[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 15 : Chapter 14 เหตุร้ายเกินคาดเดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 ธ.ค. 63

ไม่นานการมองเห็นก็เริ่มแจ่มชัดขึ้นจากตอนแรกที่ค่อนข้างพร่าเลือน เมื่อภาพที่ฉายตรงหน้าคือเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษผู้เปรียบเสมือนท้องนภามืดที่ตนหลงใหล ดวงตาสีอ่อนไล่มองไปตามวงหน้าของร่างสูงอย่างเชื่องช้า รอยแผลเป็นที่ข้างแก้มไม่ใช่รอยตำหนิแต่เป็นเสน่ห์ประจำตัวของเจ้าของร่าง จมูกเป็นสันโด่งรับกับรูปหน้า ดวงตาเฉียบคมและเรียวคิ้วลักษณะเฉพาะตัวเสริมให้ใบหน้าของอีกฝ่ายคล้ายดูโกรธเกรี้ยวตลอดเวลาและพาให้ผู้มองหลายคนต้องยำเกรง

แม้ยามนี้ท้องฟ้าจะไร้แสงสว่างแต่มันก็ยังปิดความดูดีของอีกฝ่ายไม่มิด

สควอโล่มองต่อไปโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ ทั้งยังคงไม่คลายอ้อมกอดออกเพราะยังอยากอยู่ใกล้ชิดกันให้นานกว่านี้ เพราะไม่รู้ว่าหากผละออกไปแล้วมันจะมีโอกาสแบบนี้อีกทีเมื่อไหร่

ถ้าไม่เกิดเหตุที่เพิ่งผ่านมา...เราสองคนก็คงไม่ได้เจอกัน

ถือว่านี่เป็นหนึ่งความโชคดีในความโชคร้ายของการพลัดตกลงมาด้านล่าง เพราะหากไม่ตกลงมาเขาก็คงต้องกลับไปอยู่ที่ปราสาทคาบัคโรเน่ของดีโน่เช่นเดิมและคงไม่มีโอกาสได้มาพบหน้าพูดคุยกับบอสอย่างที่ทำอยู่ แท้จริงแล้วไม่คิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะได้พบกับซันซ้สเร็วขนาดนี้

ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะทำเพียงแอบตามและรอให้ความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายแล้วเราสองคนจะได้มาเจอกันในสภาวะฉุกเฉิน…

"ออกไปได้แล้วไอ้สวะ ฉันรำคาญ" เสียงทุ้มกดต่ำเร่งให้ร่างโปร่งคลายอ้อมแขนออกไปอย่างหงุดหงิด

เมื่อผู้ฟังได้ยินดังนั้นจึงต้องจำใจผละออกมาอย่างเสียดาย สควอโล่กระถดตัวถอยออกมาเพื่อเว้นระยะห่าง ใจเริ่มปวดหนึบขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อซันซัสก็ยังคงผลักไสตัวเองออกไปไม่เปลี่ยนแปลง แต่ว่า..ก็ไม่ลืมที่จะกล่าวถ้อยคำหนึ่งออกไป

"...ขอบคุณนะบอส"

บอสแห่งวาเรียปรายตามองอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่ก่อนจะเบนความสนใจไปทางอื่น เมื่อหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

"เฮ้ยบอส! แกจะดึงฉันไปไหนวะ"

เสียงร้องดังขึ้นด้วยความตกใจพร้อมกับคิ้วที่ขมวดยุ่งเมื่อแขนถูกมือหนากระชากอย่างแรงให้ร่างต้องลุกจากพื้นอย่างกะทันหันจนตัวเซไปตามแรงนั้น

"ไปตรงอื่น จะนั่งเซ่ออยู่ตรงนี้ให้ศัตรูมันมาเจอตัวรึไงไอ้ฉลามโง่! "

ซันซัสลั่นวาจาตอบกลับด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่รู้จักใช้สมองคิด ก่อนจะฉุดลากแขนเรียวให้เดินตามมายังทิศทางที่ตนจะเดินไป

"เออ ฉันขอโทษที่ไม่ทันคิด" เรียวคิ้วได้รูปคลายลงเมื่อหมดข้อสงสัย ฉลามหนุ่มยินยอมให้ผู้เป็นนายลากตัวไปตามใจต้องการโดยไม่ขัดขืน

เมื่อเดินมาถึงบริเวณใกล้ลำธารซึ่งเป็นจุดที่ต้องการ ซันซัสก็ผลักตัวสควอโล่ให้นั่งลงบนพื้นดินทันที!

“โว้ยยยย อะไรของแกวะ”

“นั่งอยู่ตรงนี้ไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ไอ้พวกลูกน้องสวะก็คงมา”

หากพวกลูกน้องวาเรียระดับสูงเห็นว่าเจ้านายยังไม่กลับจากภารกิจอันแสนง่ายดายก็คงต้องแปลกใจและรีบตามมาที่นี่อย่างแน่นอน

สควอโล่ได้ยินก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะกระถดตัวไปนั่งพิงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตนเอง ทั้งยังเผลอไปฉุดรั้งแขนร่างสูงให้นั่งลงเคียงข้างตนโดยไม่รู้ตัว เจ้าของวงหน้าคมปรายตามองมาอย่างหงุดหงิด แต่..สุดท้ายก็ยอมนั่งลงตาม

"นี่บอส..." ฉลามหนุ่มเอ่ยเรียกคนข้างกายเสียงแผ่ว

"มีอะไร"

"ฉันจะถามว่าทำไมแกถึงมาทำภารกิจในวันนี้แทนพวกมันวะ งานง่ายแค่นี้เองนี่...เอ่อ..."

ฉลามหนุ่มหุบปากตัวเองแทบไม่ทันเพราะเผลอปล่อยไก่ออกไปตัวโตว่าตนเองแอบสืบภารกิจของอีกฝ่ายมา...บอสคงรู้หมดแล้วว่าเขาแอบตามมาตั้งแต่ต้น

บ้าชิบ!!

ดวงตาสีวารีรีบเสหลบสายตาที่จ้องมาอย่างแดกดันโดยเร็ว ซึ่งมันได้เรียกรอยยิ้มแสยะบนมุมปากของร่างสูงออกมาเมื่อรู้ทันสควอโล่ดี

"หึ รู้หมดเลยสินะว่าฉันไปทำอะไรมาบ้างน่ะ ไอ้ฉลามสวะ"

"แกคงไม่คิดว่าฉันตามมาฆ่าแกใช่มั้ยวะบอส"

สควอโล่ถามออกไปอย่างคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบว่าอีกฝ่ายเชื่อใจ แต่ทว่าซันซัสกลับนั่งนิ่งและไม่ตอบอะไร ขณะที่ดวงตาสีแดงโลหิตแสดงออกเพียงความความเฉยชาและยากจะคาดเดาอะไรได้อย่างเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา

สุดท้ายแล้วก็ยากจะบอกได้ว่าสควอโล่ได้รับความเชื่อใจกลับคืนมาแล้วหรือยัง...

เกือบจะล้มเลิกความสนใจที่มีต่อบอสแห่งวาเรียเมื่อต้องพบเจอกับความผิดหวัง หากแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นบาดแผลบนมือหนาเข้าเสียก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการโดนกิ่งไม้ระหว่างทางครูดจนเป็นแผลลึกพอสมควร…!!

"บอส! มือแก..."

เพราะซันซัสพยายามเอามือข้างนั้นไปหลบซ่อน สควอโล่ถึงเพิ่งได้สังเกตเห็นมันอย่างเต็มตา

โลหิตที่ไหลออกมาจากแผลบนมือหนาทำให้ผู้มองกระวนกระวายใจ ผิดกับอีกฝ่ายที่เป็นผู้ได้รับบาดแผลแท้ๆ แต่กลับทำท่าทีนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน สควอโล่เห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกหัวเสียพอตัว...แต่ทว่าความเป็นห่วงที่มีต่อร่างสูงนั้นมีมากกว่า

การกระทำไวเท่าความคิด ฉลามหนุ่มรีบเอื้อมไปคว้ามือหนาข้างที่ปรากฏบาดแผลขึ้นมาเพื่อพินิจดูอย่างร้อนรน

แต่ทว่ายังไม่ทันที่สควอโล่จะช่วยคิดวิธีรักษา บอสแห่งวาเรียกลับรีบชักมือของตัวเองกลับเสียอย่างนั้น

"แกจะมายุ่งทำไม!! " เสียงตวาดนั้นรุนแรงราวกับไม่ต้องการความช่วยเหลือ

ส่วนหนึ่งเพราะบาดแผลมันไม่ได้สาหัสนักสำหรับซันซัส แค่รอยกิ่งไม้ถากธรรมดา ความลึกของบาดแผลก็ไม่ได้มาก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรต้องมาห่วง

ทว่า...สควอโล่หาได้คิดแบบนั้นไม่ เจ้าตัวยังคงไม่ละความพยายามที่จะนำมือของอีกฝ่ายมารักษาให้จนได้ แต่ขณะที่กำลังจะขยับตัวไปใกล้ร่างสูงให้มากกว่าเดิมนั้น สุรเสียงทุ้มต่ำก็พลันตวาดดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่ผลักร่างของเขาออกไปอย่างแรง

"ถอยไปไอ้ฉลามสวะ!! "

"เงียบน่าบอส!!! "

ดังนั้นจึงตวาดกลับด้วยเสียงดังอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะขยับกายที่เสียหลักเซไปด้านหลังให้กลับเข้ามาหาอีกฝ่ายดังเดิม มือเรียวรีบเอื้อมไปคว้ามือหนามาไว้กับตัวและจับไว้อย่างแน่นหนาราวกับจะไม่ยอมปล่อยมือนี้ออกไป จนในที่สุดซันซัสก็ไม่เอ่ยปากไล่อีกต่อไป สควอโล่คาดว่าอีกฝ่ายคงรำคาญตนแล้วแต่ใครสนกัน

ชายเสื้อสีดำถูกเจ้าตัวดึงมันออกจนขาดเพื่อที่จะนำมันไปพันรอบบาดแผลบนมือของอีกฝ่าย สควอโล่ค่อยๆ พันให้สภาพของผ้าออกมาดูดี แต่ด้วยความที่ไม่ได้ทำให้ใครบ่อยจึงได้ผลล้พธ์ออกมาไม่ได้ดั่งใจ ชวนให้คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างหัวเสีย

แต่...หารู้ไม่ว่าท่าทางเอาจริงเอาจังนี้ทำให้ดวงตาคู่ดุดันจำต้องหยุดมองอย่างพลั้งเผลอ

“เฮ้ย มองอะไรวะ” ราวกับรู้สึกได้ว่าถูกจ้องจึงกระแอมไอเล็กน้อย

มือที่จับผ้าเริ่มสั่นเล็กน้อยเพราะรู้สึกถึงความกดดันอย่างประหลาด ด้วยความห่างเหินกันนานถึงหนึ่งสัปดาห์รวมไปถึงการจากลาที่ไม่ดีเท่าที่ควรทำให้จิตใจของฉลามหนุ่มค่อนข้างหวั่นเกรงเล็กน้อยเวลาที่คิดจะทำอะไรกับชายตรงหน้า

เพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ...และขับไล่กันไปอีกครั้งหนึ่ง

ยามที่พันผ้าห้ามเลือดที่บาดแผลบนมือของร่างสูงเสร็จแล้ว แทนที่สควอโล่จะวางมือหนาที่จับอยู่ลงเพื่อระงับความสั่นเทาของมือตัวเอง แต่ทว่า..เจ้าตัวกลับยังคงจับมันเอาไว้อย่างนั้น ขณะที่สายตาละจากมือหนาแล้วเลื่อนขึ้นไปมองวงหน้าคมที่ยังคงจ้องมองมาทางตนไม่เลิกเพื่อจะดูว่าอีกฝ่ายจะว่าอะไรหรือไม่

ทั้งสองนั่งสบตากันในความเงียบอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครเป็นฝ่ายเริ่มเอ่ยคำพูดอื่นใดออกมาก่อน มือเรียวที่เคยสั่นเทาค่อยๆ กลับมาสงบนิ่งดังเช่นปกติอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็หาได้ปล่อยมือหนาออกไปให้เป็นอิสระ...

สควอโล่กลับเลือกที่จะกุมมือของนภาผู้เป็นเจ้าชีวิตให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก พลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่แฝงความเป็นห่วงเอาไว้ โดยหวังว่าซันซัสจะรับรู้ความห่วงใยที่ตนมีให้...แม้จะเพียงเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี

บอส...แกเคยเข้าใจความรู้สึกของฉันบ้างมั้ยวะ

แต่คำตอบก็อาจจะไม่...เพราะแกไม่เคยทำทีเหมือนใส่ใจมันให้ฉันเห็น

ในเมื่อมันเป็นเช่นนั้น แล้วเหตุใดเขาถึงยังดิ้นรนที่จะอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายตลอดมา...

สควอโล่ใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามเนื้อผ้าที่คนพันบนฝ่ามือของร่างสูงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนำมันมาวางไว้บนเข่าของตัวเองแล้วจึงเอาแก้มไปแนบลงบนฝ่ามือนั้น ดังเช่นวันที่เคยไปเยี่ยมอีกฝ่ายในโรงพยาบาลหลังวันเกิดเหตุครั้งก่อน

มือนี้ที่จับกระบอกปืนหันเข้าหา

มือนี้ที่ส่งมอบความรุนแรงมาให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่มือนี้...กลับเป็นมือที่โอบอุ้มเขาคนนี้ให้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป

หลายครั้งหลายคราที่เคยคิดว่าเหตุใดตัวเขาถึงไม่ตายไปให้พ้นจากโลกนี้เสีย เมื่อความทรมานต่างๆ นานาที่ได้รับในระยะนี้มันทำร้ายหัวใจของเขาให้เจ็บปวดอย่างทารุณ

แต่ว่า..มันก็จะมีเหตุผลที่มาฉุดรั้งให้เขาเลือกมีชีวิตอยู่ต่อทุกครั้งไป และเหตุผลดังกล่าวก็เกี่ยวข้องกับชายที่นั่งอยู่ภายหน้าตลอดมา...

เพราะแกยังอยู่ ฉันถึงยังอยู่

เพราะรอบตัวแกล้วนมีแต่อันตรายฉันถึงยังต้องติดตาม

"บอส"

วงหน้างามเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือหนาที่ซบอยู่พลางเรียกหาผู้เป็นนายที่บัดนี้เปลือกตาได้ปิดสนิทลงไปแล้ว

"แกหลับแล้วเหรอวะ"

ฉลามหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมลืมตาขึ้นมายามที่ตนส่งเสียงเรียก ทว่าแม้จะส่งเสียงถามออกไปแต่กลับไม่ได้รับคำตอบใดกลับมาอยู่ดี อีกทั้งยังไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับมาสักอย่าง

ฉันอยากกลับไปอยู่กับแก...อยากกลับไปอยู่วาเรีย

ถ้อยคำพูดที่ดังก้องอยู่ในใจ เป็นสิ่งที่ปราถนาจะเอ่ยให้อีกฝ่ายได้รับรู้แต่ยังไม่สามารถเอ่ยออกไปได้ เพราะเมื่อยังไม่มีหลักฐานเช่นนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับการปฏิเสธกลับมา เพราะฉะนั้นเขาควรรอเวลาให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย อย่างไรเสียตอนนี้ความจริงก็เริ่มเข้าใกล้ตัวเข้ามาทุกที หากไม่ใช่พวกไส้ศึกในวองโกเล่หรือวาเรียก็คงเป็นพวกดิออตโต้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็มีแต่จะเกิดเรื่องวุ่นวายไม่จบสิ้น

ในที่สุดสควอโล่ก็ละทิ้งความคิดที่จะบอกกล่าวต่อร่างสูงออกไป หากบอกไปตอนนี้ก็คงจะเกิดการทะเลาะวิวาทและเราสองคนก็คงจะต้องแยกจากกันเร็วขึ้นกว่าเดิม ซี่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น…

"หึ" รอยยิ้มผุดออกจากริมฝีปากของฉลามหนุ่มอย่างขมขื่น ไม่มีเรื่องอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย มากที่สุดคือการเสียเลือดเสียเนื้อก่อนที่จะได้รับสิ่งที่ต้องการ

แต่ถึงอย่างนั้นนักฆ่าอย่างเขาก็ไม่เคยเกรงกลัวมันอยู่แล้ว...

ไม่รู้ว่าเพราะความพลั้งเผลอหรือตั้งใจ ใบหน้าของฉลามหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาไปหาใบหน้าคมคร้ามที่ยังคงหลับตานิ่งไม่ไหวติง มือเรียวทั้งสองข้างยังคงกอบกุมมือหนาเอาไว้ไม่ปล่อยเช่นเดิม สควอโล่เอียงองศาใบหน้าให้ริมฝีปากตัวเองแนบชิดกับริมฝีปากของชายที่นอนหลับ แผ่วเบาก่อนจะกดย้ำแรงขึ้นตามความห่วงหาที่ก่อตัวในจิตใจ

เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดสนิทลงก่อนจะเคลิ้มไปกับสัมผัสที่ตัวเองเป็นคนริเริ่ม หัวใจที่ปวดหน่วงเริ่มเต้นเป็นจังหวะรัวเร็วเพราะความตื่นเต้น ทว่ามันก็เป็นความสุขที่ระคนไปกับความเจ็บร้าว...

"อ๊ะ" สควอโล่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อร่างสูงที่ไม่ได้หลับอยู่ก่อนหน้าดึงมือออกไปจากการจับกุม แล้วเปลี่ยนมารั้งท้ายทอยของเขาให้ริมฝีปากยิ่งบดเบียดเข้าหา

"บะ..บอส..อื้ออ"

ขณะที่พยายามรีบผละริมฝีปากออกห่างโดยอัตโนมัติแต่ว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ศีรษะพลันถูกมือหนากดให้ริมฝีปากกระแทกเข้าหาเพื่อบดจูบกันอีกครา ทว่าคราวนี้มันเพิ่มความเร่าร้อนจนสุดท้ายต้องยอมนั่งตัวอ่อนรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ

“แกเริ่มก่อนเองนะไอ้สวะ”

ซันซัสใช้ลำแขนอีกข้างโอบรัดอีกฝ่ายแล้วโถมกายลงไปทาบทับพร้อมกับริมฝีปากที่ประกบแนบชิดไม่ห่าง ลิ้นร้อนเข้าแทรกเข้าไปคลอเคลียกับเรียวลิ้นของอีกฝ่ายอย่างร้อนแรงและเนิ่นนาน ราวกับกำลังมัวเมากับรสสัมผัสที่ห่างหายมาหลายวันหลายคืน แทนที่สควอโล่จะห้ามแต่แขนเรียวกลับเอื้อมไปโอบกอดร่างสูงตอบ ให้กายทั้งสองเบียดชิดขึ้นจนแทบไร้ช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน

"บอส...ฉันคิดถึงแก"

เมื่อริมฝีปากของคนด้านบนผละออก สควอโล่ก็ละเมอเพ้อความในใจออกไปราวกับกำลังอัดอั้น ส่งผลให้รอยยิ้มเผยขึ้นที่มุมปากของผู้ที่ถูกเอ่ยถึง เมื่อปรือตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าที่ตนโหยหามาหลายวัน กลับพบว่าขณะนี้เจ้าของใบหน้านั้นกำลังมองลงมาที่ใบหูของตนก่อนจะโน้มลงมาใช้ริมฝีปากขบกัดจุดอ่อนนี้!

"ไม่นะบอส! มะ..ไม่" สควอโล่เอ่ยเสียงร้องห้ามออกไปแต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจจะสน…

ริมฝีปากของร่างสูงวนเวียนอยู่ช่วงใบหูนั้นอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะผละไล่ลงมาตามซอกคอ กลิ่นกายจากร่างที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนานถึงหนึ่งสัปดาห์ทำให้ซันซัสรู้สึกมัวเมาอย่างไม่ควรจะเป็น ลิ้นร้อนไล้เลียไปตามแอ่งชีพจรจนฉลามหนุ่มต้องแหงนหน้าขึ้นรับ มือหนากำลังสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อตัวบางเพื่อสัมผัสผิวเนื้อลื่นมือด้านในอย่างเพลิดเพลิน จนสควอโล่เริ่มร้องส่งเสียงครางต่ำให้กับการกระทำที่ชวนให้รู้สึกวาบหวาม…

ตึก ตึก

แต่ทว่า...

อยู่ๆ ก็มีเสียงย่ำฝีเท้าจากบริเวณไม่ไกลดังขึ้นขัดจังหวะคนทั้งคู่ให้จำต้องหลุดจากบ่วงอารมณ์กะทันหัน

"ไอ้คุณบอส มีคนมา" ฉลามหนุ่มกระซิบบอกซึ่งก็ดูเหมือนว่าซันซัสจะรู้ตัวก่อนแล้วเช่นกันจึงหันหน้าไปตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน มือหนาผละออกจากกายบางแล้วเอื้อมไปหยิบปืนมาถือโดยฉับพลัน

เพราะประสาทสัมผัสของนักฆ่าส่งผลให้หูไวต่อที่มาของเสียง และจากการคาดคะเนอันแม่นยำของทั้งคู่ทำให้ต่างคนต่างสัมผัสได้ว่ามีคนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เป็นขบวนใหญ่...

เดาได้ไม่ยากนักว่าคนกลุ่มนั้นคือกลุ่มเดียวกับศัตรูที่ไล่ฆ่าซันซัสขณะที่อยู่บนหน้าผา ยามนี้พวกนั้นได้ตามมาถึงป่าใหญ่ด้านล่างพร้อมกับพรรคพวกที่มากขึ้นกว่าเดิม!

ซันซัสรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบอาวุธปืนคู่กายทั้งสองออกมาถือไว้ ขณะที่สควอโล่เองก็รีบติดอาวุธดาบกับมือกลแล้วรีบลุกขึ้นตามอย่างรวดเร็ว วัดจากกองกำลังในตอนนี้แล้วหากเป็นยามปกติที่ซันซัสมีเพลิงพิโรธและสควอโล่มีร่างกายที่แข็งแรงเป็นปกติไร้ซึ่งอาการเจ็บปวดใดก็คงจะจัดการพวกมันได้ไม่ยาก

ทว่าในตอนนี้มันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่...

ซันซัสมีปืนบรรจุกระสุนชนิดพิเศษก็จริง แต่ทว่าเมื่อเทียบกับพลังไฟที่มีพลังทำลายสูงอย่าเพลิงพิโรธนั้นก็ถือว่าอ่อนกว่ามากโข เช่นนั้นแล้วสควอโล่จึงตั้งใจว่าจะคอยคุ้มกันไม่ห่าง ด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียท่า

"แกกับฉันแยกกันไปจัดการพวกสวะนั่น"

ทว่า...คำสั่งที่ออกมาจากปากของร่างสูงขัดกับสิ่งที่สควอโล่ต้องการจะกระทำ ดวงตาสีอ่อนตวัดมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ เพื่อที่จะบอกว่าตนไม่ยินยอมให้มันเป็นแบบนี้!

"ฉันจะอยู่ช่วยแกเท่านั้น เพราะสภาพแกในตอนนี้น่ะ..."

"หุบปาก!! "

และยังไม่ทันที่สควอโล่จะกล่าวถึงเรื่องเพลิงพิโรธก็พลันต้องเงียบปากเมื่ออีกฝ่ายตวาดใส่เสียงดังลั่นโดยไม่กลัวพวกศัตรูจะได้ยิน เพราะถึงอย่างไรพวกนั้นก็กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อยู่แล้วเพราะคงรู้ดีว่าเหยื่ออยู่ตรงไหน

...เป็นไปได้ว่าอาจจับสัญญาณจากโทรศัพท์ที่ทั้งสองลืมปิดด้วยส่วนหนึ่ง

เช่นนี้ยิ่งแน่ชัดเข้าไปใหญ่ว่าผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ต้องอยู่ในปราสาทวาเรีย เพราะผู้ที่จะจับสัญญาณโทรศัพท์ของทั้งคู่ได้ย่อมต้องทำงานอยู่ในปราสาทเท่านั้น มิเช่นนั้นคนนอกไม่มีทางผ่านเข้าไปในห้องค้นหาสัญญาณของอุปกรณ์สื่อสารของคนในวาเรียได้แน่

"ไอ้ฉลามสวะ" ร่างสูงเอ่ยเสียงเยียบเย็นด้วยอารมณ์โกรธเคืองที่มีต่อพวกศัตรู "ถึงยังไงแกตามฉันมา สุดท้ายก็ต้องแยกกันไปจัดการอยู่ดีไม่ใช่รึไง"

เพราะศัตรูมีหลายร้อย อย่างไรระหว่างต่อสู้ก็ต้องหลบอาวุธจนต้องวิ่งห่างกันไปเรื่อยๆ

จนสควอโล่ต้องยืนช่างใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะรีบตัดสินใจเมื่อเวลามีไม่มากพอ ศัตรูเคลื่อนที่เคือบใกล้มาทุกที สุดท้ายก็ยอมเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นนายแม้จะห่วงแสนห่วงมากแค่ไหนก็ตาม

"ก็ได้บอส แต่ฉันจะพยายามอยู่ในละแวกที่แกอยู่"

"นั่นมันก็เรื่องของแก..."

"แล้วแกก็ต้องปลอดภัย เข้าใจมั้ยวะ! " ไม่ลืมที่จะย้ำเพื่อขอคำยืนยันให้ตนมีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะอีกฝ่ายจะไม่เป็นอะไร

"อย่างฉันน่ะไม่เป็นอะไรหรอก สวะอย่างแกน่ะระวังเถอะ"

บอสแห่งวาเรียตอบรับแล้วจึงเคลื่อนตัวเข้าไปหาพวกของศัตรูอย่างรวดเร็ว สควอโล่มองตามหลังผู้เป็นนายไปจนลับสายตาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะรีบพุ่งเข้าหาศัตรูเช่นกันโดยแยกกับซันซัสในระยะที่ไม่ห่างกันมากนัก

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

ไม่นานเสียงปืนหลายร้อยนัดก็ดังก้องกังวาลไปทั่วบริเวณป่า การต่อสู้กำลังผ่านไปอย่างหนักหน่วงทั้งที่เพิ่งเริ่ม ศัตรูเหมือนต้องการจับตายมากกว่าจับเป็น การจับมาเฟียที่มากความสามารถอย่างซันซัสและสควอโล่ก็ย่อมเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา คราวนี้จึงเหมือนว่าศัตรูยกพวกมาเกือบหมด…!

และด้วยจำนวนศัตรูที่มากทำให้ฉลามหนุ่มต้องผละห่างออกจากผู้เป็นนายไปมากพอสมควร ซันซัสไม่ได้อยู่ในระยะสายตาของสควอโล่อีกต่อไป เรียวคิ้วได้รูปบนวงหน้ากำลังขมวดยุ่งด้วยความเป็นกังวล แต่ถึงอย่างนั้นการต่อสู้ก็ยังต้องดำเนินไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะวิตกมากแค่ไหนก็ตาม

"อ๊ากกกกก"

เสียงคนจำนวนหนึ่งถูกดาบฟันจนบาดเจ็บอย่างสาหัสและเสียชีวิตลงในที่สุด ฉลามหนุ่มมองภาพนั้นอย่างสมเพชก่อนจะวิ่งและสอดสายตาหาเจ้านายไปตลอดทาง แต่ว่า..การมีเหล่าศัตรูจำนวนมากอยู่โดยรอบทำให้มองหาได้ยากนัก

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

เสียงปืนที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนจะดังถี่กว่าเดิมสร้างความลุ้นระทึกให้กับสควอโล่ที่กำลังใช้ดาบเชือดเฉือนเหล่าศัตรูทุกครั้งไป เนื่องจากทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปืนหลายนัดเช่นนี้ มันก็หมายความว่าทางฝั่งซันซัสกำลังเจอเรื่องสาหัส

เพราะรอบบริเวณของฉลามหนุ่มหาได้มีเสียงปืนจำนวนมากขนาดนั้นไม่

ราวกับว่าศัตรูต้องการพุ่งเป้าไปทางบอสแห่งวาเรียมากกว่า...

สควอโล่ใช้ดาบสังหารผู้คนไปแล้วเกือบร้อย ยามที่ต้องการจะเคลื่อนตัวไปตามหาซันซัสก็มักจะมีพวกลูกกระจ๊อกมาขัดขวางอยู่เสมอ ท้ายสุดแล้วจึงต้องตัดสินใจเก็บพวกศัตรูฝั่งตัวเองให้หมดก่อนโดยเร็ว

ฉันจะรีบไปหาแกนะบอส รออีกหน่อย!!

"อั่กก!! "

เสียงคนผู้หนึ่งร้องอย่างเจ็บปวดเมื่อโดนคมดาบจากมือกลฟันเข้าไปตรงหน้าท้อง แต่ทว่า...ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกลับยิ้มแสยะด้วยความสะใจ ซึ่งมันกวนโทสะของฉลามหนุ่มเป็นอย่างมาก

"ยิ้มรับความตายรึไงวะ!! "

ร่างโปร่งถามพลางเชือดคมดาบให้บาดลึกเข้าไปในท้องของอีกฝ่ายมากขึ้นจนตัวโค้งงอ แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังไม่ก้าวเข้าไปหาความตายเสียทีและยังคงส่งยิ้มร้ายมาให้อย่างไม่นึกกลัว!

"ฉัน..ยิ้ม..รับ..ความตาย..ของ..บอสแก..ไงวะ"

น้ำเสียงที่เอ่ยขาดห้วง แต่ทว่าฉลามหนุ่มได้ยินมันอย่างแจ่มชัด!

"พูดบ้าอะไรของแก!! "

ถ้อยประโยคนั้นสร้างโทสะให้แก่ฉลามหนุ่มมากกว่าการกระทำก่อนหน้าหลายเท่าตัว ช่วงอกของศัตรูจึงถูกดาบฟาดฟันด้วยแรงโทสะ โลหิตทะลักออกมาพร้อมเสียงร้องอันแสนเจ็บปวดที่ออกมาจากปากของศัตรูผู้นั้น

"ยัง..อึก..ไม่รู้..สินะ"

คนกล่าวเว้นช่วงไปชั่วครู่เพราะอาการบาดเจ็บเจียนตายที่ได้รับทำให้หายใจอย่างยากลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามที่จะพูดออกมาเพราะนึกสนุกที่เห็นใบหน้าเป็นกังวลที่มากขึ้นของฉลามแห่งวาเรีย!

"บอสแก..น่ะ..ตาย..แล้ว"

"หยุดเพ้อเจ้อซะที!!!! "

เสียงตวาดดังลั่นไปทั่วบริเวณป่าสมกับที่ออกมาจากปากของมาเฟียที่เสียงดังที่สุด เท้าของฉลามหนุ่มกระทืบหน้าท้องของศัตรูอย่างแรงด้วยความโมโหจนใบหน้าของศัตรูเหยเกด้วยความทรมาน

ยามที่ได้ยินศัตรูกล่าวออกมาแบบนั้น สควอโล่ไม่มีทางเชื่อ

...แต่ทว่ามันก็มีบางทีที่เกิดความรู้สึกหวาดหวั่น

"บอสของฉันไม่มีทางเสียท่าให้พวกสวะอย่างแก! "

แต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นกับตาก็ไม่มีทางหลงเชื่อเด็ดขาด บางทีพวกมันอาจจะหลอกเพื่อหวังให้เขาทรมานใจตายก็ได้...

"หึ..ฮะ..ฮะ"

ร่างบนพื้นพยายามส่งเสียงหัวเราะออกมาเยาะเย้ยชายนักดาบผมยาวก่อนที่ร่างนั้นจะหมดลมหายใจไป ซึ่งมันไม่ได้สร้างความเวทนาให้กับผู้มองอย่างฉลามหนุ่มเลยแม้แต่นิด กลับกันมันมีแต่ความรู้สึกสมเพชเสียมากกว่า!

เมื่อกำจัดศัตรูบริเวณโดยรอบของตัวเองหมดแล้ว สควอโล่จึงรีบมุ่งหน้าไปทางป่าอีกฝั่งเพื่อหวังจะเจอผู้เป็นนายของตัวเองในสภาพที่ปลอดภัย เสียงปืนที่ก่อนหน้าดังขึ้นหลายนัดแต่ยามนี้ได้เงียบลงไปบ้างเล็กน้อย ซึ่งเขาคาดว่าซันซัสคงจะยิงจัดการพวกคนเหล่านี้ราบคาบไปมากแล้ว

ดวงตาสีวารีเริ่มกวาดหาร่างของเจ้านายมาตลอดแนวป่า ใจภาวนาว่าอย่าให้บอสของตนเองพบเจอกับอันตรายใด สองขารีบวิ่งออกตามหาร่างสูงอย่างรวดเร็วแม้ร่างกายจะเริ่มอ่อนล้าเพียงใด ระหว่างทางยังมีศัตรูเหลืออยู่จำนวนหนึ่งซึ่งคาดว่าคนกลุ่มนี้กำลังมุ่งหน้าไปหาตัวซันซัส ซึ่งก็ได้ถูกเขากำจัดจนตายไปจำนวนมาก

ดูท่าว่าบริเวณนี้จะยังคงหลงเหลือศัตรูอยู่บ้าง

หากเขาเจอซันซัสแล้วค่อยมาเก็บกวาดพวกมันให้หมด

ฉลามหนุ่มนึกในใจก่อนจะตามหาชายร่างสูงต่อไป สองขายังคงวิ่งด้วยความเร็วคงเดิมจนร่างเริ่มหอบ แต่ว่า..มันก็ยังคงวิ่งหาต่อไปโดยไม่คิดหยุดหากยังไม่ได้พบคนที่ตามหา

"เก็บศพมันไป!! "

!!!!

เสียงตะโกนของศัตรูที่อยู่ไม่ไกลทำให้ฉลามหนุ่มต้องหันไปมอง และไม่คาดคิดว่าศพที่คนกลุ่มนั้นหมายถึงจะเป็น...

"บอส!!!!! "

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เข่าแทบทรุดลงกับพื้น เรี่ยวแรงลดลงจนคล้ายจะหมดไป แต่ทว่ามันยังคงฝืนวิ่งไปข้างหน้าอย่างสั่นไหว

เพื่อหวังจัดการสังหารคนที่ทำให้เจ้านายของตนมีสภาพแบบนี้...

"อย่า-อยู่-เลย-แก"

เสียงของฉลามหนุ่มกดต่ำจนศัตรูเกรงกลัวทว่ามันยังมีความสั่นพร่าเพราะกลัวการสูญเสีย...

"อั่กกกกก!!! " ร่างโปร่งตรงเข้าใช้ดาบฟาดฟันเหล่าศัตรูกลุ่มนั้นไม่ยั้ง เสียงศัตรูหลายคนร้องพร้อมกันจนแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใครก่อนที่จะพากันหมดลมหายใจกันไปทีละคน ศพแต่ละรายมีสภาพอนาถน่าหวาดกลัว...เพราะเจ้าของดาบจงใจให้มันเป็นแบบนี้

อะไรกัน...นี่มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำด้วยซ้ำ

"บอส" เสียงเรียกหาร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นอย่างแหบสั่น สควอโล่รีบพาขาอันสั่นเทาของตัวเองก้าวเข้าไปดูอาการของผู้เป็นนายด้วยใจที่คาดหวัง ทว่ายิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งเห็นว่าบริเวณลำตัวของอีกฝ่ายโชกไปด้วยโลหิตมากเพียงใด ใจของฉลามหนุ่มหล่นวูบลงทันที ร่างกายของซันซัสถูกกระสุนปืนยิงใส่มากมายหลายนัดจนร่างอาบย้อมไปด้วยสีแดง

"บอส!! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!! ได้ยินมั้ย!! "

ฉลามหนุ่มทรุดเข่าลงนั่งข้างกายร่างสูงพร้อมโอบประคองร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน ระหว่างนั้นก็ส่งเสียงตะโกนดังไปทั่วบริเวณ…หวังให้ผู้ที่ตนเรียกฟื้นคืนสติคืนมา

ฉันไม่เชื่อ...

ฉันไม่เชื่อว่าแกตายแล้ว…!!

"ไหนแกบอกว่าแกจะปลอดภัยไงวะ!! "

ก่อนหน้าแกรับปากฉันแล้ว...แต่ทำไมถึงทำมันไม่ได้

"...ไม่จริง...บอส..." ยามที่ซบใบหน้าลงไปตรงช่วงแผ่นอกที่ชุ่มเลือด ฉลามหนุ่มหวังจะได้ยินเสียงอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ทว่ามันกลับเป็นเหตุให้เจ้าตัวเบิกตากว้างอย่างตกใจ ขณะที่ร่างกายเริ่มสั่นเทาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนมันมากยิ่งกว่าตอนที่ถูกไล่ออกมาจากวาเรียเสียอีก ไม่นานน้ำสีใสก็ค่อยๆ หลั่งรินลงมาจากดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่อีกต่อไป

เมื่อหัวใจของซันซัส...มันไม่เต้นอีกแล้ว

"ไม่..จริง..อึก...ไม่!! ไม่จริง!! "

ริมฝีปากและคำพูดที่เอ่ยออกมาแต่ละคำสั่นพร่าและขาดห้วง สควอโล่กอดร่างในอ้อมแขนไว้แน่นพร้อมหอบหายใจแรงขึ้นเป็นลำดับเนื่องจากหัวใจไม่อาจทนรับเรื่องนี้ไหว ขณะที่ร่างกายกำลังสั่นไหวรุนแรง มือไม้ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้อีกต่อไป...นอกจากโอบร่างของซันซัสเอาไว้

แกต้องไม่ตาย ต้องไม่ตาย

"ทะ..ทำ..ไม..ถึง..ทิ้..ง..ฉัน"

สควอโล่ต้องการถามหาเหตุผลจากร่างสูงที่หลับใหล ทั้งที่รู้...ว่าร่างนั้นไม่มีทางจะตื่นมาตอบตนเองได้อีกต่อไปแล้ว…

"..บ..อ..ส....ไ..ม่.."

...ไม่ตายไม่ได้หรือไง…

นี่เป็นคำพูดสุดท้ายที่ออกมาจากริมฝีปากของฉลามหนุ่มขณะที่สติรับรู้กำลังจะดับสูญ หัวใจที่อยู่ภายในเจ็บปวดจนคล้ายว่าจะแตกสลาย ลมหายใจค่อยๆ แผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนแทบจะหมดลงตามร่างในอ้อมกอดไป

ถ้าแกไม่อยู่...แล้วฉันจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร

ขอโทษที่ฉันแก้แค้นตัวการที่มันทำร้ายแกไม่ได้ แต่ฉันฝืนตัวเองไหวได้เท่านี้

โลกอันแสนโหดร้าย...แต่ทำไมมันถึงไม่โหดร้ายกับฉันแค่คนเดียว ทำไมต้องลากแกมาพบเจอกับความโหดร้ายนี้ด้วยวะ…

สควอโล่ค่อยๆ ประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากสีซีดของเจ้าชีวิตในอ้อมแขน ก่อนที่จะผละออกมาเพราะเรี่ยวแรงที่กำลังจะหมดไปในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ร่างของสควอโล่ค่อยๆ โน้มตัวลงไปนอนทาบทับร่างสูงอย่างเชื่องช้า ขณะที่ดวงตาสีฟ้าอ่อนกำลังจับจ้องไปที่วงหน้าคมที่อยู่ภายหน้าอย่างเลื่อนลอย

"...อึก..อึ่กก..."

โลหิตสีแดงฉานกระอักออกมาทางช่องปากของฉลามหนุ่มเป็นจำนวนมาก ทั้งยังไหลรินออกมาทางจมูกจนน่ากลัว เรี่ยวแรงที่เคยมีอยู่อันน้อยนิดหมดลงในที่สุด…เพราะหัวใจมายาที่อยู่ในแผ่นอกกำลังทารุณร่างนี้อย่างไม่ปรานี…

ฉันจะกำลังจะไปหาแกแล้วซันซัส

ฉันจะติดตามแกตลอดไปดังที่เคยให้คำสัญญา

เราสองคน...จะต้องได้เจอกันอีกในโลกหน้า…ใช่ไหม

สิ้นสุดความคิดนั้น สควอโล่ก็ไม่รับรู้ถึงสติของตัวเองอีกต่อไปราวกับวิญญาณกำลังออกจากร่าง เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดสนิทลงพร้อมกับความรู้สึกนึกคิดที่เลือนหายไป

แต่ทว่า...

ร่างกายกลับยังคงสั่นไหวรุนแรงจนน่าหวาดหวั่นราวกับกำลังดิ้นรนต่อสู้กับความทรมานที่มันไม่ยอมสิ้นสุดลง…เพราะอะไรกันนะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #27 muneow (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 01:10
    จะบ้าตายแล้ว ณ จุดนี้ เกินต้าน
    #27
    0
  2. #26 namzbongz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 21:24
    ร้องไห้แล้ว(;´༎ຶٹ༎ຶ`)มันเกินรับไหว
    #26
    0
  3. #25 krewpetch (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 19:25
    อย่าเป็นอะไรนะน้องหลามมมม
    #25
    0