คัดลอกลิงก์เเล้ว

exo we are one

โดย one days

แต่ตอนนี้ผมกลับไม่เชื่อคำพูดนั้นแล้ว เพราะความทุกข์ของผมอาจจะอยู่ไปจนหมดลมหายใจ ความทุกข์ที่เกิดจากคนที่เคยสัญญาว่าจะเป็นความสุขให้ผม ตุ้ยจาง คริสเกอ บอกผมได้ไหมว่าทำไมพี่ถึงทิ้งพวกเราไป

ยอดวิวรวม

332

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


332

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ส.ค. 57 / 18:14 น.
นิยาย exo we are one exo we are one | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ส.ค. 57 / 18:14


มีคนกล่าวว่า “ความสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน แต่ความทุกข์จะอยู่นานอาจจะเป็นถึงชั่วลมหายใจ” ผมไม่เคยเชื่อว่ามันเป็นจริง เพราะทุกอย่างที่เป็นวันนี้มันก็มีแต่ความสุข และผมก็เชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปเหมือนกับที่ใครคนนั้นเคยบอกผม บอกกับผมว่าเขาจะเป็นความสุขให้ผมและสัญญากับพวกเราทุกคนว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่ตอนนี้ผมกลับไม่เชื่อคำพูดนั้นแล้ว เพราะความทุกข์ของผมอาจจะอยู่ไปจนหมดลมหายใจ ความทุกข์ที่เกิดจากคนที่เคยสัญญาว่าจะเป็นความสุขให้ผม

“ตุ้ยจาง คริสเกอ บอกผมได้ไหมว่าทำไมพี่ถึงทิ้งพวกเราไป”

 

หอพัก exo ที่ๆเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากสมาชิกของวง และเสียงโวยวายของแบคฮยอนกับชานฮยอลที่มักเถียงอะไรกันเสมอกลับเงียบกริบ ไม่เสียงใดลอดออกมาจากปากของใครสักคน มีเพียงเสียงร้องไห้เบาๆดังมาจากห้องของมักเน่ฝั่ง M เด็กน้อยจือเทาที่รักและติดตุ้ยจางของเขามากกว่าใคร

เสียงทีวีถูกเปิดทิ้งไว้เป็นช่องรายการโปรดของใครหลายคนแต่ตอนนี้กลับไม่มีใครสนใจ ทุกคนต่างช็อก สับสนและมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  คริสสมาชิกวง exo ยื่นฟ้องต้นสังกัด ฉีกสัญญาขอลาอออกจากวง  ตอนนี้ข่าวทาง ทีวี อินเตอร์เน็ตจากทั่วโลกต่างประโครมข่าวนี้ ในตอนแรกสมาชิกทุกคนต่างไม่มีใครเชื่อเพราะก่อนกลับจากจีน คริส สัญญาว่าจะตามมาที่หลัง แต่พอผ่านเข้าสู่วันที่สามยังไม่ใครติดต่อคริสได้ไม่ว่าจะทางบริษัท เมเนเจอร์หรือพวกเขาเองก็ตามและมันยิ่งเลวร้ายหนักกว่าเดิมเมื่อมีข่าวจากจีนว่าคริส เซ็นสัญญาตกลงรับเล่นละครกับทางประเทศจีนแล้ว และยิ่งย้ำความเชื่อไปอีกเมื่อทางบริษัทไม่สามารถตามตัวคริสได้ พร้อมกับเมเนเจอร์เข้ามาบอกกับพวกเขาว่าต้องแสดงคอนเสิร์ตที่มีแค่  11 คนที่จะเริ่มในอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้าและทุกอย่างต้องเปลี่ยนใหม่หมดเนื่องจากคริสฟ้องเรื่องสัญญาและต้องลบภาพที่มีเขาออกเพราะจะเป็นการละเมิดลิขสิทธ์ การแสดงผ่านไปอย่าทรมานพวกเขาต้องเปลี่ยนใหม่การแสดงที่จัดขึ้นต้องปรับใหม่หมด พวกเราเหนื่อยแทบขาดใจ อยากร้องไห้ตะโกนออกมาแต่พวกเราทำไมได้ นอกจากแกล้งยิ้มให้ทุกคนที่มาดูสบายใจ หลังจากจบคอนฯ ทุกคนต่างเก็บตัวเงียบตารางงานถูกพวกเขาปฏิเสธ และพยายามคิดว่าทุกอย่างมันเป็นแค่ฝันร้าย

เสียงร้องไห้ของเทายังไม่เงียบลงจนทำให้พี่ๆเริ่มเป็นห่วง เทาร้องอย่างนี้มาราว2 ชั่วโมงแล้วหลังจากได้รับคำยื่นยันอีกครั้งอย่างชัดเจนว่า คนนั้นจะไม่กลับมาแล้ว

“ฉันว่า ฉันจะเข้าไปดูเทาหน่อย” ลู่หานพูดหลังจากที่ทุกคนนั่งเงียบมานาน ดวงตาสวยที่แฟนคลับชอบเพราะมันดูสดใสมีประกายสวยกลับหม่นแสงจนน่าใจหายเหมือนกับดาวที่อ่อนแรงเต็มที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามยิ้มเพื่อให้ทุกคนสบายใจ ลู่หานลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้องของเทาที่ตอนนี้เสียงร้องไห้เริ่มกลายเป็นสะอึกสะอื้นคล้ายหมดแรง

“มันเป็นความฝันใช่ไหมครับพี่มินซอก มันเป็นแค่ฝันร้ายใช่ไหมครับพี่ ตอนนี้เรากำลังฝันอยู่ใช่ไหมเดียวพอเราไปนอนแล้วตื่นมาตอนเช้า พี่คริสจะยังอยู่กับพวกเราใช่ไหมพี่จุนมยอง”ชานยอนพูดเสียงสั่นดวงตากลมโตเอ่อไปด้วยน้ำตา พร้อมยิ้มกับคำพูดที่เอ่ยออกมา ราวต้องการให้พี่ใหญ่ทั้งสองยื่นยันกลับตัวเองว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน แต่สิ่งที่ชานยอลได้รับกลับมาคือความเงียบเป็นคำตอบ น้ำตาที่เอ่อล้นค่อยๆไหลลงมาจากตาคู่นั้นพร้อมเสียงสะอื้นราวขาดใจ คนร้องไห้โผเข้ากอดแบคยอนที่ร้องไห้เงียบๆอยู่ข้างๆ

“ทำไม ทำไมวะแบคยอน ทำไมพี่คริสต้องทำแบบนี้ด้วย สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็อยู่ด้วยกันตลอดไป บอกฉันหน่อยสิแบคยอน บอกฉันหน่อยว่าทำไม”

“ฉัน ฮึก ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮึกฉันไม่รู้อะไรเลย ฮืออออออ” แบคยอลตอบชานยอลขาดๆหายๆ เพราะเสียงสะอื้นก่อนจะยกแขนกอดตอบชานยอลแล้วร้องไห้ด้วยกัน

ไคกำลังกอดดีโอที่ร้องไห้เงียบอยู่บนพื้นห้องทั้งสองไม่มีเสียงพูดคุยหรือเสียงสะอื้น มีเพียงน้ำตาทั้งคู่ที่ไหลออกมาเงียบที่บ่งบอกว่ารู้สึกอย่างไร เช่นเดียวกับเลย์ที่นั่งบนโซฟาเงียบๆดวงตาแดงกำเพราะผ่านการร้องไห้มาหลายรอบจนไม่สามารถที่จะมีน้ำตาได้อีก ข้างๆมีเฉินนั่งอยู่น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเงียบเชียบเช่นเดียวกันมือสองข้างตวัดกอดคนเป็นพี่ราวหาที่พึ่ง ซุกหน้าลงกับไหล่บางนั้นอย่างเงียบๆ เซฮุนมักเน่ของวงนั่งนิ่งบนพื้นห้องข้างหน้าต่างดวงตาที่ใครบอกว่าเจ้าเล่ห์มองออกไปไกลบนท้องฟ้าสีดำมืดของกลางคืนอย่างหม่อลอย ในมือมีแก้วใส่นมร้อนที่ตอนนี้มันเย็นเฉียบเหมือนอากาศและความรู้สึกของเจ้าตัว แม้ว่าเขาจะไม่มีน้ำตาหรือร้องไห้อย่างพี่ๆ แต่ทุกคนรู้ไม่ใช่เซฮุนไม่เสียใจแต่เพราะเสียใจมากจนร้องไม่ออก เลยทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งๆเงียบๆคนเดียว

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงร้องไห้ดังอยู่อย่างไม่ขาดสายซูโฮทำได้เพียงมองน้องๆอย่างเงียบๆ เขาไม่กล้าเข้าไปปลอบเพราะรู้ว่าทุกคนต้องการเวลาและการระบายความเสียใจออกมาโดยการร้องไห้คงจะดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ตอนนี้ ใช่ร้องออกมานะดีที่สุดแล้ว ส่วนเขาต้องไม่ร้องเด็ดขาดเพราะเขาเป็นลีดเดอร์ เป็นหัวหน้า เป็นพี่ ต้องเข้มแข็งอย่างร้องไห้ให้น้องๆเห็นเด็ดขาด ซูโฮลุกขึ้นยื่นก่อนจะพูดออกมาพร้อมกับร้องยิ้มที่เข้มแข็งที่สุด เท่าที่เขาจะทำได้ในตอนนี้

“พี่จะไปชงโก้โก้ร้อนให้นะจะเอาอะไรเพิ่มไหม ”ซูโฮถามออกมาแต่คำตอบที่ได้รับมีเพียงเสียงร้องไห้และเสียงสะอื้นเปล่าๆ ซูโฮยิ้มเล็กๆ “งั้นเดียวพี่ทำขนมปังให้แล้วกัน” พูดจบก็เดินเข้าครัวไปโดยมีสายตาของพี่ใหญ่อย่างหมินซอกมองตาม

ขนมปังหนึ่งแถวถูกเอามาทาแย้มส้มวางเรียงกันในจาน ซูโฮมองมันแล้วยิ้มเมือนึกว่าถ้าเมื่อก่อนขนมปังแค่นี้มันคงจะหมดภายในเวลาไม่ถึงนาทีและมันคงไม่พอสำหรับคน 12 คน ใช่ 12 คนมันคงไม่พอ แต่ตอนนี้มีแค่ 11 คนและในสถานการณ์เวลาแบบนี้มันคงไม่หมดหรอกเพราะไม่มีพี่คริสช่วยกิน พอคิดได้ดังนั้นน้ำตาที่บอกว่าไม่ไหลก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนเขาจะรีบปาดมันออก

“ห้ามร้องไงจุนมยอง ไม่สิซูโฮ นายคือหัวหน้าวงเป็นพี่เป็นผู้พิทักษ์นะ นายต้องปกป้องน้องๆ เอาล่ะโก้โก้ 11 แก้ว ซูโฮพูดกับตัวหันหลังไปหยิบแก้วมาเพื่อชงโก้โก้ก่อนชะงักเมื่อหันมาเจอกับมินซอกกำลังยื่นมองเขา “มีอะไรเหรอเปล่าครับพี่มินซอก เอาอะไรเพิ่มไหม” ซูโฮพูดขึ้นก่อนจะหันไปชงโก้โก้ต่อเมื่อเห็นสายตาที่มินซอกมองมันทำให้เขารู้สึกว่าความเข้มแข็งของเขากำลังจะหายไป

“ร้องออกมาเถอะจุนมยอง”มินซอกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ตาชั้นเดียวมองน้องชายที่พยายามเข้มแข็งอย่างสงสาร “เราเก็บมันไว้ไม่ดีหรอกนะเชื่อพี่เถอะ”

“พี่มินซอกพูดอะไรครับ ผมไม่เป็นไรซะหน่อยพี่ไม่ต้องห่วงหรอก” ซูโฮพูดขณะที่ยังไม่หันมามองอีกคนเพราะรู้ตัวดีถ้าหันกลับไปความเข้มแข็งที่เขารักษามันไว้ต้องพังลงพร้อมน้ำตาแน่ๆ มินซอกมองซูโฮนิ่งเขาเอื้อมมือไปจับมือของน้องชายก่อนจะออกแรงหมุนซูโฮให้หันมาเผชิญหน้า มือเล็กบางของคนเป็นพี่วางบนไหล่ของน้องชายพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ร้องออกมาเถอะ ซูโฮ นายยังมีพี่นะอย่างเก็บไว้คนเดียว”

น้ำเสียงอ่อนโยนของผู้เป็นพี่ใหญ่ของวงทำให้คนเป็นน้องที่มีหน้าที่เป็นหัวหน้าวงเริ่มน้ำตาคลอ ความเข้มแข็งพังทลายลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาเกินจะห้าม เมื่อมือบางของมินซอกยกลูบหัวของผู้เป็นน้องอย่างอ่อนโยน ซูโฮตรงเข้ากอดมินซอกก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดัง เสียงร่ำไห้ราวขาดใจของซูโฮที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆอย่างไว้ในฐานะหัวหน้าวงมันหนักหนาเกินจะทนไหว แล้วยังมาเจอเรื่องแบบนี้อีกถึงแม้ว่าทำเป็นเข้มแข็งแค่ไหนแต่เขารู้ว่าซูโฮก็เสียใจ ใช่ทุกคนเสียใจ มินซอกกกอดน้องแน่นพร้อมกับมือบางที่ลูบผมของน้องอย่างปลอบโยน

“ไม่เป็นไรนะจุนมยอง นายยังมีพี่มีน้องๆนายเป็นไรหรอก ร้องออกมาเถอะนะพี่จะอยู่กับนายเองร้องออกมาให้หมด”มินซอกพูดนั้นยิ่งทำให้เสียงร้องไห้ของจุนมยองยิ่งดังขึ้นไปอีก “ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้นะพี่ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ทำไมเขาทำไมคริสฮยองต้องไปด้วย เขาชอบไม่ใช่เหรอที่เป็น exo เขาสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ทิ้งกัน ทำไมนะพี่”ซูโฮพูด มินซอกยิ้มบ้างเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ไม่รู้อะไรเลย “ผมพยายามเข้มแข็งเพราะตอนนี้ผมเป็นลีดเดอร์แค่คนเดียว ผมต้องเข้มแข็งเพื่อน้องๆ เพื่อวง”

“พี่รู้แต่นายก็ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งเมื่ออยู่กับพี่นิ นายเป็นหัวหน้าวงนายเป็นพี่ของน้องๆแต่นายเป็นน้องของพี่นี้ พี่เป็นพี่ใหญ่ของวง ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ได้เป็นหัวหน้าวงแต่พี่เป็นพี่ของนาย นายไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ เข้าใจไหมซูโฮ”มินซอกพูด “ดังนั้นนายจะอ่อนแอต่อหน้าพี่ก็ไม่เป็นไรหรอก”

ซูโฮซุกหน้าลงกับบ่าเล็กๆของพี่ใหญ่พร้อมกับกอดมินซอกแน่นแล้วร้องไห้ออกมาเมื่อไม่อาจกลั้นไว้ได้ คนเป็นพี่ทำได้เพียงกอดน้องชายคนนี้ไว้แน่นที่สุดเท่าที่คนตัวเล็กอย่างเขาจะทำได้แล้วปล่อยน้ำตาออกมาเงียบๆเช่นเดียวกัน

คริสนายจะรู้ไหมว่าน้องชายของนายที่นายบอกว่ารักพวกเขามาก กำลังร้องไห้เพราะนายอยู่นะ นายรู้หรือเปล่า นายจะรู้ไหม ตุ้ยจางของพวกเรา

ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เสียงร้องไห้ของซูโฮจะเงียบลงแต่มันคงอีกนาน เช่นเดียวกับน้ำตาของมินซอกที่ไหลเรื่อยๆพร้อมกับอ้อมกอดเล็กๆที่เขาสัญญาว่าจะกอดน้องชายคนนี้ตลอดไป

โก้โก้ร้อน 11 แก้วถูกนำมาวางที่โต๊ะกลางห้องนั่งเล่นพร้อมกับขนมปังทาแย้มจานใหญ่ที่ทั้งซูโฮกับมินซอกช่วยกันยกออกมา หลังจากที่ซูโฮร้องไห้อยู่กับพี่ใหญ่ของวงนานเกือบครึ่งชั่วโมงเขารู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยที่ได้ระบายอะไรออกมาได้โดยไม่ต้องเก็บมันไว้คนเดียว มินซอกนำของมาวางหมดแล้วจึงขอตัวไปดูลู่หานกับเทาที่อยู่ในห้องที่ยังมีเสียงสะอื้นเล็กๆอยู่

ซูโฮมองแบคยอลกับชานยอลที่ยังคงนั่งกอดกันอยู่ไม่มีเสียงร้องไห้หรือเสียงสะอื้นมีเพียงตาที่บวมช่ำของทั้งคู่ที่ดูก็รู้ผ่านการร้องไห้มานานแค่ไหน ไคหลับคาตักของดีโอในขณะที่ดีโอเองยังปล่อยน้ำตาไหลออกมาเงียบๆพร้อมกับมือเล็กที่ลูบหัวน้องชายคนโปรดอย่างไค เซฮุนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและท่าเดิมรวมทั้งไม่มีน้ำตาเหมือนเดิมแต่สิ่งที่แปลกไปคือเพลงเศร้าๆที่เปล่งออกมาจากปากของน้องเล็ก exo เบาๆ เฉินหลับไปแล้วในขณะที่เจ้าตัวยังกอดเลย์ไม่ยอมปล่อยและน้ำตาก็ยังไหลอยู่ไม่ขาดสายส่วนเลย์ยังนั่งเฉยพร้อมกับตาแดงๆเช่นเคย

ซูโฮตัดสินใจไล่ทุกคนไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมากินของว่าง พวกเขายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่กลับมาจากตารางงานครั้งสุดท้ายของเดือนนี้ที่พวกเขาจะรับ ซึ่งนั้นมันก็ตั้งแต่บ่ายสามและตอนนี้มันก็สี่ทุ่มครึ่งแล้ว ทุกคนลุกขึ้นอย่างว่าง่ายซึ่งต่างปกติที่มักจะอิดออดแต่เขารู้ในตอนนี้คงไม่มีอารมณ์เล่นแบบนั้น

เวลาผ่านไปซักพักทุกคนทยอยออกมาจากห้องของตัวเองในสภาพที่ดูดีกว่าเดิม เทาเดินออกมากจากห้องตามแรงจูงของลู่หานและมินซอกที่ดูท่าทางจะบังคับน้องเล็กฝั่งเอ็มอยู่นานกว่าจะยอมอาบน้ำและออกมาจากห้อง จากสภาพเทาดูแย่กว่าทุกคนอาจจะเพราะเจ้าตัวติดคริสของตัวเองที่สุด ทุกคนนั่งลงเซฮุนเลือกที่จะนั่งข้างลู่หานแล้วหัวของตัวเองว่างบ่าเล็กนั้นอย่างอ้อนๆ ไคกับดีโอยังนั่งด้วยกันเหมือนเดิมเช่นเดียวกับแบคยอนและชานยอลที่ยังคงไม่ห่างจากกัน ต่างจากเฉินที่นอกจากจะอยู่ไม่ห่างจากเลย์แล้วยังยึดมินซอกให้นั่งข้างๆด้วย เทาที่นั่งคนเดียวมีท่าทางเหม่อลอยซูโฮเลยเลือกที่จะนั่งข้างเด็กน้อยและเมื่อเขานั่งลงมักเน่ก็คว้าเข้าที่แขนขาวแล้วกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป

ในมือทุกคนมีทุกคนมีโก้โก้ร้อนที่มินซอกเพิ่งไปอุ่นมาอีกรอบ ขนมปังในจานถูกแจกจ่ายให้ทุกคนเพื่อเป็นการบังคับว่าทุกคนต้องกิน เวลาห้าทุ่มครึ่งขนมปังหมดไปไม่ถึงครึ่งมีเพียงโก้โก้เท่านั้นที่หมด ความเงียบยังอยู่เหมือนเดิมพร้อมกับความเศร้าของทุกคนที่ไม่จางหาย ในที่สุดซูโฮก็ตัดสินใจได้เขาลุกขึ้นยื่นทำให้ทุกคนมีท่าทีสงสัย

“ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ มันยากที่จะทำใจแต่เราต้องมันผ่านมันไปให้ได้” ซูโฮพูดพร้อมกับกุมมือของเทา “เราทุกคนต้องเผชิญมันไปพร้อมกันและต้องผ่านไปเพื่อสิ่งที่เราเคยตั้งใจไว้ พี่จะไม่พูดว่า exo มีแค่ 11 คน แต่ exo มี 12 คนเพราะไม่อย่างนั้นมันจะไม่เป็น exo แต่พี่จะบอกว่า exo มี12คนที่ต่อไปจะขึ้นแสดงเพียง 11 คน เพื่อทำความฝันที่เรา 12 คนหวังไว้” ซูโฮมองไปรอบๆทุกๆคนเงยหน้ามองดวงตาของแต่ละคนมีแต่ความสับสน ก่อนที่เฉินจะเอยออกมาเบาๆแต่ก้องไปทั่วห้อง

“แล้วมันจะทำได้อย่างไงกันพี่ พวกเราก็รู้ว่ายังไงพี่คริสก็ไม่กลับมาแล้ว” ทุกอย่างเงียบกริบไม่ใครเอ่ยอะไรออกมา

“ใช่ยังไงพี่คริสก็ไม่กลับมาแต่เราก็เชื่อว่าพวกเรามี 12 คน ดูอย่างพี่ๆเอสเจสิ พวกเขายังผ่านมันไปได้ เขาโดยมาเยอะกว่าพวกเราอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพี่คิบอมออกไปเป็นนักแสดง พี่คังอินมีคดี หรือเรื่องพี่ฮันคยองที่ยื่นฟ้องร้องแต่พวกเขายังผ่านมันไปได้ แล้วเรื่องแค่นี้จะทำให้เราย้อมแพ้เหรอ” ทุกมองซูโฮก่อนลู่หานลุกขึ้น ก่อนประกาศเสียงดัง

“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางยอมแพ้หรอก” ก่อนทุกคนทำตามไค ดีโอ เซฮุน มินซอก เฉิน แบคยอล ชานยอล เลย์ ทุกคนลุกแล้วบอกว่าไม่ยอมแพ้ ก่อนที่จะมองไปที่เทา ดวงตาช้ำๆของเทาเงยมองทุกคนก่อนจะถามออกไป

“พวกพี่จะไม่ทิ้งกันใช่ไหม”

“ใช่จะไม่ทิ้งกัน จะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด” ซูโฮตอบกลับ เทาลุกขึ้นยื่นก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง

“ผมจะไม่ยอมแพ้”

ทุกคนยื่นมืออกไปข้างหน้าแล้วว่างซ้อนทับกันก่อนจะตะโกนสิ่งที่พวกเขาทำมันเป็นประจำ

“เอ็กโซ วีอาร์วัน เอ็กโซ ซารางฮาจา ที่หนึ่งของเอเชีย”  เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกันภายในห้องพักของศิลปินของค่ายพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังออกมาเพื่อบ่งบอกว่าตำนานบทใหม่ของ exo กำลังจะเริ่มในไม่ช้า เอ็กโซที่มียังไงก็มีเพียง 12 คนและจะเป็นอย่างนั้นตลอดไปถึงแม้การแสดงครั้งหน้าจะมีเพียง 11 คนที่อยู่บนเวที

ถึงแม้ความเศร้าเสียใจจะยังอยู่แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีกันและกันที่พร้อมจะก้าวเดินไปด้วยกันไม่ว่าทางเดินจะมีน้ำตาหรือเสียงหัวเราะก็ตาม

เสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องพร้อมกับการเถียงกันของสมาชิกของวงที่เริ่มด้วยเรื่องไร้สาระ จนทำให้ห้องแสนอึมครึมก่อนหน้าสดใสขึ้นมาทันที เรียกรอยยิ้มของคนที่อยู่หน้าประตูหอพักของพวกเขาได้ มือใหญ่สีแทนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดหาใครบ้างคน

“พี่จองซูนี้ผมคิบอมนะครับ ครับไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงพวกเขาจัดการกันได้ครับ ครับร้องไห้กันนานอยู่ แต่รู้ไหมครับซูโฮเด็กคนนั้นนะเหมาะกับลีดเดอร์ดีนะครับ เหมือนกับที่พี่บอกเลย ใช่ครับพี่เป็นคนเสนอชื่อเขานี่ เขาเหมือนพี่เลยนะครับเด็กคนนั้น เป็นผู้พิทักษ์จริงๆ ครับแล้วเจอกันที่หอ ห้ามบอกพวกนั้นนะผมจะไปเซอรไพร์” คิบอมกดวางมือถือก่อนเก็บมันใส่กระเป๋ากางเกง ดวงตาคมมองไปที่ประตูห้องของรุ่นน้อง “สู้ๆล่ะน้องชาย ว่าที่ ที่1 ของเอเชีย” ก่อนเขาจะเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ปักกิ่ง ประเทศจีน 00:39 นาที

ห้องนอนสีขาวล้วนทุกอย่างถูกตกแต่งไว้อย่างง่ายๆเพื่อให้ไม่รกหูรกตา ทุกอย่าล้วนเป็นสีขาวมีเพียงเตียงนอนเท่านั้นที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม กับโมบายเพดารรูปกาแล็คซี มุมหนึ่งของห้องนอนโน้ตบุ๊กเครื่องดำถูกเปิดข้างไว้ในเจอเป็นภาพแสดงคอนเสิร์ตของไอดอลวง exo เสียงเพลงเสียงกรีดดังกระหึ่มบ่งบอกความดังได้เป็นอย่างดี กล้องแต่ละตัวแพลนภาพไปยังบรรยากาศรอบงานพร้อมกับจับภาพใบหน้านักร้องทุกคนยิ้มแย้มดูมีความสุขแต่แววตาไม่ใช่ ดวงตาคมมองภาพในจอนั้นก่อนตัดสินใจจะเดินเข้าไปใกล้จอมากขึ้นเมื่อปรากฏภาพของใครบ้างคน ฮวาง จือเทาน้องเล็กฝั่ง M เด็กน้อยแพนด้าของเขาใบหน้าที่กำลังยิ้มและหัวเราะทำให้เขาคิดถึงและดีใจที่เด็กน้อยของเขาไม่เป็นไร แต่เมื่อมองเข้าไปในตาเฉี่ยวนั้นมันกลับเต็มไปด้วยน้ำตาและความเสียใจ ความรู้สึกเสียใจเข้าจู่โจมพร้อมกับความทรงจำเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนจะผุดเข้ามา

“เกอทำไมไม่กลับพร้อมกันล่ะ”

“เกอมีธุระนะเดียวจะตามกลับไปนะ แล้วจะเอาขนมไปฝากพร้อมตุ๊กตาไง”

“เกอจะกลับมาใช่ไหมจะไม่หายไปใช่ไหม”

“อะ อืมจะไม่หายไปจะกลับเจอกัน ไม่ต้องห่วงนะเทา”

“เกอต้องมานะให้ทันงานนะ สัญญานะตุ้ยจาง”

“เกอสัญญา”

สัญญาที่ให้ไว้กลับเด็กน้อยทั้งๆที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าทำมันไม่ได้ แต่พอเห็นหน้าที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสานั้นเขาอดไม่ได้ที่จะให้สัญญาไป ถึงแม้รู้ว่าจะผิดสัญญาและทำให้เทาต้องร้องไห้

เกอขอโทษนะเทาเทา ตุ้ยจางขอโทษที่ไม่รักษาสัญญา

ภาพแพลนไปที่คนอื่นทุกคนยิ้มแย้มแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าและเหนื่อยอ่อน เขาอยากจะขอโทษทุกคนและกลับไปบอกเหตุผลและสาเหตูที่เขาต้องทำแบบนี้และถ้าเป็นไปได้เขาอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่เขาเดินมาไกลเกินไปแล้ว ไกลเกินกว่าที่เขาจะย้อนกลับไป เขาจึงทำได้เพียงขอโทษทุกคนเงียบๆคนเดียว

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ร่างสูงผิวเข้มอยู่ในเสื้อกล้ามกับกางเกงนอนเดินเข้ามาหาแล้วนั่งลงบนเตียงของเขาอย่างถือสิทธ์ ดวงตาคมตามฉบับคนจีนแท้มองภาพในจอก่อนจะหันไปพูดกับคนที่นั่งจ้องจอนั้น

“พี่บอกแล้วว่าถ้าตัดสินใจอะไรไปแล้วห้ามเสียใจที่หลัง”

“ครับพี่ฮันเกิง ผมรู้”คริสตอบโดยไม่หันไปมองหน้าคนถามเพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร “ผมบอกกับตัวเองในตอนตัดสินใจว่าจะไม่เสียใจถ้าตัดสินใจไปทางนี้ แต่พอเห็นพวกเขาในวันนี้ผมกับไม่แน่ใจว่าผมตัดสินใจถูกไหม พวกเขาร้องไห้และเหนื่อยเพราะผม”

“ถึงรู้อย่างนั้นแต่นายก็เดินกลับไปไม่ได้แล้ว”ฮันเกิงพูดก่อนมองหน้าคนที่ตนเห็นว่าเป็นน้องชาย เขารู้ว่าการตัดสินใจในเรื่องแบบนี้มันยาก การเลือกมิตรภาพหรือความสบาย ฮันเกิงผ่านจุดนั้นมาแล้วและเขาก็ได้ทำลายมิตรภาพพร้อมคนที่เขารักไปแล้วโดยไม่มีทางที่จะแก้ไขมัน เพราะเขาเลือกที่จะเดินหนีมันและปล่อยเรื่องราวให้มันผ่านไปทั้งๆที่มีโอกาสที่จะแก้ไข แต่กลับเด็กคนนี้ยังมีทางถึงแม้จะไม่ได้กลับไปเป็นคริส exo แต่ยังสามารถที่จะรักษาความเป็นพี่น้องไว้กัน ได้เขาจะไม่ยอมให้เด็กคนนี้เหมือนเขาแน่ๆ เพราะเขารู้มันเจ็บแค่ไหน

คริสนิ่งเงียบตัวเองรู้ดีว่าถึงรู้สึกผิดอย่างไรเขาไม่สามารถย้อนกลับไปได้ เขาไม่สามารถรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้ได้และไม่สามารถกล่าวขอโทษได้ คริสได้แต่หลับตาลงแล้วปล่อยน้ำตาไหลออกมาเงียบ ก่อนมือของคนเป็นพี่จะตบที่บ่าอย่างแรงจนคริสหันกกลับไปมอง

“อยากไปขอโทษพวกน้องของนายหรือเปล่าละ”ฮันเกิงพูดขึ้นพร้อมรอยิ้ม

“แต่เขาไม่ให้ผมไปไหน” คริสบอกเพราะเขาไม่สามารถที่จะไปไหนได้ในตอนนี้

“ช่างคำสั่งนั้นเถอะ พี่ถามแค่อยากไปไหม” ฮันเกิงถามอีกครั้งคริสนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

“งั้นก็ไปซะไปในฐานะ อี้ฟาน พี่ชายของเจ้าเด็กพวกนั้นขอโทษและปรับความเข้าใจกันซะ อย่าปล่อยให้ความเป็พี่น้องถูกทำลายเพราะความไม่เข้าใจล่ะ”

“ครับ” คริสรับคำแล้วรีบจัดการของอย่างรวดเร็วเขาคว้ามือถือก่อนจะกดข้ามประเทศเพื่อโทรหาคนที่มีฐานะเป็นพี่ “ซิ่วหมินนี้ฉันเอง ฉันรู้ฉันขอโทษฉันจะไปหาพวกนายจะไปขอโทษและบอกสาเหตุที่ฉันทำอย่างนั้น ฉันยอมให้นายด่าให้เสี่ยวลู่แตะก็ได้แต่นายต้องช่วยฉันให้ได้ก่อนนะ ช่วยจองตั๋วไปโซลให้หน่อยสิ เอาคืนนี้เลยฉันอยู่เกาหลีนะจองให้หน่อย ขอบใจนะพี่ชาย ไปถึงแล้วฉันยอมให้พวกนายทำอะไรก็ได้ แล้วเจอกัน  ” คริสคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าก่อนจะยัดของลงกระเป๋าพร้อมกับหันมากล่าวขอบคุณพี่ชายร่วมชาติ “ขอบคุณมากครับพี่ฮัน”

คริสออกไปแล้วหลังจากรู้ว่าเป็นเที่ยวบินวันนี้ตอนตีหนึ่ง ฮันเกินนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขกก่อนจะยิ้มน้อยๆเมื่อรู้เด็กคนนั้นจะไม่เสียใจเหมือนเขา เขาคว้าโทรศัพท์ตัวเองออกมากดดูภาพที่แสนสำคัญเพียงสองภาพที่เขาเก็บไว้อย่างดี ภาพร่วมที่ถ่ายร่วมกันทั้ง 15  ในวันที่ซุปเปอร์จูเนียร์ได้รับรางวัลใหญ่ที่เขาไม่มีวันลืม และภาพที่สำคัญที่สุดภาพของคนที่เป็นอดีตเจ้าของหัวใจและตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ฮีชอล เจ้าตัวยิ้มออกมา ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปหยิบของสำคัญอีกชิ้น โทรศัพท์รุ่นเก่าสีดำถูกรักษาอย่างดีทุกอย่างยังเหมือนเดิม เช่นเดียวกับเบอร์ที่ยังคงเป็นเบอร์เดิมเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เขาตัดสินใจเปิดเครื่องและกดโทรไปหาอีกคนที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีเขาก็ยังจำได้ สัญญาณดังขึ้นเป็นจังหวะและสม่ำเสมอแต่ยังคงไม่มีคนรับเมื่อผ่านไปนานฮันเกิงตัดสินใจที่จะกดปิดเพราะคิดว่าอย่างไรก็คงไม่มีใครรับ แต่แล้วสัญญาณว่าปลายสายมีคนรับสายก็ดังขึ้น ฮันเกินค่อยๆยกมือถือแนบหูก่อนจะกรอกเสียงเขาไปอย่างไม่มั่นใจ

“ฮัลโหล ฮีชอลใข่ไหม”

“อืม นาย ฮัน เหรอ” ปลายสายตอบกลับมาอย่างไม่มั่นใจพอกันแต่เรียกรอยยิ้มของคนต้นสายได้อย่างดี

“ฮีชอลฉันรักนาย...”บทสนทนาคงไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหนแต่อย่างน้อยในคืนนี้ก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับคนทั้งคู่อีกครั้ง การพบกันอีกครั้งของสองหัวใจที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี เขาจะกลับมารักกันไหม? ใครจะรู้นอกจากตัวของทั้งคู่แต่ที่แน่ๆเขายังไม่เลิกรักกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หอพัก exo โซล ประเทศเกาหลี 06:00 นาที

หน้าหอพักของ exo ยามเช้าช่างเงียบสงบจนคนที่ยื่นอยู่หน้าประตูไม่กล้าที่จะกดเรียกความกล้าที่พยามยามสร้างมาตลอดจากจีนถึงเกาหลีไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อมายื่นอยู่หน้าห้องนี้ เขารู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากที่ประตูเปิดออก เขาอาจจะโดนหน้าแข้งของซิ่วหมินกับลู่หาน ต่อด้วการที่แบคยอนกับชานยอลจะจับเขาล็อกแล้วตะโกนใส่หูอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับเฉิน อาจจะเจอเซฮุนต่อยหน้าหรือโดนเจ้าจงอินเอารองเท้าฟาดหน้า จากนั้นก็โดนดีโอล็อกคอให้เกือบตายแล้วต่อด้วยการเทศนาภาคเกาหลีจากซูโฮและภาคจีนจากอี้ชิงจบด้วยเด็กน้อยของเขาที่อาจจะเอากระบองฟาดหน้าหรือชักกระบี่มาเสียบท้องเขา ซึ่งนั้นมันขึ้นอยู่กับความโมโหและโกรธของเจ้าตัว ซึ่งเขาคิดว่าอย่างนั้นเขาคงโดนเสียบแน่ๆ ทำใจมาพอสมควรเขาจึงกดกริ่งเรียก เสียงจากด้านในถามกลับมาว่าใคร

“เอ่อ พี่เอง”เขาตอบกลับก่อนเสียงจะเงียบหายจนใจแป๋วสักพักก็ตามมาด้วยเสียงโครมครามใหญ่ที่ดังจากในห้องจนทำให้คริสหน้าซีดเสียงกรุกกรัก ดังจากด้านในคริสหลับตาแน่น เขากำลังคิดว่าเขาจะเจอแบบไหน แต่หลังจากประตูเปิดออกก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเขาต้องลืมตามอง ภาพตรงหน้าคือเด็กน้องของเขากำลังร้องไห้ก่อนจะโผเข้ากอดเขาอย่างแรงพร้อมกับซุกลงที่ซอกคอเรียกชื่อเขาอู้อี้

“คริสเกอฮึก ตุ้ยจางฮึก พี่อี้ฟานฮึกกๆๆ ฮืออออออออออออ”เสียงร้องดังขึ้นจนพี่ในห้องลากทั้งสองคนเข้ามาในห้อง คริสดันเทาออกเล็กน้อยก่อนจะเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยอออกมาพร้อมรอยยิ้ม

“พี่กลับมาแล้วนะตามสัญญา กลับมาอธิบายทุกอย่างและขอโทษทุกอย่าง”

พลัวะ!!

เสียงตบหัวฉาดใหญ่ดังขึ้นเมื่อพี่ใหญ่ที่เกิดอาการคันไม้คันมือบนหมั่นไส้ตั้งแต่ไอ้ตัวปัญหามันโทรมาจึงซัดเข้าเต็มๆหัวของ ตัวปัญหาจนมึน

“แน่สิถ้าไม่อธิบายพร้อมเหตุผลดีๆที่พอรับได้ออกมานะฉันจะเอาดาบของเทาเสียบท้องแกให้พรุนเลย” ซิ่วหมินพูด

“นายไม่กล้าหรอก” คริสเถียงถึงแม้จะรู้ว่าคนตรงพูดเล่นแต่ขึ้นชื่อว่าคิมมินซอกอะไรก็สามารถทำได้อยู่แล้ว

“ลองไม่ล่ะ”

“ไม่ล่ะเกรงใจนะ”คริสตอบกลับกลับพร้อมถอยหลังออกห่างจากพี่ใหญ่เท่าที่จะสามารถทำได้

“งั้นอธิบายมาให้หมดซะไอ้เงิง อู๋-อี้-ฟาน”

หลังจากนั้นการซักฟอกสอบปากคำก็เริ่มขึ้นโดยมีผู้ต้องหาคือนายอู๋อี้ฟาน และผู้สอบสวนอีก 11 คนไม่สะอาดคราวนี้จะสะอาดคราวไหน

ตำนานของ exo ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีตอนจบพวกเขาทั้ง 12 คือผู้มาจากนอกโลกที่มีพลังพิเศษต่างกันเขาอาศัยอยู่ในโลกนี้เพื่อสร้างตำนานของพวกเขาเอง จนเวลาผ่านไปเจ้าแห่งเวหาได้ละทิ้งพลังและความเป็นอมตะของเขาไปด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาแยกตัวออกไปและสร้างตำนานอีกหนึ่งในฐานะคนธรรมดาที่ไร้พลังแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันเสมอและยังติดต่อกันเรื่อยมาถึงแม้อีกคนจะไร้ซึ่งพลังและความเป็นอมตะก็ตาม

EXO WE ARE ONE

END

ผลงานทั้งหมด ของ one days

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Jinnypop5711
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 22:34
    อ่านแล้วแบบร้องไห้เลย ถึงเฮียจะไม่อยู่แล้วแต่ในหัวใจของพวกเรายังมี12คนอยู่ด้วยกันตลอดไป
    #2
    0
  2. วันที่ 3 กันยายน 2557 / 22:00
    คริสเกรียน
    #1
    0