Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 14 : Chapter 13 ~ เรื่องบังเอิญ (re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


Chapter 13


เรื่องบังเอิญ

 



         ฉันรีบละสายตาจากภาพตรงหน้า ก่อนจะบอกพาเลสให้เดินไปที่อื่นแทน ฉันว่ามุมนี้ภาพไม่ค่อยสวยเท่าไหร่น่ะ โอเค...ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันไม่อยากเห็นภาพของคนสองคนตรงหน้า มันก็แค่นั้น

         พวกเราเดินกันมาเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดที่ร้านไอศกรีมสเวนเซ่น และพาเลสก็ดึงฉันเข้ามาในร้านทันที

         “แอบหิวอ่ะ ขอกินไอติมหน่อยละกันนะ”

         “นายกินไม่อิ่มก็ไม่บอกฉัน โอเคๆ ได้สิ”

         เราเลือกที่นั่งโซฟาสำหรับสี่คน เพราะตอนนี้ร้านไม่ค่อยมีคนแล้ว พนักงานเลยให้เรานั่งตรงไหนก็ได้ นี่ไม่รู้อีตาพาเลสจะส่งมาเยอะหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้ต้องเอาโต๊ะใหญ่

         “รับอะไรดีคะ”

         ไม่นานนักพนักงานก็มารับออเดอร์ไอศกรีม ถึงพาเลสจะเป็นคนชวนมากิน แต่พอมานั่งอยู่ในร้านแล้ว ฉันก็แอบหิวเหมือนกันแฮะ เมื่อกี้กินไปนิดเดียวเอง

         “ร็อกกี้โร้ทสองลูกครับ”

         “คุกกี้แอนด์ครีมกับบลูเบอร์รี่คอบเบอร์ค่ะ”

         “รอสักครู่นะคะ”

         “เธอชอบกินรสนี้เหรอ”

         พาเลสถามขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินไป เอ๊ะ…ฉันชอบกันรสนี้มันแปลกเหรอเนี่ย =o= คนปกติเขากินรสอะไรกันอ่ะ

         “อ่าฮะ ทำไมเหรอ”

         “แปลกแฮะ…”

         “…”

         “เธอชอบรสเดียวกับไอซิดเป๊ะเลย เวลาไปกินสเวนเซ่นกันทีไร มันก็ต้องสั่งรสนี้ตลอด”

         “อ้าวเหรอ”

         “อืม”

         ฉันหนีจากนายไม่พ้นจริงๆ ใช่มั๊ยซิดนีย์ นี่ขนาดรสชาติไอศกรีม นายยังต้องมาหลอกหลอนฉันเลย -*- ทำไมต้องมาชอบอะไรเหมือนฉันด้วยก็ไม่รู้ ไอศกรีมก็ชอบกินรสเดียวกัน ก๊วยเตี๋ยวก็ยังสั่งแบบเดียวกันอีกต่างหาก แต่สิ่งนึงที่ไม่มีวันเหมือนกันได้ก็คงใจเราสองคนเ เราไม่มีทางคิดเหมือนกัน เราไม่มีทางชอบกันแน่นอน เพราะแค่ญาติดีกับฉัน หมอนั่นยังทำไม่ได้เลย ชีวิตนี้ก็คงเป็นได้แค่คู่กัดกันเนี่ยแหละ

         “มันก็คงแค่เรื่องบังเอิญมั้ง”

         “นานาาาาา~

         ใครที่ไหนมาเรียกชื่อฉันอีกแล้วเนี่ย แต่เสียงแบบนี้ มันคือเสียงของยัยเมสโซ่นี่นา แล้วฉันก็เดาไม่เคยผิด  ยัยนั่นเดินตรงมาหาฉันที่โซฟาพร้อมกับซิดนีย์แล้วล่ะ

         แปลกจังที่ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ต้องอยู่ด้วยกันสี่คนแบบนี้ ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน มันแลดูอึดอัดยังไงไม่รู้ พอเดินมาถึงยัยเมสโซ่ก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ฉัน เช่นเดียวกันกับซิดนีย์ที่นั่งลงข้างๆ พาเลส ตรงข้ามกับเมสโซ่

         “พวกเราใจตรงกันอีกแล้วเนอะ มากินที่เดียวกันเป๊ะ บังเอิญจริงๆ”

         มันใช่เรื่องบังเอิญจริงๆ เหรอ ตอนนั้นก็บังเอิญ ตอนนี้ก็บังเอิญ บังเอิญหรือตั้งใจกันแน่ โอ๊! ฉันไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย ทำไมฉันต้องมาหงุดหงิดด้วย ก็แค่สองคนนั้นมาด้วยกันเอง แล้วอีกอย่าง...ยัยเมสโซ่ก็เป็นเพื่อนฉันด้วย ฉันไม่ควรมีความคิดแย่ๆ แบบนี้กับยัยนั่นเลย

         “อืม”

         ฉันตอบไปแค่นั้น ยัยเมสโซ่เลยหันไปคุยกับซิดนีย์แทน

         “ซิดนีย์ นายจะกินอะไรดี”

         “คุกกี้แอนด์ครีมกับบลูเบอร์รี่คอบเบอร์ละกัน”

         จริงอย่างที่พาเลสบอกจริงๆ ด้วย รสเดียวกันเป๊ะ =o=

         และอีกอย่างที่ทำให้ฉันหงุดหงิดก็คงเพราะเวลาที่อีตาซีดนีย์คุยกับเมสโซ่ น้ำเสียงดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นน้ำเสียงที่ฉันไม่เคยได้ยินจากเขาเลยสักครั้ง กับฉันก็มีแต่แดกดันเท่านั้นแหละ        

         แล้วทำไมฉันต้องมารู้สึกน้อยใจอะไรแบบนี้ด้วย T^T ความจริงฉันก็รู้มาตั้งนานแล้วนี่ว่าอีตานี่น่ะพูดกับทุกคนดีหมดยกเว้นฉัน ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่เคยไปทำอะไรให้เขาเลยนะ แต่เอาเหอะ! เขาจะพูดจาอะไรยังไงกับใครมันก็เรื่องของเขา ฉันไม่เห็นจะต้องไปแคร์เลย

            และต่อไปนี้….ฉันจะเปลี่ยนรสไอศกรีมที่ชอบจริงๆ แล้ว ฉันไม่อยากชอบอะไรเหมือนกับผู้ชายคนนี้ เพราะมันจะทำให้เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันสั่งไอศกรีมที่นี่กิน ฉันต้องนึกถึงหมอนี่แน่ๆ และมันก็จะทำให้ฉันกินไม่ลง =_=

         “รับออเดอร์หน่อยค่ะ”

         เมสโซ่ยกมือเรียกพี่พนักงานที่กำลังเอาไอศกรีมที่ฉันกับพาเลสสั่งในตอนแรกมาเสิร์ฟพอดี

         “อ้าว แกสั่งให้ฉันด้วยเหรอวะ”

         ซิดนีย์ถามขึ้นก่อนจะหันไปหาพาเลสด้วยสีหน้างงๆ ของฉันต่างหากล่ะ อย่ามามั่วได้ป่ะ -_-^^

         “นี่มันของฉัน อยากกินก็สั่งใหม่สิ”

         ไม่พูดเปล่า ฉันเลื่อนถ้วยไอศกรีมมาที่ตัวเองด้วย ก็ตอนแรกพนักงานดันวางไว้หน้าอีตาซิดนีย์น่ะสิ ถ้าหมอนั่นเผลอกินขึ้นมาจะว่ายังไง คนยิ่งหิวๆ อยู่ด้วยยย

         แวบนึงที่ฉันดันเงยหน้าไปสบตาเข้ากับซิดนีย์พอดี และสายตาที่เขามองมาฉันก็ตีความไม่ถูกเหมือนกัน ฉันเลยละสายตาจากเขาและมาสนใจไอศกรีมตรงหน้าแทน เราใช้เวลากินไอศกรีมกันประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็ตั้งใจว่าจะกลับรีสอร์ทกันทันที

         พอตกลงกันเสร็จสรรพ พวกเราจึงเรียกแท็กซี่กลับโรงแรม ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเราก็ถึงที่พักแล้ว ฉันว่าฉันจะไปเดินเล่นสักหน่อยดีกว่า อยากจะคิดอะไรลำพังคนเดียว แต่แล้วยัยเมสโซ่ก็เรียกฉันซะก่อน

         “ไปเดินเล่นทะเลกันเถอะ >_<

         “อะ...อืม”

         ให้ฉันไปปฏิเสธยัยนี่ก็ใช่เรื่องอยู่ ยัยเมสโซ่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ฉันไม่มีสิทธิ์จะโกรธยัยนี่เลยจริงๆ

         “พวกนายขึ้นไปก่อนเลยก็ได้ ^^

         “เค งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ”

         พาเลสเป็นคนตอบกลับมาก่อนจะหันหลังเดินไปทางห้องพัก ในขณะที่ฉันกับเมสโซ่เดินไปอีกทาง ซึ่งก็คือทะเล พอถึงชายหาด พวกเราก็เดินรับลมกันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครปริปากอะไรออกมาสักคำ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้คิดอะไรคนเดียวด้วย

         “นานา”

         โอเค~ ฉันคงไม่ได้คิดอะไรคนเดียวแล้วล่ะ

         “หืม?”

         “ทำไมเธอไม่คุยกับฉันเลยอ่ะ”

         นี่อาการฉันออกขนาดนั้นเลยเหรอ? เปล่านะ...ฉันไม่ได้แสดงอาการขนาดนั้นสักหน่อย

         “ก็ไม่รู้จะคุยอะไรนี่”

         แต่ก็จริง....ฉันไม่รู้จะคุยอะไรกับยัยนั่นตอนนี้นี่นา จะให้คุยเรื่องอะไรล่ะ ถ้าจะให้บอกว่าตอนนี้ฉันไม่อยากคุยกับยัยนี่เลยก็ดูจะใจร้ายเกินไป เมสโซ่ไม่ได้ทำอะไรผิด มีแต่ฉันนี่แหละที่คิดอะไรไปเรื่อย

         “เธอโกรธอะไรฉันหรือเปล่า”

         “เปล่า”

         “แต่ฉันว่ามันมีอะไรแน่ๆ ....”

         “....”

         “เธอ...ชอบซิดนีย์เหรอ”

         “จะบ้าเหรออ!?

         ความคิดแบบนั้นไม่เคยอยู่ในสมองฉันแม้แต่น้อย ฉันเนี่ยนะ จะไปชอบคนแบบนั้น ไม่มีทาง! โน! เวย์! มากๆ

         “ฉันแค่รู้สึกว่าเธอดูเหมือนไม่พอใจเวลาฉันคุยกับหมอนั่นน่ะ”

         “นี่! อย่าทำหน้าแบบนั้นได้มั๊ย ฉันไม่ได้โกรธอะไรเธอทั้งนั้น ฉันก็แค่...มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอหรอก ฉันจะไปโกรธเธอได้ไง”

         ความจริงมันก็เกี่ยวแหละ แต่ฉันจะพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง เหตุผลมันฟังไม่ขึ้นมากๆ ด้วยที่ฉันจะไปโกรธยัยเมสโซ่ที่ยัยนั่นชอบคุยกับซิดนีย์ ถึงแม้มันจะเป็นอย่างนั้นก็เหอะ

         “งั้นฉันก็สบายใจแล้วล่ะ ฉันกับซิดนีย์ไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ นะ เราเป็นเพื่อนกัน เธอไม่ต้องห่วง”

         ไม่รู้ทำไม แต่พอได้ยินคำยืนยันจากปากยัยเมสโซ่แบบนี้ ฉันก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก นี่ฉันเป็นอะไรของฉันเนี่ย กับอีแค่สองคนนี้เป็นเพื่อนกัน ทำไมฉันต้องโล่งใจขนาดนี้ด้วย ท่าจะบ้าแล้วนะยัยนานา -_-

         “ฉันไม่ได้ห่วงอะไรสักหน่อย เธอจะเป็นอะไรกับเขา ไม่ได้เกี่ยวกับฉันสักหน่อย”

         “อ้าวเหรอ...ฉันก็แค่คิดว่าเธออยากรู้ ^^

         ไอสายตาล้อเลียนแบบนั้นคืออะไร!? จะมาล้อว่าฉันคิดอะไรกับอีตาบ้านั่นเหรอ ไม่มีทาง! บอกแล้วไงว่ามัน ‘โนเวย์มากที่ฉันจะชอบเขาน่ะ

         “มีเรื่องพูดแค่นี้ใช่มั๊ย ฉันไปแล้วดีกว่า ง่วง”

         ขณะที่ฉันกำลังจะเดินกลับ ประโยคถัดมาของยัยเมสโซ่ก็ทำให้ฉันชะงักฝีเท้าทันที

         “สรุปว่า…เธอชอบซิดนีย์ใช่มั๊ย”

         “ฉันไม่…”

         “เอาน่า ถ้าเธอยอมรับความรู้สึกตัวเองได้เมื่อไหร่ ก็บอกฉันแล้วกันนะ ฉันช่วยเธอได้…ไอเรื่องความรักเนี่ย”

         “จะบ้าหรือไง ฉันยังไม่ได้บอกสักหน่อยว่าฉันชอบหมอนั่นน่ะ =///=

         “โอเคๆ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ แต่ถ้าชอบเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมบอกฉันนะ ฉันไปล่ะ :p

         “เมส ฉันไม่ได้...”

         ฉันยังไม่ทันจะพูดจบ เมสโซ่ก็เดินจากไปแล้ว แต่เอาเหอะ...ยัยนั่นจะคิดยังไงก็ช่าง แค่ฉันรู้ตัวฉันเองว่าฉันไม่ได้ชอบเขาก็น่าจะเพียงพอแล้ว

         ฉันว่าฉันเดินเล่นชายหาดต่อดีกว่า อากาศดี๊ดี อีกอย่าง...ฉันจะได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกด้วย เดินคนเดียวมันก็ดีเหมือนกัน ไม่มีคนมากวนใจ เงียบ สงบ แต่ก็เหงาในเวลาเดียวกัน

 

         อยากมีใครสักคนให้กอด ให้ฉันได้อุ่นใจ ไม่นอนหนาว ไม่ต้องเปล่าเปลี่ยวเกินไป….

 

         เสียงเพลงดังขึ้นจากร้านอาหารริมหาดร้านหนึ่ง และมันก็เพิ่มบรรยากาศเหงาๆ นี้ได้มากเลยแหละ ทะเลก็ว่าเหงาแล้ว เจอเพลงนี้เข้าไปก็ยิ่งเหงาขึ้นไปอีก แต่ฉันก็ชอบเพลงนี้นะ เนื้อหามันโดนมากเลยอ่ะ บางที…เราก็แค่ต้องการใครสักคนมากอดเราไว้ ไม่ต้องทนเหงา ทนหนาวอยู่คนเดียว การมีใครสักคนมาอยู่เคียงข้างมันก็อุ่นใจเหมือนกันแฮะ

         แต่คนคนนั้นอยู่ที่ไหนกันล่ะ คนที่จะมาอยู่ข้างๆ ฉัน กอดฉันไว้น่ะ ขนาดวี่แววนี่ยังไม่เห็นเลย เพราะฉะนั้น…เลิกเพ้อเจ้อกับเพลงได้แล้วยัยนานา -_-^

         นี่ก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว ฉันว่าฉันกลับห้องเลยดีกว่า เดินคนเดียวนี่แอบกลัวเหมือนกันแฮะ ทำไมฉันเพิ่งมาคิดได้เอาตอนนี้ล่ะเนี่ย และมันก็คงสายเกินไปแล้ว เพราะตอนนี้มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาฉัน พร้อมกับกลิ่นเหล้าหึ่งเลยแหละ

         “มาเดินทำอะไรคนเดียวตรงนี้…สาวน้อย ^^

         “ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหนน่ะ เป็นผู้หญิงคนเดียวซะด้วย”

         มันจะอันตรายก็พวกไอ้คนพวกนี้มายุ่งกับฉันนี่แหละ!

         “ให้พี่ไปส่งมั๊ย ^^

         หนึ่งในนั้นพูดขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น

         “ไม่เป็นไร ฉันเดินเองได้”

         ฉันพยายามเดินไปอีกทางเพื่อที่จะเข้าตัวรีสอร์ตให้เร็วที่สุด แต่กลับโดนคนพวกนี้ล้อมรอบไว้ซะได้ แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังต่อไปดี ฉันเริ่มกลัวจริงๆ แล้ว

         “แหม พูดซะเสียงแข็งเลยนะ มาๆ ไปกับพี่ดีกว่า น่าจะสนุกกว่าเยอะ”

         “มะ…ไม่นะ”

         ไม่พูดเปล่า มันกลับสั่งเพื่อนมันอีกสองคนมาล็อกตัวฉันไว้ ฉันเลยทำได้แต่กรีดร้องให้คนช่วยพลางพยายามสะบัดแขนพวกมันออกไป แต่แรงผู้หญิงมีหรือจะสู้แรงผู้ชายได้ ฉันจะทำยังดีนะ ใครก็ได้ช่วยฉันที TT^TT

         “กรี๊ดดดดดด ปล่อยฉันนะ!!!!”

         ฉันพยายามกรีดร้องให้ใครก็ได้มาช่วยฉัน ให้พวกเขาได้ยินเสียงฉัน ฉันเลยโดนพวกมันต่อยเข้าให้ ทำเอาฉันจุกจนล้มพับลงกับพื้น ก่อนจะไม่รับรู้อะไรอีกเลยนอกจากเสียงของใครบางคนที่ดูเหมือนกำลังจะเข้ามาช่วยฉัน

“นานา”





ฝากนิยายอีกเรื่องด้วยนะคะ

เรื่องใหม่แกะกล่องค่า ฝากติดตาม + แอด Fav ด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาา


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น