Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 12 : Chapter 11 ~ I’ll be right beside you, promised. (re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ก.ย. 58


Chapter 11

I’ll be right beside you, promised.

 



 

         อีกนิด…อีกนิดเดียวเท่านั้น >///<

         มะ...ไม่โดน! ใช่...มีใครสักคนมาดึงตัวฉันไปเต้นรำแทน ทำให้ฉันรอดจากผู้ชายคนนั้นอยากฉิวเฉียด ไหนขอดูหน้าคนที่ช่วยฉันหน่อยสิ หาาา! แบล็คเนี่ยนะช่วยฉัน แต่ก็เอาเหอะ...ถึงแม้ฉันจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่ แต่ฉันก็คงต้องขอบคุณเขานั่นแหละ

         ไม่อยากจะเชื่อ...ว่าแบล็คจะยอมเสียสละไม่ให้ตัวเองคู่กับมิซุเพื่อมาช่วยฉัน มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ

         “ทำไมต้องทำหน้าอึ้งขนาดนั้นด้วย”

         ขณะที่เรากำลังทำเป็นเต้นรำอยู่ แต่ใจคงไม่จดจ่ออยู่กับการเต้นแล้ว แบล็คก็ถามขึ้นด้วยสีหน้างงๆ อ้าว...! ก็ฉันช็อกจริงๆ นี่นา ใครจะไปคิดล่ะว่าคนอย่างเขา...จะมาช่วยฉัน

         “ก็ฉันแค่ไม่คิดว่จะเป็นนาย...ที่มาช่วยฉัน”

         ฉันพูดเบามาก...จนมันแทบจะกลายเป็นการกระซิบกับตัวเอง

         “อะไรนะ”

         เพลงเต้นรำจบลง ซึ่งมันเป็นระฆังช่วยชีวิตฉันไว้เลยแหละ ก็ฉันไม่รู้จะตอบเขาไปว่าอะไรนี่ ให้ตอบว่าฉันไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเขาที่ช่วยฉันไว้...มันก็ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

         ฉันใช้จังหวะนั้นในการผละออกจากแบล็ค ก่อนจะเดินไปหาอีตาเจ้าปัญหา พร้อมกับถามคำถามที่ฉันอยากรู้ทันที

         “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!?

         “ฉันทำอะไร ^^

         “ก็นาย...เกือบจะ...นั่นแหละ! เล่นบ้าอะไรของนาย”

         “ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ก็แค่...ทำให้คู่เราเด่น...ก็แค่นั้น”

         ดะ...เด่นเนี่ยนะ เพื่อออออ!?

         “แต่เสียดายแฮะ...ดันมีหมาหวงก้างมาขัดไว้ซะก่อน”

         หมาหวงก้างน่ะไม่มีหรอก และมันก็คงใช้ไม่ได้กับสถานการณ์นี้ด้วย เพราะแบล็ค...คงไม่ได้หวงฉันแน่ๆ เขาก็แค่ช่วยในฐานะเพื่อนคนนึงเท่านั้นแหละ ฉันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นหมานะ อย่าเข้าใจผิด

         “พูดอะไรของนาย”

         “ฉันพูดความจริงนี่ เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าหมอนั่นน่ะ...อาจจะชอบเธออยู่ก็ได้”

         “เขาไม่ได้ชอบฉัน...สักหน่อย”

         อีตาเบ็นจะมาตอกย้ำความรู้สึกของฉันทำไมกัน

         “เฮ้! ไม่ต้องทำเสียงเศร้าขนาดนั้นก็ได้ ถึงเขาจะชอบหรือไม่ชอบเธอ ฉันคนนึงนี่แหละ...ที่ชอบเธอ”

         ใครจะไปสนกันว่านายจะชอบฉันหรือไม่ หาาา! ชะ...ชอบฉันอย่างนั้นเหรอ นี่คือเรื่องช็อกโลกที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมาแล้ว มีอย่างที่ไหน...เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง มาบอกชอบกันแล้วเนี่ยนะ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว             

         “เหอะ! ชอบฉัน...? พูดออกมาได้ง่ายไปมั๊ย -_-^

         “แล้วทำไมต้องทำให้มันยากด้วยล่ะ ชอบก็บอกว่าชอบสิ ^^”

         “…”

         ก็จริงของเขา ทำไมเราต้องทำให้มันยาก แต่ถ้าบอกไป…แล้วเขาไม่คิดเหมือนเราล่ะ คนที่บอกก็ต้องโดนแบบฉันสินะ ซึ่งมัน…เจ็บมาก บอกเลย

         “ถ้ามัวแต่เก็บไว้ มันก็คงเป็นได้เพียงความในใจของเรา คนที่เราชอบ…จะรู้ได้ไงล่ะ”

         ทุกอย่างที่เบ็นพูดออกมา...มันเป็นความจริงทุกอย่าง มันเพียงแค่...ไม่ได้เวิร์คกับคนทุกๆ คนก็แค่นั้น แล้วหนึ่งในนั้น...ก็คือฉันคนนี้ ที่ไม่น่าเลือกทำอะไรบ้าๆ อย่างการสารภาพรักเลย

         “นี่นาย...ชอบฉันจริงอ่ะ =o=

         “ใช่สิ! เธอควรจะทำหน้าดีใจ เขิน ฟิน แทนที่จะทำหน้าไม่เชื่อแบบนั้นนะ -*-

         ก็มันไม่น่าเชื่อจริงๆ นี่นา

         “แล้วอีกอย่าง...เธอควรจะดีใจมากๆ ที่มีคนชอบเธอเพิ่มอีกตั้งนึงคน”

         แต่ที่เขาพูดมา เขาอาจจะแค่ชอบฉันแบบเพื่อนก็ได้ การชอบกันมันไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นในเชิงชู้สาวตลอดนี่ ฉันนี่ก็คิดมากไปได้

         “ชอบแบบเพื่อน...จะมีเพิ่มอีกสักคนไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่”

         “นี่! เวลาคนเขาบอกชอบกันเนี่ย เขาไม่บอกกับคนที่เขารู้สึกแค่เพื่อนหรอกนะ มันก็ต้องมากกว่านั้นป่ะ เธอแกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริงเนี่ย”

         ฉัน...ไม่รู้จริงๆ =o=

         แล้วทำไมอีตานี่ต้องพูดเสียงดังขนาดนี้ด้วยเนี่ย คนอื่นก็ได้ยินหมดสิ

         “นายบ้าหรือเปล่า พูดเสียงดังอะไรขนาดนั้น”

         “ไม่เห็นต้องแคร์เลย เอาเหอะ! ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่เชื่อคำพูดของฉัน แต่สักวัน...ฉันจะทำให้เธอเชื่อมันให้ได้”

         พอพูดจบ...เบ็นก็ทิ้งฉันไว้กับคำพูดอันน่าเหลือเชื่อของเขา ยังไงฉันก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่าคนอย่างเขา...จะมาชอบฉัน แล้วยิ่งเวลาอันสั้นขนาดนี้ด้วย รักแรกพบน่ะเหรอ…ไม่มีจริงหรอก

         หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปทำการแสดงบทอื่นๆ โดยใช้เวลาเพียง 45 นาที การแสดงทุกอย่างก็เสร็จสิ้นลง แล้วฉันก็มีข่าวดีด้วยแหละ เกรดของพวกเราชนะ!!! เย้ >o< อยากจะกรีดร้องดังๆ แต่ว่าก็ว่าเหอะ ตั้งแต่เหตุการณ์ในตอนเช้าที่แบล็คเข้ามาช่วยฉันไว้ ฉันก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย ใจนึง...ฉันก็แอบหวังว่าคำพูดของเบ็น...อาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ แบล็คอาจจะห่วงฉัน...จากใจของเขาจริงๆ แต่อีกใจนึง...มันก็ไม่มีวันเป็นไปได้อยู่ดี

         “แบล็ค ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย คุยกับฉันแป็บนึงได้มั๊ย”

         “อืม”

         เอ่อ…พอฉันนึกถึงเขาปุ๊บ เขาก็เดินผ่านหน้าฉันทันทีเลยเนี่ยนะ แต่เสียงเรียกนั้นไม่ใช่เสียงของฉันหรอก มันเป็นเสียงของยัยเนเน่ ถึงฉันจะรู้ว่าคนที่แบล็คชอบคือมิซุ แต่ฉันก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าเรื่องที่ยัยเนเน่จะคุยกับเขา มันคือเรื่องอะไรกันแน่ ฉันขอเสียมารยาทหน่อยก็แล้วกัน

         ฉันแอบเดินตามสองคนนั้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงสวนหลังโรงเรียน ตอนนี้ที่นี่ไม่ใครอยู่เลย นี่แสดงว่าเรื่องที่พวกเขาจะคุยกันมันต้องสำคัญและมันความลับมากเลยล่ะสิ ไม่งั้นพวกเขาคงไม่ต้องแอบหลบมาถึงตรงนี้

         “แบล็ค…ทำไมนายทำแบบนั้นล่ะ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเปลี่ยนคู่”

         ฉันคิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาแอบฟัง ที่แท้เรื่องที่พวกเขาคุยกันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับฉันนี่เอง

         “…”

         “เฮ้ นายอย่าเงียบสิ นี่อย่าบอกนะว่าชอบยัยนั่นไปแล้วน่ะ”

         “เธอก็รู้อยู่แล้วว่าฉันชอบใคร จะถามขึ้นมาให้ได้อะไร”

         “เหอะ! ถ้านายชอบเพื่อนฉันจริงๆ นายจะเปลี่ยนคู่เพื่อช่วยยัยนั่นทำไม เห็นความดีอะไรของมันเหรอ...ถึงได้ทำแบบนั้นน่ะ แล้วฉันขอเตือนอะไรหน่อยนะ ถ้าคิดจะชอบเพื่อนฉันแล้ว ช่วยเป็นคนรักเดียวใจเดียวหน่อยได้ป่ะ อย่ามาใจง่ายแบบนี้”

         “แล้วฉันทำผิดตรงไหน ฉันก็แค่ช่วยยัยนั่น ฉันไม่ได้รักยัยนั่นสักหน่อย และคงไม่มีวันรักด้วย”

         เขา…ย้ำคำนั้นออกมาได้ชัดเจนมาก ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้อะไรๆ ที่ฉันเก็บเอาไปคิดเอาเอง…กระจ่างมากยิ่งขึ้น

         เขา…ไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลย ไม่มีแม้แต่ความห่วงใย แล้วเขาจะมาช่วยฉันไว้ทำไม   

         “เฮ้! ไม่ต้องเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ แค่ย้ำให้ฟังอย่างเดียวก็พอ”

         “ก็ฉันกลัวเธอจะเข้าใจผิดอีกนี่ เอาเป็นว่า...ยังไงคนที่ฉันชอบ ก็ยังเป็นคนเดิม ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจง่ายๆ แล้วไปรักคนอย่างยัยนั่นแทนหรอก”

         ฉันทนฟังต่อไม่ไหวเลยรีบวิ่งออกจากตรงนั้นแทน คำพูดแต่ละคำของเขามันช่าง...ไม่แคร์ความรู้สึกของฉันแม้แต่นิด       

         ‘แล้วฉันทำผิดตรงไหน ฉันก็แค่ช่วยยัยนั่น ฉันไม่ได้รักยัยนั่นสักหน่อย และคงไม่มีวันรักด้วย’

         ‘ก็ฉันกลัวเธอจะเข้าใจผิดอีกนี่ เอาเป็นว่า...ยังไงคนที่ฉันชอบ ก็ยังเป็นคนเดิม ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจง่ายๆ แล้วไปรักคนอย่างยัยนั่นแทนหรอก’

         ถึงแม้จะวิ่งมาไกลจากตรงนั้นแค่ไหน คำพูดเหล่านั้นยังคงย้ำอยู่ในสมองของฉันอยู่ดี จนน้ำตาเริ่มหยดแหมะมาตรงหน้าฉันจนฉันมองไม่เห็นทาง วิ่งไปชนกับใครคนนึงเข้า

         “ขอโทษค่ะ”

         “บลู...เป็นอะไรหรือเปล่า ใครทำอะไรเธอน่ะ บอกฉันได้นะ”

         “เบสต์...ฉัน...”

         “ถ้ายังไม่อยากพูดอะไร ยังไม่ต้องพูดอะไรก็ได้นะ ไหนๆ ันนี้เราก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เราไปที่อื่นกันเหอะนะ ขืนอยู่ที่นี่ต่อแล้วมีใครมาเห็นเธอในสภาพนี้เข้า คงไม่ดีแน่ๆ”

         “อืม”

         “งั้นไปกัน”

         เบสต์พูดพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ เขาทำให้ฉันมั่นใจว่าถ้าทุกคนบนโลกนี้ทิ้งฉันไป เขาก็จะยังยืนอยู่ตรงนี้ข้างๆ ฉัน นายช่างเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ขอบคุณมากๆ นะเบสต์

         หลังจากนั้นเบสต์ก็ขับรถพาฉันออกมาอย่างที่เขาได้พูดไว้ ว่าแต่…เราจะไปที่ไหนกันดี ฉันยังไม่อยากกลับบ้านซะด้วย กลับไปด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยน้ำตาแบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่

         “เราจะไปไหนกันเหรอ”

         “เธออยากไปไหนล่ะ”

         “ตามใจนายละกัน นายไปไหน…ฉันก็ไปที่นั่นแหละ”

         “ฉันไม่ชอบเธอที่เป็นแบบนี้เลยจริงๆ กลับมาเป็นคนเดิมเร็วๆ นะ”

         “…”

         ฉันก็ไม่ชอบตัวเองในตอนนี้เหมือนกัน

         “เอาไว้อยากเล่าเมื่อไหร่ เธอค่อยเล่าให้ฉันฟังก็ได้ ฉันจะคอยรับฟังเธออยู่ตรงนี้เสมอ ^^”

         สงสัยเพราะร้องไห้มากเกินไป รถขับออกไปไม่ทันไร ฉันก็ผลอยหลับไปซะแล้ว ตื่นมาอีกทีถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในกรุงเทพแล้ว ที่นี่คือที่ไหนนะ…!? อยู่ดีๆ เบสต์ก็จอดรถลงที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งพอฉันมองไปรอบๆ แล้ว มันคือทะเล นี่เรากำลังอยู่ที่ทะเลกันเหรอเนี่ย

         “เบสต์ ที่นีที่ไหนน่ะ”

         “บางแสน”

         “แล้วเราจะอยู่ที่นี่อีกนานมั๊ย ฉัน...”

         “ก็ถ้าเธอรู้สึกโอเคขึ้น พร้อมจะกลับ เราก็จะกลับกันทันที แต่ตอนนี้ขอกินข้าวก่อนนะ ฉันหิวมากเลย :p

         “นี่...ถ้าหิวขนาดนั้นทำไมไม่แวะหาอะไรลองท้องก่อนล่ะ”

         “ก็เธอหลับอยู่นี่ ฉันไม่อยากเอาเปรียบเธอด้วยการแอบกินอะไรก่อน ปล่อยให้เธอหิวอยู่คนเดียว”

         “นายก็...ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้”

         เล่นเอาฉันรู้สึกผิดเลย...ที่ทำให้เขาหิวได้ขนาดนี้ T^T

         “อย่าคิดมากน่า อีกอย่าง...มาที่นี่ก็ดี บรรยากาศดี๊ดี โรแมนติ๊กกก....โรแมนติก :p

         “ฮะๆ ทำไม...ชอบเหรอ”

         “ก็ชอบนะ”

         ไม่รู้ทำไมพอฉันยิงคำถามไปแบบนั้น เบสต์กลับตอบกลับมาราวกับว่าเขาไม่ได้ต้องการจะตอบคำถามที่ฉันถามไป ว่าเขาชอบที่ที่นี่หรือเปล่า ซึ่งมันทำให้ฉันไม่กล้าถามอะไรต่ออีก

         “ไป! ไปกินกันเถอะ หิวจะตายอยู่แล้ว”

         ว่าจบเบสต์ก็จุงมือฉันเข้าไปในร้านอาหาร เอ่อ...เฮ้! ฉันเป็นเพื่อนนะ ไม่ใช่แฟน ไม่ต้องจับมือก็ได้ แต่เอาเหอะ...บางทีเบสต์อาจจะลืมตัวคิดว่าจับมือคนที่ชอบ ยัยบีบี แฟนของหมอนั่นอยู่ก็ได้ เอาเป็นว่าฉันจะยังไม่ขัดเขาละกัน ไหนๆ เขาก็ช่วยฉันไว้ขนาดนี้แล้ว

         เบสต์พาฉันมายังร้านอาหารทะเลที่ตกแต่งได้โรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักเอามากๆ แล้วเขาเลือกที่จะพาฉันมาเนี่ยนะ ทำไมไม่ไปชวนยัยบีบีเนี่ย =o= สงสัยแถวนี้จะมีแค่ร้านนี้ที่อร่อยและดูน่าเข้าล่ะมั้ง

         “รับอะไรดีครับ”

         พนักงานเข้ามารับออเดอร์ เราสั่งอาหารมาสักสองสามอย่าง ก่อนที่พนักงานเสิร์ฟจะเดินไป

 

         มีเรื่องราวมากมายที่ไม่มีใครได้ฟัง……

 

         ไม่ใช่แค่โรแมนติกแล้วมั้งเนี่ย บรรยากาศยังดี๊ดีอีกด้วย มีเพลงให้ฟังด้วยแหละ >_< ฟินดีเนอะ อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันสบายใจขึ้นมากเลยแหละ

         “มีใครอยากขอเพลงหรืออยากร้องเพลง เชิญได้เลยนะครับ ^^”

         พอนักร้องร้องจบ เขาก็ถามหาความเห็นจากลูกค้าทันที จบคำถามนั้น…อยู่ดีๆ อีตาเบสต์ก็ลุกขึ้นเฉย

         ไปไหนน่ะ”

         “เดี๋ยวฉันมานะ ^^

         ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ ด้วย เบสต์เดินไปขึ้นเวที นี่เขาจะร้องเพลงจริงๆ เหรอเนี่ย แอบทึ่งนะ!

         “สวัสดีครับ ผม...เบสต์น่ะครับ ก็...เห็นพี่นักร้องถามว่าใครอยากร้อง...ผมเลยอยากลองดูสักนิดน่ะครับ ถ้าเพี้ยนหรือไม่เพราะยังไงก็อย่าเพิ่งปาอะไรมาน่ะครับ แหะๆ เชิญฟังได้เลยครับกับเพลง...อยากรู้แต่ไม่อยากถาม ^^

         นี่ถ้าเขาบอกว่าเขาเป็นนักร้องมืออาชีพ ฉันก็เชื่อนะเนี่ย พูดได้คล่องมากกกก

         “พี่ครับ…รบกวนขอกีต้าร์ด้วยครับ”

         โหย!! จะเล่นกีต้าร์ด้วยเหรอเนี่ย มาครบสูตรเลยแฮะ

         “ได้เลยน้อง แหม~ ทั้งเล่นทั้งร้องแบบนี้ จะเซอร์ไพรส์แฟนเหรอครับเนี่ย”

         พี่นักร้องยื่นกีต้าร์ให้เบสต์ก่อนจะเอ่ยแซวเขา ไม่ใช่มั้งคะพี่...แฟนเขาอยู่กรุงเทพนู่น ฉันอยากจะตอบกลับไปจริงๆ เบสต์ก็แค่อยากร้องเพลงให้ฉันรู้สึกดีขึ้น...ในฐานะเพื่อนก็เท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรหรอก

         “ฮะๆ ยังไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกครับ”

         อีตานั่นหมายถึงใครเนี่ย ยิ่งพูดยิ่งงง ไม่ได้เป็นแฟนกันอะไร เขาก็เป็นแฟนกับยัยบีบีอยู่ไง เบลอแล้วหรือไงเนี่ย สงสัยจะขับรถนานไป =o=

         จากนั้นเสียงกีต้าร์ก็ดังขึ้นอย่างไพเราะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของเบสต์

 

         ได้ชิดเพียงลมหายใจ  แค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน แค่เพื่อนเท่านั้น

         แต่มันเกินห้ามใจ  ที่ค้างในความรู้สึก ว่าลึกๆเธอคิดยังไง  รักเธอเท่าไร แต่ไม่เคยพูดกัน

         อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้  มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย

         เธอจะมีใจหรือเปล่า  เธอเคยมองมาที่ฉันหรือเปล่า ที่เราเป็นอยู่นั้นคืออะไร

 

          เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ติดอยู่ในใจ

         แต่ไม่อยากถาม  กลัวว่าเธอเปลี่ยนไป

 

         “ขอเชิญบลู…ขึ้นมาร้องด้วยกันหน่อยครับ ^^”

         เบสต์ใช้จังหวะที่เป็นทำนอง เรียกฉันขึ้นเวทีซะงั้น ฉัน...ยังไม่พร้อมจะร้องสักหน่อย เรียกฉันทำไมเนี่ย T^T คนเยอะด้วย ถ้าร้องผิดนี่อายแย่เลยนะ Y_Y

         “ไม่เอาๆ”

         ฉันบอกโดยไม่ออกเสียง เขาน่าจะรู้นะว่าฉันหมายความว่าไง ฉันยังแถมส่ายหน้าให้อีกด้วย

         “เร็วครับบลู...เพลงใกล้จะมาแล้วนะ ถือว่าให้เกียรติกันหน่อยนะ คนมองเต็มไปหมดแล้วเนี่ย”

         ง่ะ T^T ฉันรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาเป็นสิบๆ ตามที่เบสต์บอกจริงๆ ด้วย ฉันเลยต้องจำใจเดินไปขึ้นเวที ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เบสต์ จากที่เล่นกีต้าร์คลอรอฉัน เขาก็เล่นมันจริงจังขึ้น ก่อนจะบอกฉันให้เตรียมพร้อม

         “ต่อไปตาเธอนะ”

         “อะ...อืม”

         โอเค…ร้องก็ร้อง >_<

         ไม่ถามยังดีซะกว่า  เพราะฉันรู้ถ้าเราถามกัน  กลัวคำๆนั้น อาจทำร้ายหัวใจ

อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้  มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย

 

         เธอจะมีใจหรือเปล่า เธอเคยมองมาที่ฉันหรือเปล่า ที่เราเป็นอยู่นั้นคืออะไร

เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ติดอยู่ในใจ แต่ไม่อยากถาม กลัวรับมันไม่ไหว

 

         เมื่อร้องจบ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นมากมาย แอบปลื้มเหมือนกันแฮะเมื่อได้ยินอะไรแบบนี้ >o<

         “ขอบคุณครับ ^^

         “เอ่อ...ขอบคุณค่ะ”

         “น้องๆ ร้องเพลงเพราะมากเลย นักร้องตัวจริงปลอมตัวมาหรือเปล่าเนี่ย :p

         “เอ่อ…ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับพี่”

         ฉันกับเบสต์ยิ้มให้พี่นักร้อง มอบเวทีคืนให้พี่เขา ก่อนจะลงจากเวทีมานั่งที่โต๊ะตามเดิม ได้ทำอะไรแบบนี้ก็สนุกและมีความสุขดีเหมือนกันนะ

         อีกอย่าง…ฉันชอบความรู้สึกที่เราได้ทำอะไรสักอย่างที่เรารัก ฉันชอบร้องเพลงนะ และมันก็เป็นอะไรที่ดีมากที่มีใครสักคนมาเล่นกีต้าร์ให้เราร้อง ไม่ก็ร้องไปพร้อมๆ กับเรา นี่ถ้าได้ร้องกับคนที่เรารู้สึกดีด้วย มันน่าจะดีไม่น้อยเลยนะ แต่ฉันไม่ควรจะไปนึกถึงมันเลย มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ          

         ฉันควรจะเอาเรื่องของผู้ชายคนนั้นออกไปจากสมองซะที แล้วโฟกัสกับผู้ชายที่คอยอยู่เคียงข้างฉันตรงหน้าคนนี้มากกว่า

         “ขอบใจนะเบสต์...ที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด ^^

         “ถ้าเธอมองไม่เห็นใคร...ขอให้จำไว้ว่าฉันคนนี้จะอยู่คอยข้างๆ เธอเสมอ ไม่ทิ้งเธอไปไหนแน่นอน”

 

 


ฝากนิยายหน่อยนะคะ >_<



ภาคต่อของเรื่องนี้ก็ได้ออกมาแล้วนะคะ ติดตามกันได้ที่ลิ้งค์ข้างหลังนี้เลยค่าา



ขอฝากเรื่องใหม่อีกเรื่องด้วยนะคะ ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น