Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 17 : Chapter 16 ~ Have I ever be someone you care?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 56

Chapter 16

Have I ever be someone you care?

 

            ฉันเลิกบ่นกับความรักอันไม่สมหวังของตนเองพร้อมกับเดินไปข้างหน้าโรงเรียนพร้อมกับบีบี เหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้นก็เพราะพวกเพื่อนๆ นัดไปกินเลี้ยงน่ะสิ ฉันน่ะ...เข้าสังคมไม่ค่อยเก่งหรอก ฉันจึงมักจะปฏิเสธตลอดเวลาคนนู้นคนนี้มาชวนไปเที่ยว ก็ฉันเป็นพวกเข้ากับคนอื่นยากนี่นา จะให้ทำยัง ไงเล่า TT^TT แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ครั้งนี้ฉันถึงตัดสินใจไปกินข้าวกับพวกเพื่อนๆ สงสัยคนเซ็งๆ ก็ต้องมีอะไรมา ทำให้ใจรู้สึกดีขึ้นล่ะมั้ง

            พอไปถึงหน้าโรงเรียนเท่านั้น ฉันก็เจอกับเบ็น แล้วก็เบสต์ที่เหมือนยืนรอใครสักคนอยู่ และฉันก็ไม่ ต้องรอเดาคำตอบนาน ทั้งสองคนก็ตอบมาพร้อมๆ กัน -_-

            “ไปรถฉันก็ได้นะ!

            “เอ่อ... ทำไมสองคนนั้นต้องพูดพร้อมกับด้วยนะ” บีบีกระซิบกับฉัน

            ฉันหันไปมองหน้ายัยบีบีอย่างติๆ ใครให้พูดซะดังขนาดนั้น พวกนั้นก็ได้ยินหมดสิ บอกตามตรงนะ ตั้งแต่ฉันรู้ว่าเบสต์ชอบฉัน (ซึ่งเพิ่งจะรู้มาไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง -..-) ฉันก็เริ่มไม่ค่อยอยากคุยกับเขา เท่าไหร่ ก็คนที่มันเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน อยู่ดีๆ จะให้มาเปลี่ยนสถานะมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สักหน่อย

            แล้วนี่ยัยบีบีก็ยังจะไปสัญญากับหมอนั่นว่าจะทำให้ฉันชอบเขาอีก เฮ้อ...ทำไมต้องทำร้ายตัวเอง แบบนั้นด้วย ในเมื่อยัยนั่นก็รู้อยู่แล้วว่าฉันไม่มีวันทำแบบนั้น เพราะเบสต์...ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปยังไง เขาก็ยังคงเป็นได้แค่เพื่อนจริงๆ นะ

            “เอ่อ... ฉันว่าพวกฉันไปเองดีกว่า” ฉันบอกพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้กับทั้งสองคน

            “จะทำให้มันลำบากทำไมล่ะ” เบ็นพูดขึ้น

            “พวกเธอมารถฉันก็ได้ จะไปรถไอ้หมอนี่ทำไมกัน”

            ฉันยังไม่ทนบอกว่าจะไปรถใครอะไรยังไงเลยนะ!?

            “เอ่อ...เอาเป็นว่าฉันไปกับเบ็นก็ได้ เดี๋ยวให้บีบีไปกับนายละกันนะ”

            “แต่ว่า...”

            “ฉันว่าแบบนี้ดีสุดแล้วล่ะ ไปกันเถอะ”

            พูดจบฉันก็ลากข้อมือของเบ็นไปจากตรงนั้น ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ารถเขาจอดอยู่ที่ไหน นี่ฉันกำลังทำอะไรของฉันกันแน่เนี่ย ฉันทำแบบนี้เพื่อให้เบสต์เลิกชอบฉันงั้นเหรอ นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับ การที่ฉันเอาเบ็นมาเป็นเครื่องมือน่ะสิ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นเลยนะ

            “เธอจะเดินไปไหนเนี่ย รู้เหรอว่ารถฉันจอดอยู่ไหน :p”

            “งั้นนายก็เดินนำสิ”

            “เธอแปลกๆ นะ….รู้มั๊ย? แต่ฉันก็ชอบนะ ^^

            =///= ไปกันเฮอะ”

            “หึๆ”

            ถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่ได้ชอบเบ็น แต่การที่มีคนหน้าตาดี (มากๆ) ผสมกับฮอต (มากๆ) มาชอบ มันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ เพราะฉันเองก็มีความรู้สึกอยู่ จะไม่ให้อายได้ยังไง =//=

            เบ็นพาฉันขึ้นมาที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ในที่จอดรถของโรงเรียน จุดนัดหมายที่พวกเราต้องไป ก็คือร้านอาหาร K & R พวกเราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะมาถึงที่ร้าน อาหารในเวลาประมาณ หกโมงเย็น ฉันบอกชื่อเพื่อนที่จองกับพนักงาน จากนั้นเขาก็พาพวกเราไปที่ห้องจัดเลี้ยง พอเข้าไปถึง ห้องนั้น...คนก็มาเยอะพอสมควรแล้วล่ะ นี่มายกทั้งเกรดเลยหรือเปล่าเนี่ย =_=

            เพื่อนในชั้นของฉันก็ยังคงทยอยมาเรื่อยๆ กว่าจะครบก็หกโมงครึ่งได้ ที่นี่เต็มไปด้วยคนในเกรดฉัน ไปหมด ก็อย่างที่ฉันเคยบอกน่ะนะ...ฉันน่ะไม่ใช่คนที่ชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าหยิ่งหรือว่าอะไรนะ เพียงแต่ฉันพูดไปเก่ง แบบไม่ได้พูดมากและเฟรนด์ลี่เหมือนคนอื่นๆ น่ะ

            “สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้พวกเราจะมากินเลี้ยงกันเท่านั้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยล้า เอามากๆ และฉันเชื่อว่าทุกคนก็คงอยากผ่อนคลายบ้าง เลยจัดงานเลี้ยงขึ้นมา >_<

            เควิน...เพื่อนในห้องที่จัดอยู่ในระดับคนพูดมากๆๆ พูดขึ้น หมอนี่น่ะชอบเป็นพิธีกร เวลาครูขอ อาสาสมัครไปเป็นพิธีกรให้ หมอนี่ก็มักจะขอเป็นอยู่เรื่อย

            “ถึงแม้ว่ามันจะกระทันหันไปหน่อย แต่ฉันก็ขอบคุณทุกคนนะ ที่มาร่วมงานกัน”

            แหม....พูดซะโอเว่อร์เลย =o=

            “วันนี้พวกเราจะมาพูดถึงทริปสุดท้ายของพวกเราทุกคนล่ะ นี่อีกไม่กี่อาทิตย์พวกเราก็ต้องจากกัน แล้วเนอะ…. พูดแล้วก็ใจหายนะ”

            ในประโยคนี้ เควินพูดด้วยเสียงออกเศร้าๆ ใครจะไม่เศร้าได้ล่ะ…ในเมื่อพวกเราอยู่กันมาตั้งนาน ถ้าจะให้จากกันโดยไม่เสียใจและใจหายนี่ก็คงยาก แล้วก็อย่างที่เควินบอก…อีกประมาณสี่สัปดาห์ พวกเราก็จะต้องสอบปลายภาคและแยกย้ายกันแล้ว TT^TT

            “ไม่เอาดีกว่า! อย่าเพิ่งมาเศร้ากันตอนนี้เลย ^^ เรามาชิลๆ รีแลกซ์กันดีกว่านะ ปลายปีนี้พวกเรา จะไปพัทยากันนะ อาจจะไปทำบุญเลี้ยงเด็กกำพร้าล่ะ จะได้ทำบุญด้วยกันไปเลย ฉันรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหว แล้ว >_< อีกอย่าง...อีกสามอาทิตย์ข้างหน้าเราก็ต้องมีงานพรอมแล้ว พวกเธอคิดว่าไง ฉันว่าเราต้องเริ่ม จัดงานแล้วดีกว่า พอมาพูดถึงเรื่องนี้ ฉันว่าให้คนที่เหมาะสมมาพูดมันดีกว่า แบล็ค บลู พวกเธอช่วยมา ชี้แจงเรื่องนี้ให้พวกเราหน่อยสิ”

            “ฮะ!?

            คิดว่าจะมาชิลแล้วแท้ๆ แล้วทำไมฉันถึงต้องมาพูดเรื่องงานพรอมอะไรนี่ด้วย -_- แล้วก็ต้องมาร่วม งานกับหมอนั่นทั้งๆ ที่เพิ่งทะเลาะกันมา

            ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่พร้อมกับเดินไปข้างหน้าเวที ห้องนี้ค่อนข้างใหญ่เนื่องจากมันมีไว้ เพื่อจัดงานเลี้ยง แต่ฉันก็ยังงงๆ อยู่ว่าทำไมพวกเราถึงจองห้องนี้ได้ด้วยเวลาอันน้อยนิด

และตอนนี้ฉันก็มา ยืนอยู่หน้าเวทีกับแบล็คแล้ว ฉันไม่มองหน้าเขาเลยสักนิด เพราะฉันไม่เคย คิดจะเป็นคนพูดอยู่แล้ว เดี๋ยวหมอนั่นก็หาวิธีพูดได้เองแหละ

“โอเค...อีกไม่นานก็จะถึงงานพรอมแล้ว ดังนั้นเราจะมีการประกวดพรอมคิงและพรอมควีนด้วย  เดี๋ยวพวกเราจะทำใบประกาศการประกวด และให้ทุกคนส่งรายชื่อได้ภายในสองอาทิตย์นี้ จากนั้นพวกเรา จะคัดเลือกอีกทีว่าใครจะได้เข้าประกวดบ้าง คนที่ประกวดสามารถเป็นใครก็ได้จากเกรดสิบถึงเกรดสิบสอง ส่วนเรื่องสถานที่ เดี๋ยวฉันกับ บลู’ จะไปหาให้ น่าจะเป็นโรงแรมแถวโรงเรียนพวกเราน่ะแหละ จะได้ไม่ ลำบากในการเดินทาง แล้วส่วนเรื่องอาหาร เดี๋ยวพอพวกฉันจัดหาโรงแรมเรียบร้อบแล้วก็จัดการติดต่อที่ โรงแรมได้เลย ใครสนใจจะเป็นอาสาสมัครหรือเปล่า”

“ฉันๆ”

“โอเค! บลูเธอช่วยจดชื่อคนที่จะช่วยงานส่วนไหนหน่อย”

แบล็คพูดโดยไม่ได้มองหน้าฉัน ฉันก็ไม่ได้อยากมองหน้าเขาสักเท่าไหร่เหมือนกันนั่นแหละ

แล้วแบล็คก็สรุปข้อมูลคร่าวๆ สำหรับวันงานพรอม แล้วก็เรื่องทริปปลายปีด้วย ทั้งหมดก็ประมาณ ว่าเราจะจัดทริปไปเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นแหละ หลังจากที่สอบปลายภาคเสร็จ เราก็จะไปกันเลย

            เมื่อแบล็คพูดจบ (ฉันแทบไม่ได้พูดอะไรเลยนอกจากจดโน๊ตให้เขาน่ะนะ) พวกเราก็เดินลงจากเวที แล้วเควินก็เดินขึ้นมาเวทีอีกรอบ ฉันว่าหมอนี่ต้องมีแผลนอะไรอีกแล้วแน่นอน และความคาดการของฉันก็ ไม่ผิดเลยสักนิด =_=

            “ไหนๆ ก็คุยเรื่องเครียดๆ กันจบแล้ว ฉันว่าพวกเรามาเล่นเกมกันดีกว่า Truth or Dare? โอเคมั๊ย”

            “เอ่อ….ฉัน”

            “โอเค!!!

            ฉันยังไม่ทันพูดประโยคของฉันเสร็ต เสียงของเพื่อนๆ คนอื่นก็ดันตะโกนยอมรับข้อตกลงของ เควินซะก่อน TT^TT ฉันเกลียดเกมนี้อ่ะ!!! เล่นทีไรฉันโดนทำอะไรแผลงๆ ทุกที ถ้าไม่ทำตามที่พวกนั้น บอกก็ต้องยอมบอกความจริงหรือเรียกอีกอย่างก็คือความลับที่ตัวเองมีอยู่ให้คนอื่นรู้ แงๆ ไม่มีช๊อยส์ดีดี แล้วหรือไงฮะ!

            “เนื่องจากว่าพวกเรามีคนเยอะมากๆๆ เอาเป็นว่าอยากให้ใครเล่นก็เสนอชื่อมาเลย ฉันว่าแบบ นี้น่าจะง่ายกว่านะ”

            “ฉันขอสละสิทธิ์ได้มั๊ย”

            ฉันพูดขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองมาเหมือนจะตำหนิฉัน อ้าว!!! ก็ฉันไม่อยากเล่นนี่นา อะไรกัน...ไม่อยากเล่นยังต้องบังคับให้เล่นอีก

            “ไม่ได้หรอก ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ จริงมั๊ย?”

            “จริง!!!

            และแล้วทุกคนก็ตอกย้ำฉันด้วยการประสานเสียงอีกครั้ง เล่นก็ได้!!!

            “อยากให้ใครเล่นก่อนดีฮะ เสนอชื่อมาเลย >.<” ตื่นเต้นจังนะ อีตาเควินเนี่ย

            “แบล็ค”

            “มิซุ”

            “แบล็ค”

            “เบ็น”

            “แบล็ค”

            “แบล็ค!!!!!

            “มีแต่คนอยากให้แกเล่นนะแบล็ค งั้นขอเชิญแบล็คขึ้นมาหน่อย”

            “อะไรวะ”

            หมอนั่นบ่นออกมาแต่ก็ยังคงเดินไปหน้าเวที มีความรับผิดชอบจริงๆ เนอะ ถ้าเป็นฉัน....ฉันคงยื้อ เวลาไปเรื่อยๆ ก็ฉันไม่กล้านี่ ไม่รู้ว่าจะโดนท้าอะไรบ้าง

            Truth or Dare ครับ?” เควินถามขึ้นเหมือนกับว่าตัวเองเป็นพิธีกร

            Dare

            “ใครอยากให้แบล็คทำอะไรบ้าง.... หืม!?

            “บอกรักผู้หญิงคนนึง >_<

            “จูบผู้หญิงคนนึง กรี๊ดๆๆๆ”

            “ขอผู้หญิงคนนึงเป็นแฟน :D

            ทุกคนต่างหาอะไรให้หมอนี่ทำเยอะแยะไปหมด แต่ถ้าเขาทำมันจริงๆ ฉันก็คงไม่รู้จะทำหน้ายังไง ทั้งบอกรัก จูบ หรือแม้กระทั่งขอเป็นแฟน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับความรู้สึกฉันไปหมด ทำไมมันต้องเป็น แบบนี้ด้วยนะ

            “เป็นจากผู้หญิงคนนึงเป็นมิซุได้มั๊ย”

            ยัยเนเน่พูดขึ้น ในขณะที่ฉันมองไปทางยัยนั่นพูด ยัยนั่นก็มองมาทางฉันด้วยสายตาเยาะเย้ย เช่นกัน ก่อนจะพูดต่ออีกประโยคนึง

            “นายกล้าพอหรือเปล่าแบล็ค...ที่จะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่พวกฉันขอ”

            “ทำไมคนอย่างฉันจะไม่กล้าล่ะ”

            แบล็คพูดพร้อมกับยิ้มมีเลศนัยให้กับเนเน่ ก่อนที่หมอนั่นจะเดินไปยืนตรงหน้ามิซุ ฉันรู้ว่าคนอย่าง แบล็คน่ะทำมันจริงๆ แน่ เขาไม่กลัวอะไรหรอก

            “ไหนๆ ที่นี่ก็คนเยอะแยะ ฉันยอมทำแค่สองอย่างละกัน”

            “ได้ๆ แค่นายทำตามก็พอแล้ว ^^

            “โหยๆ นี่แบล็ค แกยอมทำสองอย่างเลยเหรอ”

            “มันก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายนี่ มันก็แค่เกมไม่ใช่เหรอ ;)

            ตอนนี้ฉันได้แต่ทำอะไรไม่ถูก...ฉันไม่รู้ว่าสองสิ่งที่เขากำลังจะทำมันคืออะไร แต่ไม่ว่ามันคืออะไร ฉันก็เจ็บทั้งนั้นแหละ ฉันได้แต่ข่มตาตัวเองไม่ให้มองไปตรงภาพข้างหน้า แต่มันกลับทำได้ยากเหลือเกิน

            “มิซุ....”

            “เฮ้... นี่นายเอาจริงเหรอแบล็ค O_O

            “เอาจริงดิ”

            “เอ่อ...งั้นก็ได้”

            “ฉัน...รักเธอนะ เธอเป็นแฟนกับฉันได้หรือเปล่า?”

            สายตาที่เขามองไปทางมิซุมันเต็มไปด้วยความจริงจังเหมือนกับว่าเขากำลังหวังกับคำตอบนั้น ซึ่งฉันก็รู้ดีอยู่แล้วว่าทุกอย่างที่เขาทำ มันไม่ใช่เพราะเขาโดนคนอื่นกดดันให้ทำ หรือเพราะว่ามันเป็นเกม แต่ฉันรู้ว่าเขาทำมันเพราะเขาอยากทำจริงๆ น่ะสิ

            ฉันได้แต่มองไปที่คนสองคนบอกรักกันด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก มันเหมือนกับโดนอะไรแทงยังไง ไม่รู้ ทำไมฉันถึงได้เจ็บขนาดนี้นะ.... ฉันคงต้องออกไปที่อื่นซะแล้ว ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา

            “เหมาะสมกันจังเลยเนอะ”

            “สองคนนี้เล่นกันน่ารักจังเลยอ่ะ >_<

            “ถ้าได้เป็นแฟนกันจริงๆ นี่คงเป็นคู่ที่น่ารักที่สุดเลย >////<

            ฉันละสายตาไปจากภาพสองคนนั้น แต่ฉันดันหันไปเจอสายตาของยัยเนเน่ซะได้ ยัยนั่นมองมาที่ ฉันด้วยสายตาแปลกๆ อย่างกับว่าจะมาทำร้ายฉันยังไงอย่างงั้น ฉันไม่สามารถเดาได้จริงๆ ว่ายัยนั่นจะทำ อะไรต่อไป แต่ยัยเนเน่ก็ไม่ต้องให้ฉันเดานาน เพราะคำพูดต่อไปคือคำเฉลยทุกอย่างแล้วล่ะ

            “แบล็ค...ถ้าฉันจะท้านายอีกอย่าง นายจะกล้าพอมั๊ย?”

            “โหย! เนเน่...วันนี้เป็นอะไรหรือเปล่า ท้าแบล็คจัง” เควินแซวขึ้น มันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ยัย เนเน่หันมามองหน้าฉัน แต่กับพูดประโยคที่มันทำให้ฉันแทบจะทำอะไรไม่ถูก

            “ไหนๆ พวกนายสองคนก็เป็นแฟนกันแล้วนี่เนอะ จูบโชว์พวกเราหน่อยสิ”

            ฉันไม่รู้ว่าฉันตาฝาดหรือว่าอะไร...เพียงแต่ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าแบล็คมองมาทางฉันวูบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไป ฉันคงตาฝาดและฝันลมๆ แล้งๆ นั่นแหละ คนอย่างแบล็คน่ะเหรอ...จะมาสนใจว่าคน อย่างฉันจะรู้สึกยังไง ไม่มีทาง!

            “เอ่อ...เนเน่ เธอพูดอะไรน่ะ O_O” มิซุพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นๆ

            “ในเมื่อพวกนายเป็นแฟนกันแล้ว...ก็โชว์ความรักของพวกนายให้เราดูหน่อยสิ มันก็ไม่น่าจะมีอะไร เสียหายนี่”

            “หรือว่านายกลัวอะไรกันแน่ หืม?”

            ตอนนี้สายตาทุกคนต่างจ้องมองไปที่เนเน่ ด้วยความรู้สึกสงสัยว่ายัยนั่นต้องการทำอะไร แต่สำหรับฉัน...ฉันรู้แล้วล่ะว่าสิ่งที่ยัยนั่นต้องการน่ะคืออะไร ก็ต้องการให้แบล็คจูบมิซุโชว์ต่อหน้าฉันยังไง ล่ะ ฉันไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้ยัยนั่น เนเน่ถึงต้องเกลียดแค้นฉันขนาดนี้

            “...”

            “นายกลัวใครหรือไง”

            “เปล่า...ฉัน...ไม่ได้กลัว”

            แบล็คย้ำด้วยน้ำเสียงที่ยากจะอธิบาย เหมือนกับเขากำลังข่มอารมณ์ตัวเองอยู่

            “งั้นนายก็จูบมิซุสิ!

            “...”

            “กลัวใครบางคนเสียใจหรือไง” ตอนที่ยัยเนเน่พูดประโยคนี้...สายตาของยัยนั่นก็มองมาที่ฉัน ก่อนที่จะยักคิ้วให้

            “ทำไมฉันจะต้องกลัว ก็แค่จูบ ทำไมฉันจะต้องกลัวใครด้วยฮะ”

            หลังจากแบล็คพูดประโยคนั้นจบ หมอนั่นก็ดึงตัวมิซุเข้ามาใกล้ พร้อมกับดึงมิซุเข้ามาจูบ!

            ตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้แต่อึ้งกับการกระทำนี้ แต่ก็คงไม่มีใครอึ้งและตกใจเท่าฉันแล้วล่ะ ฉันไม่รู้ว่า ตัวเองจะทนเห็นภาพนี้ได้อีกนานแค่ไหน แต่สิ่งที่ฉันรู้คือฉันควรจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด นี่มัน...ไม่มาก เกินไปหน่อยหรือไง

และแล้วแบล็คก็ผละออกจากมิซุ ก่อนจะหันกับไปพูดกับยัยเนเน่

“ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย แล้วอีกอย่าง...ทำไมฉันจะต้องไปแคร์ว่าใครจะรู้สึกยังไง ในเมื่อนี่คือ สิทธิ์ของฉัน หวังว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องการแล้วนะ”

“...”

“อ้อๆ อีกอย่าง มิซุ ที่เมื่อกี้ฉันขอเธอเป็นแฟนน่ะ ฉันพูดจริงนะ”

O_O

“ฮิ๊ววววววว”

“แบล็คน่ารักว่ะ”

“อิจฉาจังเลย”

ฉันละสายตาไปจากภาพข้างหน้า ก่อนจะเดินผ่านคนพวกนั้นไปเพื่อออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ฉันไม่น่าตัดสินใจมาที่นี่ตั้งแต่แรกเลยจริงๆ นี่มันวันบ้าๆ อะไรอีกเนี่ย

เมื่อออกมาจากห้อง…น้ำใสๆ ก็ไหลรินลงมาอย่างกับมันรอเวลานี้มานาน ทั้งๆ ที่บอกตัวเองว่าจะ ไม่ร้องไห้ ทำไมฉันถึงทำไมได้อีกแล้วนะ

‘ทำไมฉันจะต้องกลัว ก็แค่จูบ ทำไมฉันจะต้องกลัวใครด้วยฮะ’

‘ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย แล้วอีกอย่าง...ทำไมฉันจะต้องไปแคร์ว่าใครจะรู้สึกยังไง ในเมื่อนี่คือ สิทธิ์ของฉัน หวังว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องการแล้วนะ’

คำพูดแต่ละคำของหมอนั่นลอยมาในหัวฉันเต็มไปหมด เธอน่าจะเข้าใจอะไรได้แล้วนะยัยบลู ทำไมเจ็บแล้วไม่จำแบบนี้นะ! เขาก็บอกแล้วนี่ว่าเขาจะทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา และถ้าหมอนั่น จะจูบกับใครมันก็เรื่องของเขาเหมือนกันนี่ เขาจะมาแคร์เราทำไมกัน บ้าๆ จริงเลยยัยบลูเอ๊ย!

สุดท้ายแล้ว....ไม่ว่าฉันจะอยู่ตรงนี้หรืออยู่ตรงไหน ฉันก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับนายอยู่ดีสินะ

             

 

 

 

           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น