Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 14 : Chapter 13 ~ Please don’t make me feel like I still have a chance.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.พ. 56

Chapter 13

Please don’t make me feel like I still have a chance.

 

            และแล้ววันที่ฉันไม่อยากให้มันมาถึงก็มาถึงอีกแล้ว... วันกีฬาสี TT^TT ฉันตื่นมาอาบน้ำตอนหก โมงเช้าและออกจากบ้านตอนหกโมงครึ่ง ถึงแม้วันนี้จะไม่มีเรียน แต่ยังไงโรงเรียนก็ยังเข้าเวลาเดิม ฉันก็ไม่ เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ให้เข้าสายหน่อย

            ฉันมาถึงโรงเรียนตอนเจ็ดโมงเช้า วันนี้โรงเรียนดูจะแปลกตาและมีสีสันสดใส เนื่องจากทุกๆ คนต้องใส่ เสื้อตามสีของทีมตนเอง ฉันเองก็ใส่เสื้อสีขาวเหมือนกัน และพราะว่าเกรดสิบสองเป็นพี่โต สุดจึงต้องเป็นคนควบคุมงานนี้ด้วย

             “บลู พร้อมมั๊ย”

            บีบีวิ่งมาหาฉันพร้อมกับคำถามที่ฉันรู้คำตอบดี ไม่พร้อมจ้าาา TT^TT ทุกคนก็รู้นี่ว่าฉันไม่เก่ง กีฬาเลยอ่ะ อย่างเซ็ง =_= อยากจะเก่งบ้างอะไรบ้าง

            “ฉันหนีกลับบ้านทันมั๊ย”

            “ไม่ทันแล้ว! ยังไงเธอก็ต้องอยู่เล่นเป็นเพื่อนฉันนะ เอาเป็นว่า...ถ้าฉันเล่นเกมไหน เธอเล่นด้วยละ กันนะ ไม่อยากขายหน้าคนเดียว :P

            “แหม!!! ย่ะ”

            “ฉันว่าพวกเรารีบขึ้นไปที่หอประชุมชั้นห้ากันเถอะ ทุกๆ คนคงอยู่ที่นั่นกันหมดแล้วล่ะ”

            “อื้ม โอเค”

            แล้วฉันกับบีบีก็เดินขึ้นไปยิมด้วยกัน เนื่องจากทางครูใหญ่จะประกาศเปิดงานก่อน เพราะงาน กีฬาสีถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างช่วงฉันแล้วก็ระหว่างเพื่อนๆ ด้วย เพราะบางคนก็อาจจะ ไม่ค่อยคุยกับคนอื่นนอกเหนือจากกลุ่มตนเอง โรงเรียนเลยอยากให้ทุกคนเปิดใจรู้จักเพื่อนใหม่ๆ บ้าง นอกจากนี้ยังมีการบอกตารางการแข่งขันอีกด้วย

            ตอนนี้ก็จวนจะเจ็ดโมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาเข้าเรียนแล้วล่ะ ทุกๆ คนที่ต้องร่วมการแข่งขันจึงมารวมตัว ที่นี่กันหมดแล้ว และก็ถึงเวลาที่ครูใหญ่จะประกาศเปิดงานแล้ว

            “สวัสดีทุกคนๆ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่สำคัญของทางโรงเรียนเรา เนื่องจากว่าวันนี้คือวันกีฬาสี และจุดประสงค์ของงานนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน.....”

            ฉันสรุปให้เลยละกันนะ ที่ครูใหญ่พูดก็เหมือนอย่างที่ฉันพูดไปตอนแรกอ่ะแหละ งานนี้เกิด ขึ้นเพื่อให้นักเรียนในแต่ละช่วงชั้นสนิทกัน แต่รู้อะไรมั๊ย... ฉันไม่คิดอย่างนั้นเลยสักนิด คนส่วนมากน่ะ เห็นกีฬาเป็นเรื่องที่จริงจังมาก แล้วยิ่งพวกผู้ชายแล้วด้วย เฮ้อ! ฉันนี่ก็เก่งกีฬามากกกกเลยล่ะ (ประชดนะ)

            “โอเค ครูว่าตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเราควรเริ่มงานแล้ว ขอเชิญคุณครูโบว์ขึ้นมากล่าวตารางการ แข่งขันครับ”

            “ค่ะ... นักเรียนทุกคน เมื่อฟังตารางแล้วก็ไปตามสถานที่แข่งนะคะ การแข่งขันจะแบ่งออกเป็นสอง ช่วง ในช่วงเช้านั่นก็คือตั้งแต่แปดโมงถึงเที่ยง เราจะเป็นการแข่งขันย่อยๆ โดยแบ่งออกเป็นสามกีฬาเช่นกัน นั่นก็คือ บาสเก็ตบอล วอลเล่ย์บอล ฟุตบอล พวกเรามีทั้งหมดหกทีม ได้แก่ สีขาว สีฟ้า สีเขียว สีแดง สีเหลือง แล้วก็สีดำ ดังนั้นกีฬาแรกสีขาวจะแข่งวอลเลย์บอลกับสีฟ้า สีเขียวจะแข่งฟุตบอลกับสีแดง แลัสีเหลืองจะแข่งบาสเก็ตบอลกับสีดำ บลาๆๆ”

            ครูโบว์ประกาศตารางการแข่งขันของวันนี้ แต่ฉันก็ไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่หรอก ก็ฉันไม่ค่อยสนใจ อะไรแบบนี้อยู่แล้วนี่ อีกอย่างไม่แน่ฉันอาจจะไม่ต้องร่วมการแข่งขันก็ได้นะ

            เมื่อครูพูดจบ ฉันก็รู้ว่ากีฬาแรกที่ฉันต้องเล่นก็คือวอลเลย์บอล แข่งกับสีฟ้า สีของบีบี >..< งานนี้ไม่แน่ฉันอาจจะไม่ต้องเล่นและมานั่งเม้าท์กับยัยบีบีแทนก็ได้ ส่วยกีฬาที่สองก็คือฟุตบอล แล้วก็บาสเก็ตบอลเป็นกีฬาสุดท้ายของช่วงเช้า

            พอรู้ว่ากีฬาที่ตัวเองต้องเล่นคืออะไรฉันก็ตรงไปที่ยิมชั้นสาม ซึ่งเป็นที่สำหรับแข่งวอลเลย์บอล ในวันนี้ ฟุตบอลจะแข่งกันที่สนามใหญ่ชั้นล่างน่ะ ส่วนบาสเก็ตบอลก็จะแข่งกันที่ยิมชั้นสี่ โรงเรียนฉันนี่ สถานที่สำหรับแข่งกีฬาเยอะเนอะ ไม่รู้จะเยอะไปไหน =_=

            เมื่อไปถึงสถานที่ ครูประจำสีขาวก็จัดนักเรียนเป็นสามกลุ่ม จะได้สลับกันเล่นได้ นั่นก็หมายถึงว่า ทุกคนจะมีสิทธิ์ได้เล่นอย่างน้อยหนึ่งครั้งในแต่ละเกม นั่งจากแต่ละเกมจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ก็จะแบ่งเป็น รอบละยี่สิบห้านาทีสามรอบ แล้วรอบสุดท้ายก็จะส่งคนเล่นเก่งๆ ไปลง ซึ่งฉันถูกส่งตัวไปเล่นเป็นกลุ่มที่ สาม ดีหน่อยนะ...จะได้มีเวลาทำใจบ้าง คือฉันไม่เก่งกีฬาน่ะนะ แล้วยิ่งวอลเลย์บอลนี่ฉันยิ่งเล่นไม่เป็น ใหญ่เลย

            ตอนนี้เกมได้เริ่มแล้ว คนที่ยังไม่ต้องเล่นก็มีหน้าที่ต้องเชียร์ทีมของตนเอง ไม่แน่อาจจะมีรางวัล ทีมเชียร์ยอดเยี่ยมก็ได้ เนื่องจากตอนนี้บีบีก็ไม่แข่งเหมือนกัน พร้อมกับที่ทีมของพวกเราต้องแข่งกันอยู่ ทำให้ฉันกับบีบีสามารถมานั่งชิลกันได้ ถึงแม้มันจะไม่สมควรที่คนละทีมจะนั่งด้วยกันก็เหอะ -_-

            “พวกผู้ชายนี่เล่นเก่งเนอะ เก่งไปซะทุกอย่าง ไม่แฟร์เลย”

            “อืม...ใช่ เก่งไปซะทุกอย่าง”

            เพราะว่าฉันกับแบล็คอยู่ทีมเดียวกัน ก็เลยแข่งในที่เดียวกัน แต่ทางโรงเรียนได้แบ่งครึ่งคอร์ดเรียบ ร้อยแล้ว โดยฝั่งนึงเป็นของผู้หญิงและอีกฝั่งเป็นของผู้ชาย

            “เวลาที่ผู้ชายเล่นกีฬานี่มันดูเท่เนอะ”

            “อืม...แต่ถ้าเล่นไม่เป็นนี่ก็คงไม่เท่นะ”

            “ฮ่าๆ มันก็ใช่”

            ฉันว่าพลางมองไปอีกฝั่งที่พวกผู้ชายกำลังแข่งวอลเล่ย์บอลอยู่ เวลาแบล็คเล่นกีฬานี่ดูเป็นคน ละคนเลยนะ ดูเป็นคนที่จริงจัง เฮ้อออออ แล้วแบบนี้ฉันจะเลิกชอบหมอนั่นได้ยังไงนะ?

            เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ต้องแข่งบาสแล้ว สำหรับฉัน...บาสเก็ตบอล เป็นกีฬาเดียวที่ฉันรู้สึกดีที่จะต้องแข่งขัน ไม่ใช่เพราะเก่งอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแต่มันเป็นเพียงกีฬา เดียวที่ฉันสามารถเล่นได้แบบไม่ขายหน้า T^T

            “นักเรียนทุกคนตอนนี้ตรงไปที่ยิมชั้นสี่ได้เลย เกมต่อไปเป็นเกมสุดท้ายสำหรับช่วงเช้า สำหรับ เกมนี้ เราจะแข่งกับทีมสีเขียว”

            “ไง”

            ใครมางงมาไงแถวนี้เนี่ย ฉันคิดในใจพลางหันไปมองข้างหลังก็พบว่าคนที่พูดก็คือแบล็ค หมอนั่นพูดกับฉันเป็นด้วยเหรอ หลังจากวันนั้นที่ฉันได้ยินหมอนั่นคุยกับเนเน่เรื่องที่เขาไม่เคยรักฉัน ฉันก็แทบไม่ได้คุยกับแบล็คอีกเลย ไม่รู้ว่าเพราะฉันไม่กล้าเลยหลบหน้าเขาหรือว่าอะไร ทั้งๆ ที่มันไม่ มีประโยชน์เลยสักนิดที่เราจะต้องทำอะไรเพราะคนที่ไม่แคร์เรา

            ฉันไม่สนใจคำทักทายของใครและเดินไปข้างหน้าต่อ แต่หมอนั่นก็ยังไม่ละความพยายาม เดินตามฉันมาอีก แบบนี้มันเรียกว่าให้ความหวังหรือเปล่านะ...!?

            “ทำไมเมินฉันอ่ะ ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”

            “แล้วฉันควรจะพูดอะไรเหรอ”

            “พูดตามที่เธอพูดปกติสิ”

            “....”

            “ทำไมเธอไม่ค่อยลงแข่งอะไรเลย? อ้อๆ ลืมไปเธอไม่เก่งอะไรพวกนี้นี่เนอะ”

            “...”

            “ล้อเล่นน่าๆ อย่าจริงจังนะ ^^

            แบล็คพูดพร้อมกับเอามือมาลูบหัวฉัน นี่มันหัวฉันนะ...นายไม่มีสิทธิ์มาจับนะ =_=

            “แหม...ไม่ตอบเลยอ่ะ เธอเป็นอะไรกันแน่เนี่ย”

            “ฉันจะเป็นอะไรมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับนายสักหน่อย”

            “พูดอย่างกับเป็นคนแปลกหน้าเลยนะ ว่าแต่...เธอจะลงแข่งบาสเปล่า ฉันรู้นะว่ากีฬานี้เธอโอเคสุด ถ้าเธอแข่งเนี่ย ฉันเชียร์ให้เลยก็ได้นะ  >.<

            “....”

            วันนี้แบล็คเป็นอะไรของเขานะ ทำไมหมอนั่นถึงพยายามจะคุยกับฉันจังเลย ทำไมต้องมาให้ความ หวังทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าในใจของตัวเองไม่เคยมีที่สำหรับฉันเลย ทำแบบนี้ทำไมนะ!?

            “บลู!!!!! ไม่ได้เจอกันเลยนะทั้งวัน >_<

            “มาจากไหนเนี่ย”

            “คิดถึงเธอจัง ^^”

            “บะ...บ้า =///= นายไปไหนก็ไปเหอะ คนมองใหญ่แล้ว T^T

            “ใครสนล่ะ? แล้วฉันจะไปไหนได้ไงล่ะ ในเมื่อเดี๋ยวพวกเราต้องแข่งที่เดียวกันนี่”

            “หืม? อ้อ...อืม โอเค”

            “เฮ้ยเบ็น มานี่แป๊ปดิ

            “โอเคๆๆ เดี๋ยวไปเว้ยไอ้แม็ค นี่บลู งั้นเธอไปก่อนละกันนะ เดี๋ยวฉันตามไป”

            “อืม”

            แล้วเบ็นก็ผละไปจากฉัน อืม...ไม่ใช่สิ แล้วหมอนั่นก็เดินไปจากฉันเพราะเพื่อนเรียก ทำให้ตอนนี้ ฉันตกอยู่ในสถานการณ์แปลกๆ อีกแล้ว ก็ฉันอยู่กับแบล็คสองคนอีกแล้วล่ะสิ แล้วยิ่งตอนเบ็นมาคุยกับ ฉัน หมอนี่นี่จ้องแบบไม่กระพริบตาเลย เราเป็นอะไรกันหรือไง =..=

            “มีคนมาจีบเยอะหรือไงฮะ ถึงไม่สนใจฉันเลย”

            “แล้วทำไมฉันต้องสนใจนายด้วย?”

            “ก็เปล่า...ฉันก็แค่คิดว่าฉันคือคนที่เธอแคร์...ก็แค่นั้น แต่ตอนนี้ฉันก็เข้าใจแล้วล่ะว่าฉัน... ไม่ใช่คนเดียวที่เธอแคร์”

            พูดจบอีตาแบล็คก็เดินไปทันที ทั้งๆ ที่หมอนั่นไม่มีสิทธิ์จะมาโกรธฉันเลยสักนิด แล้วไหนเมื่อกี้ บอกว่าจะเดินไปด้วยกันไง แล้วทำไมถึงทำเป็นโกรธเดินหนีไปแบบนั้นนะ...?

            ฉันก็แค่คิดว่าฉันคือคนที่เธอแคร์...ก็แค่นั้น แต่ตอนนี้ฉันก็เข้าใจแล้วล่ะว่าฉัน....ไม่ใช่คนเดียว ที่เธอแคร์

            คำพูดนี่มันวนในหัวฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ได้ ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือรู้สึกอะไรกับมันดี ประโยค ที่หมอนั่นพูดมันเหมือนกับเขาหวงฉัน เขาไม่อยากเสียฉันไป แต่ถ้ามองในอีกมุมนึง มันก็เหมือนกับว่าเขา ว่าฉันว่าให้ความสำคัญกับใครหลายคนพร้อมๆ กัน นี่เขาหาว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายอะไรอย่างนั้นเหรอ...?

            แบล็คไม่มีสิทธิ์จะพูดแบบนี้เลยจริงๆ หมอนั่นไม่มีสิทธิ์ในตัวฉัน แล้วถ้าฉันจะไปคุยกับเบ็นหรือ ใครต่อใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาเลยสักนิด นี่เขาทำเหมือนกับว่าฉันไม่มีสิทธิ์ไปชอบคนอื่น แล้วฉัน ก็ควรจะจมปลักกับเขาคนเดียวเท่านั้น นี่มันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ....

            ฉันพยายามสลัดความคิดบ้าๆ นี่ออกจากหัว และเริ่มเดินต่อไปที่ยิมชั้น 5

 

            “เอาล่ะ ไหนๆ ก็มากันครบแล้ว เรามาเริ่มกีฬาสุดท้ายกันเถอะ ทุกคนสู้ๆ ครูเชื่อว่าพวกเราต้อง ชนะแน่ๆ เอาเป็นรอบแรกขอ 5 คนก่อนละกัน  เอาเป็นเมย์ นิว นีน่า แคท แล้วก็บลูละกันนะ สู้ๆ ทุกคน”

            ครูกล่าวจบพวกเราก็เอามามาแปะกันเพื่อออกเสียงเชียร์ และนั่นก็หมายถึงการแข่งขัน ได้เริ่มขึ้นแล้ว ฉันเป็นคนแรกที่ได้จับลูกบาส ฉันก็เดาะลูกไปเรื่อยๆ และตอนนี้คะแนนเราก็กำลังนำ อยู่ด้วย เย้ๆๆๆ >_< ถึงแม้กีฬาอื่นฉันจะเล่นห่วยแค่ไหน แต่สำหรับบาสนี่ขอฉันชนะบ้างเหอะ :P

            แต่อยู่ดีๆ ก็เกิดการผิดพลาดเมื่อมีคนคนนึงจากทีมสีเขียวมาชนฉันขณะที่ฉันกำลังแย่งบอลกับ มิซุอยู่ ทำให้ฉันกับมิซุล้มไปพร้อมกัน แต่มิซุดูจะอาการหนักกว่าเนื่องจากยัยนั่นอยู่ข้างล่าง และเหมือนกับ ว่าฉันกำลังทับยัยนั่นอยู่ด้วย

            ปี๊ดดดดด

            สัญญาณบอกการฟาวล์เพราะถือว่าฉันผลักให้มิซุล้ม ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วฉันไม่ได้ตั้งใจสักนิด และเพราะว่าใครก็ไม่รู้ชนฉัน ทำให้ฉันสะดุดล้มไปชนมิซุ และเพราะสัญญาณนั่น ทุกคนจึงหยุดการกระทำ และมาดูมิซุ ที่ตอนนี้ยังไม่ลุกขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ ฉันยันตัวเองขึ้นจากพื้นพร้อมกับยื่นมือไปให้ยัยนั่นจับ

            “เธอโอเคหรือเปล่า? เมื่อกี้เราไม่ได้ตั้งใจนะ ขอโทษด้วย”

            “ฉันไม่เป็นไรหรอก”

            ในขณะที่มิซุกำลังลุกขึ้นด้วยตัวเอง เธอก็ลุกไม่ไหวอยู่ดี ทำให้ต้องกลับไปนั่งท่าเดิมอีกครั้ง แต่โชคยังดีที่มีคนเป็นห่วงมิซุมากเกินไป ทำให้รีบวิ่งมาหน้าตาตื่นขนาดนั้น

            “เธอโอเคจริงๆ เหรอมิซุ เมื่อกี้ฉันเห็นว่าบลูชนเธอตั้งแรงน่ะ ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจกันแน่”

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ฉันจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร”

            “นี่ หยุดพูดมากกันได้แล้ว มิซุ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า หืม เจ็บมากหรือเปล่า”

            แบล็คเดินมาต่อว่าพวกเรา หรือว่าฉันคนเดียวก็ไม่รู้ พร้อมกับลงไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับพลิกดูขา ของมิซุ ดูจากสีหน้าของแบล็คแล้ว หมอนั่นดูเป็นห่วงมิซุมาก แต่มันก็คงเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ ในเมื่อมิซุ เป็นคนที่เขาชอบนี่เนอะ

            “ฉันไม่เป็นไร บลูเขาคงไม่ตั้งใจหรอก”

            บลู คง’ ไม่ตั้งใจ งั้นเหรอ มิซุพูดแบบนี้ได้ยังไงน่ะ ก็ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นี่ แบบนี้จะมีใครเชื่อฉัน บ้างมั๊ย? แต่ดูจากสายตาทุกคนแล้วคงไม่มีใครเชื่อฉันสินะ รวมไปถึงแบล็คด้วย…หมอนั่นก็คงคิดว่า ฉันทำ

            “งั้นฉันพาเธอไปทำแผลดีกว่านะ ไม่ต้องเล่นแล้วไปพักต่อเหอะ ส่วนเธอ...คราวหน้าคราวหลัง ก็ระวังหน่อยละกัน ไม่ว่าเธอจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกับเหตุการณ์นี้ก็ตาม”

            ไอ้ประโยคที่สอง...แบล็คหันมาพูดกับฉันด้วยแววตาเย็นชา นี่เขาคิดว่าฉันเป็นคนที่ทำร้าย คนที่เขารักจริงๆ เหรอ คนอย่างฉันมันดูแย่ในสายตาเขาขนาดนั้นเลยหรือไงกัน

            “เอ้าๆ ไม่มีอะไรแล้ว แล้วไหนๆ เซ็ตแรกก็จบแล้วเดี๋ยวชู๊ตลูกโทษเซ็ตสองแทนเลยละกัน”

            ครูประกาศก่อนที่ทุกคนจะทยอยกันออกจากคอร์ดบาส ฉันคงไม่ต้องอยู่ตรงนี้อีกแล้วสินะ งั้นตอนนี้ขอเป็นช่วงเวลาทำใจของฉันก็แล้วกัน แค่คนที่อยากให้เชื่อ...มันยังไม่เชื่อฉันเลย แล้วใครกัน จะเป็นคนที่ฉันเชื่อใจและไว้ใจได้?

            “เธอจะไปไหนน่ะบลู”

            เบ็นรีบวิ่งมาหาฉัน สงสัยหมอนี่ก็คงดูสถานการณ์อยู่นานแล้วล่ะ แต่คงหาจังหวะมาช่วย ฉันไม่ได้สักที นี่ฉันเข้าข้างตัวเองมากไปหรือเปล่า...ที่คิดว่ายังมีคนหวังดีกับฉันอยู่

            “ฉันเชื่อเธอนะ”

            “หืม...?”

            “ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำนะ ^^

            “...”

            ^-^

            “ขอบคุณนะ”

            ทำไมคนที่อยากให้เชื่อถึงไม่เชื่อ แต่ใครที่เราเอาแต่มองข้ามเขาถึงเชื่อใจเราขนาดนี้นะ.... นายทำให้ฉันรู้สึกผิดมากเลยนะเบ็น หรือว่าเวลานี้ฉันควรจะตัดใจจากหมอนั่นแล้วหันมามองนายบ้างนะ การรักใครข้างเดียวมันเจ็บแค่ไหนฉันรู้ดี ถ้าเป็นไปได้...ถ้าเปลี่ยนใจไปรักใครได้ ฉันคงทำเพื่อนายไปแล้ว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น