Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 19 : บทที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ค. 54

บทที่ 18

            พวกเราเดินกันมาเรื่อยๆ จนถึงโซนภาพยนตร์ อย่าบอกนะว่าเราจะมาดูหนังกันเนี่ย ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คู่รักกันเนี่ยนะ ฉันเดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นคู่รักมากมายเดินกันให้วุ่นเลย หรือไม่ก็มีพวกเด็กๆ ที่มาเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก แล้วฉันกับซิดนีย์นี่เรียกว่าเป็นอะไรกันอ่ะ คู่รักก็ไม่ใช่ อะไรๆ ก็ไม่ใช่ทั้งนั้น

            “เธออยากดูเรื่องอะไร”

            หา!!! นี่เราจะมาดูหนังกันจริงๆ เหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย ฉันกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อดูรายชื่อของหนังที่แสดงในช่วงนี้ มีตั้งหลายเรื่องเลยอ่ะ เลือกไม่ถูกเลย

            “เอาเรื่องลัดดาแลนด์ป่ะ”

            “ไม่เอาอ่ะ ฉันกลัวผี”

            “เธอเนี่ยนะ...กลัวผี หน้าตาไม่ให้เลยนะ”

            กัดฉันอีกแล้ว ถ้าฉันทนไม่ไหวนะ ฉันจะกลับบ้านจริงๆ ด้วย

            “งั้นเอา Suckseed ป่ะ”

            อันนี้ฉันเป็นคนเสนอเอง ถ้าขืนให้หมอนั่นเลือกอีกก็ไม่ได้ดูกันพอดี อีกอย่างนะ ฉันอยากดูเรื่องนี้มานานแล้วล่ะ มีแต่คนบอกว่าสนุกๆ ก็เลยอยากรู้ว่าจะสนุกแค่ไหน แล้วฉันก็ชอบเก้า จิรายุด้วย

            “ที่อยากดูเรื่องนี้เพราะเก้าหรือเปล่าเนี่ย”

            รู้ทันอีกกกก เกลียดจังไอ้คนที่มันอ่านใจฉันออกเนี่ย ก็จริงนี่ ก็เก้าหล่อดีอ่ะ ฉันไม่ได้บ้าผู้ชายนะ ฉันแค่ชอบดาราบางคนนิดๆ เท่านั้นเอง แบบโทนี่ รากแก่นก็โอเคนะ บอกแล้วว่าฉันบ้าโลมากล้าท้าฝัน หนูนาก็เล่น โทนี่ก็เล่น กรี๊ดดดดด ชอบๆ

            “แล้วตกลงจะดูมั๊ย”

            “ก็ได้ ฉันอยากดูนางเอกน่ะ”

            แหม มาว่าฉันว่าอยากดูเรื่องนี้เพราะเก้า ตัวเองก็อยากดูเพราะว่าแนทเหมือนกันนั่นแหละ โธ่เอ๊ย แล้วนี่ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย จะมารู้สึกแย่เพราะซิดนีย์อยากดู Suckseed เพราะหมอนั่นอยากดูแนทเนี่ยนะ ฉันหึงกระทั่งดาราเลยเหรอเนี่ย!?

            “กรี๊ดดดดด โทนี่”

            “หล่อมากอ่ะ”

            “เมาส์ด้วยอ่ะ กรี๊ดดดดดด”

            ฉันได้ยินเสียงผู้คนกรี๊ดกันเยอะมาก ฉันก็เลยมองไปข้างล่าง กรี๊ดดดดด (ในใจนะ) นั่นมันโทนี่ หนูนา เมาส์จากละครเรื่องโลมากล้าท้าฝันนี่นา ฉันไม่ดู Suckseed แล้ว ฉันจะไปข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย แล้วตอนที่ฉันกำลังจะเดินลงบันไดเลื่อน แขนของฉันก็โดนดึงซะก่อน เดาไม่ยากเลยว่าใครเป็นคนดึง

            “เธอจะไปไหนอ่ะ ไม่ดูหนังแล้วเหรอ”

            “ไม่แล้วอ่ะ ฉันจะไปข้างล่าง ฉันจะไปหาโลมาฯ”

            ฉันไม่รู้ว่าซิดนีย์เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่านะ แต่ฉันไม่สนแล้วล่ะ ในขณะที่ฉันกำลังลงบันไดเลื่อน ซิดนีย์ก็ตามลงมาด้วย ตามฉันมาทำไม ถ้านายตามมาฉันก็อดไปหาโลมาฯ สิ

            “แล้วตอนนี้ขอเชิญคุญหนูนา หนึ่งธิดาหรือกับตันซีจากโลมากล้าท้าฝันขึ้นมาร้องเพลงรักแท้แค่หนึ่งคนให้พวกเราฟังกันนะครับ”

            เสียงของเอ็มซีกล่าวต้อนรับหนูนาดังขึ้นพร้อมกับที่ฉันได้มาอยู่แถวๆ เวทีแล้ว ถึงแม้มันจะไกลจากเวทีก็เถอะ ฉันแหวกผู้คนเข้าไปไม่ได้อ่ะ คนเยอะจะตาย ไม่นานหนูนาก็ขึ้นเวทีมา พร้อมกับเริ่มร้องเพลง

            ถ้ามีใครสักคนไม่ดี...

            ในขณะที่หนูนาร้องเพลงอยู่ โทนี่กับเมาส์หรือก็คือพี่เชกับเมษก็ขึ้นเวทีมาเช่นกัน เรื่องรักสามเส้ามันเศร้าจังเลยนะ แบบเรื่องนี้ หนูนาก็เลือกไม่ได้ว่าจะเลือกใคร แต่ถ้าเทียบกับคนที่ไม่มีคนรักเลยอย่างฉัน ฉันว่าฉันเศร้ากว่าคนที่มีสิทธิ์จะเลือกแต่ไม่รู้จะเลือกใครอีกนะ

            เพลง รักแท้แค่หนึ่งคน ก็ร้องไปเรื่อยๆ แต่หัวใจฉันกลับคิดไปถึงเรื่องอื่น จะว่าไปก็น่าจะมีคนชอบฉันอยู่นะ พาเลสไง แต่เรื่องของเรื่องก็คือฉันไม่ได้ชอบเขา แล้วคนที่ฉันชอบ เขาก็ไม่มีทางชอบฉันแน่นอน แต่ถ้าความรักของฉันมันเป็นแบบนางเอกของเรื่องนี้ ซึ่งนางเอกต้องเลือก ฉันว่ามันก็เจ็บเหมือนกันนะ เพราะทั้งสองคนก็ดีเหมือนกัน

            แต่ถ้าฉันเป็นคนที่ต้องเลือกจริงๆ ฉันว่ามันคงยาก แต่หัวใจของเราก็คงอยากเลือกคนที่เรารักอยู่แล้ว แล้วเราก็หวังให้เขามองมาที่เราบ้างก็เท่านั้น แต่รักแบบนั้นชีวิตจริงมีน้อยจะตาย คงมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ

            “นานา!” ซิดนีย์เรียกชื่อฉัน ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ นี่ฉันเหม่อขนาดนั้นเลยเหรอ พอมองมาที่เวทีอีกที ทุกคนก็ลงจากเวทีกันหมดแล้ว แต่เรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ

            “ฉันเรียกเธอตั้งนานแล้ว เหม่ออะไรอยู่”
            “ฉันก็กำลังคิดเรื่อง...ไม่มีอะไรหรอก”

            ฉันเกือบหลุดปากไป ว่าเรื่องที่ฉันคิดก็คือเรื่องของเขานั่นแหละ ฉันแค่คิดว่าคนอย่างฉันไม่น่าไปชอบเขาเลย ชอบไปก็เจ็บเปล่าๆ แต่ถ้าจะให้เลิกชอบมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นนี่ ถ้าพาเลสชอบฉันจริงๆ แล้วฉันสั่งใจให้ชอบเขาได้ก็คงจะดีเนอะ

            “เราไปทำอะไรกันต่อดี

            ฉันพูดเพื่อทำลายบรรยากาศอันเงียบงันนี้ ตอนแรกซิดนีย์ก็ทำหน้างงๆ เพราะตอนแรกฉันดีใจสุดๆ ที่ได้เจอพวกโลมาฯ แต่ตอนนี้ฉันกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากเจอ แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซร้อะไรฉันมากนะ ถ้าฉันถามฉันมาจริงๆ ฉันคงไม่รู้จะพูดอะไรแล้วอ่ะ

            “เธออยากไปไหนต่อมั๊ย”

            “ไม่อ่ะ”

            “งั้นไปกินสเวนเซ่นกันเถอะ” เมื่อกี้ฉันบอกว่าไม่ไม่ใช่เหรอ?

            “ก็ได้”

            พวกเราเดินกันมาเรื่อยๆ จนถึงร้านสเวนเซ่น แล้วเราก็เข้าไปนั่งในร้าน ทำไมพวกเราถึงอยู่ด้วยกันแต่ร้านนี้เนี่ย พอมาถึงเราก็เรียกพนักงานมาสั่งไอศกรีมแล้วฉันก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

            พอฉันออกมาจากห้องน้ำ ฉันก็เดินกลับไปที่ร้านแต่พอฉันไปถึงหน้าร้าน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันกลับทำให้ฉันชะงัก เมสโซ่กำลังนั่งอยู่ในที่ของฉันแล้วก็กำลังคุยอยู่กับซิดนีย์ แบบที่เรียกได้ว่าสนิทมากกกก ซิดนีย์ไม่เห็นฉัน ฉันเลยถือโอกาสนั้นเดินไปอีกทางในทันที ฉันไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอของใคร แล้วถ้าซิดนีย์อยากมากินไอศกรีมกับฉันจริงๆ เขาก็ต้องให้เมสโซ่นั่งที่อื่นสิ แล้วนี่ฉันจะรู้สึกแย่อะไรนักหนาเนี่ย ฉันควรรู้ตั้งนานแล้วว่ามันจะต้องเป็นอย่างนี้

            ฉันสะบัดหัวเพื่อไล่ความรู้สึกแย่นี่ออกไป แล้วเดินต่อไป แล้วฉันจะไปไหนต่อดีล่ะ ตอนมาก็มากับซิดนีย์ แล้วฉันก็ไม่มีรถด้วย ว่าแล้วฉันก็น่าจะเดินเล่นต่อที่นี่สักพักแล้วเดี๋ยวค่อยให้คนมารับก็ได้ ถ้ากลับบ้านตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรอยู่ดี ฉันเดินเข้าไปในร้านหนังสือร้านนึง แล้วเดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ

            “นี่เธอ!

            ใครมาพูดเสียงแจ้วๆ แถวๆ นี้นะ แล้วไอ้เสียงนี้มันก็คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ฉันเลยหันไป แล้วก็เจอกับพวกยัยพอลล่า สาวป็อปฯ แต่นิสัยแย่ที่ฉันเคยบอกน่ะ แล้วก็เป็นคนที่ชอบหาเรื่องฉันด้วย วันนี้มันวันอะไรเนี่ย เจอแต่คนรู้จัก (ที่ไม่อยากเจอ)

            “เจอกันอีกแล้วนะ บังเอิ๊ญ บังเอิญอ่ะ”

            พวกยัยพอลล่ามากันประมาณสามคน พวกนี้เคยมาดีซะที่ไหนล่ะ แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีล่ะ ฉันไม่มีพวกสักคน มีอยู่ก็แค่ฉันคนเดียว แล้วจะสู้กับพวกนี้ตั้งสามคนได้ยังไง แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ยอมให้พวกนี้ทำร้ายง่ายๆ หรอก

            “พวกเธอต้องการอะไร”

            “ฉันว่าเธอน่าจะรู้นะ ว่าฉันต้องการอะไร”

            ฉันเข้าใจว่าพวกนั้นหมายถึงอะไร มีอยู่เรื่องเดียวแหละ ฉันลืมบอกไปอีกเรื่องน่ะ ก็คือพอลล่าเนี่ยไม่ได้เป็นแค่แฟนคลับของซิดนีย์ แต่ยัยนี่เคยเป็นแฟนของซิดนีย์ด้วย แต่ระหว่างที่ซิดนีย์กับพอลล่าคบกัน ซิดนีย์ก็ชอบมายุ่งกับฉันอยู่ดี ทำให้พอลล่ารู้สึกว่าฉันสำคัญกว่า ก็อย่างที่บอกน่ะ หมอนั่นเป็นคนเจ้าชู้ คบคนทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างตอนคบกับยัยพอลล่า คบกันได้ไม่ถึงเดือนก็เลิกกันแล้ว แล้วตั้งแต่นั้นมาจบบัดนี้ (ประมาณสามสี่ปีได้) ยัยนั่นก็ไม่ชอบฉัน แล้วก็บอกเพื่อนๆ ทุกคนในกลุ่มให้ไม่ชอบฉันไปด้วย ฉันทำอะไรผิดหรือไงเนี่ย

            “เธอก็รู้อยู่แล้วว่าฉันกับซิดนีย์น่ะชอบกัน ยังจะมายุ่งกับซิดนีย์อยู่ได้”

            ฉันรู้สึกว่ายัยนี่จะหลงตัวเองมากกกก ที่พูดว่า ฉันกับซิดนีย์น่ะชอบกัน ฉันว่ามีแต่ยัยนี่นี่แหละที่ชอบซิดนีย์อยู่ข้างเดียว เพราะตั้งแต่เลิกกัน ซิดนีย์ก็ยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น ไม่เห็นจะชายตามองมาที่ยัยพอลล่าเลย

            “พอลล่า ฉันว่าพวกเราลากยัยนี่ไปคุยข้างนอกดีกว่านะ คุยในนี้มันไม่ค่อยสะดวกเลย แล้วก็จัดการอะไรๆ ยากด้วย”

            ยัยพิงค์กี้ เพื่อนอีกคนของยัยพอลล่านี่ก็ยุจังงงง ฉันคิดว่าฉันไม่เคยไปยุ่งกับยัยนี่เลยนะ นอกจากไอ้เรื่องซิดนีย์เนี่ย คนเรานี่เนอะ ฟังความข้างเดียวก็ได้ด้วย ทำไมหูเบากันจังเลย

            “เออใช่ ช่วยลากยัยนี่ไปหน่อย”

            “ปล่อยฉันนะ”

            พอยัยพิงค์กี้ตัวแสบออกความเห็นปุ๊ป ทุกคนในกลุ่มนั้นก็เห็นด้วย แล้วช่วยลาก (ลากจริงๆ นะ) ฉันออกไปจากร้านหนังสือ แล้วพาฉันมาแถวๆ ห้องน้ำ ซึ่งไม่ค่อยมีคนอยู่

            “ปล่อย!!! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

            ฉันไม่ใช่นางร้ายที่จะมาเที่ยวกรี๊ดหรอกนะ สิ่งที่ฉันทำได้ก็แค่โวยวายเท่านั้น แล้วฉันก็รู้อยู่ว่ามันไม่ได้ผล ไม่มีใครปล่อยฉันเลย พระเจ้าคะ ช่วยส่งใครมาช่วยฉันหน่อย ฉันเคยทำร้ายใครเลยนะคะ

            “หยุดโวยวายเดี๋ยวนี้นะ ยัยบ้า”

            ยัยพอลล่าตวาดใส่ฉัน ทำให้คนน้อยนิดที่อยู่แถวๆ นั้นรีบพากันย้ายตัวเองออกจากตรงนั้น ทำไมไม่ใครช่วยฉันเลยเนี่ย

            “ไม่!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันไปทำอะไรให้พวกเธอ หา!!!

            “ยังไม่หมดฤทธิ์อีกงั้นเหรอ รู้ว่าตัวเองสู้ไม่ได้ยังไม่ยอมแพ้อีก”

            “ใช่ พอลล่าจัดการมันเลย”

            “เห็นด้วย ตบให้มันรู้กันไปเลยว่าใครเป็นใคร”

            เชียร์กันจัง!!! ถ้ามาลองเป็นฉันแบบนี้จะเชียร์ออกมั๊ย เพราะเสียงของยัยพอลล่าดังถึงดังมาก ทำให้มีคนมามุงดูเต็มไปหมด แต่กลับไม่มีใครเป็นพลเมืองดีพอจะช่วยฉันสักคน

            “นี่พอลล่า ฉันจะบอกอะไรให้เธอนะ ถ้าเธออยากให้ซิดนีย์รักน่ะ ทำตัวให้ดีๆ หน่อยสิ เธอคิดว่าเธอมาทำร้ายฉันแล้วซิดนีย์จะรักเธออย่างงั้นเหรอ ลองใช้สมองคิดดูสิ”

            ฉันยังไม่ทันพูดประโยคนั้นเสร็จ พอลล่าก็ตบฉันซะหน้าหันเลย อะไรหา!!! ฉันไม่ยอมหรอกกกก แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เพราะโดนพวกนั้นจับไว้

            “นี่คือผลตอบแทนของคนที่มาปากดีกับฉัน แล้วอีกอย่างนะ ซิดนีย์จะมารู้ได้ไงว่าฉันกับพวกมาทำร้ายเธอ ถ้าไม่มีใครปริปากบอก แล้วฉันก็เชื่อว่าเพื่อนฉันคงไม่มีใครบอกให้ซิดนีย์รู้เรื่องนี้หรอกใช่มั๊ย”

            “แน่นอน”

            ยัยพวกนั้นพูดพร้อมกัน ถ้าถึงตาฉันบ้างล่ะ ฉันจะแก้แค้นให้สาสมกับที่ฉันโดนเลย คอยดูสิ

            “แต่ฉันว่าเธอคงไม่คิดจะไปบอกซิดนีย์หรอกใช่มั๊ย” แล้วยัยพอลล่าก็หันมาถามฉันบ้าง

            “ฉันจะบอกทำไม มันทำให้อะไรดีขึ้นงั้นเหรอ แล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่จะเรียกร้องความสงสารหรือเห็นใจจากใคร ฉันไม่ใช่คนที่หน้าอย่างหลังอย่างอ่ะนะ”

            ฉันยังคงพูดเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร แต่ความจริงแล้วลึกๆ ฉันก็กลัวอยู่บ้างนะ แต่ถ้าฉันพูดดีด้วยแล้วยัยนั่นจะปล่อยฉันไปงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก

            “จัดการมันหน่อยก็ดีนะ ปากดีเหลือเกิน”

            หลังจากได้รับคำสั่งจากพอลล่า ยัยพวกนั้นก็ผลักฉันให้ล้มลง เจ็บนะ!!! แล้วขณะนั้นเองยัยพอลล่าก็ยกมือขึ้นเตรียมจะเข้ามาตบฉัน ฉันหลับตาปี๋ ก็กลัวนิดหน่อยอ่ะนะ โอเคๆ บอกความจริงก็ได้ ฉันกลัวมากๆ เลยตอนนี้

            “หยุด!!!


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น