Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 10 : Chapter 9 - Prince & Princess (re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 พ.ค. 58

Chapter 9

Prince & Princess

 

         Blueberry’s Talks

 

         หลังจากได้รู้จากบีบีว่าเธอกับเบสต์เป็นแฟนกันแล้ว ฉันก็ดีใจมากๆๆ ในที่สุดเพื่อนที่รักของฉันทั้งสองคนก็ได้รักกันสักที แต่เอ...ทำไมบีบีดูไม่ค่อยมีความสุขเลยนะ หรือฉันจะคิดมากไปเองนะ ใช่! ฉันต้องคิดมากไปเองแน่ๆ คนมีความรักก็ต้องมีความสุขอยู่แล้วสิ เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันก็ไม่ต้องเปนห่วงเพื่อนคนนี้อีกแล้วสินะ คงต้องเป็นห่วงตัวเองอย่างเดียวแล้วสิ

         เมื่อเบสต์บอกกับฉันว่าขอบคุณสำหรับคำยินดี ฉันก็ตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า ไม่เป็นไร’ ก็ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเบสต์มาตั้งแต่แรกแล้วนี่นา ฉันก็สามารถพูดออกไปได้อย่างเต็มปากน่ะสิ

         อีกไม่นานก็จะถึง Spirit Week แล้ว วันนี้แบล็คเลยนัดฉันไปคุยเรื่องงาน ทั้งตอนพักกลางวัน ทั้งตอนเย็น อะไรมันจะต้องคุยเยอะขนาดนั้นเลยหรือไง =_= และนั่นก็คือปัญหาของฉัน การอยู่กับหมอนั่นสองต่อสองเป็นอะไรที่น่าอึดอัดจริงๆ บอกเลย TT^TT

         “บลู...ไปกันเถอะ”

         เสียงเรียกของบีบีปลุกฉันออกจากภวังค์ของตนเองที่มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แต่จะว่าไปนะ...สีหน้าของบีบีดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่เพิ่งมีแฟนเลย ทำไมสีหน้าของเพื่อนฉันถึงได้อมทุกข์ขนาดนี้นะ

         “อืมๆ”

         พอเราเดินพ้นจากสายตาของเบสต์ ฉันก็เริ่มบทสนทนาระหว่างฉันกับบีบีอีกครั้ง

         “บีบี เธอ...โอเคนะ?”

         “ถามฉันแบบนี้อีกแล้วนะ ฉันโอเค โอเคมาก ^^

         บีบีตอบมาแบบนั้น ก็จะยิ้มให้กับฉัน ยิ้มที่ดูยังไงก็รู้ว่าฝืน

         “แต่เธอดูไม่โอเคจริงๆ อ่ะ มีอะไรก็บอกฉันได้นะ”

         “ฉันไม่เป็นไรจริงๆ ฉันต้องโอเคอยู่แล้ว! คนที่แอบชอบมาตั้งนานมาขอเป็นแฟนทั้งที ใครจะไม่โอเคกันล่ะเนอะ”

         ทำไมฉันถึงได้รู้สึกถึงการประชดในน้ำเสียงนั้นนะ หรือว่าฉันจะคิดมากไป บีบีจะมาประชดฉันทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรยัยนี่สักหน่อย

         “เอ่อ...”

         พอบีบีเห็นฉันทำสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ ยัยนั่นก็เหมือนจะเริ่มรู้ตัว ก่อนจะรีบขอโทษฉันทันที

         “บลู…ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้น้ำเสียงแบบนั้นพูดกับเธอนะ เพียงแต่ช่วงนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นๆ ลงๆ น่ะ มีเรื่องให้คิดมากมาย ขอโทษจริงๆ นะ TT^TT

         “ไม่เป็นไรเลยจริงๆ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้ฉันฟังได้เสมอนะ ^^”

         “อืม!

         “งั้นเดี๋ยวฉันมานะ”

         “อืม!

         บางทีบีบีอาจจะอยากอยู่คนเดียวในเวลานี้ก็ได้ ฉันเลยเลือกที่จะเดินไปที่อื่นดีกว่า ปล่อยให้ยัยนั่นได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองน่าจะดีกว่า บอกตามตรง…ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าบีบีเป็นอะไร แต่ฉันก็ไม่คิดจะถามหรอกนะ ถ้ายัยนั่นอยากบอก เดี๋ยวก็คงบอกฉันเองล่ะ ฉันไม่ชอบบังคับใคร เมื่อบีบีสบายใจ เดี๋ยวก็คงมาเล่าให้ฉันฟังเองแหละนะ

         “บลู”

         บีบีเรียกฉันไว้ทำให้ฉันชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินอยู่ ก่อนจะถามคำถามที่ฉันเดาไม่เอาจริงๆ ว่ายัยนั่นกำลังคิดอะไรอยู่

         “ถ้าสมมติว่ามีคนมาขอเธอเป็นแฟนเพื่อประชดใครอีกคน เธอจะยอมเป็นแฟนกับคนคนนั้นมั๊ย”

 

         สีหน้าและแววตาของบีบีในตอนนี้ดูเศร้ามาก นี่อย่าบอกนะว่าเบสต์…!? 

         “บีบี เบสต์กำลังทำแบบนั้นกับเธอเหรอ!? เขาไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนั้นกับเธอนะ จะให้ฉันไม่เคลียร์กับหมอนั่นให้ก็ได้นะ เรื่องอะไรมาทำร้ายเพื่อนฉันแบบนี้”

         ฉันถึงกับของขึ้นเลยทีเดียวหลังจากได้ยินคำถามนั้น เบสต์เป็นคนแย่ขนาดนั้นจริงๆ เหรอเนี่ย? แล้วถ้าเขาไม่ได้ชอบบีบี คนที่เขาชอบจริงๆ คือใครกัน?        

         “เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่สงสัยนิดหน่อยน่ะ พอดีเมื่อวานอ่านนิยายมาแล้วแบบพระเอกกำลังทำแบบนั้นกับนางเอก ฉันก็เลยอินจนเก็บมาคิดน่ะ ไม่มีอะไรจริงๆ ^^

          “ถ้างั้นก็ดีแล้ว ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว”

         ถึงแม้ฉันจะพูดแบบนั้นออกไป ฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ คนอย่างบีบีคงไม่เอาเรื่องนิยายมาเก็บไปเครียดหรอก แสดงว่าสิ่งที่บีบีถามจะต้องมีอะไรเกี่ยวข้องยัยนั่นทางใดทางหนึ่งแน่นอน

         แต่ก็นะ…ในเมื่อบีบีเลือกที่จะเก็บมันไว้ ฉันก็จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไปก่อน การไปบังคับให้ยัยนั่นบอกกับฉันคงไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนที่ดีควรจะทำหรอก…จริงมั๊ย

         “ไปเรียนกันเถอะ!

          

         วิชาสุดท้ายผ่านไปเร็วจริงๆ นี่ก็เลิกเรียนแล้วสินะ นั่นก็หมายความว่าฉันจะต้องไปเจอแบล็คแล้ว เฮ้อ…ฉันไม่อยากเจอหมอนั่นยังไงบอกไม่ถูก แต่ยังไงเรื่องที่เราจะคุยก็เป็นเรื่องงาน เพราะฉะนั้นฉันไม่ควรเอาความรู้สึกส่วนตัวมารวมกับเรื่องงาน ไม่งั้นจะมีแต่เสียงานเปล่าๆ

         เห็นแบล็คบอกว่างานสปิริตวี๊คที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงธีม นี่ยังดีนะที่พวกเรายังไม่ได้เริ่มอะไรมากมาย ไม่งั้นคงเสียดายแย่ถ้าจะต้องทำใหม่ทั้งหมด

            อย่างที่ฉันเคยเล่าให้ทุกคนฟัง สปิริตวี๊คเป็นสัปดาห์ที่แต่ละชั้นจะต้องโชว์สปิริตของเกรดตนเอง ซึ่งต้องมาจากการร่วมมือร่วมใจที่จะแต่งตัวให้ออกมาตามคอนเซพท์ และการแสดงที่ต้องมีความพร้อมมากๆ ดังนั้น…งานนี้ไม่ใช่อะไรที่ง่ายสำหรับพวกเราเลย แล้วยิ่งเวลาที่เหลือเพียงไม่ถึงสองอาทิตย์ การจะทำให้ออกมาเพอร์เฟคจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แบล็คยังบอกอีกด้วยว่าถ้าไม่เสร็จในเวลาที่ตั้งไว้ เราต้องมาทำกันต่อวันเสาร์อาทิตย์ด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยจริงๆ ก็คนมันขี้เกียจนี่นา TT^TT

         พอใกล้เวลานัด ฉันก็รีบตรงไปที่ห้องที่พวกเราใช้จัดทำงานสปิริตวี๊คหรืองานต่างๆ ของเกรดเรา พอไปถึงฉันก็เห็นว่าแบล็คมารอก่อนแล้ว แต่เขากลับไม่ได้มาคนเดียวน่ะสิ เขามากับผู้หญิงคนนึง ซึ่งถ้าให้ฉันมองจากด้านหลัง ยัยนั่นต้องเป็นมิซุแน่ๆ

            ฉันเลือกที่จะหลบอยู่หน้าห้องแทนที่จะเดินเข้าไป ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้ฉันทำแบบนี้เหมือนกัน หรือฉันกำลังสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้นะ ไม่แน่สองคนนี้อาจจะเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมห้องธรรมดาๆ ก็ได้

         “นี่...เดี๋ยวฉันไปก่อนละกันนะ เดี๋ยวบลูก็มาช่วยนายแล้ว”

         “ให้ฉันเดินไปส่งมั๊ย”

         “นี่! นายไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก นี่เพิ่งสี่โมงเองนะ”

         “ก็คนมันเป็นห่วงนี่นา”

         เพราะประตูปิดไม่สนิท ทำให้ฉันได้ยินทุกคำที่สองคนนี้คุยกัน ดูยังไงก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความห่วงใยจากเพื่อนธรรมดาๆ แน่นอน สองคนนี้คงชอบกันจริงๆ

         ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการมาแอบฟังแบบนี้มันจะส่งผลดีกับฉันจริงๆ เหรอ…

         “ไม่ต้องห่วงฉันหรอก”

         “แต่ความจริงแล้วเธอก็ไม่รีบนี่ ทำไมไม่อยู่คุยงานด้วยกันเลยล่ะ งานเสร็จแล้วค่อยกลับด้วยกันก็ได้”

         “จะดีเหรอ…ฉันว่านายคุยกับบลูสองคนน่าจะดีกว่านะ”

         “เธอไม่กลัวที่ฉันต้องอยู่กับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองเหรอ”

         “จะกลัวทำไมล่ะ เราเป็นเพื่อนกันนี่”

         “แต่ยัยนั่นชอบฉันนะ ไม่กลัวเหรอว่าฉันจะเผลอ…ชอบยัยนั่นบ้าง”

         “นี่...ไม่ต้องมาพูดให้ฉันหึงเลย ฉันไม่หึงนายหรอกนะ >//<”

         มิซุพูดแค่นั้นก่อนทำท่าจะเดินไปจากห้อง จากที่เห็นจากใบหน้าของมิซุ แก้มของยัยนั่นเริ่มกลายเป็นสีแดงจางๆ แล้ว นี่น่ะเหรออาการของคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันน่ะ!?

         “ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเธอหึงน่ะ”

         “ฉัน…ไม่คุยกับนายแล้ว!”

         “โหยยย! ทำเป็นเขิน งั้นเจอกันนะ ยัยคุณหนู”

         “ย่ะ ตาคุณชาย”

         พอเห็นท่าทีที่ทั้งสองคนหยอกล้อกันแบบนั้น ฉันก็รับรู้ได้ว่าตัวเองคิดผิดจริงๆ ที่มาแอบหลบอยู่ตรงนี้ คิดผิดจริงๆ ที่ไม่รู้ว่าความจริงใจของตัวเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรขนาดนั้น

         พอมิซุเดินมาใกล้ตรงที่ฉันหลบอยู่ ฉันก็รีบหลบเข้าไปข้างในมากกว่าเดิม พอเห็นว่ายัยนั่นเดินจากไปแล้ว ฉันถึงได้ออกมาจากที่ซ่อนของฉัน

         สองคนนี้จะไม่มีอะไรกันอย่างที่บอกคนอื่นไว้จริงๆ เหรอ ทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ ใครๆ ก็ดูออกว่าชอบกันอยู่ เฮอะ…ยัยคุณหนูงั้นเหรอ? ตาคุณชายงั้นเหรอ? แล้วฉันเป็นอะไรในสายตาของพวกเขากัน ตัวตลกสินะ แบล็คถึงได้พูดอะไรโดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของฉันขนาดนี้

         เฮอะ! ฉันก็คงเป็นได้แค่ตัวตลกจริงๆ สินะ

         เมื่อไหร่ปีนี้มันจะผ่านๆ ไปสักที ฉันกับเขาจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันอีก เมื่อนั้นฉันว่าแบล็คคงจะมีความสุขมากๆ เลยล่ะ

         ฉันพยายามไล่ความคิดของตัวเองออกไป ก่อนจะทำใจผลักประตูเข้าไปหาแบล็คที่รออยู่ในห้องก่อนแล้ว

         “มาแล้วเหรอ”

         “อืม…นายมาเร็วจังนะ มาคนเดียวเหรอ”

         มีวูบหนึ่งที่สายตาของแบล็คสั่นไหวเหมือนกับปกปิดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็สามารถปรับให้เป็นปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว

         “ใช่สิ จะให้ฉันมากับใครล่ะ”

         “แฟนนายไง”

         ไม่รู้อะไรทำให้ฉันพูดแบบนั้นออกไป จะเอาคำนั้นคืนกลับมาก็คงไม่ได้แล้วสินะ

         “พูดอย่างกับเธอหึงฉันอย่างนั้นแหละ”

         “ฉันมีสิทธิ์จะคิดแบบนั้นด้วยหรือไง”

         โอ๊ย! ยัยบลู...เธอเป็นอะไรของเธอน่ะ ทำไมต้องพูดในสิ่งที่คิดออกไปทุกอย่างด้วยนะ =_=

         “ว่าไงนะ”

         “เข้าเรื่องเหอะ ว่าแต่...นายมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันนะ อีกสองอาทิตย์นี่ก็จะสปิริตวี๊คแล้ว”

         “อืม...เข้าเรื่องเลยละกัน พอดีทางสภานักเรียนมีเรื่องให้เปลี่ยนธีมน่ะ  จากที่ต้องแสดงห้าวัน ก็จะถูกยุบเหลือเพียงวันเดียว โดยจะใช้คาบเรียนมาเป็นการแสดงแทน นอกจากนี้ธีมที่คุยกันไว้ว่าเป็นภาพยนตร์ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ธีม ธีมแรกก็คือ Prince and Princess ซึ่งเราจะต้องแต่งตัวเหมือนอยู่ในงานเต้นรำ ซึ่งมีทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิง ส่วนธีมที่สองวันภาพยนตร์นานาชาติตามเดิม ส่วนธีมที่สามก็จะเป็นธีม Colorful Costumes ซึ่งพวกเราทุกคนต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันจัดจ้าน สธีมต่อมาก็คือประเทศ ซึ่งเราทุกคนต้องแต่งตัวเหมือนมาจากประเทศเดียวกัน ต้องสื่อออกมาให้ได้ว่าประเทศนั้นคือประเทศอะไร ส่วนธีมสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือแต่ละช่วงชั้นสามารถแต่งตัวยังไงก็ได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและจุดเด่นของเกรดเรา เธอคิดว่าไง”

         “ฉันว่าธีมพวกนี้ก็น่าสนใจดีนะ อีกอย่างพวกเราไม่เคยทำซะด้วย”

         “งั้นเดี๋ยวฉันไปตั้งโหวตในกรุ๊ปละกันว่าใครอยากเป็นอะไรในวันแรก เจ้าหญิง เจ้าชาย หรือไม่ก็คนที่เต้นรำนำหน้าเจ้าหญิงเจ้าชาย”         

         “อืม โอเค”

         “ส่วนเรื่องชุดประวัติศาสตร์กับภาพยนตร์เดี๋ยวฉันจัดการเอง ส่วนเธอช่วยจัดการเรื่องชุดสีสัน จัดจ้านกับเจ้าชายเจ้าหญิงให้หน่อยละกัน แล้วก็....ธีมสุดท้ายน่ะ ที่ต้องแสดงถึงความสามัคคีของแต่ละช่วงชั้นนี่เอาไงดี”

         “ฉันว่า…ทำเสื้อประจำเกรดก็เจ๋งดีนะ แล้วแบบแต่งเพลงขึ้นเพลงหนึ่งให้ทุกคนร้อง น่าจะแสดงถึงความสามัคคีดี นายว่าไง”

         “ฉันว่าไอเดียของเธอก็ดีนะ”

         “โอเค…งั้นเดี๋ยวฉันลองไปแต่งเพลงดูละกัน”

         ไหนๆ นี่ก็เป็นปีสุดท้ายที่เราทุกคนจะได้ทำอะไรด้วยกันแล้ว ฉันก็ควรจะทำมันออกมาให้ดีที่สุดใช่มั๊ยล่ะ

         “โอเค เอาเป็นว่าเข้าใจตรงกันนะ”

         “อื้ม!

         “สรุปว่าธีม Prince & Princess นี่คือพวกเราโหวตกันเองใช่เปล่า เธอว่าใครเหมาะที่จะเป็นเจ้าหญิงและเจ้าชาย?”

         “ไม่รู้สิ คงจะเป็นพวกมิซุ นานา ล่ะมั้ง”

         “แล้วเธอไม่อยากเป็นบ้างหรือไง”

         “ฉันคงไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าหญิงของใครหรอก”

         และฉันคงไม่มีวันได้เป็นเจ้าหญิงของนายด้วยเช่นกัน

         “งั้นถ้ามีอะไรคืบหน้า ฉันจะรีบบอกนายละกันกัน งั้น…ฉันไปก่อนล่ะ”

         จากนั้นฉันก็รีบเดินออกจากห้องพร้อมกับปิดประตูทันที บอกตามตรง การต้องพูดอะไรที่ไม่ตรงกับใจของเรามันช่างลำบากจริงๆ เลย แล้วยิ่งต้องพูดในสิ่งที่เราไม่เคยอยากพูดเลยแล้วด้วย มันก็มีแต่จะทำให้เจ็บอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น

         ทำไมการมองคนที่เรารักไปรักคนอื่น มันต้องเจ็บขนาดนี้ด้วยนะ

         ถ้าฉันทำใจได้ ฉันคงจะพูดออกไปได้อย่างเต็มปากแล้วว่าคนที่เหมาะจะเป็นเจ้าหญิงกับเจ้าชายก็คือมิซุกับนายยังไงล่ะ แต่เมื่อไหร่กันนะ…ที่ฉันจะทำใจยอมรับได้สักที

ที่เขาว่ากันว่าการต้องพูดว่าคนที่เรารักเหมาะสมกับคนอื่นมันเป็นอะไรที่ยากที่สุด ฉันก็เพิ่งเข้า ใจวันนี้แหละ ว่ามันยากมากๆ ที่ต้องบอกว่าเธอกับเขาเหมาะสมกันมากจริงๆ




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น