The Right One คนคนนั้น...คือเขาหรือเธอ

ตอนที่ 2 : Chapter 1 ~ ข้อแลกเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ย. 58

Chapter 1

ข้อแลกเปลี่ยน




 

            กรี๊ดดดดดด! ฉันส่งข้อความให้ผิดคน! แทนที่จะส่งให้ดีเซม ผู้ชายที่ฉันแอบชอบมานาน ฉันกลับส่งให้ผิดคน ฉันส่งให้ผู้ชายที่ชื่อเซอร์ริคอะไรนี่แหละ ฉันไม่เข้าใจ ทำไมฉันต้องส่งผิดด้วยเนี่ย >_<

            Merrin: ฉันชอบนาย

            Merrin: ฉันชอบนายจริงๆ นะ...ดีเซม

            ฉันได้แต่อ่านข้อความที่ฉันส่งไปอย่างทำอะไรไม่ถูก T^T นี่มันแย่กว่าการให้ดีเซมรู้อีกนะว่าฉันแอบชอบเขามานานน่ะ แง...! ฉันจะทำยังไงดีนะ แล้วดูนี่สิ มันขึ้นว่า Read แล้วด้วยอ่ะ นี่แสดงว่าผู้ชายคนนั้นอ่านข้อความฉันแล้วล่ะสิ

            ทุกคน...คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ ยัยแก๊งเพื่อนของฉันมันรู้ดีว่าฉันแอบชอบนายดีเซมนี่มาตั้งนานแล้ว เลยท้าให้ฉันส่งข้อความไปให้เขา แล้วฉันนี่ก็ไม่รู้บ้าจี้อะไรคิดจะส่งข้อความไปจริงๆ โดยบอกยัยพวกนั้นว่าฉันจะทำ ไหนๆ ก็ซีเนียร์เยียร์แล้ว จะทำอะไรก็ต้องรีบทำแล้วล่ะ แล้วฉันดันยื่นโทรศัพท์ให้ยัยพวกนั้นจัดการให้ฉันเลย เพราะฉันไม่รู้จะสารภาพยังไงดี แต่ยัยพวกนั้นกลับส่งให้ผิดคน อ๊ากกกก! ฉันจะบ้าตาย TOT

            “พวกแก…ส่งผิดคน -_-^”

            “จริงเหรอ...พวกฉันไม่น่าจะ...” แล้วยัยเพื่อนตัวดีของฉันทั้งสองคนก็ชะโงกหน้ามาดูหน้าจอตัวเอง ก่อนที่ตัวต้นเหตุจะพูดด้วยเสียงหงอยๆ ว่า... “เอ่อ...จริงด้วย ฉันดูชื่อผิดน่ะแก”

            “ยัยดีน่า!!!

            ฉันอยากจะต่อว่ายัยนั่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อมันก็ผิดที่ฉันเองที่บ้าจี้จะไปสารภาพรักตามคำยุยงของยัยเพื่อนพวกนี้ ฉันไม่น่าเชื่อพวกแกเลยจริงๆ T^T

            “นี่! อย่าเพิ่งโกรธพวกฉันเลยนะ ฉันว่าตอนนี้แกรีบส่งข้อความไปบอกหมอนั่นก่อนเหอะ ว่าแกส่งผิดน่ะ”

            “เออ จริงด้วย”

            ลืมไปได้ไงนะฉัน นี่มันเรื่องสำคัญที่สุดเลยนะเนี่ย!

Merrin: ขอโทษค่ะ ส่งผิดๆ TT^TT

            Merrin: ส่งผิดจริงๆ นะ ช่วยลบข้อความออกไปได้เลย

            Merrin: sent you a sticker

            Merrin: sent you a sticker

            Merrin: sent you a sticker

            ไม่ขอโทษเปล่า ฉันยังส่งสติกเกอร์รัวๆ ไปให้หมอนั่นด้วย หวังว่าเขาจะไม่ถือสาฉันเรื่องนี้นะ และขอให้ฉันไม่ต้องมีเรื่องให้มาเจอเขายิ่งดี เพราะหมอนั่นเองก็รู้แล้วว่าฉันชอบนายดีเซม เขาจะมองฉันเป็นผู้หญิงยังไงเนี่ยที่ไปบอกรักผู้ชายขนาดนี้ โอ๊ย! อายมากกก! ฉันไม่น่าเชื่อคำพูดยัยพวกนี้เลย L

            ไม่นานนักข้อความ Read ก็ขึ้นในไลน์ที่ฉันส่งไปหาเขา แต่หมอนั่นกลับไม่ส่งอะไรกลับมาราวกับว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับข้อความพวกนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เขาลบมันทิ้งไปเลยยิ่งดี

            “เมอร์ บูม งั้นเดี๋ยวฉันไปก่อนนะ พอดีนัดกับหมอนั่นไว้น่ะ”

            “เมอร์! ฉันเองก็ต้องเหมือนกัน พอดีนัดกับอีตานั่นไว้”

            ทั้ง อีตานั่น’ และ ‘หมอนั่น’ ของยัยสองคนนี้…ก็คือแฟนสุดที่รักของทั้งสองคนนั่นแหละ ใช่! เพื่อนสนิทที่สุดของฉันทั้งสองคนอย่างยัยดีน่ากับยัยบูมมิ่งมือแฟนแล้วทั้งคู่ แฟนของทั้งคู่ก็อยู่โรงเรียนนี้เหมือนกันนั่นแหละ ฉันก็รู้จักแต่ไม่ค่อยได้คุย ซึ่งมันก็ถูกแล้ว ถ้าฉันสนิทกับแฟนของทั้งสองคนนั้นสิ..ถึงเป็นเรื่องที่แปลก และเพราะสองคนนี้มีแฟนแล้ว และมักจะไปกินข้าวกับแฟนบ่อยๆ ทิ้งให้ฉันนั่งโดดเดี่ยวกินข้าวคนเดียว ยัยพวกนั้นเลยคิดจะหาแฟนให้ฉัน และเพราะดีน่าและบูมมิ่งรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันแอบชอบดีเซม เลยยุให้ฉันสารภาพรักกับหมอนั่น ฉันจะได้ไม่ต้องกินข้าวโดดเดี่ยวอีกต่อไป แล้วยัยพวกนั้นก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ทิ้งฉันไปหาแฟนอีกด้วย

            เป็นเพื่อนที่รักฉันมากจริงๆ =_=

            ดีเซมเป็นเพื่อนในชั้นของฉันเองแหละ และโรงเรียนที่ฉันอยู่ก็เป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่ละชั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสามห้องใหญ่ๆ ห้องล่ะประมาณ 30 คน และฉันกับเขาก็อยู่ห้อง A เหมือนกัน ฉันเลยได้เจอเขาบ่อยมากๆ คือระบบการแบ่งห้องของพวกเราจะยุ่งยากนิดนึง ในช่วงที่เรียนอยู่เกรด 5 – 8 หรือเทียบเท่า Middle School คนที่อยู่ในคลาสเดียวกันก็จะได้เรียนด้วยกัน และเพราะฉันกับดีเซมอยู่ห้อง A เหมือนกัน ฉันกับเขาเลยต้องเรียนด้วยกันทุกวิชา

            แต่พอเริ่มเข้า High School หรือก็คือเทียบเท่าเกรด 9 – 12 พวกเราก็ไม่ได้เรียนด้วยกันทุกวิชาอีกแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าฉันและเขาเลือกลงวิชาเดียวกันหรือเปล่าต่างหาก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก T^T แต่อย่างน้อยปีนี้ก็ดีกว่าปีอื่นๆ ที่ผ่านมาน่ะแหละ อย่างน้อยปีนี้ฉันก็ได้เรียนกับเขาตั้งสามวิชาน่ะ วิชาที่ได้เรียนด้วยกันก็มีวิชาฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ แล้วก็สถิติ ส่วนวิชาอื่นๆ ฉันกับเขาเลือกไม่เหมือนกันเลย

            “ยัยเมอร์!!!

            ยัยสองคนนั้นตะโกนใส่ฉันเสียงดัง โอ๊ย!! หูจะแตก! ทำไมต้องตะโกนใส่ฉันด้วยเนี่ย

            “อะไรของพวกแก ตะโกนใส่หูทำไมเนี่ย -_-

            “แกนั่งเพ้อฝันอะไรของแกอยู่ พวกฉันบอกว่าจะไปแล้วนะ บายบายตั้งนานก็เหม่ออยู่ได้” << ยัยดีน่า

            “ใช่! คิดถึงอีตานั่นอีกแล้วสินะ ก็บอกแล้วไงให้สารภาพไปๆ จะได้เป็นแฟนกันสักที” << ยัยบูมมิ่ง

            “แล้วฉันไม่ได้สารภาพไปแล้วหรือไง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแกส่งผิดคน เขาคงได้รับรู้ความรู้สึกฉันแล้วแหละ”

            “เออ! จริงด้วย โทษทีนะแก อย่าโกรธฉันนะ” << ยัยบูมมิ่ง

            “ใช่! อย่าโกรธเลยนะ เดี๋ยวนะแก ฉันรับโทรศัพท์ก่อน”

            ยัยดีน่ายังไม่ทันง้อฉันเลยก็ขอตัวไปรับโทรศัพท์ซะก่อน คนที่โทรมาตามต้องเป็นแฟนของยัยนั่นแน่ๆ เลย!

            “แก~ อย่าโกรธฉันเลยนะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้มาง้อใหม่ หมอนั่นโทรตามจนจะงอนฉันอยู่แล้วเนี่ย เจอกันพรุ่งนี้นะแก”

            ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร ยัยดีน่าก็รีบเดินไปแล้ว สงสัยหมอนั่นจะงอนจริงๆ นั่นแหละ! อิจฉาจริงๆ คนมีแฟนเนี่ย -o- เอ๊ะ! นี่ฉันพูดอะไรของฉันเนี่ย ฉันไม่ได้อิจฉาสักหน่อย ฉันอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ดีจะตายไป แอบรักแบบนี้ก็ดีจะตายไป ฉันจะไปดิ้นรนสารภาพรักทำไมเนี่ย T^T

            “เมอร์ งั้นแกลองส่งไปใหม่ดีมั๊ย คราวนี้ต้องถึงดีเซมแน่ๆ”

            “ไม่เอาแล้ว! เดี๋ยวคราวนี้ส่งผิดอีก แล้วฉันก็คิดว่า...อยู่แบบนี้น่ะดีแล้ว ไม่เห็นจะต้องไปสารภาพอะไรเลย ให้มันเป็นความลับแบบนี้แหละดีแล้ว แล้วอย่าง...ถ้าเขาเกิดไม่ได้ชอบฉันขึ้นมา ความเป็นเพื่อนที่แสนยาวนานของพวกเราก็เป็นอันจบเลยนะ เพราะงั้น...ฉันเลือกอยู่แบบนี้ดีกว่า”

            “งั้นก็ตามใจแก เอาเป็นว่า...เจอกันพรุ่งนี้นะ ป่านนี้อีตานั่นรอจนงอนไปแล้วแน่ๆ”

            “ยัย...”

            ไม่ทันแล้ว! ยัยนั่นเดินจากไปแล้วอีกตามเคย ยัยพวกนี้นี่เห็นแฟนดีกว่าเพื่อนจริงๆ สินะ แล้วสุดท้าย...ฉันก็ต้องเดินเหงาหงอยกลับบ้านเหมือนเดิมอีกตามเคย นี่ดีนะที่โรงเรียนฉันอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า ไม่กี่สถานีก็ถึงบ้านฉันแล้ว และมันก็เป็นโชคดีของฉันอีกตามเคยที่รถไฟฟ้าอยู่หน้าคอนโดฉันเลย

            “เมอร์ ยังไม่กลับเหรอ”

            ฉันสะดุ้งทันทีที่มีคนมาเรียก ถามมาจากข้างหลังอีกต่างหาก แต่พอฉันหันกลับไปเท่านั้นแหละ ฉันก็ต้องรีบเปลี่ยนท่าทีทันที ก็คนที่มาถามฉันคือดีเซมไงล่ะ

            “กำลังจะกลับแล้วล่ะ แล้วนายล่ะ”

            “เดี๋ยวคงรอเพื่อนแถวๆ นี้ก่อนน่ะ พอดีมันจะชวนไปเตะบอลต่อ”

            “อื้ม~ โอเค”

            “เมอร์รินนนนน~ นี่เธอยังไม่กลับอีกเหรอเนี่ย ไหนบอกฉันว่าจะกลับแล้วไง”

            ใครมาเรียกฉันเสียงสนิทสนมขนาดนี้เนี่ย ยังไม่ทันที่ฉันจะหันหลังกลับไปดูว่าเป็นใคร หมอนั่นก็มายืนอยู่ข้างๆ ฉันซะแล้ว ว่าแต่เขา...คือใครกันนะ ฉันจำชื่อเขาไม่ค่อยได้ แต่หน้าคุ้นมาก คงเป็นเพราะเราอยู่คนละห้องกันล่ะมั้ง เลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ และถ้าไม่ได้เลือกวิชาเดียวกัน ก็คงไม่ได้เจอกันเลยด้วย

            ว่าแต่ว่า...ฉันไปบอกเขาตอนไหนว่าฉันจะกลับแล้ว บ้าหรือเปล่านะ

            “เมอร์ งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเพื่อนก่อนละกันนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ บาย!

            “เอ่อ...อื้ม! บาย”

            เรายังคุยกันไม่ถึงห้าประโยคเลยนะ! นายก็เดินจากฉันไปแล้ว T^T นี่ต้องเป็นเพราะอีตานี่แน่ๆ เลย เพราะตอนที่เขามา ฉันรู้สึกว่าดีเซมทำหน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ แสดงว่าสองคนนี้ต้องไม่ถูกกันแน่ๆ

            เพราะเขาคนเดียว ฉันเลยอดคุยกับดีเซมเกินห้าประโยคเลย ฉันจะต้องจัดการเขา!

            “นายเป็นใคร? แล้วฉันไปบอกนายตอไหนว่าฉันจะกลับแล้ว เท่าที่จำความได้...ฉันว่าฉันไม่เคยคุยกับนายเลยนะ หรือไม่ก็...คุยนับคำได้ แค่ชื่อนายฉันยังไม่รู้จักเลย แล้ว...ฉันไม่เข้าใจ ฉันไปบอกนายตอนไหน? =_=

            พอได้จังหวะ ฉันก็รัวคำถามไปไม่หยุด ก็มันจริงนี่นา ฉันไม่รู้จักเขาสักหน่อย กล้าพูดได้ไงว่าฉันบอกเขาว่าจะกลับแล้ว

            “เธอ...ไม่รู้จักฉันจริงๆ เหรอ”

            ใช่! ฉันคิดว่างั้นนะ เขาคงเป็นคนในห้อง B หรือ C ล่ะมั้ง

            “ก็ใช่น่ะสิ”

            “งั้นเหรอ”

            “ใช่!

            จะถามซ้ำๆ ทำไมล่ะเนี่ย? ก็คนมันไม่รู้จัก จะถามให้รู้จักขึ้นมาให้ได้เลยหรือไง แปลกคน -o-

            “เธอแน่ใจเหรอ...ว่าเธอไม่รู้จักฉัน...คนที่เธอเพิ่งบอกชอบไปน่ะ”

            คนที่ฉันเพิ่งบอกชอบงั้นเหรอ...?

            นี่อย่าบอกนะว่าเขาคือ ‘Zerrick’ ไลน์ที่เพื่อนฉันส่งผิดไปเมื่อกี้น่ะ O_o

            “นายคือ...เซอร์ริค?”

            “เยส”

            “เดี๋ยวนะ...ก็ฉันส่งข้อความบอกนายไปแล้วนี่ว่าฉันส่งผิดน่ะ ฉันไม่ได้ชอบนายสักหน่อย คนที่ฉันชอบน่ะ...เอ่อ...คือ ช่างเหอะ”

            “คนที่เธอชอบคือหมอนั่นสินะ”

            ใช่น่ะสิ! แต่ฉันจะไปป่าวประกาศให้เขารู้ทำไมล่ะ

            “นี่อย่าบอกนะว่าที่ครองตัวเป็นโสดอยู่ตั้งนานนี่ก็เพื่อรอให้หมอนั่นมาขอเป็นแฟน?”

            ถ้าฉันจะบอกว่าใช่แล้วจะทำไม? แล้วการที่ฉันเป็นโสดมันไปหนักส่วนไหนของเขาหรือไงกัน ทำไมต้องมายุ่งวุ่นวายด้วย -_-

            “แล้วนี่ก็คือทนไม่ไหวที่หมอนั่นไม่มาขอสักทีเลยต้องสารภาพเองแทนเลย?”

            “นี่นาย!

            “ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ ^^

            “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันส่งผิดคน นายจะมาวุ่นวายกับฉันทำไม แล้วฉันขอโทษไปแล้วด้วย ให้มันจบๆ ไปไม่ได้หรือไง”

            แล้วฉันเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรด้วย เรื่องอะไรเขาต้องมาพูดจาไม่ดีกับฉันแบบนี้ด้วย?

            “บังเอิญว่าไม่ได้”

            “แล้วนายจะเอายังไงกับฉัน”

            “เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง ไม่ว่าฉันจะให้เธอทำอะไร เธอก็ต้องทำ”

            เขาเป็นญาติส่วนไหนของฉันหรือไง ทำไมเขาพูดอะไรฉันต้องทำด้วย เฮอะ! คนอย่างเมอร์ริน ไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก!

            “แล้วถ้าฉันไม่ทำ นายจะทำไม?”

            “ฉันก็จะไปบอกความจริงกับผู้ชายของเธอ ว่าเธอชอบเขามากแค่ไหน โดยการเอาข้อความพวกนี้ให้เขาดู”

            ฉันชอบนายนะ

            ฉันชอบนายจริงๆ นะ....ดีเซม

            หมอนั่นโชว์หน้าจอไลน์ที่ฉันส่งผิดให้เขาให้ฉันดู นี่เขาต้องการอะไรจากฉันกัน? ถ้าเขาอยากบอกดีเซม ก็บอกไปสิ ดีเซมจะเชื่อเขาหรือไง? แต่เดี๋ยวนะ…นั่นมันไลน์ฉันจริงๆ นี่! ดีเซมต้องจำได้แน่ๆ แล้วถ้าอีตานี่เอาข้อความพวกนี้ไปให้ดีเซมดู ความสัมพันธ์ของเราต้องไม่เหมือนเดิมแน่ T^T ฉันต้องยอมเขาเหรอเนี่ย? ให้เขาเก็บความลับนี้ไว้ก่อน ถ้าฉันพร้อมเมื่อไหร่ ฉันค่อยไปบอกดีเซมด้วยตัวฉันเอง?

            ฉันไม่น่าฟังคำยุยงของเพื่อนให้ไปสารภาพรักเลย ไม่งั้นฉันคงไม่ต้องตกที่นั่งลำบากแบบนี้ Y_Y

            โอเค! ฉันยอมก็ได้! ฉันจะให้เขากุมความลับนี้ไว้ก่อน...จนกว่าฉันจะพร้อมและกล้าที่จะบอกดีเซมด้วยตัวฉันเอง และครั้งนี้...มันจะต้องไม่เป็นข้อความสารภาพจากไลน์อีกแน่นอน

            “โอเค! ฉันยอมก็ได้ แต่นายต้องลบข้อความนั้นออกไปจากไลน์นายก่อน”

            “เรื่องอะไรล่ะ ถ้าเธอผิดสัญญาขึ้นมาฉันจะทำยังไง เอาเป็นว่า...ฉันเก็บข้อความพวกนี้ไว้ให้ก่อนละกันนะ ด้วยสัญญาลูกผู้ชายเลยเอ้า”

            “ฉันจะไว้ใจนายได้ยังไง”

            “แต่ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว เอาเป็นว่า...ฉันสัญญาว่าจะไม่บอก ฉันก็จะไม่บอกละกัน ^^

            เฮอะ! งั้นฉันก็คงต้องลองไว้ใจเขาดูสักตั้งล่ะมั้ง แล้วการที่เขามาขู่ฉันให้ทำอะไรให้แบบนี้ แสดงว่าเขาต้องมีอะไรให้ฉันช่วยเหลือแน่นอน และการที่เขาผิดสัญญา มันก็หมายถึงว่าสัญญาที่ว่าฉันจะช่วยเขา ก็เป็นอันต้องจบลงด้วย เพราะงั้น...เขาคงไม่ผิดสัญญาง่ายๆ หรอกมั้ง

            “แล้วสรุป นายจะให้ฉันทำอะไร?”

            “เดี๋ยวฉันบอกอีกทีละกัน เอาเป็นว่าวันนี้...ฉันขอสั่งให้เธอไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉัน”

            “อะไรนะ!

            “กิน! ข้าว! เป็น! เพื่อน! ฉัน! ชัดพอมั๊ย…มันเข้าใจยากตรงไหน

            “ที่นายขู่ฉันสารพัดนี่เพื่อ...ให้ฉันไปกินข้าวเป็นเพื่อนนายเนี่ยนะ”

            ฉันว่าหมอนี่ต้องไม่ปกติแน่ๆ ขู่นู่นขู่นี่ไว้เยอะแยะ...เพียงเพื่อหาใครไปกินข้าวด้วยเนี่ยนะ! ขาดความอบอุ่นแหงๆ เลยตานี่

            “หรือเธออยากได้อะไรที่มากกว่ากินข้าวงั้นเหรอ ได้! ฉันจัดให้ได้”

            และแล้วสายตาของหมอนี่ก็น่ากลัวขึ้นทันตา กินข้าวก็ดีแล้วน่ายัยเมอร์ริน จะมาเรียกร้องให้เขาหาอะไรยากๆ ให้ทำหรือไง แล้วจากสายตาที่หมอนี่มองมาแล้ว มันดูไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ด้วย

            “เอ่อ...ไม่ต้องดีกว่า กินข้าวก็กินข้าว”

            “ดีมาก! ว่านอนสอนง่ายแบบนี้น่ะ...น่ารักดี ^^

            แปลกคนจริงๆ แฮะ! เมื่อกี้ยังทำสายตาดุฉัน แต่คราวนี้กลับชมว่าน่ารักอย่างนั้นเหรอ? แล้วฉันจะมารู้สึกแปลกๆ อะไรกับอีแค่คำว่า น่ารัก’ เนี่ย =o=

            หลังจากนี้...ฉันเริ่มรับรู้ถึงความไม่สงบสุขของชีวิตฉันซะแล้ว TT^TT

           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น