Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 10 : Chapter 9 ~ She's pretty, but I'm not (re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ค. 57



Chapter 9

She’s pretty, but I’m not

 

         

         ตอนนี้ฉันก็กลับมาที่ห้องตัวเองแล้วล่ะ อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องมีใครมากวนใจ ไม่ต้องไปสนใจใคร... ไม่ต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้น

         แต่ถึงฉันจะบอกกับตัวเองอย่างนั้น ฉันก็ทำอย่างที่พูดไม่ได้สักที เรื่องของหมอนั่นยังคงอยู่ในหัวฉันอยู่ จะให้บอกว่ายังไงดีล่ะ…โกรธเหรอ? ก็ใช่มั้ง…จะไม่ให้โกรธได้ไงในเมื่อตอนนั้นเขาเองก็เพิ่งโกหกฉันว่าไปหา เพื่อน แต่ที่แท้ก็ไปอยู่กับเมสโซ่ แล้วนี่ยังจะมาหาเรื่องฉันว่าทำให้ทีมแพ้อีก เขาคิดหรือไง…ว่าฉันอยากทำให้ ทีมแพ้น่ะ

         แล้วอีกอย่างนะ...ฉันไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาเข้มแข็ง ไม่แสดงออกอะไรได้กับทุกเรื่องหรอกนะ ฉันเป็นผู้หญิง มีความรู้สึก และฉันก็เจ็บเป็น หมอนั่นไม่เคยเห็นฉันเป็นผู้หญิงเลยหรือไงกัน

         คิดไปคิดมาก็ปาไปเกือบสี่โมงแล้วเหรอเนี่ย หาอะไรทำให้เลิกคิดอะไรเรื่อยเปื่อยดีกว่าเรา...

            ก๊อกๆ

         เสียงเคาะประตูดังขึ้น ใครมาหาเราตอนนี้นะ? แต่คงไม่ใช่อีตาซิดนีย์หรอก เพราะคนอย่างเขา ไม่มีวันที่จะลดตัวมาง้อคนอย่างฉันหรอก และอีกอย่าง...หมอนั่นก็ไม่ใช่คนที่มารยาทดีงามถึงขนาดยอม เคาะประตูหรอก เพราะเขาเองก็มีคีย์การ์ดอยู่อีกใบ           

         แล้วก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ ด้วย ไม่ใช่ซิดนีย์ แต่เป็นเพื่อนๆ ของฉันเองต่างหาก

         นานา ไปเล่นทะเลกันเถอะ!!

         แต่...” ฉันยังไม่ทันได้โต้เถียงอะไรเลย ยัยป๊อปปี้ก็แทรกขึ้นมาก่อน

         ฟิล์ดทริปแบบนี้น่ะ มีปีละครั้งเองนะ แล้วนี่ก็เป็นปีสุดท้ายของพวกเราแล้วด้วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ มาทะเลด้วยกันอีกนะ T^T

         ไม่พูดเปล่า...กับทำหน้าตาซะเศร้าเชียวนะยัยเพื่อนคนนี้ =_=

            จริงอย่างที่ป๊อปว่า…ไหนๆ ปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้ว ดังนั้นเราต้องใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด

            พูดซะขนาดนี้...ฉันคงปฏิเสธไม่ได้ซะแล้วมั้ง”

            เย!!!!!!!!!” ดีใจกันเว่อร์ไปมั๊ยเนี่ย =o=

            แต่ฉันขอเปลี่ยนชุดแป๊ปนึงนะ พวกเธอเข้ามาก่อนสิ

            โอเค!

         ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ทุกคนอยู่ในเสื้อยืดกางเกงขาสั้นกันหมดแล้ว  จะมีก็แต่ฉันเนี่ยแหละที่ยังคงอยู่ในกางเกงยีนอยู่ แต่เดี๋ยวนะ…สงสัยจะไม่ใช่ถูกคนที่ใส่เสื้อยืดแล้วล่ะ เพราะยัยเมสโซ่กำลังใส่สายเดี่ยวสีขาวลงเล่นน้ำ ยัยนั่นจะบ้าหรือไงเนี่ย!?

         “เมสโซ่ เธอไม่มีเสื้อตัวอื่นที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ!?

         ยิ่งใส่แบบนี้ก็ยิ่งเป็นที่ล่อตาของพวกผู้ชายน่ะสิ!

         ก็ฉันไม่มีเสื้อตัวอื่นแล้วนี่

         เอาเถอะ...ฉันพูดอะไรเธอก็คงไม่ฟังอยู่ดี ดังนั้น...เธออยากใส่เสื้ออะไรก็เรื่องของเธอเถอะ

         บอกตามตรงนะ…ว่าฉันเบื่อที่จะพูด เบื่อที่จะเป็นห่วงยัยนั่นแล้ว ฉันเตือนเมสโซ่เรื่องการแต่งตัวมา ตั้งแต่ ป.6 จนนี่ก็ผ่านมาหกปีได้แล้ว แต่ยัยนั่นกลับไม่เคยคิดจะเชื่อฉันเลยสักนิด แล้วเล่นเสื้อสีขาวแบบนี้ พอโดนน้ำก็เปียกหมดน่ะสิ ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าผู้ชายที่เห็นยัยนี่จะคิดอะไรในสมองนั่นบ้าง

         ฉันรีบเปลี่ยนชุดให้เข้ากับสถานที่ นั่นก็คือเสื้อสีดำกับกางเกงขาสั้น เหมาะกับการเล่นทะเลแล้วล่ะ แต่ขอบอกนะ...ว่าไม่สั้นแบบยัยเมสโซ่แน่นอน!

         ไปกันเถอะ

         พวกเราเดินออกจากห้อง ก่อนจะตรงไปที่ชายหาด ดีหน่อยที่รีสอร์ตนี้มีชายหาดอยู่ใกล้นิดเดียว เดินเพียงสิบนาทีก็ถึงแล้ว

         โหย! เด็กโรงเรียนฉันนี่ก็เยอะเหมือนกันแฮะ พอถึงชายหาด เพื่อนๆ ของฉันก็เอาของไปวางที่หาดทราย เตรียมตัวจะเล่นน้ำตัวเปล่า แต่ดูเหมือนว่าการเล่นน้ำครั้งนี้จะไม่ค่อยส่วนตัวซะแล้วล่ะ ก็เล่นมีแต่คนมองมีที่ กลุ่มพวกเราแบบนี้น่ะสิ ไม่ได้มองทั้งกลุ่มหรอกนะ มองยัยเมสโซ่ต่างหาก

         นับ หนึ่ง สอง สาม แล้วตรงไปเล่นน้ำกันเลยนะเปียโนพูดขึ้น

         หนึ่!! สอง!! สาม!!!!!!!

         และแล้วตอนนี้พวกเราก็อยู่ในน้ำแล้ว! และมันก็เป็นอย่างที่ฉันบอก พอตัวถึงน้ำปุ๊บ เสื้อของยัยเมสโซ่ จากสีขาวก็เปลี่ยนเป็นสีใสทันที แล้วเสื้อข้างในของยัยนั่นก็ใส่ซะสีสันขนาดนั้นอีก ฉันควรจะทำยังไงกับเพื่อนคนนี้ดีนะ!?

         เมสโซ่ ฉันว่าเธอเลิกเล่นเถอะฉันพูดขึ้น

         ใช่ มันเห็นแล้วนะตามมาด้วยป๊อปปี้

         ไม่เอาอ่ะ ฉันอยากเล่นต่ออยู่เลย

         เคยเชื่อกันที่ไหนล่ะ...ยัยเพื่อนคนนี้

         “ไม่เลิก…ก็เล่นให้เปียกไปเลยไป” ฉันพูดติดประชดกลับไป

         พอพวกเราเล่นน้ำกันอยู่สักพัก จุดดึงดูดความสนใจก็มาอีกครั้ง ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ก็พวก Seven Princes ไงล่ะ พอมาทะเลแบบนี้ฉันก็เห็นการแต่งตัวที่แปลกไปของพวกเขาเหมือนกันนะ ก็ปกติเห็นจะ ใส่ชุดนักเรียน แต่นี่กลับใส่ชุดไปรเวตอย่างเสื้อยืดกับกางเกงสามส่วนแบบนี้ ก็ดูเท่ดีเหมือนกันนะ

         แล้วนี่ฉันจะมาสนใจอีตาพวกนี้ทำไมเนี่ย!! บ้าไปแล้วแน่เลยยัยนานา >o<

         อยู่ดีๆ สายตาฉันก็ดันไปปะทะเข้ากับสายตาของซิดนีย์ นี่อย่าบอกนะ...ว่าเขาแอบมองฉันอยู่ตลอดน่ะ! ฉันเลยรีบหลบสายตา และทำเป็นเล่นน้ำกลบเกลื่อนแทน 

         โอ๊ย” ยัยเมสโซ่ร้องขึ้นเสียงดัง เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?

         เป็นอะไรน่ะ เมสโซ่ป๊อปปี้ที่อยู่ใกล้ยัยนั่นมากที่สุดรีบเดินฝ่าน้ำเข้าไปหา

          ฉันเผลอเหยียบโดนหินน่ะ สงสัยมันจะบาด เจ็บมากอ่ะ TT^TT

         นานา เนโกะ เปียโน ฉันว่าพวกเรารีบขึ้นกันดีกว่า เมสโซ่โดนหินบาดน่ะ ไม่รู้จะเป็นอะไรมากหรือเปล่า

         ป๊อปปี้ตะโกนบอกพวกฉัน พวกเราเลยรีบขึ้นจากทะเ พอถึงฝั่ง ฉันถึงได้รู้ว่าเมสโซ่โดนหินบาด เลือดไหลออกมาซิบๆ

         ใครก็ได้ช่วยพาฉันไปหาครูหน่อย” เมสโซ่ตะโกนขึ้นมา พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลอาบหน้าเธอ สงสัยจะเจ็บหน้าดู สงสัยต้องรีบพายัยนั่นไปแล้วล่ะ

         “มา…เดี๋ยวฉัน…” ฉันกำลังจะพูด แต่….

         “มา…ฉันช่วยเอง” ซิดนีย์ก็พูดขึ้นมาก่อน

         ดี! ดีจริงๆ เลย! มีคนมาห่วงเพื่อนฉันแทนตัวฉันเองด้วยนะ ฉันจะได้หมดห่วงยัยนั่นซักที ในเมื่อยัยเมสโซ่ก็มีคนดูแลอยู่แล้วนี่ ฉันคงไม่ต้องห่วงยัยนั่นแล้วมั้ง

         ฉันกับเมสโซ่นี่ช่างต่างกันจริงๆ ตอนนั้นน่ะ...ตอนที่ฉันขากระแทกกับหิน แรงกว่านี้หลายร้อยเท่า ไม่มีใครมาแคร์มาสนใจฉันสักนิด ซึ่งฉันเองก็ไม่เคยต้องการความสนใจจากใครด้วย เพราะฉันรู้ดีว่าคงไม่มี ใครแคร์ฉันมากไปกว่าเพื่อนๆ ของฉันหรอก ไม่ต้องพูดถึงพวก Seven Princes เลย...อีตาพวกนั้น ช่วยคนต้องดูที่หน้าตาก่อนทั้งนั้นแหละ หน้าตาธรรมดาน่ะเหรอ...มีหรือที่พวกเขาจะหันมามอง

         ขอบใจนะ ซิดนีย์ ^^

          อืม ไม่เป็นไร

         ซิดนีย์ย่อตัวลงก่อนจะอุ้มเมสโซ่ และพาไปหาครูเพื่อไปทำแผล ทุกๆ คนรวม ทั้งเพื่อนฉัน และเพื่อนของซิดนีย์ต่างก็ตามกันไปหมด ที่ตรงนี้เลยเหลือเพียงฉันคนเดียวที่ยืนอยู่

         เธอไม่ตามไปดูเมสโซ่หน่อยเหรอ

         ไม่อยากจะเชื่อว่าตรงนี้ยังมีคนยืนอยู่อีก คิดว่าจะเป็นห่วงเมสโซ่กันทุกคนจนตามไปดูกันหมดแล้ว ฉันแย่มากหรือเปล่านะ…ที่รู้สึกหงุดหงิดที่คนอื่นเป็นห่วงเพื่อนของตัวเองแบบนี้น่ะ ยิ่งคนคนนั้นเป็นซิดนีย์แล้วด้วย ฉันเป็นบ้าอะไรของฉันกันเนี่ย!?

         พอหันไปหาคนที่พูด ฉันถึงได้รู้ว่าเขาคนนั้นคือพาเลส

         “ไม่อ่ะ ฉันไปก็คงช่วยอะไรใครไม่ได้หรอก เกะกะเปล่าๆ น่ะ แล้วเมสโซ่ก็มีคนคอยดูแลตั้งเยอะแล้ว มีฉันอยู่หรือไม่มีก็คงไม่ต่างกันหรอก ^^

         ฉันพูดพร้อมกับฝืนยิ้มให้ดูปกติที่สุด

         “งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”

         “ให้ฉันไปส่งมั๊ย?”

         ฉันหันไปมองหน้าพาเลสอย่างตกใจ เขาไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงฉันขนาดนั้นหรอกนะ ฉันไม่ใช่คนเจ็บ เขาไม่จำเป็นต้องมาห่วงเพราะเห็นฉันยืนอยู่คนเดียว ไม่จำเป็นเลยจริงๆ

         “ไม่ต้องหรอก นายไปดูเมสโซ่เถอะ ฉันกลับห้องคนเดียวได้ สบายมาก ยังไงก็ขอบใจนะ...ที่มายืนคุยเป็นเพื่อนน่ะ”

         อื้ม…ไม่ต้องขอบใจหรอก เพราะฉันเต็มใจ

         เต็มใจอย่างนั้นเหรอ...? ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกจากปากคนที่เคยรวมหัวกันกับซิดนีย์ แกล้งฉันอย่างพาเลสเลยจริงๆ แต่ในเมื่อเขาสามารถพูดอะไรที่ไม่ใช่ตัวเขาได้ สงสัยเขาคงเปลี่ยนไปแล้วล่ะ

         ฉันยิ้มให้กับพาเลสก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเอง

         ถ้าให้เทียบฉันกับเมสโซ่ ฉันเทียบยัยนั่นไม่ติดเลยซักนิด ยัยนั่นทั้งสวยกว่า นิสัยดีกว่า อัธยาศัยดีกว่า อะไรๆ ก็ดีกว่าฉันทุกอย่าง ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรเทียบยัยนั่นได้หรอก

         แล้วถ้ายิ่งเรื่องความรักล่ะก็…ถ้าให้เลือกระหว่างฉันกับยัยเมสโซ่ ฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีวันเป็นคนที่ถูกเลือก แน่นอน…ดูอย่างซิดนีย์สิ…เขายังเลือกที่จะหลอกฉันเพื่อไปหายัยเมสโซ่เลย ตอนทีมแพ้..เขาก็เลือกที่จะต่อว่าฉัน แทนที่จะเป็นยัยนั่น ทั้งๆ ที่พวกเราก็วิ่งด้วยความเร็วที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ และทุกครั้งที่หมอนั่นคุยกับฉัน มันไม่เคยมีอะไรที่ดีๆ ออกจากปากของเขาเลยสักครั้ง ต่างจากเมสโซ่ ที่ทุกครั้งที่เขาพูดกับยัยนั่น ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีคำพูดไม่ดีออกมาเลย

         แต่ก็ช่างเหอะ…ความจริงสองคนนั้นก็เหมาะสมกันดีจริงๆ แหละ คนนึงก็สวย อีกคนก็หล่อ

         ส่วนฉันน่ะเหรอ…ก็แค่คนธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรไปเทียบกับสองคนนั้นได้เลยก็แค่นั้น

 



 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น