Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 7 : Chapter 6 ~ เราสามสี่คน (re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.ย. 56


Chapter 6

เราสามสี่คน

 

            หลังจากทะเลาะกันจนวุ่นวายเรื่องที่นอนไปรอบใหญ่ ซิดนีย์ก็ขอสงบศึกกับฉันโดยการออกจากห้องเพื่อไปหาเพื่อนของเขาแทน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ การไม่ต้องมีอีตานั่นมาอยู่ด้วยเป็นอะไรที่ฉันมีความสุขมากเลยแหละ -_-

            กี่โมงแล้วนะ!?

            ฉันถามตัวเองพลางมองไปที่นาฬิกาข้อมือของตนเองก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงห้าสิบแล้ว
ซึ่งก็หมายความว่าอีกสิบนาทีก็ถึงเวลานัดรับประทานอาหารแล้วสินะ ไหนๆ ก็ใกล้จะถึงเวลานัดแล้ว เดินไปก่อนก็คงไม่เสียหายใช่มั๊ย

            ก๊อกๆ

            อยู่ดีๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น จะบอกว่าเป็นอีตาซิดนีย์ก็คงไม่ใช่ คนอย่างหมอนั่นน่ะไม่มีมารยาทขนาดเคาะประตูแบบนี้หรอก แล้วอีกอย่าง…เขาเองก็มีคีย์การ์ดของเขา จะเคาะประคูให้เสียเวลาทำไม เอ่อ…ว่าแต่ว่าฉันจะมามัวทะเลาะกับตัวเองทำไมเนี่ย =_= ไปเปิดประตูดีกว่า :p

            ว่าแล้วไงว่าต้องไม่ใช่ซิดนีย์ แต่มันก็ไม่น่าดีใจอยู่ดีแหละ...เพราะคนคนนั้นดันเป็นพาเลส -o-

            “เอ่อ...นายมีธุระอะไรหรือเปล่า”

            “ไม่ต้องทำสีหน้าตกใจขนาดนั้นก็ได้น่า”

            ฉันออกอาการขนาดนั้นเลยเหรอ!? แงๆ เสียฟอร์มหมดดดดด! >_<

            “ก็แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ มาหาซิดนีย์เหรอ? หมอนั่นไม่อยู่หรอก เห็นเขาบอกว่าจะออกไปหาพวกนายน่ะ”

            “ฉันไม่ได้มาหาไอ้ซิดหรอก แล้วอีกอย่างฉันก็ยังไม่ได้เจอไอ้ซิดมันเลย เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งแยกจากกลุ่มของฉันน่ะแหละ”

            แปลกจัง...! ไหนซิดนีย์บอกว่าเขาจะไปหาเพื่อนๆ เขาไง แล้วทำไมพาเลสกลับบอกว่ายังไม่เจอซิดนีย์ แล้วตกลงหมอนั่นไปอยู่ไหนกันนะ

            “ช่างหมอนั่นเหอะ ว่าแต่ว่า...นายมาทำอะไรที่นี่กันแน่น่ะ”

            ฉันถามตรงไปมั๊ย เหมือนจะไล่เขายังไงไม่รู้ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ T^T

            “ฉันว่าจะชวนเธอไป...เดินเล่นน่ะ”

            “หะ...หา!!! นายพูดว่าไงนะ O_O

            บอกฉันที...ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของฉันคนนี้ใช่อีตาพาเลสคนเดิมหรือเปล่า!? แล้วอยู่ดีๆ ทำไมถึงได้มาชวนฉันไปเดินเล่นแบบนี้ล่ะ เฮ้อ…! เมืองไทยจะหิมะตกมั๊ยเนี่ย =o=

            “ฉันถามว่า...จะไปเดินเล่นด้วยกันมั๊ย”

            “เอ่อ...ก็...” ตอบว่าอะไรดีอ่ะ บอกไม่ถูกอ่ะ จะให้ไปเดินเล่นกับคนที่เคยเป็นถึงคนที่เกลียดขี้หน้ากันเนี่ยนะ!
มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ แต่จะตอบยังไงให้มันดูซอฟต์ดีนะ “เอ่อ...ไม่ใช่ว่าครูนัดพวกเราตอน เที่ยงตรงหรอกเหรอ?”

            “เออ..ใช่! ฉันก็ลืมไป งั้นไปกันเถอะ”

            “อื้ม!

            จากนั้นฉันกับพาเลสก็เดินไปที่ห้องอาหารตามที่ครูนัดไว้ด้วยกัน แต่ทำไม...มันถึงได้อึดอัดแบบนี้นะ! ที่อึดอัดน่ะ..ไม่ใช่เพราะต้องมาเดินเคียงข้างพาเลสหรอก แต่เป็นเพราะสายตาของคนรอบข้างต่างหาก หมอนี่นี่ก็คนชอบเยอะใช่ย่อยนะ ฉันจะเป็นอันตรายมั๊ยเนี่ย TOT แค่โดนพวกแฟนคลับซิดนีย์เหม็นขี้หน้ายังไม่พอสำหรับฉันใช่มั๊ย สงสัยจะต้องโดนแฟนคลับพาเลสรวมเข้าไปด้วย ตายแน่งานนี้...ยัยนานา!

            ขณะที่เดินไปกับพาเลส ฉันก็ดันหันไปเจออีตาซิดนีย์ที่เดินมากับเมสโซ่พอดี แล้วหมอนั่นก็ดันมอง มาทางฉันซะด้วย ตอนนี้เลยเหมือนกับว่าพวกเรากำลังทำสงครามประสาทกันยังไงอย่างงั้น ว่าแต่ว่า...ที่ เขาบอกว่าจะไปหาเพื่อนน่ะ ฉันไม่ยักจะรู้นะว่าเพื่อนที่หมอนี่หมายถึงคือยัยเมสโซ่ -_-

            ทุกคนอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ! ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ ไม่ได้โมโห ไม่ได้อะไรสักอย่างเลยด้วย คนอย่างนั้นฉันไม่เก็บมาใส่ใจให้รกที่หรอก เพียงแต่ฉันแค่ไม่เข้าใจก็แค่นั้นว่าแค่จะไปหาเมสโซ่ ทำไมต้องมาหลอกกันว่าไปหาเพื่อนตัวเองด้วย

            บ้า! บ้าไปแล้วยัยนานา เธอจะไปแคร์คนอย่างนั้นทำไมกัน! ในเมื่อเธอกับเขาก็เป็นแค่คู่กัดกันเท่านั้น ฉันได้แต่ย้ำกับตัวเองอย่างนั้น แต่มันก็เป็นความจริงนี่นา เราสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องกันสักนิด เพราะฉันก็ไม่ชอบขี้หน้าเขา เขาเองก็ไม่ชอบขี้หน้าฉันเหมือนกันนั่นแหละ ดูสิ! แค่คำว่าเพื่อน...เราสองคนยังให้กันไม่ได้เลย!

            ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเผลอจ้องหน้าซิดนีย์ไปนานแค่ไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนพาเลสถามเนี่ยแหละ

            “เธอเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ อยู่ดีๆ ก็เงียบไป”

            เพราะคำถามนั้น…ฉันเลยรีบละสายตาจากภาพตรงหน้า ก่อนจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแทน ถ้าฉันมัวแต่จ้องอีตานั่น เขาก็ต้องสำคัญตัวเองผิดคิดว่าฉันแคร์เขาน่ะสิ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มากๆ =_=

            “ฮะๆ งั้นเหรอ...ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก ฉันก็แค่ไม่รู้จะพูดอะไรก็แค่นั้น”

            ไม่รู้อะไรดลใจฉันเป็นครั้งที่สอง ทำให้ฉันหันไปมองทางสองคนนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คนที่ฉันสบตา ด้วยดันเป็นยัยเมสโซ่แทน แล้วพอยัยนั่นเห็นฉันปุ๊บ ก็รีบเดินมาหาฉันพร้อมกับใบหน้าอันยิ้มแย้มแจ่มใสทันที ซึ่งมันช่างต่างกับฉันเหลือเกิน ที่ตอนนี้ไม่เห็นอยากจะยิ้มเลยสักนิด

            “เธอสองคน…มาอยู่ที่นี่ได้ไงอ่ะ” เมสโซ่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมๆ เล็กๆ ของยัยนั่น

            ยัยนี่ก็ถามแปลก…! ฉันก็...

            “เดินมาน่ะสิ”

            “แหม~ กวนฉันอีกแล้วนะนานา TT^TT” ยัยเมสโซ่ทำหน้าตาน่าสงสารเมื่อฉันกวนยัยนั่นกลับไป

            บอกตามตรง...ถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันก็คงแพ้สายตาอ่อนหวานบวกกับขี้เล่นของยัยนี่ไปแล้วล่ะ และไม่ใช่เพียงสายตาของยัยเมสโซ่ที่เพอร์เฟ็ค แต่ยัยนี่แทบเรียกได้ว่าเพอร์เฟ็คไปซะทุกอย่างเลยต่างหาก ก็ทั้งเรียนเก่ง ทั้งสวย ทั้งป๊อปปู- ล่าร์ขนาดนี้ ผู้ชายคนไหนจะไม่ชอบล่ะ...รวมทั้งอีตาซิดนีย์ด้วย ว่ามั๊ย

            แต่ขอโทษนะ...ที่ฉันไม่ใช่ผู้ชาย ฉันเลยไม่คิดอยากจะเป็นเหมือนยัยเมสโซ่ให้ใครชอบเลยสักนิด จริงอยู่ที่ฉันกับยัยนี่สนิทกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราทั้งสองคนจะมีนิสัยที่เหมือนกันไปซะทุกอย่างนี่นา แล้วถ้าจะพูดให้ถูก พวกเราแทบไม่เหมือนกันสักอย่างเลยด้วยซ้ำ ยัยเมสโซ่น่ะ...ชอบแต่งตัว อินเทรนด์ ตามแฟชั่นเรื่อยๆ ของยัยนั่น ส่วนฉันชอบใส่อะไรที่สบายๆ มากกว่า อย่างพวกเสื้อยืดกางเกงยีนส์อะไรแบบนั้นน่ะ -_- แล้วเรื่องที่แตกต่างมากๆ ของฉันกับยัยนั่นก็คงเป็นเรื่องหน้าตาล่ะมั้ง ก็ยัยเมสโซ่น่ะสวยอย่างกับดารา แต่ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ คนนึงเท่านั้น
และเพราะว่าฉันเป็นคนธรรมดา ฉันเลยอยากเจอผู้ชายจริงใจสักคน...ที่ไม่มองผู้หญิงด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แต่ก็อย่างว่า สมัยนี้มันมีที่ไหนกันเล่า ฉันก็คงได้แต่ฝันล้มๆ แล้งๆ ล่ะมั้งว่าผู้ชายแบบนั้นจะมีอยู่จริง

            “ฉันก็พูดแบบนี้ของฉันเป็นประจำอยู่แล้ว แล้วนี่ตกลงว่าเธอจะไปไหนเนี่ย?”

            “ไปที่ห้องอาหารน่ะ”

            ทำไมยัยเมสโซ่ต้องทำหน้าตาแบบนั้นด้วยนะ หน้าตาที่มีไว้ใช้กับผู้ชายน่ะ บวกกับน้ำเสียงนั้นด้วย ที่มันออกจะดูหวานกว่าปกติเป็นพิเศษ ก็โดยปกติแล้ว...ตอนยัยนี่คุยกับฉัน เสียงก็ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลยนี่นา เธอกำลังจะทำอะไรของเธออยู่นะ...เมสโซ่?

            “พวกเราก็กำลังจะไปที่ห้องอาหารเหมือนกัน งั้นไปด้วยกันเลยละกัน”

            พาเลสสรุปเมื่อเราทุกคนเริ่มเงียบเหมือนไม่มีอะไรจะคุยกัน และตอนนั้นเองที่สายตาของฉันดันไปปะทะเข้ากับสายตาของซิดนีย์อีกครั้ง แต่หมอนั่นมองมาทางฉันด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเบือนหน้าหนี แต่เฮ้! คนที่ควรจะทำหน้าตาแบบนั้นมันคือฉันไม่ใช่หรือไง ฉันคือคนที่โดนหลอกนะ นายมีสิทธิ์อะไรมาทำหน้าโกรธเคืองฉันแบบนั้นฮะ...ซิดนีย์! -_-^^           

            มาสรุปกันได้ว่าจะเดินด้วยกันทั้งสี่คน ยังไงมันก็เหมือนกับการต่างคนต่างเดินซะมากกว่า เพราะระหว่างทางไปห้องอาหาร ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ และมันก็เป็นอีกครั้ง...ที่ฉันรู้สึกถึงความอึดอัดแบบนี้ หรือไม่มันอาจเป็นเพียงฉันคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นก็ได้ ใครจะไปรู้

            เรามาถึงห้องอาหารในเกือบสิบนาทีต่อมา ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไอ้รีสอร์ตนี้ต้องทำห้องอาหารให้ห่างจากห้องพักขนาดนี้ -o- เล่นเอาเหงื่อตกเลยนะ

            พอมาถึงห้องอาหาร...ฉันก็เดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ของตนเองทันที ยืนอยู่ตรงนี้สี่คนก็ดีแต่อึดอัด แล้วยิ่งเจอสายตาของอีตานั่นแบบนั้นด้วย ยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่เลย!

            เมื่อเห็นว่านักเรียกมากันครบแล้ว ครูก็เริ่มพูดอีกครั้ง

            นักเรียนทุกคน ตอนนี้ครูจะแจกกำหนดการทริปให้ เมื่อได้รับแล้วก็ดูตามๆ กันไป

            เมื่อได้กำหนดการมาอยู่ในมือเช่นเดียวกับเพื่อนหลายๆ คน ฉันก็เริ่มอ่านทันที...

            “เอาล่ะ! ไหนๆ ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว ครูจะปล่อยให้นักเรียกทุกคนไปกินข้าวกันก่อน หลังจากนั้นเราค่อยมาทำกิจกรรมกันอีกที แล้วก็ข่าวดีก็คือ...ครั้งนี้ไม่ต้องนั่งกับพาร์ตเนอร์ตัวเองนะจ๊ะ”

            เย้!!!! ในที่สุด!!! ความฝันของฉันในการอยู่ห่างๆ จากอีตาซิดนีย์ก็เป็นจริง หลังจากภาวนามาหลายที -_-

            แต่เดี๋ยวนะ!? เมื่อกี้ครูบอกว่าหลังจากกินข้าวเสร็จต้องมาทำกิจกรรมอีกใช่มั๊ย TT^TT ฉันไม่อยากทำเลยอ่า
มันไม่ใช่เพราะฉันไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนหรอกนะ เพียงแต่ฉันแค่ไม่อยากทำมันร่วมกับอีตาซิดนีย์ก็เท่านั้น

            ฉันไม่ได้โกรธหมอนั่นจริงๆ นะ! ฉันก็แค่...ไม่เข้าใจก็แค่นั้น

 


 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น