู่หมั้นหมายแล้ว แม้ว่าจะเป็นคนที่เขายังไม่ยอมรับก็ตามที ดังนั้นเขาควรตั้งสติและเตือนตัวเองว่าจะทำตามชอบอย่างเมื่อก่อนไม่ได้อีกต่อไป

ทว่าในจังหวะที่นั่งเหม่ออยู่นั้น ศีรษะก็พลันถูกฝ่ามือที่มีแรงมหาศาลกดลงจนริมฝีปากบดเบียดแนบชิดกับริมฝีปากของอีกฝ่าย สควอโล่เบิกตากว้างทันทีก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงเมื่อซันซัสเริ่มขยับริมฝีปากรุกราน ขณะที่มือหนาค่อยๆ สอดเข้าไปใต้เรือนผมสีเงิน เพื่อหวังกดศีรษะของสควอโล่ลงหนักกว่าเดิม ทำให้ริมฝีปากทั้งคู่บดขยี้กันแรงขึ้น!

"อื้อออ..." สควอโล่เริ่มได้สติจึงพยายามยันมือกับเตียงเพื่อที่จะดันตัวเองออกห่าง ทว่าแรงจากฝ่ามือนั้นมากเกินกว่าที่ตนจะสู้ได้ ไม่นานร่างก็พลันถูกพลิกให้นอนหงายลงกับเตียง ก่อนที่กายหนาจะตามลงมาทาบทับอย่างรวดเร็ว ขณะที่ริมฝีปากก็ยังคงถูกร่างสูงดูดเม้มอย่างกระหาย สควอโล่เริ่มโอนอ่อนไปกับสัมผัส ระหว่างนั้นมือเรียวก็ยกขึ้นไปจับไหล่หนาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว

ลิ้นร้อนช่ำชองแทรกซอนเข้ามาในโพรงปากหวาน ทั้งยังไปเคล้าเคลียหยอกล้อกับลิ้นด้านในเนิ่นนานจนฉลามหนุ่มแทบหายใจไม่ทัน เมื่อร่างสูงเห็นอีกฝ่ายเหนื่อยหอบจึงผละริมฝีปากของตนออกมา ก่อนจะจูบลงที่ปลายคางมนหนึ่งที แล้วจึงยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ ทิ้งให้ผู้ถูกกระทำมองตอบกลับมาอย่างอ้ำอึ้ง

"บอส แก..." สควอโล่นึกคำพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่งเมื่อได้รับสายตาเยาะหยันจากอีกฝ่าย คล้ายว่ากำลังได้ใจที่ตนยอมโอนอ่อนไปกับสัมผัสก่อนหน้า ไม่นานก็นึกเพิ่มขึ้นมาได้ว่าตอนนี้เขากำลังจับไหล่มันอยู่อย่างเผลอตัว เช่นนั้นจึงรีบปล่อยมือลงวางราบไปกับเตียงทันที

"แก...ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนวะ"

"ก็ตั้งแต่ตอนที่แกเริ่มจ้องหน้าฉัน" กล่าวจบร่างสูงก็แค่นหัวเราะ ก่อนจะโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่าย "ทำไมถึงมาจ้องหน้าฉันนานขนาดนั้น หรือว่าแกอยาก..."

"ยะ..อยากบ้าอะไรของแกหา!! แล้วนี่แกก็ลุกออกไปได้แล้วโว้ย!! " ฉลามหนุ่มตะโกนลั่นด้วยความไม่พอใจ

เขาแค่จ้องธรรมดาทำไมมันถึงคิดไปถึงเรื่องนั้นได้วะ!

ใบหูของสควอโล่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และมันยิ่งเป็นสีแดงเข้มขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างใบหู ซันซัสเห็นจึงใช้ปากขบเม้มมันอย่างเบาๆ ขณะที่ฉลามหนุ่มหลับตาปี๋ทั้งยังพยายามหันหน้าหลบ เรียกรอยยิ้มร้ายกาจผุดออกมาจากริมฝีปากของร่างสูง เมื่อค้นพบจุดอ่อนใหม่ของอีกฝ่ายเข้าแล้ว...!!

"อ๊ะ..มะ..ไม่เอา"

สควอโล่ร้องออกมาเมื่อลิ้นของอีกฝ่ายไล้เลียอยู่ที่ใบหู สลับกับฟันคมที่แทะเล็มเล่นปานจะกลืนกินมันเข้าไป ถึงแม้จะพยายามถอยหน้าห่างออกมาแต่อีกฝ่ายก็ยังดึงดันตามมาอย่างไม่ลดละ จนสุดท้ายสควอโล่ก็ต้องจำยอมนอนตัวอ่อนรับการกระทำเอาแต่ใจนั้นแต่โดยดี...

ไฟแห่งความปราถนากำลังถูกจุดขึ้นในห้วงอารมณ์ของทั้งคู่ ใบหน้าคมคร้ามผละออกจากใบหูไล่จูบลงมาตามใบหน้าและลำคอของร่างบาง มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงดึงเสื้อยืดของฉลามหนุ่มให้เลิกขึ้นมาเหนือแผ่นอก ก่อนที่ริมฝีปากจะเลื่อนลงมาดูดอมยอดสีแดงบนแผ่นอกจนร่างบางบิดกายเร่า มืออีกข้างเคล้นคลึงที่ยอดติ่งอีกข้างเพื่อเพิ่มความกระสันให้อีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก

"อาา" ใบหน้าสวยเหยเกเพราะอารมณ์หวามไหวที่ผู้เป็นนายปรนเปรอให้ เสียงครางเครือหลุดรอดจากเรียวปากได้รูป สควอโล่เริ่มเกร็งนิ้วเท้าเมื่อมือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายเลื่อนลงมากอบกุมส่วนอ่อนไหวที่อยู่ใต้กางเกงผ่านเนื้อผ้า

เพราะอะไรเขาถึงไม่เคยปฏิเสธสัมผัสจากหมอนี่ได้เลยสักครั้ง…

เมื่อมันเป็นเรื่องไม่สมควร แล้วเขาควรจะหยุดมันอย่างไรดี

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ราวกับฟ้าได้ยินคำขอของสควอโล่เพราะมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพอดี ถือเป็นครั้งที่สองที่โดนขัดจังหวะเรื่องบนเตียง ครั้งก่อนหน้าผู้มาขัดจังหวะคือลูซซูเรีย ในครั้งนั้นซันซัสโกรธจัดจนพังประตูห้องแล้วคราวนี้เล่าจะเป็นอย่างไร

"ไอ้สวะหน้าไหนโผล่มาอีกหา!! "

เสียงตวาดกร้าวดังก้องออกไปนอกห้อง ซันซัสกำมือแน่นแล้วต่อยลงกับเตียงด้วยความขัดใจ เป็นอีกครั้งที่ต้องผละออกจากกายหวานอย่างไม่เต็มใจ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ความโกรธเกรี้ยวถูกจุดขึ้นอีกครั้ง และความโกรธนี้ก็กำลังจะก่อตัวขึ้นเป็นเพลิงพิโรธในไม่ช้า

"ฉันเอง...คู่หมั้นนายไงซันซัส"

ทว่าในจังหวะที่กำลังจะปล่อยเพลิงพิโรธออกไปนั้น ซันซัสกลับได้ยินเสียงคู่หมั้นของตัวเองซึ่งเป็นคนสำคัญของวองโกเล่ดังขึ้นมาก่อน ดังนั้นเพลิงพิโรธในมือจึงต้องถูกยั้งเอาไว้อย่างเจ็บใจ เพราะหากพลั้งมือทำร้ายคู่หมั้นหมายก็คงจะมีปัญหาใหญ่โตตามมาอีก

สควอโล่ผลักตัวซันซัสออกอย่างแรงจนร่างหนาเซตัวไปด้านหลังก่อนจะจัดการดึงเสื้อตัวเองลงให้เข้าที่ ซันซัสไม่พอใจอย่างยิ่งเมื่อร่างถูกผลักออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ยิ่งเห็นสควอโล่ส่งสีหน้าไม่พอใจกลับมายิ่งทำให้ซันซัสหมดความอดทน มือหนาจับร่างบางให้จมลงกับเตียงอีกครั้งเพื่อหวังจะสั่งสอน

"ไอ้ฉลามสวะ!! แกกล้าดียังไงถึงผลักฉั..."

"นี่นายจะมาเปิดประตูได้หรือยังน่ะ"

คนด้านนอกส่งเสียงดังแทรกประโยคที่ซันซัสกำลังจะบอกกับฉลามใต้ร่าง จนสุดท้ายร่างสูงก็จำต้องลุกออกไปด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว ส่วนฉลามหนุ่มก็ยังคงนอนอยู่บนเตียงดังเดิมเพราะไม่มีเหตุผลจะต้องออกไปให้เกิดการเข้าใจผิด

และเมื่อประตูเปิดออก ซันซัสก็ตวาดใส่ชายคู่หมั้นของตนอย่างโกรธจัด

"มีอะไรหา! ทำไมไม่รอพูดตอนเจอกันด้านล่างวะ!! "

ซันซัสเป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัวเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่ลูกน้องที่สนิทใจก็ไม่มีสิทธิ์มาเคาะตามอำเภอใจ แม้คนตรงหน้าจะได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น แต่มันก็คือการหมั้นเพื่อผลประโยชน์!

"ฉันเป็นถึงคู่หมั้นของนาย แค่มาหน้าห้องนอนนายก็ไม่มีสิทธิ์หรือไง" ซามูเอลมีสีหน้าเศร้าระหว่างพูด แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับการใส่ใจจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย...

"กับไอ้แค่ตำแหน่งคู่หมั้นที่หวังผลประโยชน์กันทั้งคู่มันจะอะไรนักหนา ฉันเคยบอกแกแล้วนะไอ้สวะ ว่าอย่ามายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวของฉัน! "

ซันซัสเองก็ใช่ว่าจะไว้ใจผู้มาใหม่ได้อย่างง่ายดายเพราะเคยมีประสบการณ์ถูกทรยศมาก่อน กว่าจะไว้ใจกันได้ก็คงต้องรอดูท่าทีกันไปอีกนาน

"ฉันขอโทษแล้วกัน คราวหน้าจะไม่มารบกวนแบบนี้อีกแล้ว" ชายหนุ่มกล่าวเสียงอ่อนอย่างคนรู้สึกผิด "ครั้งนี้ฉันแค่จะมาบอกว่าวันนี้รุ่นที่เก้าสั่งให้เราไปทำภารกิจด้วยกัน แค่'ฉันกับนาย'และลูกน้องระดับล่างบางส่วน"

รุ่นที่เก้าฝากซามูเอลให้มาบอกกับซันซัสเรื่องภารกิจด่วนในวันนี้ โดยจะมีลูกน้องระดับล่างของวาเรียและดิออตโต้บางส่วนไปให้ความช่วยเหลือบ้าง ส่วนวาเรียระดับสูงกำชับให้มีแค่ซันซัสที่ไปเท่านั้น ราวกับว่าต้องการให้ลูกบุญธรรมของตนได้อยู่กับคู่หมั้นสองต่อสอง

...ไม่ให้มีใครตามไปเป็นส่วนเกิน

"เออ แค่นี้ใช่ไหม" ร่างสูงพยายามรีบตัดบทด้วยความรำคาญ หากเป็นเรื่องภารกิจสำคัญแล้วนั้นซันซัสก็ไม่ปฏิเสธที่จะไปทำอยู่แล้ว

แต่แทนที่ซามูเอลจะรีบตอบแล้วเดินออกไป ทว่ากลับเหลือบมองเข้าไปในประตูห้องนอน ก่อนที่สายตาจะไปสบเข้ากับร่างของฉลามแห่งวาเรียที่กำลังนอนตะแคงไม่เห็นหน้าค่าตา...

ตอนแรกซามูเอลก็สงสัยว่าเหตุใดซันซัสถึงมาเปิดประตูช้านัก ที่แท้ก็คงเป็นเพราะกำลังวุ่นวายอยู่กับฉลามที่นอนบนเตียงนี่เอง...ชักจะหยามหน้าคู่หมั้นอย่างเขาเกินไปแล้ว

"ขอถามอีกหน่อยสิ นายชอบไอ้ฉลามนั่นหรือไง"

คำถามที่ออกมาจากปากของซามูเอลทำให้สควอโล่ที่นอนอยู่ในห้องลุ้นระทึก ทั้งอยากรู้คำตอบและกลัวกับคำตอบในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะคาดหวังไปเพื่ออะไร ทั้งที่ควรจะรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วว่าไม่มีวัน

"ถามบ้าอะไรของแกไอ้สวะ จำเอาไว้ว่าฉันไม่เคยชอบหรือรักใครนอกจากตัวของฉันเอง! "

และคำตอบก็เป็นอย่างที่สควอโล่คาดการณ์เอาไว้ ซันซัสไม่เคยรักใคร...

"อย่างนั้นเองเหรอ แล้วนายคิดยังไงกับมันล่ะ" ซามูเอลพยายามถามจี้ให้คนที่นอนอยู่ด้านในได้รับรู้ เผื่อว่าสควอโล่จะได้เจ็บปวดกับคำตอบของผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น

ซันซัสแค่นหัวเราะให้กับคำถามที่ได้ยิน ก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปากแล้วกล่าวคำตอบออกมา

"ไอ้ฉลามนั่น..มันก็แค่ลูกน้องสวะตัวหนึ่ง เป็นแค่ของที่ฉันชอบเอามาใช้มากที่สุดก็เท่านั้น!! "

ปัง!!!

มือหนาดันประตูปิดเสียงดังเพราะรำคาญที่จะต้องตอบคำถามเต็มทน ทางด้านสควอโล่เมื่อเห็นว่าซันซัสคุยกับคู่หมั้นจบแล้วจึงลุกขึ้นจากเตียง แล้วหันไปถามบางอย่างกับร่างสูงที่กำลังเดินไปเปลี่ยนเสื้อเพื่อออกไปทำภารกิจ

"บอส ฉันเป็นของที่แกชอบใช่รึเปล่าวะ"

แม้ไม่ได้เป็นคนที่ชอบแต่ได้เป็นถึงของที่ชอบก็ยังดี...ดีกว่าไม่ได้เป็นอะไรในสายตาคู่นั้นเลย

"หึ รู้แค่ว่าแกเป็นของฉันเท่านั้นก็พอ จำใส่สมองโง่ๆ ของแกเอาไว้ด้วย! " ซันซัสเอ่ยสั่งเสียงกร้าวเพื่อย้ำเตือนว่าไม่ให้อีกฝ่ายไปหาคนอื่น

"รู้แล้วล่ะน่า" สควอโล่ตอบพร้อมรอยยิ้มที่ฝืดเฝื่อน

ฉันจะไปไหนได้ล่ะซันซัส...ที่เลือกมีชีวิตอยู่กับร่างกายที่ต้องทนทรมานกับหัวใจนี้ มันก็เพื่อติดตามแกต่อไปทั้งนั้น ไม่มีเหตุผลอื่นใดสำคัญไปกว่าเหตุผลนี้อีกแล้ว

ถ้าหากว่าตอนนี้ไม่มีแกอยู่...ก็จะไม่มีฉันอยู่เช่นกัน

 

แม้ท้องนภามืดจะอยู่ห่างไกลจากสายฝนที่ตกลงสู่เบื้องล่าง แต่สายฝนก็ยังคงพยายามไล่ตามและไขว่คว้า เพื่อหวังจะได้เห็นท้องนภาที่ตนรักตลอดไปก็เท่านั้น...เท่านั้นจริงๆ

 

"ฉันช่วยแต่งตัวไหมบอส"

สควอโล่เอ่ยถามทว่าซันซัสยืนนิ่งไม่โต้ตอบอะไรกลับมา แต่..นั่นก็เป็นคำตอบแล้วว่าอีกฝ่ายอนุญาต

ร่างโปร่งเดินเข้าไปหาเจ้านายของตนก่อนจะจัดการคลุมเสื้อบนไหล่หนา ติดขนนกสีแดงไว้ตรงปกตามที่อีกฝ่ายชอบ สุดท้ายจัดการผูกไทด์ให้หลวมๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาช่วยไอ้บอสบ้านี่แต่งตัว ดังนั้นจึงไม่ตื่นเต้นมากนักแม้จะได้รับสายตาที่กดดันส่งกลับมา

แม้จะต้องการไปทำภารกิจกับซันซัสมากแค่ไหนแต่ก็ต้องห้ามใจ เพราะรู้ถึงเจตนารมณ์ของรุ่นที่เก้าดีว่าอยากให้ซันซัสไปกับคู่หมั้นเพียงแค่สองคนโดยไม่มีตนไปข้องเกี่ยว แม้จะยังไม่วางใจฝ่ายคู่หมั้นแต่ก็เชื่อว่าฝีมือระดับซันซัสจะต้องจัดการได้อยู่แล้วหากมีใครเล่นตุกติก

"บอส แกต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ" เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ขอแค่ได้ส่งคำอวยพรให้กับอีกฝ่าย

"แกคิดว่าฉันกระจอกแบบแกรึไง"

ว่าจบแล้วร่างสูงก็มุ่งหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉลามผู้ภักดีโวยวายอยู่คนเดียวเพียงลำพัง

"แกว่ายังไงนะ!! ฉันไม่ได้กระจอกนะโว้ยยย"

สุดท้ายแล้วก็ยังไม่วายเหนึบแนมเขาเรื่องคราวก่อน ครั้งนั้นเพราะร่างกายไม่แข็งแรงเลยเสียท่าโดนฟันเข้าที่ท้อง หากไม่ป่วยเขาก็คงไม่บาดเจ็บแบบนั้นแน่!

สควอโล่เดินออกจากห้องตามไปอย่างหัวเสีย ทว่าไม่ได้ติดตามเจ้านายของตนไปแต่อย่างใด ฉลามหนุ่มเดินกลับเข้าห้องของตัวเองเพื่อไปนอนพักต่อต่างหาก

หากไม่มีภารกิจอะไรต้องทำแล้วก็ขอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเตียงนอนนี้ก็แล้วกัน...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #12 namzbongz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 21:34

    อีแก่นี่ต้องตบกับกูสักฉากแล้วกล้าดียังไง!มาขัดขวาง!
    ป๋ากับหลามฟีลสามีภรรยามาก~
    ถ้าป๋าหุบ-ๆและเลือกที่จะไม่พ่นคำพูดที่หยาบคลายออกมา😑
    ปล.สนุกมากเลยค่ะอินสุดๆ
    #12
    0