[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 16 : Chapter 15 ความจริงของผืนนภา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    13 ธ.ค. 63

สองร่างกำลังนอนทาบทับกันจมอยู่บนกองโลหิตสีแดงฉาน ร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งไม่ขยับไหวเพราะลมหายใจที่หยุดลง ส่วนอีกร่างหนึ่งกำลังนอนตัวสั่นรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยความทรมานจากผลข้างเคียงของคำสาปจากหัวใจพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มเบาบางลงทุกที ภายใต้ท้องนภาอันมืดมิดที่บัดนี้ดวงจันทร์แปรเปลี่ยนเป็นสีของโลหิตราวกับเป็นสัญญาณของโชคร้ายซึ่งดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง

...เพราะยามนี้มีใครคนหนึ่งที่ใกล้แย่เต็มทีแล้ว

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

เสียงปืนยังคงผลัดกันดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องแม้มันจะน้อยลงจากทีแรก แต่ทว่าหากศัตรูสามารถกำจัดบอสแห่งวาเรียได้อย่างแท้จริงนั้น แล้วจะยังคงยิงกันต่อไปเพื่ออะไรเล่า...นอกเสียแต่ว่าบอสแห่งวาเรียผู้นั้นจะยังไม่ถูกจัดการ

"ไอ้พวกเศษสวะ ต่อให้แกมากันมากกว่านี้อีกร้อยคนก็ฆ่าฉันไม่ได้หรอกว่ะ เพราะพวกแกมันยังกระจอกเกินไป! "

เสียงทุ้มของนายเหนือประจำวาเรียดังขึ้น ณ บริเวณหนึ่งในป่าใหญ่แห่งนี้ ร่างสูงยังคงมีลมหายใจเช่นคนปกติและแทบไม่มีร่องรอยจากบาดแผลใดนอกจากแผลเก่าที่ได้รับการพันไว้ด้วยผ้าของฉลามคลั่ง อีกทั้งยังคงต่อสู้ฆ่าล้างพวกศัตรูอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว หาได้เสียท่าให้กับใครที่ไหนไม่

แม้จะไร้ซึ่งเพลิงพิโรธแต่ผู้ที่มีศักดิ์เป็นถึงบอสแห่งวาเรียย่อมมีฝีมือและทักษะพิเศษติดตัวมา ไม่มีทางถูกพวกลูกน้องฝีมือเพียงนี้กำจัดได้โดยง่ายแม้พวกนั้นจะมาเป็นกลุ่มใหญ่ก็ตาม

แล้วเช่นนี้สิ่งที่สควอโล่พบเจออยู่คืออะไรกัน...

ร่างโปร่งที่กำลังทุรนทุรายกับความสูญเสียอย่างทรมานไปทั้งจิตใจและร่างกาย...แต่สุดท้ายแล้วความสูญเสียนั้นหาได้เกิดขึ้นจริงไม่!

ทางฝั่งของซันซัสยามนี้กำลังกวาดล้างชีวิตของศัตรูอย่างบ้าคลั่ง กระสุนปืนหลายนัดคร่าชีวิตศัตรูไปนับร้อย ด้วยสายตาเฉียบคมแม่นยำระดับนักฆ่ามืออาชีพทำให้เล็งโดนจุดตายได้ไม่ยาก ต่อให้คนหลายร้อยมารุมคนเพียงหนึ่งก็ไม่ได้ทำให้ร่างสูงเสียเปรียบแต่อย่างใด

ตามบริเวณพื้นดินที่พบเห็นศพของเหล่าศัตรูหลายต่อหลายศพกองระเนระนาดอย่างน่าสมเพชเวทนา โลหิตไหลนองออกมาส่งกลิ่นคละคลุ้งชวนสะอิดสะเอียน แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในสนามรบมานานกลับรู้สึกคุ้นชินกับมันไปเสียแล้ว

"หึ" เสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันดังออกมาจากปากของร่างสูงยามที่ปรายตามองไปตามศพที่นอนเกลื่อนไปตลอดทางด้วยฝีมือของตนเอง...

เห็นทีว่าหัวหน้าของไอ้สวะกลุ่มนี้จะต้องผิดหวังเพราะนอกจากจะกำจัดเขาไม่ได้แล้ว ลูกน้องของมันเกือบทุกคนยังต้องมาสังเวยชีวิตให้กับปืนสองกระบอกนี้ของเขาอีกต่างหาก อย่างนี้แล้วพรรคพวกของมันจะเหลือมากแค่ไหนกันเชียว เพราะดูท่าแล้วคนกลุ่มนี้คล้ายจะเป็นพวกของมันทั้งหมดดูจากเครื่องแต่งกายอำพรางตัวตนที่เหมือนกัน

ตอนนี้เหลือเพียงแค่สืบเรื่องตัวการของพวกมันเท่านั้นทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้น!

"..อึก...อึ่กกก..."

ทว่า..ขณะที่บอสแห่งวาเรียกำลังขบคิดเรื่องของศัตรูอยู่นั้นก็พลันได้ยินเสียงแว่วของใครบางคนดังขึ้น คล้ายกับว่าเป็นเสียงของคนกำลังสำรอกอะไรบางอย่าง ด้วยประสาทสัมผัสการได้ยินอันดีเยี่ยมขณะต่อสู้ทำให้รับรู้ถึงเสียงนั้นแม้จะอยู่ในบริเวณที่ไม่ใกล้ตัวมาก

ก่อนหน้าร่างสูงได้ยินเสียงของลูกน้องตนเองเรียกหาตนดังก้องไปทั่วบริเวณป่า ทว่าขณะนั้นกำลังถูกศัตรูห้อมล้อมอยู่ทำให้ไม่อาจวิ่งไปหาได้ดั่งใจ ใจหนึ่งซันซัสก็นึกกังวลกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับอีกฝ่าย แต่เมื่อลองประเมินฝีมือของศัตรูกลุ่มนี้แล้วนั้นก็พบว่าฝีมือเพียงนี้ไม่มีทางคะนามือของเทพแห่งดาบรุ่นสองอย่างสควอโล่เป็นแน่!

ดังนั้นในตอนนั้นซันซัสจึงพยายามคิดแง่ดีว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้น

แต่ทว่า...

เมื่อสองขาเดินใกล้เข้ามายังที่มาของเสียงที่ตนเพิ่งได้ยิน ความเชื่อนั้นก็เริ่มสั่นคลอนพร้อมกับใจที่เริ่มกระวนวายหนักขึ้นยามที่เห็นเรือนผมสีเงินอยู่บริเวณพื้นในที่ห่างไกล แม้ท้องนภาจะมืดมิดเพียงใดก็ไม่เคยปิดความเงางามของเรือนผมอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวได้!

"ไอ้ฉลามสวะ!! " เสียงทุ้มตะโกนเรียกผู้ที่นอนอยู่บนพื้นเสียงดังแต่หาได้มีการตอบสนองใดกลับมาไม่ ซันซัสได้แต่พร่ำบอกกับตัวเองในใจว่าร่างที่นอนตัวสั่นไหวอยู่จะต้องไม่เป็นอะไร…

ไอ้ฉลามโง่นั่นจะแพ้ให้กับพวกกระจอกได้ยังไง…

แกจงใจจะแกล้งอะไรฉันกันแน่ สควอโล่!!

ร่างสูงรีบวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายทันทีที่แน่ใจว่าคนที่ตัวเองพบคือใคร ทว่าไม่คาดคิดว่าขณะที่เข้าใกล้ร่างที่นึกห่วงมากขึ้นจะพบอีกร่างหนึ่งที่นอนหลับใหลไร้ลมหายใจอยู่ภายใต้ซึ่งเป็นร่างของภาพมายา!

เนื้อตัวของคนที่อยู่ภายใต้ร่างของสควอโล่ถูกย้อมไปด้วยสีของโลหิต แต่สิ่งที่ทำให้ร่างสูงแปลกใจไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็นเรื่องหน้าตาของมันที่เหมือนกับเขาไม่มีผิดเพี้ยนต่างหาก!

ซึ่งทันทีที่ซันซัสวิ่งมาเห็นร่างของภาพมายา ร่างนั้นก็พลันจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่ต้องการให้บอสแห่งวาเรียได้รับรู้ สิ่งที่หลงเหลือในตอนนี้จึงปรากฏแค่ร่างโปร่งที่นอนจมลงไปกับพื้นแต่เพียงผู้เดียว...

"ไอ้สวะ..!! "

ซันซัสรีบถลาเข้าไปคว้าร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายมากอดไว้ในแนบอกอย่างร้อนรน ยามที่เห็นโลหิตมากมายออกมาจากปากและโพรงจมูกของร่างที่กำลังสวมกอดอยู่ก็ยิ่งทำให้จิตใจว้าวุ่นมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าทวีคูณ

"แกเป็นอะไรของแกหา!! "

"...."

"ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ไอ้สวะ!! "

บอสแห่งวาเรียพยายามเค้นหาคำตอบจากอีกฝ่ายแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็ยังคงเป็นความเงียบงัน ดวงตาที่เพิ่งสะท้อนภาพของตนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า บัดนี้มันปิดลงทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นภาพของตนเองในนั้นอีกต่อไป...

ร่างกายของสควอโล่กำลังสั่นเทาอย่างหนักคล้ายว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังเกิดอาการช็อกหมดสติไป ซันซัสคาดคะเนว่ามันมีสาเหตุมาจากการที่อีกฝ่ายเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ ก่อนหน้านี้ที่เห็นสภาพของร่างมายาตนเองก็ชี้ชัดแจ้งแล้วว่าสควอโล่เป็นแบบนี้เพราะอะไร...

ซึ่งผู้ที่จะสร้างภาพมายาให้สควอโล่ดูไม่ออกได้ มันจะเป็นใครได้อีก

นอกจากไอ้คู่หมั้นสวะนั่น…!!

ซันซัสกำหมัดแน่นอย่างเคียดแค้นทว่าตอนนี้ความเป็นห่วงร่างในอ้อมแขนนั้นมีมากกว่า ยามนี้จึงต้องผลักความสนใจเรื่องนั้นออกไปก่อนแล้วค่อยรอไปชำระแค้นทีหลังอย่างสาสม!

"...อึก..อึ่กก..." สควอโล่เริ่มจะไอออกมาอีกครั้ง คิ้วเรียวบนวงหน้างามกำลังขมวดเข้าหากันบ่งบอกถึงความเจ็บปวดของเจ้าของร่างที่มากเกินจะฝืน

"หยุดได้แล้วไอ้สวะ แกหยุดเป็นแบบนี้ได้แล้ว! " เสียงทุ้มตวาดดังลั่นทว่ามันกลับสั่นเล็กน้อยด้วยความกังวล ดวงตาสีโลหิตกำลังไหวระริกอย่างไม่เคยเป็น ยามมองไปที่โพรงจมูกที่ยังคงมีโลหิตหลั่งไหลออกมาก็ยิ่งสร้างความหวั่นกลัวให้กับผู้มองเป็นอย่างยิ่ง

...อย่างน้อยตอนนี้ขอให้เลือดไอ้สวะนี่หยุดไหลก่อนก็ยังดี

ตึก ตึก ตึก

"จัดการไอ้สองคนนั้น!! "

มีเสียงของคนแปลกหน้าพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากดังขึ้น คราวนี้พวกศัตรูรวมตัวกันเข้ามาหาจุดที่บอสแห่งวาเรียอยู่อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับครั้งก่อนหน้า ซันซัสดูมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นทันตาเมื่อรู้ว่าอย่างไรศัตรูกลุ่มนี้ก็อยู่พวกเดียวกับคนที่ทำให้สควอโล่มีสภาพเจียนตายเช่นนี้!

"ไอ้พวกสวะ..."

เสียงทุ้มกดต่ำลงบ่งบอกถึงความโกรธของเจ้าของร่าง รอยแผลเป็นแห่งโทสะแผ่ขยายไปทั่วร่างกายหนาอย่างรวดเร็ว ความโกรธนี้กำลังจะก่อตัวออกมาเป็นพลังทำลายล้างขนาดใหญ่ในไม่ช้า และสิ่งที่อัดอั้นกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือหนาได้อีกครั้ง!

ตู้มมมมมม!!

ไฟแห่งเพลิงพิโรธกลับมาจุดติดขึ้นโดยพลันเพื่อหวังทำลายล้างคนกลุ่มนี้ให้สิ้นซาก ถือเป็นการแก้แค้นให้กับร่างโปร่งที่ไม่สามารถฟื้นคืนสติมาทำอะไรได้ในตอนนี้ เหล่าศัตรูกลุ่มใหม่กำลังโดนเพลิงแผดเผาร้องเสียงเจ็บปวดทรมานดังไปทั่วบริเวณผืนป่า ก่อนที่จะกลายเป็นเพียงตอตะโกที่อยู่ในเพลิงนั้น

สุดท้ายแล้วคนเหล่านี้ก็ถูกบอสแห่งวาเรียกำจัดไปจนสิ้น...

"อดทนไว้ก่อนไอ้ฉลามสวะ"

ซันซัสอุ้มตัวสควอโล่ที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่เล็กน้อยราวกับยังไม่หายจากอาการช็อกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินหลบกองเพลิงกลับไปยังจุดที่ตกลงมาจากหน้าผาอีกครั้ง และยามที่รู้สึกได้ถึงลมหายใจอันโรยรินของใบหน้าที่อยู่บริเวณลำคอของตนก็ยิ่งเพิ่มความหวั่นวิตกภายในใจตอนนี้ให้มีมากยิ่งขึ้นไปอีกจนแทบบ้า

เมื่อเดินมาถึงจุดที่ต้องการก็เป็นอย่างที่บอสแห่งวาเรียคาดการณ์เอาไว้ว่าพวกลูกน้องวาเรียจะมาตามหาตนตรงจุดนี้ก่อนเพราะเป็นจุดที่คนจะพลัดตกลงมา

"บอสค้าา ว้ายยยย!!! สควอโล่!!!! "

ลุซซูเรียหวีดร้องเสียงแหลมด้วยความตกใจเมื่อเห็นผู้เป็นนายกำลังอุ้มตัวฉลามหนุ่มที่อยู่ในสภาพที่คล้ายจะเรียกได้ว่าปางตาย ด้วยวงหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตรวมไปถึงเนื้อตัวที่สั่นไม่หยุดนั้นทำให้แม้แต่เบลและมาม่อนยังพูดอะไรไม่ออกเพราะกำลังตกใจกับภาพตรงหน้า

"ไอ้พวกสวะ!! รถอยู่ตรงไหน!!! "

บอสแห่งวาเรียถามอย่างร้อนรนเนื่องจากต้องรีบพาสควอโล่ไปรับการรักษาโดยด่วน ลุซซูเรียและสองลูกน้องที่ยืนนิ่งอยู่ต้องรีบตั้งสติแล้วรีบวิ่งนำทางไปยังรถตู้ที่พวกตนขับลงมาถึงด้านล่างโดยเร็ว ซันซัสรีบก้าวขาตามไปอย่างไม่รอช้าพร้อมโอบกระชับร่างที่สั่นเทาให้แน่นขึ้นไปอีก

เมื่อทุกคนเข้ามาในรถแล้ว รถก็เคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็วตามคำตวาดเร่งของนายเหนือหัว ลูกน้องในรถไม่มีใครกล่าวคำพูดอะไรออกมา ทุกคนทำเพียงหันไปมองร่างของเพื่อนตัวเองที่นั่งตัวสั่นอยู่บนตักของเจ้านายอย่างเป็นห่วง

แววตาของลูกน้องวาเรียฉายความหมองเศร้าเมื่อไม่ได้เจอหน้าเพื่อนมาถึงสัปดาห์เต็ม คราวที่มีโอกาสได้โทรหาสควอโล่ยามที่อีกฝ่ายอยู่คฤหาสน์คาบัคโรเน่ พวกเขาสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ดูอ่อนแรงลงกว่าทุกทีแม้เจ้าตัวจะพยายามปกปิดด้วยการตวาดกลับมาเสียงดังอยู่บางครั้ง ยิ่งรู้แบบนั้นก็ยิ่งนับรอวันที่จะได้เจอกัน

แต่ทว่า...ไม่คิดเลยว่าพอมีโอกาสได้กลับมาเจอกันแล้วอีกฝ่ายจะมาอยู่ในสภาพเช่นนี้...ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดขึ้นกับสควอโล่

พวกลูกน้องได้แต่ตั้งคำถามนี้อยู่ภายในใจที่กำลังหมองหม่น...

ทางฝั่งของซันซัสก็กำลังนั่งด้วยใจที่กระวนกระวายไม่ต่างกัน เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขารู้สึกว่าตนเองมีอาการนี้ ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนที่ไอ้ฉลามนี่เกือบเสียชีวิตในศึกอัลโกบาเลโน่ที่ญี่ปุ่น...

ตอนนั้นเขาโกรธจัดแต่พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้สนใจมันจนเกินไป ด้วยความที่ไม่เคยเป็นห่วงใครมาก่อนและไม่ต้องการให้คนอื่นมารู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกแบบนั้น เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยตอนที่มันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะได้ยินข่าวจากพวกลูกน้องสวะแล้วว่ามันปลอดภัยดี

ท้ายที่สุดแล้วผลของการไม่สนใจทำให้มันไม่เคยเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเลยสักนิด ระยะหลังเขาเริ่มแสดงออกมากขึ้นแม้จะพูดจาว่าร้ายไปบ้างแต่อย่างไรมันก็ยังคงไม่รู้ตัวอยู่ดี

ดังนั้นต่อจากนี้ไปจะไม่มีการหักห้ามใจตนเองอีกต่อไปแล้ว ใครจะมองมายังไงก็ช่างหัวมัน!

ไอ้ฉลามโง่...แกไม่เคยรู้หรอก...ว่าที่ผ่านมาฉันเป็นห่วงแกมากแค่ไหน

บอสแห่งวาเรียบอกอีกฝ่ายภายในใจแล้วกอดร่างที่สั่นเทาให้แน่นกว่าเดิมเพื่อหวังจะระงับอาการสั่นที่เกิดอยู่นี้รวมถึงหวังว่าอีกฝ่ายจะมีอาการดีขึ้น แต่ทว่า...

"..อึก..อึ่กกกก..."

"ไอ้สวะ!!! /สควอโล่!!! " ทุกคนในรถร้องออกมาพร้อมกันอย่างตกใจเมื่อมีโลหิตจำนวนหนึ่งไหลย้อนออกมาจากปากของฉลามหนุ่มอีกครา ก่อนที่ศีรษะที่ซบอยู่กับแผ่นอกกว้างจะเอนตกลงไปเล็กน้อยพร้อมกับร่างที่ไม่มีอาการสั่นไหวอีกต่อไป

เพียงแต่...มันแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งงันพร้อมกับลมหายใจที่อ่อนลงจนชวนให้ผู้มองรู้สึกหวาดหวั่นไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด

"รีบขับกว่านี้อีกสิวะ!!! " เสียงทุ้มตวาดดังลั่นเร่งให้เลวี่ผู้ซึ่งเป็นคนขับเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัวเร็วกว่านี้ก่อนที่สควอโล่จะได้รับการรักษาไม่ทันการ ทันใดนั้นผู้ที่ได้รับคำสั่งจากนายอันเป็นที่รักก็รีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

ยามนี้รถเคลื่อนตัวขึ้นมาจากเบื้องล่างหุบเหวแล้ว และอีกไม่นานก็จะไปถึงโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง บอสแห่งวาเรียยังคงโอบกอดสควอโล่ไว้พลางใช้มือกดศีรษะของอีกฝ่ายให้จมอกยิ่งกว่าเดิมด้วยความเป็นห่วง

ดวงตาสีแดงโลหิตที่เคยมีแต่ความแข็งกร้าว ยามนี้มันเริ่มสื่อความเจ็บปวดออกมาทีละนิด...

ฉันเคยบอกเอาไว้แล้วว่าถ้าฉันยังไม่อนุญาต แกก็ไม่มีสิทธิ์ตาย!

ชีวิตแกเป็นของฉันและแกก็ต้องอยู่กับฉันเท่านั้น...ไอ้ฉลามสวะ!!

ยามที่คิดสายตาก็เหลือบไปมองร่างที่หายใจโรยรินอย่างคาดคั้นราวกับกำลังสั่งการ

ซันซัสยังคงมีความเชื่อมั่นว่าฉลามหนุ่มจะต้องมีชีวิตรอดดังเช่นในเหตุร้ายทุกครั้งที่ผ่านมา เขาเชื่อใจมันมาตลอดว่ามันเอาตัวรอดได้ และหวังว่าครั้งนี้มันจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง...

 

เมื่อเหล่าวาเรียมาถึงโรงพยาบาลแล้ว พยาบาลจากห้องฉุกเฉินจำนวนหนึ่งก็รีบเข็นเตียงผู้ป่วยออกมารับฉลามหนุ่มที่อาการเข้าขั้นโคม่าไปยังห้องฉุกเฉิน วาเรียคนอื่นเดินตามมานั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจที่ลุ้นระทึก ต่างคนต่างภาวนาร้องขอให้สควอโล่ปลอดภัยและรีบได้สติฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

ซันซัสผู้ที่ไม่เคยมานั่งรอฟังอาการบาดเจ็บของใครสักครั้งกลับมานั่งรอฟังลูกน้องคนนี้เป็นคนแรกและครั้งแรกด้วยเช่นกัน ร่างสูงนั่งค้อมตัวลงเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังวิตกเป็นอย่างมาก แม้จะไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาให้เห็นแต่ทว่าหากมองลึกเข้าไปในแววตาก็จะเห็นว่ามันแฝงไปด้วยความเจ็บปวด...

แกต้องไม่เป็นฝ่ายทิ้งฉันก่อนเพราะแกเคยสัญญากับฉันเอาไว้

หวังว่าแกจะจำมันได้นะไอ้สวะ

ซันซัสทวงคำพูดจากผู้ที่กำลังเข้าไปรักษาตัวในใจก่อนจะนั่งรอต่อไปพร้อมใจที่รู้สึกถึงความกลัวตลอดเวลา

...นับเป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสกับความกลัวได้นานถึงขนาดนี้

ทีมแพทย์กำล้งช่วยกันรักษาฉลามหนุ่มอย่างสุดความสามารถ และเมื่อเวลาผ่านไปราวๆ สองชั่วโมงเศษจึงรู้ผล ไม่นานก็มีหมอคนหนึ่งก้าวออกมาจากห้องฉุกเฉินทำให้เหล่าวาเรียทุกคนก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินไปหาหมอตรงทางออกประตูอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบอสแห่งวาเรียที่ก้าวขาเข้าไปหาเป็นคนแรก

"เคสของผู้เจ็บในครั้งนี้ผมไม่เคยเจอมาก่อน" หมอเอ่ยเสียงกังวลเล็กน้อย "นอกจากมีอาการช็อกคล้ายหัวใจวายแล้ว ผู้เจ็บยังมีอาการไอออกมาเป็นเลือด อีกทั้งยังมีเลือดไหลออกมาทางจมูกอีกด้วยนับว่าสาหัสเอาการ และเท่าที่ผมและทีมแพทย์เอ็กซเรย์ดูภายในร่างกายแล้ว เราพบว่าหัวใจของผู้เจ็บอ่อนแอมาก"

หัวใจอ่อนแออย่างนั้นเหรอ...ไอ้ฉลามสวะเป็นอะไร...

ร่างสูงนึกสงสัยแต่ทว่ายังมีสิ่งที่อยากรู้มากกว่าในตอนนี้

"แล้วไอ้ฉลามนั่นปลอดภัยดีแล้วรึยัง! " ซันซัสตวาดใส่หมอด้วยความโกรธเพราะยังไม่รู้ในสิ่งที่ตนต้องการมากที่สุด แถมสิ่งที่หมอได้กล่าวมานั้นมันก็ทำให้ร่างสูงรู้สึกเครียดกว่าเดิมไม่น้อยและยิ่งทำให้ภายในใจหวั่นกลัวว่าคนเจ็บจะยังไม่พ้นจากขีดอันตราย...

"หัวใจงั้นเหรอ" มาม่อนพึมพำกับตัวเองแผ่วเบาโดยที่ไม่มีใครได้ยิน

เมื่อได้ยินจากปากหมอว่าสาเหตุทางอาการของฉลามหนุ่มมาจากหัวใจ สายหมอกตัวเล็กที่นั่งอยู่บนไหล่เบลเฟกอลก็สะดุ้งทันทีเพราะรู้อาการนี้ของเพื่อนดีกว่าใครอื่นในวาเรีย และยิ่งมาม่อนนึกไปถึงสภาพของเพื่อนก่อนหน้ามันก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเพราะเรื่องนั้นจริง

สควอโล่...เห็นทีว่าจะถึงขีดจำกัดของแกแล้วสินะ

มาม่อนนึกในใจด้วยความเป็นห่วง ทว่ายังไม่สามารถเปิดปากเล่าออกไปตอนนี้ในยามที่บอสของตนยังมีอารมณ์ร้อนเช่นนี้ อีกอย่างมาม่อนยังอยากรอฟังอาการของเพื่อนจากหมอเพิ่มเติมด้วย

"ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้วครับแต่ว่า..." หมอเว้นช่วงเล็กน้อยพาให้จิตใจคนฟังร้อนรน "ขณะที่เข้ารับการรักษา หัวใจของผู้เจ็บได้หยุดเต้นไประยะหนึ่ง ทีมแพทย์ได้ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจให้ผู้เจ็บกลับมาหายใจได้อีกครั้งแต่ว่า..."

"แล้วยังไงต่ออะ" เบลถามขึ้นเมื่อเห็นหมอยืนนิ่งไปราวกับว่าเรื่องที่จะบอกนั้นเป็นเรื่องที่ยากต่อการทำใจ

"คือมันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งครับ...ระยะเวลาที่หัวใจหยุดเต้นของผู้เจ็บนั้นนานเกินไป ส่งผลให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ดังนั้นเนื้อสมองบางส่วนจึงถูกทำลาย ด้วยเหตุนี้...ผู้เจ็บจึงมีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา"

!!!!!

"แกว่ายังไงนะ!!! "

ซันซัสตวาดเสียงกร้าวดังไปทั่วทั้งชั้น ในขณะที่ลูกน้องคนอื่นยืนนิ่งเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาของทุกคนเบิกโพลงอย่างตกใจ มือไม้เริ่มสั่นเทาเพราะไม่คาดคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว โดยเฉพาะกับคนที่เก่งกาจเรื่องการต่อสู้อย่างสควอโล่

ขณะนั้นหมอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อ ทว่าก็ต้องชะงักไปเมื่อร่างสูงย่ำขาเข้ามาใกล้พร้อมสีหน้าที่ทำให้ผู้มองต้องตกใจจนขาสั่นกลัว

"ไอ้สวะนั่นมันต้องฟื้น!! แกต้องทำให้มันฟื้น!!! ได้ยินไหม!!! "

บอสแห่งวาเรียออกคำสั่งเสียงดังลั่น มือหนากระชากคอเสื้อของหมอเข้าหาตัวด้วยความโกรธเคือง ร่างกายของซันซัสเริ่มสั่นเทาเพราะความกลัวที่แผ่เข้ามาเต็มพื้นที่จิตใจแต่มันถูกกลบไว้ด้วยความโกรธอีกทอดหนึ่ง

"บอส เจ้ว่าปล่อยให้หมอได้พูดต่อก่อนเถอะนะคะ" ลุซซูเรียเองก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน แต่ทว่ายังพอควบคุมสติได้จึงช่วยขอวอนให้เจ้านายของตัวเองใจเย็นลงเพื่อที่จะได้รู้ว่าหมอจะพูดอะไรต่อไป

สุดท้ายซันซัสก็ยอมปล่อยในที่สุด มือหนากำแน่นเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้ร้อนไปมากกว่านี้ ทางฝั่งหมอรีบก้าวถอยห่างให้พ้นระยะจากร่างสูงทันทีเพราะกลัวว่าชายคนนี้จะเกิดอารมณ์ร้อนขึ้นมาอีก ก่อนจะเริ่มบอกกล่าวเรื่องของฉลามหนุ่มต่อ

"หมอต้องขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ทางเราพยายามสุดความสามารถแล้ว การที่หัวใจของผู้เจ็บกลับมาเต้นอีกครั้งก็นับว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์เพราะตอนแรกทางเราคิดว่าผู้เจ็บจะไม่รอดแล้วด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องวันที่ผู้เจ็บจะฟื้นขึ้นมานั้นทางเราไม่สามารถให้คำตอบได้จริงๆ อาจเร็วหรือช้าหรือไม่ฟื้นเลยก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เจ็บเอง หมอต้องขออภัยเป็นอย่างสูงด้วยนะครับ" หมอเอ่ยเสียงอ่อนก่อนจะโค้งตัวให้เหล่าวาเรียทุกคนแล้วจึงรีบเดินกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

วาเรียทุกคนมีสีหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนยังคงยืนนิ่งราวกับถูกสาปอยู่ตรงนั้นอีกชั่วระยะหนึ่ง ต่างคนต่างเหม่อลอยคิดเรื่องเดียวกัน ซึ่งก็คือเรื่องของสควอโล่ที่ไม่รู้จะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งวันไหน

ขอปาฏิหาริย์อีกเรื่องหนึ่งไม่ได้หรือไง...

นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิด ในเมื่อมันเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ดังนั้นเกิดขึ้นอีกสักครั้งก็คงไม่มากจนเกินไป

ผ่านไปไม่นานเตียงผู้ป่วยที่ปรากฏร่างของสควอโล่นอนอยู่ก็ถูกเข็นออกมา ขนาดมองจากภายนอกแล้วฉลามหนุ่มก็ไม่ได้ดูมีอาการน่าหายห่วงเลยแม้แต่นิด มิหนำซ้ำยังดูยังดูไร้ชีวิตชีวาด้วยวงหน้าซีดเซียวแม้มองจากที่ห่างไกลยังเห็น

บอสแห่งวาเรียกำหมัดแน่นกว่าเดิมด้วยความโกรธแค้นต่อผู้กระทำจนแทบอยากจะปล่อยเพลิงพิโรธออกมาทำลายล้างสิ่งของที่ขวางหน้า ในตอนนี้สิ่งที่ซันซัสหวังมีเพียงความพินาศของอดีตคู่หมั้น คนผู้นั้นจะต้องได้รับความเจ็บปวดมากกว่าที่สควอโล่พบเจอในยามนี้ และก่อนที่สองขาจะก้าวตามร่างโปร่งไปยังห้องผู้ป่วยนั้นซันซัสก็ได้หันมาหาลูกน้องทุกคนเพื่อสั่งการอะไรบางอย่าง

"พวกแกไปกำจัดพวกดิออตโต้ที่หลงเหลืออยู่ให้หมด อย่าให้เหลือรอดแม้แต่ตัวเดียว เว้นแต่ไอ้สวะซามูเอลนั่นให้จับตัวมันมาทรมานก่อนแล้วค่อยฆ่ามันให้ตาย!! "

ฉันจะต้องจับมันมาล้างแค้นแทนแกให้ได้...สควอโล่

"เอ๋ นั่นไม่ใช่คู่หมั้นบอสหรอค้าา แล้วทำร้ายแฟมิลี่พันธมิตรจะไม่เป็นอะไรเหรอ" ลุซซูเรียถามอย่างแปลกใจด้วยความที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะขณะที่ลูกน้องวาเรียเพิ่งลงมาจากหน้าผาได้ไม่นานก็พบเจอกับบอสและสควอโล่ในสภาพย่ำแย่แล้ว และยังไม่ทันได้มีโอกาสเห็นว่าศัตรูเป็นใคร

"มันคือคนที่คิดลอบฆ่าฉัน สวะแบบนั้นไม่ใช่คู่หมั้นฉันอีกต่อไป!! "

"รับทราบบอส!! " ลูกน้องทุกคนตะโกนอย่างพร้อมเพรียงราวกับรอเวลานี้มานาน ด้วยความที่รู้สึกไม่ถูกชะตากับฝ่ายนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว!

เมื่อสั่งการลูกน้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงจึงก้าวตามฉลามหนุ่มไปอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง ส่วนลูกน้องคนอื่นแม้อยากไปเยี่ยมเพื่อนแค่ไหนแต่เมื่อได้รับคำสั่งให้ไปจับคนที่มันคิดทำลายวาเรียก็รีบไปทันทีอย่างไม่รีรอ

ภายในห้องผู้ป่วยที่พยายาลเพิ่งเข็นรถของฉลามหนุ่มเข้าไป ไม่นานก็มีบุรุษที่ผู้คนต่างยำเกรงมายืนอยู่หน้าห้องเพื่อรอให้บรรดาพยาบาลหญิงที่อยู่ในห้องจัดการต่อสายทางการแพทย์ต่างๆ บนมือของสควอโล่จนเสร็จ และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วพยาบาลจึงรีบพากันออกไปเพราะรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาอย่างดุดันชวนขนลุกตลอดเวลา

และในที่สุดในห้องนี้ก็เหลือเพียงคนสองคน...

"ไอ้สวะ" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกผู้ที่กำลังนอนหลับอย่างแผ่วเบาขณะที่ขากำลังก้าวเข้าไปหา

ยามที่เดินเข้ามาสังเกตสควอโล่ในระยะใกล้ ซันซัสสังเกตเห็นว่าร่างกายของอีกฝ่ายดูผ่ายผอมลงอย่างเห็นได้ชัดยามที่ใส่ชุดผู้ป่วยแบบนี้ ยิ่งย้อนนึกไปถึงตอนที่อุ้มอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนก็ยิ่งตอกย้ำลงไปในเรื่องนี้ เพราะเขาจำได้ว่าอีกฝ่ายมีน้ำหนักตัวน้อยลงกว่าตอนอยู่ที่วาเรียเพียงใด...

ระหว่างที่ไม่ได้อยู่กับฉัน แกไม่ดูแลตัวเองเลยงั้นเหรอวะ!

ซันซัสต่อว่าผู้ที่นอนไม่ได้สติภายในใจก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงเคียงข้าง มือหนาเลื่อนไปกุมมือของอีกฝ่ายไว้แล้วซบใบหน้าของตัวเองลงไป เมื่อความอบอุ่นจากมือที่กำลังกอบกุมนี้กำลังแทรกซึมไปตามใบหน้าของชายหนุ่ม

แต่ทว่า...มันกลับพาใจให้รู้สึกปวดร้าวเมื่อนึกถึงอีกฝ่ายครั้งเมื่อในอดีต

ร่างที่เคยส่งเสียงเอะอะโวยวายบัดนี้กลับมีแต่ความเงียบงัน

ร่างที่เคยแข็งแรงและมีพลังกำจัดศัตรูล้นเหลือแต่บัดนี้กลับทำไม่ได้แม้แต่จะดูแลตัวเอง…

"ขออนุญาตนะบอส"

เสียงของมาม่อนดังขึ้นขัดความคิดหมองเศร้าของชายหนุ่ม เมื่อร่างเล็กตัดสินใจจะเข้ามาบอกความจริงเรื่องนั้นกับบอสตนเองก่อนที่จะไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย และยามที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังฟุบใบหน้าลงบนมือของเพื่อนก็อดที่จะหดหู่ตามไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นบอสของตัวเองในมุมที่ดูอ่อนแอลงเช่นนี้ แม้อีกฝ่ายจะพยายามปิดอย่างแนบเนียนแค่ไหนแต่เขาก็มองออกอยู่ดี

"มีอะไร"

เมื่อซันซัสได้ยินเสียงเรียกจึงเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะปรายตาไปทางลูกน้องสายหมอกของตนอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก คิ้วบนวงหน้าคร้ามขมวดมุ่นทันทีเมื่อเห็นท่าทางที่ดูเคร่งเครียดของอีกฝ่าย

“เรื่องสควอโล่น่ะบอส”

ขณะนี้มาม่อนกำลังลอยตัวอยู่ข้างประตูดังเช่นตอนที่เปิดเข้ามา เพราะหากสิ่งที่กำลังจะเล่าทำให้ผู้เป็นนายไม่พอใจขึ้นมาจะได้ถือโอกาสหนีออกไปได้อย่างทันท่วงที!

"คือเรื่องหัวใจของมันน่ะ บอสก็สงสัยใช่ไหมว่าทำไมถึงได้มีปัญหาหนักขนาดนั้น"

เมื่อได้ยินมาม่อนเอ่ยเช่นนั้น ซันซัสก็เริ่มหวนคิดเรื่องนี้อีกครั้งหนี่ง

ไอ้ฉลามนี่มีสภาพแบบนี้ก็เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาตาย...

แต่คนอย่างมันไม่น่าจะเจอเรื่องสะเทือนใจแล้วเกิดอาการช็อกจนตัวสั่นขนาดนี้ อย่างมากก็น่าจะแค่หมดสติธรรมดามากกว่า อีกทั้งยังมีโลหิตสำรอกออกมาทางปากรวมถึงหลั่งออกมาทางจมูกจำนวนมากด้วย ซึ่งมันดูเป็นเรื่องพิลึกและไม่ควรเกิดขึ้นสำหรับคนที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวใด

"แกมีอะไรจะบอกก็พูดมา"

"คือ...ขอร้องเลยนะว่าบอสอย่าโมโหที่ฉันปกปิดไว้ เพราะว่าสควอโล่น่ะเป็นคนบังคับฉัน" มาม่อนเอ่ยขอไว้ก่อนเพราะเชื่อว่าชายร่างสูงตรงหน้าต้องโกรธอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่มันจะถูกระบายออกมาด้วยความรุนแรงไหมก็ไม่แน่ใจ

"ไอ้สวะนี่บังคับแก? " เรียวคิ้วของร่างสูงขมวดหนักกว่าเดิมทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

"ใช่แล้ว คือฉันจะบอกว่าหัวใจภาพลวงตาที่ฉันสร้างให้สควอโล่..." คนพูดเว้นช่วงก่อนจะค่อยๆ เอ่ยเสียงแผ่วลง "มันมีปัญหาน่ะบอส"

"ปัญหาอะไร! " บอสแห่งวาเรียตวาดถามเสียงดังพลางกุมมือผู้ที่นอนอยู่แน่นโดยไม่รู้ตัว

"คือ...หัวใจของสควอโล่ทนรับเรื่องที่สะเทือนใจมากไม่ได้ ไม่งั้นมันจะเจ็บไปทั่วบริเวณอกแล้วก็หายใจลำบาก และ...บะ..บอส..อึก.." มาม่อนถูกซันซัสคว้าตัวไปไว้ในมือหนาพร้อมบีบแน่นจนเจ้าตัวหายใจแทบไม่ออก แผนที่คิดว่าจะรีบชิ่งหนีอกฝ่ายในตอนแรกพังลงในพริบตาเมื่อเห็นร่างสูงก้าวเข้าหาด้วยสีหน้าโกรธจัดก็ทำเอาขยับตัวไม่ออกทันที

"ไอ้-สวะ" ร่างสูงกดเสียงต่ำและย้ำแต่ละคำชัดเจน "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมแกไม่บอกฉัน!!! "

ความโกรธเริ่มครอบงำไปทั้งร่างจนเนื้อตัวสั่นเทา ทั้งความโกรธที่มีต่อตัวเองรวมไปถึงลูกน้องที่อยู่ในมือ

"...บะ..บอส..คลายมะ..มือ..ลง..หนะ...หน่อย"

เพื่อต้องการฟังคำอธิบายซันซัสจึงยอมคลายมือลงเล็กน้อย ทว่าอารมณ์แห่งความโกรธในยามนี้กลับไม่ได้ลดลงไปด้วยเลย เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้นมันทำให้เขาย้อนคิดว่าที่ผ่านมา...ตัวเขาทำร้ายจิตใจของสควอโล่ไปมากแค่ไหน

"ที่ฉันยอมทำตามที่สควอโล่มันบอกก็เพราะมันย้ำเอาไว้ว่า'บอสน่ะเกลียดคนอ่อนแอ' มันกลัวว่าบอสจะไล่ตัวเองออกไปเหมือนที่ไล่ลูกน้องคนอื่น"

"...." ร่างสูงยอมปล่อยมือที่จับตัวสายหมอกให้ร่วงลงกับพื้นเมื่อเข้าใจความคิดของฉลามหนุ่ม แต่ถึงอย่างไรก็อดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมองผู้ที่กำลังหลับใหลด้วยสายตาต่อว่าอีกครา

ฉันจะไล่แกออกไปได้ยังไง แกมันโง่ซ้ำโง่ซาก!!

ซันซัสบอกกับสควอโล่ภายในใจก่อนจะเดินตรงเข้าไปนั่งเคียงข้างร่างโปร่งบนเตียงดังเดิมและจับมือของอีกฝ่ายมากุมเอาไว้ เมื่อมาม่อนเห็นว่าบอสของตนเองใจเย็นลงแล้วจึงตัดสินใจเปิดปากอธิบายต่อ

"สควอโล่อดทนมามากเลยล่ะบอส ฉันเคยเห็นอาการของมันเป็นบางครั้ง" สายหมอกเอ่ยเสียงติดเศร้าเล็กน้อย "วันนี้หวังว่ามันจะทรมานเป็นครั้งสุดท้าย และคนที่ทำให้สควอโล่ต้องเป็นแบบนี้ ฉันจะพยายามไปลากตัวมันมาให้ได้"

มาม่อนก็คือผู้ใช้พลังมายาเช่นเดียวกับซามูเอล ดังนั้นต่อให้ฝ่ายนั้นคิดพรางตัวหลบหนีไปที่แห่งใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของผู้พิทักษ์สายหมอกคนนี้ได้ ส่วนลูกน้องของดิออตโต้แฟมิลี่ที่เหลือ พวกวาเรียก็คงจะจัดการได้ไม่ยาก

หลังจากนั้นมาม่อนก็ไม่ส่งเสียงอะไรอีกเมื่อเห็นว่าบอสของตนไม่โต้ตอบอะไรกลับมา เมื่อกำลังนั่งมองเพียงสควอโล่ไม่วางตาพร้อมกุมมือเอาไว้ไม่ปล่อย บ่งบอกว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังรู้สึกผิดเพียงไร แม้จะตีหน้านิ่งเฉยได้เหมือนทุกครั้งแต่แววตาในครั้งนี้ไม่อาจหลอกลวงความรู้สึกข้างในได้

มาม่อนมองทั้งสองอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจถอยออกมาให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันต่อไป...

ซันซัสนั่งมองหน้าของผู้เจ็บอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างที่คาอยู่ในใจตนออกมา

"ฉัน.....ขอโทษ...."

ถ้อยคำที่ยากจะได้ยินนี้ถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของร่างสูงแผ่วเบาเพื่อส่งตรงไปหาร่างของฉลามหนุ่ม มือหนาข้างหนึ่งกอบกุมมือเรียวเอาไว้ส่วนอีกข้างเอื้อมขึ้นไปลูบศีรษะของผู้ที่กำลังหลับใหล

ถ้ารู้แต่แรกว่าแกเป็นแบบนี้ วันนั้นฉันจะไม่ทำเรื่องรุนแรงขนาดนั้น...

ในวันที่ต้องไล่มันออกไปจากวาเรีย ไม่ใช่แค่มันคนเดียวที่เจ็บแต่เขาเองก็เจ็บไม่แพ้กัน ทำให้เขาเผลอระบายความเจ็บนั้นออกไปเป็นความรุนแรง

แท้จริงแล้วตั้งแต่ที่ไอ้แก่บอกว่ามันเป็นคนลอบฆ่าเขา เขาไม่เชื่อเลยสักนิดแม้ว่าใครจะมายืนยันอย่างไร ที่ผ่านมาก็แค่หลอกมันเพื่อที่จะถือโอกาสไล่มันออกไปจากวาเรียที่มีแต่อันตราย แค่ไม่อยากให้มันกลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยแต่ก็ดันไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน ซึ่งแม้แต่ตัวมันเองก็ยังหาหลักฐานไม่ได้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาอารมณ์ร้อนใส่มันในวันนั้น...เพราะว่าเขาไม่อยากเสียมันไป

หลายครั้งที่มีคนมาย้ำเรื่องการลงโทษผู้กระทำผิดให้เขาฟังทั้งไอ้แก่และไอ้คู่หมั้นสวะคนนั้น มันทำให้เขาโกรธและควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ไม่ว่ากับใครก็ตาม เมื่อไม่อยากเห็นมันโดนลงโทษปางตายในความผิดที่เขาเชื่อว่ามันไม่ได้เป็นคนทำ แต่ที่น่าโมโหก็คือไอ้ฉลามสวะกลับเลือกที่จะยอมรับโทษนั้นเพื่อให้ได้อยู่กับเขาต่อไป!

ถ้าโชคไม่ดีมันก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดจากการรับโทษเหล่านั้น

ตอนนั้นเขาไม่มีเพลิงพิโรธ...ไม่มีพลังมากพอที่จะช่วยปกป้องมันได้

เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องไล่มันออกมาจากวาเรีย ให้มันไปหาที่ปลอดภัยข้างนอกอยู่ดีกว่ามารอรับโทษที่ไม่ใช่ความผิดตัวเองอยู่ที่นี่ และหากวันไหนที่ความจริงปรากฏแล้วเขาก็จะไปลากตัวมันกลับมาเองแม้มันจะไม่ยอมก็ตาม

ตอนที่เห็นว่ามันจะไปอยู่กับไอ้ม้าสวะนั่นเขาแทบจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แต่เมื่อใจฉุกคิดเรื่องความปลอดภัยของมันจึงต้องข่มอารมณ์ตัวเองไว้อย่างฝืนกลั้น และระหว่างที่มันไม่อยู่ก็ใช่ว่าเขาจะนั่งอยู่เฉย เวลาในแต่ละวันได้หมดไปกับการไล่ตามหาความจริงที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ออกมาทำภารกิจก่อนหน้าก็เพื่อหวังจะได้เบาะแสคนร้ายตัวจริง เขาคิดอยู่ว่ามีคนกำลังคิดลอบฆ่าเขาตั้งแต่วันที่ตัวเองโดนระเบิดแล้ว และคาดไม่ถึงว่าไอ้ฉลามโง่นี่ก็แอบตามเขามาเหมือนกัน คงจะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเขาตามที่มันเคยบอกไว้ก่อนออกจากวาเรีย ยามที่ตกลงมาในเหวลึกด้วยกันเขาไม่ได้อยากจะทำเป็นเมินใส่มันในทีแรก แต่เพราะเพลิงพิโรธยังไม่กลับมาและยังตามหาตัวคนร้ายไม่ได้ เขาจึงต้องอดทนไว้ก่อนทว่าความอดทนนั้นก็แตกพ่ายลงทันทีที่มันฝ่ายเริ่มรุกรานจนเขาคุมตัวเองไม่อยู่

และสุดท้ายก็มาเกิดเรื่องเช่นนี้ขี้น มันยังไม่มีโอกาสได้รู้ความในใจของเขา

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโอกาสนั้นจะมีหรือไม่เพราะหมอก็ยังไม่สามารถให้คำยืนยันได้ว่ามันจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่…

แต่เขาก็ยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดหลายเรื่องที่พูดจาไม่ดีใส่มันมาตลอดและก็เผลอทำร้ายร่างกายมันไปในวันนั้นอย่างขาดสติ น่าแปลกที่เขาทำขนาดนั้นแต่มันกลับไม่โกรธและยังดึงดันที่จะอยู่กับเขาต่อไปอย่างไม่ลดละ

ทว่า...สมมติเขาไม่ขับไล่มันแบบนั้นแล้วมีหรือที่คนอย่างมันจะยอมออกไปแต่โดยดี เพราะขนาดทำรุนแรงอย่างนี้มันยังไม่ยอมออกไปเลยด้วยซ้ำ...!!

"ไอ้ฉลามงี่เง่า อะไรที่ทำให้แกภักดีกับฉันขนาดนี้กันวะ"

บอสแห่งวาเรียเอ่ยถามผู้ที่กำลังหมดสติแม้รู้ว่าจะไม่ได้คำตอบใดกลับมา จากนั้นมือหนาข้างที่ลูบศีรษะก็เคลื่อนมาจับผิวแก้มของอีกฝ่ายแทน

เพราะวันนี้มันพบศพเขาในลักษณะของภาพมายาเลยมีสภาพเป็นอย่างนี้

ถ้าอย่างนั้น...มันจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าคนที่โทรหามันในวันนั้นจะเกิดจากพลังมายาเช่นกัน!

ปึก!!

มือละออกจากแก้มของอีกฝ่ายแล้วเปลี่ยนมาทุบราวเตียงเพื่อระบายอารมณ์โกรธที่หวนกลับมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย

เพราะไอ้สวะนั่นเรื่องมันถึงได้บานปลายมาถึงขนาดนี้!

"ฉันให้ไอ้พวกลูกน้องไปลากตัวมันมาแล้วไอ้ฉลามสวะ แล้วมันจะต้องตายอย่างทรมานด้วยน้ำมือของฉัน!! "

ร่างสูงเอ่ยถ้อยคำหนักแน่นให้ฉลามหนุ่มฟังเพื่อยืนยันว่าตนจะต้องชำระแค้นเรื่องนี้ให้จงได้ ตราบใดที่คนกระทำผิดยังอยู่บนโลกใบนี้ก็ไม่มีทางหลีกหนีไปไหนพ้น!

"แล้วแกก็รีบตื่นมาได้แล้วถ้าแกอยากมาล้างแค้นมัน..กับฉัน..."

เสียงทุ้มเบาลงราวกับกำลังโศกเศร้าเรื่องวันเวลาที่อีกฝ่ายจะฟื้นคืนกลับมา ใบหน้าแห่งความโกรธเคืองก็เริ่มคลายลงยามที่มองใบหน้าซีดเซียวของอีกฝ่าย

"ฉันรู้นะว่าแกเจ็บมามากเลยอยากพักน่ะไอ้สวะ"

ซันซัสว่าพลางบีบมือของสควอโล่ไว้แน่นก่อนจะใช้สายตาดุดันจ้องไปอย่างคาดคั้น

"แต่แกจำเอาไว้ว่าฉันไม่อนุญาตเข้าใจไหม!! ดังนั้นแกต้องรีบตื่นขึ้นมา!!! "

ประโยคคำสั่งลั่นออกมาเสียงดังเพื่อต้องการจะบังคับอีกฝ่ายให้เชื่อฟังสิ่งที่ตนพูดอย่างที่เคยเป็นมา

ทว่า...ผู้ที่ยังไม่ได้สติจะไปรับรู้มันได้อย่างไร

สุดท้ายแล้วเจ้าของคำพูดก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแผ่วเบาให้กับสิ่งที่มันเป็นไป โดยได้แต่หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พบเจอเรื่องย่ำแย่ถึงเพียงนี้ จากนั้นร่างสูงก็ฟุบใบหน้าลงไปบนมือที่กำลังกอบกุมแล้วจึงค่อยๆ หลับตาลงเพื่อที่จะเข้าสู่ห้วงหลับติดตามผู้ที่นอนอยู่บนเตียงไป...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #30 muneow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 21:01
    อาวุธพร้อมรบมาก
    #30
    0
  2. #29 krewpetch (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 16:10
    เฉยๆก็อยากฆ่าคน
    #29
    0
  3. #28 namzbongz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 15:51
    ป๋าฟาดมัน! ต้องให้มันตาย
    อย่างทรมานที่สุด! น้อนหลามหน้าสงสารมาก;_;ร้องไห้ทั้งตอนแล้ว;_;
    #28
    0