SF [VIXX] Chained Up {Leobin} HyukKen Navi

ตอนที่ 4 : SF: Chained Up {Leobin} 4/?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ก.พ. 59

O W E N TM.


Chained up 04

 








 


…철컹 철컹 쇠사슬이 걸린

ถูกล็อคกุญแจมือ ติดกับดับของโซ่ตรวน

이미 태어나 처음 봐버린

คุณทำลายผมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบคุณ

 

 

 

 



 

 




            หลังจากที่จัดการสาวใช้ได้และเสี่ยงดวงกระโดดลงมาจากระเบียงชั้นสองของบ้าน ฮงบินที่นั่งจุกอยู่หลังพุ่มไม้อยู่พักหนึ่งก็เริ่มตัดสินใจขยับตัว

 

            สองขาเรียวพยายามลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ใหญ่ติดกับกำแพงหนาที่สูงถึง 3 เมตรของคฤหาสน์หลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยพยายามมองหาทางออกจากที่แห่งนี้ โดยจุดหมายก็คือถนนใหญ่ที่ห่างจากกำแพงไม่ไกลนัก

 

 



            “แค่ปีนแล้ววิ่งออกไปฮงบิน แค่ถึงถนนใหญ่ก็รอดแล้ว”


 

            เสียงหวานพูดออกมาเบาๆ ราวกับกำลังให้กำลังใจตัวเองที่เริ่มสั่นกลัวขึ้นมาเมื่อเห็นได้ว่าลูกน้องของแทคอุนเริ่มวิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรีบร้อน

 

          รู้แล้วสินะถึงเรียกคนซะขนาดนั้น

 

 


            ร่างเพรียวบางทำเพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าหวานเริ่มยิ้มออกมาอย่างมั่นใจขึ้นมานิดเมื่อตัวเองเริ่มขยับไปทางด้านกำแพงที่ใกล้กับถนนใหญ่มากขึ้น มือเล็กกำด้ามมีดพกของตัวเองที่ค้นเจอในห้องของแทคอุนเอาไว้จนแน่น

 

 

 

 



            พรึ่บ

 

            ฮงบินซ่อนตัวหลังพุ่มไม้หนาอย่างรวดเร็ว เพราะทันทีที่ทำท่าจะขยับออกมาสายตาก็เหลือบไปเห็นชายในชุดสูทหลายคนวิ่งผ่านหน้าเพื่อเข้าไปยังตัวบ้าน

 

 


            “เดี๋ยวมึง เมื่อกี้กูเห็นอะไรตรงนั้น”

 

            เสียงเข้มของชายหนุ่มหนึ่งคนที่กำลังจะก้าวผ่านเขาไปทักขึ้นเสียงดัง จนเพื่อนที่ก้าวนำไปหยุดชะงัก ดวงตาเรียวรีของเจ้าของเสียงจับจ้องมาทางจุดที่เขาซ่อนตัวอย่างสงสัย

 

 


            ฮงบินไม่กล้าที่จะขยับตัวให้มันเสี่ยงที่พุ่มไม้จะสั่น ร่างบางพยายามแนบไปกับพื้นดินและกลั้นหายใจเอาไว้แบบที่ไม่ทันรู้ตัว หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตอนนี้ฮงบินไม่กล้าแม้จะหายใจออกมาเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

            “อะไรวะ นายเรียกต้องรีบนะ อยากโดนดีเหรอ”

 

            อาจจะเป็นโชคดีของฮงบินที่พวกลูกน้องปลายแถวพวกนี้น่าจะยังไม่รู้ว่าทำไมแทคอุนถึงเรียกตัวด่วน จนมองข้ามจุดสงสัยนี้ไปและเลือกที่จะลากคอเพื่อนที่ดูติดใจกับจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

 





 

            “ต้องรีบแล้ว”

 

            ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองเดินไกลออกไป ฮงบินก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดวงตาเรียวสวยพยายามมองรอบตัวอย่างระมัดระวัง ก่อนจะขยับตัวช้าๆ

 

 

            “หายไปหมดเลยเหรอ แปลก”

 

 

            เสียงหวานบ่นอย่างแปลกใจ แต่ฮงบินก็ทำเพียงปัดความสงสัยที่ไม่เห็นใครเฝ้ารอบบ้านสักคนทิ้งไป ก่อนจะรีบหันไปทางกำแพงเพื่อปีนหนีตามที่ตั้งใจไว้

 

          เรียกคนไปก็ดี ขอเขาหนีก่อนค่อยเริ่มออกตามหาเอาเองเถอะ

 

 

            ความคิดของคนที่เริ่มขยับเข้าไปชิดกับกำแพงที่ไม่ห่างมากอย่างโล่งใจ โดยที่ฮงบินคงไม่รู้เลยว่าคนอย่างแทคอุนฉลาดกว่าที่นั้น ฉลาดกว่าที่จะเรียกลูกน้องเข้าไปในบ้านเพื่อปล่อยให้มีทางหนี

 

 

 


---------------Chained Up---------------

 


 

 

            “เรียกมาครบแล้วครับ”

 

            เสียงของชายหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าบรรดาเวรยาม และบอดี้การ์ดทั้งหมดของบ้านเอ่ยรายงานทั้งร่างสูงที่เป็นเพื่อนสนิทของเจ้านายและกำลังเดินวนไปมากลางห้องโถงของบ้านอย่างกระวนกระวาย โดยข้างกันก็มีร่างเพรียวเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งยืนมองนิ่งๆ ราวกับไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร

 

 


 

            “นี่มันอะไรกันฮัคยอน นายกับไอ้แทคอุนกำลังทำอะไร ฮงบินหนีไปแล้วทำไมเรียกทุกคนเข้ามา”

 

            วอนซิกที่รู้ข่าวว่าฮงบินหนีไปเพราะแทคอุนที่เดินมาสั่งงานฮัคยอนตอนเขากำลังคุยงานอยู่หยุดเดินวนแล้วหันมาถามร่างบางที่นิ่งเงียบ อย่างไม่เข้าใจการกระทำของแทคอุน

 

 


            “คุณวอนซิคไม่ต้องห่วงเชิญคุณนั่งรอได้ครับ ผมจะออกไปเองถ้านายมีคำสั่งมา ส่วนพวกนายอยู่ในบ้านอย่าออกไปจนกว่าจะมีคำสั่ง”

 

            ฮัคยอนหันมาโค้งขอโทษวอนซิกเพื่อนสนิทของเจ้านายที่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในบ้าน และผายมือเชิญให้แขกของบ้านนั่งพัก ก่อนจะหันกลับมาสั่งงานลูกน้องทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตาเรียวสวยตวัดมองหน้าลูกน้องกลุ่มใหญ่อย่างกดดันจนทุกคนรีบโค้งรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

 

          คนเป็นนายน่ากลัวมากแค่ไหน ชา ฮัคยอน ก็อาจจะน่ากลัวไม่ต่างกันเพราะความเลือดเย็นที่ฉายชัดผ่านแววตา

 

 


 

            “นายบ้าหรือเปล่าฮัคยอน สถานการณ์แบบนี้จะให้นั่งรอ ฮงบินหนีไป แทคอุนมันอยู่ไหน นายไม่คิดจะตามหรือไง”

 

            วอนซิกหันมาตะคอกกลับอย่างอารมณ์เสีย เสียใหญ่ที่ตะคอกจนดังไปทั่วบริเวณอาจจะทำให้ลูกน้องหลายคนที่ยืนอยู่ก้มหน้าหลบอย่างตกใจ แต่ไม่ใช่กับฮัคยอนที่ทำเพียงมองหน้าวอนซิกนิ่ง ดวงตาคมสวยไม่มีวี่แววของความเกรงกลัวหรือตกใจสักนิด



 

 

            “ไม่ครับ ผมไม่ตามถ้าไม่มีคำสั่ง

 

            ฮัคยอนตอบแค่นั้น ก่อนจะถอยออกมายืนห่างจากชุดโซฟารับแขกและยืนนิ่งอยู่ด้านข้างเพื่อเปิดทางให้วอนซิกนั่งลง

 

 


            การกระทำที่บ่งบอกว่าฮัคยอนทำตามที่พูดจริงๆ ก็ทำให้วอนซิกหงุดหงิดที่ไม่เห็นท่าทีเดือดร้อนของอีกฝ่ายทั้งๆที่มีเรื่องวุ่นวายมากขนาดนี้จนเลือกที่จะเดินหนีไปทางชั้นสองของบ้านหวังว่าจะหาแทคอุนและคุยให้รู้เรื่อง

 


 

            ฮัคยอนทำเพียงค้อมหัวให้กับคนที่เดินผ่านหน้า ก่อนจะหยุดนิ่งดั่งเดิม ใบหน้าสวยเรียบเฉยแต่กลับเตรียมพร้อมตลอดเวลาถ้าหากมีคำสั่งจากคนเป็นนาย

 

 

            คำสั่งที่ลูกน้องอย่างเขาทำตามเพราะเชื่อในตัวคนเป็นนาย คนอย่างจอง แทคอุน ฉลาดและรอบคอบจนไม่น่าห่วง

 

 

 


---------------Chained Up---------------

 

 

 



 

            ตุบ

 

            “เฮ้อ”

 

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ เมื่อเจ้าตัวข้ามกำแพงมาอีกฝั่งของบ้านได้ ฮงบินสำรวจความเรียบร้อยก่อนจะโล่งใจขึ้นมาเยอะเมื่อการข้ามกำแพงเสียงเวลาในการปีนไม่มากนักอาจจะเพราะเขาเคยข้ามเข้าไปแล้วรอบหนึ่งและจุดที่เป็นเหล็กดัดเชื่อมกับกำแพงคอนกรีตยังพอเป็นฐานเหยียบให้เขาปีนได้

 


 

            “เหลือแค่ไปถนนใหญ่..”

 

 





 

            “จะไปไหนคุณหนูฮงบิน”

 

            ยังไม่ทันที่ฮงบินจะพูดจบ กลับมีเสียงทุ้มเรียบนิ่งพูดแทรกขึ้นมา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวน้อยๆ อย่างตกใจเพราะเขาจำเจ้าของเสียนี้ได้ดี

 

 


            “ทะแทคอุน”

 

            ฮงบินหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงทางด้านหลัง เสียงหวานที่พยายามปรับให้ไม่สั่นครางชื่อคนที่ยืนนิ่งราวกับรอให้เขาข้ามมาฝั่งนี้อย่างไม่รีบร้อน แต่แปลกที่ไม่มีลูกน้องของแทคอุนสักคนเดินมาแถวนี้ให้เขาทันรู้ตัวก่อนเลยด้วยซ้ำ

 


 

            “แปลกใจที่เห็นฉันคนเดียวเหรอ หึ แบบนายนะ แค่ฉันเรียกลูกน้องเข้าไปแล้วมาดักรอเอง นายก็วางใจแล้ว ใช่ไหมล่ะ”

 

            ขายาวก้าวเข้าใกล้กับร่างเพรียวบางที่ยืนตกใจอยู่ช้าๆ เสียงทุ้มตอบคำถามราวกับจะบอกว่าหน้าตาสงสัยของฮงบินมันอ่านง่ายดายมากแค่ไหน

 

 


            “ฉันไม่พลาดอีกแน่”

 

            ฮงบินเค้นเสียงรอดไรฟันอย่างตัดสินใจ มือเล็กยกมีดพกขึ้นมาถือเอาไว้เพื่อเตรียมจัดการร่างสูงที่ก้าวเข้ามาเรื่อยๆ

 

 


            หมับ

 

            “แน่ใจเหรอ”

 

            แทคอุนแตะข้อมือขาวที่ถือมีดพกเอาไว้เบาๆ อย่างไม่เกรงกลัว ใบหน้าเรียบยิ่งยกยิ้มน้อยๆ ยิ้มที่ฮงบินเผลอกำด้ามมีดจนสั่น

 

 


            พรึ่บ!

 

            ตุบ

 

            “แน่ใจ!

 

            มือเรียวตวัดหนีก่อนจะโถมแรงทั้งหมดกดร่างสูงให้ล้มลงไปกับพื้น มีดเล่มเล็กจ่อติดตรงช่วงคอของแทคอุนก่อนที่ฮงบินจะพูดออมาอย่างมั่นใจ

 

 


            “ถ้าไม่อยากตายอย่าขยับเด็ดขาด!

 

 


            ฮงบินออกแรงกดข้อมือจนมีดเล่มเล็กสัมผัสกับลำคอของแทคอุน เสียงหวานเอ่ยขู่ก่อนจะค่อยๆขยับขาเหมือนเตรียมที่จะวิ่งออกไปเพราะไม่เห็นแทคอุนถืออาวุธออกมาด้วยซ้ำ มือเล็กที่ถือมีดเอาไว้ผละออกช้าๆ แต่ยังคงรักษาระยะห่างจากลำคออีกคนไม่มากนักเพื่อข่มขู่

 

 

 


            หมับ

 

            “เหรอ นายจะฆ่าฉันได้แน่เหรอ”

 


            “แทคอุน!

 


            แทคอุนพูดอย่างมั่นใจจนฮงบินเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างตกใจ มือใหญ่จับข้อมือขาวเอาไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเลื่อนตัวขึ้นมาโดยที่ลำคอก็เลื่อนมาชิดกับคมมีดที่ฮงบินผละออกไปแล้วอีกรอบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่งแต้มใบหน้าหล่อราวกับว่าเจ้าของมันไม่ได้เกรงกลัวสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะตรงลำคอเลยสักนิด

 

 

            สัมผัสที่ใครๆต่างพากันหวาดกลัว แต่แทคอุนกลับนิ่งเฉย จนฮงบินเริ่มจะกลายเป็นฝ่ายหวั่นวิตกไปแทน

 

 


 

 

            “นายไม่กล้าฆ่าฉันหรอก

 

            เสียงทุ้มพูดอีกรอบก่อนจะเริ่มสังเกตปลายมีดตรงช่วงคอที่มันสั่นนิดๆ และยิ่งเขาเลื่อนตัวเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เจ้าของมีดที่เอ่ยปากว่าจะฆ่าเขากลับยิ่งผ่อนแรงกดลง แต่ยังคงกำด้ามมีดเอาไว้จนมือเล็กสั่น

 

 


 

            “ใครบอก...”

 

            พรึ่บ!   

 

            ยังไม่ทันสิ้นสุดเสียงหวานที่พยายามเถียงออกไป แทคอุนกลับพลิกตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างของฮงบินกระแทกลงไปกับพื้น มีดเล่มเล็กที่กำเอาไว้กระเด็นออกไปไกลเพราะแทคอุนจงใจจับข้อมือขาวกระแทกลงไป

 

 

 


            นายไม่กล้าฆ่าคนด้วยซ้ำ คุณหนูฮงบิน”

 

            น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่แทคอุนพูดออกมายังหน้ากลัวไม่เท่ากับดวงตาคมดุที่จ้องมองอย่างเหนือกว่า ราวกับราชสีห์ตัวใหญ่ที่กำลังมองกระต่ายป่าตัวน้อยที่แม้จะผยศสักแค่ไหนก็เป็นได้เพียงกระต่ายป่าเท่านั้น

 

            แต่สำหรับฮงบิน ต่อให้อยากจะเก่งกล้าราวกระต่ายป่าแค่ไหน ในสายตาแทคอุนฮงบินก็เป็นแค่กระต่ายตัวน้อยๆ ที่ไม่มีพิษสงเลยสักนิดเดียว

 

 


 

 

---------------Chained Up---------------

 

 


 

            “ฮัคยอน”

 

            ภายในห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่ เสียงทุ้มของเจ้าของบ้านดังขึ้นจากทางหน้าประตูที่เปิดทิ้งไว้ บนบ่ากว้างมีร่างเพรียวบางพาดเอาไว้ แขนใหญ่ล็อคขาทั้งสองข้างจนแน่น

 


            “ครับนาย” ฮัคนยอนที่รออยู่ก่อนรีบเดินเข้ามาเพื่อรอรับคำสั่งจากเจ้านายของตัวเอง

 

 

            “ไปจัดการริมกำแพงทางไปถนนใหญ่เก็บมีดพกของฮงบินกลับมาด้วย”

 

            แทคอุนสั่งเพียงเท่านั้นก่อนที่จะเดินเร็วๆ ขึ้นชั้นสองของบ้านไป แขนใหญ่ยังคงล็อคขาคนที่ยังพยายามดิ้นหนีเอาไว้แน่นจนฮงบินแทบจะขยับตัวไม่ได้

 

 

            ขายาวก้าวเร็วๆผ่านห้องโถงใหญ่ที่มีทั้งลูกน้องที่เริ่มทยอยเดินออกไป รวมไปถึงวอนซิกที่รออยู่ แทคอุนทำเพียงหันไปมองฮัคยอนเพื่อให้จัดการเมื่อเห็นว่าวอนซิกกำลังเดินตรงเข้ามา ก่อนจะก้าวขึ้นชั้นสองของบ้านไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 


 

            ตุบ

 

            “ฤทธิ์เยอะนักนะ”

 

            ร่าสูงปล่อยคนบนบ่าลงบนเตียงเต็มแรง มือใหญ่ฉวยข้อเท้าขาวเอาไว้ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ฮงบินตั้งตัวไม่ทันจัดการล็อคโซ่เข้าอย่างรวดเร็ว

 

 


            “ปล่อยฉันซะ!

 

            ฮงบินตวาดเสียงดังลั่น ดวงตาคู่สวยจ้องมองแทคอุนที่เดินหายไปอีกมุมหนึ่งของห้องอย่างโกรธแค้น มือเล็กพยายามกระชากโซ่ที่ข้อเท้าออกหลายครั้งอย่างไม่ยอมแพ้

 

 


            “นายเลือกเอง เพราะฉะนั้นก็รับผลของการกระทำไปซะ”

 

            แทคอุนที่เดินกลับมาพร้อมโซ่เส้นคุ้นตาฮงบินสองเส้นพูดขึ้นเสียงเรียบนิ่งไม่มีความรู้สึกเหมือนหลายวันที่ผ่านมา ดวงตาคมดุดูเย็นชามากกว่าจะโกรธ แต่มือทั้งสองยังคงจัดการล็อคข้อมือของคนที่พยายามดิ้นหนีเข้ากับเสาของเตียงทั้งสองข้าง

 


 

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!

 

            ฮงบินที่โดนล็อคแขนทั้งสองข้างและข้อเท้าด้านขวาออกแรงดิ้นถึงแม้จะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ก็ตาม เสียงหวานยังคงโวยวายออกมาเสียงดังไม่หยุด

 

            ไร้เสียงตอบกลับจากแทคอุนมีเพียงร่างสูงใหญ่ที่ขึ้นมาคร่อมทับคนที่พยายามดิ้นหนีเอาไว้ ดวงตาคู่คมฉายแววเย็นชามุมปากหยักแสยะยิ้มน้อยๆ จนคนมองอย่างฮงบินเริ่มหวาดกลัว

 

 


            “จะ..จะทำอะไร”

 

            เสียงหวานกลั้นใจถามออกไปรัวเร็ว มือเล็กพยายามผลักไหล่กว้างของคนตรงหน้าซ้ำๆ แต่แทคอุนกลับไม่ขยับตัวเลยสักนิด

 


 

            “หึ”

 

            เสียงแค่นหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ มือใหญ่ไล้ไปตามใบหน้าหวานที่เริ่มฉายแววหวาดกลัว แววตาหวาดกลัวของคนข้างใต้ที่แทคอุนมักจะแพ้สายตาแบบนี้มาหลายวันกลับไม่ได้ส่งผลให้เจ้าตัวหยุดชะงักดั่งเช่นผ่านมา เพราะตอนนี้ความโกรธที่ปะทุภายในกำลังทำให้แทคอุนไม่ทันคิดอะไร

 

          เขาแค่จะสั่งสอนฮงบิน ที่กล้าขัดคำสั่งคนอย่างเขา

 

 

 

            “อื้อ!

 

            ริมฝีปากหนาที่บดจูบลงมารวดเร็วทำให้ฮงบินท้วงออกมาอย่างตกใจ ใบหน้าหวานพยายามเบี่ยงหนีจากคนด้านบน แต่มันก็แทบไม่มีทางเมื่อแทคอุนเลื่อนมือข้างหนึ่งมาล็อคคอเอาไว้

 

            ส่วนมือใหญ่อีกข้างกำลังทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง กางเกงเนื้อผ้าสบายที่ฮงบินใส่กลับถูกปลดทิ้งไปไว้ที่ขาด้านที่ถูกโซ่เส้นหนาล่ามอย่างรวดเร็ว

 

 

            “อย่า”

 

            ทันทีที่แทคอุนปล่อยผละจูบออก ฮงบินก็รีบร้องขอออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างบางพยายามขยับหนีคนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างอดกลัวไม่ได้

 


            “นิ่งๆ”

 

            เสียงใหญ่พูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเริ่มแหวกสาบเสื้อเชิ้ตสีอ่อนออกช้าๆ แววตาคู่คมวาบวับขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

 

            ร่างขาวเนียนที่พยายามบิดน้อยๆเพื่อบดบังร่างกาย แววตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำ กับริมฝีปากสีสวยที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเริ่มทำให้แทคอุนหมดความอดทน

 

 

            “ปล่อยนะ!

 

            ฮงบินร้องลั่น เมื่อจมูกโด่งเริ่มวุ่นวายแถวซอกคอของตัวเอง ร่างบางพยายามหนีมากขึ้นเพราะภาพความทรงจำของค่ำคืนนั้นไหลย้อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

 

            “ฮึก ปล่อย...”

 

            เสียงหวานแผ่วลงน้อยๆ สัมผัสที่ลูบไล้ด้านล่างยิ่งทำให้ฮงบินผวาหนี ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ตีย้อนขึ้นมาจนยิ่งขยับหนีมากขึ้น สองขาเรียวพยายามดึงหนีมือใหญ่ที่จับเอาไว้อย่างหวาดกลัว

 


            “ฮึก ปล่อย ปล่อย”

 

            เสียงหวานพูดย้ำๆ อย่างน่าสงสาร ดวงตาคู่สวยที่มักฉายแววดื้อรั้นกลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่มันไหลลงมาจนเปรอะเปื้อนหมอนใบโต ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านราวกับลูกนกที่พลัดตกจากรัง

 

 

 

 




 

            หมับ

 

            “ขอโทษ”

 

            สัมผัสรุนแรงจากร่างสูงด้านบนหายไป เหลือเพียงแค่มือใหญ่ที่วางลงบนกลุ่มผมนุ่ม ก่อนจะลูบมันซ้ำๆ อยู่แบบนั้น

 

            “ขอโทษนะ”

 

            เสียงทุ้มพูดออกมาซ้ำๆ แววตาคู่คมที่วาบวับไปด้วยความกรุ่นโกรธเหลือเพียงความรู้สึกผิด มือใหญ่จัดการเสื้อผ้าของคนตัวเล็กให้เข้าที่

 

 



            แกร็ก แกร็ก

 

            “ฉัน...”

 

            แทคอุนที่จัดการเสื้อผ้าของฮงบินเสร็จหันกลับไปจัดการปล่อยข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกล่ามเอาไว้ให้เป็นอิสระ เสียงทุ้มยังคงพูดขอโทษคนที่ตอนนี้ยังคงนอนร้องไห้อย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดด้วยความรู้สึกผิด

 

 

            “ขอโทษนะ”

 

            ร่างสูงทำได้เพียงกำมือตัวเองแน่นอย่างหงุดหงิดที่เห็นสภาพอีกคน ร่างบางของฮงบินที่ถึงแม้จะอยู่ในชุดเรียบร้อยแต่กลับสั่นกลัวจนน่าสงสาร ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาสีใสจนแทคอุนทำได้เพียงลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ

 

 


 

            “ฉันจะนอน”

 

            นานหลายนาทีที่ฮงบินเงียบไป เสียงหวานที่ยังคงเจือไปด้วยแรงสะอื้นพูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะหันหลังให้คนที่ยังคงนั่งลูบผมเขาอยู่แบบนั้น มือเล็กจัดการดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับทั้งตัวเพื่อตัดการสนทนากับอีกคน

 

 

            “เดี๋ยวให้แม่บ้านขึ้นมาดูนะ”

 

            เสียงทุ้มพูดเพียงเท่านั้น ก่อนที่ฮงบินจะรู้สึกถึงฟูกของเตียงที่ขยับขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าแทคอุนลุกออกไปแล้ว เสียงปิดประตูเบาๆที่ดังขึ้นยังไม่ทำให้ฮงบินไว้ใจที่จะเปิดผ้าห่มออกมาเท่าไหร่นัก

 

 

           



 

            ปัง

 

            “เฮ้อ”

 

            แทคอุนที่ออกมานอกห้องนอนก็ถอนหายใจเสียงเบา ขายาวก้าวไปตามทางเดินทีทอดยาวเพื่อเข้าห้องทำงานอย่างเหนื่อยอ่อน

 

 

 

            “ไอ้แทคอุน!

 

            พลั่ก!

            เสียงของวอนซิกดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่แทคอุนจะรู้สึกว่าโดนกระชากไหล่เต็มแรง ก่อนหมัดลุ่นๆจะตรงเข้าที่แก้มซีกซ้ายของเขา

 

            “ทำไม” แทคอุนถามกลับเสียงเบา มือใหญ่เช็ดเลือดมุมปากช้าๆ ก่อนจะสบตาวอนซิกที่มีฮัคยอนยื้อแขนเอาไว้

 

            “มึงบ้าไปแล้ว มึงทำอะไรฮงบิน”

 

            วอนซิกโวยวายเสียงดังทันทีที่เห็นเพื่อนเดินออกมาจากห้องนอนกว้าง ใบหน้าดุฉายแววไม่พอใจระคนกลับไม่เข้าใจเพื่อนสนิทที่มักจะมีเหตุผลเสมอ

 

 

            “ทำอะไร บอกอะไรให้ไหม เออ ฉันบ้าที่จะทำอะไรบ้าๆ แต่ฉันทำไม่ลง”

 

            แทคอุนตะคอกกลับเสียงดังอย่างที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก ขายาวก้าวเข้าห้องทำงานเร็วๆ ก่อนจะจัดการปิดล็อคมันเพื่อกันไม่ให้ใครเขามายุ่งวุ่นวายในตอนนี้

 

 

 

 



            “ขอโทษนะฮงบิน”

 

            ร่างสูงของแทคอุนทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เสียงทุ้มพูดออกมาเบาๆ แต่กลับหนักแน่นเพื่อบอกว่าเขารู้สึกตามที่พูดออกไป ดวงตาคู่คมปิดลงราวกับจะไล่ภาพความวุ่นวายทั้งหมด

 

            ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตา ยังทำให้แทคอุนรู้สึกแย่ได้ไม่มากเท่าที่เขาคิดได้ว่าน้ำตาพวกนั้นมันมีสาเหตุมากจากเขา จากที่จะปกป้องฮงบิน ตอนนี้เขากลับเป็นคนทำลาย

 

          บางทีคนที่ทำร้ายฮงบินมากที่สุด กำลังจะเป็นเขา

           

 

 

 

TBC.

#เชนอัพเลบิน

ใครติดกับใครกันแน่นะ?

 

Talk: ลง30/01/16

            มาแล้ววววววววววววววววววววว เอามาฝากกกกกกกกกก คือตอนที่แล้วทุกคนไม่ชอบฮยอกกันแน่เลยอ่า ฮืออออออออ เงียบเหงามากกกก เราทำตัวไม่ถูก กลับมาเนื้อเรื่อง ทาสอ่ะ เรื่องเรา พลอ.อ่ะเป็นทาสยัยถั่วแน่ๆ เชื่อเรา55555 เพราะเราจะให้พลอ.รักยัยถั่วมากๆ><

            สุดท้ายรักทุกเม้น ทุกวิว ทุกโหวต ทุกแฟนคลับ รักคนอ่านน้ออออออออ><

เฟสมิ้น จิ้ม

ทวีตมิ้น จิ้ม

ตอบเม้น

moon - (@bunny9x) ฮยอกนี่สร้างมาเพื่อเลวใส่เคนค่ะ แต่มันมีเหตุผลที่เคนเกลียดฮยอกไม่ลงแน่ๆ แล้วถั่ว ไม่พ้นน้ออ5555

memint0809 (@mint-love-hohyun) ขอบคุณที่ชอบน้า มาอ่านต่อเร็วๆ บินไม่น่าสงสารเท่าเคนนะเราว่าง่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

108 ความคิดเห็น

  1. #44 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 10:42
    ฮงบินอ่า ไม่ร้องนะ พลอ.ไม่ทำอะไรแล้วว แต่เราเชื่อว่าพี่เค้าต้องทำอีกแน่ หึหึหึ
    #44
    0
  2. #23 Midnightblue (@radio1991) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:52
    ตกลงแล้วแทคอุนไม่ได้ทำอะไรฮงบินใช่มั้ย จากที่ตอนแรกจะทำเพราะโกรธที่หนีไป แต่พอเห็นน้ำตาเห็นว่าฮงบินกลัวก็เลยปล่อย และไม่ได้ทำ คือถ้าพระเอกทำสงสัยว่าต่อไปความสัมพันธ์ของเขาจะดำเนินไปในทางไหน ฮงบินจะกลัวแทคอุนหรือเปล่า อาจจะทั้งรักทั้งกลัว แต่พระเอกก็ดูแคร์มากจริงๆถึงได้พูดขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก อยากรู้เรื่องทั้งหมดมาก อยากเข้าใจภาพรวม ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ รอตอนต่อไป 
    #23
    0
  3. #22 TToei_BYP'TW (@btbaitoei305) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:59
    หู้ยยย น่าสงสารฮงบินมากก แทคอุนทำไมใจร้ายจรุงงง
    #22
    0
  4. #21 KiM_Myungnam (@myungjae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:59
    ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่!!!!!!!

    คือสงสารถั่วว อุตส่าห์ภาวนาให้ถั่วหนีรอดละนะ
    #21
    0