Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 30 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ก.ค. 56

Chapter 29

Is it too late to say ‘I love you’?

 

            ในที่สุด วันนี้…วันแห่งการเดินทางไปสู่การเริ่มต้นใหม่ก็มาถึง วันนี้แล้วสินะ…ที่ฉันจะต้องเดินทาง ไปเมืองนอก บอกลาทุกๆ ความทรงจำเลวร้ายที่เกิดขึ้น พร้อมกับทิ้งมันไว้ที่นี่….

            ฉันตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ฉันทำได้ก็คงเป็นการรอให้เวลาเดินทางมาถึง กว่าฉันจะเดิน ทางก็ทุ่มสองทุ่มนู่นเลย เฮ้อ…ทำไมไม่มีไฟล์ทช่วงเช้านะ ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งรอให้คิดมาอยู่แบบนี้ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุผลอะไรฉันถึงได้ตื่นเช้าขนาดนี้ เพราะฉันกำลังไม่อยากจากที่นี่ไปอย่าง นั้นเหรอ…?

            นี่เธอหวังอะไรอยู่กันแน่นะ…ยัยบลู?

            เลิกคิดอะไรลมๆ แล้งๆ สักทีเถอะ! เธอควรจะตัดใจจากผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นให้ได้สักที เธอควร จะรู้ตัวดีนะ...ว่าไม่ว่าเธอจะทำยังไง พยายามแค่ไหน...เขาก็ไม่มีวันรักเธอหรอก

            ทำไมการไม่เคยถูกรัก...มันถึงได้เจ็บขนาดนี้นะ!

            และทำไม...คนโชคร้ายคนนั้นต้องเป็นฉันด้วย!?

            เฮ้อ...แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ฉันคนเดียวก็ได้ที่ต้องมาเจ็บปวดเพราะความรักแบบนี้ ยังมีเพื่อนของ ฉันอีกคนไงล่ะ...ยัยบีบีไง ตั้งแต่วันนั้นฉันเองก็ไม่ได้คุยอะไรกับยัยนั่นมากเท่าไหร่ เพราะเหตุผลที่ยัยนั่น เศร้าก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของฉัน เรื่องที่ว่าเบสต์แอบชอบฉัน ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เหมือนกัน ถ้าเราสั่งใจเราได้ ห้ามใจเราได้...มันก็คงดีกว่านี้เยอะเลยล่ะ

            ไหนๆ วันนี้ฉันก็จะเดินทางแล้ว โทรไปนัดเจอยัยบีบีหน่อยดีกว่า ว่าแล้วฉันก็กดโทรไปหายัยบีบี รออยู่ประมาณสองนาที ยัยนั่นก็รับโทรศัพท์ฉันแล้ว

            “ฮัลโหล”

            (บลู)

            “ทำเสียงให้สดใสหน่อยสิ วันนี้ฉันก็จะเดินทางแล้วนะ”

            (ใช่! ฉันต้องไปส่งเธอด้วยสิ)

            “เธอต้องมาให้ได้นะ! แต่ว่าตอนนี้...เธอว่างหรือเปล่าน่ะ มาเจอฉันหน่อยได้มั๊ย”

            (ได้สิ ว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า คิดถึงฉันหรือไง)

            “ฮะๆ ใช่น่ะสิ ไปอยู่เมืองนอก...ฉันจะมีเพื่อนดีๆ แบบเธอมั๊ยนะ?”

            (ฮ่าๆ อย่าพูดแบบนี้สิ เดี๋ยวฉันก็ร้องไห้หรอก เอาเป็นว่า...วันนี้ฉันว่าง เพื่อเพื่อนรักอย่างเธอ ฉันว่างเสมอแหละ :P งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเธอที่บ้านนะ จะได้ไปส่งเธอที่สนามบินเลย)

            “โอเค ได้! เจอกันนะ บายๆ”

            (บายๆ)

            ติ๊ด

            ฉันดีใจจัง...ที่ยัยบีบียังคุยกับฉันเหมือนเดิม ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม ขอบคุณจริงๆ ที่อย่างน้อย เธอก็เป็นคนนึงที่เข้าใจฉัน

            บีบีมาถึงบ้านฉันประมาณสิบโมง ฉันเลยชวนยัยนั่นไปเดินเล่นในสวน ที่ที่ฉันกับแบล็ค...เคยจบ ความสัมพันธ์ด้วยกัน แต่มันจะเรียกว่าความสัมพันธ์ก็คงไม่ถูก เพราะเรา...ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำนี่นา

            “เธอเป็นไงบ้างอ่ะ” บีบีตั้งคำถามขึ้น ซึ่งเราทั้งสองคนต่างรู้คำตอบของมันดี

            “ก็โอเคนะ...เธอล่ะ”

            “ฉันก็...เริ่มๆ จะโอเคแล้วล่ะ ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไปนี่นา เราจะมาเศร้าไปตลอดชีวิต คงไม่ได้ หรอกเนอะ”

            ใช่...ชีวิตมันต้องเดินต่อไป แต่ทำไมตอนนี้...ฉันกลับกลัวที่จะก้าวต่อไปแบบนี้นะ?

            “ถ้าฉันคิดได้อย่างเธอก็คงจะดีสินะ จะได้ไม่ต้องมาจมปลักกับอะไรๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้อย่างนี้”

            “ใครว่าฉันคิดได้กันล่ะ ฉันก็แค่ปลอบใจตัวเองเท่านั้น”

            พอบีบีพูดประโยคนั้นขึ้นมา ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองยัยนั่นทันที บีบีเองก็หันมาที่ฉันพร้อมกับยิ้ม เจื่อนๆ ให้กับฉัน ถ้าต้องฝืนยิ้มน่ะ...ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้นะ

            “เดี๋ยวสักวันพวกเราก็คงลืม พวกเขา’ ได้เองแหละนะ”

            “ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”

            “ว่าแต่…เธอกะจะไปอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนกัน?”

            “ก็…จนกว่าจะสบายใจมั้ง น่าจะสองปี สี่ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น”

            “โหย! ไปนานจังอ่ะ นี่ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะสิ! TT^TT ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้นะบลู!”

            ยัยบีบีแกล้งทำหน้าเศร้า เดี๋ยวเธอก็ต้องมีเพื่อนใหม่เองน่ะแหละ ฉันเชื่อแบบนั้นนะ!

            “ไม่ต้องคิดถึงฉันขนาดนั้นหรอก ฮะๆ ว่าแต่...เธอกับเบสต์เป็นยังไงบ้าง?”

            พอพูดมาถึงประโยคนี้...บีบีก็เริ่มทำหน้าเศร้าอีกครั้ง ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอเสียใจเลยนะ เพียงแต่ ฉันแค่อยากรู้ความเป็นไปของพวกเขาก็เท่านั้น ฉันเองก็ไม่ได้ติดต่อกับเบสต์หลังจากวันนั้นที่เราเคลียร์กัน เหมือนกัน เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ?

            “ฉันก็ไม่ได้คุยกับเขาเหมือนกัน ก็ตั้งแต่ว่าที่ยัยเนเน่ทำเรื่องบ้าๆ นั่น เราก็เริ่มห่างเหินยังไงบอกไม่ ถูกเหมือนกัน นี่เลยเป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากให้หมอนั่นรู้ยังไงล่ะว่าฉันคิดยังไง เพราะฉันกลัวสิ่งนี้จะเกิดขึ้น น่ะสิ ฉันกลัวว่าความเป็นเพื่อนของเราทั้งสองคนจะเปลี่ยนไป และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ”

            “....”

            “แต่ฉันโอเคนะ ก็ฉันรู้อยู่แล้วนี่นาว่าสักวันเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น ความลับไม่มีในโลกนี่นา และถ้า จะให้ไปโทษยัยเนเน่คนเดียว มันก็คงไม่ถูก เพราะมันผิดที่ตัวฉันเองต่างหากที่ไม่ยอมห้ามใจไปรักเขาเอง น่ะ ถ้าจะโทษ...ก็คงต้องโทษตัวของฉันเองน่ะแหละ”

            “...”

            “ถ้าเปลี่ยนใจไปรักใครคนอื่นได้นี่...มันคงจะดีนะ”

            “...”

            ใช่...ถ้าสั่งใจให้เลิกรักคนที่เขาไม่มีวันรักเราได้...มันก็จะดีเหมือนกัน

            “เธอถามแต่เรื่องฉันนะ...แล้วเธอล่ะ เป็นไงบ้าง?”

            “ฉันก็...เรื่อยๆ น่ะ”

            “ตอบไม่ตรงคำถามเลยนะ -_-

            “ฮะๆ โอเคๆ ฉันก็พยายามจะเลิกคิดเรื่องของหมอนั่นเหมือนกัน แต่ยิ่งอยากลืมมากแค่ไหน มันก็ ยิ่งฝังลึกลงไปในความทรงจำมากเท่านั้น การจากไปจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับฉันไงล่ะ”

            “เธอให้อภัยเขาไม่ได้จริงๆ เหรอ? เขาก็ดูเหมือนจะรักเธอมากๆ เหมือนกันนี่”  

            “ไม่หรอก...เขาไม่ได้รักฉัน และก็คงไม่มีวันรักฉัน ถ้าเขารักฉันจริงๆ เขาคงไม่เริ่มด้วยการหลอก ลวงหรอก ก็นะ…เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนี่นา สิ่งที่ทำได้ก็คงเป็น…ทำใจกับมัน”

            “เฮ้อ…ชีวิตของเราสองคนนี่มันเศร้าจังเลยเนอะ”

            “ใช่…ชีวิตของคนสองคน…ที่ไม่เคยถูกรัก”

            “ยิ่งพูดก็ยิ่งเศร้า ฉันว่าเราไปหาอะไรทำสนุกๆ ก่อนที่เธอจะไปเมืองนอกดีกว่า หยุดเศร้าและ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันเถอะนะ! ^^

            “ฮะๆ เธอนี่ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงอารมณ์ไม่ทันเลยจริงๆ =_=

            ฉันรู้ดีว่ายัยบีบีก็ไม่ได้หายเศร้าง่ายกว่าฉันสักเท่าไหร่หรอก ก็เราทั้งสองคนต่างได้รับความเจ็บ มาไม่ต่างกันนี่นา แต่ในสักวัน...ฉันก็คงจะเลิกรักเขาได้ล่ะมั้ง

            ฉันก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

 

17.00 น.

Black’s Talks

            ผมนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งดูหน้าจอโทรศัพท์เป็นหลายรอบในวันนึง แต่กลับทำอะไรไม่ได้สัก อย่าง ในเมื่อคนที่อยากคุยด้วย...ก็ได้ตัดทุกอย่างที่ทำให้เราติดต่อกันได้หมดแล้ว ทำให้ตอนนี้ผมไม่ สามารถรับรู้เรื่องราวของเธออีกต่อไป    

            เธอใจร้ายจริงๆ นะ...บลู

            ผมยอมรับว่าสำหรับเรื่องทุกอย่างที่ผมได้ทำกับเธอ มันก็เลวร้ายกว่าที่ผู้หญิงคนนึงจะยอมรับได้ แต่ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอ ทุกๆ อย่างที่ผมบอกเธอไป...มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ผมรู้สึกดีกับเธอ และการกระทำทุกๆ อย่างของผมก็น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีแล้ว ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอ แต่ในตอนนี้ ไม่ว่าผมจะทำยังไง...เธอก็คงไม่ยกโทษให้ผมแล้วสินะ

            เรื่องราวทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ผมจะได้ไม่เคยลืม ผมจำได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำให้เรา ได้รู้จักกันแบบจริงจัง วันที่ผมปฏิเสธความรักที่เธอมีให้อย่างไม่ใยดี ผมยอมรับว่า ณ วินาทีนั้น บลูไม่มี ความสำคัญอะไรกับผมเลย เพราะผมเองก็ไม่รู้จักเธอเลย...ผมรู้แค่ว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับผม ก็แค่นั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป แต่เพราะในใจของผมเองก็เชื่อ อยู่ว่าคนที่ผมรักคือมิซุ ทำให้ผมเริ่มสับสนในตัวเองจนไม่มั่นใจว่าตกลงคนที่ผมรักคือใครกันแน่ แต่เมื่อ วันนึงที่มีผู้ชายหลายคนเข้ามาพัวพันกับบลู ผมก็รู้สึกไม่พอใจ บอกไม่ถูกเหมือนกัน มันเรียกว่ารักหรือ เปล่า? แต่ก็เพราะว่าผมมันปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ...เลยไม่กล้าบอกความรู้สึกให้เธอรู้ จนไม่สายเกิน ไปที่จะบอกเธอแล้ว

            วันนั้น...เนเน่ เพื่อนสนิทของผมดันบอกความลับที่เธอเคยสัญญาว่าจะเก็บไว้ให้รู้กันแค่สองคน ออกไป ซึ่งตอนที่เธอสัญญากับผม ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นบลูก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมเท่านั้น แต่ในวันที่เนเน่เฉลยความลับให้ทุกๆ คนได้รู้ ผมก็รู้ในทันทีว่าอีกไม่นาน ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับบลูก็คงจะจบลงแล้ว

            และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ บลูไม่ฟังที่ผมอธิบายเลย เธอตัดขาดความสัมพันธ์กับผมทุกๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่เธอบล็อกเบอร์ผม แล้วยังเฟสบุ๊คอีก มันทำให้ผมรู้แล้วว่า...ทุกอย่างมันจบแล้ว จริงๆ ผมเลยไปหาเธอที่บ้านเธอวันนั้น แล้วก็ได้รับรู้ว่าเธอ...ไม่สามารถให้อภัยผมได้ บลูได้แค่พูดว่าเมื่อ เวลาผ่านไป สักวัน...เธออาจจะกลับมารู้สึกดีกับผมได้เหมือนเดิม แต่มันไม่ใช่ตอนนี้ก็เท่านั้น เหอะ! แล้วเมื่อไหร่วันนั้นมันจะมาถึงกัน? อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี?

            เธอคนนั้น....ได้จากไปจากชีวิตผมแล้วงั้นสินะ?

            หมดเวลาแล้ว...เธอคงต้องไป แต่สิ่งที่เหลือในใจยังอยู่ คือความคิดถึง...

            “ฮัลโหล” เสียงริงโทนดังขึ้นขัดจังหวะการคิดอะไรเรื่อยเปื่อยของผม ผมจึงกดรับมันโดยไม่ได้ดู ชื่อคนโทรมา ก็ช่วงนี้คนมันใจลอยนี่หว่า จะให้มาใส่รายละเอียดอะไรทุกๆ อย่างได้ไง!

            (แบล็ค...)

            “นั่นใครพูดน่ะ”

            (ฉันเอง...เบ็น)

            “โทรมามีอะไร”

            (ฉันไม่รู้ว่านายรู้หรือเปล่า)

            “....”

            (เพียงแต่ว่าวันนี้...บลูจะเดินทางไปเรียนต่อแล้ว)

            “อะไรนะ!!!”

            บลูจะไปเรียนต่อวันนี้!? นี่เธอกะจะไม่ให้ฉันได้รับรู้อะไรแล้วจากไปอย่างนี้เลยงั้นเหรอ?

            (ฉันไม่รู้ว่านายอยากรู้หรือเปล่า แต่ฉันคิดว่านายควรจะรู้ ในเมื่อนายคือคนที่ยัยนั่นรัก...รักมากๆ)

            จะมาดราม่าอะไรตอนนี้ -_- เรื่องระหว่างเราเดี๋ยวค่อยเคลียร์ได้มั๊ย ตอนนี้มันยังทันอยู่มั๊ยนะ!?

            “ฉันรู้ดี ว่าแต่ว่าตอนนี้ บลูจะขึ้นเครื่องหรือยัง?” ผมถามขึ้นด้วยเสียงเร่งรีบ

            (ก็อีกครึ่งชั่วโมง....)

            ติ๊ด

            ผมกดวางสายก่อนที่เบ็นมันจะพูดจบ อีกครึ่งชั่วโมง! สงสัยวันนี้ต้องซิ่งซะแล้วล่ะมั้ง!

            ขอให้ฉันไปทันก่อนที่เธอจะจากฉันไปนะ...

            ฉันรักเธอนะ...บลู

End : Black’s Talks

 

Epilogue

 

            หลังจากคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยกับบีบี ประมาณสี่โมงกว่าๆ ฉันก็ออกจากบ้านในทันที และมาถึงที่ สนามบินตอนห้าโมงกว่าๆ เครื่องฉันขึ้นสองทุ่ม งั้นอีกไม่นานฉันก็ต้องเข้าไปเช็กอินแล้วสินะ

            ตอนนี้เพื่อนสนิทของฉันก็อยู่ที่นี่กันหมดแล้ว ทั้งบีบี เบสต์ แล้วก็เบ็น จะเหลือก็แต่... แต่ช่างเหอะ เขาจะไปรู้ได้ไง ในเมื่อฉันตัดการติดต่อทุกอย่างระหว่างเราไปหมดแล้ว แล้วฉันก็ไม่หวังว่าเขาจะมาด้วย เหมือนกัน ฉันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เขาจะมาทำไม...

            “เธอจะไปจริงๆ เหรอ”

            “นายนี่ก็อีกคนนะเบสต์...เหมือนกับบีบีจริงๆ เลย! ฮะๆ ฉันไปแป๊ปเดียว เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

            “แป๊ปเดียวของเธอนี่นานแค่ไหน”

            “สี่ห้าปีล่ะมั้ง :P

            “นี่แป๊ปแล้วเหรอ -o-”

            “แหะๆ ก็นะ”

            “เอาเป็นว่า…ฉันขอให้เธอโชคดีละกันนะ เพื่อนรัก ^^

            “นายก็เหมือนกัน!”

            หลังจากนั้นฉันก็หันไปหาเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันอีกคนนึง…ซึ่งก็คือเบ็น

            “มีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า?

            “ถามแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย -_-

            “ฮะๆ ก็ไม่มีอะไร เอาเป็นว่าถ้านายไม่พูด ฉันพูดเองก็ได้! ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะเบ็น...แล้ว ฉันก็ขอให้นายได้เจอกับคนที่นายรักและเขาเองก็รักนายมากๆ ฉันเชื่อว่าคนอย่างนายต้องเจอคนดีๆ อยู่แล้ว ^^

            “พูดแบบนี้...ฉันก็ตัดใจได้ยากขึ้นน่ะสิ...ยัยบ๊อง -o-

            “อ้าว T^T

            “ขอบใจนะ...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเหมือนกัน”

            เบ็นพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวฉัน ในขณะที่เขาทำแบบนี้ ฉันกลับนึกถึงใครอีกคน พลางมอง ไปที่ประตูทางเข้า แต่กลับไม่มีวี่แววของเขาคนนั้น เขาคงไม่มาหรอก...หยุดเพ้อเจ้อสักทีเถอะ!

            ฉันควรจะไปได้แล้วสินะ

            “บีบี”

            “บลู TT^TT

            เราสองคนมองหน้ากันด้วยความดีใจปนเศร้าไปพร้อมๆ กัน ก่อนจะโผเข้ากอดกัน ฉันคงต้องจาก เพื่อนดีๆ อย่างเธอไปจริงๆ แล้วสินะ โชคดีนะ...เพื่อนรัก ^^

            “ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย!

            “เธอก็รู้ดี...ว่ายังไงฉันก็ต้องไป”

            “แต่...”

            “เอาน่า เดี๋ยวฉันกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ ฉันสัญญาว่าฉันจะติดต่อเธอทันที!”

            “แน่นะ?”

            “แน่นอน!

            “งั้นก็โชคดีละกันนะ TT^TT

            “ฮะๆ จ้ะ”

            เราทั้งสองจึงผละออกจากกัน ฉันว่ามันถึงเวลาที่ฉันควรจะไปแล้ว...

            “ฉันว่าฉันไปเลยดีกว่า เดี๋ยวจะตกเครื่อง”

            “ทำไมหมอนั่นไม่มาสักทีวะ...” เบ็นพึมพำอะไรสักอย่างกับตัวเอง แต่ฉันได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่

            “นายว่าไงนะ”

            “เธอจะไปแล้วเหรอ?”

            “ใช่น่ะสิ มีอะไรหรือเปล่า”

            “รออีกแป๊ปนึงได้มั๊ย?”

            “รอใครเหรอ...?”

            “ฉันแค่อยากยื้อเวลาให้เธออยู่ต่อนานขึ้นก็เท่านั้น... ฉันทำไม่สำเร็จใช่มั๊ย”

            “ฮะๆ ไปแล้วดีกว่า เดี๋ยวตกเครื่อง”

            “อ้าว...”

            ฉันหันไปมองทุกคนก่อนจะบอกลาอีกครั้ง แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

            “บายๆ นะทุกคน”

            “บาย ห้ามลืมฉันเด็กขาด”

            “อย่าลืมกลับมาเยี่ยมฉันนะ”

            “อย่าไปเผลอชอบฝรั่งที่ไหนล่ะ”

            ฉันหันหลังออกมาจากตรงนั้นพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางใบโตมาด้วย ฉันยิ้มให้กับความบ้าบอ ของคนพวกนี้ อย่างน้อยในความมืดมน เพื่อน...ก็ยังเป็นแสงสว่างให้เราสินะ

            แต่ฉันก้าวได้ไม่กี่ก้าว ฉันกลับต้องชะงักเพราะเสียงของใครบางคนซะก่อน

            “บลู”

            “...”

            “อย่าเพิ่งไปได้มั๊ย”

            “...”

            ณ วินาทีนั้น ฉันเกือบหันหลังกลับไปเพราะฉันรู้ดีว่าเขาคนนั้นคือใคร... แต่ไม่! ฉันจะไม่ใจอ่อนอีก ต่อไป ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ฉันก็ควรทำให้มันเด็ดขาด ถึงแม้ฉันจะต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

            ลาก่อนนะ...แบล็ค

            “ฉันระ....”

            ฉันรีบสาวเท้าแล้วเข้าไปข้างในช่องตรวจคนขาออกก่อนที่แบล็คจะพูดอะไรออกมาแล้วทำให้ฉัน เปลี่ยนใจ ฉันได้แต่หันไปมองประตู...ที่ถ้ามันใส ฉันคงเห็นพวกเขาทุกคนอยู่ตรงนั้น ยืนมองฉันด้วยความ รู้สึกที่แตกต่างกันออกไป พร้อมกับเขา...ที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการบอกอะไรกับฉัน แต่มันจบลงแล้ว จบแบบนี้แหละ...ดีที่สุดแล้วล่ะ

            ในเวลาสองทุ่มเป๊ะๆ ฉันก็ขึ้นเครื่อง ก่อนที่เครื่องจะออกทันที

            ไว้เจอกันใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านะบีบี....เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย ฉันขอให้เธอได้เจอคน ที่เธอรัก และเขาเองก็รักเธอในเร็ววันนะ ฉันจะไม่ลืมเพื่อนแสนดีคนนี้ของฉันเลย! ฉันเชื่อว่าในวันนึง... เธอจะได้เจอรักแท้แน่นอน ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ

            เบสต์...นายเองก็เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ คนนึงของฉันเหมือนกัน ถึงแม้ว่าฉันจะรักแบบคนรักนาย ไม่ได้ แต่ฉันก็รักนายแบบเพื่อนรักนะ ถึงแม้นายจะผิดหวังจากรักของฉัน แต่คนอย่างนายน่ะ...หาคนมารัก ได้ไม่ยากอยู่แล้ว และฉันเองก็เชื่อว่านายต้องเจอคนที่รักนายจริงๆ แน่ๆ คนคนนั้นอาจจะเป็นบีบีก็ได้นะ และถ้าคนคนนั้นเป็นบีบีล่ะก็...ฉันรับรองได้เลยว่าต้องดีกว่าฉันหลายเท่าเลยล่ะ

            เบ็น....นายคือผู้ชายอีกคนที่สำคัญกับฉันมากนะ! ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่นายมอบให้กับ ฉัน แล้วก็ขอโทษด้วยที่ฉันไม่สามารถรักนายอย่างที่นายต้องการได้ ฉันเชื่อแล้วล่ะ...ที่นายบอกว่าอยาก พิสูจน์ให้ฉันเชื่อว่านายรักฉันจริงๆ ฉันเชื่อมันแล้วนะ นายทำมันได้สำเร็จแล้ว ขอบคุณจริงๆ

            และเขา...แบล็ค นายเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้จักกับคำว่า รัก’ คำว่าความเจ็บปวด การไม่เคยถูกรัก แต่ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณนาย…ที่ทำให้ฉันเข้าใจว่าบางครั้ง ความรักมันก็ไม่ได้จบลงด้วยการสมหวัง ตลอดไป ก็คงเหมือนกับเราสองคน ที่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถรักกันได้เหมือนอย่างคู่อื่นๆ

            สุดท้าย…คนบางคนก็ทำได้แค่อยู่ในใจของเรา แต่ก็ไม่สามารถอยู่ในชีวิตของเราได้สินะ

            ฉันคงเป็นได้แค่นั้น...สำหรับนายสินะ...แบล็ค

            ขอบใจนะที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า…คนคนนั้นที่นายรัก…ไม่ใช่ฉันเลยจริงๆ  

 

 

THE END

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น

  1. #134 SakuraZaly (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 21:22
    เศร้าอ่ะ ถ้าจบแบบรักกันก็จะดีมากเลยอ่ะ
    แต่พอจบแบบนี้มันเหมือนกับชีวิตจริงเลย T_T
    #134
    0
  2. #132 ocean (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 17:14
    คิดว่าจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ่ง ซะแว้วอ่ะ



    TT เศร้ามากเลยครัช



    ทำไมบลูถึงทำอ่านั้นอ่ะ T^T
    #132
    0
  3. #124 Aengchun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 17:59
    TOT เศร้า
    #124
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(