[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 7 : Chapter 6 ความจริงที่เพิ่งรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 ธ.ค. 63

สควอโล่เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีในช่วงเช้าของอีกวัน พร้อมด้วยอาการป่วยและอาการเจ็บบาดแผลที่กำเริบ ทว่ายังรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวานอยู่มาก ยามที่ได้สติก็มีเรื่องให้เขาต้องแปลกใจทันที เมื่อสัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ไม่ได้นั่งพิงอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ดังเช่นคืนที่ผ่านมา

ว่าแต่สิ่งที่เขากอดอยู่ตอนนี้มันคืออะไร...

สควอโล่เริ่มเกิดความสงสัยยามที่เปลือกตายังปิดสนิทแต่ทว่าความรู้สึกนั้นเริ่มแจ่มชัด สิ่งที่กำลังกอดอยู่มันทำให้หัวใจอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งกลิ่นหอมเย็นคล้ายกลิ่นของคนคุ้นเคยยังเตะเข้ามาในจมูก พาให้รู้สึกอยากนอนหลับต่อยิ่งนักหากวันนี้ไม่ต้องไปทำภารกิจ แต่ว่า..มันดันไม่โชคดีอย่างนั้น เมื่อวันนี้มีงานที่ต้องให้ตัวแทนจากวาเรียระดับสูงอย่างเขาไปทำ...เว้นแต่จะขอลา

เปลือกตาของฉลามหนุ่มค่อยๆเปิดปรือขึ้นมองภาพตรงหน้า สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาอันดับแรกคือท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของใครบางคน ใจของเขาเริ่มหวาดหวั่นกับสิ่งที่เห็น กลิ่นที่คุ้นเคยยิ่งตอกย้ำความจริง เมื่อเลื่อนสายตาขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย ความจริงก็แจ่มชัดในที่สุดว่าคนตรงหน้าคือใคร!!

"บะ...บอส" เสียงเรียกแผ่วเบา ทว่าดวงตาที่ปรืออยู่นั้นกลับเบิกโพลงด้วยความตะลึงงัน

นี่เขากำลังกอดและเอาใบหน้าฝังลงไปที่แขนของบอสอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไงกันที่มันยอมให้ทำเรื่องแบบนี้...!!

เขาฝันอยู่หรือไม่...

สควอโล่ลองถามตัวเอง ทว่าเหมือนอาการเจ็บแผลที่หน้าท้องนั้นจะเป็นตัวย้ำเตือนว่าสิ่งที่เกิดคือเรื่องจริง เมื่อเขาเริ่มรู้ตัวว่ากำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม เขาจึงรีบปล่อยท่อนแขนนั้นออกทันที ก่อนจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างลำบาก 

สิ่งที่ฉลามหนุ่มทำเป็นลำดับต่อไปคือก้มมองสำรวจตัวเอง เมื่อพบว่าเสื้อที่ใส่อยู่คือเสื้อของคนข้างกาย ดวงตาทั้งสองจึงเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง มือเรียวกำเสื้อนั้นไว้ในมือแน่น รอยยิ้มผุดออกมาตรงมุมปากเล็กน้อย สควอโล่ชักรู้สึกดีใจอย่างไรบอกไม่ถูก สักพักเจ้าตัวก็ตัดสินใจเอี้ยวตัวไปมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังหลับ

หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ เมื่อรู้ว่าซันซัสอนุญาตให้เขาได้มีโอกาสใส่เสื้อตัวนี้ของมัน ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นอย่างง่ายดายเพราะหมอนั่นหวงของยิ่งกว่าอะไร ส่วนหนึ่งที่มันยอมเอามาให้เขาใส่ คงเป็นเพราะขี้เกียจเดินไปหยิบเสื้อของเขาที่ห้อง...

ว่าแต่...ทำไมมันไม่พาเขาไปนอนที่ห้องตัวเองแต่แรกกันเล่า...!!

สควอโล่เพิ่งได้สติรู้สึกตัวว่าตนกำลังอยู่นั่งในห้องของอีกฝ่าย เขามองสำรวจไปรอบสถานที่ๆตัวเองอยู่อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ สรุปว่ามันก็คือห้องของซันซัสจริงๆ ถ้าอย่างนั้นหากเขามานอนอยู่ห้องของมัน ก็แปลว่ามันเป็นคนอุ้มเขาขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ...

เมื่อคิดไปถึงเรื่องนั้น สควอโล่ก็ยิ้มออกมามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ ทว่านั่นก็ถือว่ามากเกินพอสำหรับเขาแล้ว มันจะเป็นความทรงจำที่ดีอย่างหนึ่งที่เขาได้รับจากบอส

...ไม่น่าเชื่อว่าครั้งหนึ่งเขาจะมีโอกาสได้รับความใส่ใจจากมันขนาดนี้

"ขอบคุณนะบอส..."

สควอโล่เอ่ยคำขอบคุณออกไปโดยที่อีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน เปลือกตาของร่างสูงยังคงปิดสนิทอยู่ดังเดิม ดูคล้ายว่าคงไม่ตื่นมาอย่างง่ายดายในยามนี้ ฉลามหนุ่มค่อยๆกระถดถอยหลังไปนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะหันศีรษะไปด้านซ้ายเพื่อก้มมองดูใบหน้าของอีกฝ่ายยามหลับ...จ้องมองมันอยู่อย่างนั้นราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง 

ถือเป็นอีกครั้งที่เขาได้โอกาสอยู่ใกล้ชิดกับซันซัสแบบนี้ มันรู้สึกดีใจก็จริงแต่มันก็ดีใจไม่สุด เพราะดันหวนคิดได้ว่าการอยู่ใกล้กันแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องสมควร เพราะว่าซาวาดะ...

ความคิดของสควอโล่หยุดชะงักลงเมื่อนึกถึงเด็กคนนั้น ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน เขาจำได้ว่าตัวเองเห็นเด็กนั่นถือกระเป๋าเดินทางขึ้นรถตู้ออกไปจากปราสาท ที่น่าแปลกใจคือทำไมเด็กคนนั้นไม่อยู่กับซันซัสแล้ว...หรือว่ามีธุระด่วนต้องกลับญี่ปุ่น?

"แกจ้องหน้าฉันมานานแล้วนะไอ้ฉลามสวะ จะจ้องหาอะไรนักหนา"

เสียงทุ้มของผู้เป็นนายดังขึ้นปลุกสควอโล่ให้หลุดออกจากความคิด เขารีบหันหลบดวงตาสีแดงที่กำลังจ้องมาอย่างคาดโทษ บทจะตื่นก็ดันมาตื่นตอนที่เขาสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดแล้วก็ได้แต่หงุดหงิด

"ฉันแค่เผลอหันไปมองแกก็เท่านั้นแหละโว้ย" โกหกออกไปได้ไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย แต่หากให้ยอมรับว่าเป็นฝ่ายจ้องก็ดูจะเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย

"หึ" ซันซัสแค่นหัวเราะเมื่อเห็นดวงตาล่อกแล่กของอีกฝ่าย

ไอ้สวะนี่มันคิดว่าตัวเองดูออกยากนักรึไง!

บอสแห่งวาเรียคิดพลางยิ้มแสยะ ก่อนจะยันกายขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงเช่นเดียวกับสควอโล่ ระหว่างนั้นมือหนาพลันกระชากเรือนผมสีเงินเข้าหาตัว ความนุ่มลื่นของเส้นผมทำให้ร่างสูงจับมันเล่นอย่างเพลิดเพลิน เจ้าของเรือนผมไม่ได้ว่าอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มออกแรงดึงมากขึ้น...

“แกอย่าดึงแรงสิวะ!” สควอโล่ตะโกนพลางเกร็งตัวไม่ให้ศีรษะไปแนบชิดกับไหล่กว้างของอีกฝ่ายมากเกินไป 

“แล้วไง”

ผู้ฟังตอบอย่างไม่แยแส พาให้สควอโล่รู้สึกหัวเสียอยู่พักใหญ่แต่ว่าไม่ได้บ่นอะไรต่อ เมื่อรู้ว่าบ่นไปอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ฟัง ซันซัสยังคงลูบเส้นผมสลับกับฉุดกระชากต่อไปตามอารมณ์ที่ยากคาดเดา ความเงียบครอบงำบรรยากาศอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ฉลามหนุ่มจะเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาก่อน 

“แล้วนี่...ซาวาดะหายไปไหนแล้วล่ะ”

ด้วยความคาใจในเรื่องนี้จึงลองเอ่ยปากถามออกไป ทว่าน่าแปลกใจที่ซันซัสกลับแค่นยิ้มหยันออกมา ทั้งยังหัวเราะคล้ายกำลังสะใจอะไรบางอย่าง สควอโล่เหล่มองเจ้านายตัวเองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก เมื่อคนที่ชอบออกไปอยู่ไกลตัวแล้ว แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงยังคงยิ้มและหัวเราะได้อีก

ทั้งแววตายังไม่มีความกังวลอะไรเลยแม้แต่นิด...

"ฉันไล่มันออกไปแล้ว"

!!!!!

"ว่าไงนะ!!" สควอโล่ตะโกนออกไปด้วยความตกใจ ขณะที่เส้นผมพลันถูกมือหนากระชากอย่างแรงจนศีรษะเอนไปซบไหล่กว้าง แต่เขาไม่มีเวลามาตกใจเรื่องนั้นในตอนนี้ เมื่อเรื่องที่เพิ่งรู้มามันน่าตกใจมากกว่า...!!

มันจะเป็นไปได้หรือไง คนอย่างบอสจะเอ่ยปากไล่คนที่ตัวเองชอบงั้นเหรอ

...นอกเสียจากว่าจะไม่ได้ชอบมาตั้งแต่แรก

"หึ! คราวนี้มันแพ้ฉันหมดรูป" รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนมุมปากของร่างสูง มือหนายังคงกำเส้นผมในมือแน่นขึ้นราวกับดีใจกับชัยชนะที่ตนได้รับ

ทว่าสิ่งที่ออกมาจากปากซันซัสไม่ได้ทำให้สควอโล่เข้าใจมากขึ้นเลยสักนิด ทั้งยังสับสนหนักกว่าเดิมว่าที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องแพ้ชนะมาเกี่ยวอะไรด้วย

"แพ้? พูดบ้าอะไรของแกวะ" เจ้าของใบหน้าที่กำลังซบไหล่หนาอยู่เอ่ยถามอย่างงุนงง

"ฉันก็แค่ถือโอกาสที่มันมาชอบฉัน หลอกให้มันคิดว่าฉันสนใจแล้วปฏิเสธมันทิ้งก็แค่นั้น" ซันซัสเล่าอย่างสะใจ แววตาปกปิดความชั่วร้ายไว้ไม่มิด "ก็แค่แก้แค้นที่มันเคยแย่งตำแหน่งบอสของวองโกเล่ไปจากฉัน มันอยากมาชอบฉันเองช่วยไม่ได้"

แก้แค้น?!!

หรือว่าที่ผ่านมาซันซัสเห็นว่าเด็กนั่นชอบตนเองจึงทำเป็นชอบพอเหมือนกัน ทว่าจากนั้นก็ตลบหลังโดยการบอกว่าเรื่องก่อนหน้าเป็นเพียงเรื่องลวงหลอก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงสควอโล่ก็แอบสงสารสึนะอยู่บ้างเหมือนกัน แม้เพียงแค่เสี้ยวเล็กน้อยก็ตาม มันดันโชคร้ายมาตกเป็นเหยื่อของคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างซันซัส...

"คืนก่อนฉันเอากับแกให้มันฟัง วันต่อมามันเดินร้องไห้มาหาฉันเลยว่ะฮ่าๆๆ"

ซันซัสหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังพูดเรื่องบนเตียงคืนนั้นออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ในขณะที่สควอโล่นั่งนิ่งเงียบคล้ายว่าไม่รู้สึกอะไร แม้ว่าใจมันจะพังลงไปแล้วก็ตามที

เรื่องคืนนั้นเกิดขึ้นเพียงเพราะมันต้องการล้างแค้น...โดยใช้ร่างกายเขาเป็นเครื่องมือน่ะเหรอ

"แกทำแบบนั้นกับฉัน...แค่เพื่อต้องการให้ไอ้เด็กนั่นได้ยินเนี่ยนะ"

"แกเป็นลูกน้องฉันก็ต้องทำตามที่ฉันต้องการ!"

บอสแห่งวาเรียตอบเสียงกร้าว ขณะที่รอยยิ้มร้ายยังคงฉายชัดบนใบหน้า 

...ผิดกับใครอีกคน

คิดไว้แล้วว่าซันซัสต้องส่งคำตอบที่น่าผิดหวังมาให้ สุดท้ายแล้ววันนั้น...เขาได้เป็นที่ระบายความอารมณ์โกรธไม่พอ ยังเป็นถึงเครื่องมือที่ใช้ในการแก้แค้นของหมอนั่นด้วย เรื่องบนเตียงวันนั้นมันไม่เคยแยแสดังที่เขาเคยคิดไว้ มีเพียงเขาคนเดียวที่ใส่ใจและคิดมากกับมันมาโดยตลอด

แต่...มันก็ยังดีที่ซันซัสเลือกใช้ร่างกายของเขาแทนร่างกายของคนอื่นในการแก้แค้น...ไม่อย่างนั้นใจเขามันอาจจะเจ็บกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

 ปลอบใจตัวเองแบบนี้ก็เหมือนจะรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย สควอโล่กำลังยิ้มออกมาอย่างฝืดเฝื่อน ในทางกลับกันอีกฝ่ายกลับยิ้มอย่างมีความสุขกับชัยชนะ ทำไมกัน..ทำไมเขาถึงต้องเป็นฝ่ายเดียวที่คิดมากเรื่องความสัมพันธ์ฉาบฉวยบนเตียงนี้ด้วย

ทว่าไม่นานสควอโล่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ลืมไปเสียสนิทว่าความสัมพันธ์นี้มันไม่จำเป็นต้องมีกับคนรัก แต่พอมันเกิดขึ้นกับฝ่ายหนึ่งที่รู้สึกอยู่เต็มอก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งกลับไม่รู้สึกอะไร 

มันก็เจ็บปวดดีเหมือนกัน...

"ฮะๆๆๆ" เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างขมขื่น สควอโล่กำผ้าห่มในมือจนแน่น ความเจ็บปวดที่เกิดในอกนั้นไม่ต่างกับความเจ็บปวดที่เกิดในความรู้สึก

"ได้สิวะบอส ฉันจะทำตามที่แกต้องการทุกอย่าง...ทุกอย่างจริงๆว่ะ"

"หัวเราะอะไรของแก"

ซันซัสเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มก่อนหน้าที่หุบลง เมื่อเห็นคนที่เอียงหน้าซบไหล่ตนเหมือนกำลังพร่ำเพ้ออะไรบางอย่างออกมา

สควอโล่รู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกที่เริ่มถี่ขึ้นของตัวเอง เหงื่อไหลซึมลงมาตามไรผมทั้งที่อากาศในห้องค่อนข้างเย็น เมื่อความเจ็บหน่วงในอกเริ่มทวีมากขึ้น

"แล้วนี่แกเป็นอะไรอีกไม่ทราบ" บอสแห่งวาเรียสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่แรงขึ้นของอีกฝ่าย ทว่าเจ้าตัวคิดว่ามันคงเป็นเพราะพิษไข้...หารู้ไม่ว่าเป็นเพราะหัวใจเมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดี ซันซัสจึงดันตัวของสควอโล่ที่นั่งอยู่ให้นอนราบไปกับเตียงดังเดิม ก่อนที่จะนำมือหนาของตนสอดเข้าไปใต้ผมหน้าม้าเพื่อที่จะวัดอุณหภูมิบนหน้าผาก ซึ่งซันซัสพบว่ามันยังคงสูงอยู่

"ยังป่วยอยู่อีกรึไง หายยากหายเย็น" น้ำเสียงคนพูดติดหงุดหงิด "แกก็รู้ว่าฉันเกลียดพวกอ่อนแอ ดังนั้นก็รีบๆหายซะทีไอ้สวะน่ารำคาญ!"

ทั้งที่ควรโกรธที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการล้างแค้น ควรโกรธที่ได้รับแต่คำพูดคำจาที่เสียดแทงเข้าไปในจิตใจ 

แต่ทว่าพอได้รับสัมผัสนี้เข้าไป...ความขุ่นมัวในใจทั้งหมดก็หายเป็นปลิดทิ้ง เช่นนี้เขาควรจะรู้ตัวเองตั้งนานแล้ว

...รู้ว่าตัวเองไม่เคยคิดโกรธหมอนั่นได้เลย

ด้วยความเจ็บปวดหลายทางที่ประสบอยู่ทำให้สควอโล่อ่อนเพลียจนอยากนอนหลับไปอีกครั้ง วันนี้เขาขออ่อนแอต่ออีกสักหน่อย ไว้พรุ่งนี้เขาจะกลับมาเป็นฉลามคลั่งแห่งวาเรียที่เข้มแข็งคนเดิมแล้วกัน

"วันนี้ฉันลางานได้ไหมวะ" 

ฉลามหนุ่มหันไปถามเจ้านายของตนที่กำลังขมวดคิ้วยุ่ง ภารกิจในวันนี้เขาคงต้องยกไปให้คนอื่นแทนถ้าบอสอนุญาต เมื่ออาการทางใจกำเริบแบบนี้จึงไม่อยากฝืนตัวเองไปทำอะไรเลยสักอย่าง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่รู้ว่าซันซัสจะยอมหรือไม่

"แต่ว่าถ้าแกไม่ให้ฉันก็จะไปทะ..."

"สวะอย่างแกน่ะนอนไปเถอะ สภาพทุเรศแบบนี้ออกไปก็มีแต่ตาย" ซันซัสกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นอีกฝ่ายที่มีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้แล้วยังจะอุตส่าห์ไปคิดเรื่องงาน

"แล้วนี่ให้ฉันออกไปนอนห้องตัวเองได้รึยัง อยู่นี่ก็รบกวนแกเปล่าๆ" สควอโล่เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาทั้งยังพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่ายังไม่ทันลุกขึ้นจนสุด แขนแกร่งก็พลันกดร่างเขาให้นอนจมลงไปกับเตียงอีกครั้ง...!!

“หึ..หัดเป็นคนเกรงใจคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้สวะ” ซันซัสยังคงไม่หายหัวเสีย “ฉันบอกให้นอนก็นอนซะ อย่ามัวแต่พูดมาก!"

"โว้ยยยยย!!" สควอโล่ร้องเสียงดังเมื่อโดนร่างสูงปาหมอนลงมาฟาดใบหน้า เขาขมวดคิ้วยุ่งด้วยความไม่พอใจทันที ก่อนจะโยนหมอนใบนั้นทิ้งลงกับพื้นอย่างรำคาญ ต่อจากนั้นเขาก็พลิกตัวหันหนีไปอีกข้าง เหตุเพราะไม่อยากจะเสวนากับบอสงี่เง่าอย่างมันแล้ว รวมถึงเขาเองก็ง่วงนอนเต็มที

ผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง เมื่อซันซัสเห็นว่าสควอโล่หลับไปแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียง ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย เช่นนั้นบนเตียงจึงเหลือเพียงคนผู้เดียวนอนอยู่ตามลำพัง

หารู้ไม่ว่าสควอโล่ยังไม่ได้หลับ...

เมื่อความอบอุ่นข้างกายได้จากไป ฉลามหนุ่มก็ซึมไปเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามข่มตาหลับต่อไป แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หลับดังที่หวัง เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงยวบบนเตียงอีกครั้ง เช่นนั้นจึงลองพลิกตัวหันไปมอง ปรากฏว่าซันซัสได้กลับมานั่งพิงหัวเตียงเช่นเดิม แต่ที่น่าแปลกใจก็คือข้างกายดันมีกองเอกสารตั้งอยู่ด้วย

"ทำไมแกไม่ไปทำงานที่โต๊ะล่ะบอส" สควอโล่ถามด้วยความสงสัย ในเมื่อทำงานบนโต๊ะสะดวกกว่ามานั่งทำบนเตียงเป็นไหนๆ

"นี่แกยังไม่นอนอีกรึไง" ซันซัสเลิกคิ้วก่อนจะมองคนข้างกายด้วยสายตาไม่พอใจ ราวกับว่าที่สควอโล่ไม่ยอมหลับเป็นเรื่องผิดมหันต์เสียอย่างนั้น

"เออๆ ฉันจะนอนแล้วก็ได้โว้ย แค่แปลกใจที่แกมานั่งทำงานตรงนี้เอง" สควอโล่ตอบพร้อมส่งสายตาไม่พอใจกลับคืน ก่อนจะพลิกกายกลับไปนอนหลับอีกครั้ง

ทว่าพยายามอยู่นานก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลับ แม้ว่าจะง่วงอยู่มากก็ตามที คล้ายกับร่างกายได้ขาดอะไรบางอย่างไป ไม่นานเขาก็พบว่าสิ่งที่ตนขาดไปนั้นมันคืออะไร..แต่มันคงนำเอามายากมากพอตัว เพราะเขาดันอยากได้แขนของบอสมากอดไว้เหมือนตอนที่ตื่นมา

อะไรกันวะ ได้คืบแต่จะเอาสอง

สควอโล่ต่อว่าตัวเองในใจ แต่มันก็ไม่ผิดใช่หรือไม่ ที่เขาต้องการความอบอุ่นนั้นอีกครั้งหนึ่ง...

ซันซัสกำลังถือเอกสารอ่านอยู่ในมือ ดังนั้นเขาคงกอดแขนของมันเหมือนเช่นครั้งเก่าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นหากว่าเขาเปลี่ยนเป็นกอดที่ช่วงตัวของมันแทน...

ฉลามหนุ่มนอนตัดสินใจอยู่นาน ก่อนจะยอมเสี่ยงพลิกกายอย่างเชื่องช้า แขนข้างหนึ่งเลื่อนไปพาดช่วงเอวสอบของอีกฝ่ายไว้ แล้วจึงค่อยๆงอเข้าเปลี่ยนเป็นการสวมกอด ทำทีเป็นละเมอไม่รู้สึกตัว สควอโล่นอนลุ้นไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อกำลังคิดว่าตนจะถูกอีกฝ่ายผลักตกเตียงหรือถูกตะโกนด่าทอหรือไม่ แต่น่าแปลกที่ซันซัสไม่เอ่ยปากว่าหรือบ่นอะไรสักคำ ทั้งการกระทำรุนแรงก็ไม่มีดังที่คิดเอาไว้ เช่นนั้นจึงได้โอกาสใช้แขนกอดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างอุ่นใจ 

นึกไม่ถึงว่าการกระทำแบบนี้ มันจะทำให้สควอโล่สามารถเข้าสู่ห้วงนิทราไปได้อย่างง่ายดาย...

 

****************

...ในช่วงตกดึกของวัน...

ยามที่ท้องฟ้าอับแสง ดวงดาวทอประกายสว่างให้เห็นบ้างเล็กน้อย สควอโล่ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง อาการเจ็บป่วยและบาดแผลที่หน้าท้องเริ่มสมานตัวหายดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพักผ่อนที่ยาวนานครึ่งค่อนวัน ยามนี้ข้างกายเขาไม่มีใครอยู่ ฟังดูเหมือนว่าเขาควรเสียใจ ทว่าริมฝีปากกลับเผยรอยยิ้มออกมาได้ เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า

แค่ได้มีโอกาสทำแบบนั้นสักครั้งก็ดีมากแล้ว...

ซ่าาาา

แว่วเสียงน้ำไหลดังออกมาจากในห้องน้ำ คาดว่าซันซัสคงกำลังอาบน้ำอยู่ สควอโล่ตัดสินใจจะเดินกลับห้องนอนของตัวเองในตอนนี้ แต่ทว่าในจังหวะที่เลิกผ้าห่มขึ้นนั้น เขาก็พบว่าส่วนล่างโจ่งแจ้งเกินไปเมื่อกางเกงไม่ได้ใส่!

สควอโล่เริ่มสอดสายตามองไปรอบห้องทันควัน เขากำลังตัดสินใจว่าตนควรเดินออกไปอย่างไรดีในสภาพที่ไม่ล่อแหลม หากว่าเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำตรงหน้าห้องน้ำ แล้วเกิดซันซัสเดินผลุนผลันออกมาคงแย่แน่ ระหว่างที่มองหาเสื้อและกางเกงตัวเก่าของตัวเอง มันก็ดูเหมือนว่าจะถูกเก็บไปซักแล้วด้วย

"ตื่นได้สักทีนะ นอนอะไรตั้งนาน"

คล้ายว่าสควอโล่จะคิดนานจนเกินไป เพราะตอนนี้ซันซัสก้าวขาออกมาจากห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อย ทันใดนั้นเองฉลามหนุ่มก็รีบดึงผ้าห่มมาคลุมช่วงขาตัวเองทันที แต่หารู้ไม่ว่านั่นไม่อาจรอดพ้นสายตาของร่างสูงไปได้ เมื่อรอยยิ้มร้ายกาจโผล่ขึ้นมาบนใบหน้าดุดัน สควอโล่ก็สัมผัสกับความรู้สึกที่เรียกได้ว่าหวาดหวั่น

"กะ...แกยิ้มอะไร" สควอโล่ถามเสียงตะกุกตะกักก่อนจะขอร้องอะไรบางอย่างจากอีกฝ่าย "เออนี่ แกยะ..หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาให้ฉันหน่อย"

"เรื่องอะไรฉันต้องทำตามคำขอร้องของแกล่ะ...ไอ้ฉลามสวะ"

ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาฉลามร้ายสิ้นฤทธิ์ที่กำลังนั่งทำหน้าวิตกอยู่บนเตียง วงหน้างามผงะเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ทว่าเมื่อมือหนากระชากผ้าห่มออกไปจนพ้นกาย สควอโล่ก็พลันร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

"ไอ้คุณบอส!! เอาผ้าห่มคืนมา!!"

ฉลามหนุ่มรีบขยับตัวไปคว้าผ้าห่มที่ถูกโยนลงไปที่อีกฝั่งของเตียง แต่หารู้ไม่ว่าในจังหวะที่ถ่างขาเอื้อมไปหยิบผ้าห่ม ส่วนล่างนั้นมันก็เปิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว โคนขาเรียบเนียนปรากฏต่อสายตาของร่างสูง ซึ่งมันดูเย้ายวนนักเมื่อเสื้อผ้าท่อนบนที่อีกฝ่ายใส่เป็นเสื้อของตน

เมื่อไม่อาจทนไหวได้อีกต่อไป ซันซัสจึงนำมือไปกระชากร่างของอีกฝ่ายจนหงายลงมานอนแผ่กลางเตียง แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้สควอโล่รู้สึกเจ็บสะท้านที่บาดแผล ทว่าเพราะเจ้าตัวกัดฟันเอาไว้ เสียงร้องโอดครวญจึงไม่ดังรอดออกมา เมื่อผ่านไปอีกเพียงแค่เสี้ยววินาที ร่างของซันซัสก็โน้มลงมาคร่อมทับ สควอโล่ได้หมดหนทางหนีเอาตัวรอด

"เฮ้ย ซันซัส!! แกจะทำอะไรวะเนี่ย!!" 

 

—————NC18+—————

"อยู่นิ่งๆไอ้สวะ ไม่อย่างนั้นแกเจ็บตัวกว่านี้!"

.

.

.

"โอ๊ย! ไอ้บอสบ้า อ๊ะ..เบาหน่อยได้ไหมวะ" 

.

.

.

.

"ครั้งที่แล้วแก..อา..แกทำเพื่อแก้แค้น อ๊ะ..ครั้งนี้แกทำ..อา..เพื่ออะไรวะ" ดวงตาสีวารีวูบไหวลง เมื่อเสี่ยงถามคำถามที่อยากรู้ออกไป โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาจะเป็นความเจ็บปวดหรือไม่

"ฉันพอใจจะทำแบบนี้ และแกก็มีหน้าที่สนองความต้องการของฉันก็เท่านั้น!" 

สควอโล่เหยียดยิ้มเล็กน้อย ถือว่าครั้งนี้ยังดีกว่าคราที่ถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างครั้งที่แล้ว หากแต่ทั้งสองครั้งที่เกิดขึ้นยังคงมีบางอย่างที่เหมือนเดิม เมื่อซันซัสแค่ต้องการที่ระบาย ครั้งก่อนระบายอารมณ์โกรธ ส่วนครั้งนี้คงเป็นอารมณ์ใคร่…

.

.

.

น่าแปลกที่ต่อให้เจ็บปวดแค่ไหน...เขาก็ยังทนได้ ทนได้มาตลอดเพื่อคนอย่างมัน

.

.

.

.

 

หากผืนนภาต้องการระบายความโกรธ สายฝนจะยอมเป็นที่รองรับจนกว่าอารมณ์โกรธนั้นจะคลี่คลาย 

 

หากผืนนภาต้องการระบายความใคร่ สายฝนก็ยินดีรองรับจนกว่าความใคร่นั้นจะถูกเติมเต็ม

 

ชีวิตของฉันมันถูกนำไปวางบนมือของแกอยู่แล้วบอส...และผู้ที่นำมันไปวางก็คือฉันคนนี้เอง..!!

 

ดังนั้นถึงได้พึงระลึกไว้เสมอว่าหากต้องเจ็บปวดก็เพราะว่าตนเป็นคนเลือกเอง สควอโล่เลือกมอบชีวิตของตัวเองให้กับซันซัสตั้งแต่ครั้งแรกพบ คำสาบานครั้งแรกของชีวิตก็มีให้กับชายคนนี้ ชีวิตของฉลามคลั่งอุทิศเพื่อคนเพียงคนเดียวเท่านั้น...และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป!

 

ก๊อกๆๆๆๆ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างถี่รัวปลุกสควอโล่ให้หลุดจากภวังค์ความคิด ดวงตาเบิกโพลงอย่างตกใจ พร้อมกับมือที่พยายามดันร่างของอีกฝ่ายให้ถอยห่าง ซันซัสดูหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธอันน่ากลัวกำลังก่อตัวขึ้นในไม่ช้า

ใครกันที่กล้ามาขัดเวลาส่วนตัวของบอสแห่งวาเรียแบบนี้...

"มาเคาะอะไรตอนนี้ไอ้พวกสวะน่ารำคาญ!!" ซันซัสตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปืนคู่กายบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา และมันถูกจ่อไปยังทิศทางของประตูโดยฉับพลัน!

ปัง!!!

กระสุนหลอมเพลิงพิโรธถูกยิงไปตรงข้างประตูจนกำแพงกลายเป็นโพรงใหญ่ ถือว่าเจ้าของปืนยังใจดีไม่ยิงไปทางประตูโดยตรง มิเช่นนั้นผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคงต้องบอกลาโลกโดยไม่ทันได้ตั้งตัว... 

"ขออนุญาตขัดนะคะบอส ฮืออออ เรื่องมันด่วนมากจริงๆน้าา"

น้ำเสียงของลุซซูเรียเหมือนอยากร้องไห้เต็มทน หากยืนผิดที่คงโดนเปลวเพลิงจากกระสุนเผาตาย ตอนแรกเจ้าตัวยังไม่ทันได้มองเข้าไปในห้อง แต่ทว่าพอมองเข้าไปแล้วเท่านั้น....

"ว้ายยยยยย ตายแล้วววว" แม่บ้านแห่งวาเรียร้องออกมาอย่างตกใจทันที เมื่อเห็นว่าสองร่างในห้องนอนกำลังทำอะไรจึงต้องรีบหันหลังกลับแทบไม่ทัน!

แท้จริงไม่ได้อยากเข้ามาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มของผืนนภากับฉลามแห่งวาเรีย เสียงครางที่ดังออกมาถึงด้านนอกทำให้ลุซซูเรียชั้งใจอยู่นานก่อนตัดสินใจเคาะเรียก หากไม่ใช่เรื่องด่วนคงไม่มีทางเสี่ยงชีวิตมาทำแบบนี้!

"ลุซซูเรีย!! แกอย่าหันมาเด็ดขาดเลยนะโว้ยยยย!!!"

เสียงตะโกนซึ่งคาดว่าน่าจะดังลั่นไปจนถึงด้านล่าง ลุซซูเรียยอมยืนนิ่งอยู่กับที่ตามคำสั่งที่ได้รับ ส่วนสควอโล่นึกโทษเจ้านายของตนในใจที่อารมณ์ร้อนพังกำแพง เป็นเหตุให้คนอื่นต้องมาเห็นเรื่องน่าอาย!

"พร้อมตอนไหนก็ออกมาหาเจ้นะทั้งสองคน อย่านานนักน้าา"

เพราะนานกว่านี้ลุซซูเรียคงจะเป็นบ้าตายก่อน ท่วงท่าของทั้งคู่เมื่อกี้มันช่างติดตา ภาพฉลามแห่งวาเรียนอนอ้าขาอยู่ใต้ร่างของเจ้านาย ลบเท่าไหร่ก็ลบไม่ออก!

"แกก็เอาตัวออกไปสักทีสิวะบอส"

มือเรียวยังคงพยายามดันไหล่กว้างให้ออกห่าง ทว่าส่วนล่างยังคงเชื่อมกันอยู่ สควอโล่จำต้องขอร้องในเรื่องน่าอายอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าเริ่มแดงซ่านขึ้นด้วยความขัดเขิน แต่ดีที่ซันซัสไม่ได้ใส่ใจมันนัก ด้วยเพราะความโกรธกำลังเข้าครอบงำอยู่จากการถูกขัดจังหวะเรื่องก่อนหน้า

"ไอ้สวะเอ๊ย!!" ซันซัสสบถอย่างหัวเสีย เมื่อต้องยอมถอนกายออกมาอย่างไม่เต็มใจ ร่างสูงจัดการแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปทางประตู

ทางด้านสควอโล่รีบใส่เสื้อให้เรียบร้อยทันทีที่ซันซัสลุกออกไป ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมใส่ แล้วรีบเดินออกไปหาลุซซูเรียตามเจ้านายของตน เมื่อลุซซูเรียสัมผัสได้ว่าคนทั้งสองเดินมาหาตนแล้วจึงหันหน้ากลับมา ก่อนจะต้องผวาเมื่อผู้เป็นนายเดินเข้ามาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าที่ดุดันเป็นทุนเดิมยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีกในยามโกรธเช่นนี้

"แกมีอะไรหา!!" เสียงทุ้มตวาดลั่นจนผู้ฟังที่อยู่ยืนอยู่หน้าประตูยืนตัวสั่นเกร็ง ขนาดสควอโล่ที่ยืนอยู่เคียงข้างยังหวาดหวั่น

"คะ..คือว่า..รุ่นที่เก้าเรียกให้บอสลงไปพบที่ด้านล่าง บอกว่ามีเรื่องด่วนค่า" 

"นี่คือเรื่องด่วนของแกเรอะ!! ถ้าอย่างนั้นก็ไปตายซะไอ้กะเทยสวะ!!" ร่างสูงกำลังจะหยิบปืนออกมาจากด้านหลัง ทว่าสควอโล่เอื้อมมือมารั้งไว้เสียก่อน

"เฮ้ย!! ฟังมันก่อนสิวะบอส" ฉลามหนุ่มเอ่ยเตือน พลางรู้สึกเหนื่อยใจกับความใจร้อนวู่วามของผู้เป็นนาย

"คือมีใครก็ไม่รู้ตามรุ่นที่เก้ามาด้วย แล้วรุ่นที่เก้าก็เป็นคนบังคับให้เจ้ขึ้นมาหาบอสน่ะค่าา" ลุซซูเรียอธิบายเสียงสั่นเล็กน้อย "พอเจ้บอกจะไม่มาตามบอส รุ่นที่เก้าก็ดูหงุดหงิดฉุนเฉียวแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเลยนะฮ้า"

"เรื่องของมันสิวะ!! นี่แกเรียกฉันมาเพราะเรื่องแค่นี้รึไง!!" เหตุผลที่อีกฝ่ายอธิบายก็ยังคงฟังไม่เข้าหูของซันซัสอยู่ดี ความโกรธที่มีจึงไม่ได้ลดน้อยลงเลย

"แล้วรุ่นที่เก้าก็บอกให้แกไปด้วยนะสควอโล่ เห็นบอกว่าอยากพบแกเหมือนกัน"

"งั้นเหรอวะ" ฉลามหนุ่มมีท่าทีสงสัยกับการถูกเรียกพบในครั้งนี้ เพราะอะไรถึงต้องเร่งด่วนขนาดนั้น "ถ้าอย่างนั้นเราลองลงไปก่อนก็ได้นี่บอส ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็ฆ่าไอ้แก่นั่นทิ้งซะก็จบ!"

ข้อเสนอของสควอโล่ดูเหมือนจะพอเกลี้ยกล่อมซันซัสได้ ลุซซูเรียเห็นก็โล่งใจและรีบเดินหนีลงไปข้างล่างโดยเร็ว ก่อนที่ร่างสูงจะเปลี่ยนใจกลับมาฆ่าตนอีกครั้งจึงควรรีบเผ่นก่อน เมื่อสควอโล่เห็นว่าเจ้านายตนใจเย็นลงแล้ว จึงเดินแยกกลับห้องนอนตัวเองไปจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับกับการลงไปพบแขกไม่รับเชิญพร้อมอีกฝ่าย

ไม่รู้ว่าเรื่องที่จะพบเจอหลังจากนี้คืออะไรเหมือนกัน แต่ลางสังหรณ์ของเขานั้นไม่ค่อยดีเอาเสียเลย...

 

 

*************

ไม่ได้ตอบเม้นแต่อ่านอยู่นะคะ ขอบคุณทุกเม้นและทุกกำลังใจเลยค่า> <

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #9 namzbongz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 21:52

    ตัดจบได้หน้าสงสัยมาก!!!ต่อมเผือกกระตุมวูมวามไม่ไว้แล้ว🥺(ป๋าพูดแบบนั้นกับน้อนหลามได้ไง!!)
    #9
    0