Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 11 : Chapter 10 - I shouldn't... (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ค. 58


Chapter 10

I shouldn’t….

 

         ฉันกลับมาที่ห้องของตัวเอง ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวใหม่ แต่เอาจริงๆ กว่าจะได้อาบก็ปาไปครึ่งชั่วโมง หลังจากมาถึงห้องน่ะแหละ ที่มันต้องใช้เวลาเยอะขนาดนั้นก็เพราะฉันมัวแต่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย พอดเวลาอีกทีก็ปาไปห้าโมงแล้วน่ะสิ

            ตอนนี้ฉันก็อยู่ในเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เพราะเดี๋ยวจะมีกิจกรรมให้ทำต่อ ทำให้ฉันยังใส่ชุดนอนไม่ได้ แงๆ TT^TT เฮ้อ...จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่อยากจะทำกิจกรรมอะไรเลยนะ เบื่อ...และไม่อยากเจอหน้าใครบางคนด้วย

         แก๊ก

         เสียงประตูถูกเปิดจากด้านนอก ซึ่งก็เดาไม่ยากว่าเป็นใคร เพราะคนที่สามารถเข้าห้องนี้โดยไม่ต้องกดออดก็มีเพียงฉันกับอีตานั่นเท่านั้นแหละ และอีกอย่างนะ ก็เป็นอย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ คนอย่างซิดนีย์….ไม่ใช่คนที่มีมารยาทอะไรขนาดนั้น

            ฉันว่าฉันควรจะออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยดีกว่า อยู่ในนี้ก็มีแต่จะได้รับอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เอาซะเลย แถมยังจะทำให้อึดอัดอีกด้วย ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปเปิดประตู ซิดนีย์ก็เดินมาจับข้อมือฉันไว้ซะก่อน อะไรของหมอนี่อีกเนี่ย =_=

         “จะไปไหน”

         “ไม่ใช่เรื่องของนาย”

         จะมาสนใจอะไรล่ะกับฉันจะไปไหน กับใคร ฉันไม่ใช่ยัยเมสโซ่นี่ที่นายจะต้องมาแคร์อะไรมากมาย ฉันคิดในใจนะ ไม่ได้พูดออกไป

         “เธอเป็นอะไรของเธอกัน พูดไม่ดีกับฉันตั้งแต่เช้าแล้วนะ”

         “เราเคยพูดอะไรดีๆ ต่อกันด้วยเหรอ?”

         ฉันเลิกคิ้วถามเขา กล้าพูดเนอะว่าฉันเป็นอะไรทำไมถึงพูดกับเขาไม่ดี เท่าที่ฉันจำได้หมอนี่ก็ไม่เคยพูดอะไรดีๆ กับฉันเลยสักครั้ง และเขาก็เอาแต่หาเรื่องฉันทุกวัน จะให้ฉันพูดดีกับเขาไปทำไมล่ะ

         เธอโกรธอะไรฉัน บอกมาสิ

         ซิดนีย์ไม่ตอบคำถามฉัน แต่กลับบ่ายเบี่ยงไปถามคำถามอื่นแทน

         “เปล่า ฉันจะไปโกรธอะไรนายล่ะ นายเป็นถึงหนุ่มฮอตของโรงเรียนเชียวนะ ฉันไม่กล้าไปโกรธนายหรอก”

         เธอจะประชดฉันอีกนานมั๊ย -_-

         ฉันประชดนายตอนไหน

         “ก็ตอนนี้ไง เธอกำลังประชดฉันอยู่ หรือว่าเธอ…โกรธ…ที่ฉันว่าว่ามันเป็นความผิดของเธอตอนวิ่งผลัด?”

         “เปล่า ฉันไม่ได้โกรธอะไรนายทั้งนั้น”

         “แล้วเธอเป็นอะไรกันแน่! บอกมาสิ!

         ซิดนีย์เริ่มขึ้นเสียงกับฉัน แต่...เขามีสิทธิ์ขนาดนั้นเลยเหรอ!? ฉันไม่ใช่ใครที่เขาจะมาพูดแบบนี้ด้วยได้นะ!

         นายมีสิทธิ์อะไรมาขึ้นเสียงกับฉัน!? แล้วก็เลิกเซ้าซี้สักทีนะว่าฉันเป็นอะไร เสียเวลาเปล่า ฉันว่านายเอาเวลานี้ไปดูแลเมสโซ่เหอะ”

         “ที่แท้เธอก็โกรธฉันที่ฉันไปดูแลเมสโซ่นี่เอง เธอ...หึงฉันหรือไง”

         อยู่ดีๆ อีตาซิดนีย์ก็เปลี่ยนจากหน้าตาบึ้งตึงเป็นรอยยิ้มบนฝีปาก ยิ้มอะไรของเขากัน แล้วที่ว่าฉันหึงนี่ใช้อวัยวะส่วนไหนคิดไม่ทราบ -_-  คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมาหึงคนแบบอีตานี่ แฟนก็ไม่ใช่...บ้าหรือเปล่า -///-

         “ฉันเนี่ยนะ หึงนาย!? บ้าป่ะ-_-

         “ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นเธอคงไม่โกรธฉันแบบที่เป็นอยู่หรอก ^^

         หลังจากซิดนีย์สรุปเอาเองว่าที่ฉันโกรธเขาก็เพราะฉันหึงเขา หมอนั่นก็ลอบยิ้มออกมาอย่างกวนประสาท เฮ้อ...! สมองเขาต้องเป็นอะไรไปแล้วแน่ๆ คิดได้ไงว่าฉันหึงเขา  เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

         “เธอไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันดูแลเมสโซ่ในฐานะเพื่อนคนนึงเท่านั้นแหละ”

         บอกฉันเพื่ออออออ!?

         “นายบอกฉันทำไม ฉันไม่ได้บอกว่าอยากรู้เลยนะ -_-

         พอมาถึงตอนนี้ฉันเพิ่งนึกออกว่าอีตานี่จับข้อมือฉันอยู่นี่นา คิดได้ดังนั้นฉันจึงรีบสะบัดออก แต่สะบัดยังไงก็สะบัดไม่ออก หมอนี่เป็นปลิงหรือไงน่ะ เกาะติดแน่นขนาดนี้

            “ฉันแค่คิดว่าเธอ….อยากรู้ ^^

            ตอนนี้ฉันรู้สบายใจอยากบอกไม่ถูก สงสัยฉันโดนหมอนั่นกวนประสาทใส่ล่ะมั้ง ถ้าไม่โดนสักวันคงนอนไม่หลับสินะฉันเนี่ย ฉันเป็นบ้าอะไรหรือเปล่าเนี่ย คนดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้คนกวนประสาทใส่เนี่ยนะ!?

         อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันบอกว่าชอบให้คนกวนประสาท ไม่ใช่ชอบคนกวนประสาท ไม่ใช่ชอบซิดนีย์นะ! =///=

         “ทำไมตอนเมสโซ่เป็นแผล เธอไม่ตามไปดูหน่อยล่ะ พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกันนี่”

         สุดท้ายก็ย้อนกลับมาเรื่องเมสโซ่ แล้วมาบอกว่าไม่ได้คิดอะไร ฉันเชื่อเขาได้เหรอเนี่ย แต่ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้วนี่ เขาจะพูดถึงใครมันก็เรื่องของเขา ฉันจะมาคิดมากเพื่ออะไรเนี่ย

         เมสโซ่น่ะมีคนดูแลเยอะแยะมากมายแล้ว ทั้งนาย ทั้งเพื่อนๆ ของนาย แล้วก็เพื่อนๆ ของฉัน ฉันไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก

         ก็มันจริงนี่ จะให้ฉันไปทำไม ไปดูนายสองคนมอบความรักให้กันหรือไง?

         “แล้วนายก็...ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะออกไปข้างนอก”

         “พอฉันมา เธอก็ไปเลยเนี่ยนะ อยู่ด้วยกันมันอึดอัดขนาดนั้นเลยเหรอ”

         กล้าถามเนอะ! ไม่ได้อึดอัดอะไรหรอก แต่อยู่ด้วยกันไปก็มีแต่จะทะเลาะกันเปล่าๆ ฉันไปหาเรื่องอื่นที่สร้างสรรค์กว่านี้ทำดีกว่า

         แล้วนายจะให้ฉันอยู่ทำไม สู้ไปเดินเล่นไม่ได้กว่าเหรอ

         งั้นฉันไปด้วย

         พอพูดจบอีตาซิดนีย์ก็มาจับมือฉันพร้อมกับลากให้เดินไปด้วยกัน แต่เดี๋ยวนะ…จับมืองั้นเหรอ!? หมอนี่ประสาทไปแล้วหรือไงที่มาจับมือฉันเนี่ย ทำแบบนี้ก็รู้สึก...แปลกๆ ยังไงบอกไม่ถูก ถ้าให้อยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ฉันต้องแย่แน่ๆ เพราะฉะนั้น....

         “นี่! ปล่อยมือฉันด้วย -///-

         “โทษที ลืมตัวไปหน่อย”

         คิดว่ากำลังจับมือใครอยู่หรือไง เมสโซ่เหรอ หรือว่าผู้หญิงคนอื่น?

         ฉันว่าฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำไมต้องมาสงสัยด้วยว่าเขากำลังอยากจับมือกับใคร เป็นยัยเมสโซ่เพื่อนฉันหรือเปล่า ใครก็ได้ช่วยฉันที ฉันเป็นอะไรกันแน่เนี่ย TT^TT

         ฉันไล่ความคิดบ้าๆ นั่นออกจากหัวก่อนจะเริ่มเดินไปเรื่อยๆ กับซิดนีย์ จนในที่สุดพวกเราก็มาถึงชายหาด หาดที่นี่สวยใช่เล่นนะเนี่ย อากาศก็เย็นสบายจริงๆ หรือฉันควรจะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่ดีแฮะ >_< ทำไมวันนี้ฉันถึงได้เพ้อเจ้อขนาดนี้เนี่ย ถึงกับขึ้นจะย้ายบ้านเลย =o=

         การเดินเล่นกับซิดนีย์ความจริงแล้วก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ และฉันเองก็ไม่ได้ชอบที่จะต้องมาทะเลาะกับใครเป็นประจำแบบนี้ด้วย แต่มันออกจะเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้มากกว่า ก็ในเมื่อหมอนั่นกวนมา ฉันก็ต้องพูดอะไรกลับบ้างสิ แต่บางทีฉันก็คิดนะว่าเมื่อไหร่เราสองคนจะพูดกันดีๆ เหมือนคนอื่นทั่วไปบ้าง จริงอย่างที่ยัยป๊อปปี้บอกนั่นแหละ ไหนๆ ปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่จะได้เรียนด้วยกันแล้ว แทนที่จะมีแต่เรื่องไม่ดีให้จดจำ เราควรมีความทรงจำดีๆ ให้คิดถึงกันมากกว่า เผื่อวันนึงที่ฉันต้องแยกจากจากซิดนีย์ ฉันจะได้มีอะไรให้คิดถึงเขายังไงล่ะ เดี๋ยวนะ...ฉันเนี่ยนะจะคิดถึงเขา ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย! แล้วอีกอย่าง...เวลาของพวกเราก็ยังไม่หมดนี่นา

         แชะ

         เสียงถ่ายรูปดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของซิดนีย์ นี่เขาแอบถ่ายรูปฉันเหรอเนี่ย แล้วทำไมต้องยิ้มแบบนั้นด้วย มันน่าเกลียดขนาดนั้นเลยเหรอ โอ๊ย!! ตายละ!!! หมอนี่ต้องเอารูปฉันไปแบล็คเมล์แน่ๆ คิดแล้วยิ่งโมโห -_-^^

         นี่ เอามาดูเลย!

         พูดจบฉันก็เริ่มเข้าไปแย่งกล้องจากซิดนีย์ แต่ทำยังไงหมอนี่ก็ไม่ยอมเอากล้องให้ฉันสักที สงสัยรูปนั้นฉันตลกมากแน่ๆ เลย ไม่ได้นะ...ถ้ารูปนั้นฉันดูแย่ขนาดนั้นฉันก็ต้องแย่งกลับมาให้ได้ จะให้ตกไปอยู่ในมือของอีตานี่ไม่ได้!  ยิ่งพยายามแย่งกล้องถ่ายรูปจากซิดนีย์มากเท่าไหร่ก็เหมือนฉันยิ่งขยับเข้าไปใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อรู้ตัว ฉันก็รีบขยับตัวเองออกห่างจากซิดนีย์ทันที

         ตึกตักๆ

         “นี่นายถ่ายรูปฉันทำไมเนี่ย! -_-^

         “ก็แค่…อยากถ่าย”

         ถ้าอยากถ่ายก็ไปถ่ายคนที่เขาเต็มใจให้ถ่ายสิ เมสโซ่ไง ยัยนั่นน่ะเห็นกล้องทีไรเป็นต้องเข้าไปถ่ายทุกที บ้ากล้องจะตาย แต่ก็อย่างว่าน่ะนะ คนสวยก็ต้องอยากเก็บรูปตัวเองไว้เป็นธรรมดาน่ะแหละ และยิ่งหน้าขึ้นกล้องแล้วด้วย ถ่ายมุมไหนก็โอหมดน่ะแหละ ส่วนฉันต่างกับยัยนั่นอย่างสิ้นเชิงเลยแหละ ฉันไม่ใช่คนบ้ากล้อง และถ้าไม่จำเป็นก็คงไม่ถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย 

         แต่นายยังไม่ได้รับอนุญาตจากฉันเลยนะ

         “จะขอทำไมล่ะ ในเมื่อขอไปเธอก็ไม่ให้ถ่ายอยู่ดี สู้ถ่ายไปเลยดีกว่า”

         เฮ้ออออ! ทำไมต้องมาจริงจังกับการถ่ายรูปฉันขนาดนี้ด้วยนะ      

         “แล้วทำไมไม่ไปถ่ายคนอื่นเล่า มาถ่ายฉันทำไมกัน!?

         “ไม่บอก เดาเอาเองสิ”

         ฉันไม่ชอบคนแบบนี้!! มาทำให้อยากรู้แต่ก็ไม่บอกอะไรสักที

         “ฉันแค่...อยากเก็บรูปเธอไว้”

         นะ...นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย ซิดนีย์เนี่ยนะ...อยากเก็บรูปของฉันไว้ นี่ถ้าพวกเราไม่ใช่คู่กัดกันมาก่อน ฉันคงคิดว่าเขาชอบฉันแล้วนะเนี่ย ฉันคิดอะไรออกไปน่ะ...ซิดนีย์น่ะเหรอจะมาชอบฉัน ไม่มีทางๆ

         “นี่ อย่าเพิ่งคิดอะไรโรแมนติกไป ฉันแค่อยากเก็บไว้...แบล็คเมล์เท่านั้นแหละ”

         =_=

         ฉันนี่ก็บ้าจริงๆ ที่คิดไปได้ว่าอีตานี่จะมีโมเมนต์ที่น่ารักอยู่บ้าง นะ...น่ารักงั้นเหรอ!? ฉันชมเขา!! โอ๊ย! ไม่ได้ๆ ฉันจะชมเขาไม่ได้ ฉันแค่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนนิสัยบ้างก็เท่านั้น แต่สุดท้ายตัวตนที่แท้จริงก็เปิดเผยออกมาสินะ เก็บรูปฉันไว้เพื่อแบล็คเมล์ แมนมากกกกก! -_-^

         ก็อย่างที่ฉันคิดไว้ ถ้าเขาจะเก็บรูปใครสักคนไว้ คนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่สำคัญมากๆ ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เขารัก และคนคนนั้นอาจจะเป็นเมสโซ่ อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ แต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่สุดก็คงเป็นซิดนีย์ชอบฉันนี่แหละ ฉันนี่ก็มโนเข้าไปได้เนอะ -_- เอือมกับตัวเองอย่างบอกไม่ถูก

         แต่พูดก็พูดเถอะ บางทีฉันก็อยากจะเริ่มต้นใหม่กับซิดนีย์นะ เริ่มต้นเป็นเพื่อนกันใหม่ เพื่อนที่สามารถพูดกันดีๆ ได้ ไม่ใช่วันๆ เอาแต่ทะเลาะกัน ไม่ก็กัดกันแบบที่เป็นอยู่ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกฉันรู้ดี คนที่กัดกันมากตั้งนานจะมาพูดดีกันคงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก และไม่แน่…เขาอาจจะเกลียดฉันมากจนไม่อยากจะพูดดีกับฉันก็ได้ วันๆ ถึงได้เอาแต่แกล้งฉันแบบนี้

         ฉันก็ว่างั้นแหละ คนอย่างนายคงไม่อยากเก็บรูปฉันไว้หรอก

         นี่ถ้าฉันสวยได้ครึ่งนึงของยัยเมสโซ่ก็คงจะดีสินะ บางทีซิดนีย์อาจจะเก็บรูปฉันไปทำอะไรดีๆ บ้าง ไม่ใช่คิดแต่จะทำเรื่องแย่ๆ แบบนี้ แต่เอ๊ะ! นี่ฉันจะมาคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เราเองก็ไม่ได้ชอบ และเขาเองก็ไม่ได้ชอบเราทำไม เพี้ยนไปแล้วหรือไงนานา ซิดนีย์คือคนที่เธอเกลียด เกลียดมาก เกลียดที่สุด จำสิจำ!

         เธอรู้ตัวก็ดีแล้ว

         ฉันไม่น่าจะไปทักท้วงอะไรกับการที่เขาแอบถ่ายรูปฉันเลยจริงๆ เพราะเหมือนยิ่งฉันเถียงกับเขามากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งแพ้มากเท่านั้น ฉันควรจะปล่อยให้เขาถ่ายรูปไปและไม่ต้องพูดอะไรมากมาย จะได้ไม่ต้องโดนเขาตอกกลับมาแบบนี้ ปกติซิดนีย์ก็พูดแรงกับฉันแบบนี้เป็นธรรมดา ทำไมครั้งนี้ฉันถึงรู้สึกแย่กว่าปกตินะ รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังเจ็บลึกๆ อย่างบอกไม่ถูก

         แต่ช่างเถอะ...เดี๋ยวสักพักฉันคนเดิมก็คงกลับมาแล้ว คงไม่นานหรอกมั้ง

         ฉันรู้ตัวดีเสมอ

         ฉันตอบแค่นั้น ก่อนจะเดินผละออกจากซิดนีย์ไป ฉันไม่ควรให้เขาเดินมากับฉันตั้งแต่แรก ไม่ควรเลยจริงๆ

 



 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น