[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 2 : Chapter 1 ชีวิตที่ถูกยื้อไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 พ.ย. 63

'ศึกแห่งอัลโกบาเลโน่' หรือ 'ศึกสายรุ้ง' เป็นศึกการต่อสู้เพื่อปลดคำสาปให้กับผู้ครองจุกนมแห่งอัลโกบาเลโน่ทั้งเจ็ดคน การต่อสู้ได้แบ่งเป็นออกเป็นเจ็ดทีม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีทีมของเหล่าวาเรียร่วมต่อสู้ด้วย โดยวาเรียได้เป็นตัวแทนให้กับทีมอัลโกบาเลโน่สายหมอก ซึ่งนั่นก็คือมาม่อนผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกของวาเรีย หากว่าวาเรียเป็นฝ่ายชนะในศึกครั้งนี้ มาม่อนก็จะได้คืนร่างจากการเป็นทารกตามที่ได้ตกลงเอาไว้

ทว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไป การต่อสู้ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก เมื่อพวกวินดีเช่ปรากฏตัวขึ้นและขอเข้าร่วมการต่อสู้นี้ด้วยโดยเป็นตัวแทนของผู้ครองจุกนมสีใส กลุ่มของวินดีเช่มีพลังในการต่อสู้สูงมาก ทั้งยังไม่สนเรื่องความเป็นความตายของใคร เช่นนั้นทีมอัลโกบาเลโน่ที่เหลือจึงร่วมด้วยช่วยกันกำจัดกลุ่มคนอันตรายนี้ทั้งหมด

แต่...กว่าการต่อสู้ทุกอย่างจะสำเร็จลงได้ด้วยฝีมือของซาวาดะ สึนะโยชิ ผู้ที่เข้าร่วมต่อสู้ก็ล้วนได้รับบาดเจ็บกันไปมากมายหลายคน หนึ่งในนั้นคือฉลามแห่งวาเรียที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบถึงชีวิต อวัยวะสำคัญอย่างหัวใจถูกทำลาย โชคดีที่มาม่อนสามารถสร้างภาพลวงตาทดแทนช่วยไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นหากหัวใจหยุดเต้นไปนานก็คงแย่

หลังจากนั้นสมาชิกวาเรียที่เหลือก็ช่วยกันหามร่างฉลามหนุ่มมารักษาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว โดยเลือกสถานที่ที่ใกล้เคียงมากที่สุดในญี่ปุ่น ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างจึงผ่านไปได้ด้วยดี...

"อึก..."

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดยามขยับกายดังขึ้น พร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ เนื่องจากบาดแผลที่ถูกแทงบริเวณหน้าอกยังไม่หายดี จึงทำให้สควอโล่รีบลุกขึ้นอย่างที่ต้องการไม่ได้ เช่นนั้นเขาจึงค่อยๆสอดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะพบว่าสถานที่ที่ตัวเองอยู่คือโรงพยาบาล น่าแปลกที่ไม่ใช่หนทางไปสู่โลกหน้าอย่างที่คิดเมื่อตอนตื่นมา

เพราะเขาควรเสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์ก่อนหน้า...แต่เหตุใดถึงยังฟื้นขึ้นมาได้อีก

สควอโล่เกิดคำถามในใจ ความรู้สึกของเขายามนี้คล้ายกับคราที่ถูกฉลามทำร้าย เหตุการณ์นั้นเกิดในศึกชิงแหวน มันรู้สึกเหมือนกันตรงที่ว่าเขาเกิดความสงสัย อยากรู้ว่าทั้งสองครานี้เขามีชีวิตรอดมาได้อย่างไรทั้งที่ไม่ควรเป็นไปได้ แต่ในครั้งนี้มันสร้างความแปลกใจให้เขามากกว่าครั้งนั้นหน่อย เพราะตำแหน่งที่ถูกแทงไม่น่าจะทำให้เขามีชีวิตรอดต่อได้เลย...ก็ตำแหน่งหัวใจมันจะมีคนรอดได้หรือ

สควอโล่ไม่คิดว่าตัวเองจะดวงแข็งขนาดนั้น นอกจากมีคนมาทำอะไรบางอย่างกับร่างกายของตน

และดูเหมือนว่าฉลามหนุ่มจะได้คลายข้อสงสัยในไม่ช้า เมื่อผู้ที่กำลังเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามา คือพวกวาเรียที่เดินแห่เข้ามามุงเตียงผู้ป่วยทันทีที่เห็นว่าตนฟื้น...

"ต๊ายยย สควอโล่ ฟื้นขึ้นมาเร็วกว่าที่คิดไว้อีกนะยะ" เสียงแหลมของลุซซูเรียดังขึ้นทักทายผู้บาดเจ็บเป็นคนแรก

"ตอนบาดเจ็บนี่แกสภาพดูไม่ได้เลยนะชิชิชิ เลือดโชกเต็มตัวจนเจ้าชายร้องอี๋เลยล่ะ"

เบลกล่าวต่อแต่ยังไม่จบแค่นั้น เพราะเจ้าชายหนุ่มยังคงบรรยายสภาพเพื่อนนอนจมกองเลือดต่อไปเรื่อยๆ จนสควอโล่ต้องบอกให้หยุดก่อน เพราะเรื่องน่าขยะแขยงแบบนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากฟังเลยแม้แต่นิด

"พอได้แล้วไอ้เจ้าชายเวร! ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้นโว้ยยย" สควอโล่พยายามฝืนตะโกน แม้จะยังเจ็บหน้าอกอยู่บ้างก็ตาม "ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่าฉันรอดมาได้ยังไงมากกว่า ไม่ใช่มาพูดเรื่องไร้สาระ!"

"เรื่องนั้นฉันเป็นคนจัดการเองล่ะ" มาม่อนเริ่มเปิดปากพูดขึ้นบ้างหลังจากที่ฟังเบลพูดไร้สาระอยู่นาน

"แกอย่างนั้นเหรอวะ...มาม่อน"

สควอโล่เริ่มรู้สึกเอะใจขึ้นมาเมื่อรู้ว่ามาม่อนเป็นคนช่วยเหลือ พลังของสายหมอกคือการใช้ภาพมายา ภาพมายาใช้แทนที่ของจริงได้ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าหัวใจของเขาในตอนนี้ก็เป็น...

"ฉันสร้างหัวใจที่เป็นภาพลวงตาให้กับแก"

คำตอบนั้นทำให้สควอโล่ตกใจทว่าก็เพียงเล็กน้อยเพราะได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว หากเป็นมาม่อนที่ช่วยเหลือก็ไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับภาพลวงตา เช่นนี้ถือว่าเขาเป็นคนดวงแข็งพอตัว ถึงเวลาที่จะต้องตายแล้วแต่กลับโดนรั้งให้มีชีวิตอยู่เสียได้

หากได้รับโอกาสให้มีชีวิตอยู่เช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเขาก็ขอติดตามหมอนั่นต่อไปเช่นเดิม

ตราบสิ้นลมหายใจ...

ผู้ที่อยู่ในห้วงความคิดของสควอโล่บัดนี้คือซันซัส ชายที่เจ้าตัวสาบานว่าจะเฝ้าติดตามตลอดไป หากความตายยังไม่พรากเราทั้งคู่ให้แยกจากกัน เช่นนั้นสายฝนผู้ภักดีคนนี้ก็จะอยู่เคียงข้างผืนนภาแห่งรัตติกาลเช่นเดิม

ทว่า...เมื่อคิดถึงเจ้านายก็เหมือนจะทำให้สควอโล่นึกบางอย่างได้ ซันซัสเองก็บาดเจ็บจากศึกที่ผ่านมาเหมือนกัน เขามัวแต่คิดเรื่องของตนเองจนลืมไปเสียสนิท ไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาตื่นมาแล้วซันซัสปลอดภัยดีหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงควรถามจากไอ้พวกบ้านี่ก่อน

"ไอ้พวกเวร ตอนนี้บอสอยู่ที่ไหน อาการเป็นยังไงบ้าง"

"บอสนอนอยู่ห้องตรงข้ามสควอโล่แค่นี้เอง" เบลบอกพร้อมชี้นิ้วไปยังทิศทางห้องผู้ป่วยของซันซัส

"แกไม่ต้องเป็นห่วงบอสหรอกย่ะ ทางนั้นอาการดูเป็นปกติกว่าแกเยอะน้าา" ลุซซูเรียกล่าวต่อให้เพื่อนทำใจให้สบาย

ทว่าถึงจะได้ยินแบบนั้น สควอโล่กลับไม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่นัก ท่าทีกระวนกระวายนั้นฉายชัดจนผู้มองสังเกตได้ คล้ายว่าถ้าสควอโล่ไม่เห็นอาการของบอสเองกับตาก็คงทำใจให้สบายไม่ได้

ไม่ปล่อยให้ตัวเองฟุ่งซ่านนาน สควอโล่พยายามยันกายขึ้นนั่งในที่สุด แม้จะยังเจ็บแผลอยู่ก็ตาม มือเรียวกระชากเข็มที่เชื่อมกับสายน้ำเกลือบนมือตัวเอง จากนั้นก็ปามันลงพื้นอย่างไม่สนใจใยดี เลือดที่ไหลบริเวณหลังมือข้างนั้นไม่ได้ทำให้ฉลามหนุ่มสนใจหรือรู้สึกเจ็บแต่อย่างใด เพราะความเป็นห่วงเจ้านายทำให้ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของซันซัส ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ดูเหมือนสควอโล่จะสามารถเอาชนะขีดจำกัดนั้นได้เสมอ...

พวกวาเรียที่เหลือต่างมองเพื่อนที่กำลังเดินออกไปพร้อมพากันส่ายหน้าอย่างระอา ขนาดตัวเองบาดเจ็บเกือบตายก็ยังไม่วายไปนึกถึงใครอีกคน ทั้งๆที่ลุซซูเรียยืนยันแล้วว่าซันซัสปลอดภัย แต่ถึงกระนั้นสควอโล่ก็ยังยึดมั่นที่จะเดินไปดูด้วยตาตัวเอง

จนบางทีพวกวาเรียก็อดเห็นใจไม่ได้ เมื่อเห็นสควอโล่ทุ่มเทมากอยู่ฝ่ายเดียวมาโดยตลอด...

แม้ใครคนนั้นจะแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นลูกน้องผู้ภักดีเกือบจบชีวิตลงกับตา แต่ทว่าพอทราบว่ามาม่อนสร้างหัวใจเทียมให้แล้วกลับไม่เดินมาดูดำดูดี หรือแม้แต่ถามไถ่อาการสักนิดก็ยังไม่มี 

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็แปลว่าซันซัสอาจไม่ได้ห่วงใยสควอโล่ขนาดนั้นหรือเปล่า เพราะหากเทียบกับความห่วงใยที่สควอโล่มีให้ซันซัสแล้ว มันช่างต่างกันนัก...

 

 

*****************

สควอโล่เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของซันซัสในที่สุด เขาไม่ลังเลที่จะเปิดเข้าไปโดยไม่ต้องเคาะดังเช่นที่ทำปกติ เมื่อเข้าไปเห็นว่ามันสบายดีก็โล่งใจกว่าเมื่อก่อนหน้ามาก สภาพของหมอนั่นเรียกได้ว่าไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่ลุซซูเรียพูด ทั้งยังดูสบายเกินผู้ป่วยเสียด้วย...

"เฮ้ยไอ้คุณบอส ยังไม่ตายนี่หว่า"

สิ่งแรกที่สควอโล่ทักทายเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังดูเป็นปกติสุขดี อีกทั้งยังนอนดื่มเตกีล่าสุดโปรดปรานอย่างสบายใจจนแลดูน่าหมั่นไส้ คล้ายกับว่าไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน

เมื่อซันซัสเห็นลูกน้องปากดีของตัวเองเดินเข้ามาก็เหล่ตาไปมองเพียงชั่วครู่ ทว่าจากนั้นก็เสตามองไปทางอื่นดังเดิม ทำอย่างกับว่าไม่ได้สนใจผู้มาใหม่เลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมคุยตอบอีกฝ่าย

"บอกตัวเองเหอะ ไอ้สวะ"

"เสียใจด้วยว่ะที่ฉันยังไม่ตายง่ายๆ"

ฉลามหนุ่มพูดอย่างขำขันก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้านายของตัวเองที่ข้างเตียง ทว่ายังไม่ทันเดินไปถึงก็มีวัตถุบางอย่างลอยมาหาศีรษะ...ซึ่งมันก็คือแก้วที่บรรจุเครื่องดื่มในมือของร่างสูง

เพล้ง!!!

"โว้ยยย เพิ่งเจอกันก็ปามาเลยนะไอ้บอสเวร!!"

สควอโล่ตะโกนลั่นห้องด้วยความไม่พอใจ แม้ไอ้แก้วบ้านี่จะไม่ทำให้เขาได้บาดแผล แต่ทุกครั้งที่แก้วนี้ถูกปามาก็สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย เมื่อไหร่มันจะเลิกปาของใส่เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน มันจะมีวันนั้นหรือเปล่าก็น่าสงสัย

"บทลงโทษของแก"

"บทลงโทษบ้าอะไรของแกวะ"

สควอโล่ถามด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้เขาไปทำความผิดอะไรตอนไหนไม่ทราบ เพิ่งจะเดินเข้ามาได้ไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ แก้วในมือมันก็ลอยมาใส่หัวแล้ว!

"ที่แกฝีมืออ่อนแอจนเกือบโดนศัตรูฆ่ายังไงล่ะ"

"แกว่าไงนะ!!"

เหตุผลที่ได้รับจากซันซัสทำให้สควอโล่โมโหจนควันแทบออกหู แทบอยากเดินไปถีบบอสของตนให้ตกเตียง ที่เขาโดนมีสภาพแบบนี้ก็เพราะปกป้องมันทั้งนั้น ยังจะมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกหรือไงกัน!

"มาเทเตกีล่าให้ฉันใหม่ด้วย" เสียงทุ้มเอ่ยสั่งคนที่กำลังยืนเอามือลูบศีรษะตัวเองไปมา เป็นผลให้ผู้ถูกใช้มองตอบกลับมาอย่างหัวเสีย

"อะไรวะ มาถึงก็ปาแก้วใส่ฉัน แล้วยังมาใช้งานกันอีกนะว้อยยย"

แต่ถึงจะบ่นไปอย่างนั้น สควอโล่ก็ยอมเดินมาทำให้ทันทีดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ราวกับเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว เรื่องขอให้ได้บ่นก่อนแล้วค่อยทำ

ในที่สุดสควอโล่ก็เดินมาหาเจ้านายที่ข้างเตียงได้อย่างไร้อุปสรรค มือเรียวเอื้อมไปหยิบแก้วใบใหม่ ก่อนจะเทเครื่องดื่มสุดโปรดของอีกฝ่ายตามคำสั่ง

แต่ระหว่างที่กำลังเทเตกีล่าอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามที ต่อจากนั้นก็มีคนค่อยๆแง้มประตูเดินเข้ามา สควอโล่หันหน้าไปมองผู้มาใหม่อย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าเป็นใครที่เข้ามาก็ถลึงตาด้วยความไม่พอใจ จนถึงกับต้องกระแทกขวดเตกีล่ากับโต๊ะ!

ปึก!!

"ไอ้ซาวาดะ แกมาทำอะไรที่ห้องบอสวะ!!"

สควอโล่ตะโกนถามอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือ 'ซาวาดะ สีนะโยชิ' ซึ่งเป็นผู้ที่ซันซัสเกลียดมาตลอดเลยก็ว่าได้ การพ่ายแพ้อีกฝ่ายในศึกชิงแหวนทำให้ซันซัสไม่อาจเป็นรุ่นที่สิบตามต้องการ เรื่องนั้นยังฝังอยู่ในใจซันซัสมาถึงปัจจุบัน 

เขาเลยคิดไงว่ามันมาหาบอสแบบนี้ไม่กลัวตายหรือไงกัน...!!

"เอ่อ...คือผมจะมาขอบคุณ เรื่องที่พวกคุณมาช่วยสู้ในศึกครั้งนี้น่ะครับ" สึนะเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าประตู

"แค่นี้ใช่ไหม งั้นก็ออกไปได้แล้วโว้ยยย!!"

เสียงตะโกนดังลั่นเป็นปกติของสควอโล่ แต่มันทำให้สึนะตกใจเล็กน้อย ด้วยความที่ไม่เคยชินกับความดังของมันเสียที แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าแปลกที่สึนะไม่ยอมขยับกายไปไหน ยังคงยืนกรานที่จะยืนอยู่ตรงนั้นเช่นเดิม

"ทำไมแกยังไม่ไปอีกวะเนี่ย!!" สควอโล่เริ่มหงุดหงิดเมื่ออีกฝ่ายยังมัวแต่ยืนนิ่งทำหน้าซื่อ เขากลัวว่าถ้าบอสเห็นหน้ามันนานเข้าแล้วจะลุกขึ้นมาอาละวาดเอาเสียก่อน

"คือ...ผมขอดูแลซันซัสให้หายดีเป็นการตอบแทนได้ไหมครับ"

!!!!

คำขอร้องนี้ทำให้ฉลามหนุ่มตกใจมากเอาการ มีอย่างที่ไหนมาขอดูแลคนที่ไม่ชอบขี้หน้าตัวเอง ยิ่งเห็นใบหน้าของสึนะเริ่มขึ้นสีแดงก็ยิ่งมีความรู้สึกแปลกใจเพิ่มขึ้นมาด้วย ทำไมอีกฝ่ายทำหน้าราวกับคนเขินอาย คิ้วเรียวของสควอโล่ขมวดยุ่ง ก่อนจะเอ่ยปากไล่เด็กคนนี้ออกไปอีกครั้ง

"บอสฉันไม่ต้องการให้แกดูแลหรอกโว้ย ไสหัวปะ…"

"แกมาดูแลฉันก็ดี"

สควอโล่หน้าเสียทันที เมื่อซันซัสตอบขึ้นมาก่อนที่ตนจะขับไล่สึนะออกไป เขาชะงักจนขยับกายไม่ออก คำถามเริ่มผุดขึ้นมาภายในใจว่าทำไมซันซัสถึงยอมให้สึนะมาดูแลทั้งที่เคยเกลียดขนาดนั้น...

หรือว่าตอนนี้ซันซัสจะไม่ได้คิดอย่างนั้นอีกแล้ว

แต่การเลิกเกลียดใครสักคนหนึ่ง...มันจะเร็วขนาดนั้นเลยหรือ

"จริงเหรอ ขอบคุณครับ!" สึนะยิ้มแย้มดีใจขึ้นมาทันทีที่ซันซัสตอบรับ ผิดกับสควอโล่ที่ตอนนี้ยืนนิ่งไปเสียแล้ว

"แกเอาเก้าอี้มานั่งตรงข้างฉันสิ" ซันซัสหันไปสั่งสึนะที่ยังคงยืนอยู่ตรงประตู ราวกับไม่กล้าขยับกายหากไม่ได้รับคำอนุญาต

"ครับๆ" สึนะรีบทำตามคำสั่งอย่างไม่รอช้า เก้าอี้ข้างโต๊ะถูกสึนะลากมานั่งข้างกายอีกฝ่าย

"ไอ้ฉลามสวะ" บอสแห่งวาเรียเอ่ยเรียกลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างกาย

แต่ทว่า...สควอโล่ยังคงยืนนิ่งไม่ตอบโต้ เหตุเพราะกำลังคิดอะไรบางอย่างในหัว ซันซัสรอเพียงชั่วครู่ก็หมดความอดทน ก่อนจะตัดสินใจเรียกสติอีกฝ่ายด้วยการกระชากผมสีเงินเข้าหาตัว จากนั้นก็ทุ่มศีรษะของอีกฝ่ายลงกับเตียงอย่างแรง! 

การกระทำป่าเถื่อนนี้ทำให้สควอโล่ได้สติอย่างไม่ต้องสงสัย 

"ทำอะไรของแกวะบอส!!"

"เหม่ออะไรของแกไอ้สวะ!!"

 เมื่อฉลามหนุ่มตะโกนมา ซันซัสก็ตะโกนกลับเสียงดังอย่างไม่ยอมกัน สึนะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้เคียงถึงกับต้องใช้นิ้วอุดหู ด้วยกลัวว่าแก้วหูจะแตกเอาเสียก่อน

"เออโทษที มีอะไรล่ะบอส" สควอโล่เอ่ยเสียงอ่อน สุดท้ายก็เป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อให้...

"แกไปลงไปซื้ออาหารมาให้ฉันหน่อย อย่านานนักล่ะ"

"เออ"

ฉลามหนุ่มตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้นภาทั้งสองอยู่ในห้องเพียงลำพัง…

แปลก...ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกปวดที่หัวใจขึ้นมา

สควอโล่ยกมือขึ้นกุมส่วนของหัวใจ แล้วจึงค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออก จนในที่สุดความเจ็บปวดนั้นก็คลายลงไปอย่างน่าสงสัย บางทีอาจเป็นเพราะความเจ็บจากบาดแผล เขาคิดเช่นนั้น

ยามที่รู้สึกดีขึ้นแล้ว ฉลามหนุ่มจึงพาตัวเองเดินลงมาร้านอาหารสุดหรู เขาต้องสั่งสเต็กเนื้อเกรดพรีเมียมไปให้บอสเอาแต่ใจ บอสผู้กินยากยิ่งกว่าใครในโลกใบนี้

เมื่อได้รับถุงบรรจุกล่องอาหารมาเรียบร้อยแล้ว สควอโล่จึงเดินกลับขึ้นไปยังห้องผู้ป่วยของซันซัสทันที เพราะการปล่อยให้อีกฝ่ายรอนานไม่ใช่เรื่องดีนัก

ทว่าขณะที่เปิดประตูเข้าห้องมา สิ่งแรกที่สควอโล่เห็นคือภาพสึนะกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างเตียงของซันซัส มันทำให้หัวใจปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง สักพักฉลามหนุ่มก็พยายามดึงสติตัวเอง

ต้องพยายามทำเป็นไม่สนใจ...

เมื่อเตือนตัวเองเสร็จแล้ว สควอโล่จึงเดินเข้าไปหาบอสของตัวเองที่ข้างเตียงอีกฝั่ง ก่อนจะนำกล่องอาหารออกมาแกะออกให้

"นี่อาหารของแก" สควอโล่บอกพร้อมยื่นกล่องให้อีกฝ่ายดู

ซันซัสปรายตามองไปยังกล่องอาหารที่ยื่นมาอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองหน้าสควอโล่ด้วยความไม่พอใจ เนื่องด้วยอาหารที่อีกฝ่ายเอามาไม่ได้ทำให้รู้สึกกระหายเลยแม้แต่นิด

"ฉันไม่อยากกิน ไปหามาใหม่!"

"อะไรนะ!!!" คำสั่งของคนเอาแต่ใจทำให้สควอโล่กำกล่องอาหารที่ถืออยู่แน่น

สุดท้ายจึงต้องโยนกล่องอาหารทิ้งลงถังขยะเพื่อระบายอารมณ์ แต่ถึงอย่างนั้นสควอโล่ก็ยอมเดินลงไปหาให้อีกฝ่ายใหม่อยู่ดี แม้จะมีท่าทีไม่พอใจจนหัวเสียเพียงไร หรือแม้จะเจ็บแผลบนหน้าอกอยู่ก็ตาม สควอโล่ได้แต่ด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจขณะเดินออกมา รวมถึงด่าตัวเองด้วยเช่นกันที่ยอมทำตามคำสั่งบ้านั่นมาโดยตลอด 

บางทีเขาอาจเป็นบ้าเพราะบอสของตัวเองสักวันหนึ่ง...

ฉลามหนุ่มเดินหาร้านอาหารอยู่นานจนไปเจอร้านหนึ่งที่ดูน่าสนใจ มันเป็นซูชิที่คัดเกรดวัตถุดิบอย่างดี มิหนำซ้ำยังมีหน้าให้เลือกหลากหลาย สุดท้ายจึงตัดสินใจซื้อซูชิจากร้านนี้ขึ้นไปให้ซันซัส โดยหวังว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะถูกใจอาหารที่ตนเลือกเสียที เขาจะได้ไม่ต้องเดินลงมาอีกเป็นรอบที่สาม!

"บอส อันนี้โอเคแล้วรึยังวะ" สควอโล่ถามพร้อมยื่นซูชิราคาแพงไปให้เจ้านายพิเคราะห์ดู 

"หน้าตาแบบนี้มันน่ากินตรงไหน ไปหามาใหม่!"

"โว้ยยยยย!! ทำไมแกเรื่องมากอย่างนี้วะ!!"

คำตอบของเจ้านายทำให้ฉลามหนุ่มปวดประสาทอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปหาอาหารมาให้ใหม่ หาอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่ถูกใจอีกฝ่ายเสียที จนสควอโล่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าซันซัสไม่ถูกใจอาหารที่ตนหามาให้ หรือว่าจงใจแกล้งตนกันแน่!

จนกระทั่งรอบที่สิบที่สควอโล่เดินนำอาหารเข้ามาในห้อง...

เมื่อเปิดประตูเข้ามา ภาพตรงหน้าทำให้สควอโล่เบิกตากว้างพร้อมทั้งก้าวขาไม่ออก 

ซาวาดะ สึนะโยชิกำลังยกกล่องข้าวของตนขึ้นมา พร้อมกับตักป้อนผู้ป่วยบนเตียงอย่างตั้งใจ สควอโล่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นมุมนี้ของซันซัสกับใครสักคน เมื่อสึนะเห็นว่าสควอโล่เดินเข้ามาก็ตกใจ มือที่ป้อนข้าวให้กับร่างสูงบนเตียงถึงกับหยุดนิ่งโดยฉับพลัน

"หยุดทำไมล่ะไอ้สวะ"

ซันซัสหันไปพูดกับสึนะด้วยความหงุดหงิด เพราะอีกฝ่ายมัวแต่จ้องไปทางสควอโล่ไม่วางตา เมื่อสึนะได้ยินเสียงคนด้านข้างเอ่ยเร่งก็ได้สติอีกครั้ง จากนั้นจึงรีบกลับมาตักอาหารป้อนอีกฝ่ายทันที

"เอ่อ...ขอโทษที่มาขัดจังหวะ" 

ฉลามหนุ่มตั้งสติรีบพูดก่อนจะปิดประตูห้องกลับดังเดิม โดยไม่สนอีกต่อไปว่าสองคนในห้องจะสนใจตนหรือไม่ ส่วนอาหารที่ถืออยู่ในมือก็คงต้องนำมันไปโยนทิ้งถังขยะ เพราะของที่ไม่มีใครเห็นค่าก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อีกต่อไป

สควอโล่ย้อนคิดไปถึงภาพที่เพิ่งพบเห็น การกระทำแบบนั้นที่บอสไม่เคยเรียกร้องให้ตนทำ แต่ทว่ากลับเรียกร้องให้ใครอีกคนทำ

...คิดแล้วมันก็เจ็บปวดดีเหมือนกัน

ทั้งๆที่คิดว่าตนทำใจได้แล้วว่าอย่างไรก็ไม่มีวันเอื้อมถึงอีกฝ่าย ดังนั้นขอแค่ได้เฝ้าติดตามตลอดไปก็เพียงพอ ทว่า...ไม่รู้ทำไมตอนที่เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาห้ามความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

แล้วแบบนี้ยังเรียกว่าทำใจได้อีกหรือไง

สควอโล่ถามตัวเองในใจ เขาเคยคิดเหมือนกันว่าหากซันซัสมีคนอื่น เขาจะยังทำตัวให้เป็นปกติดังเดิมได้หรือไม่ รู้ว่าอย่างไรสักวันก็ต้องมีวันนั้น เพราะคนอย่างมันคงไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต เขาเคยคิดว่าถ้ามันเกิดเหตุการณ์นั้นจริง เขาจะสามารถทำเป็นนิ่งเฉยและมองข้ามมันไปได้

แต่ทว่า...พอเจอเข้าจริงถึงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย

สควอโล่ยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่เจ็บหน่วง มันรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าครั้งแรกที่เดินออกมาจากห้องนั้นเสียอีก บัดนี้ขาทั้งสองเริ่มก้าวเดินช้าลง ในที่สุดมันก็เดินมาหยุดลงตรงบันไดหนีไฟ คราแรกสควอโล่ตั้งใจจะเดินกลับไปห้องตัวเอง ทว่าเมื่อมีอาการเช่นนี้จึงไม่อยากให้พวกวาเรียคนอื่นเห็น เขาจึงเลือกเดินมาทางบันไดหนีไฟแล้วหลบอยู่ในนี้...เพื่อที่จะได้อยู่ตามลำพัง

ฉลามหนุ่มกำลังยืนพิงกำแพง ขณะที่มือยกขึ้นกุมหน้าอกที่ภายในเริ่มบีบรัดแน่น เสียงหัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะถี่รัว พร้อมกับร่างของเขาที่เริ่มหอบหายใจรุนแรงกว่าปกติ เขาพยายามผ่อนคลายตัวเองโดยการหลับตาลง ปล่อยวางสิ่งที่กำลังคิดมากในหัว ไม่นาน...ร่างกายก็เริ่มกลับสู่โหมดปกติและความเจ็บปวดนั้นก็ค่อยๆหายไป

นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกวะ อาการแบบนี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่!

สควอโล่เริ่มแปลกใจกับความผิดปกตินี้ของตัวเองมากขึ้น หากเป็นเพราะบาดแผลที่บริเวณหน้าอกก็ไม่น่าใช่ เพราะความเจ็บนี้ไม่ใช่ความเจ็บที่เกิดทางผิวหนัง หากแต่มันเป็นความเจ็บที่กัดกินลึกลงไปในหัวใจ เจ็บจนอยากจะควักหัวใจมันออกมาทำลายทิ้งเสีย...!!

แต่เพราะอะไรความเจ็บถึงเกิดที่หัวใจได้อีก...ในเมื่อตอนนี้เขาไม่มีหัวใจอีกต่อไปแล้วนี่

แม้จะยังสงสัยแต่ก็พยายามเลิกคิดฟุ้งซ่าน ฉลามหนุ่มตัดสินใจเดินออกมาจากบันไดหนีไฟเมื่อร่างกายเป็นปกติแล้ว เขามุ่งหน้าเดินกลับมายังห้องของตัวเอง เมื่อมาถึงจุดหมายแล้ว สควอโล่ก็เดินไปนอนบนเตียงทันทีก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องซันซัสและเรื่องก่อนหน้า มันตีกันในหัวจนยุ่งเหยิงไปหมด

"หายไปนานเลยนะชิชิชิ บอสเรียกใช้รึไงน่ะ"

เบลทักพร้อมควงมีดไปมา ทั้งยังง้างแขนเตรียมปาไปยังโต๊ะข้างเตียงผู้ที่นอนอยู่ ทว่าเมื่อเห็นท่าทางหัวเสียของอีกฝ่าย เจ้าชายหนุ่มจึงคิดได้ว่าตนไม่ควรแกล้งตอนนี้จะดีกว่า ถ้ายังไม่อยากโดนกระทืบตาย!

"ครั้งนี้บอสสั่งให้ทำอะไรหรอฮ้า คิ้วขมวดกันเป็นปมแล้วนะยะ" ลุซซูเรียถามต่ออย่างสงสัย เมื่อเห็นเพื่อนดูเครียดผิดปกติ

สควอโล่อยากจะบอกวาเรียทุกคนอยู่เหมือนกัน เรื่องที่ตนอารมณ์ไม่ดีนั้นหาใช่เพราะเรื่องบอสเพียงอย่างเดียว ทว่ามันยังมีเรื่องของอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในหัวใจด้วย มันเกิดถึงสองครั้งสองครา ช่วงที่ออกจากห้องไปก่อนหน้า

แล้วควรบอกดีหรือไม่...แต่หากพูดไปก็กลัวว่าจะทำให้คิดมากกันเสียเปล่า

สุดท้ายสควอโล่จึงเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องนั้น ให้วาเรียที่เหลือคิดเอาเองต่อไปว่าสาเหตุมันมาจากอะไร

"ไอ้บอสบ้านั่นใช้ให้ฉันลงไปซื้ออาหารให้ กว่าจะถูกใจก็เดินขึ้นลงอยู่หลายรอบ"

"ต๊ายยย น่าสงสารจังเลยนะฮ้า" ลุซซูเรียบอกพร้อมทำหน้าทำตาสงสารอีกฝ่าย

"เป็นคนเจ็บหนักกว่าแท้ๆแต่ยังต้องมาคอยรับใช้อีกนะชิชิชิ"

"หึ แกต้องตามใจบอสแบบนี้น่ะถูกแล้ว" เลวี่ยังคงเข้าข้างซันซัสตลอดไป เมื่อสควอโล่ได้ยินอย่างนั้น จึงหยิบรองเท้าผู้ป่วยที่ใส่อยู่มาปาใส่ศีรษะของเลวี่ เสียงร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวดดังขึ้น พวกวาเรียอีกสองคนที่เหลือเห็นก็พากันหัวเราะชอบใจ

ว่าแต่เพราะอะไรพวกวาเรียตอนนี้ถึงเหลือกันแค่สามคน

เมื่อสควอโล่ลองสังเกตดูให้ดี จึงพบว่าตอนนี้มาม่อนไม่ได้อยู่ในห้อง ดังนั้นจึงถามพวกที่เหลือด้วยความแปลกใจ

"แล้วไอ้มาม่อนมันไปไหนของมันวะ"

"ชิชิชิ เข้ามาตั้งนานเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามาม่อนไม่อยู่รึไงเจ้าบ้านี่"

เป็นจริงอย่างที่เบลว่า สควอโล่ไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่นอยู่ จึงลืมเรื่องทุกเรื่องไปเสียสนิท

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันย่ะ เห็นมันบอกว่าจะไปคืนร่างอะไรสักอย่าง" ลุซซูเรียพยายามเรียบเรียงคำพูดที่มาม่อนบอก แต่ดูเหมือนว่าตนจะลืมมันไปบางส่วนเสียแล้ว สิ่งที่ตอบให้สควอโล่ฟังจึงดูงุนงงสักหน่อย

"คืนร่างบ้าอะไรของมันวะ"

และในตอนที่สควอโล่ถามขึ้นมานั้นก็มีร่างหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาพอดีราวกับรู้ว่ากำลังถามหาอยู่

"อ้าววว มาม่อนกลับมาแล้วเหรอยะ"

"แล้วที่แกเห็นนี่กลับมารึยังล่ะ" มาม่อนตอบกลับแบบกวนประสาทใส่ลุซซูเรีย

"แล้วนี่จุกนมแกหายไปไหนแล้วล่ะชิชิชิ"

"หลังจบศึกนั้นคำสาปอัลโกบาเลโน่ของฉันก็คลายลงแล้ว เดี๋ยวร่างของฉันก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ"

"โห นี่แกจะตัวโตเหมือนคนอื่นเขาสักทีสินะ" สควอโล่เองก็ดีใจกับมาม่อนด้วย ที่วาเรียเข้าร่วมศึกนี้ก็เพื่อช่วยให้มาม่อนได้ปลดคำสาป เข่นนั้นก็ถือว่าการบาดเจ็บของเขาไม่สูญเปล่า

"เออสควอโล่ ฉันมีเรื่องจะถามแก" มาม่อนลอยตัวไปหาสควอโล่ที่ข้างเตียง น้ำเสียงของผู้พูดดูเครียดกว่าตอนที่เข้ามา สควอโล่ชักเอะใจรวมถึงระแวงในคราวเดียวกัน

"มีอะไรของแกวะ"

"หัวใจที่ฉันสร้างให้แกปกติดีใช่ไหม"

เมื่อได้ยินคำถามที่ออกมาจากปากของมาม่อน สควอโล่ก็ชะงักไปเล็กน้อยแต่มาม่อนยังไม่ทันได้สังเกต แม้เขทจะสงสัยอาการที่เกิดขึ้นกับตน แต่อาการนั้นก็เพิ่งแสดงออกเพียงสองครั้งเท่านั้น สาเหตุมันไม่น่าเกี่ยวกับหัวใจภาพลวงตาของมาม่อน เพราะฟังดูพิลึกชอบกล หากบอกว่ามันเป็นอาการแทรกซ้อนจากบาดแผลบนช่วงอกยังดูฟังขึ้นมากเสียกว่า

"ก็น่าจะปกติดี ฉันก็ยังหายใจได้อยู่นี่"

สควอโล่ยักไหล่เล็กน้อยทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรผิดแปลกเกิดขึ้น ตอนนี้มาม่อนยังไม่ได้เอะใจอะไร ทว่าก็ยังคงไม่เชื่อสนิทใจจนกว่าเวลาจะผ่านไปนานกว่านี้อยู่ดี

"ตอนนี้ฉันไม่มีจุกนมแล้ว เลยดูไม่ออกว่าหัวใจที่ฉันสร้างให้แกมันมีปัญหาหรือไม่มี" น้ำเสียงของมาม่อนเริ่มเครียดขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะปกติเรื่องนี้เจ้าตัวจะสังเกตได้เองมาโดยตลอด "ดังนั้นถ้าแกรู้สึกแปลกๆก็บอกฉันด้วย"

"เออ" ฉลามหนุ่มพยักหน้าให้เพื่อนตัวเล็กเป็นอันว่าตกลง ตอนนี้เขายังไม่ค่อยแน่ใจกับอาการที่เกิดขึ้น ไว้ถ้ามั่นใจเมื่อไหร่ก็คงจะบอกมัน ซึ่งอาจต้องบอกได้แค่มันคนเดียว

เรื่องความผิดปกติไม่ควรจะให้ใครรู้...เพราะพวกมาเฟียไม่ควรอ่อนแอ

"แล้วสควอโล่ไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนบอสแล้วรึไงยะ" ลุซซูเรียถามขึ้นเพราะเห็นว่าก่อนหน้าสควอโล่ออกไปนานพอสมควร ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่กลับมาห้องตัวเองแล้วด้วยซ้ำ

"ก็มันมีคนอยู่ด้วยแล้ว จะให้ฉันไปอยู่อีกทำไม" สควอโล่ตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเอาผ้าห่มคลุมโปงทันที จากนั้นก็หลับตาลงเตรียมเข้าสู่การหลับใหล ตอนนี้เขาไม่อยากคิดเรื่องของซันซัสกับเด็กคนนั้นแล้ว หวังว่าพวกมันจะเลิกถามเสียที

ให้ตาย...พอหวนคิดถึงเรื่องนี้ก็เหมือนว่าหัวใจจะเริ่มเจ็บขึ้นมาอีกแล้ว

ดังนั้นเขาต้องไม่คิดถึงมัน...ต้องไม่คิด

ฉลามหนุ่มพยายามพูดย้ำกับตัวเองภายในใจ แต่มันกลับดูเหมือนเป็นการย้ำให้คิดเสียมากกว่า

"แล้วใครอยู่กับบอสกันล่ะชิชิชิ"

ผู้ฟังได้ยินสิ่งที่เจ้าชายหนุ่มถาม ทว่าเลือกที่จะไม่ตอบ สควอโล่กำลังพยายามข่มตาลงหลับเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากความคิดฟุ้งซ่าน และเพื่อบรรเทาความเจ็บทางใจที่กำลังเผชิญอยู่

เคยได้ยินมาว่าคนไร้หัวใจคือคนไร้ความรู้สึก 

แล้วทำไมคนไร้หัวใจอย่างเขา...กลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้มากถึงเพียงนี้กัน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #2 moomun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:27
    น้องหลามมมมแกซันซัสอย่าทำให้น้องเศร้าไม่งั้นฉันจะฆ่าแกกกกกง้ากกกก[รอตอนต่อไปอยู่น้าาา~]
    #2
    0
  2. #1 namzbongz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 16:40

    สนุกมากๆเลยค่ะ
    #1
    0