[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 22 : Epilogue บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 ม.ค. 64

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาร่างกายของฉลามแห่งวาเรียก็ฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติ บาดแผลบนศีรษะได้รับการรักษาจนหายดี อาการเจ็บปวดทางใจก็ไม่กลับมาให้รู้สึกทรมานอีกต่อไป สควอโล่คาดว่าตั้งแต่วันที่ตนถึงขีดจำกัดในครานั้น คำสาปทุกอย่างก็คงจะคลายจนหมดสิ้นแล้ว เช่นนั้นจากนี้ไปฉลามคลั่งผู้แข็งแกร่งจะหวนคืนสู่วาเรียดังเดิม!

ระหว่างนั้นดีโน่เคยมาเยี่ยมสควอโล่ที่ปราสาทวาเรียครั้งหนึ่ง เพราะตั้งแต่วันที่เจอหน้ากันครั้งสุดท้ายในคฤหาสน์คาบัคโรเน่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย ทว่าการเข้ามานั่งพูดคุยก็ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นัก เมื่อมีบุรุษที่น่ายำเกรงนั่งอยู่ข้างสควอโล่พร้อมส่งสายตาอาฆาตมาตลอดเวลา สุดท้ายจึงทำได้เพียงถามไถ่เรื่องราวเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็ต้องรีบอันเชิญตัวเองกลับโดยพลัน เมื่อซันซัสดึงความสนใจจากสควอโล่ไปจนสิ้น

ขณะเดียวกันซาวาดะ สึนะโยชิก็เคยมาเยี่ยมเยียนวาเรียเช่นกันโดยมีรุ่นที่เก้าติดตามมาเป็นเพื่อน สาเหตุหลักที่มาเพราะมีเรื่องงานของวองโกเล่ให้จัดการ ทว่าเมื่อมาแล้วสึนะจึงถือโอกาสเปิดใจคุยกับซันซัสเรื่องที่ผิดใจกันในวันวานด้วย ชายหนุ่มไม่ถือโทษโกรธซันซัสแต่อย่างใด เพราะเข้าใจนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของอีกฝ่ายดี ทั้งปัจจุบันก็ไม่ได้เสียใจเรื่องนั้นแล้ว รวมถึงไม่ได้รู้สึกกับซันซัสในฐานะคนรักอีกต่อไป

ย้อนเข้ามาสู่ปัจจุบัน ยามที่นภารัตติกาลไร้เมฆบดบัง พระจันทร์และดวงดาวต่างทอแสงลงมายังผืนดินเบื้องล่าง สะท้อนเรือนผมสีเงินของใครบางคนให้โดดเด่นในความมืดมิด เรือนร่างโปร่งบางของคนผู้นั้นเห็นชัดขึ้นยามที่ยกแขนขึ้นวาดเพลงดาบฆ่าฟันศัตรู ไม่นานก็เกิดเสียงร้องโอดครวญอันดังลั่น บ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ตามมาของผู้ที่กำลังไปสู่ความตาย หยาดโลหิตกระเซ็นมาใส่เสื้อเครื่องแบบสีดำของผู้กระทำจนเกิดเป็นรอยด่างดวง

"ตายกันหมดแล้วรึไงวะ!! กระจอกสิ้นดีไอ้พวกเวร!! "

ฉลามแห่งวาเรียตะโกนออกมาก่อนจะเหยียดยิ้มด้วยความพึงใจ เมื่อภารกิจวันนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ศัตรูนอนตายเกลื่อนอยู่บนผืนหญ้า ดาบคู่กายบัดนี้อาบย้อมไปด้วยโลหิตจากการฟาดฟันสังหาร สควอโล่เหลือบมองมันอย่างชื่นชมกับผลงานตัวเอง ก่อนจะเดินกลับไปยังรถที่ลูกน้องฝ่ายวาเรียรออยู่เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับไปยังปราสาท

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง รถของวาเรียก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบประตูทางเข้าปราสาท เมื่อมาถึงจุดหมายแล้ว สควอโล่ก็รีบเปิดประตูลงไปจากรถ ก่อนจะเดินไปยังประตูทางเข้าที่อยู่ตรงหน้า

"โว้ยยยยยยยยยย!!! "

ปัง!!!

เสียงแผดลั่นที่ไม่ได้ยินบ่อยนักในช่วงเดือนก่อน ยามนี้มันได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง โดยเสียงนั้นดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงเท้าที่เตะประตูทางเข้าให้เปิดออก ภายในจึงปรากฏร่างของบรรดาสมาชิกวาเรียที่นั่งล้อมวงกันอยู่ตรงห้องนั่งเล่น คล้ายกับว่ากำลังเล่นการพนันไพ่กันอยู่อย่างเมามัน เว้นก็แต่มาม่อนที่หน้าถอดสี ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียเงินให้กับการพ่ายแพ้นี้ไปเสียแล้ว...

"ชิชิชิ นี่สิถึงสมกับเป็นผู้บัญชาการหน่วยของพวกเรา" เบลหัวเราะก่อนจะกล่าวทักทายขึ้นมาเป็นคนแรก พร้อมกับลงไพ่ในมือที่ถืออยู่

"เฮ้ยยย!! ไอ้คุณบอสมันหายหัวไปอยู่ที่ไหนของมันวะ" สควอโล่ไล่สายตามองไปรอบตัวทว่าไม่เห็นตัวคนที่ตามหา เขาได้รับคำสั่งให้ไปหามันทันทีที่กลับมา

"อยู่บนห้องนอนแหละจ้าาา"

เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการแล้ว สควอโล่ก็รีบมุ่งหน้าขึ้นบันไดไปทันทีโดยไม่สนใจวาเรียคนอื่นอีกต่อไป ซึ่งก็ไม่มีใครคะยั้นคะยออะไร เพราะทุกคนรู้ดีว่าหากว่าสควอโล่กลับมาแล้วขึ้นไปช้า อาจไม่ใช่แค่ชายหนุ่มคนเดียวที่โดนลงโทษ แต่ยังรวมถึงทุกคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ตรงนี้ด้วย...

"บอส! " ฉลามหนุ่มตะโกนเรียกหาเจ้านายตัวเองทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง ก่อนจะเดินไปถอดดาบบนมือกลวางไว้บนโต๊ะริมห้อง ขณะนี้ซันซัสกำลังนอนถือแก้วเตกีล่าหมุนไปมาอยู่บนเตียง และเมื่อเห็นคนที่รอมาหาตนแล้ว จึงกระแทกแก้วลงกับโต๊ะด้านข้างแล้วลุกขึ้นเดินไปหาทันที

"ตะโกนอะไรดังขึ้นมาถึงด้านบน"

"ก็ไม่ได้ตะโกนมานานแล้วมันคันปากนี่หว่า"

ฉลามหนุ่มตอบอย่างขำขันขณะที่มือถือผ้าเช็ดดาบไปด้วย แต่ระหว่างนั้นร่างสูงก็เข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง พาให้ร่างกายสะดุ้งฉับพลัน!

"แกอย่าเพิ่งมาเกาะสิวะ ตัวฉันเปื้อนเลือดเปื้อนฝุ่นไปหมด เดี๋ยวมันจะพาแกเปื้อนไปด้วย" สควอโล่บ่นยกใหญ่ก่อนที่จะเอ่ยประโยคต่อไปเสียงเบาลง "...ฉันไปอาบน้ำก่อนค่อยว่ากัน"

"หึ" ซันซัสได้ยินประโยคนั้นก็แค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างชอบใจ "ก็ดี...แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่สนเรื่องนั้นอยู่แล้วเพราะฉันก็ยังไม่ได้อาบ รอแกอยู่"

"อะไรของแกวะเนี่ย งั้นก็เข้าไปอาบเลยสิวะ ฉันก็กลับมาละ..เฮ้ยยย"

เสียงร้องดังขึ้นอย่างตกใจ เมื่อรอบเอวพลันถูกวงแขนหนารวบให้เดินตามไปยังห้องน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ดาบที่กำลังเช็ดอยู่ร่วงลงไปกระแทกกับพื้นกะทันหัน สควอโล่จึงหันไปหาตัวการพร้อมอ้าปากเตรียมพ่นคำด่า

"ไอ้บอสเวร! แกจะดึงฉันไปด้วยทำไมเล่า! "

"ก็ฉันรออาบพร้อมแกอยู่นี่ไงไอ้สวะ" ร่างสูงว่าก่อนจะแสยะยิ้มร้าย "ในเมื่อแกเป็นคนบอกเองว่าให้ไปได้เลย ฉันก็แค่ทำตามที่แกต้องการ"

"ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้ว้อยยยย!! "

เสียงร้องลั่นดังขึ้นแต่ซันซัสหาได้สนใจไม่ สควอโล่ยังคงถูกแรงอันมหาศาลยกตัวไปในห้องน้ำอยู่ดี ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในนั้นอยู่พักใหญ่ ระยะแรกไม่มีความผิดปกติใดนอกจากได้ยินเสียงโวยวายลั่นอันคุ้นเคย สักพักเริ่มมีบางอย่างผิดแปลกเพราะเสียงนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางไม่ได้ศัพท์ ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงน้ำในอ่างกระเพื่อมไหวรุนแรงควบคู่ไปด้วยอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะเงียบหายไป

ดูแล้วเหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล...

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง ประตูห้องน้ำถึงถูกเปิดออกอีกครั้ง โดยผู้ที่ก้าวขาออกมาก่อนคือสควอโล่ในชุดคลุมอาบน้ำ สภาพการเดินกะเผกเล็กน้อยพร้อมด้วยสีหน้าที่ดูคล้ายหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานซันซัสจัดการกับสิ่งของในห้องน้ำเสร็จ จึงก้าวตามออกมาในชุดคลุมอาบน้ำเช่นกัน ทว่าสีหน้ากลับไม่ดูหัวเสียอย่างฉลามหนุ่ม ซันซัสแลดูมีความสุขกับชัยชนะ ดูจากมุมปากที่ยกยิ้มเวลามองสภาพการเดินของอีกฝ่ายก็รู้แล้ว

"ไอ้คุณบอส ฉันเพิ่งมาถึงยังไม่ทันได้พักแต่แกก็...!!! " สควอโล่กัดฟันแน่นเมื่อไม่สามารถพูดคำถัดไปออกมาแบบโจ่งแจ้งได้ สุดท้ายจึงต้องส่งเสียงชิออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะเดินหลบไปนั่งเช็ดผมที่เปียกหมาดอยู่บนเตียง

"แต่ตอนทำแกก็ดูชอบมันนี่ เห็นร้องเสียงดังซะ..."

"เงียบไปเลยโว้ยยยย!! " ฉลามหนุ่มตะโกนลั่นทันทีที่อีกฝ่ายจะพูดถึงอาการตัวเองในขณะนั้น หน้าเริ่มเห่อแดงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ขณะที่มือที่จับผ้าเช็ดผมก็เงอะงะทำร่วงลงตักบ้าง หล่นพื้นบ้าง

"เป็นบ้าอะไรของแก ส่งมันมานี่! " จนซันซัสทนไม่ไหวจึงต้องเดินเข้าไปแย่งผ้าเช็ดผมมาไว้กับตัวเอง แม้จะรู้สึกสนุกกับการได้เห็นอีกฝ่ายเสียอาการแต่ก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้ ในที่สุดซันซัสก็ตัดสินใจนั่งลงเคียงข้างสควอโล่ แล้วนำผ้าไปเช็ดเรือนผมสีเงินที่เปียกน้ำด้วยตนเอง

"บอส นี่กะ..แกจะทำให้ฉันจริงเหรอ ผมยาวมันเช็ดนานนะ"

"หุบปากแล้วนั่งเงียบไปเถอะน่า"

สควอโล่ทำหน้าย่นเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงใจที่สั่นไม่เป็นจังหวะของตัวเอง จริงอยู่ที่ตอนนี้เขากับซันซัสมาอยู่ร่วมห้องกันได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเวลามันเข้าใกล้หรือทำอะไรที่ดูพิเศษให้ก็ไม่เคยชินเสียที แม้ว่าเราทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลาก็ตาม ถ้าไม่นับตอนแยกกันไปทำภารกิจช่วงไม่กี่วันมานี้

เพราะการใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยเป็นมุมของซันซัสที่นานทีเขาจะเห็น...

"นี่บอส ตอนฉันกลายเป็นคนไร้สติไร้สมองนี่แกดูแลฉันยังไงบ้างวะ"

สควอโล่ถามถึงเหตุการณ์หลังจากที่ตัวเองได้รับผลกระทบเรื่องหัวใจ ด้วยอยากรู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไรให้ตัวเองบ้าง ตอนนี้เขาไม่มีความทรงจำในช่วงนั้นอยู่เลย จึงอดเห็นมุมของซันซัสเวลาที่ดูแลผู้ป่วยสักคน

ขณะที่ซันซัสกำลังเช็ดผมให้สควอโล่อยู่ก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เรื่องการดูแลเล็กน้อย เช่น การเช็ดตัวหรือป้อนข้าวป้อนน้ำอะไรพวกนี้ซันซัสไม่ต้องการเอ่ยถึงอีกต่อไปแม้จะอยากให้อีกฝ่ายจำได้ก็ตาม เพราะมาคิดดูอีกทีแล้ว มันค่อนข้างแปลกไม่น้อยที่คนใจร้อนอย่างเขาไปดูแลมันแบบนั้น

"ในเมื่อจำไม่ได้ก็ไม่ต้องรู้"

"ทำไมเล่า! ฉันอยากรู้มันผิดมากนักเรอะ! "

ซันซัสเมินคำพูดอีกฝ่ายและมุ่งหน้าเช็ดเส้นผมนุ่มลื่นต่อไป แต่ทว่า..ไม่นานเจ้าตัวก็ย้อนนึกไปถึงความทรงจำหนึ่งที่ตนทำให้อีกฝ่ายตอนนั้น ก่อนจะยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างมีเลศนัยบางอย่าง ซึ่งซันซัสเชื่อว่าการกระทำนี้สควอโล่ต้องคิดไม่ถึงอย่างแน่นอน!

"หึ งั้นถ้าแกอยากรู้นัก ฉันจะทำให้ดูเลยก็ได้"

"อะไรของแกวะ พูดกลับไปกลับมา” สควอโล่หัวเสียเล็กน้อย “งั้นก็รีบๆ เลยเพราะฉันอยากเห็น”

"เดี๋ยวก็รู้" ซันซัสเอ่ยเสียงเบาก่อนจะจัดให้ตามคำขอ

มือหนาเขวี้ยงผ้าเช็ดผมในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี สร้างความแปลกใจให้สควอโล่เป็นอย่างมาก ทว่าไม่นานความรู้สึกนั้นก็หายไป เมื่อมันกลับแทนที่ด้วยความตกใจแทน!

โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ไหล่บางก็พลันถูกมือหนากดให้นอนราบไปกับเตียง พร้อมกับร่างหนาที่ตามลงมาทาบทับ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนวงหน้าดุดันอีกครา เป็นผลให้สควอโล่เบิกตากว้างขึ้นทันที เมื่อภาพในหัวกับความเป็นจริงไม่ตรงกันสักนิด

"นี่แกดูแลฉันประสาอะไรวะ! "

"ก็มีฉันเคยทำแบบนี้ไง และแกก็ยอมให้ฉันทำด้วยไอ้สวะ! "

ซันซัสว่าพร้อมเลื่อนมือไปแกะปมเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำของอีกฝ่ายออก ทว่าเมื่อสควอโล่เห็นจึงรีบปัดมือนั้นออกไปทันทีแล้วผูกเชือกกลับที่เดิม

"แกทำไปรอบนึงแล้วยังไม่พออีกรึไงว้อยยยย"

"แกจำไม่ได้แล้วรึไง ว่าถ้าแกหายดีเมื่อไหร่จะต้องมาตอบแทนฉันบนเตียง จนกว่าฉันจะพอใจ! "

แล้วคนแบบมันจะพอใจเมื่อไหร่วะ!!

สควอโล่เกิดคำถามอันแสนน่าปวดหัวในใจ เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรจึงอ้างนู่นอ้างนี่ไปเรื่อย

"ฉะ...ฉันก็..ก็ตอบแทนเมื่อกี้ไปแล้วไงโว้ยยย!! "

"แค่นั้นไม่พอหรอก แกน่ะต้องชดใช้อีกยาว! "

สิ้นสุดประโยคนั้น ซันซัสก็โน้มลงไปจูบปิดปากอีกฝ่ายไม่ให้โต้เถียงอะไรอีก เรือนผมที่ยังไม่แห้งก็ไม่ให้ความสนใจอีกต่อไป สควอโล่ยกมือทุบไหล่อีกฝ่ายอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะยอมโอนอ่อน เมื่อกายเริ่มพ่ายให้กับสัมผัสของผู้ช่ำชอง ไม่นานเสื้อคลุมอาบน้ำของทั้งคู่ก็ถูกมือหนาเลื่อนมันออกไปกองไว้บนเตียง

"แกเป็นของฉัน..ไอ้ฉลามสวะ" เสียงทุ้มพร่ากระซิบที่ข้างใบหูบาง ส่งผลให้ฉลามหนุ่มเคลิบเคลิ้มยิ่งกว่าเดิม สุดท้ายทุกอย่างก็ถลำลึกไปไกล...

ท้ายที่สุดบทรักบนเตียงก็เริ่มขึ้นอีกครั้งโดยการชักนำของร่างสูง จากการเล้าโลมภายนอกสู่การทระแทกกายเข้าสู่ภายในจนผู้ที่อยู่ภายใต้หลุดเข้าสู่ห้วงอารมณ์อันยากที่จะหลีกหนี เสียงครางลั่นและเสียงครางต่ำผสมปนเปแปรเปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้เร่าร้อน เฉกเช่นมีเปลวเพลิงแห่งความปราถนาที่ออกจากกายของทั้งคู่

ดูเหมือนว่าบทรักนี้จะกินเวลายาวนานไปอีกหลายชั่วโมง โดยบอสแห่งวาเรียรอให้อีกฝ่ายหมดเรี่ยวแรงอย่างแท้จริง เสียงหอบหายใจดังสะท้านเมื่อบทรักรอบสุดท้ายเสร็จสิ้น จากนั้นซันซัสจึงยอมปล่อยให้สควอโล่ได้นอนสลบไสลไปในเวลาต่อมา...

 

 

กาลเวลาหมุนผ่านไปอีกสองสัปดาห์...

บัดนี้อิตาลีเข้าสู่ฤดูเหมันต์ในช่วงเดือนธันวาคม หิมะตกโปรยปรายปกคลุมพื้นที่ทุกหนแห่ง สิ่งก่อสร้างโดยรอบถูกครอบคลุมด้วยสีขาวโพลน ต้นไม้ใบหญ้าหลงเหลือสีเขียวให้เห็นเพียงน้อยนิด ลมหนาวพัดมาพาให้อากาศเยียบเย็นกว่าเดิม จนเมืองที่เคยมีชีวิตชีวาแทบร้างผู้คน เพราะคนส่วนใหญ่ล้วนหลบอยู่ในที่อาศัยเพื่อหลบหนีความหนาว

งานเลี้ยงเล็กๆ ถูกจัดขึ้นภายในปราสาทวาเรียยามค่ำคืนโดยคำชักชวนของรุ่นที่เก้า โดยจัดเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเรื่องเลวร้ายที่ผ่านพ้นไป แม้เจ้าตัวจะยังเสียใจกับการจากไปของชายคนนั้น แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่อีกฝ่ายได้ทำลงไปก็อาจสมควรแล้วที่โดนเช่นนี้ รุ่นที่เก้าจึงพยายามปล่อยวางอดีตลง และบังคับตนให้หันมาสนใจเพียงปัจจุบัน

ยามนี้ไฟจากเตาผิงริมห้องห้องอาหารได้ถูกก่อขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่น โต๊ะขนาดกว้างถูกวางอยู่กึ่งกลางพร้อมกับเก้าอี้จำนวนมากมายที่รายล้อม ลุซซูเรียจัดเตรียมอาหารคาวหวานหลากหลายชาติพันธุ์อยู่ในครัว เบลเล่นปามีดอยู่ตรงกรอบรูปบานโปรดบริเวณห้องนั่งเล่น มาม่อนเริ่มตัวโตขึ้นเล็กน้อยหลังคลายคำสาปจุกนมได้ เจ้าตัวกำลังนั่งคำนวณเงินที่ใช้ไปกับงานเลี้ยงอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลจากเบลนัก

บนโต๊ะอาหารเริ่มมีของกินมาเสิร์ฟเมื่อลุซซูเรียจัดทำเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ผู้ที่นั่งหัวโต๊ะฝั่งหนึ่งคือรุ่นที่เก้า ขณะที่หัวโต๊ะอีกฝั่งคือซันซัส เยื้องไปด้านซ้ายของซันซัสคือสควอโล่ที่นั่งที่ประจำตนเช่นกัน เพียงแต่ในช่วงหลังมานี้พบว่าระยะห่างของเก้าอี้คนทั้งสองไม่ได้เหมือนเช่นที่เคยเป็นปกติ ยามนี้ทั้งคู่นั่งใกล้ชิดกันกว่าเดิม โดยสควอโล่นั่งเยื้องจากซันซัสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จนผู้มองต่างหมั่นไส้ในรังสีความรักที่แผ่ออกมาตลอดยามที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะแห่งนี้...

คราแรกซันซัสจะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่ของตนด้วยซ้ำ แต่ทว่าเพราะคำขอร้องอ้อนวอนจากบิดาบุญธรรมที่อยากเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับวาเรียสักครา สุดท้ายซันซัสรำคาญจึงยินยอมไปอย่างไม่เต็มใจนัก แท้จริงแล้วนับว่าซันซัสอารมณ์ร้อนน้อยลงกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนพอสมควร

ส่วนหนึ่งเพราะมีคนข้างกายแล้วหรือไม่ก็ไม่ทราบได้...

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม...มันก็ยังจัดว่าอารมณ์ร้อนอยู่ดี

"เร็ว" เสียงทุ้มเอ่ยเร่งให้ผู้ที่นั่งเยื้องกันรีบทำในสิ่งที่ตนต้องการ คือการหั่นสเต็กในจานตนออกเป็นชิ้นพอดีคำ เพราะนอกจากซันซัสจะขี้เกียจทำเองแล้ว ยังต้องการหาเรื่องให้สควอโล่ทำอีกด้วย

"เออ! รู้แล้วโว้ยยยย" ผู้พูดตอบพลางใช้มีดหั่นสเต็กเนื้อชั้นดีอย่างว่องไว โดยตัดสินใจหั่นให้มันเป็นชิ้นบางทั้งหมดทีเดียว จะได้ไม่ต้องมาวนทำอยู่หลายรอบ เมื่อเสร็จแล้วจึงรีบส่งจานกลับให้อีกฝ่ายได้รับประทานอย่างสมใจ

"ดูว่าที่ลูกสะใภ้เอาไว้นะฮ้าา" ลุซซูเรียหันไปบอกรุ่นที่เก้าที่นั่งเยื้องอยู่ทางซ้ายตน ซึ่งมันเรียกสายตามองขวางอย่างไม่พอใจจากเพื่อนฉลามทันที

"ชิชิชิ สควอโล่ดูแลบอสดีจังเลยน้า แบบนี้บอสรักตายเลย" เบลเอ่ยแซวต่ออย่างขำขัน เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากหลายคนที่อยู่รอบโต๊ะ

แต่ทว่า...ผิดกับผู้ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างยิ่ง!

"พูดมากน่าไอ้เวร!! "

เคร้งงงง!!

สควอโล่โยนมีดหั่นสเต็กของตนไปกระทบจานของเบลทันที ส่วนหนึ่งเพราะกำลังปกปิดความอายจึงต้องปาข้าวของกลบเกลื่อน เบลเหมือนรู้ทันจึงยกยิ้มแบบมีนัยบางอย่าง ลุซซูเรียและคนอื่นบนโต๊ะเองก็เช่นกัน สควอโล่เห็นสายตาของทุกคนจ้องมาแบบนั้นจึงทนไม่ไหว มือเรียวกำแน่นพร้อมสำหรับการระบายอารมณ์ในไม่ช้า

ปัง!!

"ฉันไม่อยู่แล้วว้อยยยย ไอ้พวกน่ารำคาญ! " เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนด่า สควอโล่รีบเลื่อนเก้าอี้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดผมสะบัดออกไปจากห้องอาหารทันที โดยไม่หันหลังกลับไปมองสายตาที่จ้องไล่ตามมาอีกให้หงุดหงิด

ทุกคนเห็นก็ดูมีความสุขกับการได้กลั่นแกล้งฉลามคลั่งให้หัวเสียได้ บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีมาสักพักใหญ่แล้ว เมื่อก่อนหน้ามีแต่เรื่องเลวร้ายเข้ามาไม่หยุดหย่อน ยามที่ทุกอย่างกลับมาลงตัวเช่นนี้ ทุกคนก็อดจะเฮฮาเป็นบ้าเป็นบอเพราะความดีใจไม่ได้

"หึ" เสียงแค่นหัวเราะหลุดรอดมาจากปากชายหนุ่มที่นั่งหัวโต๊ะ มุมปากได้รูปเหยียดยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ ไม่นานร่างสูงก็เลื่อนเก้าอี้ออก แล้วลุกขึ้นเดินตามคนของตนเองออกไป

ยามนี้บนโต๊ะจึงเหลือเพียงลูกน้องวาเรียและรุ่นที่เก้า ระยะแรกทั้งหมดก็นั่งพูดคุยกันปกติอยู่พักหนึ่ง ทว่าไม่นานก็เกิดสงครามบนโต๊ะอาหารขึ้น ลูกน้องวาเรียไม่เกรงใจรุ่นที่เก้าอีกต่อไป จานของคาวหวานถูกปาใส่กันไปมาส่งเสียงแตกเป็นพัลวัน และผู้ที่รับกรรมจากศึกครั้งนี้มากที่สุดจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเลวี่ ผู้ที่โดนจานเขกศีรษะไปสิบกว่าทีได้จนไม่รู้ว่าสมองเสื่อมไปแล้วหรือยัง...

ต่างกับทางด้านของสควอโล่ที่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นปกติสุขดี

ฉลามหนุ่มเปิดประตูเล็กของปราสาทเดินออกมายังระเบียงด้านนอก ทิวทัศน์ยามที่มีหิมะตกอาจเห็นสีขาวโพลนเป็นส่วนใหญ่ แต่ละอองหิมะที่ตกลงมาจากฟากฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวก็น่ามองไม่น้อย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาปลีกตัวออกมายืนมองมันเพียงลำพัง

เพราะอากาศหนาว สควอโล่จึงใส่เสื้อโค้ทสีดำตัวหนาทับเสื้อไหมพรมสีขาวตัวในเอาไว้ พร้อมกางเกงสีดำยาวเช่นปกติ ทว่าแม้จะแต่งตัวมิดชิดแค่ไหน แต่ผิวหนังส่วนที่พ้นจากเนื้อผ้าก็รู้สึกถึงความเย็นเยียบอยู่ไม่น้อย สควอโล่จึงล้วงมือเข้าไปซุกในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อคลายความเย็น ยามที่พ่นลมหายใจออกมาทางปากนั้น ไอควันก็ตามออกมาเล็กน้อย บ่งบอกได้ดีว่าอากาศภายนอกเป็นอย่างไร

"มายืนข้างนอกทำไม ไม่หนาวรึไงไอ้สวะ"

เสียงทุ้มต่ำของเจ้านายดังขึ้นพร้อมกับวัตถุน้ำหนักเบาบางอย่างที่ถูกโยนลงมาใส่หัว สควอโล่แหกปากร้องอย่างไม่พอใจ เพราะผู้ส่งไม่ยอมยื่นให้แบบคนปกติทำ แต่ทว่า..เมื่อหยิบของสิ่งนั้นลงมาดูก็อดจะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อของที่ถืออยู่คือผ้าพันคอที่ถูกขยำจนเป็นก้อน สควอโล่รีบคลี่มันออกมาพันรอบคอตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย คาดว่าก่อนซันซัสเดินตามเขาออกมาน่าจะไปหยิบมันมาให้

"หนาวอะไรกัน แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละวะ! "

"อย่ามาโกหก"

สควอโล่ชะงักไปทันทีที่โดนมองออกก่อนจะทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ สาเหตุที่ซันซัสรู้ก็เพราะสังเกตจากสีปากที่ซีดลงของอีกฝ่าย ทั้งยังมือที่สั่นเล็กน้อยขณะพันผ้าพันคอให้ตัวเองด้วย

"ส่งมือแกมานี่" ร่างสูงเอ่ยพร้อมยื่นมือของตนรอรับ

"อะไรวะ ทำไมฉันต้องส่งมือไปให้แกด้วยเล่า" แต่ทว่าฉลามหนุ่มไม่ยอมทำตามคำขอ เหตุเพราะไม่อยากนำมือออกมาเพื่อเผชิญความเย็นเยียบที่สัมผัสอยู่

"พูดมากน่ารำคาญจริงๆ ไอ้สวะ"

"เฮ้ยยย!! " สควอโล่ร้องอย่างตกใจเมื่ออีกฝ่ายดึงมือตัวเองออกไปจากเสื้อโค้ท "มือฉันมันเย็นนะว้อยยย แกจะเอามันไปจับทำไมไม่ทราบวะไอ้คุณบอส!! "

"หึ เย็นงั้นเหรอ มือซ้ายแกมีด้วยรึไงไอ้ฉลามหน้าโง่! "

"เออว่ะ ก็ฉันลืมนี่!! " ส่วนหนึ่งเพราะมือข้างขวากำลังรู้สึกเย็นจัด เลยพลันหลงคิดว่ามือข้างซ้ายจะเย็นด้วย จนลืมไปเสียว่ามือข้างนั้นของตัวเองคือมือกล "แล้วแกจะเอามือซ้ายฉันไปทำไมล่ะวะ"

ถามออกไปด้วยความสงสัย ทว่าไม่นานความจริงก็กระจ่าง เมื่อซันซัสนำมือที่ว่างอีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่สวมใส่ ก่อนจะหยิบกล่องสีแดงกำมะหยี่ขนาดเล็กขึ้นมา ซันซัสมีความสามารถในการดันมันให้เปิดออกด้วยมือเดียว ก่อนจะหยิบวัตถุที่อยู่ภายในขึ้นมาชูต่อหน้าสควอโล่ แล้วปล่อยกล่องของมันให้หล่นพื้นไปโดยไม่สนใจ

ทว่าเสียงกล่องที่ตกพื้นก็ไม่สามารถละความสนใจของสควอโล่ไปได้ เมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายชูขึ้นมาพาให้ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ มันคือแหวนเพชรสีเงินวงหนึ่งที่ฝังเพชรเม็ดเล็กเอาไว้ ซึ่งเพชรนั้นไม่ได้เด่นเกินไปจึงเหมาะให้ผู้ชายสวมใส่ด้วยได้ เและหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าใต้แหวนได้สลักตัวอักษร XS เอาไว้ด้วย หากใส่แล้วหงายมือขึ้นมามองก็ต้องเห็นอย่างแน่นอน

"ยังไม่ได้จะขอแต่งงาน ไม่ต้องมาทำหน้าตื่นเต้น" ซันซัสยิ้มเล็กน้อยพลางสวมแหวนเข้าไปที่นิ้วนางบนมือกล ซึ่งเป็นมือข้างซ้ายของอีกฝ่าย

"เออ! ใครมันจะอยากแต่งงานกับแกกันวะ! " บ่นเสียงดังแต่วงหน้างามกลับเริ่มขึ้นสีเรื่อ "แล้วนี่แกจะเอาแหวนมาสวมที่นิ้วฉันทำไมถะ..ถ้าไม่ได้ขอ..ขอ..นั่นแหละ! "

เพราะไม่กล้าพูดคำนั้นออกมาตามตรงจึงละไว้ในฐานที่เข้าใจ สควอโล่เริ่มหน้าแดงมากขึ้น เรียกเสียงแค่นหัวเราะอย่างขำขันออกมาจากปากของร่างสูง เมื่อสวมแหวนที่นิ้วนางเรียบร้อยแล้ว บอสแห่งวาเรียก็ปล่อยมือนั้นลง ก่อนจะรวบเอวบางเข้ามาในอ้อมแขน ด้วยความที่ส่วนสูงห่างกันไม่มาก สควอโล่เงยหน้าเพียงเล็กน้อย ใบหน้าก็แทบจะแนบชิดกับใบหน้าของซันซัสอยู่แล้ว

"ก็ฉันจะจองไว้ก่อน มีปัญหารึไงไอ้ฉลามสวะ"

"จะ..จองเรอะ" เสียงพูดติดขัดมากขึ้น เมื่อใบหน้าที่ห่างกันจนรู้สึกถึงลมหายใจ ไม่นานริมฝีปากก็พลันคนตรงหน้าครอบครองโดยไม่ทันตั้งตัว สควอโล่ค่อยๆ หลับตาลงก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาะไหล่หนาตามสัญชาตญาณ ไม่สนใจเรื่องความหนาวเย็นบนมืออีกต่อไป เพราะความสนใจตอนนี้อยู่แค่เพียงริมฝีปากที่ประกบแนบชิด และลิ้นที่คลอเคลียเกี่ยวพันกันไปมาจนลมหายใจขาดห้วงเท่านั้น

มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสีเงินกดศีรษะอีกฝ่ายให้รับสัมผัสแนบแน่นขึ้น ทั้งสองตกอยู่ในห้วงของอารมณ์วาบหวามอยู่หลายนาที พอสควอโล่เริ่มระทวย ซันซัสจึงเป็นฝ่ายผละออกมาก่อน

"สควอโล่..."

ร่างสูงโน้มใบหน้าไปกระซิบที่ริมใบหูของอีกฝ่ายเสียงแผ่ว ลมหายใจที่เป่ารดใบหูพาให้ผู้ที่ยืนฟังรู้สึกขนลุกเล็กน้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวจัดทำให้มีไอเย็นออกมายามที่ส่งเสียงพูด ซันซัสยืนเงียบไปชั่วครู่หนึ่งขณะที่มือโอบเอวบางให้เบียดชิดกับตัวมากขึ้น ก่อนจะบอกสิ่งที่ตนไม่เคยบอกให้อีกฝ่ายได้ยินเลยสักครั้ง

 

"ฉันรักแก"

 

คำกระซิบบอกรักท่ามกลางหิมะตกในช่วงเหมันตฤดู ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บจนรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แต่ช่างผิดกับหัวใจที่รู้สึกถึงความอบอุ่นเพียงอย่างเดียว...

"ขอบคุณนะ..บอส"

คำขอบคุณที่เอ่ยออกไปเพราะไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่อีกฝ่ายยอมให้ความสัมพันธ์ของเราดำเนินมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าเป็นคนรัก ใครจะไปคิดว่าการหมางเมินในอดีตจะผันเปลี่ยนมาสู่ความโหยหาในปัจจุบัน ถ้อยคำหวานที่คิดว่าทั้งชีวิตนี้ตนไม่มีทางได้รับ สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็ยอมเอ่ยมันออกมาอย่างเต็มใจ

สควอโล่ยิ้มและหัวเราะออกมาเล็กน้อยหลังจากนั้น ความรู้สึกตอนนี้มันตื้นตันจนไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาอีก เขานำแขนไปโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นและพินิจดูแหวนที่สวมอยู่บนมืออย่างสนใจ ซันซัสเองก็โอบกอดตอบแนบแน่นเช่นกัน พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาคล้ายกำลังพอใจกับสิ่งที่กำลังเป็น

ยามนี้ไม่มีอีกแล้วการปิดกั้นหัวใจ ไม่มีอีกแล้วการปิดกั้นความรู้สึก

"บอกให้ฉันฟังอีกทีสิไอ้สวะ...แกรู้สึกยังไงกับฉัน"

ฉลามหนุ่มชะงักไปทันทีขณะดูแหวนอยู่ แม้จะอยากโวยวายอยู่บ้างที่ตนโดนบังคับให้บอกความรู้สึกอีกทั้งที่เคยบอกไปแล้ว แต่อย่างไรเสียซันซัสก็อุตส่าห์กล้าพูดมันออกมา เช่นนั้นแล้วเขาจะมาลังเลอะไรอยู่อีก

คิดได้ดังนั้นสควอโล่จึงเขยิบใบหน้าไปชิดริมใบหูอีกฝ่าย กระทำเลียนแบบสิ่งที่ตนได้รับมา ก่อนจะค่อยๆ ขยับริมฝีปากกระซิบความรู้สึกของตัวเองออกไป...

 

"ฉันก็ต้องรักแกอยู่แล้ว"

 

 

The End

 

 

****************

 

และแล้วฟิคเรื่องนี้ก็จบลงแล้วค่า ขอบคุณผู้ติดตามอ่านทุกคน ขอบคุณทุกยอดกำลังใจ และทุกคอมเม้นค่า อ่านเม้นแล้วมีความสุขตลอดเลยค่ะ ดีใจมากที่มีคนตามอ่านมาจนกระทั่งถึงตอนจบนี้

ฟิคนี้เป็นฟิคยาวที่ไรท์แต่งเป็นครั้งที่สองของชีวิต ภาษาก็อาจจะยังไม่ดีมากเท่าไหร่แต่จะพยายามปรับปรุงไปเรื่อยๆอีกนะคะ เรื่องคาร์ตัวละครอาจไม่ได้คีพมากเท่าที่ควร มีการเปลี่ยนแปลงคาร์ไปบ้างเพื่ออรรถรสค่ะงืออ หากมีตรงไหนผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่า

เพิ่มเติมเรื่องพี่ชายของตัวร้ายที่ชื่ออ๊อตโตเบีย เขามีตัวตนอยู่จริงในรีบอร์นนะคะ แต่ว่าอยู่ในนิยาย secret bullet เล่ม 2 เนื้อเรื่องเราเอามาปรุงแต่งอีกที ไม่ได้เหมือนในนั้นค่ะ แค่มีบางส่วนที่คล้ายคลึง เช่น เคยทรยศป๋าและเคยเป็นมือขวาของป๋ามาก่อนสควอโล่ค่า ส่วนซามูเอลเป็นตัวละคร oc ค่ะ ไม่เกี่ยวกับรีบอร์นใดๆ

สุดท้ายนี้อยากบอกว่ารักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ❤️ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #41 namzbongz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 10:51
    ฉันรักแก!! กรี๊ดมันตราตรึงอยู่ในหัวใจมันเป็นเขิลๆไปหมด;_;บิดเป็นพยาธิแล้วป๋า!น้อนฉลามมีความสุขจริงไปสักทีลุ้นแทบตาย
    #41
    0
  2. #40 คนสวยขา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 10:00
    อบอุ่นหัวใจ เฮฮาปาร์ตี้สุด คุนป๋าอบอุ่นยิ่งกว่าไมโครเวฟอีก !
    #40
    0