[Fic KHR] Mirage Heart (XS)

ตอนที่ 12 : Chapter 11 เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 ธ.ค. 63

...ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อน...

ภายในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอิตาลี ปรากฏร่างหนาของผู้เป็นใหญ่ในวงการมาเฟียกำลังนอนรักษาตัวอยู่ ชายผู้นั้นคือบอสแห่งวาเรียผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุระเบิดที่ผ่านมา

ข่าวนี้ได้ถูกปกปิดไว้ไม่ให้แฟมิลี่ใดรู้เพื่อหาทางลอบสังหารชายหนุ่ม แต่ทว่าแม้จะพยายามซ่อนเร้นมันแค่ไหน สุดท้ายก็ยังมิวายมีข่าวลือออกไปอยู่ดีตามประสาวงการมาเฟีย ทางฝั่งวองโกเล่รุ่นที่เก้าจึงต้องเตรียมรับมือกับผลที่จะตามมา โดยการจัดหาผู้คุมด้านนอกจำนวนมากเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับซันซัสขณะที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล

ทว่า...ถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่บอสแห่งวาเรียมีร่างกายที่แข็งแรงเกินกว่าใครหลายคน เช่นนี้จึงทำให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงวัน ดังนั้นโอกาสที่ชายหนุ่มจะรอดพ้นจากอันตรายภายนอกก็ย่อมมีมากกว่าเดิม เพราะเมื่อร่างกายเริ่มฟื้นแล้ว เรี่ยวแรงในการต่อสู้ก็คงจะกลับมาในไม่ช้า

ขณะนี้ร่างสูงกำลังค่อยๆ ขยับกายอย่างยากลำบากเมื่อเริ่มได้สติ ถึงแม้บาดแผลตามร่างกายจะสร้างความเจ็บปวดทรมานแค่ไหน แต่ทว่าเจ้าตัวก็ยังฝืนดึงดันลุกขึ้นมานั่งจนได้ โดยไม่กลัวเลยแม้แต่น้อยว่ามันจะกระทบกับบาดแผลส่วนที่ง่ายต่อการปริแตก…

และสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้เจ็บฝืนร่างกายของตัวเองขึ้นมาเช่นนี้ก็คงเป็นความแค้นเหมือนเช่นทุกครั้ง...

ซันซัสรู้ดีว่าตัวเองกำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สมองพลันย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ในภารกิจก่อนหน้าซึ่งเกือบคร่าเอาชีวิตตนไป ทันใดนั้นเองไฟแค้นขนาดใหญ่พลันก่อสุมขึ้นภายในอกทันทีที่ภาพความจำนั้นฉายเข้ามาในหัว การเสียท่าให้กับศัตรูเป็นเรื่องยากที่ซันซัสจะยอมรับได้ และหากโดนกระทำมาเช่นนี้ก็ต้องกระทำกลับไปด้วยความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวี!

ในตอนนี้สิ่งเดียวที่ร่างสูงบนเตียงคือการล้างแค้นบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังการลอบทำร้าย…!!

ไอ้สวะตัวนั้นมันต้องไม่ตายดี และจุดจบของมันมีแต่คำว่าพังพินาศเท่านั้น!

มือหนาที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลกำเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความโกรธเคืองของเจ้าของร่าง หมัดถูกต่อยลงบนเตียงอย่างแรงโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บ ซันซัสกัดฟันกรอดพร้อมเข่นฆ่าผู้ที่ทำให้ตนต้องมีสภาพเช่นนี้

หากตอนนั้นเขาไหวตัวไม่ทันและไม่รีบกระโดดออกจากหน้าต่าง สภาพตอนนี้คงไม่เหลือแม้แต่ซากศพเพราะร่างคงแหลกสลายพร้อมไปกับตึกที่ได้รับแรงระเบิด ไอ้สวะนั่นมันคงเสียดายน่าดูที่ทำแผนการนี้ไม่สำเร็จลุล่วง

หึ...เนื่องจากเขายังมีชีวิตรอดยังไงล่ะ

คิดจะกำจัดคนอย่างเขา มันไม่ง่ายอย่างที่พวกมันคิด!

รอยยิ้มเหยียดผุดขึ้นจากริมฝีปากได้รูปของบอสแห่งวาเรีย ราวกับต้องการเย้ยหยันพวกศัตรูที่ยังคงไม่บรรลุสิ่งที่ต้องการ แต่ทว่าไม่นานรอยยิ้มนั้นก็เริ่มจางหายไปเมื่อร่างสูงลองเริ่มเชื่อมโยงสาเหตุความเป็นไปได้ของตัวผู้ก่อการร้ายในครั้งนี้

เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันเกิดเหตุ...ขณะที่เขารู้สึกถึงการมีอยู่ของวัตถุระเบิดใกล้ตัวในวันนั้น แม้ว่าจะรีบกระโดดออกมาจากหน้าต่าง แต่เขาก็ยังมีสติพอที่จะสังเกตชนิดของระเบิดที่สวะนั่นใช้ รัศมีความกว้างของแรงระเบิดที่ปะทุออกมานั้น คือสิ่งบ่งบอกว่ามันเป็นระเบิดตัวใหม่ที่เขาเพิ่งได้รับจากทางวองโกเล่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งคนที่จะเปิดคลังอาวุธไปนำมันออกมาได้ ก็มีเพียงลูกน้องวาเรียระดับสูงเท่านั้น...!!

แต่มันจะเป็นพวกลูกน้องสวะนั่นได้ยังไงกัน...ไม่มีทาง

มันจะเป็นไปได้อย่างไร...ที่คนทำจะเป็นลูกน้องที่ร่วมต่อสู้กันมาเป็นเวลายาวนานเกือบสิบปี

ที่ผ่านมาพวกมันทั้งห้าคนล้วนยอมต่อสู้เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของเขาทั้งสิ้น หลายต่อหลายครั้งที่เขากับพวกสวะนั่นร่วมเป็นร่วมตายกันมา หากหนึ่งในพวกมันคิดทรยศจริง แล้วเหตุใดถึงเพิ่งมาทำเอาตอนนี้

เป็นธรรมดาที่ซันซัสจะปัดความคิดนี้ออกไปก่อนเพราะความเขื่อใจในตัวลูกน้องที่ทำงานใกล้ชิดกันมาตลอด แม้ในใจจะยังสงสัยว่าคลังอาวุธนั้นถูกเปิดออกโดยใคร และมันจะมีโอกาสหรือไม่ที่คนที่นำระเบิดออกมาจากคลังนั้นจะเป็นผู้อื่น

ทุกสิ่งล้วนมีแต่ความไม่แน่นอนทั้งสิ้น…

และในระหว่างที่ร่างสูงกำลังสับสนกับความคิดอยู่นั้น ประตูห้องผู้ป่วยก็พลันถูกเปิดออก…

"ฟื้นแล้วเหรอซันซัส" เสียงใสของว่าที่คู่หมั้นดังขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่าคนเจ็บได้สติแล้ว ร่างโปร่งผมสีเทาเดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างเตียงผู้ป่วย พร้อมส่งสายตากังวลยามมองไปตามบาดแผลของบอสแห่งวาเรีย

"นายเจ็บมากไหม แล้วลุกขึ้นมาไหวด้วยเหรอเนี่ย"

น้ำเสียงของคนถามฟังดูเป็นห่วงเป็นใยร่างสูงบนเตียงเป็นอย่างมาก ทว่าผู้ที่นอนฟังอยู่กลับไม่แยแสความห่วงใยนี้แม้แต่นิด ไม่แม้แต่จะตอบคำถามที่ถูกส่งมาจากร่างที่ยืนอยู่ ในยามนี้ดวงตาสีแดงฉายเพียงความกรุ่นโกรธออกมาจนผู้ที่ยืนอยู่เกิดอาการขนลุกชันด้วยความหวาดหวั่น…

ถึงจะนึกกลัวอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรแล้วซันซัสก็ไม่สามารถใช้แรงเยอะได้เพราะกำลังบาดเจ็บ ดังนั้นซามูเอลจึงลองเสี่ยงเล่าเรื่องผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องกระทบต่อจิตใจของอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย...!!

"นายอยากรู้มากใช่มั้ยล่ะ ว่าใครคือผู้ลอบวางระเบิดใส่นาย"

ซามูเอลถามเสียงอ่อนราวกับกลับกลัวว่าถ้าบอกไปแล้ว ชายคู่หมั้นตรงหน้าจะต้องเสียใจ

"มันเป็นใคร" ร่างสูงปรายสายตาดุดันไปมองผู้ที่ยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมถามเสียงเยียบเย็น มือหนายังคงกำแน่นจนเส้นเลือดภายใต้ผ้าพันแผลปูดโปน ราวกับพร้อมเข่นฆ่าผู้ที่ทำให้ตนมีสภาพแบบนี้จนพินาศย่อยยับ!!

"นายได้ยินก็อย่าเพิ่งอาละวาดล่ะ เดี๋ยวจะเจ็บตัวมากกว่าเดิม"

ซามูเอลเอ่ยด้วยความหวังดีเพราะรู้ว่าหากอีกฝ่ายได้ยินชื่อของบุคคลนั้นจะต้องมีอาการคลุ้มคลั่งเป็นแน่ และถึงแม้จะรู้อย่างนั้นแต่ซามูเอลก็ยังคงยืนกรานที่จะพูดออกมาอยู่ดี เพื่อให้ชายคู่หมั้นทำใจยอมรับความจริง

"สควอโล่น่ะ...เป็นคนทำ"

เพล้ง!!!

"แกเอาอะไรมาพูดหา!!! "

มือไวกว่าคำพูด ร่างสูงฝืนร่างกายที่เจ็บไปหยิบแจกันข้างเตียงมาปาใส่ว่าที่คู่หมั้นจนศีรษะอีกฝ่ายแตก โลหิตสีแดงไหลลงมาจากหน้าผากมนเป็นทางยาว ชายผู้มีวงหน้าหวานใช้มือคลำโลหิตบนศีรษะลงมาดูก่อนจะยิ้มออกมาด้วยสายตาเจ็บปวด

แต่ทว่าก็ยังคงยืนหยัดที่จะพูดคุยกับร่างสูงบนเตียงต่อไป…

"ฉันพูดความจริง ลูกน้องหลายคนก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น นายจะไปถามพวกมันก็ได้ หรือไม่นายจะไปถามสควอโล่เองเลยก็ได้ว่าทำหรือเปล่า! "

"หุบปาก!!! " ร่างสูงแผดเสียงกร้าวจนคนฟังสะดุ้ง ท่าทางของซันซัสดูโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าตอนแรกพันเท่า

เพราะไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าคนที่ทำร้ายตัวเองคือลูกน้องที่คิดว่าภักดีมากที่สุด…!!

"พวกเธอทำอะไรกันอยู่" รุ่นที่เก้าเปิดประตูเข้าห้องมาแทรกบทสนทนาของทั้งคู่ ใบหน้าของชายชราผงะตกใจเมื่อเห็นโลหิตที่ศีรษะของว่าที่คู่หมั้นลูกบุญธรรม

"ไปทำแผลก่อนไหมซามูเอล"

"ก็ได้ ไว้ผมจะมาเยี่ยมเขาใหม่ หวังว่าคุณจะอธิบายให้เขาใจเย็นลงได้" ซามูเอลตอบรับความหวังดีของวองโกเล่รุ่นที่เก้าก่อนจะเอ่ยฝากความหวังเอาไว้ เพราะตนไม่มีความสามารถพอที่จะทำให้ร่างสูงเข้าใจ

"ขอโทษแทนลูกชายฉันด้วยนะ" รุ่นที่เก้าหันไปพูดกับซามูเอลที่กำลังเดินออกจากประตูไปด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ชายที่กำลังเดินอยู่เพียงส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไรก่อนประตูจะถูกปิดลง

"ซันซัส...ฉันรู้นะว่ามันยากที่จะเชื่อ ตอนแรกฉันเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน" ชายชราเสียงอ่อนพลางเดินเข้าไปหาลูกบุญธรรมถึงข้างเตียง ดวงตาของชายแก่วูบไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นทแววตาที่ดูโกรธจัดของอีกฝ่ายทว่ามันแฝงความเจ็บปวดอยู่ด้วยเช่นกัน

ปัง!!

"ออกไป!! " เสียงมือหนาที่ทุบลงบนราวเตียงผู้ป่วยดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนไล่ที่ออกมาจากปากของร่างสูง ใบหน้าคมคร้ามบัดนี้ปรากฏซึ่งรอยแผลเป็นที่ขยายชัดขึ้น ความโกรธกำลังจะปะทุออกมาเป็นพลังทำลายล้างในไม่ช้า

ซันซัสยกมือขวาขึ้นเตรียมร่ายพลังไฟเพลิงพิโรธออกมาเพื่อขับไล่ชายชราที่ยืนอยู่ใกล้เคียง

แต่ทว่า...พลังไฟนั้นกลับไม่อาจเรียกขึ้นมาได้ในยามนี้…!!

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันหา!! "

เสียงตวาดดังลั่นขึ้นพร้อมกับผ้าพันแผลในมือที่ถูกกระชากออกไปอย่างร้อนรน ร่างสูงก้มมองไปยังมือเพื่อตรวจหาความผิดปกติ ก่อนจะพยายามตั้งสมาธิเรียกพลังไฟทั้งที่ไม่เคยจำเป็นต้องทำมาก่อน แต่ถึงแม้จะดิ้นรนเรียกมันออกมาสักแค่ไหน มันก็ไม่เกิดผลอะไรอยู่ดี

"ไอ้ฉลามสวะ..." ร่างสูงบนเตียงเอ่ยเสียงเยียบเย็น ดวงตาสีโกเมนไหวสั่นและยังคงคุกรุ่นด้วยความแค้นเคือง มือข้างที่กำลังจะปล่อยพลังไฟสั่นเทาราวกับไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เจ้าของมือหนานั่งนิ่งไม่ขยับกายอยู่ชั่วครู่หนึ่ง มีเพียงกลิ่นอายความโกรธหนาแน่นที่แผ่ออกมาให้ผู้มองรู้สึกหวั่นเกรง…!!

"ซันซัส" รุ่นที่เก้าเรียกสติอีกฝ่าย "เพลิงพิโรธของเธอใช้ไม่ได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น เดี๋ยวมันก็กลับมาใช้ได้อีก"

ที่วองโกเล่รุ่นที่เก้าเอ่ยออกมาราวกับเข้าใจ เป็นเพราะเจ้าตัวเป็นคนสั่งให้ลูกน้องส่งมอบระเบิดตัวนี้ให้กับคนในวาเรีย เป็นระเบิดที่ถูกผลิตขึ้นเพียงชิ้นเดียวและย้ำให้วาเรียเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะระเบิดตัวนี้ทำปฏิกิริยากับพลังไฟเพลิงพิโรธ หากแรงปะทุนั้นโดนที่จุดปล่อยพลังก็จะทำให้พลังดังกล่าวจางหาย ทว่ามันไม่ได้ดับสูญไปตลอดกาล...แต่เพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งซึ่งไม่อาจระบุได้แน่ชัด

แท้จริงแล้วระเบิดตัวนี้คล้ายกับระเบิดทั่วไป ส่วนที่แตกต่างมีเพียงจุดเดียวคือเรื่องทำลายพลังไฟที่กล่าวมา ชายแก่นำมันไปมอบให้กับวาเรียเพื่อไม่ต้องการให้ผู้อื่นนำมันมาใช้เล่นงานลูกบุญธรรม แต่ก็ไม่ยักคิดว่าสุดท้ายแล้วมันจะถูกนำออกมาใช้เพื่อทำร้ายคนที่ตัวเองคิดปกป้องอยู่ดี

"และเรื่องที่เธอควรทำใจรู้เอาไว้ ก็คือสควอโล่เป็นคนก่อเหตุ"

ชายชราไม่ได้อยากย้ำเรื่องนี้มากนัก เพราะรู้ว่ามันย่อมสร้างความเสียใจให้กับอีกฝ่ายพอสมควร แต่อย่างไรก็ควรจะบอกให้รู้เอาไว้ก่อน อีกฝ่ายจะได้ทำใจยอมรับมันได้เร็วขึ้น

เพล้ง!!

"เลิกเอ่ยชื่อไอ้สวะนั่นแล้วออกไปซะที!! "

บอสแห่งวาเรียเริ่มนำความโกรธมาลงกับสิ่งของ มือหนาหยิบแจกันข้างเตียงมาปาใส่ชายชราที่ไม่ยอมเดินออกไปตามคำสั่งของตน ทว่าเพราะอาการบาดเจ็บทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงไปบ้าง รุ่นที่เก้าจึงสามารถหลบได้ทัน

"ฉันขอถามอะไรเธออย่างหนึ่งเท่านั้นก่อนจะออกไป"

รุ่นที่เก้าเอ่ยเสียงอ่อนเพื่อกล่อมให้อีกฝ่ายใจเย็นลง พลางมองเข้าไปในดวงตาสีอีกฝ่ายที่บัดนี้กำลังสั่นไหวด้วยความเป็นห่วง ชายแก่รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับเมื่อรู้ว่าคนที่ใกล้ชิดที่สุดอาจเป็นคนหักหลัง ขณะนี้ความผิดหวังมากมายคงกำลังถาโถมเข้าสู่จิตใจของลูกบุญธรรม ทั้งเรื่องตัวการกระทำผิดและเรื่องไฟเพลิงพิโรธ!

"ฉันอยากรู้ว่าเธอได้โทรหาใครระหว่างปฏิบัติภารกิจไหม" คำถามที่ถูกส่งออกไปเพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่สายฝนผู้นั้นบอกเป็นเรื่องจริงหรือไม่

"จะให้ฉันโทรหาสวะหน้าไหนวะ!! " ร่างสูงตวาดออกมาเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจที่วองโกเล่รุ่นที่เก้าถามคำถามไร้สาระเช่นนี้ ซึ่งคำตอบจากปากของซันซัสทำให้รุ่นที่เก้ากระจ่างแจ้ง…!!

"ถ้าอย่างนั้นมันก็ชัดเจนแล้วว่าสควอโล่โกหก"

ปัง!!

"เกี่ยวอะไรกับมันอีกหา!! " เสียงทุบราวเตียงดังขึ้นอีกครั้งเพราะอารมณ์โทสะที่พุ่งสูง ยิ่งร่างสูงได้ยินชื่อของฉลามผมยาวคนนั้นก็ยิ่งเกิดความรู้สึกเคียดแค้น ใจอยากทำลายทุกสรรพสิ่งรอบตัวให้พังลงไม่เหลือซาก!

"สควอโล่บอกว่า เธอเป็นคนโทรสั่งเรื่องวางระเบิด"

"อะไรนะ..." ซันซัสทวนถามเสียงเย็น มือหนาจับราวเตียงแน่นราวกับจะบดมันให้แหลกคามือ รอยแผลเป็นบนใบหน้าคร้ามขยายฉายชัดขึ้นกว่าเดิม ราวกับไม่พอใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่ได้ยิน

"เดี๋ยวเธอกลับไป เราจะลงโทษ..."

"หุบปากแล้วไสหัวออกไป!!! " ร่างสูงตวาดแทรกขึ้นมาก่อนที่พ่อบุญธรรมจะกล่าวจบ

โทสะที่สุมในอกไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป ซันซัสเริ่มกระชากเข็มที่เชื่อมกับสายน้ำเกลืออย่างร้อนรนเพื่อจะกลับไปสะสางเรื่องราวกับลูกน้องตัวดีที่ปราสาท เมื่อรุ่นที่เก้าเห็นจึงเข้ามาห้ามแต่ทว่าดันถูกผลักออกจนเซไปด้านหลัง ชายแก่จึงต้องเปลี่ยนมาเรียกลูกน้องด้านนอกและพวกหมอให้รีบเข้ามาในห้องเพื่อช่วยกันห้ามและฉีดยาให้อีกฝ่ายหายคุ้มคลั่ง

ระหว่างนั้นซันซัสกำลังจะลุกออกจากเตียงได้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าชายชราไม่อาจยอมให้มันเป็นไปตามที่อีกฝ่ายต้องการได้โดยง่าย เช่นนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเพื่อให้อีกฝ่ายนั่งอยู่บนเตียงดังเดิม

"อั่กกก!! แก!! "

รุ่นที่เก้าใช้ไม้คฑาประจำกายดันลงไปตรงบาดแผลช่วงท้องจนร่างสูงต้องนั่งตัวงอเล็กน้อยด้วยความเจ็บ ทว่าเหมือนมันยิ่งจุดโทสะให้กับเจ้าของร่างยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่นานโคมไฟข้างเตียงก็ถูกมือหนาเขวี้ยงมันลงกับพื้นจนแตกหัก…!!

พวกลูกน้องวาเรียระดับล่างรีบเข้ามาช่วยคุมตัวบอสของตัวเอง ถึงแม้จะกลัวอยู่มากแต่หากปล่อยให้ซันซัสคุ้มคลั่งกว่านี้คงแย่ กลุ่มหมอรีบวิ่งกันมาขบวนใหญ่เพราะรู้ว่าผู้บาดเจ็บคนนี้จัดการยาก สุดท้ายแล้วแม้ซันซัสจะออกแรงผลักไสคนรอบตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเพราะอาการบาดเจ็บจึงทำให้ไม่สามารถต่อกรกับคนกลุ่มมากได้ ในที่สุดร่างสูงก็ถูกเข็มฉีดยานอนหลับปักลงไปที่ช่วงแขนและค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทราไป...

เมื่อผู้บาดเจ็บสิ้นฤทธิ์แล้ว ผู้มาใหม่ทุกคนในห้องต่างพากันหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยพร้อมกับพากันแยกย้ายออกไปจากห้อง ทุกคนต่างภาวนาในใจว่าอย่าให้ตนได้เข้ามารักษาชายคนนี้อีกเลย

เพราะไม่แน่ว่าอาจจะได้รักษาตัวเองตามไปด้วยอย่างไรล่ะ...

นับตั้งแต่วันนั้นซันซัสก็ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวอยู่อีกสามวัน ระหว่างนั้นเกิดเหตุวุ่นวายในโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ซันซัสก่อเหตุอาละวาดทุกครั้งที่ได้สติ หลายคนพยายามเข้ามาพูดด้วยโดยดีแต่กลับถูกเจ้าตัวไล่ตะเพิดออกจากห้องทุกครั้งไป และมันยิ่งหนักหนาสาหัสขึ้นเมื่อมีคนเอ่ยถึงลูกน้องฉลามผู้ภักดี ในระยะหลังจึงไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึงชายดังกล่าวมากนัก…

 

ไม่อยากคิดว่าหากซันซัสถูกปล่อยตัวกลับไปแล้ว...จะเกิดอะไรขึ้นกับชายคนนั้นบ้าง

 

ณ คุกใต้ดินของวาเรีย ภายในห้องขังยังคงปรากฏร่างของฉลามแห่งวาเรียกำลังนอนอยู่บนพื้นอย่างเดียวดาย เจ้าของร่างยังคงจมอยู่กับความนึกคิดหมองหม่นเพราะบรรยากาศรอบตัวชวนให้รู้สึกเช่นนั้น กาลเวลาหมุนผ่านไปเท่าใดแล้วเจ้าตัวไม่อาจรับรู้ ทว่ามันช่างเนิ่นนานเหลือเกินสำหรับคนที่เฝ้าคอยใครสักคนให้มาหา

โหยหาคนผู้นั้นโดยไม่สนว่าอนาคตข้างหน้าตัวเองจะเจอกับอะไร...

"บอส..." ริมฝีปากแห้งผากเพราะขาดน้ำพร่ำเรียกหาผู้เป็นนายของตน ร่างบางดูซูดผอมลงไปเล็กน้อยเพราะแทบจะไม่ได้แตะอาหารที่ผู้คุมขังนำมาให้ ไม่ใช่ว่าเพราะตรอมใจเลยไม่ค่อยทาน แต่เป็นเพราะเจ้าของร่างไม่มีความรู้สึกที่เรียกว่าหิวเลยต่างหาก

ฉลามหนุ่มทนอยู่ในคุกแห่งนี้พร้อมกับหัวใจที่ปวดหน่วง หากไร้คำสาปร้ายที่ติดตัวมาก็คงไม่ต้องทนกับความทรมานที่มากถึงขนาดนี้ ยังดีอยู่บ้างที่มีเพื่อนร่วมงานตัวป่วนมาเยี่ยมเยียน คอยกวนประสาทให้สควอโล่คลายความอาวรณ์ที่มีต่อเจ้านายไปได้บ้าง...แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

ปัง!!

ประตูทางเข้าห้องขังถูกใครบางคนเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับกำแพงห้อง ฉลามหนุ่มรีบเอนตัวขึ้นนั่งทันที ก่อนจะหันมองไปทางประตูนั้นอย่างมีความหวัง

เมื่อเห็นว่าร่างที่เดินเข้ามาคือร่างสูงที่คุ้นตา สควอโล่ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความดีใจ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหายเป็นปกติดีแล้วก็ยิ่งเบาใจลงมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ทว่า...ไม่นานรอยยิ้มนั้นก็ต้องหุบลงเมื่อมีผู้ที่เดินตามเข้ามาถึงสองคน ผู้แรกคือบอสแห่งวองโกเล่รุ่นที่เก้า และผู้ที่สองคือว่าที่ว่าที่คู่หมั้นของบอสตัวเอง

"พวกแกมาทำอะไรวะ"

ฉลามหนุ่มเป็นคนเอ่ยประโยคแรกด้วยเสียงที่ค่อยข้างแหบแห้ง โดยจงใจพูดใส่คนสองคนที่ตนไม่อยากเจอหน้า ทว่าเหมือนใครอีกคนจะคิดว่าเหมารวมไปถึงตัวเองด้วย

"หึ ฉันจะเข้ามาเมื่อไหร่แล้วมันหนักหัวแกหรือไง! " ซันซัสมองคนในห้องขังด้วยสายตาเหยียดหยาม พลางยื่นมือเข้าไปกระชากเรือนผมสีเงินจนใบหน้าของฉลามหนุ่มเลื่อนเข้ามากระแทกกับกรงขัง

"ฉันไม่ได้หมายถึงกะ..."

"หนวกหู!! "

ยังไม่ทันที่ร่างบางบนพื้นจะมีโอกาสได้อธิบาย อีกฝ่ายก็ส่งเสียงตวาดกร้าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นเจ้าของมือหนาก็สะบัดเรือนผมที่กำอยู่ออกจากมือจนวงหน้างามไหวไปตามแรงมือ ฉลามหนุ่มให้ได้รับอิสระแต่มันก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะเมื่อรุ่นที่เก้าไขประตูห้องขังออก ร่างสูงก็พุ่งตัวเข้าไปกระชากแขนนักโทษที่นั่งอยู่กับพื้นให้ลุกตามตัวเองออกมา

"นายจะพามันออกไปไหนน่ะซันซัส! "

ซามูเอลรีบค้านทันทีเมื่อเห็นว่าที่คู่หมั้นของตนกำลังจะพาตัวฉลามนักโทษออกไป

"มันต้องอยู่รับโทษที่มันทำกับนายก่อนนะ! "

บอสแห่งวาเรียไม่ใส่ใจคำพูดที่ไล่หลังมาแม้แต่น้อย มือหนายังคงบีบแขนบางไว้แน่นจนกระดูกแขนของฉลามหนุ่มแทบแหลก ความรุนแรงนี้บ่งบอกว่าเจ้าของมือกำลังโกรธจัด สควอโล่กัดฟันเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บที่เกิดขึ้นและไม่ปริปากบ่นออกมาสักคำ ส่วนหนึ่งเพราะเจ้าตัวต้องการชดใช้ให้กับร่างสูงที่กำลังกระทำรุนแรงอยู่นี้

ร่างของฉลามหนุ่มถูกผู้เป็นเจ้าชีวิตกระชากลากขึ้นจากห้องใต้ดินมายังห้องโถงปราสาท ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะขึ้นบันไดไปนั้น กลับมีร่างของว่าที่คู่หมั้นแห่งวาเรียมาขวางไว้เสียก่อน ตามมาด้วยรุ่นที่เก้าที่เดินตามมาไม่ห่าง

"หยุดแล้วฟังซามูเอลเดี๋ยวนี้นะซันซัส!! "

ชายชราตะโกนจนสุดเสียงแหบแห้งซึ่งนานครั้งจะมีโอกาสได้ยิน ราวกับว่าเป็นห่วงชายคู่หมั้นผู้นี้มากอย่างไรอย่างนั้น

"มีอะไรนักหนาวะ อยากพูดก็รีบพูดมาถ้ายังไม่อยากตาย! " บอสแห่งวาเรียตวัดสายตามองผู้ขวางทางทั้งสองด้วยสายตาอาฆาต หากเพลิงพิโรธใช้การได้คงไม่มีใครได้โอกาสมาขวางทางเช่นนี้

"ฉันบอกว่ามันต้องโดนลงโทษ! " ซามูเอลตะโกนกลับไปหาร่างสูงอย่างไม่ยอมแพ้ "นายก็รู้ว่าโทษของการคิดทำร้ายคนสำคัญของแฟมิลี่คืออะไร แล้วยิ่งเป็นลูกน้องคนสนิทที่ทำน่ะมันต้องตายเท่านั้น!! "

สควอโล่ลอบมองซันซัสด้วยสายตาแปลกใจเพราะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ โดยปกติเขาจะต้องไปรับโทษทันทีที่อีกฝ่ายถูกปล่อยตัว

ตามกฎแล้วถ้าผู้ใดกล้าถึงขนาดลอบสังหารบอสแห่งวาเรียก็ต้องได้รับโทษหนักกว่าถึงสองเท่าหรืออาจมากกว่านั้น ส่วนบทลงโทษมีอยู่หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับว่าสมควรได้รับแบบไหน แท้จริงตอนนี้เขาต้องเตรียมรับโทษอยู่ในห้องขังดังเดิมด้วยซ้ำ แต่ทว่าซันซัสกลับลากเขาออกมาเสียอย่างนั้น…!!

"เดี๋ยว ใจเย็นก่อนสิซามูเอล" รุ่นที่เก้าหันไปพูดกับคนข้างตัว "ก่อนหน้าสควอโล่ก็เคยทำประโยชน์ให้กับวองโกเล่อยู่มาก ฉันว่าแค่ลงโทษให้เจ็บตัวแล้วไล่ออกจากแฟมิลี่ก็คงจะพอละ..."

"ฉันไม่ออกนะโว้ย!!! "

ฉลามหนุ่มรีบตะโกนแทรกหลังจากที่ยืนเงียบมานาน เพราะเรื่องถูกขับไล่ออกจากวาเรียนั้นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าตัวมาก อย่างไรก็ไม่ยอมเด็ดขาด!

เขารู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเก็บคนทรยศเอาไว้

...แต่เขาหาใช่คนทรยศที่ไหนกัน!!

"บอส" ฉลามหนุ่มหันไปพูดกับเจ้านายของตัวเองพลางจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายที่จ้องตอบกลับมาอย่างโกรธเคือง "เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องผิดพลาด ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น..."

"หุบปาก!! "

ร่างสูงตะโกนให้ฉลามหนุ่มหยุดอธิบายราวกับไม่อยากฟัง ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังชายที่ยืนขวางหน้าทั้งสองด้วยความไม่พอใจ

"ไอ้ฉลามสวะนี่เป็นของฉัน!! ฉันจะเป็นคนจัดการมันเอง พวกแกสองคนไม่ต้องมายุ่ง!! "

เมื่อสิ้นสุดคำสั่งนั้น บอสแห่งวาเรียก็หยิบปืนคู่กายขึ้นมาขู่ให้สองคนตรงหน้าหลีกทาง ซึ่งมันก็ทำให้ผู้ที่ยืนขวางต้องรีบหลีกทางอย่างช่วยไม่ได้ เพราะทั้งสองรู้ดีว่าซันซัสตอนอารมณ์ร้อนเป็นอย่างไร บางทีร่างสูงอาจไม่ได้ทำแค่ขู่หากยังทำท่าทีขัดขวางไม่เลิก

"ฉันจะยอมปล่อยให้นายลงโทษมันไปก่อนก็ได้ แต่หลังจากนั้นมันก็ต้องออกมารับโทษตามกฎอยู่ดี!! "

ซามูเอลตะโกนไล่หลังชายร่างสูงที่กำลังเดินขึ้นไปด้านบนโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะฟังมันอยู่หรือไม่

"นายคงไม่คิดละเว้นโทษให้มันหรอกนะ จำเอาไว้ด้วยว่ามันเกือบฆ่านายไปแล้ว! "

ปัง!!!!

เสียงปิดประตูห้องนอนของบอสแห่งวาเรียดังสะเทือนไปจนถึงชั้นล่าง ราวกับว่าร่างสูงกำลังไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินมา

บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบไปชั่วขณะเมื่อยามนี้เหลือเพียงคนสองคน แต่ทว่ามันกลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าตอนอยู่ด้านล่างเสียอีก ห้องนอนอันกว้างใหญ่กำลังจะถูกรังสีแห่งความอันตรายแผ่ขยายไปโดยรอบ ซันซัสในยามนี้ดูน่ากลัวกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และผู้ที่ต้องรับเคราะห์ในครั้งนี้ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก...

ตุบ!!

ร่างของฉลามหนุ่มถูกมือหนาเหวี่ยงจนล้มลงกับพื้นอย่างแรงเมื่อถูกลากตัวมาถึงกลางห้อง ด้วยความอ่อนแรงเพราะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอมาหลายวันทำให้ร่างบางเซล้มไปได้โดยง่าย ทว่าเจ้าของร่างยังคงฝืนแรงหยัดตัวขึ้นอย่างอดทนเพราะพื้นฐานเดิมหาใช่คนอ่อนแอ สควอโล่เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าชีวิตที่กำลังมองลงมาหาตนอย่างเหยียดหยาม…

"บอส...แกเกลียดฉันไปแล้วรึไงวะ คิดว่าฉันตั้งใจฆ่าแกงั้นสิ" ฉลามหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ คล้ายประชด ดวงตาสีฟ้าอ่อนฉายแววผิดหวังชัดเจน...หากมองลึกลงไปก็จะเห็นว่ามันปนไปด้วยความหมองเศร้าระคนกับความเจ็บปวด

ทว่าไม่รู้ว่ามันจะสื่อไปให้อีกฝ่ายเข้าใจได้หรือไม่...เมื่อสุดท้ายแล้วแกก็ไม่เข้าใจฉันงั้นเหรอบอส...

...ฉันคงคาดหวังมากเกินไปว่าแกจะรับฟังกันบ้าง

"แล้วฉันสมควรเกลียดแกไหมล่ะ ไอ้ฉลามสวะ!! " สุรเสียงทุ้มดังกังวาลไปทั่วห้อง "แกก็เคยเห็นนี่ว่าที่ผ่านมา..คนที่คิดจะฆ่าฉันมันต้องมีจุดจบแบบไหน!! "

ตวาดเท่านั้นไม่เพียงพอ บอสแห่งวาเรียถึงกับนำปืนที่ถืออยู่ในมือก่อนหน้าจ่อเข้าหาตัวของฉลามหนุ่มที่นั่งหมดแรงอยู่กับพื้น ราวกับต้องการให้อีกฝ่ายทวนความจำว่าพวกลูกน้องที่ทรยศตนเองต้องเจอกับอะไร

"บอส..." ดวงตาสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยกับการกระทำนี้ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันที่ผู้เป็นนายหันกระบอกปืนคู่กายนั้นเข้าหาตน ฉลามหนุ่มมองมันด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของเจ้านายด้วยความสงบนิ่ง

หากชีวิตของฉันมันสามารถชดใช้ความผิดที่ผ่านมา

ถ้าอย่างนั้นแกก็อย่ารีรออีกเลย…

ฉลามหนุ่มพยายามยันกายของตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แม้จะเซไปเล็กน้อยทว่าเจ้าของร่างก็ยังคงพยายามทรงตัวให้มั่นคงมากที่สุด ดวงตาสีฟ้าอ่อนบัดนี้กำลังมองไปทางกระบอกปืนอย่างเลื่อนลอย สควอโล่เคลื่อนตัวเข้าไปหามันอย่างเชื่องช้า ก่อนจะจับปืนกระบอกนั้น...เลื่อนเข้ามาจ่อที่ตำแหน่งหัวใจของตัวเอง

"แกฆ่าฉันเลยสิวะ ให้มันสาสมกับที่ฉันเกือบฆ่าแกไง"

เสียงที่เอ่ยออกมาไม่มีความกลัวแต่อย่างใด สายตาของฉลามหนุ่มเลื่อนขึ้นไปมองใบหน้าของเจ้านายตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่รอยยิ้มท้าทายจะผุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป ราวกับต้องการเร่งให้อีกฝ่ายลั่นไกปืนแล้วยิงตนเสีย

ถ้ามันจะต้องตายด้วยน้ำมือของคนที่ตัวเองรักและภักดีด้วยที่สุดในชีวิต

ไม่นับว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีและไม่มีความจำเป็นต้องเสียใจ

เจ้าของปืนยืนมองการกระทำนั้นด้วยสายตาสั่นไหวทว่ามันยังคงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ร่างสูงกำลังพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้จนมือที่ถือปืนอยู่สั่นเทา ทว่าสุดท้ายความอดทนที่มีอยู่ก็ขาดผึงลงเมื่อฉลามหนุ่มกำลังจะเป็นฝ่ายลั่นไกปืนด้วยตัวเอง!

"ทำบ้าอะไรของแกหา!!! "

บอสแห่งวาเรียตวาดเสียงดังลั่นพร้อมออกแรงกระชากปืนออกจากตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่ายโดยพลัน ทว่ามันยังไม่จบแค่นั้นเพราะมือหนากลับจับปืนฟาดลงไปที่ศีรษะของร่างตรงหน้าจนเจ้าของร่างเซล้มลงไปบนพื้นอีกครา

ยามปกติศีรษะของฉลามแห่งวาเรียสามารถทนต่อของแข็งได้ในระดับหนึ่ง แก้วที่ร่างสูงมักปามาไม่ได้ทำให้ศีรษะนี้สะทกสะท้าน ทว่าคราวนี้แค่กระบอกปืนกลับทำให้ศีรษะนี้มีโลหิตหลั่งออกมาเล็กน้อยได้ แสดงว่าเจ้าของปืนคงต้องออกแรงมากพอตัว…

สควอโล่ก้มหน้าลงกับพื้นเพราะเริ่มรู้สึกถึงอาการมึนเบลอ ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงดีทำให้ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติ แต่ทว่ายังไม่ทันที่ร่างกายจะปรับตัวจนเสร็จ แขนก็พลันถูกร่างสูงกระชากให้ลุกขึ้น ร่างถูกอีกฝ่ายกระชากให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานร่างโปร่งก็ถูกผลักลงไปบนเตียงกว้างอย่างแรง ซันซัสรีบโถมกายลงมาคร่อมไม่เปิดโอกาสให้ฉลามหนุ่มได้หลีกหนี มือหนาบีบเข้าที่ลำคอระหงจนร่างด้านใต้แทบหายใจไม่ออก ส่งผลให้เจ้าของร่างต้องดิ้นรนอย่างทรมาน

เพราะจากเดิมแค่หัวใจที่บีบตัวจนปวดหน่วง มันก็ทำให้หายใจลำบากมากพออยู่แล้ว

"แกไม่มีสิทธิ์ตายถ้าฉันยังไม่ได้สั่ง!! จำเอาไว้!! "

ร่างสูงตวาดออกคำสั่งเสียงกร้าว ความโกรธทำให้เผลอกระทำรุนแรงโดยไม่ทันยั้งคิด แต่ทว่าเมื่อเห็นดวงตาของอีกฝ่ายเริ่มเหลือกขึ้นด้านบนจึงรีบคลายมือออกจากลำคอที่บีบอยู่ สายตาของร่างสูงฉายแววรู้สึกผิดเล็กน้อยแต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธเช่นเดิมอย่างรวดเร็ว

"แค่กๆๆ " ฉลามหนุ่มหอบไอจนตัวโยนทันทีที่ลำคอเป็นอิสระ ช่วงอกกระเพื่อมขึ้นลงถี่รัวเพราะเจ้าของร่างกำลังหอบหายใจรุนแรง หากช้ากว่านี้อีกหน่อยคงได้อากาศหายใจเป็นแน่

โดนกระทำใส่กันอย่างไร้ความเมตตา แต่สควอโล่ก็ยังคงเข้าใจและไม่นึกด่าทออีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

...เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตนได้ทำลงไปในเหตุการณ์ก่อนหน้ามันก็เลวร้ายไม่ต่างกัน

"บอส...ฉันมะ..ไม่..ได้..ตั้งใจ"

ฉลามหนุ่มพยายามจะอธิบายอีกครั้งแม้การหอบหายใจจะทำให้ออกเสียงได้อย่างลำบาก อีกทั้งภายในอกยังบีบรัดแน่นเพราะความรู้สึกเจ็บปวดที่ถาโถม

"ฉัน..ได้ยิน..แกโทรมาหา" ฉลามหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "แก..บอกให้..ฉันไปที่นั่น"

"ไม่มีคำโกหกที่ดีกว่านี้แล้วหรือไงหา!! ฉันไม่เคยสั่งให้แกไปที่นั่น!! " คำกล่าวจากปากของร่างสูงทำให้สควอโล่นึกท้อใจ แต่ทว่าก็ยังคงไม่ละความพยายาม

"ฉัน..ไม่โกหก..นี่คือ..ความจริง"

"บอกฉันมาว่าแกทำไปเพื่ออะไรกันแน่ไอ้สวะ!! " ร่างสูงตะโกนถามพลางเขย่าไหล่บางขึ้นลงเค้นให้อีกฝ่ายรีบบอกความจริง โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่สควอโล่ได้อธิบายออกมาก่อนหน้าล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น

"ฉัน..รู้..ว่ามัน..ยากจะเชื่อ" ฉลามหนุ่มพักหอบไปชั่วครู่ก่อนจะอธิบายต่อ "ฉันทำตาม..คำสั่ง..ของแก"

"หึ คำสั่งของฉันงั้นเหรอ" ร่างสูงแค่นหัวเราะราวกับสิ่งที่ได้ยินมาเป็นเรื่องน่าขันสุดทน

"...จริง...จริง..."

"แกฝันว่าฉันไปสั่งแกหรือไงวะ! "

"ฉัน..ไม่ได้ฝะ..ฮื่อ..อื้อออ" ริมฝีปากที่กำลังอ้าออกพูดถูกคนด้านบนรุกล้ำหนักหน่วง ลิ้นร้อนกวาดต้อนไปทั่วทั้งโพรงปาก ตามมาด้วยริมฝีปากล่างที่ถูกอีกฝ่ายขบกัดจนฉลามหนุ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นและรสคาวของเลือดภายในช่องปาก ทว่าความเจ็บที่ได้รับทางร่างกายไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างทรมานเท่ากับการพยายามหอบเอาอากาศหายใจเข้าปอด

"ไม่ต้องแก้ตัวอะไรอีกแล้วไอ้สวะ! " ดูเหมือนว่าซันซัสจะสัมผัสได้ว่าร่างด้านใต้หอบหายใจแรงจึงยอมละริมฝีปากออกไป ทว่าร่างสูงก็ยังคงไม่รับรู้ทั้งหมดว่าอีกฝ่ายกำลังทรมานกับเรื่องอะไรอยู่บ้าง

โดยเฉพาะเรื่องหัวใจภาพลวงตาที่กำลังสร้างความเจ็บปวดให้ฉลามแห่งวาเรียอย่างโหดร้าย

 

----------NC18+-----------

.

.

.

"ไอ้ฉลามสวะ ทำไมต้องเป็นแกที่ทำมัน..."

ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องนอนแห่งนี้ ส่งผลให้ดวงตาของสควอโล่วูบไหวอย่างรู้สึกผิด

"ทำไมวะ ทำไมถึงไม่เป็นคนอื่น!! ทำไมต้องเป็นแกที่เกือบฆ่าฉันหา!! " แต่ว่าไม่นานน้ำเสียงนั้นก็แปรเปลี่ยนกลับมาดังกังวาลเช่นเดิมอีกครั้งเพราะไฟแห่งโทสะที่ก่อตัวอยู่ในอก!

.

.

.

สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่มันเจ็บปวด

แต่ต่อให้ต้องเจ็บมากกว่านี้อีกสักแค่ไหน…ฉันก็บอกได้แค่ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ

สควอโล่อยากอธิบายอะไรออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้มากกว่านี้...แต่สภาพร่างกายและจิตใจนั้นยากเกินกว่าจะฝืน

"บอ..ส..อะ..ฮะ..ขอ..โท..ษ" เสียงที่เอ่ยสั่นพร่า หัวใจที่อ่อนล้ากำลังจะทำให้ร่างนี้ประคองสติไปได้อีกไม่นาน เรี่ยวแรงที่มีเหลืออยู่พยายามใช้เพื่อเอ่ยคำขอโทษและโอบกอดร่างสูงด้านบนเอาไว้ การมองเห็นเริ่มพร่าเลือนลงทุกทีทว่าความรู้สึกเจ็บปวดทางกายและใจยังคงแจ่มชัด

.

.

.

"ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้วะ ทำไม!"

ร่างสูงยังคงพร่ำหาเหตุผลในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนไม่จบสิ้น หลายคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ทำให้ใจของผู้คิดร้อนรุ่ม การระบายอารมณ์โกรธกับร่างของฉลามหนุ่มไม่ได้ทำให้จิตใจเย็นลงดังที่คิดไว้ตอนแรก ทว่ากลับยิ่งเป็นการสุมไฟให้ร้อนรุมขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

"ฮ้า..อาาา" ฉลามหนุ่มครางออกมาแผ่วเบาเมื่อถึงไปแตะจุดสูงสุดของห้วงอารมณ์ ร่างกายกระตุกเกร็งเล็กน้อย เป็นจังหวะเดียวกับที่ของเหลวขุ่นเหนียวถูกปลดปล่อยเข้ามาในกายปะปนกับเลือดในช่องทาง ร่างกายเหนื่อยอ่อนจนไร้แรงขยับเขยื้อนกาย ไม่นานเปลือกตาบางก็ค่อยๆ ปิดสนิทลง พร้อมกับแขนที่โอบรอคอร่างสูงเริ่มไหลตกลงสู่เบื้องล่าง...

เหนื่อยเหลือเกิน...

ทั้งที่แกทำกับฉันขนาดนี้ แต่ทำไม...ฉันถึงยังอยากตื่นมามองหน้าแกอยู่วะ

ร่างของสควอโล่นอนแน่นิ่งหมดสติไปกะทันหัน เป็นเหตุให้ผืนนภาต้องหยุดการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นรอบที่สอง สายตาของซันซัสวูบไหวลงเล็กน้อยยามที่ร่างด้านใต้ไม่ตอบสนองอีกต่อไป ยิ่งเห็นใบหน้าที่เคยมีเลือดฝาดแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดก็ยิ่งเพิ่มความร้อนสุมในจิตใจมากยิ่งกว่าเดิม

"โถ่เว้ย!!!! "

ปึก!!!

หมัดถูกต่อยลงบนเตียงอย่างแรงเฉียดหน้าฉลามหนุ่มไปเพียงเล็กน้อย มือของร่างสูงสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังรู้สึกผิดกับสิ่งที่กระทำ

ซันซัสถอนกายออกมาจากร่างด้านใต้ น้ำสีขาวขุ่นที่ปะปนโลหิตไหลย้อนออกมาเปรอะเปื้อนที่นอนเป็นด่างดวง ร่างสูงจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะผลักตัวฉลามหนุ่มให้นอนในท่าอย่างคนปกติ

"แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือไง แกมันเป็นลูกน้องอ่อนแอตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ!! "

บอสแห่งวาเรียตวาดใส่ร่างของฉลามหนุ่มที่กำลังนอนหมดสติอย่างฉุนเฉียว มือหนากระชากผ้าห่มมาปิดลำตัวเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและไม่กลับมาสนใจร่างที่นอนอยู่บนเตียงอีก

สุดท้ายแล้วรอบตัวของฉลามหนุ่มก็เหลือเพียงความว่างเปล่า...

"บอส..." เสียงเอ่ยเรียกผู้เป็นนายแผ่วเบาราวกระซิบ ร่างบางยังคงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง มือเรียวเริ่มคลำสะเปะสะปะไปทั่วเตียงอย่างเชื่องช้าเพื่อควานหาร่างของผู้ที่อยู่ในความคิด

โดยกลัวว่าคนผู้นั้นจะหายไปและทิ้งตนเอาไว้ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว

"…อย่า...ไป..."

เสียงอันแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่หลุดรอดออกมานี้ อย่างไรบอสแห่งวาเรียก็ไม่มีทางได้ยินมัน หรือต่อให้ได้ยินก็อาจจะไม่สนใจ...

แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น...ช่างน่าเศร้าที่สควอโล่ก็ยังคงไม่ละความพยายาม ในการไขว่คว้าเอาไว้เพียงความว่างเปล่า...

"..บอ..ส...อย่า...ไป...ได้...ไห..ม..."

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #19 namzbongz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 22:03
    ทำไมมันรู้สึกฟินแปลกๆ🥺
    ป๋าก็คือรักน้องแล้วละแต่แค่ยังไม่รู้ตัวเอง._.
    #19
    0
  2. #18 muneow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 20:03
    โอ้ยยยย ยิ่งอ่านยิ่งเจ็บ จะตายแล้วเว้ยสควอโล่เอ้ยยย
    #18
    0