Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 23 : บทที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ค. 54

บทที่ 22

            ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ การประกวดก็จะเริ่มขึ้นแล้ว แล้วตอนนี้ใจฉันก็เต้นแบบแรงมากกกก เพราะฉันกำลังตื่นเต้นมากๆ เลยแหละ ฉันรู้นะว่าตอนแรกฉันก็พูดเหมือนว่ามันเป็นการประกวดธรรมดาๆ แต่ความจริงแล้วฉันก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ  มีผู้เข้าประกวดประมาณสิบห้าคนได้ แล้วคนพวกนี้ก็เหมือนเป็นคนที่มีประสบการณ์อยู่ด้วย พวกเขาเลยได้เปรียบ แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ ยังมีดารานักร้องดังๆ มาอีกด้วย ฉันไม่รู้ว่าผู้จัดงานเรียกพวกดารามาได้ยังไง แต่ก็ถือว่าต้องเส้นใหญ่พอได้เลย

            ตอนนี้การแสดงเริ่มแล้วล่ะ แล้วคนต่อไปที่จะต้องขึ้นเวทีก็คือฉัน อ๊ากกกก อยากจะกรี๊ด ทำไงดีอ่ะ ตอนนี้ฉันตื่นเต้นมากเลย ฉันกลัวว่าฉันจะทำได้ไม่ดีพอ ฉันกลัวมันจะล่ม ฉันกลัวทุกๆ อย่างเลยจริงๆ ทำไมความมั่นใจฉันหายไปหมดเลยเนี่ย ผ่านไปแปดคนได้แล้ว แล้วคนที่เก้าซึ่งก็คือฉันก็กำลังจะขึ้นไปแสดงแล้ว คนที่ผ่านๆ มาก็ร้องดีกันหมดเลยอ่ะ นั่นก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจฉันลดลงไปอีก

            “และตอนนี้ขอเชิญหมายเลขเก้า คุณนานาซึ่งจะมาในเพลงรักแท้แค่หนึ่งคนของน้องหนูนานะครับ ขอเสียงให้น้องเขาด้วยครับ”

            “กรี๊ดดดดดดด”

            ฉันจำเสียงพวกนี้ได้ บางส่วนก็เป็นเสียงของเพื่อนๆ ฉันเองแหละ แต่อีกส่วนฉันก็ไม่รู้ คงจะกรี๊ดมั่วๆ มั้ง แล้วตอนนี้ก็มาถึง ฉันตั้งสติอีกรอบแล้วพยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรง แล้วบอกกับตัวเองอีกครั้งว่าแค่ทำมันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

            ฉันกวาดตามองไปรอบๆ แล้วก็เจอกับพาเลสที่ยืนอยู่กับเพื่อนๆ ฉัน แล้วก็... Seven Princes เมื่อรู้ว่า Seven Princes มา มันก็ทำให้ฉันนึกถึงคนคนนึงซึ่งเดาไม่ยากหรอก ซิดนีย์ไง แล้วฉันก็เจอเขาเช่นกัน เขากำลังจ้องมาที่ฉันอยู่เช่นกัน แต่สายตาฉันดันเหลือบไปเจอเมสโซ่ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ซิดนีย์ แล้วนั่นก็ทำให้อารมณ์ของฉันกลับมาไม่ดีอีกแล้ว ออกไปซะเถอะนะ ไอ้ความคิดที่น่าปวดหัวนี่ ฉันไม่สนใจอะไรแล้ว แค่ร้องให้มันจบๆ ไปละกัน

            แล้วทำนองเพลงก็เริ่มขึ้น ตามด้วยท่อนแรก ฉันร้องมันไปด้วยอารมณ์จริงๆ เลยอ่ะ แล้วมันก็ผ่านไปด้วยดีนะ ฉันไม่รู้ว่าฉันร้องเป็นยังไง แต่ที่รู้ๆ คือฉันไม่ได้ร้องแย่ขนาดที่คนจะปาของขึ้นมาหรอก ฉันร้องไปเรื่อยๆ จนถึงท่อนฮุกตรงใกล้จะจบ

          อยากมีรักแท้แค่หนึ่งคน จะค้นเจอหรือเปล่า ถ้าขาดเอก็เหงา ถ้าขาดเขาก็ขาดใจ

            ใช่ ถ้าขาดเธอ(พาเลส) ฉันก็เหงา แต่ถ้าขาดเขา(ซิดนีย์) ก็ขาดใจ แต่ถ้าฉันเลือกได้ฉันอยากจะเลือกเขามากกว่าเธออ่ะ ตอนที่ฉันร้องเพลงนี้ฉันก็มองไปที่พาเลสแล้วก็ตามมาด้วยมองไปที่ซิดนีย์

          ถ้าหากต้องรักใครสักคน ต้องค้นจนเหนื่อยหัวใจ เลือกก็เจ็บ ไม่เลือกก็เจ็บ อยากรักใครโดยไม่มีใครเจ็บ

            ถ้าฉันบอกพาเลสไปว่าฉันไม่ชอบเขา แล้วพาเลสจะรับได้มั๊ยนะ เขาดีกับฉันมากจริงๆ นะช่วงนี้ แต่...แต่ทำไมฉันถึงรักเขาไม่ได้สักที แต่สักวันฉันคงจะพูดกับเขาได้นะว่าฉันไม่ได้ชอบเขา อย่างน้อยเขาจะได้ไปหาผู้หญิงคนอื่น แล้วก็ไม่ต้องรอฉันให้เขาเจ็บเปล่าๆ ในทางกลับกัน ฉันจะบอกซิดนีย์ได้มั๊ยนะเรื่องความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขาน่ะ ถ้าเกิดฉันบอกไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า แต่ยังไงก็ตาม ทุกอย่างมันก็ต้องจบอยู่แล้ว

          ถ้าหากต้องเลือกใคร ก็เสียใจทั้งสามคน

            หรือว่า...ฉันไม่ควรทำอะไรเลย ฉันควรปล่อยให้มันเลยตามเลย บางทีทั้งสองคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นคนที่จะอยู่กับฉันในฐานะคนรักอย่างที่เนโกะบอกก็ได้

            “ขอบคุณค่ะ”

            พอร้องจบฉันก็รีบเดินลงจากเวทีแล้วตรงไปทางห้องน้ำทันที ฉันสับสนจัง ฉันคิดว่าฉันจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เรื่องมันจะคาลังคาซังแบบนี้ไม่ได้ เหมือนกับว่าเพลงนี้จะทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่างเลยแหละ ในสักวัน ฉันควรจะต้องบอกพาเลสสิว่า...ฉันไม่ได้ชอบเขา ฉันไม่อยากให้เขาเจ็บ เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นเพื่อนดีๆ ของฉัน ถึงแม้ฉันจะรักเขาไม่ได้ก็ตาม

            ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วตั้งใจว่าจะกลับไปที่เดิมเพราะฉันอยากรู้ผลประกวดร้องเพลงและการแสดงของคนอื่นๆ ด้วย แต่ขาฉันกลับเดินไม่ออกอีกแล้ว เพราะว่าฉันเจอ....ฉันเจอซิดนีย์ยืนกอดอยู่กับเมสโซ่

            ฉันยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นสักห้านาทีได้ สองคนนั้นก็รู้ตัวแล้วหันมามองฉันแบบตกใจมาก ทั้งสองคนจึงผละออกจากกัน ความจริงคนที่ผละออกก็คือซิดนีย์นั่นแหละ แล้วอีกอย่างที่ฉันเห็นตอนนี้ก็คือเมสโซ่กำลังร้องไห้ ฉันไม่รู้หรอกนะว่ายัยนั่นร้องไห้ทำไม และฉันก็ไม่อยากรู้ด้วย เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนน้ำใสๆ มันจะไหลลงมาอีกแล้ว

            “ขอโทษนะที่มาขัดจังหวะ พวกเธอทำเป็นไม่เห็นฉันก็แล้วกัน”

            ฉันพูดแค่นั้นแล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้น เดินไปเรื่อยๆ เดินไปให้ไกลจากตรงนั้นให้มากที่สุดก็พอ ฉันไม่คิดจะกลับไปดูการประกวดแล้วล่ะ ฉันกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมา แล้วทุกคนก็จะถามว่าฉันเป็นอะไร ฉันไม่อยากตอบจริงๆ จากนั้นฉันจึงโทรไปหาเนโกะเพราะฉันจะฝากให้ยัยนั่นดูผลประกวดให้ฉันหน่อย

            “เนโกะ เดี๋ยวเธอช่วยดูผลประกวดให้ฉันหน่อยละกัน ฉันมีธุระด่วนน่ะ ต้องรีบไป”

            ฉันพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ซึ่งมันก็ทำได้ยากมาก แล้วฉันก็รู้ว่าเนโกะน่าจะฟังออกว่าตอนนี้เสียงฉันกำลังสั่น เพราะฉัน...ร้องไห้

            (นานา...เธอเป็นอะไรหรือเปล่า)

            “ไม่มีอะไรหรอก”

            (แต่...)

            “เดี๋ยวฉันค่อยโทรกลับนะ”

            ติ๊ด

            ฉันกดวางสายแล้วเดินไปให้ถึงหน้าห้าง ความจริงฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะไปไหน เพราะตอนนี้ฉันจนตรอกจริงๆ ฉันหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอเลย ฉันควรจะทำยังไง ฉัน...กลับบ้านดีกว่า

            “นานา”

            ซิดนีย์วิ่งมาพร้อมกับมาจับข้อมือฉันไว้ แต่คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้จับง่ายๆ ฉันพยายามจะสะบัดออก แต่ยังไงก็ตามมันก็ไม่หลุดสักที ฉันเลยยืนนิ่งแล้วปล่อยให้เขาจับแขนฉันแบบนั้น เพราะถึงแม้ฉันจะขัดขืนยังไงมันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี

            “ฉันกับเมสโซ่ไม่ได้เป็นอะไรกันนะ”

            “...”

            “เมสโซ่แค่มาให้ฉันช่วยคุยกับเธอ เพราะเมสโซ่บอกว่าเธอไม่ยอมคุยกับเมสโซ่น่ะ ยัยนั่นเสียใจมากนะ”

            ฉันยังคงเงียบอยู่ มาแก้ตัวแทนเมสโซ่เพื่ออะไรกัน เมสโซ่เสียใจงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ...เรียกว่าอะไร

            “เธอมีปัญหาอะไรก็พูดกันเถอะนะ ฉันไม่อยากเห็นพวกเธอทะเลาะกันเลย”

            เพราะนายสงสารเมสโซ่ละสิ

            “ที่เธอเห็นมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ เธอกำลังเข้าใจผิด พวกเราเป็นแค่เพื่อนกัน แล้วเมสโซ่ก็กำลังเสียใจเรื่องเธอ เมสโซ่ก็แค่ต้องการคนปลอบใจเท่านั้น มันไม่มีอะไรจริงๆ”

            “...”

            “เธอพูดอะไรบ้างสิ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั๊ย”

            ได้ ถ้านายต้องการให้ฉันพูด ฉันจะพูดให้มันหมดไปเลย เรื่องมันจะได้จบสักที ฉันเหนื่อยแล้ว ทำไมฉันต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียวแบบนี้

            “นายอยากให้ฉันพูดใช่มั๊ย”

            ฉันพูดพร้อมน้ำตาที่มันยังคงไหลอยู่ ซิดนีย์พยักหน้าแทนคำตอบของเขา

            “นายไม่จำเป็นต้องมาอธิยาบอะไรให้ฉันฟังทั้งนั้น ฉันไม่ได้ถามอะไรสักนิดเลยว่าพวกนายทำอะไรกัน...แล้วที่นายอธิบายว่าเมสโซ่เสียใจอะไรนั่น นายจะบอกว่าฉันมันไม่มีเหตุผล ทำให้เพื่อนตัวเองเอาแต่ร้องไห้เสียใจอะไรแบบนั้นใช่มั๊ย สรุปฉันเป็นคนผิดใช่มั๊ย”

            “นี่ ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ นานา เธอเลิกทำตัวเหมือนเด็กที่เข้าใจอะไรยากสักทีเถอะ”

            “ใช่ ฉันมันเข้าใจอะไรยาก แล้วนายก็ไม่ควรมายุ่งกับฉันด้วย ชอบเมสโซ่ก็ไปหาเมสโซ่สิ ไม่ต้องมายุ่งกับคนที่ทำตัวเป็นเด็กแบบฉัน”

            “...”

            “นายไม่ต้องมาอธิบายเรื่องของนายกับเมสโซ่ให้ฉันฟังแล้ว ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว แล้วฉันก็อยากจะบอกนายว่า เราไม่ควรยุ่งกับคนที่เราไม่ได้รักนะ มันจะทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดนะ”

            “...”

            “นายชอบเมสโซ่ก็เชิญไปหาเมสโซ่เถอะ ไม่มีใครว่านายเลย แต่ฉันขออย่างเดียว นายช่วยเลิกยุ่งกับฉันเถอะ นายไม่ได้ชอบฉันหรือรักฉันอะไรแบบนั้น งั้นก็ช่วยเลิกยุ่งกับฉันไปเลย ไปยุ่งกับคนที่นายรักเถอะ เขาคงดีใจนะ”

            “...”

            “ซิดนีย์ ขอร้องเถอะ อย่ามายุ่งกับคนที่นายไม่ได้รักเลยนะ เขาคนนั้นอาจจะเข้าใจผิดคิดว่านายรักก็ได้นะ ได้โปรดอย่าทำให้คนคนนั้นเจ็บอีกเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ”

            “...”

            “ฉันเจ็บมามากแล้ว”

            “ก็ฉันระ...”

            “พอเถอะ”

            ซิดนีย์กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรสักนิด ฉันเหนื่อยและเจ็บมากแล้วจริงๆ ฉันหวังว่าเขาจะเข้าใจความหมายของฉัน ฉันเดินออกมาจากตรงนั้น แต่กลับเจออีกคนที่ไม่อยากเจออีก

            “นานา ฉันอธิบายได้นะ”

            “ฉันไม่ต้องการคำอธิบาย”

            “ฉันกับซิดนีย์ไม่ได้เป็นอะไรกันนะฉันก็แค่เสียใจเรื่องที่เธอไม่คุยกับฉัน แล้วฉันก็ไม่รู้ว่ามันเพราะอะไร ซิดนีย์จึงปลอบฉัน เรา...เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ นะ”

            “เพื่อนกันเขากอดกันเหรอ?”

            ฉันถามเมสโซ่กลับไป ทำไมทุกๆ คนต้องทำเหมือนฉันเป็นตัวตลกด้วย เฟคกันไป เฟคกันมาอยู่ได้ ฉันไม่ขำกับเกมๆ นี้ของทุกคนเลยนะ ทุกๆ คนต้องการจะอธิบายในเรื่องที่ฉันไม่มีวันรู้ว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่า มันก็แค่การหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้คนอีกคนรู้สึกแย่ก็แค่นั้น

            “ก็...มันไม่ใช่อย่างนั้น มันก็แค่...กอดกันเอง”

            ก็แค่...กอดกัน งั้นเหรอ!? พูดออกมาได้ยังไงน่ะ ไม่อายปากบ้างเหรอ!!!

            “สำหรับเธอมันก็ แค่ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่”

            “ฉันรู้นะว่าเธอชอบซิดนีย์ ฉันช่วยเธอได้นะ”

            “เธอเลิกพูดแบบนี้ซะทีเถอะ!!!

            ฉันตวาดใส่นันเมสโซ่จนยัยนั่นตกใจ รวมทั้งคนที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วย แต่ตอนนี้ฉันไม่สนแล้วล่ะ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเมสโซ่ถึงยังเฟคต่อได้ทั้งๆ ที่ฉันนี่อยากจะอาเจียนกับการกระทำอันเสแสร้งของยัยนี่จะตายอยู่แล้วนะ

            “ถ้าเธอคิดว่าฉันชอบซิดนีย์ เธอจะทำแบบนี้ทำไม สนุกนักหรือไงกับการปั่นหัวผู้ชายให้หัวหมุนแบบนี้เนี่ย เธอบอกว่าเธออยากจะช่วยฉัน แต่เธอกลับไปปาร์ตี้กับซิดนีย์ เธอบอกจะช่วยฉัน แต่เธอกลับกอดกับซิดนีย์กลางห้างนี่ เธอบอกจะช่วยฉัน...แต่เธอกลับทำเหมือนอยากจะแย่งมากกว่า”

            “ฉันไม่ได้...”

           

            “เลิกแก้ตัวซะทีเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจะคุยอะไรกับเธอทั้งนั้น แต่ในเมื่อเธอต้องการจะอธิบายเหตุผลในการกระทำของเธอ ฉันก็จะอธิบายให้เธอเข้าใจในเหตุผลของฉันเหมือนกัน เมสโซ่...เพื่อนในความหมายของเธอคืออะไรฉันไม่รู้หรอกนะ แต่เพื่อนในความหมายของฉันคือคนที่สามารถอยู่เป็นเพื่อนเราได้ในวันที่เราไม่เหลือใคร ช่วยแก้ปัญหาให้เราเวลาเราทุกข์ใจ แล้วเพื่อนในความหมายของเธอมันคืออะไรกันแน่”

            “...”

            “คือคนที่จะทำให้เพื่อนเสียใจ ทุกข์ใจหรือเปล่า บอกตามตรงนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกแย่ แย่มากจริงๆ ฉันเคยคิดว่าเธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน แล้วฉันก็ไว้ใจเธอมากที่สุด แต่นี่คือสิ่งที่เธอตอบแทนให้ฉันงั้นเหรอ สงสัยฉันจะคิดผิดที่คิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดี ฉันนี่มันโง่จริงๆ เลย ที่เชื่อในมิตรภาพอันหลอกลวงของเธอ”

            “ฉันไม่ได้...”

            “ขอบใจนะ ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าอย่าเชื่อใครง่ายๆ อีก”

            ลาก่อนนะเมสโซ่ เธอจะหายไปจากชีวิตของฉันพร้อมกับมิตรภาพของเรา เพราะต่อจากนี้ไปเราคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ได้แล้วสิ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น