[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 14 : Chapter 13 ลอบฆ่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    9 ธ.ค. 63

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์..นับตั้งแต่วันที่สควอโล่ย้ายออกมาจากปราสาทวาเรีย

สำหรับคนอื่นอาจรู้สึกว่าเวลาเพียงเท่านี้ไม่ได้นานเท่าไหร่เพราะมันยังไม่ถึงเดือนถึงปีเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับสควอโล่แล้วมันช่างเป็นเวลาที่แสนยาวนานเมื่อกำลังนับรอเวลาที่จะได้พบใครบางคนที่อยู่...

แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่บอสคนเดียวที่เขาอยากกลับไปหา พวกลูกน้องตัวแสบที่ไม่ได้เจอกันหลายวันก็ทำให้เขาคิดถึงไม่น้อย แต่ก็ยังมีโชคดีที่เขาได้ติดต่อกับพวกมันอยู่บ้างไม่ใช่ว่าหายขาดจากกันไปเลย เมื่อสัปดาห์ก่อนพวกมันเป็นฝ่ายโทรมาหาพร้อมแย่งกันรัวคำถามใส่เขาไม่หยุด ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามเรื่องสาเหตุที่โดนไล่ออกมา แม้จะค่อนข้างหนักใจแต่ก็ยอมตอบไปตามตรงและไม่ลืมที่จะให้คำสัญญา

...พวกเราวาเรียจะต้องกลับไปอยู่กันพร้อมหน้ากันอีกครั้ง!

ไอ้คนที่ทำความผิดต้องชดใช้ในสิ่งที่มันก่อ เพราะอีกไม่นานเขาก็จะเริ่มสืบเรื่องนี้แล้ว

และก่อนที่จะวางสายเขาก็ไม่ลืมที่จะซักถามถึงเรื่องของซันซัส ยามที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายสบายดีก็ทำให้หายห่วงไปได้บ้าง ถึงแม้พวกมันจะบอกว่าบอสอารมณ์ไม่ค่อยดีและพังข้าวของอยู่บ่อยครั้งก็ตามที

นั่นก็ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของมันอยู่แล้วนี่

ทว่ามันก็อดคิดมากไม่ได้เมื่อเขามีโอกาสได้ติดต่อกับไอ้พวกลูกน้องบ้านั่น แต่ในทางกลับกันเขาไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับซันซัสเลย ไม่ได้เห็นหน้าและไม่ได้พูดคุยกันเกือบทุกวันดังเช่นในอดีต

...ไม่เคยรู้สึกใจหายแบบนี้มาก่อน

และความรู้สึกนี้ก็ไม่เคยลดทอนลงแม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เช่นเดียวกับอาการเจ็บปวดภายในใจที่เผชิญอยู่

อาการที่ไม่เคยหายไปเลยนับตั้งแต่ออกมาจากปราสาทวาเรีย...

หลายครั้งที่เขาคิดว่าตัวเองฝืนทนอยู่กับมันมาตลอดเวลาได้อย่างไร เพราะปกติแล้วความเจ็บนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วก็หาย อย่างมากก็อาจจะเป็นชั่วโมงแต่ไม่เคยเกินวัน ทว่าในครั้งนี้มันมีอาการมาร่วมหนึ่งสัปดาห์แล้ว

ยอมรับว่ามันทรมานพอสมควร แต่พออยู่นานไปมันก็กลับกลายเป็นความเคยชินเสียอย่างนั้น เว้นแต่ว่าจะมีเรื่องให้คิดมากจนอาการเจ็บกำเริบหนักและส่งผลให้ไอออกมาเป็นเลือดเช่นครั้งก่อน

แต่ก็ไม่บ่อยนักนักหรอก...ไม่งั้นคงตายไปแล้ว

หึ...สภาพจิตใจของเขามันย่ำแย่เอาเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เสียเมื่อไหร่ เพราะเขายังไม่หลงลืมเป้าหมายของตัวเองแน่นอน

ต้องเอาตัวคนร้ายตัวจริงมากำจัดให้สิ้นซาก!

 

ณ ลานฝึกดาบในคฤหาสน์คาบัคโรเน่ขณะนี้ปรากฏร่างของฉลามแห่งวาเรียกำลังฝึกฝนเพลงดาบอย่างตั้งอกตั้งใจ เจ้าของร่างมุ่งมั่นกับการฝึกทุกวี่วันตั้งแต่มาอยู่คฤหาสน์เพื่อไม่ให้ทักษะการฟันดาบของตัวเองอ่อนแอลง และหากได้กลับไปอยู่วาเรียอีกครั้งในอนาคตก็จะได้เป็นลูกน้องที่แข็งแกร่งคนเดิม

อีกอย่างหนึ่งคือฝึกฝนเพื่อนำไปใช้ต่อสู้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้...

"แฮ่กๆๆ " หอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อฝึกฝนเพลงดาบมาเป็นเวลาแปดชั่วโมงเต็ม นับตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนกระทั่งตอนนี้ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยเข้าไปจนถึงบ่ายสองแล้ว

ทำไมเขารู้สึกว่าตัวเองหอบเร็วกว่าเมื่อก่อนอยู่มาก เมื่อก่อนมันต้องเป็นวันเลยไม่ใช่หรือไงวะ!!

"ไอ้เวรเอ๊ยยย!! "

โครมมมมมมมมมม!!

"ไอ้ต้นไม้บ้านี่ แค่นี้ก็ล้มแล้วเรอะ! "

ด้วยความหัวเสียกับอาการของตัวเองจึงออกแรงฟันต้นไม้ต้นหนึ่งอย่างแรงจนลำต้นหักโค่นลงเสียงดังไปทั่วบริเวณปราสาท คาดว่าเขาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายในครั้งนี้ให้กับไอ้ม้าพยศ...ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขาไม่ได้จน

เมื่อได้ระบายอารมณ์ลงกับต้นไม้ก็เหมือนว่าจะทำให้สควอโล่ใจเย็นลงพอสมควร เจ้าตัวมุ่งหน้าซ้อมดาบต่อไปโดยไม่หันกลับไปสนใจสิ่งที่ตนทำพังอีก เนื่องจากตอนนี้สมาธิได้จดจ่ออยู่กับการคิดกระบวนท่าใหม่ที่จะใช้สู้กับศัตรูเท่านั้น

แม้ร่างกายจะเหนื่อยมากแล้วแต่ฉลามหนุ่มก็ยังคงฝืนต่อไปเพราะบัดนี้ฝีมือยังไม่ได้ตามใจหวัง

"พักก่อนดีกว่านะสควอโล่ นายซ้อมมาหลายชั่วโมงแล้วนี่นา"

เสียงของดีโน่ดังขึ้นไม่ไกลจากบริเวณลานฝึกดาบ สควอโล่หันไปมองเพื่อนตัวเองเพียงแวบเดียวก่อนจะหันกลับมาสนใจการฟันดาบต่อ

ชายผมทองเดินเข้ามาหาเพื่อนของตัวเองพร้อมขนเสบียงอาหารและน้ำมาให้ เนื่องจากเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้แตะอาหารอะไรเลยตั้งแต่เช้า ตอนแรกดีโน่กะว่าจะไม่มาเพราะไม่อยากไปคะยั้นคะยอสควอโล่มากนัก ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะรำคาญเอาจากนิสัยที่ไม่ชอบให้ใครมาบังคับหรือยุ่งวุ่นวายด้วย

แต่...พอเวลาล่วงเข้ามาเอาป่านนี้ดีโน่ก็จำต้องมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะอีกฝ่ายอดอาหารนานเกินไปแล้ว!

"นายอย่าลืมกินข้าวล่ะ ช่วงนี้นายกินน้อยจนผอมแห้งหมดแล้วเนี่ย" ว่าพลางชูกล่องเสบียงในมือขึ้นเพื่อเป็นการย้ำให้อีกฝ่ายรีบมากิน แต่ทว่า...

"เออ ขอบใจ วางไว้ตรงนั้นก่อนแล้วกัน" สควอโล่ชี้นิ้วไปทางข้างต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดนี้มากนักก่อนจะหันมาสนใจการฟันดาบเช่นเดิม ไม่สนใจเรื่องอาหารแต่อย่างใด

ช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยากกินอะไรเท่าไหร่นัก หากรู้สึกหิวก็จะออกไปกินเอง ส่วนเรื่องที่มันบอกว่าร่างกายเขาผ่ายผอมลงนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่เพราะเขาเองก็ไม่ทันได้สังเกตรูปร่างตัวเอง

แต่เห็นทีว่าจะจริงถ้าเขากินน้อยลงแบบนี้...

"ไว้เดี๋ยวฉันจะไปกินว้อย ขอซ้อมดาบอีกหน่อย" เขาหันไปบอกม้าพยศเพราะเข้าใจว่ามันห่วง จากที่เห็นว่ามันทุ่มเทเอาอาหารมาส่งให้เขาถึงที่เป็นครั้งแรก

ทางด้านดีโน่ทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างระอาที่อีกฝ่ายยังไม่คิดจะกินมันเสียที แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยอมเอาพวกเสบียงไปวางไว้ข้างต้นไม้ใหญ่ตามคำสั่ง

"บอกตามตรงนะ หลายครั้งฉันว่านายเหมือนคนป่วยเลย อย่างเช่นตอนนี้"

ความผิดปกติทางร่างกายของฉลามหนุ่มเริ่มชัดเจนขึ้นจนบอสแห่งคาบัคโรเน่ยังสังเกตได้ เพราะวงหน้างามดูซีดเซียวลงกว่าช่วงที่มาคฤหาสน์เมื่ออาทิตย์ก่อนเสียอีก ดีโน่คาดว่าสควอโล่คงมัวแต่คิดมากเรื่องของผู้ชายคนนั้นจนไม่ได้ดูแลหรือใส่ใจความเปลี่ยนแปลงของตัวเองเลย

นี่อาการฉันมันออกขนาดนั้นเลยเหรอวะ

สควอโล่เพียงคิดในใจก่อนจะรีบพูดแย้งเพื่อนของตน

"ป่วยอะไรกันวะ หยุดพูดจาไร้สาระเดี๋ยวนี้นะโว้ย! " เสียงตะโกนด้วยความไม่พอใจดังขึ้นเพราะไม่อยากจะยอมรับความจริง

"นายนี่มันจริงๆ เลยนะ" ดีโน่บ่นก่อนจะเดินลงไปนั่งคุยบนพื้นหญ้าพลางมองดูการฟันดาบของฉลามหนุ่มไปด้วย

"เออ เรื่องของฉัน"

"แล้ววันนี้นายจะออกไปหาซันซัสใช่มั้ยเนี่ย"

"ใช่ ฉันจะไปหามัน" เขาได้ดูตารางภารกิจของวาเรียที่ดีโน่แอบไปสืบมาจากคฤหาสน์ของรุ่นที่เก้าแล้ว เรื่องนี้ต้องขอบคุณมันที่อุตส่าห์ไปทำตามคำขอร้องของเขา

แท้จริงแล้วเขาจะขอกับพวกลูกน้องวาเรียก็ได้เพราะพวกนั้นมันก็น่าจะยอมบอก แต่เขาก็กลัวว่าหนึ่งในพวกมันจะปากโป้งเผลอไปบอกเรื่องนี้ให้บอสรู้เข้า

และเขาก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ตามมันอีก...

ซึ่งเขายอมไม่ได้เด็ดขาด!

จากข่าวที่เขารู้มาจากไอ้พวกลูกน้องบ้านั่น จนกระทั่งตอนนี้ผ่านมาสัปดาห์หนึ่งแล้วบอสก็ยังคงใช้เพลิงพิโรธไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เขาจึงไม่ไว้ใจให้บอสไปต่อสู้เพียงลำพัง

ในระยะนี้เขาคงทำได้แค่เพียงติดตามบอสแบบลับๆ

จากที่เคยได้เคียงข้าง แต่พอมาตอนนี้...

สควอโล่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป เพราะในวันนี้มีภารกิจต้องไปทำจึงไม่ควรหาเรื่องมาทำให้หัวใจอ่อนแอลงไปอีก

"นายจะไปหาซันซัสแล้วไม่คิดจะพักก่อนหรือไงเนี่ย" ม้าพยศมองสภาพที่ดูอิดโรยของอีกฝ่ายก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ทั้งที่รู้คำตอบดีว่าอย่างไรสควอโล่ก็ต้องไปอยู่แล้วแต่ก็ยังจะถามออกไป

อันที่จริงแล้ววันนี้ดีโน่เองก็อยากตามไปด้วยถ้าไม่ติดว่ามีงานสำคัญต้องไปทำที่ญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้นดีโน่ก็ไม่ลืมที่จะสั่งการให้ลูกน้องของตัวเองบางส่วนตามไปช่วยเหลือสควอโล่ถึงที่

"ระดับฉันไม่จำเป็นต้องพักก็เชือดไอ้พวกกระจอกตายเรียบอยู่แล้วโว้ยยย! " เสียงตะโกนแหกปากดังออกมาด้วยความมั่นใจ

ดีโน่ยิ้มอย่างขำขันให้กับอีกฝ่ายที่สภาพคล้ายคนป่วยแต่ยังมิวายอวดดี ก่อนจะลุกขึ้นยืนจากพื้นหญ้าแล้วปัดเศษดินที่กางเกงออกเพื่อเตรียมตัวไปทำธุระของตัวเอง แม้ใจจะอยากอยู่ที่นี่ต่อมากแค่ไหนแต่หน้าที่ของคนเป็นบอสนั้นต้องเลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อแฟมิลี่เป็นอันดับแรก

"ขอให้นายโชคดีก็แล้วกันนะ เดี๋ยวฉันจะไปญี่ปุ่นเจ็ดวัน กลับมาแล้วจะรีบมาหานายเลย! " ม้าพยศอวยพรก่อนจะโบกมือลาเพื่อนของตัวเองแล้วเดินจากไป

สควอโล่พยักหน้าให้เพื่อนของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งหน้าฝึกฝนดาบต่อไปโดยไม่สนใจอะไรอีก

ผ่านไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงร่างบางจึงหยุดพักแล้วเดินมานั่งลงบนพื้นหญ้าข้างต้นไม้ใหญ่ที่มีเสบียงวางอยู่ มือเรียวหยิบกล่องอาหารที่เพื่อนเตรียมไว้ให้ขึ้นมาทานให้พอมีแรง

น่าแปลกที่เวลาเขาเห็นอาหารทีไรก็อดจะนึกถึงเจ้านายของตัวเองไม่ได้ ส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนจัดการเรื่องอาหารการกินให้กับมันอยู่เสมอเพราะไม่มีใครทนความเอาแต่ใจของมันได้

ยื่นอันนี้ให้ก็ไม่เอา อันโน้นก็ไม่เอา มันเป็นอะไรของมัน

ทั้งที่ควรจะรำคาญจนถอยห่างแต่เขากลับอยู่ทำตามความต้องการของมันมาโดยตลอด เป็นเพราะเขาแค่อยากหาเรื่องไปอยู่กับมันก็เท่านั้นเอง ก็ถ้ามันเรียกใช้เขาก็แปลว่าเขาจะได้เหตุผลในการไปเจอหน้ามันยังไงล่ะ…

และเมื่อนึกถึงบอสของตนเองก็ทำให้ฉลามหนุ่มฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ มือรีบล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดูเวลา ก่อนจะพบว่าตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่ซันซัสจะต้องออกไปทำภารกิจแล้ว!

วันนี้พวกที่ติดตามบอสไปมีเพียงแค่วาเรียระดับล่างที่ไปด้วยเท่านั้น ไม่มีพวกระดับสูงสักคนจึงน่ากังวลใจเป็นพิเศษ แต่ก็น่าแปลกที่พวกวองโกเล่ดันยอมให้บอสออกมาทั้งที่ไม่มีเพลิงพิโรธ แบบนี้ไม่กลัวว่ามันจะเสี่ยงต่อการโดนผู้ปองร้ายในวันนั้นลอบสังหารไปหน่อยหรือไง

แต่เขาก็ลืมไป...ว่าคนในวองโกเล่ยังคิดว่าผู้ร้ายในครั้งนั้นคือตัวเขาคนนี้ ดังนั้นก็คงไม่คิดว่าจะมีใครมาปองร้ายซันซัสอีกแล้ว แต่มันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะศัตรูตัวจริงยังไม่ปรากฏตัวออกมาอย่างที่คิด!

แต่ถึงยังไงมันก็มีข้อดีที่บอสออกมาทำภารกิจในวันนี้...เพราะเขาอาจจะได้เจอผู้ร้ายที่แอบตามบอสอยู่ในวันนี้เลยก็ได้!

ฉลามหนุ่มรีบหยัดตัวลุกขึ้นจากพื้นหญ้าแล้วนำกล่องอาหารไปทิ้งในถังขยะ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปเตรียมความพร้อมที่ห้องนอนในคฤหาสน์ สควอโล่จัดการเปลี่ยนชุดให้เหมาะกับการต่อสู้โดยใส่สีดำทั้งตัวเพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดีแล้วจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถแล้วขับออกมา โดยมีลูกน้องของดีโน่ตามมาไม่ห่าง

สาเหตุของการไปในครั้งนี้นอกจากจะไปช่วยซันซัสให้ปลอดภัยจากการต่อสู้แล้ว เขาก็คาดหวังว่าจะเจอเบาะแสของคนที่เคยใส่ร้ายเขาด้วยเช่นกัน ถ้าวันนั้นมันวางแผนให้เขาเป็นคนฆ่าหมอนั่น ก็แสดงว่าตอนนี้มันอาจจะวางแผนอะไรอยู่อีกก็ได้ ยิ่งเป็นยามที่บอสไม่มีเพลิงพิโรธแล้วยิ่งเป็นโอกาสเหมาะเลยทีเดียวที่จะลงมือ

และถ้ามันเป็นอย่างที่เขาคิดจริง เขาก็จะขัดขวางไม่ให้มันทำได้ดั่งใจ!!

 

เมื่อมาถึงที่หมาย สควอโล่รวมไปถึงลูกน้องของดีโน่ได้ขับรถมาจอดไว้ตรงมุมลับใกล้สถานที่ปฏิบัติภารกิจของวาเรีย ร่างโปร่งรีบก้าวขาลงมาจากรถอย่างรวดเร็วก่อนจะไปออกคำสั่งให้พวกลูกน้องที่ตามมานั่งรออยู่ในรถเท่านั้น

สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะการเข้าไปหลายคนย่อมมีสิทธิ์ถูกซันซัสจับได้อย่างแน่นอน พวกนี้ใช่ว่าพรางตัวเก่งเสียเมื่อไหร่ และหากลูกน้องของดีโน่เข้าไปแล้วเกิดโชคร้ายโดนลูกหลงจากการต่อสู้ในครั้งนี้ไปด้วยคงแย่

จากนั้นสควอโล่ก็รีบวิ่งหายเข้าไปด้านในตึกทันที โดยไปหลบอยู่หลังเสาบริเวณที่คาดว่าพวกวาเรียน่าจะเข้ามา ด้วยความที่ทำงานด้วยกันมานานจึงรู้ระบบการวางแผนนี้ดี

ก่อนจะมาที่นี่เขาได้อ่านรายละเอียดของการทำภารกิจในครั้งนี้จากรายงานที่ม้าพยศนำมาให้ แท้จริงแล้วภารกิจนี้ไม่ได้ยากมากนัก เพียงแค่จัดการหัวหน้ากลุ่มมาเฟียค้าอาวุธเถื่อนที่ไม่ได้ฝีมืออะไรมาก จำนวนลูกน้องก็เพียงหลักร้อยต้นๆ น่าแปลกที่ซันซัสเลือกมาทำภารกิจนี้แทนที่จะอยู่ปราสาทเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการโดนลอบฆ่า เพราะอันที่จริงภารกิจนี้เหมาะที่จะมอบให้ลูกน้องระดับสูงมาทำมากกว่าด้วยซ้ำ

ระดับบอสมันควรจะได้รับงานที่ยากกว่านี้ถึงจะสมศักดิ์ศรี...

"รีบแยกกันไปจัดการพวกมันได้แล้วไอ้พวกสวะ"

สควอโล่สะดุ้งเล็กน้อยและได้ละทิ้งความสงสัยนั้นไปโดยพลันเมื่อได้ยินเสียงหนักแน่นอันคุ้นเคย สรรพนามการเรียกผู้อื่นด้วยสวะที่ไม่ได้ยินมาหลายวันเรียกรอยยิ้มบนริมฝีปากได้รูปให้ผุดขึ้นมา ขณะนี้ภายหน้าจุดที่ฉลามหนุ่มยืนหลบอยู่ได้ปรากฏร่างสูงของชายคนหนึ่งกำลังยืนสั่งการลูกน้องของตนเอง

หลังจากนั้นไม่นานบรรดาลูกน้องก็รีบแยกย้ายออกไปทันทีที่ได้รับคำสั่ง เหลือเพียงร่างสูงที่กำลังยืนดูลาดเลาอะไรบางอย่างอยู่ลำพัง

"บอส" ปากเพียงขยับออกมาเป็นคำพูดซึ่งไม่มีเสียงใดหลุดรอดมาให้ใครได้ยิน ดวงตาของเขาที่เหลือบออกมาจากหลังเสาเล็กน้อยกำลังสั่นไหวเมื่อมันทำได้เพียงแอบมองคนที่อยากเจออย่างลับๆ ขณะที่มือค่อยๆ เอื้อมไปจับกำแพงที่อยู่ตรงหน้าราวกับว่าต้องการนำมือนี้ไปสัมผัสร่างของผู้ที่ยืนอยู่ห่างไกล...

ในที่สุดฉันก็ได้เห็นหน้าแกอีกครั้งเสียที

เหมือนไม่ได้เจอกันนานเลยนะบอส ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านไปสัปดาห์เดียวแท้ๆ

บางทีฉันอยากรู้ว่าแกคิดว่ามันนานเหมือนฉันรึเปล่า

...หรือว่าแกไม่ได้สนใจมันเลย

สควอโล่ยังคงแอบมองเจ้านายของตัวเองไปเรื่อยๆ ก่อนจะแอบก้าวตามไปอย่างแผ่วเบาเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเดินไปทางอื่น คอยระวังเรื่องความปลอดภัยให้อีกแรง

ในขณะที่อยู่บริเวณลับสายตาที่ซันซัสและลูกน้องวาเรียคนอื่นสามารถมองเห็น เขาก็ได้ช่วยเอาดาบแทงศัตรูเสียชีวิตไปบางส่วน เพียงแค่แทงธรรมดาเท่านั้นจึงไม่มีพวกวาเรียสามารถจับได้ว่าเป็นฝีมือการฟันดาบของใคร

"อ๊ากกกกก"

เสียงของผู้ตายร้องอย่างทรมาน สควอโล่ยิ้มออกมาอย่างสะใจก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหลบตรงมุมที่มีชั้นวางของบังเมื่อเห็นว่าร่างสูงคุ้นตากำลังจะเดินมาบริเวณจุดนี้ซึ่งใกล้กับทางเข้าห้องใต้ดิน

เป็นอย่างที่สควอโล่คาดการณ์เอาไว้ว่าซันซัสจะเข้าไปจัดการกลุ่มหัวหน้าที่หลบอยู่ในห้องลับใต้ดินของตึก หากจัดการหัวหน้ามันแล้วก็จะได้ปิดภารกิจนี้เสียที

ขณะนั้นร่างโปร่งกำลังจะตัดสินใจก้าวตามผู้เป็นนายของตัวเองลงไป แต่ทว่ายังไม่ทันที่ขาจะเหยียบออกมาจากมุมที่หลบอยู่ สายตาเฉียบคมก็พลันเห็นเงาของบุคคลปริศนายืนอยู่ตรงมุมหนึ่งไม่ไกลจากทางลงห้องใต้ดินมากนัก...

เขาหยุดการติดตามซันซัสไปชั่วครู่ก่อนจะหันมาสนใจกับเงาที่ตนกำลังสงสัยว่าเป็นใคร และเมื่อร่างปริศนาขยับออกมาจากมุมที่หลบอยู่เพราะคิดว่าไม่มีใครเห็น เขาก็พบว่าฝ่ายนั้นไม่ใช่ศัตรูที่ซันซัสจะต้องมาฆ่าในวันนี้เพราะเครื่องแบบไม่คุ้นตารวมถึงหน้าตาก็ไม่คุ้นด้วยเช่นกัน!

เหมือนไม่ใช่พวกของสังกัดใด เป็นนักฆ่าที่รับงานอิสระ...

มันเป็นใคร และใครเป็นคนจ้างมันมา?

สองคำถามนี้ผุดเข้ามาในความคิดทันที เหมือนว่าสิ่งที่เขาได้คาดการณ์ไว้ว่ามีคนคิดปองร้ายซันซัสอยู่จะเป็นเรื่องจริง มีคนติดตามอยู่เช่นนี้ก็แปลว่าคนกลุ่มนั้นต้องรู้ว่าซันซัสไปทำภารกิจที่ไหนและรู้ว่าตอนนี้ไม่มีเพลิงพิโรธอีกแล้วจึงกล้าที่จะตาม

คนที่รู้ว่าบอสไม่มีเพลิงพิโรธก็มีแค่คนในวองโกเล่

...รวมไปถึงคู่หมั้นของซันซัสซึ่งก็ต้องรวมพวกดิออตโต้ด้วยเช่นกัน

เช่นนี้ความเป็นไปได้มันก็แคบเข้ามาทุกที…

ทันใดนั้นเองสควอโล่ได้เคลื่อนกายออกมาจากมุมอย่างรวดเร็วเพื่อวิ่งไปฉุดตัวชายปริศนาผู้นั้นไว้ ก่อนจะมาหลบในมุมเก่าที่ตัวเองอยู่เพราะไม่ต้องการให้ลูกน้องวาเรียคนอื่นมาเห็น

"แกคิดจะทำอะไรซันซัส" เขากระซิบถามข้างใบหูของมันเพื่อไม่ให้มีเสียงดัง

แขนข้างหนึ่งของสควอโล่ดันช่วงตัวของชายปรืศนาคนนี้ไว้ไม่ให้ขยับกายหนีหรือต่อต้าน ส่วนอีกข้างยกขึ้นใช้ดาบจ่อไปแนบชิดลำคอจนอีกฝ่ายยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

"ฉันพร้อมแล่แกให้เป็นชิ้นได้ทุกเมื่อ อย่าตอบคำถามกวนประสาทฉันนักก็แล้วกันว่ะ" ฉลามหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำเร่งให้ชายผู้นี้รีบตอบคำถาม

"ฉะ..ฉัน..ปละ...เปล่าทำ..อึก" เสียงของคนพูดสะดุดไปเมื่อถูกคมดาบกดเข้ามาตรงลำคอจนโลหิตเริ่มไหลซึม

"ไม่มีคำตอบที่ฟังดูโง่น้อยกว่านี้หน่อยรึไง" ฉลามหนุ่มขมวดคิ้วยุ่งอย่างหัวเสีย "ฉันจะให้โอกาสแกตอบอีกรอบ คิดเอาเองว่าอยากตอบหรืออยากตาย! "

"อั่กกก" สิ้นคำขู่นั้น สควอโล่ก็ดันคมดาบเข้าไปในลำคอของอีกฝ่ายให้ลึกกว่าเดิมจนโลหิตสีแดงไหลยาวลงมาเป็นทาง ผู้ร้ายทนไม่ไหวจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ให้ไอ้นี่มันรู้กันไปว่าคนอย่างเขาไม่ได้ขู่แต่จะฆ่า แต่ว่าฆ่าจริงเลยต่างหาก!

"ฉันโดนสั่งมา ฉันโดนสั่งมาจริงๆ นะ" คนร้ายเริ่มตอบอีกครั้งอย่างลนลาน "มันสั่งให้ฉันมาตามดูไอ้หน้าบากนั่นแล้วไปรายงานให้มันที่อยู่ด้านนอกฟัง อั่กกก! "

สรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกผู้เป็นนายสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับฉลามหนุ่ม ชายปริศนาจึงโดนดาบเฉือนเข้าไปในคอให้ลึกกว่าเดิมลงไปอีก เรียกเสียงร้องอย่างทรมานออกมาอีกครั้ง!

"แล้วใครเป็นคนสั่งกันวะ! "

คำถามถัดไปถูกส่งออกมาแทนเมื่อไม่มีโอกาสได้รู้คำตอบจากคำถามก่อนหน้า ทว่าก็ดูเหมือนคำถามนี้จะไม่ได้คำตอบเช่นกันเพราะผู้ร้ายยังคงส่ายหน้าราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราว

"ฉันมะ..ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ มันปิดหน้าปิดตา"

"เฮ้ย นี่แกรับจ้างโดยไม่รู้ว่าคนจ้างเป็นใครเนี่ยนะ ถ้าไม่บอกแกก็ต้องตายอย่างเดียว จะบอกหรือไม่บอก! " ฉลามหนุ่มกระซิบด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม พร้อมใช้แขนผลักอีกฝ่ายให้ศีรษะกระแทกกับกำแพงอย่างแรงจนได้ยินเสียงร้องโอดโอย

"ฉัน..ไม่..ไม่รู้ มันให้เงินมา..ฉันก็ทำ ถ้า...ถ้าไม่ทำมะ...มันจะฆ่าฉั..อั่กกก!! "

สุดท้ายแล้วดาบเล่มนี้ก็ฟันลึกเข้าไปในลำคอของคนร้ายจนเสียชีวิตคาที่...

ดูท่าว่าไอ้บ้านี่มันจะไม่รู้เรื่องจริงๆ เขาพอจะจับสายตาและคำพูดได้ว่ามันไม่โกหก แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่สมควรมีชีวิตต่อเพราะทำงานให้กับพวกศัตรู ในเมื่อมันไม่มีประโยชน์อีกต่อไปก็กำจัดมันไปเสีย

ฉลามหนุ่มกองศพของผู้ประสงค์ร้ายต่อเจ้านายไว้ตรงนั้น ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบทิศว่ามีใครแอบซ่อนอยู่อีกหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่ารอบด้านปลอดภัยแล้วจึงติดตามเจ้านายลงไปยังห้องใต้ดิน

และรับชมผลงานการจัดการศัตรูของอีกฝ่ายอย่างโหดเหี้ยม!

ปัง!!!

เสียงปืนกำจัดศัตรูคนสุดท้ายของวาเรียดังขึ้น พร้อมกับภารกิจที่เสร็จสิ้นลงในวันนี้ตอนฟ้ามืด สควอโล่หัวเสียพอตัวที่วันนี้ไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับไปเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังดีที่วันนี้ได้เห็นว่าบอสปลอดภัยไร้ร่องรอยการบาดเจ็บ และอย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่าตอนนี้มีผู้ประสงค์ร้ายกำลังแอบตามบอสอยู่จริง

...หรือบางทีอาจจะทั้งวาเรียเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่วางแผนให้เขาเป็นคนวางระเบิดฆ่าซันซัสในครั้งที่แล้วเพื่อสร้างความแตกแยก…

ยามนี้สควอโล่ยังคงแอบเดินตามเจ้านายของตัวเองไปจนกระทั่งอีกฝ่ายขึ้นรถเพื่อให้แน่ใจเรื่องความปลอดภัย ก่อนจะยอมเดินกลับไปยังรถของตัวเองที่จอดไว้ในมุมลับอีกมุมหนึ่ง

"พวกแกกลับกันไปก่อนได้เลยโว้ยยย"

เขาหันไปบอกลูกน้องฝ่ายดีโน่ที่กำลังนั่งรออยู่ในรถ พวกนั้นได้ยินก็ทำท่าเหมือนยังลังเลเล็กน้อยว่าควรจะไปเลยดีหรือไม่ เพราะได้รับคำสั่งมาจากบอสแห่งคาบัคโรเน่ให้ตามติดตัวสควอโล่ตลอดเวลาขณะปฏิบัติภารกิจ

"มองอะไรวะ เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว รีบๆ ไปเลยไป!! "

พวกลูกน้องร้อนรนขับรถกลับทันทีเมื่อได้ยินเสียงตะโกนลั่นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะกำลังโกรธ เมื่อเห็นว่าภารกิจวันนี้เสร็จสิ้นดีแล้วจึงยอมทิ้งฉลามหนุ่มไว้ตามลำพัง เพราะอย่างไรเจ้านายก็ย้ำไว้แค่ว่าให้ตามขณะปฏิบัติภารกิจเท่านั้น อีกอย่างฝีมือระดับผู้ที่เคยเป็นถึงรองบอสแห่งวาเรียย่อมดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว

ดังนั้นยามนี้บรรดาลูกน้องของดีโน่จึงไม่กังวลอีกต่อไป และทุกคนก็เชื่อว่าสควอโล่จะต้องไม่ผิดคำพูดและตามกลับมาอย่างแน่นอน

ซึ่งมันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว...

ถ้าหากว่าสควอโล่ไม่พบความผิดปกติหนึ่งเข้าเสียก่อน!

ระหว่างที่เขากำลังขับรถออกมาสอดส่องพวกวาเรียอีกคร้ง มีรถสีดำสองคันลึกลับกำลังขับตามรถตู้ของทางวาเรียไป ราวกับว่าดักรออยู่ก่อนหน้าและรอเวลาที่วาเรียเคลื่อนรถออก

หรือว่าคนสั่งการที่อยู่ด้านนอกที่ไอ้เวรคนนั้นหมายถึงจะเป็นคนที่อยู่ในรถสีดำคันใดคันหนึ่งนี้...!

สควอโล่ไม่รอช้าที่จะขับรถตามกลุ่มคนแปลกหน้าออกไปทันที โดยขับเว้นระยะห่างออกมาเพื่อดูลาดเลาว่ากลุ่มคนในรถคันดำทั้งสองจะทำอะไร ระยะแรกรถของวาเรียขับออกไปท่ามกลางฝูงชน รถคันดำสองคันนั้นก็ยังคงขับตามไปแต่ยังไม่มีทีท่าแปลกประหลาด เขาคาดว่าพวกมันคงกะรอให้รถเข้าเขตหุบเขาซึ่งเป็นทางขึ้นไปปราสาทเสียก่อนเพราะคงสะดวกกว่า

ปราสาทวาเรียนั้นตั้งอยู่ในที่ลับตาคนเพื่อหลบเลี่ยงความวุ่นวาย ถึงทางไปมันจะลึกลับซับซ้อนแต่พวกเขาอยู่ในวงการมาเฟียซึ่งเป็นวงการดำมืด จะให้มาตั้งปราสาทอยู่ในที่ชุมชนให้ศัตรูหาตัวได้ง่ายก็คงไม่ใช่เรื่อง

พวกมันวางแผนมาเป็นอย่างดี ทั้งรู้รูปลักษณ์รถตู้ของวาเรีย และดูเหมือนจะรู้ทางไปปราสาทด้วย!

ขณะนี้รถของทุกฝ่ายได้เคลื่อนตัวเข้าสู่เส้นทางบนหุบเขา ข้างทางฝั่งหนึ่งจะเป็นป่ามืดทึบส่วนอีกข้างเป็นเหวลึกชัน สควอโล่ยังคงขับรถเว้นระยะห่างออกมาพอสมควรเพื่อไม่ให้พวกรถคันดำไหวตัวทันว่ามีคนตาม ไฟหน้าและหลังรถถูกปิดลงเพื่ออำพรางตัว ถือเป็นเรื่องดีที่เขาคุ้นเคยเส้นทางเป็นอย่างดีจึงไม่จำเป็นต้องมีไฟส่องแม้ทางค่อนข้างมืดสลัว

"อะไรวะ" ฉลามหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรถของทางวาเรียไม่ได้เลี้ยวไปทางกลับปราสาท แต่กลับเลี้ยวไปอีกแขนงหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางไปแห่งหนใดก็ไม่ทราบ

หรือว่าบอสจะไหวตัวทันตั้งนานแล้วว่าถูกตาม จึงล่อพวกมันออกไปฆ่าตรงจุดอื่นเพราะกลัวจะกระทบปราสาท…

ตู้มมมมมมม!!

"บ้าชิบ!! ไอ้พวกเวร!! " สควอโล่สบถเสียงดังเมื่อระเบิดลูกหนึ่งถูกโยนมาเพื่อบดบังเส้นทางขวางหน้ารถของตัวเองและอาจจะหมายเอาชีวิตของผู้ขับด้วย

พวกมันคงรู้แล้วว่าเขากำลังแอบตามอยู่จึงรีบโยนระเบิดมาสะกัด โชคดีที่ไม่ได้เร่งความเร็วไปใกล้พวกมันมากนักจึงพ้นจากแรงระเบิดที่ระยะไม่กว้างมาก

แต่หากสมมติว่าเขาขับรถเข้าไปใกล้พวกมันมากกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะไม่รอดแล้ว…

"หึ" ถึงอย่างนั้นก็อย่าคิดว่าเจอแบบนี้แล้วจะทำให้เขากลัว

สควอโล่รีบเหยียบคันเร่งฝ่ากลุ่มควันระเบิดหนาเข้าไปใกล้รถของศัตรูมากขึ้นก่อนจะเปิดกระจกและปล่อยลูกกระสุนระเบิดออกมาจากดาบของตัวเอง!

ตู้มมมม ตู้มมมม ตู้มมมม

"ตายซะไอ้พวกกระจอก!! "

ไม่ได้เจอการต่อสู้ที่ลุ้นระทึกแบบนี้มาสักพักแล้ว ในเมื่อมันส่งระเบิดมาให้เขาเช่นนี้ เขาก็จะสนองให้มันกลับไปเป็นสามเท่า!! เป็นไงล่ะยุติธรรมไหม!!

เอี๊ยดดดดดดดด

"ไม่ตายง่ายๆ หรอกว่ะ!! " เสียงตะโกนดังตอบกลับมาจากรถคันดำคันหนึ่ง

ดูเหมือนกลุ่มคนในรถคันดำทั้งสองจะไหวตัวทันและหักรถหลบกระสุนระเบิดที่ส่งกลับไปได้ ทั้งยังเร่งเครื่องออกไปไกลขึ้น ฉลามหนุ่มกำมือแน่นและทุบพวงมาลัยรถอย่างเจ็บแค้นแต่ก็ยังไม่ตัดใจยอมแพ้แต่โดยง่าย เขายังคงขับรถตามพวกมันไปเช่นเดิมอย่างไม่ลดละ ทว่าต้องตั้งสติมากหน่อยเพราะข้างทางด้านหนึ่งของเส้นทางที่รถขับอยู่มันอยู่ใกล้หุบเหวเข้าไปทุกที

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

เสียงปืนดังถี่รัวออกมาจากรถคันไหนบ้างก็ไม่ทราบได้เพราะตอนนี้เหตุการณ์กำลังชุลมุนวุ่นวายไปหมด เขาคาดว่าทางวาเรียก็น่าจะลงมือบ้างแล้วเช่นกัน สังเกตจากที่เห็นลูกน้องบางคนโผล่หน้าออกมาจากรถและตั้งท่ายิงฝ่ายศัตรู โดยทั้งสองฝ่ายผลัดกันยิงเข้าหากันอย่างไม่หยุดยั้ง

รถตู้ของวาเรียและรถคันดำกำลังแล่นไปด้วยความเร็ว ต่างฝ่ายต่างเลี้ยวหลบวิถีกระสุนที่ฝ่ายตรงข้ามยิงมา รถของสควอโล่ไม่ตกเป็นเป้าหมายอีกต่อไปเพราะความสนใจของคนกลุ่มนั้นได้เบนไปหาพวกวาเรียเพียงอย่างเดียว!

ทั่วบริเวณหุบเขายังคงมีเสียงปืนดังก้องอย่างต่อเนื่องไปทั่วบริเวณ ฉลามหนุ่มยังคงเร่งรถตามไปเช่นเดิมเพื่อหวังจะฝ่าไปหารถที่เจ้านายอยู่ แต่จะทำแบบนั้นถือเป็นเรื่องยากทีเดียวเพราะไม่อาจฝ่าดงกระสุนหลายสิบนัดต่อวินาทีเข้าไปได้แน่

บอส...แกยังปลอดภัยดีใช่มั้ย

หากเป็นคราที่ซันซัสยังมีเพลิงพิโรธอยู่ รถที่แล่นตามสองคันนั้นคงระเบิดเป็นจุลภายในพริบตา ทว่าตอนนี้ซันซัสมีเพียงปืนที่บรรจุกระสุนธรรมดา ไม่มีพลังพิเศษอะไรในการต่อสู้ ยามนี้มีเพียงทักษะการยิงปืนและการป้องกันที่ติดตัวมาเท่านั้น

เพราะอย่างนี้เขาจึงเป็นห่วงมัน...

ใจหนึ่งยังเชื่อว่าซันซัสจะต้องมีไหวพริบและเอาตัวรอดได้

แต่เมื่อเวลาผ่านนานไปความเชื่อนั้นก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อกำลังการต่อสู้ของทางวาเรียกำลังลดน้อยลงไป เพราะกระสุนปืนได้คร่าชีวิตลูกน้องไปเป็นจำนวนมาก ขณะที่อีกฝ่ายเองก็มีจำนวนคนลดน้อยลงเหมือนกันแต่ถ้าเทียบกับวาเรียแล้วก็ยังคงมากกว่าอยู่

คาดว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะกำลังวางแผนการใช้ระเบิด แต่หากตอนนี้มีฝ่ายใดฝ่าหนึ่งนำมันมาใช้กับฝ่ายตรงข้ามก็มีสิทธิ์โดนลูกหลงไปด้วย ด้วยเหตุที่ระยะห่างของรถทั้งสองฝ่ายนั้นมีไม่มากและระเบิดจะขยายเป็นวงกว้างเมื่อทำงาน ดังนั้นต่างฝ่ายจึงผลัดกันยิงล้อรถให้รถเสียการทรงตัว รวมถึงเล็งกระสุนเข้าไปทางหน้าต่างเพื่อหวังสังหารคนที่นั่งอยู่ภายใน!

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

เสียงปืนแต่ละนัดพาใจของฉลามหนุ่มให้ยิ่งร้อนรน เจ้าตัวกำลังใช้ความคิดขณะที่เท้ายังคงเหยียบคันเร่งเพื่อเข้าไปในสนามกระสุนของทั้งสองฝ่าย ทว่าเมื่อกำลังจะได้โอกาสหักรถฝ่าเข้าไปนั้นดวงตาสีวารีก็พลันต้องเบิกขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อรถของฝั่งวาเรียกำลังเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ริมเหวลึก!

โครมมมมมมมม!!

"บอส!!!! " ฉลามหนุ่มตะโกนดังลั่นออกมาอย่างตกใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

สุดท้ายแล้ววาเรียก็ต้านการรุมโจมตีแบบสองรุมหนึ่งไม่ได้ด้วยพละกำลังในยามนี้ที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ถือว่ามีโชคดีอยู่บ้างที่รถไม่พุ่งตกเหวลงไปเสียก่อน สควอโล่มองภาพนั้นด้วยใจที่สั่นกลัวเพราะกลัวคนที่กำลังเป็นห่วงจะเป็นอันตราย

"แกต้องปลอดภัยนะบอส"

จิตใจเริ่มร้อนรุมเมื่อไม่รู้ว่าตอนนี้บอสของตัวเองกำลังทำอะไรอยู่รวมถึงบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ทว่าสควอโล่ยังพยายามคุมสติและรีบเลี้ยวรถเข้าไปจอดใกล้รถของฝั่งวาเรียที่อยู่ในสภาพค่อนข้างยับเยิน

รถสีดำสองคันดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวออกห่างไกล เป็นสัญญาณให้กับฉลามหนุ่มรู้ว่าฝ่ายนั้นกำลังตั้งท่าจะปาระเบิดมาทางจุดที่รถของวาเรียกได้จอดอยู่ สควอโล่จึงรีบเปิดประตูรถวิ่งออกไปหาผู้เป็นนายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เวลาจะสายเกินไป...

"ซันซัส!! "

เสียงตะโกนเรียกหาเจ้านายที่บัดนี้ก้าวออกมาภายนอกรถแล้วเช่นกัน ใจที่กำลังสั่นด้วยความกลัวหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เสียชีวิตคารถดังเช่นลูกน้องวาเรียหลายคน รอยยิ้มผุดออกมาจากริมฝีปากอย่างดีใจพร้อมกับขาที่รีบวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ

"ไอ้ฉลามสวะ แกมาทำอะไรที่นี่หา!!! " ร่างสูงตวาดลั่นอย่างโกรธจัดเมื่อพบคนที่ไม่ต้องการเจอในยามนี้

ตามเนื้อตัวของซันซัสมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยจากการที่รถพุ่งชนต้นไม้อย่างแรง ถึงอย่างไรก็ถือว่าบอสแห่งวาเรียป้องกันตัวเองตอนอยู่ในรถได้เป็นอย่างดี อีกทั้งพวกลูกน้องระดับล่างก็คงช่วยต่อสู้เพื่อปกป้องเจ้านายกันเต็มที่

"บอส!! ระวัง!! "

ตู้มมมมมมมมมม!!!

ทว่า...สถานการณ์ฉุกเฉินนี้ทำให้ทั้งคู่ไม่อาจมัวเสวนากันได้มากนัก ระเบิดได้ถูกขว้างออกจากรถปริศนาสองคันมายังทิศทางที่คนทั้งสองอยู่จนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ รถของวาเรียพังทลายออกเป็นเสี่ยงเพราะแรงระเบิด ลูกน้องที่อยู่ในรถล้วนถึงแก่ความตาย ส่วนผู้ที่ยืนอยู่ภายนอกนั้น...

"โว้ยยยยยยยยยยย"

ฉลามหนุ่มร้องออกมาเสียงดังด้วยเหตุเกิดยามที่ตนไม่ทันตั้งตัวดี!

โชคดีที่ซันซัสรีบรวบตัวสควอโล่เข้ามาในอ้อมกอดแล้วพากันกระโดดลงไปยังหุบเหวเบื้องล่างเสียก่อนที่ระเบิดจะทำงาน มิเช่นนั้นก็คงต้องสังเวยชีวิตให้กับระเบิดของพวกศัตรูไปแล้ว!

ขณะนี้ร่างทั้งสองกำลังกอดก่ายพากันกลิ้งตัวลงตามทางลาดชันสู่พื้นเหวลึก ระหว่างทางมีเศษกิ่งไม้ทิ่มแทงตัวทั้งคู่บ้างเล็กน้อย สควอโล่พยายามลืมตาขึ้นมามองภาพโดยรอบแต่ไม่เห็นอะไรนอกจากความเบลอเพราะร่างกำลังกลิ้งลงสู้เบื้องล่างด้วยความเร็วสูง

ทว่า...ในความเบลอยังมีความรู้สึกที่ชัดเจน ยามที่สควอโล่สัมผัสได้ว่าใบหน้าของตัวเองกำลังซบอยู่บนไหล่ของใคร ความรู้สึกอบอุ่นในใจก็ก่อตัวขึ้น...

ตุบ!!!

เมื่อลงมาจนถึงเบื้องล่างสุดของหุบเหว ร่างของคนทั้งสองก็กลิ้งตัวออกไปอีกเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่งลง การมองเห็นของสควอโล่ค่อนข้างพร่าเลือนด้วยความรู้สึกเวียนศีรษะ แต่เจ้าตัวก็ยังสัมผัสได้ว่าร่างหนาที่ทาบทับตนอยู่ตอนนี้คือร่างของเจ้านายที่กำลังเป็นห่วง…

"บอส แกไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย! " มือเรียวคลำสะเปะสะปะไปทั่วร่างของคนด้านบนเพื่อสัมผัสดูว่าไม่มีบาดแผลอันใดร้ายแรง แต่ทว่าไม่นานมันกลับถูกมือหนาปัดทิ้งออกไปอย่างรำคาญ

"เลิกยุ่งกับฉันแล้วสนใจตัวเองไปเถอะไอ้สวะ! "

ร่างสูงตวาดลั่นพร้อมกับขยับกายทำท่าจะลุกออกไป ทว่ายังไม่ทันได้ลุกก็ถูกฉลามหนุ่มเอนตัวขึ้นมากอดรั้งไว้กะทันหัน วงหน้างามซุกลงบนไหล่กว้างอีกครา ยามนี้แผ่นอกของทั้งสองคนแนบชิดกันจนรู้สึกถึงเสียงของหัวใจของทั้งคู่ที่กำลังกำลังเต้นสอดประสาน...

ไม่มีการผลักไสและไม่มีการกอดตอบรับใดๆ จากบอสแห่งวาเรีย มีเพียงความนิ่งเฉยให้กับกระทำนั้นซึ่งมันก็ทำให้สควอโล่ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

เพราะเขาไม่ขออะไรไปมากกว่านี้ แค่ยอมกันก็ดีใจมากแล้ว

"ฉันขออยู่แบบนี้ก่อนนะบอส...แค่สักพักเดียวก็ยังดี"

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #24 muneow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 15:01
    อห ที่ไม่ได้แปลว่าโอ้โห มันเป็นคันยุบยิบในใจ
    #24
    0
  2. #23 namzbongz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 14:39
    หรือว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆอาจเป็นทูน่าก็ได้นะแล้วบอสอาจรู้ตัวแล้วไรงี้ว่ามีคนจะลบทำร้ายเลยถือโอกาสนี่ไล่น้อนหลามออกไปจะได้ปลอดภัยหรือฉันแค่มโนไปเอง._.
    #23
    0