[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 4 : Chapter 3 ยิ่งห่างยิ่งใกล้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    20 พ.ย. 63

เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว สมาชิกวาเรียและซาวาดะก็พากันขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของทางวองโกเล่ เมื่อได้เวลามุ่งหน้ากลับไปยังปราสาทวาเรียที่อิตาลีแล้ว ยามนี้ทุกคนนั่งประจำตำแหน่งที่ตนเลือก มีเก้าอี้เดี่ยวสองฝั่งติดริมหน้าต่าง ส่วนกลางเว้นว่างไว้พอให้คนเดินผ่านหนึ่งคน

ผู้นั่งอยู่เบาะหลังสุดคือสควอโล่ ด้านข้างไม่มีใครเพราะเจ้าตัวไม่ยอม ถัดมาด้านหน้าคือมาม่อนกับเลวี่ ตามมาด้วยเบลกับลุซซูเรีย ส่วนบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ให้นั่งอยู่แถวหน้าสุดกับซันซัส คือผู้มาใหม่อย่างสึนะ ทว่า..หากเป็นเมื่อกาลก่อนก็คงไม่พ้นมือขวาอย่างสควอโล่

ระหว่างทางมีเพียงเสียงของเบลกับลุซซูเรียพูดคุยกันอยู่สองคน ขณะที่คนอื่นเหมือนจะถูกความเงียบเข้าครอบงำไปเสียแล้ว ซันซัสกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ให้ความสนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ในมือถือแก้วของไวน์ชั้นดีเอาไว้ โดยยกมันขึ้นมาดื่มอยู่เป็นระยะ ส่วนสึนะทำเพียงเหล่มองคนข้างกายเท่านั้น ไม่ได้เปิดปากพูดสิ่งใดเหมือนกัน

ในความคิดของสึนะขณะนี้ ซันซัสเหมือนเป็นคนที่มีกำแพงขวางกั้น ทั้งที่อีกฝ่ายเปิดโอกาสให้เขาได้อยู่ใกล้ชิด ทว่าเขากลับรู้สึกว่าตัวเองจับต้องอีกฝ่ายไม่ได้เลย ซันซัสเป็นดั่งผืนนภามืดมิดที่เข้าถึงได้ยาก แต่ทว่าถึงจะรู้อย่างนั้น เขาก็ยังคงพยายามเข้าหาอีกฝ่ายอยู่ดี เมื่อมันมีโอกาสเช่นนี้แล้ว

“ตายแล้วววว ทำไมวันนี้มีแค่ฉันกับแกที่คุยกันอยู่สองคนล่ะเนี่ย”

ลุซซูเรียหันไปหวีดร้องกับเบลที่นั่งอยู่ด้านข้างตน ปกติแล้วจะมีเพียงซันซัสที่ค่อนข้างเงียบ รวมถึงเลวี่ที่ปิดปากเงียบตามเจ้านาย ในขณะที่ลูกน้องคนอื่นมักจะพูดคุยกันอยู่เรื่อยๆ ทว่าวันนี้กลับมีแค่สองคนเสียอย่างนั้น

“ใบ้กินกันไปหมดแล้วรึไงน่ะ” เบลเฟกอลว่าพลางปีนเก้าอี้ขึ้นไปคุยกับมาม่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังตน “นี่ ปกติแกไม่เงียบแบบนี้นะชิชิชิ”

มาม่อนมองตอบอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก สาเหตุของการนั่งเงียบผิดปกติ เพราะมาม่อนกำลังคิดถึงเรื่องอาการของสควอโล่อยู่ ยามนี้ฉลามหนุ่มกำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว โดยเอนศีรษะพิงกับหน้าต่างเอาไว้ มาม่อนเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายเลือกหลับเพราะสาเหตุใด คงไม่อยากเห็นว่าชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าสองคนกำลังทำอะไรกัน

"ฉันมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ"

ตอบคำถามเบลออกไปแบบนั้น แท้จริงแล้วมาม่อนกำลังคิดเรื่องของสควอโล่จนหัวแทบแตก นอกจากอาการปวดหัวใจที่น่าเป็นห่วงแล้ว มันก็ยังมีอีกเรื่องให้คิดหนัก ซึ่งก็หลีกไม่พ้นเรื่องตัวการที่อาจทำให้อาการของสควอโล่กำเริบ สาเหตุล้วนมาจากบอสของพวกเขาที่พาบุคคลใหม่เข้ามา แล้วเช่นนี้สควอโล่จะสามารถทนมันได้หรือไม่...

โดยปกติแล้วที่นั่งด้านหน้าจะเป็นตำแหน่งของซันซัสและสควอโล่เสมอ ทว่าครั้งนี้สควอโล่เสนอตัวไปนั่งด้านหลังแทน สละให้ซันซัสกับสึนะนั่งอยู่บนเก้าอี้แถวหน้าด้วยกัน ทุกคนล้วนยินยอมเพราะไม่มีความจำเป็นต้องไปขัด ซันซัสไม่พูดรั้งตัวสควอโล่ไว้แม้แต่คำเดียว ทั้งยังเต็มใจยอมให้สึนะเข้ามานั่งแทนที่อีกด้วย

"มีเรื่องอะไรให้แกคิดอีกล่ะ ศึกสายรุ้งมันก็จบไปแล้วนี่" เบลถามด้วยความสงสัย ทั้งที่ศึกสายรุ้งหรือศึกอัลโกบาเลโน่อันน่าปวดหัวก็ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว เช่นนั้นมาม่อนจะยังเหลือเรื่องอะไรให้คิดมากอีกเล่า

แต่ชั่วครู่เบลก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้...

...หากเป็นมาม่อนก็คงไม่พ้นคิดมากเรื่องนี้อย่างแน่นอน!

"ฉันรู้แล้วล่ะชิชิชิ เรื่องที่แกเครียดก็คงจะเป็นเรื่องเงินอีกสินะ เจ้าชายเดาถูกใช่ม้าา"

"เอ่อ…ใช่" มาม่อนพูดเสียงสั่นเล็กน้อย ทว่ายังตีเนียนพยักหน้าไว้ก่อน เขาพยายามวางตัวไม่ให้แสดงอาการพิรุธมาก ด้วยรู้ว่าสควอโล่คงไม่อยากให้ใครรู้นี้เท่าไหร่นัก โดยเฉพาะกับเจ้านายของตัวเอง...เพราะซันซัสย่อมขับไล่ลูกน้องทุกคนที่อ่อนแอ

"อะไรกันยะ คลายคำสาปแล้วต่อไปแกก็ไม่ต้องเป็นทารกแล้วนี่ ฉันว่าแกควรจะสดใสกว่านี้นะฮ้า" ลุซซูเรียว่าพลางมองอย่างจับผิด ส่งผลให้มาม่อนที่นั่งอยู่เริ่มตัวเกร็ง

"พวกแกจะมายุ่งกับฉันทำไมนักหนากัน ฉันแค่กำลังเครียดเรื่องเงินก็เท่านั้น" สายหมอกแห่งวาเรียนึกเรื่องโกหกขึ้นมาได้กะทันหัน เช่นนั้นจึงตอบวาเรียที่เหลือไปอย่างแนบเนียน แะดูเหมือนว่าทุกคนจะเชื่อตามนั้น

"แล้วนี่ทำไมสควอโล่รีบหลับจังเลยชิชิชิ เพิ่งจะขึ้นเครื่องได้ไม่นานเอง" เบลมองเพื่อนร่วมงานด้านหลังสุดที่มักจะแผดเสียงโวยวายเป็นประจำ ทว่าวันนี้กลับนอนไม่สนใจคนรอบข้าง สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้มองเป็นอย่างยิ่ง

ยามนี้ฉลามหนุ่มหาใช่ว่าหลับจริง เขารู้หมดว่าใครกำลังพูดถึงตน ถึงจะทำทีเหมือนคนนอนหลับแต่แท้จริงแล้วเขาตื่นอยู่ ทว่าเขายังไม่สามารถบังคับร่างกายให้หลับสนิทตามต้องการได้ ยังดีที่ไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างสองคนด้านหน้าสุดมารบกวน ไม่อย่างนั้นคงหลับยากกว่าเดิม

"นี่ซันซัส" เสียงใสของคนด้านหน้าสุดดังขึ้นเรียกคนด้านข้างให้หันมา

อะไรกันวะ!

สควอโล่นึกพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเบาๆอย่างระอา เขาเพิ่งดีใจได้ไม่นาน ท้ายสุดก็ดูเหมือนจะต้องผิดหวังเสียแล้ว เพราะขณะนี้เด็กคนนั้นกำลังหาเรื่องมาคุยกับซันซัส ซึ่งยามนี้ยังคงนั่งเงียบขรึมอยู่

"มีอะไรไอ้สวะ"

เสียงทุ้มเอ่ยถามคนเรียก ร่างสูงปรายตามองไปทางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ขณะนี้บนใบหน้าของสึนะมีรอยยิ้มที่น่ารักประดับอยู่ คนผู้นี้คือท้องนภาแสนสดใส ผู้คนล้วนพากันรักและนับถือ...

"คือฉันจะถามว่าทำไมนายถึงยอมให้ฉันตามมาดูแลนายต่อที่ปราสาทเหรอ"

คำถามที่สึนะไม่เข้าใจดังสะท้อนเข้าไปยังหูของฉลามแห่งวาเรียที่นั่งอยู่ด้านหลัง แม้สควอโล่จะพยายามข่มตาหลับหรือทำเป็นไม่สนใจแค่ไหนก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ช่วยอะไร เมื่อประสาทสัมผัสยังคงตื่นตัวเต็มที่ ยิ่งสองคนนั้นพูดคุยกันก็ดูเหมือนมันจะยิ่งตื่นตัวไปอีก

"ฉันต้องมีเหตุผลด้วยรึไง ก็แกบอกว่าอยากดูแลฉันต่อนี่" บอสแห่งวาเรียเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาไม่ได้สะท้อนความรู้สึกใด ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ หรือโกรธ น่าแปลกที่ติดจะดูเย็นชาเสียด้วยซ้ำ

สึนะไม่อาจคาดเดาความรู้สึกที่แท้จริงของซันซัสในตอนนี้ผ่านท่าทีและสายตา คราแรกเขาคิดว่าซันซัสเริ่มมีใจให้ตนบ้างแล้ว ดังนั้นอีกฝ่ายจึงยอมให้ดูแลและติดตามมา ทว่าตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจแล้ว สิ่งที่เขาคิดในตอนแรกมันคือการคิดเข้าข้างตัวเองอยู่หรือไม่...!!

เด็กหนุ่มเงียบไปอยู่พักหนึ่ง เพราะกำลังจมอยู่กับความคิดที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ทว่าเมื่อซันซัสเห็นว่าสึนะไม่ตอบอะไรกลับมาก็เหมือนจะเริ่มได้สติ จึงยอมเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นมาก่อนบ้าง

"เป็นอะไร ทำไมแกทำหน้าแบบนั้นวะ"

เสียงของซันซัสดังขึ้นทำให้สีนะหลุดออกจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่าน เมื่อจ้องเข้าไปในดวงตาสีแดงของอีกฝ่าย สึนะพบว่าความเย็นชานั้นได้ลดน้อยลงไปแล้ว เช่นนั้นจึงทำให้โล่งใจขึ้นมาได้บ้าง

"อ๋อ ปะ..เปล่า ไม่มีอะไรนี่"

ซาวาดะ สึนะโยชิพูดพร้อมส่งยิ้มกว้างไปให้ร่างสูงตรงหน้า บางทีเขาอาจจะคิดมากไป ถ้าซันซัสสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาแบบนี้ แสดงว่าซันซัสต้องใส่ใจเขาอยู่บ้างเหมือนกัน

"อืม…งั้นก็ดี" 

ตอบเพียงเท่านั้นแล้วซันซัสก็หันกลับไปมองนอกหน้าต่างดังเดิม พวกลูกน้องที่นั่งเงียบเชียบเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ในที่สุดสองคนด้านหน้าเลิกคุยกันเสียที ไม่รู้เหมือนกันว่าโล่งใจเพราะอะไร อาจเป็นเพราะพวกเขาอยากให้เจ้านายของตนเคียงคู่กับชายผมยาวที่นั่งอยู่ด้านหลังมากกว่า...!!

"สควอโล่!! ตื่นมาคุยกันหน่อยเร็วชิชิชิ"

เบลจงใจเน้นย้ำชื่อของสควอโล่เสียงดังเป็นพิเศษ จุดประสงค์คือต้องการให้เจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ยิน

"อะไรของแกวะ เรียกฉันทำไม" ฉลามหนุ่มทำเสียงงัวเงียคล้ายคนเพิ่งตื่น แต่แท้จริงแล้วใครจะรู้ว่าเจ้าตัวตื่นนานแล้วต่างหาก

"วันนี้สควอโล่ไม่นั่งกับบอสแล้วไม่มีเสียงโวยวายให้เจ้าชายหนวกหูเลยอะ"

"แล้วมันไม่ดีตรงไหน" สควอโล่ถามอย่างงุนงง เบลต้องการจะสื่ออะไรของมัน ในเมื่อไม่มีเสียงดังน่ารำคาญของเขาไปรบกวน มันก็ควรจะดีใจแล้วไม่ใช่หรือไง

"ชิชิชิ ก็บอสดูนั่งเงียบกว่าปกติเลยพอสควอโล่ย้ายมานั่งตรงนี้ เจ้าชายอยากได้ยินเสียงสควอโล่กับบอสทะเลาะกันอีกนี่นา"

สควอโล่ได้ยินดังนั้นจึงเหลือบสายตาไปมองตำแหน่งที่ซันซัสนั่งอยู่ คาดหวังว่าร่างสูงจะมีท่าทีตอบสนองบ้าง ในขณะที่เบลกำลังเอ่ยถึงเรื่องของเราสองคน ทว่า...สควอโล่ก็ต้องผิดหวังเพราะซันซัสยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจสิ่งใด

"ไอ้เจ้าชายบ้านี่ ชอบดูคนทะเลาะกันนักรึไงวะ ประสาท"

สควอโล่ตอบกลับเบลออกไปเชิงด่าแบบนั้น แต่ทว่าสีหน้ากลับดูหมองลง แท้จริงแล้วเขาก็อยากกลับไปนั่งด้านหน้าอีกเหมือนกัน แต่จะให้ทำอย่างไรเมื่อที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเขาอีกต่อไป

"ต้องเป็นบอสกับสควอโล่ด้วยนะชิชิชิ คนอื่นน่ะเจ้าชายไม่อยากดูหรอก"

สึนะได้ยินเบลพูดแบบนั้น สีหน้าก็เจื่อนลงทันที ยามที่เหลือบตาไปมองสควอโล่ที่นั่งอยู่ด้านหลัง สึนะก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง คล้ายคลึงกับซันซัสไม่มีผิด ต่างกันตรงที่สควอโล่ดูมีสีหน้าหม่นหมองกว่าก็เท่านั้น จนตอนนี้สึนะเริ่มไม่แน่ใจแล้ว นี่ตนเข้ามาทำลายความสัมพันธ์ทั้งสองหรือไม่...

"หึ สวะแหกปากน่ารำคาญแบบนั้น อยู่ห่างกันได้บ้างก็ดี" 

ซันซัสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงคล้ายรำคาญ เช่นนั้นสควอโล่จึงได้แต่ยิ้มขมขื่นให้กับตัวเอง ในที่สุดอีกฝ่ายก็ตอบสนองเรื่องระหว่างเราขณะที่เบลกำลังพูดถึง แต่หากตอบสนองเช่นนี้ เขาขอให้ซันซัสนั่งเงียบเหมือนเดิมยังจะดีเสียกว่า เพราะคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยมา มันบาดแทงลงมาที่ใจของเขาอย่างจัง

แท้จริงแล้วแกรำคาญฉันมาโดยตลอดเลยหรือไง

คำถามนี้ผุดเข้ามาในหัวของฉลามหนุ่ม เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยออกมาทำนองนี้ น่าแปลกที่เขาเก็บคำพูดมันมาคิดมาก หากเป็นยามที่ไม่มีเด็กคนนั้นอยู่ เขาว่าตัวเองไม่น่าจะหวั่นไหวไปกับคำพูดนี้ของมัน

"ก็แล้วแต่แกเลยว่ะบอส!!" สควอโล่ตะโกนตอกกลับไป ทำทีเป็นว่าไม่ใส่ใจ ก่อนจะปิดเปลือกตาของตัวเองลงอีกครั้ง เพื่อหลีกหนีเรื่องราวที่มีผลกระทบต่อจิตใจ...

แต่ทว่าเหมือนคำตอบนี้จะไม่เข้าหูคนฟังเสียเท่าไหร่ ทั้งยังไปกระตุ้นอารมณ์หงุดหงิดของผู้ฟังให้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย จนในที่สุดความหงุดหงิดนั้นต้องถูกระบายออกมา!

เพล้ง!!!

แก้วไวน์ในมือของร่างสูงถูกปาลงมากระทบศีรษะของสควอโล่อย่างแม่นยำ แม้ว่าคนปาจะไม่ได้หันมามองเลยก็ตาม ผู้ถูกกระทำตกใจเล็กน้อยทว่าทำได้เพียงถอนหายใจ ก่อนจะใช้มือปัดเศษแก้วบนศีรษะให้ร่วงหล่นลงสู่พื้น ขณะนี้ผมสีเงินที่ยาวสยายอบอวลไปด้วยกลิ่นของไวน์ราคาแพง เห็นทีว่ากลับปราสาทไปแล้ว สควอโล่คงต้องไปสระผมทันที

เนื่องด้วยอาการเจ็บหน่วงภายในอก สควอโล่จึงไม่พร้อมที่จะตะโกนอะไรออกไปทั้งสิ้น แม้ใจหนึ่งจะอยากพ่นคำด่าสารพัดใส่คนทำเหมือนอย่างเคย ทว่าสภาพร่างกายในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยอีกต่อไป...

"สวะน่ารำคาญ"

ซันซัสสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อไร้ซึ่งเสียงโวยวายหรือท่าทีโมโหดังเช่นครั้งเก่า ในเมื่อสควอโล่เลือกที่จะไม่พูดอะไรแล้ว เขาจะไปให้ความสนใจมันทำไม คิดได้เช่นนั้นแล้ว ซันซัสจึงเลือกปัดความสนใจที่มีต่อลูกน้องคนนั้นทิ้งไป ก่อนจะนั่งหลับต่อไปอีกยาวจนกระทั่งถึงปราสาท...

 

*****************

เมื่อเครื่องบินลงจอดที่ลานกว้างของปราสาท ผู้ที่เดินนำลงมาก่อนคือซันซัส หลังจากนั้นซาวาดะ สึนะโยชิก็เดินตามออกมา คราแรกซันซัสก้าวนำคนอื่นไปแล้วเรียบร้อย เหตุเพราะต้องการรีบเข้าไปพักผ่อนในปราสาท แต่ทว่าเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตนลืมใครบางคนไว้ ซันซัสจึงต้องเดินย้อนกลับมา

"นี่ไอ้สวะ แกไปนอนห้องข้างฉันแล้วกัน" เมื่อเดินเข้ามาหาอีกฝ่าย ซันซัสก็ชี้แจงเรื่องห้องพักเป็นอันดับแรก

"อื้มได้สิ ฉันนอนได้หมดนั่นแหละ"

สควอโล่ที่เพิ่งตามหลังออกมาได้ยินประโยคนั้นเข้าพอดี ห้องนอนของซันซัสมีสองห้องขนาบข้าง ข้างขวาคือห้องของเขา ขณะที่ข้างซ้ายเป็นห่องว่างไม่มีใครใช้ พวกวาเรียคนอื่นไม่ต้องการมาอยู่นัก ด้วยกลัวว่ากำแพงห้องอาจพังลงมาสักวันหนึ่ง หากบอสที่อยู่ห้องด้านข้างเกิดระเบิดอารมณ์ขึ้นมา สควอโล่จึงคิดว่าห้องนั้นอาจกลายเป็นห้องว่างตลอดไป แต่เห็นทีว่าตอนนี้จะไม่ใช่เสียแล้ว เมื่อมันกำลังจะมีเจ้าของคนใหม่

"ซันซัส เดี๋ยวฉันขอคุยบางอย่างกับสควอโล่นิดหน่อย นายเดินไปก่อนได้เลย"

“เออ ตามใจ”

สควอโล่ที่กำลังก้าวขาเดินออกไปต้องหยุดชะงัก  เมื่อได้ยินสึนะเอ่ยถึงชื่อตนขึ้นมาก่อน เขาไม่แน่ใจว่าเด็กนี่ต้องการจะพูดอะไร ทว่าก็คงไม่พ้นเรื่องของซันซัสเป็นแน่ เพราะระหว่างเขากับมันมีเรื่องอื่นต้องคุยกันที่ไหน

บอสแห่งวาเรียไม่ได้สงสัยหรือเอะใจอะไรทั้งนั้น ร่างสูงเดินจากไป ทิ้งให้สึนะอยู่กับสควอโล่เพียงสองคน ส่วนวาเรียคนอื่นเห็นได้ชัดว่าอยากรู้อยากเห็นขนาดหนัก ทว่าดันโดนสควอโล่ไล่ตะเพิดออกไปจนหมด สุดท้ายต้องจำยอมจากไปเพราะทนฟังเสียงที่แผดลั่นขนาดนี้ไม่ได้

"แกจะคุยอะไรกับฉันวะ" เมื่อยืนอยู่ตรงลานกว้างกันเพียงสองคน สควอโล่จึงเริ่มเอ่ยปากถาม

"คือ…ฉันขออนุญาตถามนายหน่อยนะ จริงๆมันก็ไม่ควรเท่าไหร่แต่ฉันจำเป็นต้องรู้"

"มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันจะรีบไปสระผมแล้วโว้ย เหนียวไปหมด" มือเรียวจับเส้นผมที่เลอะคราบไวน์ออกมาพินิจดู ก่อนจะพบว่ามันเริ่มพันติดกันมากแล้ว  สควอโล่จึงได้แต่สบถด่าคนทำภายในใจ

"นายชอบซันซัสหรือเปล่าน่ะสควอโล่"

!!!!!

สึนะถามขึ้นมากะทันหัน สควอโล่เบิกตาขึ้นอย่างตกใจอยู่ชั่วครู่ ด้วยคำถามนี้เขาคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถาม อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีทางยอมรับมัน

"ถามอะไรของแกวะ ถ้าฉันไปชอบบอสเฮงซวยแบบนั้น ฉันก็คงจะบ้าไปแล้ว!"

ใช่...เขาคงบ้าไปแล้ว บ้าตั้งแต่ตอบในสิ่งที่ตรงข้ามกับจิตใจของตัวเอง

"ถ้านายชอบซันซัส ฉันจะถอยออกมาให้ ฉันพูดจริงๆนะ"

แววตาของสึนะจริงใจ สควอโล่พอมองออก ทว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องให้เด็กนี่เลิกยุ่งกับซันซัส เพียงเพราะต้องการทำตามใจเขาหรือเปล่า ในเมื่อซันซัสก็ดูคล้ายกำลังรู้สึกดีกับสึนะ เช่นนี้เขาจะไปห้ามได้อย่างไร

"ฉันไม่เคยคิดกับซันซัสเกินไปกว่าเจ้านายหรอกโว้ย ดังนั้นแกเดินหน้าต่อไปได้เลย"

ประโยคแรกที่โกหกออกไปนั้น บีบหัวใจสควอโล่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่เจ้าตัวก็ไม่มีทางเปิดเผยเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายรู้อยู่ดี

"งั้น...ฉันจะเดินหน้าต่อแล้วนะ ฉันแค่ไม่สบายใจว่ามาทำให้พวกนายแยกทางกันรึเปล่า"

"แยกทางกันอะไรวะ ฉันไม่มีทางทิ้งบอสฉันไปหรอกน่า" ...แต่แค่เว้นระยะห่างออกมาก็เท่านั้น

สึนะรู้สึกโล่งใจที่ได้คำตอบเสียที ขณะที่ตนสงสัยเรื่องนี้มานาน เมื่อหมดธุระแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าปราสาท จะได้ปล่อยให้สควอโล่ไปทำธุระส่วนตัวตามต้องการ

"เดี๋ยวก่อนซาวาดะ"

"หืม มีอะไรเหรอ" เมื่อถูกสควอโล่เรียก สึนะจึงหันกลับไปหาอีกฝ่ายดังเดิม

"...แกชอบซันซัสมานานแล้วรึยัง"

คำถามที่สควอโล่ลังเลอยู่นานว่าจะถามออกไปดีหรือไม่ สุดท้ายก็เลือกถามออกไป เพราะขนาดอีกฝ่ายมีเรื่องอยากรู้ก็ยังถามออกมาตามตรง

ในช่วงศึกชิงแหวน ซันซัสเกลียดเด็กคนนี้ยิ่งกว่าอะไร ความพ่ายแพ้ทำให้บอสของเขาโกรธแค้น ทั้งยังฝังใจเพราะไม่อาจเป็นรุ่นที่สิบได้ตามที่หวัง เมื่อมีคนเอ่ยถึงความพ่ายแพ้นี้ทีไร จุดจบก็มักจะไม่สวยนัก ยามนี้เขาถึงแปลกใจที่ซันซัสลืมเรื่องในอดีตได้เร็วขนาดนั้น ทว่าอะไรหลายอย่างก็ไม่มีความแน่นอน บางทีซันซัสอาจลืมเรื่องความบาดหมางก่อนหน้าไปแล้วจนสิ้น

สควอโล่ยังคงไม่แน่ใจ ทั้งยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องการรู้ เช่น ซาวาดะชอบซันซัสมาตั้งแต่ตอนไหน ชอบเพราะอะไร เขาต้องทำการประเมิน เด็กคนนี้จะสามารถช่วยเหลือบอสในอนาคตได้หรือไม่ และจะจริงจังกับบอสมากแค่ไหน

เขาจะได้วางใจว่าหมอนั่นมีคนพร้อมอยู่เคียงข้างอย่างแท้จริง...

"ฮ่าๆ นายถามตรงๆแบบนี้เลยเหรอ" สึนะมีท่าทีขัดเขินเล็กน้อยก่อนจะตอบ "ฉันชอบมาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นฉันจะกลัวๆหน่อยก็เถอะ"

ครั้งแรกที่เจอคงเป็นตอนที่พวกวาเรียบุกญี่ปุ่น ตอนนั้นพวกเขาต้องการชิงแหวนวองโกเล่มาไว้ในครอบครอง จำได้ว่าซันซัสเกือบจัดการเด็กญี่ปุ่นพวกนั้นไปแล้วด้วย ซึ่งรวมไปถึงซาวาดะด้วยเช่นกัน แต่ทว่าอิเอมิตสึซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรุ่นที่เก้ามายั้งไว้ทัน ทั้งยังสั่งให้สองฝ่ายประลองศึกชิงแหวน ใครชนะก็จะได้รับตำแหน่งรุ่นที่สิบ

ตอนนั้นซันซัสเกลียดสึนะมาก ทว่าในตอนนี้กาลเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน สควอโล่ยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาทำใจได้แล้ว หวังแค่ว่าไอ้เด็กนี่จะไม่ทอดทิ้งบอสในยามที่มีปัญหาก็เท่านั้น ในเมื่อบอสมันเลือกแล้วก็อย่าทำให้ผิดหวัง

"แล้วทำไมแกถึงชอบคนอย่างบอสล่ะวะ"

"เรื่องนั้นมันต้องมีเหตุผลด้วยงั้นเหรอ คือฉันเห็นฉันก็ชอบแล้วน่ะ ชอบมากด้วย"

สควอโล่เตรียมอ้าปากด่ากับเหตุผลนี้ ทว่านึกขึ้นมาได้กะทันหันว่าตัวเองก็เป็นเหมือนกัน เช่นนั้นเขาก็คงว่าอะไรมันไม่ได้แล้ว เพราะมันจะเข้าตัวเองได้ด้วย

"งั้นต่อไป แกต้องต่อสู้เคียงข้างบอสฉันตลอด เข้าใจรึเปล่า!!" 

"เอ๋" สึนะอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อสควอโล่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

"อย่าให้บอสฉันเป็นอันตราย กำจัดศัตรูที่คิดทำร้ายหมอนั่นทิ้งให้หมด ถ้าแกไม่ทำล่ะก็..ฉันจะฆ่าแกแน่!!"

สิ่งที่สควอโล่ทำมาโดยตลอด บัดนี้กำลังจะถูกส่งต่อให้ใครอีกคนช่วยทำด้วย...

"อื้ม ฉันต้องช่วยซันซัสอยู่แล้ว นายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"

เมื่อสึนะยืนยันว่าจะทำตามที่ต้องการ สควอโล่ก็เบาใจขึ้นทันที ถึงเขาจะฝากฝังให้เด็กคนนี้ดูแลบอส แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ทิ้งหมอนั่นไปไหน เขายังคงทำงานภายใต้คำสั่งของบอสเหมือนเดิม และมันจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไปตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่เขาคงไม่ได้อยู่ใกล้ชิดมันอย่างเก่า เช่นนั้นจึงคอยดูแลมันตลอดเวลาไม่ได้ เขาจึงหวังว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับมันมากที่สุด จะสามารถทำหน้าที่แทนเขาได้ก็เท่านั้น...

"สุดท้าย ฉันขอให้แกดูแลบอสของฉันตลอดไป ห้ามทอดทิ้งหมอนั่นถ้ามันยังชอบแกอยู่"

นี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะขอจากแก

...ซาวาดะ สึนะโยชิ

สควอโล่เดินปลีกตัวกลับเข้าปราสาททันทีที่พูดจบ สองขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างอ่อนล้า ไม่คาดคิดว่าแค่ฝากฝังให้ใครสักคนดูแลซันซัสแทน มันจะทำให้ตนเหนื่อยและปวดใจได้ถึงเพียงนี้...

ภายในปราสาทช่างเงียบเหงา คงเป็นเพราะทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง สควอโล่เดินขึ้นบันไดมาจนถึงหน้าห้องนอนของตนเอง ทั้งที่ควรจะกลับเข้าห้องไปเสียที ทว่ามันก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองไปมองห้องของเจ้านายที่อยู่ข้างกัน ห้องที่เขาต้องการบังคับตัวเองไม่ให้ไปเหยียบมันอีก หากไม่ถูกเรียกใช้หรือมีเหตุด่วน

ใจหายอยู่บ้างเหมือนกัน เมื่อจากนี้ไประหว่างเขากับซันซัสคงจะไม่เหมือนเดิม แต่เขาจะไม่โทษใครหรือสิ่งใดทั้งนั้น เพราะคนที่เลือกให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ก็คือตัวเขาเอง

ยิ่งคิดมากก็ยิ่งฟุ้งซ่าน สควอโล่เปิดประตูเข้าห้องของตัวเองไปในที่สุด ตอนนี้ได้เวลาที่เขาจะต้องไปสระผมที่เลอะคราบไวน์โสโครกนี่แล้ว พอเห็นมันแล้วก็โกรธคนทำขึ้นมา ซึ่งเป็นเหตุให้นึกถึงซันซัสขึ้นมาอีกจนได้ ทั้งๆที่คิดว่าจะสนใจมันให้น้อยลง ทว่าก็ยังมีเรื่องให้เขาต้องหวนนึกถึงหมอนั่นอยู่ดี

...ให้ตายสิ

ฉลามหนุ่มรีบละทิ้งความคิดเหล่านั้นโดยเร็ว ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปิดน้ำอ่าง เขาอยากแช่น้ำอุ่นให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้น ระหว่างรอน้ำเต็มอ่างก็ถอดเสื้อผ้าของตัวเองไปพลาง เมื่อความสูงของน้ำอยู่ในระดับที่พอใจ สควอโล่จึงก้าวขาลงไปนั่งในอ่างทันที

ต่อไปที่ต้องทำคือสระผมให้สะอาด ทั้งแชมพู ครีมนวด ครีมบำรุงผมถูกนำมาใช้ทั้งหมด ถึงแม้ผมยาวจะดูแลยากแต่เขาก็ไม่คิดตัด ทั้งยังดูแลรักษาอย่างดีมาโดยตลอด สาเหตุของผมที่ยาวนี้ก็เป็นเพราะคำสาบานที่เคยให้เอาไว้กับหมอนั่น ทั้งๆที่มันเป็นเพียงคำสาบานของตัวเองในวัยเด็ก อายุของเขาตอนนั้นแค่สิบสี่ปีเท่านั้น บางคนอาจคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องเก็บมันมาใส่ใจ แต่น่าแปลก..ที่เขากลับใส่ใจมันทุกวัน

ทว่าเมื่อพิจารณาผมของตัวเอง...มันก็ทำให้นึกถึงซันซัสขึ้นมาอีกจนได้ 

อะไรวะ นี่ความทรงจำฉันมันมีแต่แกรึไงกัน!

"ออกไปจากหัวฉันที ไอ้บอสเวร!! บอสเฮงซวย!! บอสไม่ได้เรื่อง!!" และอีกสารพัดคำด่าที่พ่นออกมาจากปากด้วยความหัวเสีย เพื่อหวังระบายความอัดอั้นในใจ

สควอโล่รวบเส้นผมทั้งหมดมาไว้ด้านข้าง ก่อนจะเอนศีรษะไปชิดกับขอบอ่าง ดวงตาสีวารีเหม่อมองเพดานห้องน้ำ ฉลามหนุ่มคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทว่าส่วนใหญ่เรื่องที่วนมาในสมอง มันก็มักจะเป็นเรื่องที่ตัวเองพยายามหลีกเลี่ยง เหมือนว่ายิ่งหลบหนีก็ยิ่งเจอ

"สควอโล่~~"

เสียงเรียกของลุซซูเรียดังขึ้นจากนอกห้องนอน ส่งผลให้สควอโล่ที่กำลังพักผ่อน จำต้องเอนศีรษะขึ้นมาจากขอบอ่างอย่างขัดใจ เพราะมันสร้างความรำคาญให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างยิ่ง!

"มีอะไรวะ ฉันแช่น้ำอยู่โว้ย!!!" ว่าแล้วฉลามหนุ่มก็ตะโกนออกไปด้วยเสียงดังแปดหลอด จนผู้ฟังด้านนอกสะดุ้งตกใจ

"โอ๊ยยย แก้วหูจะแตกแล้วนะยะ!!" ลุซซูเรียตะโกนกลับเข้าไปก่อนจะบอกเรื่องสำคัญ "คือเมื่อกี้เจ้เอาอาหารไปให้บอส แล้วบอสบอกให้มาตามสควอโล่ไปพบด้วยน่ะจ้าาา"

สควอโล่นึกด่าลุซซูเรียในใจทันที เพราะอะไรถึงต้องยกอาหารไปให้บอสเวรนั่นตอนนี้ แทนที่มันจะไปนอนพักผ่อนเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ต้องถูกเรียกใช้แบบนี้ เวรกรรมแท้ที่พยายามหนีแต่กลับมีเรื่องให้ยิ่งต้องเข้าใกล้

"ฝากไปบอกบอสว่าขอเวลาอีกหน่อย ฉันแช่น้ำอีกสักพักแล้วจะรีบไป" หากเป็นเมื่อก่อนคงรีบวิ่งไปหาทันที แต่ตอนนี้เขากลับอยากยืดเวลาออกไป

"บอสจะอาละวาดใส่เจ้ไหมล่ะเนี่ย" ลุซซูเรียที่ยืนอยู่ด้านนอกเอามือก่ายหน้าผาก เป็นเวรกรรมของลุซซูเรียเช่นกันที่ต้องรวบรวมความกล้าไปบอกให้ซันซัสรอ การไปขัดใจคนใจร้อนแบบนั้นจะเจออะไรก็มิอาจรู้

“ถ้ามันอาละวาดก็ไปตามซาวาดะมาห้ามแล้วกัน หึ”  น้ำเสียงที่สควอโล่เอ่ยออกไปค่อนข้างประชดประชัน

"ก็ได้จ้าาา งั้นเดี๋ยวเจ้จะลองไปบอกดูแล้วกัน" ลุซซูเรียตั้งใจเอาไว้ว่าจะตะโกนบอกจากนอกห้อง จากนั้นก็รีบเผ่นหนีไปให้เร็วที่สุด หากเข้าไปบอกต่อหน้ามีหวังต้องเป็นสนามอารมณ์ให้อีกฝ่ายแน่

เมื่อเสียงของลุซซูเรียเงียบไปแล้ว สควอโล่จึงหลับตาลง เขาแช่น้ำไปอีกห้านาทีโดยประมาณ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่มีเสียงระเบิดจากเพลิงพิโรธ ห้องนอนไม่เกิดการสั่นไหว นั่นแสดงว่าที่ซันซัสเรียกเขาไปคงไม่ใช่เรื่องสำคัญมาก มันถึงยอมรอได้

หวังว่าสิ่งที่เขาคาดเดามันจะถูก...

ร่างบางก้าวขาที่เปียกน้ำออกมาจากอ่าง ก่อนจะใช้มือทั้งสองรีดผมให้น้ำไหลลงสู่พื้น จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมเล็กน้อยให้พอหมาด แล้วจึงนำผ้ามาพันไว้รอบเอว มีเรื่องหนึ่งให้เขาหงุดหงิด เพราะเขาดันลืมเอาเสื้อเข้ามาเปลี่ยน เช่นนั้นจึงต้องเสียเวลาเดินออกไปหยิบเสื้อจากตู้ด้านนอก

ทว่าพอก้าวขาออกมาจากห้องน้ำ เขาก็พบว่าตัวเองลืมเปิดไฟ...

มิน่าห้องมันถึงได้มืดขนาดนี้

จากนั้นฉลามหนุ่มก็ใช้มือคลำหาสวิตซ์ไฟที่กำแพง เมื่อเจอแล้วก็กดเปิดทันที ห้องกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง ทว่าเมื่อสควอโล่หันไปยังทิศทางของเตียงก็ต้องเบิกตาโพลงอย่างตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจอกับใครบางคน!

"บอส!!!"

สควอโล่ร้องออกมาเสียงดังลั่น ขณะที่เห็นอีกฝ่ายจ้องมองมา เขาตกใจลนลานทำอะไรไม่ถูก ไม่คาดคิดว่าบอสจะมาเจอตัวเองในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปปิดสวิตซ์ไฟดังเดิม ห้องกลับมามืดอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ยามนี้เขาขอแค่ได้หลบเลี่ยงสายตาดุดันของอีกฝ่ายก็เพียงพอ

ระหว่างที่กำลังลนลาน คำถามก็เกิดขึ้นใจ เพราะอะไรบอสถึงเข้ามาหาเขาถึงห้อง ทั้งยังมานั่งโดยไม่เปิดไฟแบบนั้น!

"ปิดไฟทำไมไอ้สวะ มืดจะตายห่าอยู่แล้ว" แม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่เสียงของซันซัสฟังดูไม่พอใจชัดเจน ไม่ต้องเดาว่าตอนนี้อีกฝ่ายมีสีหน้าแบบไหน

"ตอนแรกแกยังอยู่มืดๆได้เลยนี่ ทนอยู่ต่ออีกหน่อยแล้วกัน!!"

สควอโล่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วรีบหยิบเสื้อกับกางเกงมั่วๆในตู้ออกมาสักชุด ตอนนี้เขาไม่สนแล้วว่าจะใส่เสื้อตัวไหน ขอแค่ได้มีอะไรมาใส่ก่อนก็เป็นพอ

เมื่อหยิบเสื้อผ้าเสร็จแล้ว สควอโล่ก็เตรียมเดินเข้าไปในห้องน้ำใหม่ ทว่ายังไม่ทันเดินเข้าไป กลับรู้สึกถึงแรงมือที่จิกกระชากเส้นผมอย่างแรงเสียก่อน จนร่างของสควอโล่เสียหลักหงายไปกระทบกับแผ่นอกหนา ร่างสูงเลื่อนวงแขนแกร่งมากอดรัดช่วงเอวบางไว้แน่น สควอโล่สะดุ้งสุดตัว เขาเริ่มรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นระส่ำอย่างไม่อาจห้ามได้

"เฮ้ย!! ฉะ..ฉันจะไปใส่เสื้อผ้าก่อน ดะ..เดี๋ยวค่อยออกมาคุย" เสียงเอ่ยออกไปอย่างตะกุกตะกัก ครั้งแรกกับสัมผัสทางกายที่ใกล้ชิดขนาดนี้ มันกำลังจะทำให้เขาเสียการควบคุม

"แกกล้าดียังไงให้ฉันเป็นคนรอแก"

ซันซัสรู้สึกสงสัยกับท่าทีของสควอโล่ในช่วงหลังศึกสายรุ้งที่ผ่านมา คนที่อยู่ใกล้ตัวมีท่าทีเปลี่ยนไป มีหรือเขาจะดูไม่ออก เห็นมันเป็นแบบนี้แล้วมันทำให้เขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

คราแรกบอสแห่งวาเรียตั้งใจว่าจะนั่งอยู่ในห้องนอนตัวเอง โดยรอให้สควอโล่เดินมาพบเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปจากครั้งก่อนหน้า ปกติเขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่รีบย่ำมาอย่างรวดเร็วเสมอ เพียงแค่ถูกเรียกใช้ไม่ถึงนาที แต่ในครั้งนี้นอกจากไอ้สวะนี่จะไม่รีบแล้ว มันยังปล่อยให้เขารออีกต่างหาก!!

"เออ ขะ..ขอโทษ..ละ..แล้วกัน"

สควอโล่ไม่มีอะไรจะแก้ตัวจึงเลือกกล่าวคำขอโทษออกไป เสียงพูดค่อนข้างกระท่อนกระแท่น เมื่อของคนด้านหลังอยู่ไม่สุข มันเริ่มเคลื่อนมาลูบช่วงหน้าท้องจนพาร่างกายเขาเกร็งไปหมด

"วันหลังอย่าให้ฉันรอนานอีกก็แล้วกัน เรียกแล้วก็รีบมา และอย่าขัดคำสั่งฉันอีก!" เสียงทุ้มตวาดหนักด้วยความไม่พอใจ

"เออรู้แล้วน่า ละ..แล้วที่แกเรียกฉันนี่จะพูดอะไรกับฉันล่ะ"

ในที่สุดสควอโล่ก็ได้โอกาสเอื้อมไปจับมือข้างที่อยู่ไม่สุขของอีกฝ่ายไว้แน่น มันไม่สามารถขยับได้อีก เช่นนี้เขาจะได้ยืนอย่างสบายใจเสียที เมื่อไม่มีอะไรมาก่อกวนให้วุ่นวายใจ

"พรุ่งนี้ไอ้แก่จัดงานเลี้ยงต้อนรับเด็กสวะนั่น"

ไอ้แก่ที่ว่าคือวองโกเล่รุ่นที่เก้าและเด็กสวะก็คงเป็นซาวาดะ สึนะโยชิ

"แล้วมันยังไง"

"แกต้องไปกับฉันในฐานะมือขวา"

สควอโล่แปลกใจเล็กน้อย เป็นงานเลี้ยงต้อนรับเด็กนั่นแล้วเขามีความจำเป็นอะไรจะต้องไป หากเป็นซันซัสที่เป็นถึงบอสก็ว่าไปอย่าง มันไปคนเดียวก็พอแล้ว ถ้าจะให้เขาไปเดินดูพวกมันอยู่ด้วยกัน เห็นทีว่าคงไม่ดีกับใจเขาเท่าไหร่

"นี่บอส ฉันไม่ไปไม่ได้รึงะ..."

"ช่วงนี้แกเป็นอะไรถึงชอบขัดคำสั่งฉันนักวะ" ร่างสูงเริ่มโกรธเมื่อถูกขัดใจอีกครั้ง เช่นนั้นมันจึงต้องถูกระบายออกมา มุมปากของซันซัสแสยะยิ้มร้าย เมื่อมือของตนเคลื่อนลงไปด้านล่าง

"เฮ้ย! ไอ้บอสบ้าทำอะไรของแกวะ เอาผ้าฉันคืนมา!!"

ผ้าที่พันรอบเอวได้ถูกร่างสูงดึงออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว แบบนี้มันไม่ต่างจากการยืนแก้ผ้าคุยกับอีกฝ่ายดีๆนี่เอง!!

"เอาผ้าคืนมาเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยย" สควอโล่ตะโกนพลางเอามือปัดป่ายไปทั่วเพื่อหาผ้าที่ตนต้องการ เพราะความมืดจึงทำให้ตนมองไม่เห็น

ไอ้บอสเวรนี่ทำบ้าอะไรของมันวะ!!

ฉลามหนุ่มด่าอีกฝ่ายในใจ เขาอยากแทรกพื้นห้องหนีออกไปเดี๋ยวนี้ ถือว่ายังดีที่ตอนนี้ไฟปิดอยู่ ไม่อย่างนั้นซันซัสก็คงเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว และเมื่อคิดไปถึงเรื่องนั้น อุณหภูมิบนใบหน้าก็ร้อนจัดขึ้นมาทันที...

"ไอ้คุณบอส!!! แกเอาผ้าคืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะโว้ยยย"

สควอโล่พยายามคลำหาผ้าขนหนูไปเรื่อยๆ จับโดนตัวซันซัสบ้าง บางทีก็เผลอจับหน้าแต่ตอนนี้ไม่สนใจแล้ว ขอแค่ได้ผ้าคืนมาก็พอ บางครั้งคลำเจอแล้วก็เหมือนว่าซันซัสจะกลั่นแกล้ง มันดึงผ้าหลบไปอีกทางไม่ยอมให้เขาจับ แล้วนี่เขาต้องยืนเปลือยกายแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน!

"หึ พรุ่งนี้ตอนเย็นอย่าลืมล่ะไอ้ฉลามสวะ" ท่าทางของสควอโล่ทำให้ซันซัสแค่นหัวเราะออกมา ครั้งนี้เขาจะใจดีกับมันหน่อยแล้วกัน ถ้ามันตอบคำถามถูกใจ เขาก็จะยอมไม่เปิดไฟ!

"ไม่ลืมโว้ย!! แกเอาผ้าคืนมาได้แล้ว!!" ฉลามหนุ่มยังคงร้องตะโกนลั่นเสียงดังด้วยความอับอาย เป็นใครจะทนได้ที่ต้องมายืนเปลือยกายคุยกับคนอื่น!

"ดี!!"

เสียงทุ้มตวาดลั่น ซันซัสฟาดผ้าที่ถืออยู่ลงไปบนศีรษะของอีกฝ่ายจนเจ้าตัวร้องโวยวายลั่น สควอโล่รีบนำผ้ามาพันรอบเอวดังเดิมอย่างไม่รอช้า จากนั้นซันซีสจึงยอมเดินออกไปเมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการ ปล่อยให้สควอโล่ยืนใจสั่นระรัวด้วยความอายอยู่เพียงลำพัง

เขาพยายามสลัดไล่ความคิดล่อแหลมในหัว ก่อนจะเดินถือเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป เรื่องในวันนี้ทำให้เขารู้ว่าซันซัสเป็นคนที่มีผลต่อหัวใจเขามากกว่าที่คิด ดังนั้นมาอยู่ใกล้กันแบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลย...

ทั้งที่พยายามถอยห่างแล้วแต่ทำไมถึงยิ่งใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

"ซันซัส"

เสียงของซาวาดะ สึนะโยชิดังแว่วมาจากด้านนอก เรียกสติของสควอโล่กลับมาอีกครั้งหนึ่ง มันยิ่งย้ำเตือนลงไปในใจว่าเขาไม่ควรใกล้ชิดคนมีเจ้าของ ไม่อย่างนั้นเขาอาจเผลอตัวและไม่อาจห้ามใจของตัวเองได้ ในขณะที่อีกฝ่ายกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิด

เมื่อเรื่องก่อนหน้าซันซัสได้ทำไปโดยไม่คิดอะไร 

แล้วทำไม…เขาถึงต้องไปหวั่นไหวกับมันอยู่เพียงผู้เดียวด้วย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น