Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 19 : Chapter 18 ~ I will keep all the memories about us inside my heart.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มี.ค. 56

Chapter 18

I will keep all the memories about us inside my heart.

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทำให้ตอนนี้ฉันกับเบ็นก็ได้เป็นแฟนกันจริงๆ แล้วล่ะ เอ่อ....จะพูดยังไงดี เขาทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาเลยน่ะสิ คือเขาดูแลฉันดีเอามากๆ ทำหน้าที่แฟนที่ดีมากด้วย เฮ้อ ยิ่งเขาทำดีกับฉันเท่าไหร่...ฉันก็ยิ่งรู้สึกผิดจริงๆ :(

ส่วนเบสต์ ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง รู้สึกยังไงบ้าง เพราะตั้งแต่วันนั้น...ฉันก็ไม่ค่อยได้เจอเขา หรือว่าเป็นเพราะฉันเองที่หลบหน้าเบสต์กันนะ? ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่ฉันอยากบอกว่ามันยาก มากนะที่จะทำเหมือนเดิม พูดเหมือนเดิมกับคนที่มีความคิดเปลี่ยนไปน่ะ ก็ตอนนี้เขาชอบฉันแล้วน่ะสิ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ชอบเบสต์ไม่ได้อยู่ดี เบสต์คือคนที่เพื่อนฉันรัก แล้วยัยบีบีนี่ก็คิดอะไรของยัยนั่นไม่รู้ จะมาทำให้เบสต์ชอบฉัน ใครๆ ก็รู้ว่าการต้องทำให้คนที่เรารักไปสมหวังกับคนที่เขารักน่ะเป็นอะไรที่ เจ็บที่สุดเลยล่ะ เหมือนกับฉันยังไงล่ะ...ที่ทำได้เพียงยินดีกับเขาคนนั้นที่กำลังจะสมหวังกับคนที่เขารัก

“บลู กลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

ฉันสะบัดเรื่องราวของหมอนั่นออกจากหัว ก่อนจะหันไปสนใจกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันแทน ฉันไม่ควรจะคิดถึง นึกถึงหมอนั่นเลยจริงๆ คนที่ฉันควรจะแคร์ก็คือเบ็นสิ! เราต้องแคร์คนที่แคร์เราสิ... ยัยบลู!

“งั้นนายรอแป๊ปนะ...เดี๋ยวฉันมา ไปเก็บของก่อน ยังไม่ได้เก็บของเลยอ่ะ”
            “อืมๆ โอเคได้ เธอจะให้ฉันไปด้วยหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรหรอก! นี่มันโรงเรียนนะ...ฉันไม่หลงหรอกน่า”

“ก็คนมันเป็นห่วงนี่นา >_<

“นายจะมาใกล้ฉันมากทำไมเนี่ย ดูสิ! คนอื่นมองมาหมดแล้ว =///=

“ฮ่าๆ ก็เรื่องของพวกเขาสิ”

“ฉันไม่คุยกับนายแล้ว :P

“เฮ้ย อย่างอนน้าาา เอาเป็นว่าฉันรอเธอตรงนี้ละกัน”

“ย่ะ”

ฉันผละออกจากเบ็นก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสี่แทน ไม่ว่าฉันจะมองไปทางไหน ฉันก็เห็นแต่ สายตาของทุกคนที่จ้องมาทางฉัน ไม่รู้ว่ามันเพราะเหตุผลอะไร...เพราะมีหนุ่มฮอตอย่างเบ็นมาเป็นแฟนฉัน หรือว่าเพราะใครไปสร้างเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับฉันอีก

ในที่สุดฉันก็เดินมาถึงล็อกเกอร์ของตัวเองจนได้ ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ที่ต้องมีคนมาจ้องมองเรา ตลอดเวลาอย่างกับว่าเราเป็นคนผิด ฉันได้แต่ปัดความคิดพวกนี้ออกจากหัว และจัดการเก็บของทุกอย่าง ลงใส่กระเป๋า ป่านนี้อีตาเบ็นคงรอฉันเก้อแล้วล่ะ ก็ฉันน่ะ...เก็บของนานไม่แพ้ใครเลยนะสิ =_=

ไม่รักจำได้ แต่ให้ลืมเธอฉันทำไม่ไหว ยังคงคิดถึงทุกลมหายใจ

เสียงริงโทนฉันดังขึ้น ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดรับสาย เอ่อ..แต่ฉันลืมมองว่า ใครโทรมา สับเพร่าจริงๆ นะเราเนี่ย

“ฮัลโหล”

(บลู...นี่ฉันนะ เบ็น คือว่าฉันดันมีธุระด่วนน่ะ คือแม่ของฉันดันให้ไปทำภารกิจอะไรบางอย่างที่ บริษัท ขอโทษจริงๆ นะ TT^TT วันนี้เธอกลับเองได้หรือเปล่าน่ะ)

“เฮ้...ไม่เป็นไรเลยจริงๆ นายอย่าคิดมาก ฉันกลับเองได้สบายอยู่แล้ว”

(ฉันขอโทษจริงๆ นะ Y^Y)

ฉันพอเดาออกเลยว่าตอนนี้หมอนั่นจะทำหน้ายังไงอยู่ ทำไมต้องมาเป็นห่วงฉันขนาดนี้ด้วยนะ ตอนนี้ฉันเริ่มจะเชื่อจริงๆ แล้วล่ะว่าเบ็นน่ะรักฉันจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำหรือว่าประชดใครเหมือนใครบางคน และเขาก็ดูจริงจังกับฉันมาก มากเกินไปด้วยซ้ำ

“ถ้านายไม่เลิกขอโทษ ฉันจะโกรธนายแล้วนะ :P

(เฮ้ย อย่านะ! โอเคๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะโทรไปหาเธอใหม่ช่วงค่ำๆ นะ รอรับโทรศัพท์ฉัน ด้วยล่ะ บายๆ เบบี้บลู >_<)

“บะ...บ้า =///=

เขากดสายทิ้งจนฉันไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินคำสุดท้ายได้หรือเปล่า ทุกคนอาจจะงงใช่มั๊ยว่าทำไม ฉันจะต้องมาเขินอายกับแค่คำว่าเบบี้บลู ก็เบบี้น่ะภาษาอังกฤษมันแปลได้อีกอย่างว่าที่รักไงล่ะ Baby Babe อะไรแบบนี้อ่ะ แล้วพอมารวมกันกับชื่อฉัน มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังจะเรียกฉันว่าที่รักของเขา ยังไงอย่างงั้น =///= มาพูดตรงๆ แบบนี้บลูคนนี้ก็อายเหมือนกันนะ!

“จะอายอะไรกันนักกันหนา”

นี่มันเสียงคุ้นๆ แล้ววิธีพูดจาก็ดูประชดประชันยังไงไม่รู้ เหมือนกับว่าเขาคนนั้นคือ...

จริงๆ ด้วยฉันเดาไม่ผิดเลย หมอนั่นคือแบล็คยังไงล่ะ นี่ฉันอุตส่าห์ไม่ต้องเจอเขามาตั้งหลาย วันแล้วนะ ทำไมต้องเอาหน้ามาให้เจออีกก็ไม่รู้ คนยิ่งรู้สึกแย่ๆ อยู่ ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง เพียงแต่มัน เหมือนกับความรู้สึกกลืนไม่เข้า คลายไม่ออกอะไรแบบนั้น ก็ฉันมีคนมามอบความรักให้แล้ว แต่ฉันกลับ รับไม่อย่างเต็มหัวใจไม่ได้ ในขณะที่ใครอีกคนที่เขามีใครอยู่ในหัวใจแล้ว...ฉันกลับตัดใจไม่ได้สักที การที่จะลืมใครสักคนน่ะ...มันใช้เวลานานมากหรือเปล่านะ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะทำได้สักที

ฉันไม่สนใจคำพูดหมอนั่น จึงเดินเมินหมอนั่นไปเพื่อที่จะเดินไปที่บันไดแทน แต่กลับถูกมือหนาๆ มารั้งไว้ก่อน ฉันชะงักฝีเท้าพร้อมกับมองไปที่แบล็คแล้วก็มองมาที่มือของตัวเองเช่นเดิม เพื่อเป็นการ บอกให้เขารู้ว่าเขาควรปล่อยมือฉันได้แล้ว แต่แบล็คกลับไม่เข้าใจในความหมายที่ฉันต้องการจะสื่อ หรือว่าหมอนั่นเข้าใจ แต่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจกันแน่นะ!? วันนี้จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย

“ปล่อย”

“ไม่ปล่อย”

“นายจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย ฉันต้องรีบ”

“รีบไปหาใครเหรอ ไปหาหมอนั่นงั้นเหรอ เฮอะ”

ทำไมต้องมาทำเสียงฮัดอัดแบบนี้ด้วย แฟนก็ไม่ใช่ อะไรก็ไม่ใช่ และตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย จะมายุ่งกับผู้หญิงคนอื่นทำไม จะมาให้ความหวังเขาทำไม!?

“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน”

“แต่ฉันได้ยินมาว่าเธอจะกลับบ้านนี่ แล้วเธอจะกลับได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่มีรถน่ะ แล้วนายนั่น ก็ไม่ได้มารับเธอด้วยนี่ มา! เดี๋ยวฉันไปส่ง”

แบล็คพูดพร้อมกับยื่นมือมาหาฉัน หวังจะถือกระเป๋าให้ แต่ฉันกลับเหวี่ยงตัวหลบทำให้มือของ ไม่สามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการได้ สิ่งที่หมอนั่นคว้าได้ก็คงเป็นแค่อากาศน่ะแหละ

“ฉันกลับเองได้”

“ฉันไปส่ง”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกลับเองได้”

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันจะไปส่ง”

“นายมีคนที่ต้องไปส่งแล้ว นายไม่จำเป็นต้องมาส่งฉัน นายควรจะไปส่งคนที่นายควรจะส่ง มากกว่า”

“เธอหมายถึงใครน่ะ”

“...”

“มิซุน่ะเหรอ ฉันจะไปส่งยัยนั่นได้ยังไง ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

“ก็ยัยนั่นเป็นแฟนนายนี่...หา! นายพูดว่าไงนะ”

พูดแบบนี้ก็เหมือนกับว่าฉันเป็นอะไรกับเขาอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่ฉันกับเขาก็ไม่ได้เป็นอะไร กันเลย ระหว่างเรามันคืออะไรฉันเองก็ยังไม่รู้เลย เพื่อน คนรู้จัก หรือว่าคนแปลกหน้ากันแน่

“ฉันกับนายก็ไม่ได้เป็นอะไรกันเหมือนกัน”

“แต่ฉันอยากไปส่งเธอ”

“...”

“ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...ได้มั๊ย?”

ไม่รู้ว่าทำไม...ประโยคล่าสุดที่เขาเพิ่งพูดมามันถึงได้ดูเศร้าขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าที่เขาต้องการไป ส่งฉันมันเป็นเพราะเขาต้องการจะทำแบบนั้นจริงๆ หรือว่าเขาจะทำอะไรกันแน่ ถึงแม้รู้ว่าการตัดสินใจ แบบนี้มันอาจจะทำให้ฉันเจ็บกว่าเดิม แต่ฉันกลับเลือกมัน...ฉันกลับเลือกที่จะทำตามใจเขา โดยไม่นึกถึง ความเจ็บปวดที่ตัวเองจะได้รับเลยสักนิด

“ก็ได้...”

ฉันพูดก่อนจะเดินที่รถของแบล็ค เฮ้อ...เซ็งตัวเองจริงๆ ทำไมฉันถึงได้เป็นคนที่ใจอ่อนขนาดนี้นะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าหมอนี่ไม่เคยจริงใจกับฉันอยู่แล้ว ยังจะไปตามใจเขาอยู่ได้

แต่ในเมื่อฉันตัดสินใจจะทำตามใจหมอนั่นแล้ว ฉันก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะ ฉันเดินลงบันได แล้วแบล็คก็เดินตามหลังฉันมา เขาเอื้อมมือมาหยิบกระเป๋าจากแขนของฉันแล้วเอาไปถือให้แทน แต่ฉันก็ยื้อไว้ มันดูไม่เหมาะสมยังไงก็ไม่รู้ ก็ฉันเป็นแฟนเบ็นนี่ จะให้ผู้ชายคนอื่นมาถือของให้ได้ยังไง แล้วแบล็คก็เป็นแฟนของมิซุด้วย เอ๊ย แต่เดี๋ยวนะ!? เมื่อกี้หมอนั่นบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นเหรอ มันจะ เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อวันนั้นพวกเขาเพิ่งจะ...เอ่อ แต่อย่าให้ฉันพูดเลยดีกว่า ฉันไม่อยากจะรู้สึกแย่ๆ ในวันที่ดีๆ แบบนี้หรอกนะ

ระหว่างทางที่ฉันเดินจากชั้นบนมาจนถึงรถของแบล็คที่จอดอยู่ชั้นล่าง ฉันก็ต้องเจอะเจอกับ สายตาของทุกคนที่มองมาด้วยความไม่พอใจอีกแล้ว ทีแรกก็เพราะเบ็น ตอนนี้ก็มาเพราะอีตานี่อีกแล้ว ฉันทำอะไรก็คงผิดในสายตาคนอื่นใช่มั๊ย?

“นายรู้ที่อยู่บ้านฉันหรือเปล่า?”

ฉันถามขึ้นตอนที่ฉันขึ้นไปนั่งบนรถของแบล็ค หมอนั่นออกรถก่อนจะหันมาตอบคำถามของฉัน ที่ทำเอาฉันงงไปเลยทีเดียว -_-

“ฉันอยากไปที่อื่นก่อน เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันค่อยไปส่งเธอละกันนะ”

“งั้นนายส่งฉันลงเลยก็ได้ แล้วนายก็ไปทำธุระของนาย”

“...”

“นี่...ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ?”

“เราต้องมาคุยธุระกันด้วยไง ฉันถึงได้เรียกเธอมาด้วย”

อ้าว! แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก และนายจะมาทำให้ฉันคิดมากทำไมกัน สุดท้ายเรื่องที่นาย อยากจะคุยกับฉันก็คงมีแต่เรื่องงานสินะ เรานี่ก็บ้าจริงๆ เลยบลู...คิดไปได้ว่าเขาจะอยากอยู่กับเรา เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักทีเหอะ

“นี่สินะ...สิ่งที่นายต้องการ อืม...ดี งั้นจะคุยที่ไหนล่ะ จะได้รีบๆ คุย จะได้เสร็จเร็วๆ นายจะได้พา ฉันกลับบ้านสักที”

“อยู่กับฉันมันอึดอัดขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใช่” ฉันอึดอัดมากกกกกก มากที่สุดในโลกเลยจริงๆ ที่ต้องมาอยู่กับคนที่อันตรายต่อหัวใจแบบนี้ แล้วทุกครั้งที่ฉันอยู่ต่อหน้าหมอนี่ ฉันก็ต้องเก็บความรู้สึกของตัวเอง ฉันต้องแสดงออกไปว่าฉันไม่ได้รู้สึก อะไรกับเขาอีกแล้ว ซึ่งมันทำได้ยากมาก ยิ่งเขามาเข้าใหล้ฉันแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะตัดใจได้สักทีล่ะ มันก็จริงอยู่ที่เขาทำไม่ดีกับฉันตั้งมากมาย แล้วฉันก็สัญญากับตัวเองว่าจะเกลียดเขา แต่ฉันกลับทำไม่ได้ สักที ทำไมฉันมันถึงได้เจ็บแล้วไม่จำอย่างนี้นะ

“ฉันต่างจากไอ้บ้านั่นตรงไหน”

“ไอ้บ้าไหน?”

“แฟนเธอยังไงล่ะ”

“นายหมายความว่าไง แล้วนายต้องการอะไรกันแน่? ไหนบอกจะมาคุยเรื่องงานไงล่ะ นี่มันไม่ใช่ เรื่องงานแล้วนะ”

“ทำไมเธอถึงได้ไปชอบหมอนั่นได้”

“แล้วทำไมฉันถึงชอบเบ็นไม่ได้”

ใช่! ทำไมฉันถึงยังชอบเบ็นไม่ได้ แล้วทำไมฉันยังคงชอบนายอยู่นะแบล็ค ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง เหมือนกัน

“ก็เธอเคยชอบ.... ช่างมันเถอะ”

แบล็คเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขากลับเลือกที่จะเงียนแทน เหมือนกับว่าประโยคที่เขา พูดมาจะทำให้อะไรๆ เปลี่ยนไปยังไงอย่างงั้น หมอนั่นเหมือนกับจะพูดว่า ก็เธอเคยชอบฉัน’ เพราะคนที่ฉัน เคยชอบและเขารู้ก็คงมีแต่ตัวเขาเอง แต่ที่แบล็คเลือกที่จะไม่พูดมันออกมาก็ดีแล้วล่ะ มันคงจะน่าอึดอัด มากที่ต้องมาพูดเรื่องความรู้สึกตัวเองแบบนี้

“ถึงแม้ฉันจะเคยชอบใครมาก่อน มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าฉันจะชอบใครไม่ได้อีกนี่”

“เราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยเฮอะ”

แบล็คพูดขึ้นก่อนที่พวกเราสองคนจะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง วันนี้ฉันค่อนข้างเหนื่อยมาก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ เพราะงานหนัก เพราะมีเรื่องให้คิดเยอะแยะมากมาย หรือว่าเพราะฉันนอนไม่ เต็มที่เท่าไหร่ ทำให้ฉันเผลองีบหลับ พอตื่นขึ้นมาฉันก็ได้รับรู้ว่าตอนนี้ที่ที่พวกเราอยู่ไม่ใช่กรุงเทพอีกต่อไป แต่มันคือทะเล =_= ทะเลอีกแล้วเหรอเนี่ย ทำไมคนพวกนี้พาฉันไปไหนไม่บอกกล่าวอะไรก่อนเลยล่ะ

“นี่ๆ นี่มันที่ไหนกันเนี่ย”

“ทะเล”

“เอ่อ...ฉันรู้ว่ามันคือทะเล แต่มันคือทะเลของที่ไหนกัน?”

“บางแสน”

“หา!? แล้วเรามาทำอะไรที่นี่”

“ไม่รู้สิ ฉันแค่อยากมาก็แค่นั้น”

ทำไมถึงตอบได้กวนประสาทขนาดนี้!!! แบล็คไม่สนใจฉันแล้วก็ขับรถไปเรื่อยๆ แล้วก็มาจอดอยู่ ตรงริมหาด ที่นี่คนไม่ค่อยเยอะนะ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก คือฉันไม่ชอบคนเยอะน่ะ ว่าแต่ฉันจะมาชื่นชม สถานที่ทำไม ฉันยังไม่รู้เหตุผลของการมาที่นี่เลยนะ -_-

“ไปเดินเล่นกันเถอะ”

“แต่...”

“ไหนๆ ก็มาถึงแล้วนี่ ไปเดินเล่นกันเฮอะ”

“เฮ้อ...โอเค”

“ดีมาก”

ฉันมีทางเลือกด้วยหรือไงกัน ถ้าฉันไม่ไปเดินเล่นกับเขา ฉันก็คงต้องนั่งเฉารอหมอนั่นเดินเล่นเสร็จ อยู่บนรถน่ะสิ เพราะฉันเองก็กลับกรุงเทพเองไม่ได้เพราะฉันไม่มีรถอ่ะ นี่โชคดีนะที่วันนี้เป็นวันศุกร์ พรุ่งนี้ ก็เลยไม่มีเรียน ถ้ามีเรียนนี่มีหวังฉันไม่ยอมมาเป็นเพื่อนหมอนั่นแบบนี้แน่

พวกเราลงจากรถและมาเดินเล่นตรงหาดทราย หาดที่นี่สวยมาก น้ำทะเลก็สีสดใส ไม่สกปรก เท่าไหร่ เห็นแล้วน่าเล่นจัง แต่เสียดายที่ฉันไม่มีชุดน่ะสิ ก็ตอนนี้ฉันยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลยอ่ะ

“อยากเล่นน้ำหรือไง”

“ใครบอก”

“สีหน้าเธอมันฟ้อง”

นี่ฉันออกอาการขนาดนั้นเลยเหรอ =o= รับตัวเองไม่ได้ T^T ก็ฉันอยากเล่นจริงๆ นี่นา แต่ถ้าจะให้ ยอมรับไปตรงๆ มันก็เสียฟอร์มน่ะสิ

“ฉันเปล่านะ” ยังคงปากแข็ง

“ไปเล่นกันเหอะ”

แบล็คว่าก่อนจะเอื้อมมือมาจับข้อมือฉันแล้วทำท่าว่าจะวิ่งลงไปทะเลด้วยกัน เฮ้ย! ฉันยังไม่ได้ ถอดรองเท้าเลยนะ แล้วนี่ฉันก็ไม่มีชุดเปลี่ยนด้วย ฉันจะไปเล่นได้ยังไงกัน

“เดี๋ยวฉันไม่มีชุดเปลี่ยนนะ แล้วนี่มันก็เสื้อสีขาวด้วย”

“เดี๋ยวเล่นเสร็จพวกเราก็ค่อยไปหาซื้อแถวนี้ก็ได้น่า”

“จะอยากเล่นอะไรขนาดนั้น”

“นี่ฉันกำลังตามใจเธออยู่นะ เร็วเข้า! ถอดรองเท้าเร็ว จะได้ไปเล่นน้ำกันสักที”

“โอเคๆ บ่นอยู่ได้ -_-

สุดท้ายฉันก็ใจอ่อนอีกแล้วสินะ ไม่ใช่ใจอ่อนให้กับหมอนั่นหรอกนะ ใจอ่อนให้กับความเรียกร้อง ของตัวฉันเองน่ะสิ ก็ส่วนลึกๆ ของฉันมันบอกว่าอยากเล่นน้ำ แต่ฉันก็แค่ทำฟอร์มไปอย่างนั้นแหละ :P

หลังจากฉันถอดรองเท้าเสร็จแล้ววางไว้ตรงหาด ซึ่งไกลจากทะเลพอสมควร (เดี๋ยวน้ำทะเลมันซัด รองเท้าฉันลงทะเลไปนี่เรื่องใหญ่เลย -_-) แบล็คก็จับมือฉันและวิ่งลงไปทะเลด้วยกันโดยที่ฉันไม่ได้ตั้งตัว ตัวฉันเกือบปลิวแหน่ะ แล้วอยู่ดีๆ อีตาแบล็คก็แกล้งฉันโดยการใช้มือผลักน้ำมาทางฉัน ทำให้ตอนนี้ตัว ของฉันเปียกแบบสมบูรณ์แบบซะแล้ว

“เล่นแบบนี้ใช่มั๊ย?” ฉันพูดพร้อมกับเอาคืนเขาโดยการควักน้ำแล้วผลักไปทางแบล็คบ้าง

            “ฮ่าๆ เธอเหมือนลูกหมาตกน้ำเลยอ่ะ”

            “ไอ้! ว่าฉันเป็นลูกหมาได้ไง =_=”

            “ฮ่าๆๆ”

            “บ้าหรือเปล่า ขำอยู่ได้”

            “นี่เธอยอมพูดกับฉันปกติแล้วเหรอ ^^

            “ฉัน...” ลืมตัวเว้ย! ทำยังไงดี...คือมันไม่ทันแล้วใช่มั๊ย ก็ใครมันจะไปทำตัวเซ็งได้ตลอดเวลาล่ะ ฉันก็ต้องมีเวลาที่อยากชิลบ้างอะไรบ้าง

            “จะให้ฉันเงียบก็ได้นะ”

            “ล้อเล่นน่าๆ เธอดูสดใสแบบนี้ค่อยเหมาะกับเธอหน่อย หน้าเศร้าๆ ไม่ค่อยเหมาะกับเธอเลยนะ”

            “...”

            “ขอบใจนะ...ที่มาอยู่เป็นเพื่อนฉัน ถึงแม้เธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม”

            “...”

            “ฉันมีความสุขนะ...ที่ได้มาเล่นทะเลแบบนี้ คือฉันไม่ได้มาที่นี่นานมากแล้ว ไม่ได้มาปลดปล่อย หรือมาทำอะไรแบบนี้มานานแล้ว วันนี้ฉันมีความสุขจัง”

            แบล็คพูดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้หันมามองหน้าฉัน แต่กลับมองไปที่ท้องฟ้าอันกว้างไกลนั่น

            “ฉันอยากจะเก็บความทรงจำดีๆ ทุกอย่างไว้ ก่อนที่มันจะหายไปนะ ^^

            “อืม”

            ตอนที่แบล็คพูดประโยคนั้น เขาหันมามองหน้าฉันด้วย แววตาของหมอนั่นดูหม่นไปนิดหน่อย แต่เขาก็ปรับให้มันกลับมาปกติในเวลาไม่นาน ทำไมนายพูดอย่างกับว่าสักวัน มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง? ฉันไม่รู้ว่าอนาคตเป็นยังไง...และฉันก็ไม่สามารถเดามันได้เช่นกัน

ส่วนตัวฉันเองก็อยากเก็บความทรงจำที่ดีๆ กับนายไว้เหมือนกัน เพราะฉันรู้ดีว่ามันคงไม่ได้เกิดขึ้น บ่อยๆ และมันก็คงไม่เกิดขึ้นกับฉันบ่อยๆ เช่นกัน เพราะคนที่นายรักมันไม่มีวันเป็นฉันอยู่แล้ว แต่อย่างน้อย การที่เราได้ทำให้คนที่เรารักมีความสุข เราก็ควรจะมีความสุขไปกับเขาใช่มั๊ย ถึงแม้การที่เขาพาฉันมาด้วย เป็นเพราะเขาต้องการที่ระบาย...มันก็ไม่เป็นไรหรอก

บางที...นี่อาจจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะมีความทรงจำที่ดีๆ ต่อกันก็ได้ อย่างน้อย...เราจะได้มีอะไรไว้ให้นึกถึงกันบ้าง ในวันที่ฉันและเขาจะต้องจากกันไปจริงๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น