Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 15 : Chapter 14 ~ Lastly. Everything you do is just for her

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ก.พ. 56

Chapter 14

Lastly. Everything you do is just for her

 

            หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้ ฉันก็ลงมานั่งอยู่ข้างๆ สนามด้านล่างแทน ส่วนคนที่อยู่ตรงนี้เป็น เพื่อนฉันก็คือเบ็น ตอนนี้ที่สนามก็มีแต่ทีมสองทีมที่กำลังแข่งกันอยู่ ส่วนสีขาวก็ยังคงอยู่ที่ยิมชั้นสี่กันอยู่

            มันอาจจะดูเป็นการไร้ความรับผิดชอบ ที่ฉันลงมาแบบนี้โดยไม่บอกคนอื่น แต่ฉันก็คงไม่มีหน้า ไปอยู่ข้างบนนั้นหรอก ใครต่อใครก็คงมองว่าฉันเป็นคนร้ายกาจไปแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งคนคนนั้น แต่ฉันจะไปหวังอะไรกับเขาล่ะ คนอย่างฉันมีค่าแค่ไหนในสายตาเขากัน

            “ฉันเชื่อนะ...ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจผลักมิซุ”

“ความจริงแล้วนายไม่ต้องพูดให้ฉันรู้สึกดีก็ได้นะ ถ้านายไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ฉันก็แค่รู้สึกแย่ เท่านั้น ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

ฉันพูดพร้อมกับฝืนยิ้มให้เบ็น ทั้งๆ ที่เขาก็เพิ่งรู้จักตัวตนฉันไม่นาน แต่ทำไมเขาถึงได้เชื่อใจ และไว้ใจฉันขนาดนี้นะ นายทำให้ฉันรู้สึกแย่ การที่มีคนมารักเรา แต่เราไม่สามารถรักเขาตอบได้ เป็นอะไรที่ยากจะอธิบายจริงๆ ถ้าการเปลี่ยนใจให้ไปรักคนอื่นได้นี่มันง่าย ฉันคงทำไปนานแล้ว

“ฉันพูดเพราะฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ต่างหาก”

อืม...ฉันก็หวังว่านายจะพูดแบบนั้นจริงๆ บางทีการมีใครสักคนมาอยู่เคียงข้างมันก็ดีกว่า ทำอะไร คิดอะไรคนเดียวนี่เนอะ

หลังจากนั้นไม่นานอ็อดก็ดังบอกเวลากินข้าว ทุกๆ คนต่างรีบไปที่แคนทีน บางคนก็ไปซื้อข้าว ตามซุ้ม เนื่องจากวันนี้เป็นวันกีฬาสีและถือว่าเป็นวันสำคัญวันนึง โรงเรียนจึงจ้างซุ้มจากข้างนอกมาขาย อาหาร ฉันว่าควรส่วนมากคงเลือกจะไปกินตามซุ้มมากกว่า กินแต่อาหารของโรงเรียนมีหวังเบื่อตาย

เมื่อกินข้าวเสร็จทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่สนามใหญ่ เพราะว่าตอนนี้เป็นเวลาของกิจกรรมช่วง บ่ายแล้ว ในช่วงบ่ายเราจะแข่งขันกันแบบแข่งเป็นกลุ่ม คล้ายๆ กับวิ่งผลัด เพียงแต่ว่ามันยากกว่านั้น ก็แค่นั้นเอง ตอนนี้ทุกคนก็ได้นั่งตามสีของตัวเองแล้ว พอมองไกลๆ นี่ดูเหมือนสายรุ้งเลยนะเนี่ย

“โอเค นักเรียนทุกคน ตอนนี้ก็ถึงกีฬาช่วงบ่ายแล้วนะ กีฬาที่เราจะแข่งก็คือรีเรย์หรือเรียก อีกอย่างว่าการวิ่งผลัด แต่ว่าวิ่งผลัดมันคงง่ายไปสำหรับไฮสกูลของเรา ดังนั้นทางครูจึงได้จัดเกมส์ขึ้นมาทั้ง หมดสี่อย่าง เรามาเริ่มที่เกมแรกกันเลยดีกว่า ครูขอตัวแทนทีมละสิบคน ผู้หญิงห้าคน ผู้ชายห้าคน”

ตอนนี้แต่ละทีมก็กำลังคัดเลือกตัวแทนที่จะไปแข่งเกมสุดโหดครั้งนี้ ขอให้ฉันไม่ต้องไปเหอะ ฉันว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวกับน้ำแน่นอน ก็ดูนั่นสิมีถังน้ำใหญ่ๆ ตั้งหลายอัน T^T ฉันไม่อยากเปียกเลย แล้วนี่ฉันใส่เสื้อสีขาวด้วย แงๆ

“บลู เธอลงไปแข่งด้วยละกัน”

“ฮะ...คะ หนูเหรอคะ”

“ใช่สิจ๊ะ”

“อ้อค่ะ โอเค่ค่ะ”

ทำไมเวลาที่เราไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้น มันก็มักจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อยนะ L

ฉันเดินลงจากที่นั่ง แล้วเดินเข้าไปยืนรวมกับเพื่อนๆ ที่สนาม แบล็คก็ลงแข่งเกมนี้เหมือนกันเหรอ เนี่ย -_- เฮ้ออออ ไม่อยากเจออะไรก็ต้องเจอมันจริงๆ สินะ แล้วถ้าให้เล่นเกมอะไรที่ต้องร่วมมือกันฉันคงแย่

“เอาล่ะ ตอนนี้เราก็ได้ตัวแทนสิบคนจากทุกทีมแล้วนะ ตอนนี้ก็มาฟังกติกากัน เกมนี้จะเป็น การรีเรย์ เราจะให้ผู้หญิงอยู่ฝั่งหนึ่ง ผู้ชายอยู่อีกฝั่ง แล้วก็ต้องวิ่งผลัด ทีมไหนที่วิ่งเสร็จก่อนถือเป็นทีมชนะ แต่ว่าในการวิ่งนี่ต้องถือไม้เทนนิสพร้อมลูกเทนนิสด้วยนะ ถ้าใครทำลูกเทนนิสหล่น ก็กลับไปวิ่งใหม่”

ตอนนี้พวกผู้หญิงกับผู้ชายต่างก็ไปยืนคนละฝั่งแล้ว เพื่อนผู้ชายคนนึงเป็นคนเริ่มเกม เมื่อสัญญาน เป่านกหวีดของครูดังขึ้น เพื่อนคนนั้นก็เริ่มวิ่งไปในทันที ผ่านไปสามคนได้ ตอนนี้ก็คือเป็นตาฉันแล้ว ผ่าน มาสามคนแต่กลับไม่มีใครทำลูกเทนนิสหล่นเลย ฉันไม่ใช่ไม่ดีใจที่ทีมจะชนะหรอกนะ แต่แบบนี้มันกดดัน มากอ่ะ ถ้าฉันเป็นคนเดียวที่ทำลูกหล่นนี่ได้ขายหน้ากันอีกรอบแน่ TT^TT

ฉันไม่มีเวลามาคิดอะไรมากแล้ว พอเพื่อนฝั่งนั้นวิ่งมาปุ๊ปฉันก็รีบรับลูกแล้วก็วิ่งต่อในทันที ฉันพยายามวิ่งแบบระมัดระวังไม่ให้ลูกหล่น และฉันก็ทำสำเร็จ เย้!!! แต่มันจะแย่ก็ตรงคนที่รับลูกต่อจาก ฉันน่ะสิ หมอนั่นก็คือแบล็ค ฉันสบตากับหมอนั่นสักพักก็เดินไปยืนข้างหลัง ข้างหลังสุดคือที่ของคนที่วิ่ง เสร็จแล้ว

สายตาที่หมอนั่นมองมา ดูยังไงๆ เขาก็ยังคงโกรธฉันอยู่ เป็นใครจะไม่โกรธล่ะ ไปทำร้ายคนที่ ตัวเองรักซะขนาดนั้น แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ฉันไม่ได้เป็นคนทำน่ะสิ เฮอะ แต่คนอย่างฉันพูดไปใครจะเชื่อ

และเพื่อนคนที่เหลือก็วิ่งผลัดไปๆ มาๆ จนในที่สุดผู้ชนะก็คือทีมของเรา เย้ๆๆๆ >_< ที่ดีใจนี่ไม่ใช่ เพราะทีมเราชนะหรอกนะ แต่เพราะว่าฉันไม่ได้ทำให้ทีมแพ้ต่างหาก

“เกมแรกก็ผ่านพ้นไปแล้วนะ ต่อไปเราจะมาเล่นเกมต่อไปกัน ทุกคนเห็นถังน้ำที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ของเราใช่มั๊ย มันมีทั้งหมดหกถังเท่าจำนวนทีมของเราทั้งหกทีม และนี่ก็คือกะละมังที่ต้องใส่น้ำ ตัวแทน ทั้งสิบคนต้องใช้แก้วน้ำวิ่งไปเอาน้ำจากถังใหญ่นั่นมา ไปได้แค่ทีละคนเท่านั้น ทีมไหนน้ำเต็มก่อนถือ เป็นทีมชนะ เมื่อได้ยินเสียงนกหวีด ก็เริ่มได้เลย”

ครูให้เวลาประมาณห้านาทีในการจัดแถวว่าใครจะไปก่อนไปหลัง และเมื่อครูเป่านกหวีด เพื่อนคนแรกก็วิ่งไปในทันที เกมนี้ถือว่าไม่ยากเท่าไหร่ เพราะว่ามันแค่วิ่งเอาแก้วไปตักน้ำ แล้วเอากลับ มาเติมกะละมังให้เต็ม ใครเต็มก่อนก็ถือว่าเป็นผู้ชนะ

ในเกมนี้เราก็ทำได้ดีอยู่เหมือนกัน ได้ที่สองน่ะ ทำไมไม่ได้ที่หนึ่งนะ :P ฉันเริ่มรู้สึกสนุกกับการ ได้เล่นกีฬาก็วันนี้แหละ แต่ปกติแล้ว...ฉันจะไม่ค่อยถูกกับมันเท่าไหร่

“มาถึงเกมที่สามกันแล้วนะ ง่ายๆ เลย ชักเย่อ ทุกคนคงรู้จักดีใช่มั๊ย เราจะให้ทีมสีเขียวแข่งกับสีฟ้า สีขาวแข่งกับสีเหลือง และสีแดงแข่งกับสีดำ ทีมไหนที่เป็นผู้ชนะในการแข่งขันรอบแรก จะได้แข่งในรอบ ต่อไป”

สองทีมแรกที่ต้องแข่งกันก็คือสีฟ้ากับสีเขียว ฉันไปเชียร์ยัยบีบีดีกว่า ยัยนั่นอยู่สีฟ้า แล้วก็ต้องลง แข่งเหมือนฉันด้วย สงสัยอยู่ในพวกที่ไม่ค่อยได้เล่นกีฬาในช่วงแรกเหมือนกับฉันล่ะมั้ง

ปี๊ดดดดดดด

นกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญานบอกว่าเกมได้เริ่มแล้ว ทั้งสองทีมยื้อกันนานอยู่เหมือนกัน แต่ในที่สุดทีม ที่ชนะก็คือสีเขียว นั่นก็หมายความว่าทีมสีเขียวได้เข้าไปแข่งรอบสอง ทีมต่อไปที่ต้องแข่งก็คือทีมของฉัน กับทีมสีเหลือง ฉันพร้อมกับเพื่อนๆ และรุ่นน้องอีกเก้าคนจึงเดินไปจับเชือก และเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น พวกเราก็ออกแรงดึงทันที โดยใช้จังหวะหนึ่งสอง หนึ่งสอง

ปี๊ดดดดดดด

“หนึ่ง สอง!!! หนึ่ง สอง!!!

โอ๊ยยยย เจ็บมือไปหมดแล้วน้าาา TT^TT ทำไมพวกเราไม่ชนะสักทีเนี่ย  >_<

“หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง”

ใกล้แล้ววว เชือกมันใกล้จะมาทางฝั่งเราแล้ว...และพวกเราก็ชนะ เย้!!!! >o<

พอเชือกมาฝั่งเราแล้ว และเราก็ชนะ สีเหลืองจึงปล่อยมือออกจากเชือก ทำให้พวกเราที่กำลังดึง เชือกอยู่ล้มทับกันไปหมด จากคนข้างหน้าล้มทับฉัน ทำให้ฉันดันล้มไปทับคนข้างหลังอีกที TT^TT

“ขอโทษค่ะ”

“เอ่อ...ไม่เป็นไร”

นี่มันเสียงของหมอนั่นนี่ ฉันจำได้ว่าตอนแรกเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้นี่ แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ ฉันรีบดันตัวเองขึ้น ก่อนที่ท่าที่พวกเรานั่งอยู่มันจะแย่กว่านี้ ฉันปลัดฝุ่นที่อยู่ที่ตัวก่อนจะเดินไปรวมกลุ่ม กับเพื่อนคนอื่นๆ โดยไม่หันไปมองหมอนั่นอีกเลย

เราแข่งกันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้ผู้ชนะ ซึ่งก็คือ....สีแดงนั่นเอง -_- ดูตัวของสีนั้นสิ ตัวบึกๆ ทั้งนั้น ใครจะไปเอาชนะได้กันเนี่ย แล้วตอนนี้ก็ใกล้จะเลิกเรียนแล้ว ซึ่งก็หมายถึงว่าพวกเราต้องเริ่ม เกมสุดท้ายกันได้แล้ว เกมนี้ต้องใช้ความสามัคคีอย่างมาก เพราะว่ากติกาก็คือครูจะพันเชือกหนึ่งไว้ที่ ต้นไม้หนึ่ง แล้วผูกมันไว้กับอีกต้นไม้นึง ซึ่งทำให้กลายเป็นเส้นตรงอยู่ประมาณระดับหัวของเรา และสิ่งที่ ทุกทีมต้องทำก็คือต้องทำยังไงก็ได้ให้ทุกคนในทีมข้ามไปอีกฝั่งของเชือกโดยห้ามเอาตัวโดนเชือกเด็ดขาด และเกมนี้จะเล่นทีละทีม ทีมไหนที่ทำให้ทุกคนในทีมข้ามไปได้ และทำเวลาดีที่สุดจะเป็นผู้ชนะ นั่นก็ หมายถึงว่าทีมไหนที่มีคนข้ามไปไม่ได้ก็จะถูกลดคะแนนลงไป คนที่ข้ามไปได้ จะได้คะแนนคนละ 100 คะแนน แล้วถ้าทุกทีมสามารถทำให้คนในทีมข้ามไปได้ ก็จะมาวัดคะแนนกันตรงที่เวลาแทน นี่มันเกม อะไรกันเนี่ย แล้วถ้ากลุ่มไหนมีคนตัวใหญ่ ตัวอ้วนจะทำไง T^T สงสารแทนคนพวกนั้นจริงๆ แต่ความจริง  แล้วฉันควรจะสงสารตัวเองก่อนใช่มั๊ย

เมื่อได้ฟังกติกาเสร็จทั้งหมด ทุกคนก็รวมตัวไปกันที่ต้นไม้ใหญ่ของโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลจากสนาม เท่าไหร่ ตอนนี้ก็คงต้องลุ้นเอาแล้วล่ะว่าทีมไหนจะได้ไปก่อน แต่ไม่ว่ายังไงทุกทีมก็ต้องเล่นสินะ อย่า ตื่นเต้นไปเลยยัยบลู

“เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มที่ทีมสีขาวก่อนดีกว่า”

ทีมสีขาว หาาาาา!!! อะไรนะ TT^TT ทั้งๆ ที่บอกตัวเองให้ทำใจไว้แล้ว แต่เอาเข้าจริงฉันกลับ ไม่อยากเล่น ไม่ใช่ว่าฉันอ้วนหรืออะไรหรอกนะ เพียงแต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเราจะข้ามไปได้ยังไงโดยห้ามโดน เชือกน่ะ แค่ให้ข้ามไปอีกฝั่งนี่ก็ยากมากแล้วนะ ยังจะห้ามโดยเชือกอีก ใครคิดกฎขึ้นมากัน -_-

“เมื่อได้ยินเสียงนกหวีด ก็ถือว่าเริ่มเกมได้”

ปี๊ดดดดดดด

แล้วตอนนี้ทั้งเก้าคนรวมทั้งฉันก็มารวมหัวกันคิดวิธีว่าจะเอาตัวรอด เอ๊ย ไม่ใช่สิ ข้ามผ่านไปอีกฝั่ง ได้ยังไง ลืมบอกไปน่ะว่า...ห้ามรอดข้างใต้นะ! และแล้วก็ได้บทสรุปว่าจะให้ผู้ชายช่วยกันแบกผู้ชายคนนึง ไปอีกฝั่งก่อน จะได้ไปคอยรับเพื่อนๆ ที่จะตามไป แล้วก็ค่อยทยอยๆ พาผู้หญิงไปทีละคนจนครบ ส่วนพวกผู้ชายที่เหลืออีกสี่คนก็ค่อยคิดอีกทีว่าจะข้ามไปยังไง -o-  แค่นึกภาพฉันก็กลัวแล้ว TT^TT

“ฟิว แกเป็นคนแรกที่ไปฝั่งนั้นละกัน”

“เค”

วางแผนกันจบ แบล็คและพวกเพื่อนคนอื่นก็ช่วยกันแบกผู้ชายที่ถูกเรียกว่าฟิวไปอีกฝั่งหนึ่ง ย้ำนะว่าแบก คือแบล็คเป็นคนอยู่ตรงกลางที่คล้ายๆ กับจะอุ้มฟิว ส่วนคนอื่นๆ ก็ช่วยจับขากับตัวไม่ให้ ไปโดนเชือก ทุกคนตั้งใจจะทำเวลาให้ดีที่สุด และพยายามไม่ให้ใครเจ็บจากเกมนี้

ฟิวผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อพวกผู้ชายช่วยกันแบกไปเหนือเชือก หมอนั่นก็กระโดดลง เองโดยไม่บอกกล่าวใครก่อน เล่นเอาซะฉันใจหาย =_= เกิดเป็นผู้ชายก็ดีแบบนี้สินะ ทำอะไรโลดโผนได้ อย่างง่ายดาย แรงก็เยอะ ไม่เห็นเหมือนผู้หญิงเราเลย

เพื่อนๆ และรุ่นน้องผู้หญิงก็ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย แต่มันจะแย่ก็ไอ้ตรงต้องให้ผู้ชายอุ้มน่ะสิ จะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้เนี่ย แต่เพราะเกมก็ต้องทำสินะ ฉันเห็นบางคนบ่นด้วยว่าแบบฉันจะตกแล้วอะไร แบบนี้น่ะ ส่วนบางคนก็หลับตาพริ้ม สงสัยคงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของหนุ่มฮอตของ โรงเรียนอย่างแบล็คล่ะมั้ง ฉันลืมไป...ฉันโกรธหมอนั่นอยู่ -_- พูดถึงก็เสียอารมณ์เปล่าๆ

ทีนี้ก็ถึงตาฉันแล้วสินะ ฉันเดินไปหาคนพวกนั้นด้วยหน้าตาไม่กลัว ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมากกกก กลัวฉันจะตกลงมาน่ะสิ ฉันไม่ได้กลัวความสูงหรืออะไรขนาดนั้นหรอก แต่มันก็กลัวอ่ะ ฉันก็ไม่ใช่ว่าจะ ตัวเบาหวิวซะด้วย อ๊ากกกก >_<

“พร้อมยัง?” แบล็คถามขึ้นพร้อมกับมองหน้าฉัน ถ้าไม่ใช่เพื่อทีม เขาคงไม่ต้องลงทุนมาอุ้มฉันด้วย ตัวเองหรอก ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าในสายตาเขา ฉันเป็นคนที่ใจร้ายทำร้ายมิซุสุดที่รักของเขาก็แค่นั้น

“ทำไมฉันจะไม่พร้อมล่ะ ฉันว่านายคงเหนื่อยมากแล้ว ให้คนอื่นมาแบกฉันขึ้นไปแทนก็ได้นะ”

ฉันพูดโดยไม่มองหน้าแบล็ค เลยไม่รู้ว่าหมอนั่นทำสีหน้าแบบไหนอยู่

“เธออีกคนจะเป็นอะไรกัน ฉันก็ยกมาแล้วตั้งสี่คน หรือเธออยากให้ผู้ชายคนอื่นอุ้มมากกว่า งั้นเหรอ”

นี่มันจะไม่ดูถูกกันไปหน่อยเหรอ....!?

“สองคนนั้นคุยอะไรกันอยู่น่ะ รีบๆ เหอะ เสียเวลา”

“เออๆ โทษทีๆ”

แบล็คตอบแบบส่งๆ และเอามือมารวบเอวฉันพร้อมกับอุ้มฉันในทันที ส่วนพวกผู้ชายคนอื่นก็แค่รอ ตอนที่หมอนั่นยกไปใกล้เชือกแล้วค่อยมาช่วยกันดันฉันส่งไปกับฟิวที่รออยู่ฝั่งนู้นอยู่ก่อนแล้ว

“ถ้าจะอุ้มตอนไหนก็ช่วยบอกกันก่อนหน่อยนะ =_=

แบล็คไม่สนใจที่ฉันพูดแต่กลับยกฉันลอยขึ้น พวกผู้ชายคนอื่นก็เริ่มขึ้นมาช่วยแล้ว พวกนั้นช่วยกัน ดันฉันขึ้น แต่มือพวกนั้นน่ะสิไม่อยู่สุก ตอนดันมันไม่มีที่อื่นให้ดันเลยหรือไงถึงต้องดันก้นฉันส่งขึ้นไป แทนที่จะพยายามไม่โดนมัน =///=

ฉันออกแรงดิ้นนิดหน่อยเพื่อไม่ให้พวกนั้นได้จับโดนก้นของฉัน เลยทำให้พวกนั้นปล่อยฉันลง โอ๊ย!!! ฉันจะก้นจ้ำเบ้าหรือเปล่าเนี่ย TT^TT

แต่โชคดีที่มีคนรับฉันไว้ทันซึ่งก็คือ.... แบล็ค หมอนั่นอีกแล้วเหรอเนี่ย มันจะอะไรกันนักหนาเนี่ย เมื่อกี้ฉันไม่น่าดิ้นอะไรเลย ทำให้ต้องโดนยกอีกรอบ ฉันก็ต้องโดนจับอีกรอบน่ะสิ L

“ดิ้นอะไรนักหนาเนี่ย แค่ยอมๆ ให้โดนอะไรนิดอะไรหน่อยนิดนึงมันไม่เป็นไรหรอก เห็นมะ... ทุกคนต้องแบกเธออีกรอบเลยเนี่ย ตัวก็ไม่ใช่เบาๆ”

“ไอ้... !!!

ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบโต้อะไร แบล็คก็ยกฉันขึ้นอีกรอบ โดยให้คนอื่นทำตามแบบเดิม แต่รอบนี้ฉันไม่ขัดขืนอะไรแล้วแหละ เดี๋ยวเสียแผนต้องมาทำใหม่อีกรอบ คนยิ่งกลัวๆ ความสูงแบบนี้ อยู่ด้วย แล้วยิ่งมาโดนพวกผู้ชายอุ้มอีกนี่ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ

ในที่สุดฉันก็ข้ามมาอีกฝั่งนึงจนได้ ตอนนี้ก็รอแต่พวกผู้ชายอีกสี่คนที่กำลังหาวิธีข้ามมา พวกนั้น ตกลงกันว่าจะให้กันและกันเหยียบหลังเพื่อขึ้นไป ไอ้คนที่โดนนี่น่าสงสารมากอ่ะ TT^TT ซึ่งคนคนนั้นก็คือ แบล็ค.... อีกแล้วงั้นเหรอ!? หมอนั่นจะทำร้ายตัวเองหรือไงกัน ช่วยเหลือคนอื่นเยอะขนาดนี้น่ะ

เอ๊ะ แล้วนี่ฉันจะมาเป็นห่วงหมอนั่นทำไม เขาทำอะไรกับเราไว้ยังจะไปเป็นห่วงเขาอีก

แบล็คให้คนแต่คนเหยียบหลังเพื่อส่งพวกเขามาอีกฝั่ง จนตอนนี้ก็เหลือเพียงหมอนั่นคนเดียว แล้วล่ะที่ยังคงอยู่ฝั่งนั้น ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเขาจะข้ามมาได้ยังไง แต่โชคยังดีที่ครูให้พวกกลุ่มอื่นๆ มาช่วยเขาได้ ทำให้เขาข้ามมาได้อย่างสบายๆ และนั่นก็หมายความว่ากลุ่มเราต้องไปช่วยกลุ่มคนพวกนั้น เหมือนกันเพื่อแสดงว่ามันยุติธรรม

ตอนนี้กลุ่มอื่นๆ ก็ทยอยเล่นกันต่อแล้ว ยัยบีบี เบสต์ แล้วก็อีตาเบ็นก็โดนเล่นเหมือนกันนะ ฉันเห็นหน้าบีบีด้วย ตอนยัยนั่นถูกยกขึ้นนี่หลับตาปี๊เลย!! ส่วนกลุ่มอื่นๆ บางคนเค้าก็ใช้วิธีที่ต่างกันจาก กลุ่มของฉัน เช่นให้ใครบางคนย่อตัวเพื่อให้คนอื่นเหยียบขึ้นไป เหมือนกับที่แบล็คทำตอนที่ช่วยพวกผู้ชาย นั่นไง เวลาล่วงเลยมาประมาณหนึ่งชั่วโมง ทุกกลุ่มก็สามารถทำได้สำเร็จแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเวลารวบรวม คะแนน อีกไม่นานพวกเราก็จะได้รู้ผลของผู้ชนะแล้วล่ะ

“และตอนนี้ผลประกาศผู้ชนะก็ได้อยู่ในมือครูแล้ว”

พูดอย่างกับรายการประกวดร้องเพลงเนอะ ครูโรงเรียนฉันเนี่ย =_=

“ทีมที่ชนะก็คือ....ทีมสี...”

“แดง!!!!

“เหลือง!!!

“ขาว!!!

“ฟ้า!!

“สี...”

ตอนนี้แต่ละทีมก็ต่างเชียร์สีของตนเอง เพราะครูมัวแต่พูดสีสีอยู่ได้

“สีขาว!!!”

ก็แค่นั้น! หาาาา สีขาวงั้นเหรออออ >_< เย้ๆๆๆ ^^

หลังจากนั้นครูก็เริ่มประกาศผู้ชนะรองลงมาต่อๆ ไป แล้วก็ประกาศปิดงานกีฬาสี

เฮ้อออออ เวลาเหนื่อยหมดลงแล้วสินะ ฉันคิดในใจพลางเดินไปที่ล็อกเกอร์เพื่อหยิบของของตัวเอง ฉันใช้เวลาไม่นานเพื่อเก็บของเพราะว่ายัยบีบีกับเพื่อนๆ อีกหลายคนนัดกันจะไปเลี้ยงปาร์ตี้คาราโอเกะ กันต่อ สงสัยยังเหนื่อยไม่พอกันสินะ เมื่อฉันเก็บของเสร็จ ฉันก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินลงไปหาพวกเพื่อนๆ ที่รออยู่ข้างล่าง แต่ก็ดันเจอคนที่ไม่อยากเจออีกแล้ว

“บลู”

“…”

ฉันไม่สนใจและเดินเมินหมอนั่นไปแต่กับโดนรั้งแขนไว้อีก ฉันไม่อยากจะอารมณ์เสียเพราะเขาเลย จริงๆ ทั้งๆ ที่วันนี้มันน่าจะสนุกแล้วแท้ๆ

“เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง”

ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย”

“เธออย่ามาเย็นชาแบบนี้นะ”

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์เย็นชา ตัวก็ตัวของฉัน ใจก็ใจของฉัน นายมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฮะ แล้วในสายตาของนายฉันก็คงเป็นคนผิดเสมอสินะ”

“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษที่พูดกับเธอแรงไป ตอนนั้นฉันก็แค่...”

“แค่เป็นห่วงมิซุมากเกินไปก็เท่านั้น ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจดี ฉันเข้าใจนายนะ เวลาคนที่ เรารักโดนทำร้าย เราก็ต้องโกรธแทนอยู่แล้วนี่เนอะ”

“ฉันไม่ได้...”

“นายไม่ได้รักยัยนั่นเหรอ?”

“ฉัน... มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น”

“สรุปก็คือนายรักมิซุ นายไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วล่ะ ฉันเข้าใจดี แล้วก็ไม่ต้องมาทำเหมือนแคร์ หรืออะไรก็ตามที่นายทำอยู่ในตอนนี้”

“....”

“ขอบใจนะ...ที่ทำให้เข้าใจว่าอะไรคืออะไร”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น