Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 13 : Chapter 12 ~ Maybe… The Right Thing To Do is To Give Up

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ก.พ. 56

Chapter 12
Maybe… The Right Thing To Do is To Give Up.

 

            งานสปิริตวี๊คก็เพิ่งจะผ่านไปไม่ทันไร...กีฬาสีหรือที่เรียกกันว่าสปอร์ตเดย์ก็มาถึงอีกแล้ว TT^TT จะไม่มีเวลาให้ฉันได้หายใจหายคอเลยใช่มั๊ย >_< คือกีฬาสีของโรงเรียนปกติน่ะ ใครอยากเล่นกีฬาอะไร ก็ไปลงชื่อเอาเองใช่มั๊ยล่ะ แบบลงด้วยความสมัครใจน่ะ แต่ของโรงเรียนฉันมันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ คือทุกๆ คนต้องร่วมมือร่วมใจในการเล่น นั่นก็หมายความว่าทุกๆ คนในทีมต้องสลับกันเล่นอ่ะ แล้วฉันนี่ก็ช่างอยาก เล่นกีฬาเหลือเกิน  T_T

            แต่งานนี้จะแข่งกันแค่ไฮสกูลเท่านั้นน่ะ เพราะเด็กช่วงชั้นอื่นๆ ก็แข่งในเวลาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็หมายความว่า...ฉันเป็นรุ่นพี่ แล้วถ้ารุ่นพี่เล่นกีฬาได้ไม่ดี มันก็จะขายหน้ามากๆ แงๆๆ

            “บลู...ดูนี่ดิ ครูโพสทีมไว้ในเว็บโรงเรียนแล้วอ่ะ”

            “เย้ๆ ฉันได้อยู่สีแดง มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้นเลย >.<

            เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาโฮมรูม ทุกคนเลยนั่งชิลๆ กันได้ แต่คงไม่ใช่ฉันแล้วล่ะ...เพราะฉันกำลังจะ มีเรื่องให้กังวลใจอีกแล้ว ฉันจะอยู่ทีมไหนเนี่ย อยากจะหยุดโรงเรียนวันนั้นจริงๆ แต่มันจะดูเหมือนว่าฉัน ไม่มีสปิริตน่ะสิ! ไม่ได้เลยนะเนี่ย 

            เพื่อนๆ ทุกคนในห้องต่างสนใจเรื่องสปอร์ตเดย์กัน แต่ฉันนี่สิ...กลัวจนไม่กล้าดูเลย

            แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนี่น่ะ ฉันยอมดูก็ได้ T^T

            ฉันหยิบ MacBook ของตนเองขึ้นมา พร้อมกับเปิดเข้าไปดูหน้าเว็บโรงเรียน โห!! ปีหน้าสปอร์ตเดย์ มีตั้งหกสี! จะเยอะไปไหนเนี่ย และฉันก็อยู่สี .... ขาว แต่นี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ฉันอยากรู้ สิ่งที่ฉันอยากรู้มากกว่า ก็คือใครอยู่ในทีมฉันบ้างน่ะสิ ว่าแล้วฉันก็เลือนลงเรื่อยๆ ว่าใครอยู่สีขาวบ้าง

            บีบีอยู่สีฟ้า เบสต์อยู่แดง แบล็คอยู่ขาว หา!!!! ขะ...ขาวงั้นเหรอ!? อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้

            “บลู!!! เธอเห็นทีมยังอ่ะ T^T

            บีบีพูดขึ้นพร้อมกับวิ่งมานั่งลงข้างๆ ฉัน ฉันรู้ก่อนเธอแล้ว แล้วก็เซ็งก่อนเธอไปแล้วด้วยย่ะ

            “เห็นแล้ว”

            “ฉันยังไม่เห็นเลย ขอยืมดูหน่อยสิ”

            “อืม...เอาเลย”

            “ฉันอยู่...สีฟ้า อีกแล้ว”

            “ฮ่าๆ เธอนี่นะ...อยู่สีนี้ทุกปีจริงๆ :P”

            “เธอล่ะ อยู่สีอะไรอ่ะ”

            “ขาว”

            “มีเพื่อนป่ะ ฉันไม่เห็นมีใครที่สนิทอยู่ทีมเดียวกันเลยอ่ะ T^T

            “ฉันก็เหมือนกับเธอน่ะแหละ เพื่อนเหรอ... แบล็คนี่เรียกว่าเพื่อนหรือเปล่าล่ะ”

            “ก็ต้องเพื่อนสิ... เฮ้ย! อะไรนะ!! แบล็คอยู่สีขาว...เหมือนกับเธองั้นเหรอ”

            “อืม”

            “เฮ้อ...ถ้ามันจะบังเอิญขนาดนี้นะ..... แล้วเธอโอเคหรือเปล่า”

            “ฉันก็ต้องโอเคสิ”

            “อืม อย่าคิดมากละกันนะ มันก็แค่วันเดียวเท่านั้น เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปแหละ”

            “อืม...”

            “บลูเบอร์รี่!!!! น่าเสียดายจัง เราไม่ได้อยู่สีเดียวกันอ่า Y_Y

            เฮ้ย...อีตานี่มันโผล่มาจากไหนเนี่ย =_= ทุกคนยังจำหมอนี่ได้ใช่มั๊ย...เบนจามินน่ะ ที่เคยมาบอก ชอบฉันอ่ะ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ฉันก็คิดว่าหมอนี่พูดเล่นอยู่ดี

            “บลู ฉันว่านะ...หมอนี่มันต้องชอบเธอจริงๆ แน่เลย”

            บีบีกระซิบกับฉัน...แต่นี่มันจะไม่นินทาระยะเผาขนไปหน่อยเหรอ บีบีเอ๊ย! อีตาเบ็นยืนอยู่หน้า พวกเรานะเออ =o= ฉันส่ายหน้าให้กับความคิดของยัยบีบี มันไม่มีทางเป็นเรื่องจริงหรอกน่า ฉันนี่ก็ไม่ได้ สวยเว่อร์ขนาดมีคนมาจีบหรอกกกก

            “จะมาเสียดายทำไม  -_-

            “ก็ฉันบอกเธอไปแล้วนี่...ว่าฉันชอบเธอน่ะ”

            “นายจะว่าอะไรมั๊ย...ถ้าฉันบอกว่าไม่เชื่อ”

            “แล้วเหตุผลอะไรล่ะ ที่ทำให้เธอไม่เชื่อฉันเนี่ย”

            “นายไม่รู้สึกแปลกๆ บ้างเหรอ ที่อยู่ดีๆ คนที่เพิ่งเจอกัน ได้คุยกันครั้งแรกน่ะ จะมาชอบกันได้เลย แบบใช่เลยอะไรแบบนั้นอ่ะ”

            “เธอไม่เคยได้ยินคำว่า ‘Love at first sight’ เหรอ? แบบเจอกันครั้งแรกก็ตกหลุมรักเลยน่ะ >_<

            “ขอโทษนะ....แต่ฉันไม่เชื่อ”

            นี่ขนาดฉันพยายามมามากเท่าไหร่ ใครบางคนยังไม่สามารถรักฉันได้เลย แล้วจะมาประสาอะไร กับคนที่เพิ่งรู้จักกันล่ะ ความเป็นไปได้ที่เขาจะรักเราจริงนี่ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

            “แล้วถ้าฉันบอกว่าฉัน...แอบชอบเธอมานานแล้วล่ะ แต่ช่างเหอะ...เธอจะไปเชื่ออะไรฉันล่ะ ไม่เป็นไร สักวันเดี๋ยวเธอก็คงเข้าใจความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอเองอ่ะแหละ”

            ไม่รู้ทำไม ฉันถึงรู้สึกถึงความเศร้าในเสียงที่เบ็นพูดออกมาเมื่อกี้ เขาชอบฉันจริงๆ เหรอ ชอบมาก ขนาดจะพิสูจน์ให้ฉันได้เห็นมันเลยงั้นเหรอ...? ฉันควรจะเปิดใจให้ใครใหม่ดีมั๊ยนะ

            “นายชอบฉันจริงๆ งั้นเหรอ”

            “ก็ใช่น่ะสิ...ทำไมถึงถาม...”

            “งั้นฉันให้โอกาสนายก็ได้ ถ้านายทำให้ฉันประทับใจได้ทั้งหมด 10 ครั้ง ฉันจะยอมเป็นแฟนกับนาย โดยแต่ล่ะครั้งที่นายทำให้ฉันประทับใจ ฉันจะให้เบอร์ฉันกับนายทีละตัว จนกว่าจะครบสิบตัว ตกลงมั๊ย”

            “เธอนี่อะไรอะไรก็จริงจังไปหมดเลยนะ”

            “หรือว่านายไม่ตกลง ฉันยังไงก็ได้นะ ฉันไม่ได้ขอร้องให้นายตกลงซะหน่อย”

            “เฮ้ยๆๆ ฉันยังไม่ได้ปฏิเสธเลยนะ โอเคๆ ฉันตกลงก็ได้ ว่าแต่ตั้ง 10 ครั้งเลยเหรอ แต่ฉันว่าไอ้สอง ตัวเลขแรกน่ะ มันไม่จำเป็นเท่าไหร่เลยนะ ใครๆ ก็เดาได้ป่ะ -_- แต่ไม่เป็นไร ฉันเชื่อว่าฉันทำได้ ไม่เห็นจะ ยากเลย! เตรียมตัวมาเป็นแฟนฉันไว้เลยละกันนะ ^^ ฉันไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวเธอจะอดใจไม่ไหว อยากให้ ฉันไปเป็นแฟนซะก่อน”

            “ไปๆ ได้แล้วน่ะ -..-

            “ไปก็ได้ แล้วเจอกันนะ”

            เบ็นพูดขึ้นพลางเอามือมาลูบหัวฉัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป หมอนั่นอยู่คนละห้องกับฉันน่ะ แต่ยังลงทุนมาหาถึงห้องนี้เพื่อมาพิสูจน์ความจริงใจเลยเหรอ หรือว่าหมอนั่นจะชอบฉันจริงๆ นะ

            “บลู เธอคิดว่าทำแบบนี้มันดีแล้วเหรอ”

            “ทำอะไรล่ะ”

            “เธออย่ามากวนฉันสิ ฉันรู้ว่าเธอตั้งใจจะเปิดโอกาสให้ตัวเองนะ ฉันคิดว่านั่นเป็นไอเดียที่ดีเลย แต่ถ้าเธอคิดจะใช้หมอนั่นเป็นเครื่องมือ ฉันว่ามันไม่ดีเท่าไหร่นะ”

            “ฉันไม่ได้ใช้ใครเป็นเครื่องมือหรอก เธอวางใจได้ เพราะถึงแม้ฉันจะใช้มัน เขาก็ไม่มาสนใจ ฉันหรอก ฉันไม่กล้าเอาความรักของใครมาเล่นหรอก”

            “งั้นก็ดีแล้ว นี่ถ้าเบ็นเขาเป็นคนดีน่ะ เธอก็ควรให้โอกาสตัวเองนะ ฉันไม่อยากให้เธอจมปลักอยู่กับ คนที่ไม่เห็นคุณค่าของความรัก”

            “อืม...ฉันรู้น่า อย่าเป็นห่วงฉันนักเลย”

            “เอ้า! นักเรียนทุกคน นั่งที่กันได้แล้ว คลาสจะเริ่มแล้ว”

            แล้วฉันกับบีบีก็กลับไปนั่งที่ของตนเอง พร้อมกับเตรียมตัวฟังในสิ่งที่ครูพูด แต่ในหัวฉันกลับไม่มี ความรู้อะไรเข้าไปเลย ฉันมัวแต่คิดย้อนไปถึงคำพูดที่ฉันได้พูดกับเบ็น แล้วยังสิ่งที่ยัยบีบีได้พูดกับฉันอีก นี่ฉันไม่ได้ใช้หมอนั่นเป็นเครื่องมือจริงๆ ใช่มั๊ย? ฉันไม่ได้อยากทำร้ายใครเลยจริงๆ นะ ฉันรู้ว่าการเล่นกับ ความรู้สึกของคนที่รักเราน่ะ มันเจ็บมากแค่ไหน อย่างที่ฉันโดนมาไงล่ะ แล้วถ้าอีตาเบ็นนั่นมาชอบฉันจริงๆ ฉันก็คงใจร้ายมากที่ไปทำลายความรักของเขา...

            เอาเป็นว่า...ฉันจะให้โอกาสนายได้ทำคะแนนนะเบ็น ฉันเองก็ไม่อยากจมปลักกับคนอย่างหมอนั่น อีกแล้ว ฉันไม่อยากเจ็บเพราะการรักคนที่ไม่รักเราอีกแล้วล่ะ

 

           

            Bebe’s Talk

            เฮ้อ....ยัยบลูเอ๊ย ทำไมความรักของเธอมันถึงเป็นอย่างนี้นะ ฉันอยากช่วยเธอจริงๆ แต่แค่ช่วย เหลือตัวเองฉันยังแทบจะเอาตัวเองไม่รอดเลย ทั้งๆ ที่ฉันก็เตือนคนนู้นคนนี้ได้ แต่ทำไมฉันถึงเอาคำพูดที่ ฉันไปสอนคนอื่นมาใช้กับตัวเองไม่ได้นะ

            ตอนนี้ฉันกับเบสต์ยังคงเป็นแฟนกันอยู่ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ฉันเคยตอบตกลงเป็นแฟนกับหมอนั่นน่ะ มันเป็นสิ่งที่ดีกับฉันจริงๆ หรือเปล่า เพราะเขาก็ไม่เคยทำหน้าที่แฟนเลยสักครั้ง นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันคิดไว้อยู่ แล้วนี่ เขาไม่ได้รักฉัน...แล้วเขาจะมาดูแลฉันทำไมล่ะ

            หรือว่าฉันควรจะจบคำว่า แฟน กับเขาดีนะ

            เฮ้อ… ถ้าฉันมีคนมาชอบอย่างบลูก็ดีสิ มีตัวเลือก มีทางออกว่าควรจะทำยังไงกับหัวใจตัวเอง ควพอหรือว่ารอต่อไปกัน…

            เมื่อจบคลาสเรียน ฉันก็บอกให้บลูไปรอที่โรงอาหารก่อน เพราะฉันมีธุระจะต้องจัดการนิดหน่อย ความจริงแล้วฉันจะไปหาเบสต์น่ะ เพื่อจบความสัมพันบ้าๆ นี่ อยู่ไปแบบนี้คนที่เจ็บก็คงมีแต่ฉันสินะ แต่ฉันไม่บอกมันกับบลูหรอก เดี๋ยวยัยนั่นก็มาเป็นห่วงฉันอีก

            แต่สงสัยว่าสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำคงไม่สำเร็จแล้วล่ะมั้ง ก็ฉันดันเดินไปเจอยัยเนเน่ซะก่อน ดูเหมือนว่า ยัยนั่นคงไม่ได้มาดีซะด้วย -_-

            “นี่เธอ

            ฉันกะจะทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วก็เดินเมินยัยนั่นไป แต่ยัยเนเน่ก็เรียกขึ้นด้วยเสียงที่เหลียมกว่าเดิม        “ฉันเรียกเธอไม่ได้ยินหรือไง”

            “ฉันไม่ได้ชื่อว่า เธอ’ ฉันชื่อว่า ‘บีบี’ ”

            “จะอะไรก็ช่าง ฉันว่าทางทีดีนะ…เธอมาร่วมมือกับฉันดีกว่านะ”

            “เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ”

            “ฉันรู้นะ ว่าเธอชอบเบสต์ แต่เพราะคำว่า ‘เพื่อน’ มันค้ำคออยู่ใช่มั๊ยล่ะ เธอถึงทำอะไรไม่ได้แบบนี้ ฉันนี่ไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ ถ้ารักเขา…ก็ทำให้เขารักเราไปเลยสิ จะมาช่วยเหลือคนที่เรารักให้ไปรักกับ คนอื่นไปเพื่ออะไร เธอนี่มันแม่พระชัดๆ”

            “เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไง”

            “ฉันก็จะเสนอทางที่ดีกว่าให้เธอน่ะสิ เลิกเป็นเพื่อนกับยัยนั่นซะ! ฉันว่าฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเธออยากให้หมอนั่นหันกลับมามองเธอบ้าง”

            “ฉันไม่ได้ต้องการทำแบบนั้น ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครหันกลับมารักฉัน”

            “เธอแน่ใจเหรอ...ว่าสิ่งที่เธอพูดน่ะ มันเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกจริงๆ”

            “ใช่น่ะสิ ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายเพื่อน เหมือนใครบางคนหรอกนะ”

            “เธอหมายถึงใคร! ฉันไม่เคยทำร้ายเพื่อน.... สิ่งที่ฉันทำอยู่ก็คือการช่วยเพื่อน เธอนี่ก็ฉลาด หรือเปล่า ยัยนั่นไม่ใช่คนดีเลยสักนิด ยัยนั่นชอบแย่งคนรักของคนอื่นไป เธอรู้บ้างหรือเปล่า!

            “บลูไม่เคยทำแบบนั้น!!!

            อย่างที่ฉันบอก ฉันยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเพื่อนของฉัน  ยัยเนเน่ไม่มีสิทธิ์มาว่าบลูแบบนี้! คนอย่างบลูน่ะเหรอ...จะไปแย่งแฟนใครได้

            “เธอแน่ใจแล้วหรือไง... นี่ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะ ว่าคนที่ยัยนั่นชอบน่ะ มันใครกันแน่...? แบล็ค เบสต์ หรือว่า เบ็น? หืม!!? เธอตอบฉันได้หรือเปล่าล่ะ ไหนๆ เธอก็ไม่ยอมร่วมมือกับฉันแล้ว งั้นฉันฝากเธอ ไปเตือนยัยบลูด้วยล่ะกันว่า... ระวังตัวไว้ให้ดีๆ ละกัน”

            “เธอจะทำอะไรเพื่อนฉัน!?

            “ฉันคงไม่ทำอะไรเพื่อนเธอหรอกมั้ง... มีแต่เพื่อนเธอนั่นแหละ ที่ทำให้คนนู้นคนนี้เจ็บ เพราะฉะนั้น ยัยนั่นก็ต้องเจ็บกว่าหลายเท่า!

            ยัยเนเน่ทิ้งไว้แค่นั้น พร้อมกับเดินจากไป

            ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่ายัยเนเน่จะร้ายขนาดนี้ ตอนแรกฉันก็คิดว่ายัยนั่นแค่อยากแกล้งบลู เพราะไม่ถูกกับบลูเฉยๆ แต่นี่คิดจะทำร้ายเลยเหรอ แล้วที่ยัยนั่นพูดน่ะ มันหมายความว่าไงกัน... บลูไป แย่งคนรักของใครไป ของยัยเนเน่เหรอ... แล้วใครกันที่เป็นคนที่ยัยนั่นรัก!?

            มันต้องเป็นหนึ่งในผู้ชายสามคนแน่ๆ เลย ไม่แบล็คก็ต้องเป็นเบ็น…หรือเบสต์ เห็นทีฉันต้องเตือน ยัยบลูเรื่องนี้ซะแล้ว

 ทำไมชีวิตฉันถึงได้เจอแต่ เรื่อง เรื่อง แล้วก็เรื่องนะ!

 

End -  Bebe’s Talk

           

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น