Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 29 : Chapter 28 ~ Thanks for letting me know that I could never be your girl.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 มิ.ย. 56

Chapter 28

                                      Thanks for letting me know that I could never be your girl

            

            หลังจากวันนั้น วันที่เหตุการณ์แย่ๆ หลายๆ อย่างเกิดขึ้น นี่ก็ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ได้แล้ว และอีกไม่นาน ฉันก็คงต้องไปเรียนต่อเมืองนอก ฉันไม่ได้ต้องการหนีอะไรหรอก เพียงแต่...การอยู่ที่เดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ มันก็มักทำให้เรานึกถึงความทรงจำเก่าๆ นะ ซึ่งถ้าฉันย้ายไปอยู่ที่ใหม่ บางทีฉันอาจจะลืม เรื่องพวกนี้ได้เร็วขึ้นก็ได้

            ถ้าให้พูดตามตรง ฉันก็บอกได้เลยว่าฉันยังทำใจไม่ได้ ฉันเลยเอาแต่อยู่บ้านนับตั้งแต่วันที่ปิดเทอม น่ะแหละ นี่ก็ปาไปสองอาทิตย์แล้วที่ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย วันๆ ฉันก็เอาแต่นั่งเงียบ ฉันเองก็บอกไม่ถูก เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้เป็นยังไง เพียงแต่ฉันแค่รู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยก็เท่านั้น

            อีกเรื่องนึงที่สำคัญมากที่ฉันยังไม่ได้บอกทุกคนก็คงเป็นเรื่องเบ็นสินะ หลังจากวันนั้น หมอนั่น ก็เอาแต่ขอโทษฉันเรื่องที่เขาเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เนเน่ยอมรับกับเขาแล้วว่าที่เธอทำไปเพราะต้อง การแก้แค้นเขา ยัยนั่นคิดว่ามันเป็นเพราะฉัน เบ็นถึงได้ปฏิเสธยัยนั่น เลยคิดจะทำร้ายฉัน...เพื่อที่เบ็นจะได้ เข้าใจถึงความเจ็บของยัยนั่นบ้าง ฉันเข้าใจยัยเนเน่นะ...เพียงแต่ว่าฉันไม่เข้าใจ...ว่าทำไมยัยนั่นต้องใช้ แบล็คเป็นเครื่องมือทำลายความรู้สึกดีๆ ของฉันด้วย การที่เราเสียความรู้สึกไปแล้ว มันทำให้กลับมาดี เหมือนเดิมไม่ได้หรอกนะ

            ฉันไม่เคยคิดโกรธเบ็นเลยจริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นต้นเหตุหรือไม่ใช่ต้นเหตุของเรื่องบ้าๆ นี่ก็ตาม เพราะสิ่งที่เขาทำให้ฉันมันดีมากๆ มากเกินไปที่คนอย่างฉันจะได้รับด้วยซ้ำ เขาดีมากจนฉันอยากสั่งใจตัว เองให้รักเขาให้ได้ แต่ก็นะ...ใจคนเรามันสั่งกันได้ที่ไหนกันเล่า

            ไม่รักจำได้ แต่ให้ลืมเธอฉันทำไม่ไหว ยังคงคิดถึงทุกลมหายใจ

            เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันดังขึ้น ฉันจึงลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะซึ่งโทรศัพท์ฉันวางอยู่

            “ฮัลโหล”

            (ฮัลโหล บลู...นี่ฉันเองนะ เบสต์)

            “เบสต์เหรอ...อื้ม มีอะไรเหรอ?”

            ฉันเองก็ไม่ได้คุยกับเบสต์นานเหมือนกันนะ ตั้งแต่วันนั้นเช่นกัน บีบีเองก็เล่าให้ฉันฟังเหมือนกันว่า ยัยเนเน่เฉลยเรื่องราวทุกอย่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แถมยังทำให้เบสต์รู้อีกว่าบีบีเคยชอบเขา แต่ถึงแม้หมอนั่นรู้ หมอนั่นก็ไม่ได้ตอบรับความรักของยัยบีบีอยู่ดี แล้วนี่เขาโทรมาหาฉัน...หวังว่าจะไม่ใช่มาสารภาพรักอะไร กับฉันหรอกนะ ฉันไม่พร้อมจะรักใครอีกแล้วจริงๆ

            (เอ่อ...เธอออกมาเจอฉันหน่อยได้มั๊ย)

            “อ้อ... ได้สิ ที่ไหนล่ะ”

            (ที่ร้านกาแฟ XXX ตอน 10 โมงละกันนะ)

            “โอเค เดี๋ยวเจอกัน”

            (อืม)

            ติ๊ด

            ณ ตอนนี้ อะไรจะเกิดฉันก็คงต้องปล่อยให้มันเกิดแล้วล่ะ ในเมื่อไหนๆ มันก็ใกล้จะจบลงแล้ว ทุกความสัมพันธ์อะนซับซ้อนทั้งหมดมันได้จบแล้วไปหมดแล้ว ทั้งระหว่างฉันกับเบ็น แล้วก็ฉันกับหมอนั่น ทีนี้ก็เหลือแค่เบสต์แล้วสินะ หวังว่าความเป็นเพื่อนของเราสองคนยังคงอยู่เหมือนเดิมนะ...

            ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า

 

            ร้านกาแฟ XXX @ 10.00 a.m

            พอฉันมาถึงที่จุดนัดหมายที่เบสต์นัดฉันไว้ ฉันก็ตรงเข้าไปในร้านทันที แล้วก็เห็นเบสต์นั่งอยู่ ตรงมุมหลังๆ ของร้าน หมอนั่นกำลังเหม่อมองอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ทำอย่างกับถ่ายเอ็มวีไปได้ ว่าแล้วฉันก็เดิน ไปหามานั่นทันที

            “นี่ ทำอย่างกับถ่ายเอ็มวีนะนายเนี่ย :P

            “มาแล้วเหรอ นั่งก่อนสิ”

            “อื้ม”

            ฉันพูดก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเบสต์

            “นายมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอ”

            “เธอคงจะรู้แล้วใช่มั๊ย...ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ”

            “อืม...ฉันรู้แล้ว”

            ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว และมันก็คือสาเหตุว่าทำไมฉันถึงต้องทำห่างเหินกับนาย ฉันเองก็ได้แต่คิด ฉันไม่สามารถพูดมันออกไปทำร้ายเพื่อนที่แสนดีคนนี้ของฉันได้

            “ฮะๆ ในที่สุดเธอก็รู้จนได้สินะ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอลำบากใจนะ แต่ฉันก็แค่อยากเคลียร์ๆ ไปให้ จบ เราจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจต่อกันน่ะ”

            “อืม....”

            “ฉันรู้ดี...ว่าฉันไม่มีวันเป็นคนคนนั้นได้หรอก ก็...แค่ได้บอกเธอ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ”

            เบสต์เอ่ยขึ้นพลางมองหน้าฉันด้วยความใจดีแบบที่เขาชอบทำ แต่ในดวงตานั้นกลับฉายแวว เศร้าจนมันเห็นได้ชัด นายทำให้ฉันรู้สึกแย่อีกแล้วนะ....ได้โปรดอย่าทำเหมือนฉันสำคัญขนาดนั้นเลย

            “เบสต์...คือฉัน...”

            “เธอไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ...ฉันเข้าใจดี”

            “....”
            “ความรักน่ะ...มันสั่ง มันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ ในเมื่อเขาไม่รักเรา...ทำยังไงเขาก็ไม่มีทางรักเรา หรอก เธอรู้มั๊ย...ฉันเคยคิดนะว่าวันนึง ฉันจะต้องทำให้เธอชอบฉันให้ได้

            “...”

            ฉันเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าในวันนึง ฉันจะสามารถทำให้เขารักฉันได้ แต่ฉันกลับทำมันไม่ได้ และสุดท้าย คนที่เจ็บก็มีแต่ฉันคนเดียว

“แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจดีแล้วล่ะ ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคนที่เธอรัก...คือเขา”

“...”

“ยังไง...ฉันก็ขอให้เธอมีความสุขมากๆ นะ แต่ถ้าเมื่อไหร่เธอเศร้า ทุกข์ใจก็ปรึกษาฉันได้นะ เพื่อนคนนี้ยินดีให้คำแนะนำเสมอ ^^

“ฉันคงมีความสุขไม่ได้หรอกเบสต์ ในเมื่อฉันก็ไม่มีวันเป็นคนที่เขารักเหมือนกัน”

“เธอ...”

“อย่าเศร้าไปกับฉันเลยนะ ฉันเศร้าคนเดียวก็พอแล้วล่ะ ^^

ฉันพูดพร้อมกับฝืนยิ้มให้เบสต์อย่างจริงใจ เพื่อนคนนี้....ดีกับฉันมากจริงๆ ทำไมฉันถึงรักคนที่ดี กับฉันไม่ได้สักคนนะ รักแต่คนที่เอาแต่ทำร้ายเรา

“...”

“เบสต์ ฉันขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่นายทำให้ฉัน มีให้ฉัน แล้วก็ขอบคุณสำหรับมิตรภาพอัน งดงามที่นายมอบให้กับฉัน ฉันขอให้นายมีความสุขมากๆ นะ ก็....เจอคนที่นายรักเขาแล้วเขาเองก็รัก นายเร็วๆ ละกัน ฉันคงไม่มีวาสนาพอได้เป็นคนรักของนายหรอก”

“ฉันก็คงไม่มีบุญพอที่จะได้รักกับเธอเหมือนกัน ยังไงฉันก็ขอให้เธอโชคดีเหมือนกันนะบลู”

“นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย!

“ฉันก็จะพยายามเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอเหมือนกันนะ”

“อย่าลืมไปส่งฉันที่สนามบินด้วยนะ...เบสต์เพื่อนรัก ^^

“ฮะๆ ไม่ค่อยอยากฟังคำนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็...โอเค ฉันไปแน่นอน”

ขอบคุณเบื้องบน ที่ไม่ทำให้ฉันกับเบสต์ต้องจบลงด้วยความรู้สึกแย่ๆ ไปอีกคน ขอบคุณจริงๆ ที่อย่างน้อยยังให้ฉันกับหมอนั่นเป็นเพื่อนรักกันอย่างนี้ตลอดไป นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันสามารถมอบให้นาย นั่นก็คือการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนาย ฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ดี...การที่เราต้องพูดว่าเพื่อนกับคนที่เรารัก มันยากขนาดไหน แต่ฉันก็อยากให้นายทำให้ได้นะเบสต์ ฉันไม่ดีพอสำหรับนายหรอก

ขอบคุณที่อยู่ข้างกันมาตลอด ฉันจะไม่มีวันลืมนายเลยจริงๆ

เบสต์....เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน

 

หลังจากคุยกับเบสต์เสร็จ ฉันก็กลับมาบ้านดังเดิม ฉันดีใจนะ...ที่อย่างน้อยเราก็ยังมีความเป็น เพื่อนหลงเหลือให้แก่กัน ไม่เหมือนกับเขาคนนั้นเลย...ที่แม้แต่ความเป็นเพื่อน เรายังไม่เหลือแม้แต่นิด

เมื่อฉันกลับถึงบ้าน ฉันก็กลับขึ้นไปบนห้องนอนตามเดิม อย่างที่ฉันบอก ช่วงนี้ฉันก็เอาแต่หมก ตัวอยู่ในห้อง ไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอก ก็...มันไม่มีอะไรทำนี่นา บางทีฉันก็อยากทำให้ตัวเองไม่มีเวลาว่าง เหมือนกัน เพราะถ้าเรามีอะไรให้ทำเยอะแยะ เราก็จะไม่มีเวลามานั่งคิดมากกับเรื่องเดิมๆ แต่ฉันกลับ ไม่มีอะไรให้ทำเลย นอกจากรอเวลาของการเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอกก็เท่านั้น

ก๊อกๆ

“น้องบลู มีคนมาหาค่ะ”

พี่บัว แม่บ้านอีกคนนึงของบ้านฉันเคาะประตูพร้อมกับกล่าวขึ้น

“ใครคะ”

“น่าจะเป็นเพื่อนมั้งคะ เห็นว่าเป็นผู้ชาย”

“อ้อค่ะๆ เดี๋ยวบลูลงไปละกันค่ะ”

“ค่ะๆ” พี่บัวพูดขึ้นก่อนจะออกจากห้องของฉันไป

ผู้ชายงั้นเหรอ....? ผู้ชายที่วนเวียนอยู่ในชีวิตฉันก็มีอยู่แค่สามคน เบสต์ เบ็น แล้วก็....แบล็ค แต่ฉันเพิ่งไปเจอเบสต์เองนี่ หมอนั่นคงไม่มาหาหรอกมั้ง เพราะถ้าเขามาก็คงโทรมาบอกฉันก่อนอยู่แล้ว ส่วนแบล็ค มันคงไม่มีทางเป็นเขาหรอกที่มาหาฉัน ในเมื่อความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนจบลงไปแล้วนี่ แล้วไม่ก็จบลงไม่สวยเอาซะเลยด้วย เขาคงไม่กล้ามาหาฉันอีกครั้งหรอก

สงสัยคนคนนั้นคงเป็นเบ็นล่ะมั้ง ก็ตั้งแต่วันนั้น...ฉันยังไม่ได้คุยกับหมอนั่นแบบจริงจังเลย! ฉันลงไปดูเขาหน่อยดีกว่า

ว่าแล้วฉันก็เปิดประตูห้องพร้อมกับเดินลงไปยังห้องรับแขกที่เบ็นรออยู่ แต่พอไปถึงฉันกลับพบ ว่าคนคนนั้นไม่ใช่เบ็น แต่กลับเป็น...แบล็ค

เขามาที่นี่อีกทำไมกัน? ในเมื่อเราก็คุยกันไปหมดแล้ว

“หวัดดี”

“นายมาที่นี่ทำไม”

“ฉันอยากคุยกับเธอให้รู้เรื่องก่อน”

“แต่ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับนาย”

“ฉันคุยแค่แป๊ปเดียวเท่านั้น ขอฉันพูดอะไรบ้างได้หรือเปล่า?”

“ฉันให้นายอธิบายไปเยอะแล้วนะ...เยอะเกินไปด้วยซ้ำ แต่ถ้านั่นเป็นสิ่งที่นายต้องการ...งั้นก็ได้ ฉันจะถือว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะให้นายได้ก็แล้วกัน”

ฉันพูดก่อนจะเดินออกไปที่สวนซึ่งอยู่นอกบ้าน การคุยกันในบ้านเป็นอะไรที่ไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ ใครๆ ก็สามารถรู้ได้ว่าเราคุยเรื่องอะไรกัน อีกอย่าง...ถ้าฉันเก็บอาการไม่อยู่แสดงสีหน้าเศร้า โกรธขึ้นมา คนในบ้านก็ต้องพลอยเครียดกับฉันไปด้วย ฉันเครียดคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ฉันไม่ต้องการแชร์มันให้กับ คนอื่นหรอก

“มีอะไรก็ว่ามา”

ฉันพูดเสียงห้วนเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าฉันไม่อยากคุยกับเขาและฉันก็ไม่อยากเห็นหน้าเขาเช่นกัน การได้เจอกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เป็นอะไรที่ทำใจลำบากจริงๆ

“ทำไมฉันโทรไปก็ไม่รับ? เมสเสจก็ไม่ตอบ แถมในเฟสบุ๊คฉัน...มันก็ไม่มีเธอเลยสักนิด นี่เธอกะจะ หายไปใจชีวิตฉันเลยงั้นสิ”

หลังจากเหตุการณ์บ้าๆ นั่นเกิดขึ้น หมอนั่นก็พยายามที่จะติดต่อฉันอยู่หลายทางเหมือนกัน แต่ฉัน กลับไม่ตอบกลับข้อความของเขาสักข้อความ และฉันก็บล็อกเฟสบุ๊คเขาด้วยเช่นกัน การที่ไม่ต้องเจอกัน ไม่ต้องรู้ข่าวสารของเขา มันจะทำให้ฉันลืมได้เร็วขึ้น ฉันเชื่ออย่างนั้น

“ใช่! การที่เราไม่ต้องรับรู้เรื่องของกันและกัน...มันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะ”

 “เธอต้องการที่จะทำแบบนั้น...แต่ฉันไม่ได้ต้องการ”

“แล้วนายต้องการอะไร?”

“ฉันต้องการให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”

นาย...ขอฉันมากไปหรือเปล่า? กลับมาเป็นเหมือนเดิมน่ะ พูดง่ายนะ แต่มันกลับไม่ได้ทำได้ง่ายๆ เหมือนคำพูดเลยสักนิด

“เราเคยเป็นอะไรกันด้วยเหรอ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานะที่แท้จริงระหว่างฉันกับนาย มันคืออะไรกัน แน่ ฉันเคยคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่นายก็ทำลายความไว้ใจนั่นซะหมดสิ้นแล้ว ฉันเคยคิดว่าเราเป็นคน รู้จักกัน แต่มันก็ไม่ใช่ เพราะนายชอบทำเหมือนกับนายเป็นมากกว่านั้น และฉันเองก็เคยคิดว่า....”

“....”

“ว่านายชอบฉัน...” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับมองเข้าไปในตาของเขาด้วยความรู้สึกทั้งหมดในใจ ก่อนจะ พูดต่อให้จบประโยค “แต่มันก็เป็นเพียงการคิดไปเองของฉันคนเดียวเท่านั้น เพราะนายเองก็มีคนที่นายรัก อยู่แล้ว และฉันก็ผิดเองแหละที่คิดเข้าข้างตัวเอง คิดว่านายมีใจให้ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ไม่ใช่เลย จริงๆ”

“เธอจะไปรู้ดีกว่าตัวฉันได้ยังไง”

“...”

“เธอจะมารู้ความคิดของฉันได้ยังไง ว่าฉันคิดยังไง บางทีการที่คนเราคิดอะไร เขาก็ไม่จำเป็นต้อง แสดงออกทุกอย่างที่เขารู้สึกหรอกนะ”

นายจะบอกว่านายรู้สึกชอบฉัน...แต่นายแค่แสดงออกในทางตรงข้ามอย่างนั้นเหรอ? มันไม่ตลก หรอกนะ!

“...”

“ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง ตอนนี้ฉันรู้ใจตัวเองดีแล้ว...ว่าคนที่ฉันชอบคือใคร”

“...”

“คนคนนั้นก็คือเธอนะ”

“ถ้านายยังไม่แน่ใจ...ช่วยอย่าพูดคำนั้นมาตอกย้ำฉันจะได้หรือเปล่า”

“แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”

“ไม่! นายไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ถ้านายชอบฉัน...แล้วกับมิซุน่ะมันเรียกว่าอะไร”

“ฉันเคยชอบมิซุ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ใจฉันเปลี่ยนไปแล้ว”
            “ใจคนเรามันเปลี่ยนกันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ก็ดี...เดี๋ยวนายก็คงเปลี่ยนไปชอบคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน ได้ง่ายเหมือนกันแหละ”

ยิ่งเขาต้องการหาข้ออ้างมาเป็นเหตุผล ฉันก็ยิ่งรู้สึกแย่ ทางที่ดีเขาควรจะกลับไปสักที เรื่องนี้มัน ควรจะจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว เขาไม่น่ามารื้อฟื้นให้ฉันเจ็บมากกว่าเดิมเลยจริงๆ

“มันไม่ใช่อย่างนั้น ฉัน....”

“ขอโทษนะแบล็ค...เพียงแต่ฉันยังไม่สามารถเชื่อได้จริงๆ ว่านายชอบฉัน”

“...”

“ตอนนี้แค่ฉันทำใจให้อภัยนาย...ฉันยังทำไม่ได้เลย”

“ฉัน...”

“ขอเวลาหน่อยนะ...ถ้า ณ ตอนนั้น ฉันยอมรับกับเรื่องนี้ได้ เราสองคนก็คงกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ แต่ฉันก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเวลานั้นมันคือเมื่อไหร่”

“...”

“ถ้าตอนนั้น...เราสองคนกลับมาเจอกันจริงๆ บางทีนายอาจจะลืมฉันไปแล้วก็ได้”

“ฉันไม่มีวันลืมเธอหรอก”

“นายอย่าให้ความหวังลมๆ แล้งๆ แบบนี้กับฉันอีกเลยนะ”

“...”

“ยังไง...ฉันก็ขอให้นายโชคดีละกัน”

“...”

“ลาก่อน”

“เธอจะไม่มีวันให้อภัยฉันจริงๆ ใช่มั๊ย”

ฉันพูดพร้อมกับหันหลังให้กับเขาก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ฉันเองก็หวังว่าเขาจะกลับบ้านของเขาไป เหมือนกัน

เมื่อพ้นสายตาของแบล็ค ฉันก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องก่อนจะกดล็อกประตูทันที และตอนนั้นเองที่ น้ำตาที่ฉันกลั้นไว้มานานก็ไหลลงมา ฉันนอนลงกับเตียงก่อนจะปล่อยให้น้ำตา ความเจ็บปวด มันออกมา อย่างช้าๆ

สมควรแล้วล่ะ...กับคนที่ให้ใจกับใครไม่ดูให้ดีอย่างฉัน

เราสองคนคงเกิดมาเป็นแค่เส้นขนานที่ไม่มีวันอยู่ด้วยกันได้ก็เท่านั้น ถ้าปฏิหาริย์มีจริง ฉันก็คงได้ เจอกับเขาอีกครั้ง และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในตอนนั้นฉันอาจจะให้อภัยเขาได้ก็ได้ แต่มันไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้ฉันไม่สามารถยอมรับอะไรได้อีกแล้วล่ะ

ขอบใจนะ...ที่ทำให้ฉันได้รับรู้กับคำว่า รัก’ แล้วก็ยังสอนให้ฉันได้เข้าใจอีกด้วย ว่ากับคนบางคน รักมากแค่ไหน เราก็ไม่สามารถทำให้เขากลับมารักเราได้เช่นกัน ความรักของฉันคงเป็นหนึ่งในความรัก ที่ไม่สมหวังงั้นสิ

สุดท้าย ฉันคงเกิดมาเพื่อที่จะได้รักใครสักคน…แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะถูกใครรักสินะ

 



 


Talks
ตอนนี้ก็เหลือแต่บทสุดท้ายแล้วสินะ TT^TT เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้วเหรอ
ใจหายเหมือนกันนะเนี่ย :( ยังไงก็ฝากติดตามเรื่องต่อๆ ไปด้วยนะคะ
เม้นบ้างอะไรบ้างนะ แค่เม้นเดียวของแต่ละรีดเดอร์
ก็ทำให้ไรท์เตอร์มีกำลังใจในการเขียนมากมายแล้วค่าาาา


   


นี่เป็นแบนเนอร์ของนิยายเรื่องอื่นๆ ของไรท์เตอร์นะคะ
มีนิยายเรื่องใหม่ด้วยกันทั้งหมดสามเรื่อง จิ้มได้เลย >_<
เลิฟๆ All my readers <3







แล้วก็ตามมาด้วย...อีกสองเรื่อง เรื่องเก่าน้าาาาา ^o^








 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น