[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 5 : Chapter 4 ระบาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    22 พ.ย. 63

เวลาเดินทางมาต่อมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงช่วงเวลาแห่งงานเลี้ยงต้อนรับซาวาดะ สึนะโยชิ งานนี้รุ่นที่เก้าเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นด้วยตัวเอง เพื่อต้อนรับเด็กชายที่นานครั้งจะมีโอกาสมาเยือนอิตาลีสักครา เหล่าวาเรียที่จะไปร่วมงานยามนี้ล้วนอยู่ในชุดสูทดำ เพียงแต่ความเป็นทางการไม่เท่ากันก็เท่านั้น อาทิเช่นสควอโล่ไม่ได้ติดกระดุมคอเสื้อเชิ้ทสีขาวด้านใน ขณะที่เนกไทด์ก็ผูกไว้เพียงหลวมๆ ซันซัสก็แต่งตัวคล้ายกัน เพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ทลงมามากกว่าจนเผยช่วงอกเล็กน้อย ส่วนสึนะผู้เป็นเจ้าของงานในวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยกว่าทุกคน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

คราแรกในวาเรียมีเพียงซันซัสกับสควอโล่เท่านั้นที่จะไปร่วมงาน ทว่าพวกลูกน้องคนอื่นดันอยากติดตามไปด้วย สุดท้ายซันซัสก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนสควอโล่รู้สึกดีใจแต่เก็บอาการเอาไว้ เขาดีใจที่ตัวเองไม่ต้องไปเป็นก้างขวางคอนภาทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว เมื่อทุกคนจัดการธุระของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงต่างพากันขึ้นรถตู้ของวาเรีย มุ่งหน้าตรงไปยังงานเลี้ยงในปราสาทวองโกเล่ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองกอร์ตินาเช่นเดียวกับวาเรีย

พอเดินทางมาจนถึงที่หมาย เบื้องหน้าคือปราสาทวองโกเล่อันยิ่งใหญ่และกว้างขวาง มันถูกออกแบบและจัดแต่งอยากหรูหราทั้งภายในและภายนอก สควอโล่เดินออกมาจากรถพร้อมกับลูกน้องวาเรียคนอื่น บัดนี้พวกนั้นกำลังพูดเรื่องไร้สาระกันไม่หยุดหย่อน ขณะที่ซันซัสกำลังเดินนำหน้าเข้างานไปพร้อมกับซาวาดะ สึนะโยชิ น่าแปลกที่เขาห้ามใจไม่ให้มองตามสองนภานั้นไปไม่ได้

...จะว่าไปก็ดูเหมาะสมกันดี

สองนภาที่เปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจ ความสามารถล้นเหลือ และฐานะยังเป็นถึงบอสทั้งคู่

สควอโล่คิดเช่นนั้น พลางปลอบใจตัวเองว่าเป็นแบบนี้มันก็ดีแล้ว มีเรื่องน่าคิดมากตรงไหนกัน เช่นนั้นจึงปัดความคิดนั้นออกไป ก่อนจะหันไปสนใจพวกเพื่อนร่วมงานตัวแสบ ซึ่งขณะนี้กำลังพูดอะไรบางอย่างไร้สาระกันก็ไม่ทราบ ไม่นานก็เกิดการตบตีกันเล็กน้อย ก่อนที่จะพากันเดินเข้างานไป

ยามที่วาเรียเข้ามาในงานเลี้ยง ทุกคนที่อยู่ภายในต่างหันมามองนภาสองคนที่เดินเคียงคู่กันมา ทุกสายตาแสดงความสนอกสนใจชัดเจน มีหลายคนดูคล้ายกับกำลังชื่นชมยินดี เพราะคิดว่าผู้เป็นบอสใหญ่ทั้งสองชอบพอกัน แต่บ้างก็หันไปกระซิบกระซาบบางอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่

"ยินดีต้อนรับนะสึนะ" รุ่นที่เก้าเดินออกมาจากมุมหนึ่งของงาน เมื่อเห็นว่าสึนะและเหล่าวาเรียเดินเข้ามาถึงแล้ว "ยินดีต้อนรับพวกเธอด้วยนะวาเรีย"

"นึกว่าจะลืมพูดถึงพวกเราไปแล้วนะยะ มาถึงก็ปรี่มาหาเด็กนี่ก่อนเลยน้าา" ลุซซูเรียอดจะหันไปบ่นใส่รุ่นที่เก้าไม่ได้ ด้วยความที่ชายชราดูให้ความสนใจซาวาดะมากกว่าคนอื่นเหลือเกิน

"ก็นานๆทีฉันจะมีโอกาสได้เจอสึนะบ้าง แล้วนี่เป็นยังไง...ที่ญี่ปุ่นราบรื่นดีไหม" รุ่นที่เก้าถามหันไปถามสึนะถึงเรื่องศึกสายรุ้งที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอที่จะได้รับข่าวสารจากอิเอมิตสึมาบ้างแล้ว

"ตอนนี้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายแล้วครับ รุ่นที่เก้าไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทุกคนสบายดี" สึนะตอบคำถามพร้อมส่งรอยยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สะกดสายตาให้ผู้คนต่างมอง

"ไม่ใช่ทุกคนที่สบาย" อยู่ๆมาม่อนก็พูดออกมาอย่างแผ่วเบากับตัวเอง แต่ทว่าดันมีใครบางคนหูดีได้ยินเข้า

"แกว่าอะไรนะชิชิชิ ไม่ใช่ทุกคนแล้วมีใครไม่สบายด้วยเหรอ" เบลถามพร้อมควงมีดเล่นไปมา สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้คนในงานไม่น้อย ด้วยกลัวว่ามีดจะไปปักโดนใครเข้า

สควอโล่ตกใจเล็กน้อยเมื่อมาม่อนกำลังจะพูดถึงเรื่องของตน เขารีบรวบตัวมันมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะพามันเดินออกไปอีกทาง โดยไม่ลืมที่จะหันมาบอกทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

"เดี๋ยวมา ฉันมีเรื่องต้องจัดการกับไอ้เวรนี่ก่อน" ว่าจบก็รีบสาวเท้าเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที ผู้คนที่มองตามจากด้านหลังแปลกใจเล็กน้อย ทว่าต่างคนก็ยอมปล่อยทั้งสองไป เพราะคาดว่าไม่มึอะไรให้ต้องสนใจนัก

"โอ๊ยยย แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะสควอโล่"

คนตัวเล็กถูกมือของฉลามคลั่งบีบรัดแน่น แน่นชนิดที่ว่าหายใจแทบไม่ออก มาม่อนได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้ตนโตขึ้นในเร็ววัน เช่นนั้นจะได้ไม่โดนกระทำแบบนี้อีก ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที

สควอโล่ทอดขาเดินออกมายังกลางสวนของปราสาท ใต้ร่มไม้ใหญ่ยามค่ำคืนอันมืดสลัว มีแสงจากเสาไฟที่ตั้งอยู่ในสวนเท่านั้น เขาสอดสายตามองไปโดยรอบ เมื่อแน่ชัดแล้วว่าไม่มีใครแอบฟังอยู่ จึงยอมปล่อยมาม่อนให้เป็นอิสระ ก่อนจะแหกปากคุยกับอีกฝ่าย

"แกอย่าไปบอกเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้เด็ดขาดเลยนะโว้ย!! ไอ้เวร!!"

เพราะเขาไม่อยากให้ใครต้องมาคิดมาก หากรู้กันก็คงระแวงกลัวเขาจะเป็นอะไรไปอีก แต่อาจจะเว้นซันซัสไว้คนหนึ่งที่คงไม่คิดอะไร...ทว่าคงได้ไล่เขาออกจากงานแทน

"ฉันรู้แล้วน่า แต่บางทีมันก็อดพูดไม่ได้นี่หว่า"

อย่างเมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่สึนะพูดว่าทุกคนสบายดี มาม่อนเห็นว่ามันไม่ใช่แบบนั้นสักนิด เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สุขสบาย มีสควอโล่คนหนึ่งที่อาการหนักแต่แค่ไม่แสดงออกต่างหาก เมื่อมันขัดใจเลยอดที่จะโต้แย้งไม่ได้ ทว่ายังดีที่เขาคุมตัวเองไม่ให้โพล่งออกไปเสียงดัง ไม่อย่างนั้นอาจทำความลับเพื่อนแตกไปแล้ว

"มาม่อน แกรู้ใช่ไหมว่าบอสไม่ชอบคนอ่อนแอ" สควอโล่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะใจกำลังหวาดหวั่น ในอดีตที่ผ่านมามีลูกน้องวาเรียหลายคนที่ต่อสู้แล้วพลาดท่า เมื่อเข้าไปรับการรักษาแล้วแต่บาดแผลกลับไม่หายสนิท บางทีมันทิ้งความอ่อนแอเอาไว้ภายใน คนกลุ่มนั้นล้วนถูกไล่ออกทั้งสิ้น เพราะซันซัสไม่เก็บลูกน้องที่หมดประโยชน์เอาไว้ นั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งสิ่งที่เขากลัว

"เรื่องนั้นฉันก็รู้ แต่แกจะปล่อยไว้แบบนี้เหรอ" 

"แล้วฉันทำอะไรได้ด้วยหรือไง" สควอโล่เอ่ยเสียงเศร้าเล็กน้อยทว่าผู้ฟังไม่ทันสังเกต "เอาเป็นว่าแกไม่ต้องคิดมากแล้วกัน ตอนนี้ฉันก็ยังปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"

"ตอนนี้ปกติ แล้วต่อไปล่ะ"

มาม่อนย้อนถาม สำหรับเขาแล้วเพียงต้องการความมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะปลอดภัยก็เท่านั้น แม้รู้ว่าในอนาคตที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ มันช่างเป็นไปได้ยาก

"แกอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องที่มันยังมาไม่ถึงสิวะ กลับเข้าปราสาทไปหาบอสได้แล้ว!"

ประโยคหลังสควอโล่พูดออกไปด้วยความเคยชิน โดยลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ซันซัสมีคนใหม่อยู่เคียงข้างแล้ว คงไม่รอให้พวกตนรีบกลับไปหาอีก แต่น่าแปลก...ที่สองขากลับก้าวเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานสควอโล่กับมาม่อนก็กลับเข้ามาในงานเลี้ยง เมื่อก้าวเข้ามาก็พบว่าตอนนี้สึนะแยกไปยืนกับรุ่นที่เก้า ดูเหมือนกำลังจับกลุ่มคุยกับคนในแฟมิลี่หนึ่งอยู่ ท่าทางคุยกันเฮฮาสนุกสนานดี สึนะก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร ทว่าหากมองดีๆก็ดูเหมือนเด็กหนุ่มอยากเดินออกไปจากตรงนั้นเต็มทน ถ้าไม่ติดว่ารุ่นที่เก้าบังคับให้อยู่ต่อ ลุซซูเรียกับเบลกำลังตักอาหารจานโต เลวี่เองก็เช่นกัน

"แล้วบอสอยู่ไหนน่ะ" มาม่อนสอดสายตาหาเจ้านายไปโดยรอบ เพราะเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เห็นในยามนี้

สควอโล่เองก็กวาดสายตามองหาเจ้านายของตนอยู่เช่นกัน เขาพยายามหาจุดที่คนพลุกพล่านน้อยที่สุด เพราะซันซัสน่าจะอยู่บริเวณนั้น ไม่นานสายตาเขาก็ไปหยุดอยู่ตรงมุมลึกสุดของห้องจัดงาน เป็นจุดที่ชิดริมหน้าต่าง แม้เห็นเพียงแผ่นหลังแต่เขาก็จำมันได้ดี ซันซัสกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ขณะที่มือข้างหนึ่งถือแก้วเครื่องดื่มสีอำพันเอาไว้ ก่อนจะกระดกขึ้นดื่มทีเดียวจนหมด

เมื่อมองเห็นซันซัสแล้ว ขาของสควอโล่ก็ก้าวเดินไปทางนั้นโดยอัตโนมัติ มาม่อนเลือกที่จะไม่ตามไป เขาเปลี่ยนไปอยู่กับพวกวาเรียคนอื่นแทน ปล่อยให้สควอโล่ได้อยู่กับซันซัสสองคนน่าจะดีกว่า

สควอโล่กำลังเดินฝ่าผู้คนเข้าไปหาซันซัสที่กำลังยืนชิดริมหน้าต่างบานหนึ่ง ทว่าเมื่อเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้ว ดันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน เขายั้งขาตัวเองเอาไว้ ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองไม่ควรอยู่ใกล้ซันซัสมากจนเกินไป เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงเปลี่ยนเส้นทางเดินห่างออกมา โดยมายืนตรงหน้าต่างอีกบานที่อยู่เคียงข้างกัน

บางทีความสัมพันธ์ของเขากับซันซัสก็ควรเป็นดั่งหน้าต่างสองบานนี้ อยู่เคียงข้างกันแต่หาได้ใกล้ชิดกันไม่...

ดวงตาสีวารีเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตา ย่อมเป็นท้องนภาอันมืดมิดที่มองเห็นอยู่ทุกวันแต่ไม่อาจเอื้อมถึง ไม่นานหัวใจของสควอโล่ก็เริ่มบีบรัดเล็กน้อย ทว่ายังอยู่ในระดับที่ร่างยังฝืนทนไหว บางทีในอนาคตเขาอาจจะคุ้นชินกับความเจ็บปวดนี้มากขึ้นก็ได้

ผ่านไประยะหนึ่งก็มีบริกรเดินเข้ามาเสิร์ฟเหล้า สควอโล่รับแก้วเหล้านั้นมาโดยไม่ปฏิเสธ ก่อนจะยกแก้วขึ้นกระดกใส่ปากรวดเดียวจนหมด เลียนแบบการกระทำของผู้เป็นนาย โดยทุกการกระทำของฉลามหนุ่มได้ตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งตลอดเวลา โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลังถูกจ้องมอง...

"นี่พวกแกเห็นไหมที่วองโกเล่รุ่นที่สิบเดินมากับซันซัส" 

เสียงกระซิบกระซาบของคนกลุ่มหนึ่ง ดังกระทบเข้ามาในโสตหูของสองบุรุษที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างคนละฝั่ง

ดูเหมือนว่าคนที่กำลังเอ่ยถ้อยคำนินทาจะไม่เห็นซันซัสกับสควอโล่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล คงเป็นเพราะมีคนบังอยู่จำนวนหนึ่ง หากไม่สังเกตให้ดีคงมองไม่เห็น นับว่าเป็นความโชคร้ายของคนกลุ่มนี้

"เห็นสิ นี่ฉันคิดว่าซันซัสมันคงพยายามไปเกาะแกะเด็กคนนั้น เสร็จแล้วก็ชิงอำนาจมารึเปล่า"

คนพวกนี้กำลังคิดว่าบอสจะชิงตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบมาอีกอย่างนั้นเหรอ

ไร้สาระสิ้นดี...

"คงงั้นแหละ สมัยก่อนช่วงศึกชิงแหวนฆ่ากันแทบตายไม่ใช่หรือไง"

สควอโล่สังเกตได้ว่าซันซัสกำลังจะถูกความโกรธครอบงำในไม่ช้า ดูจากมือที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าเหมือนเจ้าตัวกำลังข่มอารมณ์ เพื่อรอฟังว่าคนกลุ่มนี้จะพูดอะไรต่อ ฉลามหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ใจอยากจับคนพวกนี้มาแล่ให้เป็นชิ้น หากไม่ติดว่าคนกลุ่มนี้คือพันธมิตรของวองโกเล่

"พูดถึงศึกชิงแหวนก็น่าเห็นใจซันซัสเหมือนกันนะ อายุตั้งเท่าไหร่แล้วมาแพ้ให้กับเด็กมอต้นฮ่าๆๆ" คนพวกนั้นหัวเราะกันออกมาเสียงดังลั่นไม่เกรงใจใคร ท่าทางจะไม่รู้เสียแล้วว่าประโยคที่พูดออกมาก่อนหน้า มันเป็นสิ่งต้องห้ามขนาดไหน

"พวกแกกล้าดียังไงมาว่าบอสของฉันแบบนี้วะ!!!"

เสียงแหกปากดังก้องไปทั่วบริเวณจนผู้คนในงานต่างพากันตกตะลึง ในเวลานี้เขาไม่อาจทนฟังคนกลุ่มนั้นไหวอีกต่อไป พวกมันชัดจะปากดีมากเกินไปแล้ว!

“เอ่อ...”

ผู้คนที่กำลังจับกลุ่มนินทายืนตัวแข็งทื่อ พูดอะไรแทบไม่ออก เมื่อหันไปเห็นชายร่างสูงที่อยู่ในบทสนทนาของพวกตน รวมถึงฉลามคลั่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายไม่แพ้กัน เป็นเรื่องผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของคนกลุ่มนั้นที่ไม่สังเกตรอบข้างให้ดีเสียก่อน

ขณะนั้นเปลวเพลิงพิโรธในมือซันซัสก็เริ่มก่อตัวแล้วเช่นกัน มันพร้อมสังหารคนกลุ่มนั้นให้สิ้นซากในไม่ช้า ผู้คนบริเวณใกล้เคียงรีบถอยห่างโดยพลัน แต่ทว่าในจังหวะที่กำลังจะปล่อยเพลิงพิโรธออกไปนั้น สควอโล่หันไปเห็นพอดีจึงเดินเข้าไปยั้งเอาไว้ก่อน

"เดี๋ยวก่อนสิบอส! พวกนั้นเป็นพันธมิตร ฆ่าไม่ได้" ใจเขาอยากฆ่าพวกมันให้ตายทั้งหมดเช่นกัน แต่กลับต้องควบคุมอารมณ์ ไม่อย่างนั้นอนาคตอาจเกิดปัญหาระหว่างแฟมิลี่ตามมา

"ถอยไปไอ้ฉลามสวะ!!"

เสียงทุ้มตวาดลั่นจนทุกคนในงานต่างพากันหวาดกลัว บอสแห่งวาเรียผลักสควอโล่ที่มาขวางให้พ้นทาง ผู้คนต่างทยอยเดินออกจากงานเลี้ยงไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์เริ่มวุ่นวาย ขณะที่กลุ่มคนนินทายังคงมองมาทางซันซัสด้วยท่าทางสั่นกลัว แม้อยากหนีแค่ไหนแต่ขาช่างขยับได้ยากเย็น สายตาดุดันที่มองมาพาให้ร่างชาไปทั้งแถบ ต่างคนต่างรู้ซึ้งถึงชะตากรรมที่จะเกิดกับตัวเองในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

"ซันซัสหยุดก่อนนะ ทำแบบนี้มันผิดกฎ คนในแฟมิลี่ของพวกนั้นอาจเอาเรื่องเราได้" สึนะรีบวิ่งปรี่เข้ามาห้าม มือเล็กจับแขนข้างที่กำลังปล่อยเพลิงพิโรธพร้อมขอร้องให้ร่างสูงหยุดลง

"หนวกหู!!!" 

ทว่านอกจากซันซัสจะไม่สนใจแล้วยังสะบัดแขนออกอย่างแรงจนร่างของสึนะร่วงลงไปกองกับพื้น

"เพราะนายใจร้อนแบบนี้ไงถึงไม่เหมาะกับตำแหน่งบอสของวองโกเล่!!" อิเอมิตสึเดินออกมาจากมุมหนึ่ง พร้อมพ่นประโยคจี้ใจดำซันซัสเข้าอย่างจัง เมื่อเห็นลูกตัวเองโดนทำร้ายจึงทนอยู่เฉยไม่ได้

"พ่อ!" สึนะเห็นพ่อตัวเองก็ตะโกนเรียกหา มือเล็กเอื้อมไปจับมือของพ่อตัวเองที่ยื่นส่งมาให้ลุกขึ้น

"ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน สวะอย่างพวกแกไม่ต้องมายุ่ง!!"

ซันซัสด่ากราดทุกคนที่เข้ามาห้าม ยิ่งได้ยินว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับตำแหน่งบอสของวองโกเล่ มันก็ยิ่งทำให้ความโกรธที่มีอยู่พอกพูนมากขึ้นเป็นเท่าทวี!!

ถัดจากนั้นเพลิงพิโรธได้ถูกปล่อยออกไปยังกลุ่มคนขี้นินทาก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถือเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่ทราบ เมื่อรุ่นที่เก้าใช้ไม้คฑาซึ่งเป็นอาวุธประจำกายมาสกัดเพลิงนั้นไว้ได้ทัน 

"ไอ้แก่!! แกจะมายุ่งทำไมหา!!" ซันซัสตะโกนออกไปอย่างโกรธจัดเมื่อโดนขัดขวาง ทว่ายังไม่คิดยอมแพ้และยังคงปล่อยเพลิงพิโรธลูกต่อไปอย่างไม่รอช้า

"ฉันไม่ยอมให้เธอทำร้ายพวกเขาหรอกนะซันซัส"

รุ่นที่เก้าพูดขึ้นมาทว่าร่างสูงก็ยังคงไม่ฟังแต่อย่างใด งานเลี้ยงเริ่มวุ่นวายเพราะแขกต่างพากันวิ่งหนี กลุ่มคนขี้นินทาที่ตกเป็นเป้าหมายของซันซัสก็ทำท่าจะหนีออกไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่าซันซัสไม่มีทางยอมให้มันเป็นเช่นนั้น เพลิงพิโรธชนาดใหญ่ได้ถูกปล่อยไปยังเป้าหมายอีกครา แต่ทว่ารุ่นที่เก้าก็ดันเข้ามาสกัดไว้ได้อีกอยู่ดี!

“ฉันบอกให้แกถอยไปไงเล่า จะขวางทางกันทำไมนักหนา!!”

ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้เหลือไม่มาก หนึ่งคือลูกน้องวาเรียที่จับกลุ่มยืนดูอยู่ตรงมุมห่างไกลเพราะกลัวโดนลูกหลง สองคืออิเอสิตสึและสึนะที่กำลังยืนดูอยู่ไม่ไกลจากซันซัสมากนัก และที่ใกล้ตัวซันซัสมากที่สุดก็คงเป็นสควอโล่ ชายหนุ่มพร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอหากอีกฝ่ายต้องการ

"ฉันเตือนเธอแล้ว ถ้ายังไม่ฟังอีกฉันก็คงต้องใช้มันกับเธออีกครั้ง"

คำว่า'อีกครั้ง'ทำให้สควอโล่นึกออกทันทีว่า'มัน'ที่พูดถึงคืออะไร รุ่นที่เก้ากำลังตั้งท่าใช้พลังเดือดทะลุจุดศูนย์ เพื่อหวังจะแช่แข็งลูกบุญธรรมให้ใจเย็นลงชั่วครู่ ชายแก่ก้าวเข้าไปหาตัวซันซัสมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าซันซัสจะยอมศิโรราบ มือหนายังคงสร้างไฟของเพลิงพิโรธมาเพื่อต่อต้าน

แต่อย่างไรเสีย...มันก็คงจะสู้พลังเดือดทะลุจุดศูนย์ไม่ได้ดังเช่นครั้งเก่า

สควอโล่รู้เรื่องนั้นดี ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมดูซันซัสถูกแช่แข็งดังเช่นสองครั้งที่ผ่านมา ครั้งแรกคือตอนยังเด็ก ส่วนอีกครั้งคือตอนศึกชิงแหวน สองครั้งนั้นเขาไม่สามารถฝืนร่างกายที่บาดเจ็บของตัวเองออกไปยับยั้งได้ ทว่าครั้งนี้เขามีโอกาสแก้ตัว ร่างกายเขาไม่ได้บาดเจ็บเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นสควอโล่จึงไม่รีรอที่จะวิ่งเข้าไปใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบัง เพื่อไม่ให้ซันซัสโดนโจมตี!

"สควอโล่!!!"

เสียงของสึนะ ลูกน้องวาเรีย และรุ่นที่เก้าดังขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นร่างของฉลามหนุ่มวิ่งพรวดพราดเข้ามา

ยังดีที่รุ่นที่เก้ายั้งมือไว้ทัน เช่นนั้นจึงไม่ได้แช่แข็งสควอโล่ทั้งร่างกาย มีเพียงช่วงแขนขวาเท่านั้นที่ถูกเคลือบไปด้วยน้ำแช็ง รุ่นที่เก้ามองฉลามหนุ่มด้วยความเป็นห่วง ทว่าเมื่อเหลือบสายตามองไปยังลูกบุญธรรมของตน ชายแก่พบว่าอีกฝ่ายถึงกับโกรธจัดจนแผลเป็นบนใบหน้าเริ่มขยายตัวขึ้น ซึ่งนานทีจะมีโอกาสได้เห็นซันซัสมีอาการแบบนี้ เมื่อเห็นใครสักคนโดนทำร้าย

“สควอโล่เป็นอะไรรึเปล่า!!”

พวกลูกน้องวาเรียที่ตอนแรกยืนอยู่ห่างไกลรีบวิ่งเข้ามาถามไถ่อาการ ลุซซูเรียเอามือไปจับที่น้ำแข็งตรงช่วงแขนก็พบว่ามันเย็นจัดจนทนสัมผัสต่อไปไม่ได้

"ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ไอ้พวกเวร!!" ฉลามหนุ่มตอบออกไปแบบนั้นให้ทุกคนสบายใจ แม้แขนขวาจะเย็นจนชาลามไปจนถึงช่วงไหล่ เพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกทรมานของซันซัสตอนถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็งก็วันนี้...

"แล้วนี่ต้องทำยังไงถึงจะหายเนี่ย" มาม่อนหันไปถามรุ่นที่เก้าเพราะตอนนี้แหวนผู้พิทักษ์วองโกเล่อยู่ที่ญี่ปุ่น ต้องใช้แหวน6วงเหมือนคราวที่คลายผนึกซันซัสในศึกชิงแหวน แต่กว่าจะรวบรวมมาได้ก็ใช้เวลานาน

"แหวนของสึนะพอใช้คลายมันได้อยู่ สึนะมานี่สิ"

สึนะรีบเดินมาตามคำสั่งของรุ่นที่เก้าทันที เมื่อลองจุดไฟที่แหวนไปจ่อตรงน้ำแข็งก็พบว่ามันละลายได้จริง แสดงว่าตอนแรกรุ่นที่เก้าตั้งใจจะผนึกซันซัสไว้ จากนั้นก็ค่อยใช้แหวนแห่งนภาละลายน้ำแข็งพวกนี้...ทว่าสควอโล่มาขวางไว้จึงผิดแผนไป

"เรื่องนี้บอสฉันไม่ผิดนะโว้ย พวกนั้นมาว่าบอสฉันก่อน!!" สควอโล่ยังคงไม่จบเรื่องนั้นและแก้ต่างแทนบอสของตัวเอง เหมือนการปกป้องอีกฝ่ายคือสิ่งที่ทำมาตลอดจนเคยชิน

"แต่ซันซัสก็ควรควบคุมอารมณ์ให้มากกว่านี้ ถ้าทางแฟมิลี่นั้นเอาเรื่องแล้วจะมีปัญหาตามมาหลายอย่าง" รุ่นที่เก้าพยายามอธิบายให้ฉลามหนุ่มฟังอย่างใจเย็น

"แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับบอสแบบนี้เหมือนกันไอ้แก่!" สควอโล่ตะโกนตอบกลับด้วยความโกรธ "ที่ทำไปเมื่อตอนเด็ก แกยังไม่พออีกรึไงวะ!!"

"พอก่อนเถอะนะสควอโล่" คราวนี้เป็นสึนะที่เอ่ยห้าม หลังจากนั้นก็หันไปหาชายชราที่กำลังยืนรู้สึกผิด "รุ่นที่เก้ากลับขึ้นห้องไปก่อนเถอะครับ"

"อืม...ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันเลยนะ ขอให้พวกเธอทุกคนโชคดี"

รุ่นที่เก้าหันไปมองซันซัสเหมือนอยากขอโทษ ทว่ากลับเลือกที่จะเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไร เพราะดูท่าแล้วอีกฝ่ายไม่พร้อมฟังนัก อิเอมิตสึบอกลาลูกของตัวเอง ก่อนจะเดินตามเจ้านายของตัวเองขึ้นไปเช่นกัน ห้องจัดงานด้านล่างจึงเหลือแค่กลุ่มวาเรียและสึนะเท่านั้น

...จากนั้นเรื่องราววุ่นวายทุกอย่างก็จบลง...

สึนะเดินไปดึงแขนเสื้อซันซัสเพื่อเรียกสติให้กลับปราสาทวาเรีย สควอโล่มองภาพนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนตัดสินใจเดินนำออกมาก่อน แต่หารู้ไม่...หากว่าสควอโล่มองดูอีกสักนิด ก็จะเห็นว่าซันซัสได้สะบัดมือของสึนะทิ้งไปและจ้องมองมาทางตนไม่วางตา แม้สายตาจะคุกรุ่นไปด้วยความโกรธอยู่บ้างก็ตามที

"กลับกันเลยไหมซันซะ..."

มือถูกสะบัดออกอย่างแรง สึนะมีแววตาเศร้าหมองลงชัดเจน นอกจากเหตุการณ์นี้แล้ว มันยังรวมไปถึงตอนที่ร่างสูงเดินหนีทั้งที่ตนยังถามคำถามไม่จบอีก สึนะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแล้ว ตกลงที่ผ่านมาซันซัสจริงจังกับเขาแค่ไหนกัน

แววตาของซันซัสฉายโทสะออกมาอย่างเต็มเปี่ยมของ ทว่าหากมองให้ดีมันก็แอบแฝงไปด้วยความห่วงหาอยู่เล็กน้อย ยามที่เจ้าตัวมองไปยังแผ่นหลังของชายผมยาวที่เดินนำออกไป เป็นสายตาที่สึนะไม่เคยเห็นซันซัสมอบให้ใครมาก่อน...

สุดท้ายทุกคนที่เหลือก็เดินไปขึ้นรถตู้กลับปราสาทวาเรีย บรรยากาศในรถนั้นค่อนข้างอึมครึมเพราะซันซัสยังคงแผ่รังสีความโกรธออกมาจนทุกคนในรถต่างนั่งตัวเกร็ง เว้นแต่สีนะที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างและสควอโล่ที่ยังคงลอบมองไปทางซันซัสด้วยความเป็นห่วง

เมื่อรถเดินทางมาจนถึงปราสาทวาเรีย พวกลูกน้องต่างก็รีบพากันเดินเข้าปราสาทและกลับเข้าห้องของตัวเองไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่รู้ว่าซันซัสจะอาละวาดอะไรต่อที่ปราสาทอีกหรือไม่ ตอนนี้เหลือเพียงซันซัส สควอโล่ และสึนะที่ยืนอยู่ตรงห้องโถงด้านล่าง ฉลามหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าตนกำลังจะเป็นส่วนเกินจึงรีบแยกตัวเดินขึ้นบันไดกลับห้องตัวเอง

"จะไปไหนไอ้ฉลามสวะ"

น้ำเสียงเยียบเย็นที่เอ่ยเรียกทำให้สควอโล่ชะงักฝีเท้า เมื่อหันไปมองซันซัสก็พลันต้องเบิกตากว้าง เพราะข้อมือของเขาได้ถูกอีกฝ่ายกระชาก ทั้งยังบีบอย่างแรงเพื่อลากตัวเขาให้เดินตามมันไป ซันซัสมุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอน เขาห้ามอะไรไม่ได้ก็ทำได้เพียงเดินไปตามแรงกระชากนั้น เบื้องล่างจึงเหลือสึนะอยู่เพียงลำพัง...

"เฮ้ย แกจะลากฉันไปไหนวะ ฉันจะไปนอนแล้ว!!"

สควอโล่ลองสะบัดมือหนาออก ทว่าแรงบีบของซันซัสเวลาโกรธนั้นมากกว่าปกติหลายเท่าตัว ดังนั้นจึงต้องจำใจยอมโดนลากตัวไปดังเดิม จนในที่สุดเขาก็ถูกพาตัวเข้ามาในห้องนอนของอีกฝ่าย

คำถามแปลกประหลาดเริ่มเกิดขึ้นในใจของสควอโล่ เพราะอะไรบอสถึงพาเขาเข้ามาในห้องนอนยามดึกแบบนี้ ทั้งที่ตอนนี้ควรจะเป็นเวลานอนของมันมากกว่า เขาพยายามคิดหาสาเหตุอยู่ชั่วครู่ จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมาจากตัวของอีกฝ่าย มันส่งกลิ่นแรงมาสักพักแล้วแต่เขาเพิ่งเอะใจ เป็นไปได้ว่าที่ซันซัสอาจเมาอยู่เลยไม่ยอมพูดหรือด่าอะไรเขาสักอย่าง

แต่มันจะเป็นไปได้หรือไง คนที่ดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำเปล่าจะเมาเป็นด้วย

สควอโล่เริ่มขบคิด ทว่าไม่มีเวลาได้คิดนาน เมื่อร่างถูกแรงอันมหาศาลผลักให้นอนแผ่ลงไปกับเตียง ฉลามหนุ่มกำลังจะแหกปากด่าคนผลัก แต่ทว่าทุกคำด่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงคร่อมตัวลงมาทาบทับ ความใกล้ชิดครั้งแรกที่เกิดในรูปแบบนี้ทำให้สควอโล่ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกได้แค่เพียงหัวใจที่เริ่มเต้นระส่ำด้วยความหวาดหวั่นปนหวามไหว

ทั้งสองสบสายตากันอยู่เนิ่นนาน เมื่อลมหายใจของคนด้านบนเป่ารดลงมา ใบหน้าของสควอโล่ก็เริ่มเห่อร้อน ซันซัสกวาดไล่สายตามองไปทั่ววงหน้าของเขา ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปาก 

"อื้อ..อื้ออ..อืมม" สควอโล่ส่งเสียงครางประท้วงในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากถูกบดเบียดแนบชิดโดยริมฝีปากของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาด้านในโพรงปากอย่างช่ำชอง ทั้งยังกวาดต้อนอย่างร้อนแรง จากนั้นริมฝีปากล่างก็ถูกฟันคมขบกัดจนเลือดซิบ ซันซัสดูมีความสุขกับการได้ไล้ชิมรสของหยาดโลหิต

สควอโล่รู้สึกเมามายไปกับสัมผัส ไม่แน่ใจว่าตนเคลิ้มไปกับรสเหล้าที่เจือเข้ามาในปาก หรือเคลิ้มเพราะสัมผัสจากคนด้านบนกันแน่ แขนเพรียวยกขึ้นโอบรอบคอของร่างสูงไว้โดยไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดสติและความยับยั้งชั่งใจก็ค่อยๆเลือนหายไป…

 

——— NC18+ ตัดมาแค่บางส่วนนะคะ———

.

.

.

"อ๊ะ...หยุดได้แล้วบอส!!"

 ซันซัสไม่ควรทำแบบนี้กับเขาทั้งที่กำลังชอบพอกับเด็กรุ่นที่สิบนั่น และอีกอย่างเด็กคนนั้นก็อยู่ตรงห้องด้านข้างนี้เองด้วย

"อยู่นิ่งๆไอ้สวะ!!'

ทว่าซันซัสเหมือนจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ ทั้งยังตวาดเสียงดังลั่นจนสควอโล่ต้องยอมอยู่นิ่งเฉย กลิ่นอายความโกรธของร่างสูงที่ยังคงเด่นชัดมาจนถึงตอนนี้ ความโกรธที่สควอโล่เคยหลงใหล ทว่าในยามนี้มันกลับดูน่ากลัวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า คือเรื่องบนเตียงที่ฉลามหนุ่มไม่เคยพบเจอ!

“แก...”

สควอโล่เริ่มหวาดหวั่น เมื่อซันซัสโกรธก็มักจะมาระบายอารมณ์ใส่เขาเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่จะเป็นการปาข้าวของบางอย่างใส่ หรือไม่ก็อาละวาดปล่อยเพลิงพิโรธออกมาจนห้องในปราสาทพังไปทั้งแถบจนเขาต้องไปจัดการ ทว่าในคราวนี้มันกลับไม่เหมือนอย่างเก่า ซันซัสกำลังระบายความโกรธในรูปแบบใหม่ ซึ่งมันไม่ดีต่อตัวเขาอย่างแน่นอน รวมถึงตัวของซันซัสเองด้วย...

.

.

.

"ฉันเกลียดมัน!!"

"อ๊ะ...บอส..?" 

น้ำเสียงโกรธแค้นของซันซัสขณะที่พูดประโยคก่อนหน้าทำให้สควอโล่สับสน แม้อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดใคร แต่ทว่าถามไปตอนนี้ก็คงไม่ได้คำตอบ ขณะเดียวกันเมื่อเขามองเข้าไปยังนัยน์ตาดุดันคู่นั้น จึงพบว่ามันเจือเอาไว้ทั้งความโกรธ...และความเจ็บปวด

บอส แกเป็นอะไรไปวะ

สควอโล่เริ่มเกิดคำถามในใจ ถ้าอย่างนั้นหากมันระบายความโกรธนี้กับเขาแล้วดีขึ้น เช่นนั้นเขาก็จะยอมปล่อยให้มันทำต่อไป ครั้งนี้เขายอมรับว่าตัวเองกำลังกระทำผิดต่อคนสองคน...เพราะเขาฝืนใจตัวเองและห้ามซันซัสไม่ได้

.

.

.

****************

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงตั้งแต่ดึกดื่นจนรุ่งสาง ซันซัสถึงยอมปล่อยร่างของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ และในที่สุดมันก็ถึงจุดที่สควอโล่ได้พักเสียที

ในที่สุดมันก็สิ้นสุดลง... 

เมื่อร่างสูงข้างกายนอนหลับไปแล้วสควอโล่จึงค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง แม้จะอยากนอนหลับบ้างเหมือนกันแต่คงไม่เหมาะที่จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ เขาก้มมองคราบสีขาวที่ปนไปกับเลือดของตัวเองบนเตียงนอนก็ได้แต่สมเพชตัวเองในใจ อยากปกปิดเรื่องนี้แค่ไหนก็คงไม่อาจปิดได้ เมื่อหลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ แต่หากซันซัสทำเป็นไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้น เขาก็จะทำเป็นไม่สนใจมันเช่นกัน

สควอโล่คิดพลางมองอีกฝ่ายที่กำลังนอนหลับ บัดนี้ความโกรธจากแววตาคู่นั้นได้ถูกปิดลงด้วยเปลือกตา ฉลามหนุ่มยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมสีดำอย่างเบามือ ด้วยกลัวว่ามันจะทำให้คนที่กำลังหลับลึกตื่นขึ้นมาฆ่าตนเสียก่อน หากรู้ว่าตนไปรบกวนเวลานอนอันสุขสบายเข้า ผ่านไปชั่วระยะหนึ่งสควอโล่ก็โน้มใบหน้าเข้าไปประทับจูบลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายแผ่วเบา...ทว่าเนิ่นนาน

ภายในอกของเขากำลังเจ็บหน่วงอีกครั้ง...เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูกต้อง แต่ขอแค่ครั้งนี้เท่านั้นเพราะมันเป็นเพียงความผิดพลาด เป็นความใกล้ชิดที่ซันซัสทำไปเพราะอารมณ์โกรธหรืออาจรวมถึงเมาจนขาดสติ

ทั้งที่เป็นเช่นนั้น...แล้วเหตุใดเขาถึงต้องหวั่นไหวไปกับมันอยู่อีก

สควอโล่ถามตัวเองในใจพร้อมกับผละริมฝีปากออกมา ก่อนจะลุกขึ้นพาขาสั่นๆของตัวเองเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวม เสื้อผ้าของตนที่ขาดวิ่นอยู่ตรงพื้นก็เก็บมันขึ้นมาทุกชิ้นไม่ให้หลงเหลือ 

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดี สควอโล่จึงก้าวเดินอย่างลำบากไปยังประตู เขาเริ่มรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาอีกแล้ว การหายใจเข้าออกเริ่มถี่มากขึ้นกว่าเดิม เช่นนี้เขาจึงอยากรีบกลับไปนอนพักผ่อนที่ห้องตัวเองเต็มทน

ทว่า..เมื่อเปิดประตูห้องออกมาก็ดันพบกับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด อะไรจะบังเอิญได้ขนาดนี้

"ซาวาดะ...."

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #6 เซอร์ อัลบิโน่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 11:19
    สงสารน้องว่ะ บอสทำให้ชัดเจนทีเถอะ ไอคนพยายามกับคนอดทนแม่งทรมานชิบหายแล้วครับ
    #6
    0
  2. #5 namzbongz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 10:26

    ไม่รู้จะสงสารใครดีอีกใจก็สงสารน้องฉลามอีกใจก็สงสารน้องทูน่าแต่ใดๆคือ
    ป๋าเลวมากกกกป๋าทำกับน้อนหลามแบบนี้ได้ยังไง!!🥺
    #5
    0