The Right One คนคนนั้น...คือเขาหรือเธอ

ตอนที่ 4 : Chapter 3 ~ ผู้ชายในนิยาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.ย. 58

Chapter 3

ผู้ชายในนิยาย

 

           

“บูมมิ่ง ดีน่า นั่งไหนดีวันนี้”

            ตอนนี้เป็นเวลาพักอาหารกลางวันแล้ว ฉันกับเพื่อนเลยมาเจอกันที่โรงอาหารตามเดิม และมันก็เป็นแบบนี้ทุกวัน เพราะฉันกับยัยสองคนนี้ไม่ค่อยได้เรียนด้วยกัน เวลากินข้าวเลยเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเม้าท์ที่สุด ฉันเลยแฮปปี้มากทุกครั้งที่รู้ว่าเป็นเวลาพักกินข้าว :p

            “แก...วันนี้คงนั่งด้วยกันไม่ได้อ่ะ”

            “อ้าว! ทำไมอ่ะ”

            “ลืมไปแล้วเหรอ เรื่องไอ้บัดดี้อะไรนั่นอ่ะ”

            จริงด้วยยย!? แต่คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง อาจารย์คงไม่จับผิดอะไรขนาดนั้นหรอก

            ประกาศ ประกาศ อย่าลืมนะจ๊ะนักเรียนทุกคน ต่อไปนี้เวลากินข้าว เราต้องนั่งกินกับบัดดี้ของเรานะ แล้วอย่าคิดว่าครูไม่เห็นนะว่าใครไม่ทำตาม เราทุกคนอยู่ในสายตาครูหมด เพราะฉะนั้น...ทำตามกฏด้วยนะจ๊ะ

            ทำไมเหมือนอาจารย์อ่านใจฉันออกเลยก็ไม่รู้ T^T โธ่...แค่อยากนั่งกินกับเพื่อนก็ไม่ได้เหรอ...?

            “งั้นพวกแกก็ชวนบัดดี้ของพวกแกมานั่งด้วยกันสิ”

            “บัดดี้ฉันชวนไปนั่งตรงนั้นน่ะสิ ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้มานั่งด้วยนะ”

            “แก~ ฉันก็เหมือนกัน บังเอิญคู่บัดดี้ของยัยบูมมิ่งเป็นเพื่อนสนิทกับบัดดี้ของฉันพอดี พวกฉันเลยต้องไปนั่งตรงนู้นน่ะ แกจะมานั่งกับพวกเราด้วยหรือเปล่า”

            ทำไมทิ้งฉันกันแบบนี้ TT_TT

            “ไปสิไป”

            “ไปไหนของเธอ”

            หนีไม่ทันแล้วสินะ ทันทีฉันบอกจะไปปุ๊บ อีตาเซอร์ริคก็มายืนอยู่ข้างๆ ฉันตอนไหนก็ไม่รู้ แถมยังถามออกมาอย่างกับว่าไม่รู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันจะไปนั่งที่อื่นก็เพราะไม่อยากกินข้าวกับนายนั่นแหละ ตอนคลาสกีต้าร์ฉันอุตส่าห์รอดจากหมอนี่มาเพราะยัยเรมี่แล้วนะ ส่วนคลาสฝรั่งเศสกัลภาษาจีน อาจารย์ให้ต่างคนต่างทำงาน แถมยังไม่พูดอะไรเกี่ยวกับคู่บัดดี้อีก เพราะฉะนั้นฉันก็ถือว่ารอดตัวไป นี่เรียนอีกแค่วิชาเดียวฉันก็ได้กลับบ้านแล้ว >_<

            “ไปนั่งกับเพื่อนฉันน่ะสิ ยัยบูม…”

            พอฉันหันกลับไปหาเพื่อนฉันเท่านั้นแหละ ฉันก็ได้รู้ว่า…ยัยพวกนั้นหายกันไปไหนแล้วไม่รู้ =o= ทำไมทำร้ายกันแบบนี้นะ ทิ้งให้ฉันอยู่กับอีตานี่สองต่อสองได้ไง ไม่ได้นะ!

            “สงสัย...เธอคงต้องไปนั่งกินข้าวกับฉันแล้วล่ะ ^^

            ฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากกัดฟันกรอดแล้วเดินตามเขาไป -_-^

            พอไปถึงโต๊ะที่อีตานี่จองไว้ ฉันก็เห็นว่าพวกเพื่อนๆ ของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว แถมข้างๆ กายนี่ยังมีแต่ผู้หญิงซะด้วย นี่อย่าบอกนะว่าเป็นคู่บัดดี้ของผู้ชายพวกนี้กันหมด ผู้หญิงพวกนี้ช่างโชคร้ายจริงๆ

            “งั้นเดี๋ยวฉันไปนั่งโต๊ะนู้นละกัน ที่ท่าจะไม่พอ”

            ว่าจบเซอร์ริคก็ถือวิสาสะจับมือฉันลากไปนั่งอีกโต๊ะนึงที่ว่างอยู่ แต่เดี๋ยวนะ...!? เรื่องอะไรเขาต้องมาจับมือฉันด้วยเนี่ย ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

            “นี่นาย...มือน่ะมือ ปล่อยเดี๋ยวนี้”

            “ฉันจับมือเธออยู่เหรอเนี่ย ไม่เห็นจะรู้ตัวเลย”

            “ตอนนี้รู้ตัวแล้ว...ก็ปล่อยได้แล้วสิ =_=

            “อ่อ โทษที ลืมตัวน่ะ ^^

            หมอนั่นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะฝากฉันเฝ้าโต๊ะแล้วตัวเองก็ไปซื้อข้าวทันที เหอะ! สุภาพบุรุษซะจริงงงง

            “เมอร์ริน ที่ยังว่างอยู่มั๊ย”

            ใครกันนะอยากมานั่งกับฉัน?

            แต่เสียงนี้...มันเสียงของดีเซมนี่นา ว่าแล้วไม่มีผิด พอฉันเงยหน้าไป ฉันก็เห็นดีเซมอย่างชัดแจ๋ว แล้วก็ใกล้มากซะด้วย ใกล้แบบนี้มันก็...เขินเหมือนกันแฮะ

            “อ่ะ...อืม ได้สิ”

            “เดี๋ยวบัดดี้ของฉันคงมานั่งด้วยนะ”

            ดีเซมพูดขึ้นขณะที่เขากำลังนั่งลงข้างๆ ฉัน บางทีการจับบัดดี้แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ มันทำให้ฉันได้ใกล้ชิดกับดีเซมมากขึ้น และมันคงจะดีกว่านี้มาก ถ้าคนที่เป็นคู่ของฉันเป็นดีเซมจริงๆ ไม่ใช่อีตาเซอร์ริคอย่างที่เป็นอยู่

            “ได้สิ!

            “เธอได้ใครเป็นบัดดี้เหรอ”

            “เซอร์ริคน่ะ”

            “อ่อ...ไอ้หมอนั่น เขาก็สนิทกับเธออยู่แล้วนี่ ทำงานด้วยกันก็น่าจะสบายใจดีเนอะ”

            นี่ดีเซมเข้าใจผิดคิดว่าฉันสนิทกับอีตาเซอร์ริคจริงๆ ด้วย ไม่ได้แล้ว! ฉันจะต้องรีบแก้ข่าว

            “ความจริงฉันกับหมอนั่นไม่ได้สนิทอะไรกันหรอกนะ”

            “อ้าวเหรอ...โอเค”

            “แล้วนายล่ะ ได้คู่กับใคร”

            “ฉันคู่กับ...”

            “ดีเซม ได้ที่แล้วใช่มั๊ย อ้าว! มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วเหรอ”

            “อืม มันไม่มีโต๊ะว่างแล้วอ่ะ ฉันเลยขอเมอร์รินนั่งด้วย”

            “งั้นแสดงว่าเซอร์ริคก็นั่งกับเธอด้วยล่ะสิ งั้นดีเลย งั้นฉันนั่งตรงนี้แหละ”

            จากท่าทีของยัยเรมี่ ดูก็รู้ว่ายัยนี่น่ะชอบเซอร์ริคอะไรนั่นแค่ไหน คุณเธอไม่คิดจะเก็บอาการหน่อยหรือไง แสดงออกมาซะขนาดนี้

            สักพักเซอร์ริคก็เดินกลับมาพร้อมกับวางจารอาหารสองจานลงบนโต๊ะ นี่อย่าบอกนะว่าเขาซื้อมาให้ฉันน่ะ

            “นายซื้อมาให้ฉันเหรอ”

            นั่นไม่ใช่เสียงฉันนะ เสียงของยัยเรมี่ต่างหากล่ะ แต่เขาจะซื้อมาให้ยัยนั่นได้ไง ในเมื่อเขายังไม่รู้เลยว่ายัยเรมี่มานั่งกับเราด้วย

            “ใช่ ฉันซื้อมาให้เธอ”

            “ขอบใจนะ นายนี่น่ารักจริงๆ เลย ^^

            “ดีเซม เราไปซื้ออาหารกันเถอะ”

            “อืม ฉันก็หิวมากๆ แล้วเหมือนกัน”

            อีตาเซอร์ริคทำให้ฉันเสียเซล์ฟมากจนไม่อยากนั่งมองหน้าเขาอีกต่อไป ฉันเลยลุกขึ้นไปซื้ออาหารกับดีเซมแทน

            “กินอะไรกันดีอ่ะ”

            “วันนี้ฉันอยากกินเส้นเล็กต้มยำอ่ะ แล้วนายล่ะ”

            “เหมือนกันเลย อยากกินมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

            “งั้นเราไปต่อแถวกันเถอะ”

            “เอางี้มั๊ย ถ้าเธอกับฉันจะกินอะไรเหมือนกันอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ก็ได้ เธอจะได้ไปซื้อน้ำก่อนด้วยเลย จะได้ไม่เสียเวลา”

            “จริงเหรอ...? นายถือไหวนะ”

            “นี่ ฉันเป็นผู้ชายนะ ต้องไหวอยู่แล้ว สบายมาก งั้นฉันฝากเธอซื้อนมเย็นให้แก้วนึงด้วยได้เปล่า”

            “ได้สิ”

            “งั้นเจอกันที่โต๊ะ ^^

            ต้องอย่างนี้สิ ผู้ชายที่ฉันชอบน่ะ ไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่มีน้ำใจอย่างอีตาเซอร์ริคสักหน่อย ฉันอุตส่าห์เฝ้าที่ให้เขา แทนที่จะซื้อมาฝากสักหน่อย กลับไปซื้อฝากยัยเรมี่ซะนั่น แล้วนี่ฉันจะมาอารมณ์เสียทำไมเนี่ย เราไม่ได้สนิทกันสักหน่อย แปลกคนจริงๆ เรา

            แล้วฉันกับดีเซมก็เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกัน สงสัยตอนนี้แถวคงไม่ยาวแล้วล่ะมั้ง ดีเซมถึงได้ได้อาหารเร็วขนาดนี้ เขาวางชามนึงไว้ตรงฉัน ส่วนอีกชามนึงไว้ตรงเขา ฉันเองก็ทำอย่างนั้นเช่นกัน วางแก้วนมเย็นแก้วนึงไว้ที่เขา แล้วอีกแก้วก็ไว้ตรงหน้าตัวเอง

            ใช่! ฉันกับเขากินเหมือนกันทุกอย่าง ทั้งก๊วยเตี๋ยวและนมเย็น

            มันเป็นเรื่องบังเอิญที่น่าฟินซะจริง >///<

            “อ้าว เธอก็กินนมเย็นเหมือนกันเหรอ”

            “ฮะๆ ใช่ มันอร่อยดีน่ะ ฉันชอบเจ้าที่โรงเรียนด้วยแหละ”

            “ฉันก็เหมือนกัน”

            เราทั้งสองคนลงมือกินข้าวกันบ้าง ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็กินเสร็จเรียบร้อย ฉันแยกย้ายกับดีเซม เพราะเราทั้งสองคนเรียนกันคนละวิชา

            คลาสสุดท้ายไม่มีอะไรมาก ก็วิชาสถิติทั่วไป ฉันก็เลยสบายๆ แถมวิชานี้ก็โชคดีอีกเรื่องด้วยที่อาจารย์ไม่พูดถึงบัดดี้อะไรเลย ฉันกับหมอนั่นก็เลยต่างคนต่างอยู่ ชีวิตดี๊ดีเนอะ พอกริ่งหมดคาบดังขึ้น ฉันก็เก็บของใส่กระเป๋า เตรียมจะเดินออกจากห้องเพราะนัดเจอยัยเพื่อนตัวแสบไว้ แต่ดันมีคนมาคว้ากระเป๋าฉันไว้ก่อน ฉันหันไปทำหน้าไม่พอใจ ก่อนจะรู้ว่าคนที่ทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...อีตาเซอร์ริคคนเดิมนี่แหละ

            “อะไรของนายอีกเนี่ย”

            “ไปห้างเป็นเพื่อนฉันหน่อย”

            “ไปเองไม่ได้หรือไง”

            ขาก็มีไม่ใช่เหรอ...? นี่คือประโยคที่ฉันอยากจะพูดออกไป แต่เก็บเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า :p

            “เธอลืมข้อตกลงของเราไปแล้วหรือไง”

            “โอเค! จะไปไหนล่ะ”

            ฉันเกลียดตัวเองในตอนนี้มากกกกก ที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมทำตามคำสั่งของเขาน่ะ

            เซอร์ริคขับรถพาฉันมาที่ห้างดังใจกลางเมืองห้างหนึ่ง ก่อนจะลากฉันไปที่ร้านหนังสือทันที ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างเขาจะเข้าร้านหนังสือด้วย นี่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากๆ เลยนะเนี่ย

            “ไม่ยักรู้ว่านายชอบอ่านหนังสือด้วย”

            “ความจริงก็ไม่ได้ชอบ แต่มันจำเป็นต่างหากล่ะ”

            “ว่าแต่ว่านายจะซื้อหนังสืออะไรล่ะ ถ้าเป็นหนังสือเรียนเดี๋ยวฉันช่วยแนะนำให้”

            “อืม! งั้นเธอคงต้องช่วยแล้วล่ะ”

            “นายจะเอาหนังสืออะไรอ่ะ”

            “เอาของวิชาสถิติละกัน เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย”

            คงรู้เรื่องอยู่หรอก ก็ทั้งคลาสฉันเห็นเขาเอาแต่เปิดเว็ปนู่นเว็ปนี่เยอะแยะมากมาย ไม่เห็นจะตั้งใจเรียบตรงไหนเลย แล้วจะเรียนรู้เรื่องได้ไง -*-

            “นี่ ไม่ต้องแอบด่าฉันในใจเลยนะ -_-^

            อ้าว รู้ด้วยเหรอเนี่ย :p

            “ไปดูหนังสือกันเถอะ”

            ฉันเปลี่ยนเรื่องก่อนจะพาอีตาเซอร์ริคมาที่โซนหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนนานาชาติ อ่านภาษาอังกฤษไปเลยน่าจะเข้าใจง่ายกว่า ไม่ต้องแปลไปแปลมา ฉันเลือกหนังสือสองสามเล่มให้เขา ก่อนจะไปสะดุดตากับหนังสืออีกเล่มหนึ่ง แต่เผอิญว่ามันอยู่สูงมากนี่สิ ขนาดเขย่งแล้วฉันก็ยังหยิบไปถึงอยู่ดี

            “จะเอาเล่มไหน เดี๋ยวฉันหยิบให้”

            “เล่มนั้นอ่ะ เล่มสีแดง”

            ฉันยังไม่ทันหลบให้เขาเข้าแทนที่ฉันเลย อีตานี่ก็เขยิบเข้ามายืนข้างหลังฉัน ทำให้แผ่นหลังของฉันชนกับตัวของเขาอย่างจัง ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มนั้นลงมาอย่างง่ายดาย

            “นี่ รอให้ฉันเถิบออกไปก่อนก็ได้นะ”

            “ทำไม…เธอหวั่นไหวอะไรหรือไง ^^

            “หวั่นไหวอะไรของนายล่ะ บ้าหรือเปล่า”

            ตึกตักๆ

            กรี๊ดดดด นั่นไม่ใช่เสียงหัวใจของฉันนะ มันเป็นเสียงของใครก็ไม่รู้ T^T โอเค...ฉันยอมรับก็ได้ แต่เมื่อกี้ใจมันเต้นแรงก็เพราะเขายืนใกล้เกินไปก็เท่านั้นแหละ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นเซอร์ริคสักหน่อย ถ้าใครมายืนใกล้ฉันขนาดนี้ ฉันก็ต้องใจเต้นแรงกับทุกคนนั่นแหละ

            “งั้นนายเอาเล่มพวกนี้ไปเลือกก่อนละกัน ฉันว่ามันใช้ได้ทั้งหมดนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปดูหนังสือตรงนู้นแป๊บนึง”

            ว่าจบฉันก็ปลีกตัวจากเขาแล้วเดินไปโซนหนังสือนิยายทันที เอ๊ะนั่น! เล่มใหม่นี่นา อย่างนี้ต้องซื้อไปอ่านฟินที่บ้านซะแล้ว >_<

            “ชีวิตจริง...มันไม่เหมือนนิยายหรอกนะ”

            อีตานี่มาอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ แถมยังมายืนใกล้ขนาดนี้อีก เล่นเอาฉันทำตัวไม่ถูกทันที ฉันเลยต้องรีบผละตัวออกจากเขา แล้วยืนออกห่างจากเขาไปหน่อย

            “ฉันรู้น่า”

            “แล้วยังจะอ่านนิยายพวกนี้อีกเนี่ยนะ รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น”

            “อย่างน้อยก็ได้ฝันป่ะละ นายคิดดูนะ...อย่างในชีวิตจริง ฉันจะได้เจอผู้ชายดีๆ อย่างในนิยายมั๊ยล่ะ คำตอบคือไม่...แล้วฉันจะไปหาความฟินอะไรจากชีวิตจริงได้ล่ะ ในเมื่อผู้ชายในชีวิตจริงนี่ก็มีแต่...”

            “มีแต่อะไร”

            ไม่พูดเปล่า เซอร์ริคยังก้าวเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ อีกต่างหาก ฉันเลยต้องรีบถอยออกห่างจากเขาหลายก้าวเพื่อความปลอดภัยของฉันเอง

            “ปะ...เปล่า ก็แค่...ไม่ได้ดีเหมือนในนิยายก็เท่านั้น”

            “ทำไม ชีวิตเธอมันเจอแต่ผู้ชายห่วยๆ อย่างนั้นเหรอ -_-^

            เขาพูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ อะไรล่ะ! ฉันก็แค่แสดงความคิดเห็นก็เท่านั้น ไม่เห็นจะต้องมาอารมณ์เสียเลย ฉันไม่ได้ด่ากระทบเขาสักหน่อย

            พอพูดไปถึงผู้ชายห่วยๆ ความจริงมันก็ไม่ได้ไม่ดีไปซะทุกคนหรอกนะ มันก็ต้องมีคนดีอยู่บ้างน่ะแหละ ผู้ชายอย่างดีเซมไง สุภาพบุรุษจะตาย เหมือนกับพระเอกนิยายที่ฉันชอบเลย >///<

            “เวลาคิดถึงไอ้หมอนั่นไม่ต้องทำหน้าตาฟินขนาดนั้นได้มั๊ย หมั่นไส้ -_-

            ฉันรีบหุบยิ้มทันที นี่ฉันเผลอยิ้มออกไปตอนนึกถึงดีเซมเลยเหรอเนี่ย อาการเริ่มหนักแล้วนะเราเนี่ย T^T แต่ก็เหอะ! ฉันจะยิ้มจะฟินอะไรมันก็เรื่องของฉันป่ะ เขามีสิทธิ์อะไรมาทำหน้ารำคาญแบบนั้น ปากก็ปากของฉัน ฉันจะยิ้มมันก็เป็นความสุขของฉันไม่ใช่หรือไง

            “ทำไมฉันจะยิ้มไม่ได้ ถ้านึกถึงใครแล้วรู้สึกดี ฉันก็ต้องยิ้มสิ ^^

            ฉันไม่ได้ตั้งใจจะยั่วเขา...จริงๆ นะ :p

            “ถ้าเธอยังไม่หุบยิ้ม เธอโดนดีแน่”

            “นายจะทำอะไรฉันมิทราบ”

            “ฉันก็จะปิดปากเธอ...ด้วยวิธีของฉันไงล่ะ :)

            ปะ...ปิดปากอย่างนั้นเหรอ

            ฉันหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินคำขู่นั้นของเขา ถึงเขาจะทำจริงหรือไม่ก็เหอะ กันไว้ดีกว่าแก้ ฉันไม่ยอมให้เขาทำอะไรลุ่มล่ามกับฉันแน่นอน ถึงแม้ไอ้คำว่าปิดปากของเขาจะมีความหมายได้หลายอย่าง แต่ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าเขาหมายถึงแบบไหน เพราะฉะนั้น...ฉันจะไม่เสี่ยงกับมันแน่ๆ =///=

            “ดีมาก...เชื่อฟังแบบนี้แหละดี :)

            ฉันยอมก็แค่เรื่องนี้เท่านั้นแหละ -///-

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น