If I told you :: One Direction

ตอนที่ 1 : Zarry - All I'm asking for

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 มี.ค. 58

 

 

 

All I’m asking for
Zayn Malik x Harry Styles

 

 

 

 

            ตีสองสี่สิบเจ็ดนาที

 

            นี่ไม่ใช่เวลาที่ผมควรนั่งอยู่ข้างล่างทั้งที่เปลือกตากำลังจะปิดกันสนิทแบบนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะนอน เพราะในเมื่อใครบางคนยังไม่กลับบ้านทั้งที่คนๆนั้นออกจากบ้านไปตั้งแต่บ่ายแก่ๆของวันนี้แล้ว

 

            ใครบางคนที่ทิ้งไว้เพียงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆที่ผมกำไว้ในมือ

 

            ใครบางคนที่ตอนนี้เขาอาจจะกำลังสนุกและมีความสุขมากๆ

 

            ใครบางคนที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่าผมกำลังนั่งรอเขาอยู่

 

            ใครบางคนที่ชื่อ เซน มาลิค

 

            คุณไม่ได้อ่านผิดหรอกครับ ผมหลงรักเซน มาลิค เพื่อนรักวงของตัวเอง ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อก่อนหน้าจะเจอเซนที่ เอ็กซ์ แฟคเตอร์ ผมสาบานได้ว่าผมมีแฟนเป็นผู้หญิงและจูบแรกของผมก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่แค่เพียงผมเห็นใบหน้าคมเข้มตามแบบแขกของเซนและผิวสีขาวเหมือนคนยุโรปทั่วไปมันก็ทำเอาหัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

            ครั้งแรกที่ผมรู้ว่าผมได้ฟอร์มวงและหนึ่งในสมาชิกคือเซน มาลิค มันทำเอาผมแทบคลั่ง ผมลืมไปเลยว่าผมเพิ่งเกือบตกรอบในรายการ เอ็กซ์ แฟคเตอร์มาหมาดๆ

 

            ครั้งแรกที่ได้ร้องเพลงเพลงเดียวกับเซน เป็นอะไรที่บอกไม่ถูก เสียงของเซนมันวิเศษผมสามารถพูดแบบนี้ได้ใช่ไหม มันไม่ได้ดูโอเวอร์ไปใช่หรือเปล่า

 

            ตอนที่ผมรู้ว่าวัน ไดเรกชั่นจะไม่ได้ไปต่อในรายการ เอ็กซ์ แฟคเตอร์ มันเหมือนโลกเอียงและดับวูบไปทั้งใบ แต่เพราะคำพูดของเซน

 

            ผมเราจะอยู่ด้วยกัน นี่ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายของวัน ไดเรกชั่น

 

            มันทำให้ผมและทุกคนกลับมายิ้ม ผมรู้ดีว่าเซนก็เสียใจไม่ต่างจากพวกเราและไซม่อน แต่เราก็ทำได้ดีที่พยายามคุมสติตัวเองไม่ให้แตก

 

 

            และตอนนี้พวกเราทุกคนทำตามสัญญาวันนั้น พวกเรายังคงเป็น วัน ไดเรกชั่น

 

            ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ถึงแม้ว่าผมจะโกงเพราะรู้สึกกับเซนมากก็เพื่อนก็ตาม

 

 

 

            เสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของหญิงชายคู่หนึ่งที่ผมคงต้องเสียมารยาทเดินไปดูตามต้นเสียง เพราะมันไม่ใช่แค่เสียงพูดคุยปกติ

 

            ผมยืนมองเซนที่กำลังใช้มือของเขาคล้องคอแฟนสาว เพอร์รี่ ของเขาไว้เพื่อการทรงตัว ดูก็รู้ว่าเขาน่ะเมาสุดๆและผมก็คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเพอร์รี่คงแบกคนตัวโตอย่างเซนไม่ไหวแน่ๆ แต่ผมควรจะออกไปช่วยเธอไหม

 

            “ไอหมอนั่นมันจ้องจะจีบเธอแน่ๆเพอร์รี่ ฉันมองออกเซนพูดด้วยเสียงดังระหว่างที่เพอร์รี่ลากเขามาวางลงที่โซฟาตัวโต

 

            “เขาเป็นเพื่อนพี่ชายฉันนะเซนเพอร์รี่ทิ้งร่างสูงของเซนลงกับโซฟา ตาโตสีฟ้าของเพอร์รี่มองเซนที่กำลังพยายามทรงตัวลุกขึ้นนั่ง และนายไม่มีสิทธิ์ไปต่อยเขา

 

            “มันจะจูบเธอเซนคว้าแขนเพอร์รี่มากอดไว้

 

            “เขาแค่สะดุด มันเป็นอุบัติเหตุเซน

 

            “ฉันดูออก ผู้ชายมันมองกันออกเว้ย

 

ไม่เซน ฉันรู้จักกับเขาตั้งแต่เด็ก

 

อ่อ...เซนปล่อยแขนเพอร์รี่ออกก่อนจะขยับตัวออกห่าง นี่คงโดนมันจูบแต่เด็กละสิ”  ผมเบิกตากับคำพูดของเซน ให้ตาย.. นี่เขากล้าพูดแบบนี้กับเพอร์รี่เลยงั้นหรอ และเป็นไปตามที่ผมคิด เสียงอากาศถูกแหวกเพราะมือที่ง้างขึ้นของเพอร์รี่ฝาดลงบนใบหน้าของเซนอย่างแรงพร้อมกับเพอร์รี่ที่ลุกขึ้นยืน

 

งี่เง่า!” เพอร์รี่หันหลัง แต่ช้ากว่าเซนที่ใช้แขนยาวๆของตัวเองคว้าเอาเอวของคนรักมากอดไว้ ผมยกมือขึ้นปิดปากไว้

 

จะไปไหนเซนพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ แต่ยังไงมันก็ดังอยู่ดี

 

รอนายหายเมาแล้วค่อยมาคุยกันเพอร์รี่แกะมือของเซนออก เพอร์รี่เป็นแบบนี้เสมอ เธอเป็นคนเด็ดขาด มั่นใจในตัวเอง เธออาจจะดูตลกในบางเวลาแต่แน่นอนเมื่อไหร่ที่เธอจริงจังขึ้นมา แม้แต่เซนก็ยังต้องกลัว

 

จะไปหามันหรอเซนยื้นเพอร์รี่ไว้ ก่อนจะดึงเอาคนตัวเล็กเข้ามากอดไว้แน่น ไม่ให้ไปหรอกเซนยิ้มน้อยๆก่อนจะก้มลงจูบคนที่อยู่ในอ้อมแขน และการกระทำแบบนี้น่ะ...

 

มันเจ็บมากนะ

 

ผมเม้มปากแน่น ก่อนจะหัวหลังให้ทั้งสองคน บางทีพวกเขาจะอาจจะไม่ต้องการความช่วยเหลือแล้ว แต่คงอยากได้เป็นเวลาส่วนตัวมากกว่า

 

ผมควรชินได้แล้วสิ

 

หลายครั้งที่ผมพบกับเพอร์รี่ หลายครั้งที่ผมต้องปั้นยิ้มสนุกสนามกับมุขตลกฝืดๆในวงกินข้าวที่เป็นเรื่องของเซนกับเพอร์รี่ หลายครั้งที่ต้องแอบไปร้องไห้คนเดียวในห้องนอนอย่างน่าสมเพส ร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยรู้อะไรเลย หลายครั้งที่ต้องแกล้งแสดงความยินดีกับความสุขของคนอื่นที่เป็นความทุกข์ของเรา หลายครั้งที่ต้องปั้นหน้ามีความสุขเวลานักข่าวถามไถ่เรื่องงานหมั้นของสองคนนั้น

หลายๆครั้งสำหรับหลายๆอย่าง

 

แต่ผมไม่สามารถทำใจให้ชินได้จริงๆ

 

คงเหมือนกับการที่เอาก้อนหินไปขูดลงบนกระจกนั่นแหละ ครั้งแรกมันก็เป็นรอย ครั้งที่สองก็เป็นรอย หรือแม้แต่ครั้งที่ร้อยมันก็ยังคงเป็นรอยอยู่ ถึงมันไม่ได้เห็นชัดเหมือนครั้งแรกที่โดนขูด แต่มันก็ลึกกว่าครั้งแรก ยิ่งขูดก็ยิ่งลึก

 

และถ้าผมเป็นกระจกบานนั้น ตอนนี้มันก็คงเต็มไปด้วยรอยเกินกว่าจะเยียวยา

 

แฮร์รี่!” เสียงเรียกชื่อผมดังขึ้น มันทำให้ผมต้องหยุดเดินและหยุดน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมา ขอบคุณพระเจ้า!” ผมหันไปตามเสียงที่ดูดีใจมากๆของเพอร์รี่ ผมว่าผมเดินเบาที่สุดแล้วนะและผมก็ไม่ได้ปัดเอาแจกันหรือของอะไรตกลงมาจนเธอหันมาเห็นผมด้วย

 

หื้ม?”

 

คือ.. นายลงมาทำอะไรตอนตีสามเนี่ยเพอร์รี่เลิกคิ้วถามผม แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ พระเจ้า!ขอบคุณจริงๆที่นายลงมา คือนายช่วยพาเซนไปนอนทีได้ไหม เหมือนเขาจะเมามากและหลับไปแล้ว พรุ่งนี้ฉันต้องไปอัดเสียงตอนเช้า กลับก่อนนะ ขอบใจมากเพอร์รี่พูดก่อนจะเดินออกไป ทิ้งผมไว้กับผู้ชายที่นอนหลับสบายอยู่บนโซฟา

 

ผมย่อตัวลงนั่งข้างๆเซนที่หลับตาพริ้ม ใบหน้ามียิ้มน้อยๆประดับไว้ เขาคงมีความสุขน่าดูตอนนี้ หน้าท้องราบที่ขยับตามแรงหายใจ

 

เซนผมเรียกชื่อเขา

 

“...”

 

ตื่นผมเขย่าแขนของเขา ฉันรู้ว่านายกำลังมีความสุข แต่ตื่นไปนอนบนห้องได้ไหมผมตีแขนของเซนแรงๆแต่มันก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร หลับลึกชะมัด ผมบ่นในใจ แต่ก็ยังคงพยายามปลุกเซนต่อไป

 

ตื่นนนใครก็คงรู้ดีว่าเซนน่ะเป็นคนที่ปลุกยากที่สุดในวง ขนาดเลียมที่ว่ามีความอดทนที่สุดแล้วยังยอมแพ้และแทบร้องไห้ทุกครั้งที่โดนใช้ให้มาปลุกไอขี้เซาคนนี้

 

ไม่ตื่นก็นอนตรงนี้เลยนะผมพูดไปทั้งๆที่รู้ว่าเซนไม่มีทางรับรู้ เซนเมาและหลับ

 

ถ้านายไม่ตื่นไปนอนที่ห้องฉันจะทิ้งนายไว้ตรงนี้แล้วนะ

 

พูดเหมือนจะทำงั้นแหละแฮร์รี่

 

ผมตอกกลับคำพูดตัวเองในใจ ผมน่ะหรอจะทิ้งเซนให้นอนตรงนี้คนเดียว ผมน่ะหรอจะทิ้งให้เซนนอนหนาวอยู่ตรงนี้

 

ถ้านายไม่ตื่น...ผมสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดอีกประโยคต่อ ฉันจะนอนตรงนี้เป็นเพื่อนนายแล้วนะ

 

คนอย่างแฮร์รี่ สไตล์สก็ทำได้แค่นี้แหละครับ

 

และในที่สุดก็ต้องเป็นผมที่เดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มมาให้เซนและตัวเอง ในที่สุดผมก็ต้องลงตัวลงนอนบนพื้นข้างๆโซฟาที่เซนนอนอยู่

 

แพขาตาหนาของเซนกำลังเป็นจุดสนใจของผม ขนตาสีดำหนาที่สวยกว่าผู้หญิงหลายๆคนและมันก็ทำให้พวกเธออิจฉาเอามากๆด้วย ผมไล่สายตาลงมาที่จมูกโด่ง ลงมาที่ริมฝีปาดสีแดงกลีบกุหลาบนั่น

 

ผมเลื่อนใบหน้าตัวเองให้เข้าไปใกล้กับใบหน้าของคนที่กำลังหลับอยู่

 

ลมหายใจร้อนๆของเซนปะทะเข้ากับข้างแก้มของผม

 

อีกเพียงนิดเดียว

 

ริมฝีปากของเบากับเซนห่างกันเพียงเส้นด้ายกั้นเท่านั้น...

 

ไม่ได้

 

ทำแบบนี้ไม่ได้แฮร์รี่ เข้าใจไหม

 

ไม่ได้

 

เซนไม่ได้ชอบผู้ชายเหมือนนาย

 

เซนมีเพอร์รี่แล้ว

 

ผมหยุดชะงักตัวเองไว้ เสียงในหัวตีกันไปหมด เอาควรทำยังไงต่อ ผมรักเซน รักมากและมั่นใจว่ามันมากกว่าที่เซนหรือเพอร์รี่รักกัน รัก..ที่สุด รักก่อนที่เพอร์รี่จะรักเซน ผมรักเซนเพราะเซน คือเซน มาลิค เด็กผู้ชายธรรมดาๆที่มาจากแบดฟอร์ด เด็กผู้ชายที่ร้องเพลง เลท มี เลิฟ ยู ยังไม่ทันจบเพลงไซม่อนก็สั่งให้เขาหยุด เด็กผู้ชายธรรมดาที่ไม่แสดงอาการดีใจที่ผ่านออดิชั่น ผมรักเซนเพียงเพราะเซนคือเซน ไม่ใช่เซนคือเซน มาลิค นักร้องดังระดับโลก

 

ถ้าผมจูบเซนตอนนี้ เซนไม่มีทางรู้ตัวแน่นอน

 

ผมจะทำแบบนั้นจริงๆหรอ..

 

แต่.. ถ้าเซนตื่นละ ถ้าเซนตื่นมาตอนที่ผมกำลังจะจูบเขาละ

 

เขาก็คงเกลียดผมเอามากๆ บางทีอาจจะไม่มองหน้าหรือขอออกจากวง และแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่ผลดีแน่ๆ

 

ผมจะไม่ยอมทำลายมิตรภาพของผมกับเซนหรือทุกคนในวงเพียงเพราะความเอาแต่ใจของผม

 

ผมถอนใบหน้าของออกเองออก ก่อนจะกวาดเอาหมอนและผ้าห่มของตัวเองขึ้นมากอดไว้ในอ้อมกอดแล้วเดินขึ้นห้องไป ทิ้งคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องไว้ที่โซฟาเพียงคนเดียว

 

 

 

 

 

 

แฮร์รี่

 

หา?”

 

จอชให้มาถามว่าวันนี้นายจะไปกับมันไหมลูอิสทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆผมที่กำลังนั่งมองขนมปังในมือราวกับว่ามันเป็นแผ่นทองคำ แต่ไม่ใช่หรอกครับ ผมกำลังพยายามไม่มองไปทางเซนที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเพอร์รี่ต่างหาก เซนดูมีความสุขดีซึ่งนั่นก็ทำให้ผมดีใจด้วย ดีใจที่เซนไม่มีอาการแฮงค์หรือปวดหัว ดีใจทีเซนไม่รู้ว่าผมเกือบจะจูบเขา ดีใจที่เซนเป็นคนไปปลุกผมตอนเช้าพร้อมกับต่อว่านิดหน่อยที่ไม่ปล่อยให้เขานอนอยู่ที่โซฟา อ่อ!ที่เซนรู้น่ะหรอกครับ ก็เพราะเพอร์รี่เป็นคนบอกเซนว่า เธอทิ้งให้ผมเป็นคนพาเซนขึ้นมานอน แต่เซนเองต่างหากที่ผิด เซนไม่ยอมตื่นเองต่างหาก

 

อ่า..ไม่รู้สิผมยักไหล่ก่อนจะกัดขนมปัง พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองเซนที่กำลังหัวเราะเสียงดัง

 

เพอร์รี่คงเล่าเรื่องสนุกๆให้เขาฟังอีกแล้วสินะ

 

ยังไงก็โทรไปบอกมันด้วยละกัน เห็นว่ามันจะไปสตูไปหาเพื่อนเรื่องทำเพลงให้ใครนี่แหละ ฉันจำไม่ได้แล้วลูอิสว่าพลางคว้าเอาขนมปังของผมไปกินหน้าตาเฉย สงสัยเขาคงติดนิสัยไนออลมาแน่ๆ แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มและหัวเราะเบาๆ ก็ดีครับอย่างน้อยในวันที่บ้านมีคนอยู่แค่สามคน ผมก็ยังมีคนคุยด้วยอย่างลูอิส ทอมลินสัน

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเลียมกับไนออลไปไหน สองคนนั่นน่ะ เดี๋ยวนี้เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องแล้วก็เล่นเกมทั้งวันทั้งคืน สาเหตุที่เล่นเกมน่ะหรอ ก็เพราะเลียมบ่นว่านอนไม่หลับเลยต้องชวนไนออลไปอยู่เป็นเพื่อนน่ะสิ บางทีโซเฟียก็คงหมดเรื่องคุยกับไอหมีนั่นแหละครับ มีที่ไหนตีสามโทรไปหาแฟนแล้วบอกว่านอนไม่หลับ ผมละโคตรเครียดกับเพื่อนตัวเองเลย

 

โอเค ไว้คุยกันตอนเธอเสร็จงาน

 

เซนกดวางมือถือที่เขาเอาแนบหูมาร่วมๆยี่สิบนาทีแล้วมันลงบนโต๊ะอาหารก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับผม เซนจ้องผมไม่วางตาเลย

 

ยังไม่เคลียนะเราอะเซนว่า

 

ใคร? ฉันหรอ?” ผมชี้ตัวเอง เซนพยักหน้า

 

ทำไมไม่ปลุกฉันให้ขึ้นไปนอน

 

โห่เซน!” ผมถอนหายใจออกมา ฉันน่ะเรียกนายเป็นล้านรอบแล้ว ทั้งเขย่าทั้งตีนายก็ไม่ตื่น

 

แล้วทำไมไม่อุ้มไปนอนที่ห้อง รู้ไหมว่านอนโซฟาโคตรปวดหลังเลยว่าแล้วเซนก็หันไปบอกลูอิสพร้อมกับชี้ไปที่ไหล่ของตัวเอง พี่ใหญ่ของวงไม่รอช้ารีบลุกแล้วเดินมานวดไหล่ให้เซนราวกับเซนเป็นเสี่ยแก่ๆกระเป๋าเต็มไปด้วยแบงค์และลูอิสเป็นสาวเชียร์เบียร์หรือผู้หญิงในผับอะไรแบบนั้น

 

อุ้ม?” ผมเลิกคิ้ว นี่นายไม่ใช่เด็กสามขวบนะ ฉันจะได้อุ้มนายได้

 

เซนยักไหล่ ท่าทางแบบนั้นน่ะมันโคตรน่าหมั่นไส้เลยนะรู้ตัวบางไหม

 

ช่างเถอะ.. ว่าแต่นายลงมาทำอะไรข้างล่างตอนตีสามเซนเอียงคอ

 

ชิบหายแล้ว

 

ธรรมดานายไม่ลงมาข้างล่างตอนดึกหรอกนะ หรือว่าไปเที่ยวแล้วเพิ่งเข้าบ้าน

 

ไม่..ผมพูดเบาๆ ในใจคิดหาข้อแก้ตัว คือ.. พอดี แบบ ฉันได้ยินเสียงเพอร์รี่กับนายทะเลาะกัน เลยลงมาดู แล้ว ไม่ได้แอบดูนะ ก็เป็นห่วงพวกนายเลยลงมาดู แล้วเพอร์ก็เลยใช้ฉันพอดีผมอธิบาย เซนพยักหน้าก่อนจะบอกให้ลูอิสหยุดนวดให้เขา

 

เอ่อ.. ฉันไปก่อนนะผมคว้ากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือไว้ในมือแล้วเดินออกมาทันที

 

เกือบไปแล้วไหมละแฮร์รี่

 

 

 

 

 

มาทำอะไรวะจอชผมถามขณะที่กำลังก้าวลงจากรถของจอช มือกลองประจำวง

 

มาช่วยเพื่อนฉันดูเพลงนิดหน่อยอะ พอดีมันให้มาช่วยจอชตอบพลางเดินนำผมเขาไป ผมพยักหน้าก่อนจะล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วเดินตามจอชเข้าไปในสตูดิโอที่ผมคุ้นตา

 

จอชเป็นคนเปิดประตูออก และเดินนำเข้าไปก่อน ผมสะดุดตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง อ่า...เธอชื่ออะไรนะ ขอผมนึกก่อน

 

อารีอาน่า แกนด์เด

 

อ่าใช่...ใช่ครับ นั่นคือชื่อของเธอ

 

ผมยิ้มทักทายให้ทุกคนในห้อง ก่อนจะนั่งลงข้างๆจอช

 

สวัสดีแฮร์รี่โจฮานทักผม

 

ครับ หวัดดีผมยิ้มให้เขาก่อนที่เขาจะเดินไปคุยกับจอชเรื่องเพลง

 

ขาดอีกเพลงน่ะ แบบมันตันๆ ฉันไม่รู้จะแต่งอะไรเลย ที่ฉันแต่งเอง เนื้อหามันก็ซ้ำไปซ้ำมาเสียงโจฮานบ่นพึมพำกับจอชสองคน ผมกับอารีอาน่าหันมายิ้มให้กันก่อนที่จอชจะเดินเข้ามาหาผม

 

สนใจแต่งเพลงไหมพวก

 

หา?” ผมเลิกคิ้ว

 

แต่งเพลงน่ะ พอดีเพลงในอัลบั้มของอาริมันขาดไปเพลงหนึ่ง โจฮานอยากให้นายช่วยแต่งหน่อยจอชยื่นกระดาษกับปากกามาให้ผม ผมมองมันเครียดๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยแต่งเพลงมาก่อนนะครับ ไอเคยน่ะมันเคย ของมันอยู่ในวงการ แต่ที่แต่งก็มีแต่แต่งเล่นๆ ช่วยๆเสริมบางท่อนในอัลบั้มของตัวเอง แต่ไม่เคยแต่งให้คนอื่นร้องทำเป็นเพลงในอัลบั้มแบบนี้

 

เอางั้นหรอผมถามพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองเจ้าของอัลบั้ม

 

สักเพลงก็ดีนะอาริพูดกับผม

 

ฉันไม่รู้จะแต่งแบบไหน ไม่รู้สิ.. แบบว่ากลัวมันออกมาไม่ดีด้วยผมยักไหล่พลางมองกระดาษกับปากกาในมือ จะแต่งเพลงน่ะหรอ มันก็เหมือนกับเขียนหนังสือนั่นแหละ มันต้องมีแรงบันดาลใจ มันต้องมีที่มาที่ไป สักแต่ว่าจะแต่งมันก็คงออกมาไม่ใช่เพลงที่ดีเท่าไหร่หรอก

 

ใช้ความรู้สึกแต่งสิอาริเสนอ ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน เพลงที่ออกมาจากความรู้สึกน่ะ มันยอดเยี่ยมทุกเพลงแหละแฮร์รี่

 

“...”

 

ตอนนี้นายรู้สึกอะไรละ

 

เจ็บ

 

แต่งตามที่นายรู้สึกเลย ที่เขาเรียกว่าออกมาจากใจน่ะ

 

“...”

 

นึกถึงใครสักคนก็ได้ คิดซะว่าแต่งเพลงให้คนๆนั้น

 

ผมกำปากกาในมือแน่น ก่อนจะหันหน้าเข้ากับแพงแล้วเริ่มลงมือเขียนเนื้อเพลงลงบนกระดาษสีขาวสะอาดนั่น

 

ตามความรู้สึกงั้นหรอ...

 

เขียนไปตามที่ผมอยากเขียน...

 

แต่งให้ออกมาจากใจ...

 

คิดเสียว่าแต่งให้ใครสักคน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพลงต่อไปคือ.. อื้ม แต่งโดยแฮร์รี่ สไตล์ส ชื่อเพลง Just a little bit of your heart

 

            ผมหยุดเดินทันทีที่เสียงเพลงที่คุ้นเคยดีดังเข้ามาในหู มันคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ถ้ามันมาจากโทรทัศน์ทั่วไปอย่างที่นักร้องทั่วๆไปเขาร้องกัน แต่นี่..เพลงนี้ มันดังมาจากโทรศัพท์มือถือของคนที่กำลังนอนเล่นอยู่บนโซฟาในบ้าน คนที่ผมตั้งใจจะแต่งเพลงนี้ให้

 

I don't ever ask you where you've been
And I don't feel the need to
Know who you're with
I can't even think straight but I can tell
That you were just with her
And I'll still be a fool
I'm a fool for you

 

 

ฉันไม่เคยถามคุณว่าคุณไปอยู่ที่ไหนมา
และก็ไม่รู้สึกว่ามันจำเป็นด้วย
ฉันรู้ว่าคุณอยู่กับใคร
ฉันไม่เคยสามารถคิดอะไรที่ถูกต้องได้ แต่ฉันก็บอกได้
ว่าคุณอยู่กับเธอ
และฉันก็ยังคงเป็นคนโง่
คนโง่สำหรับคุณ

 

            “แฮร์รี่เซนเรียกผมทันทีได้ยินเสียงฝีเท้าของผม และมันก็ต้องทำให้ผมต้องหยุดเดิน มานี่สิผมหันมาเรียกผมไว้ ผมเดินไปตามที่อีกคนต้องการ เซนลุกขึ้นนั่งก่อนจะจ้องหน้าผมนิ่งๆ

 

ว่าไงผมทำเสียงสดใสและพยายามร่าเริงตามปกติ ทั้งที่ในใจอยากเดินออกไป อยากห่างอยู่ให้ห่างจากผู้ชายตรงหน้าแทบจะขาดใจ

 

นายแต่งเพลงให้อารีอาน่าหรอเซนนิ่วหน้า

 

อืม

 

ชอบเธอหรอ

 

เห้ย!ไม่ใช่ผมส่ายหน้ารัวและปฏิเสธ นี่เซนใช้สมองส่วนไหนของเขาคิดกันนะว่าผมชอบอารีอาน่า บางทีเขาอาจจะกำลังเมา หรือลื่นล้มมางั้นหรอ

 

แล้วนายแต่งเพลงให้เธอทำไม

 

คืองี้ผมทรุดตัวนั่งลงข้างๆเซนอย่างอัตโนมัติตามนิสัยของผม ก่อนจะเริ่มอธิบาย คือวันนั้นฉันไปสตูกับจอช แล้วโปรดิวเซอร์ โจฮานน่ะ นายก็รู้จัก เขาบอกว่าเพลงในอัลบั้มของอาริยังขาดอีกเพลงเลยขอให้ฉันแต่งให้

 

เซนไม่ได้ว่าอะไรแต่ก็พยักหน้าและกดที่หน้าจอเพื่อให้เพลงนั่นบรรเลงต่อไป

 

ผมลุกขึ้นยืน เตรียมเดินออกไป แต่เซนก็รั้งแขนผมไว้ นั่งฟังเป็นเพื่อนก่อนพร้อมกับดึงให้ผมนั่งลง

 

 

Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart is all I want
Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart
Just a little bit is all I'm asking for

 

แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงส่วนหนึ่งของหัวใจคุณเท่านั้นที่ฉันต้องการ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงส่วนเล็กๆในหัวใจของคุณที่ฉันร้องขอ

 

            มือของเซนยังคงจับแขนของผมไว้ มืออุ่นๆที่เต็มไปด้วยเหงื่อของเซนจับแขนของผมไว้แน่นและนั่นยิ่งทำให้หัวใจของผมเต้นแรงกว่าปกติ

 

 

I don't ever tell you how I really feel
Cause I can't find the words to say what I mean
And nothing's ever easy
That's what they say
I know I'm not your only
But I'll still be a fool
Cause I'm a fool for you

 

ฉันไม่เคยบอกคุณว่าฉันรู้สึกอย่างไรในความจริง
เพราะฉันสามารถหาคำพูดไหนมาบอกความหมายของมันได้
และมันไม่เคยง่าย
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาพูดกัน
ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนคนนั้น รักเดียวของคุณ
แต่ฉันก็ยังยอมเป็นคนโง่
เพราะฉันยอมเป็นคนโง่ให้คุณหลอก

 

            เหมือนขอบตาร้อนผ่าว แต่ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้รู้สึกอยากร้องไห้ อาจจะเป็นเพราะคนที่ผมกำลังจะเสียน้ำตาให้กำลังนั่งอยู่ข้างๆผม ทำให้ผมไม่สามารถปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลออกมาต่อหน้าเซนได้

 

Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart is all I want
Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart
Just a little bit is all I'm asking for

 

แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงส่วนหนึ่งของหัวใจคุณเท่านั้นที่ฉันต้องการ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงส่วนเล็กๆในหัวใจของคุณที่ฉันร้องขอ

 

 

            ผมพยายามแกะมือของเซนที่จับแขนของผมออก แต่ยิ่งพยายามคนที่นั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์กลับยิ่งจับแขนของผมแน่น

 

เซนจะรั้งผมไว้ทำไม

 

I know I'm not you're only
But at least I'm one
I hear --

 

ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนคนนั้น รักเดียวของคุณน่ะ
แต่อย่างน้อย ฉันก็ยังเป็นคนคนหนึ่ง
ฉันเคยได้ยินมาว่า --

 

            เสียงเพลงถูกตัดไป ภาพวีดีโอของเจ้าของเพลงหายไปและถูกแทนที่ด้วยใบหน้าสะสวยของผู้หญิงคนหนึ่ง คนที่ผมไม่ควรรู้สึกอิจฉา มันเลยจุดๆนั้นมานานมากเลย สำหรับเพอร์รี่ มันไม่มีคำว่าอิจฉาแล้วในความคิดของผม มันมีแค่ความว่างเปล่า เวลาเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน เวลาเซนไปหาเธอ เวลาพวกเขาจูบกัน เวลาพวกเขามีความสุขด้วยกัน สำหรับผมคำว่าอิจฉาคงไม่ใช่

 

เพราะผมลบคำนี้ออกไปจากความทรงจำนานแล้ว

 

ถ้าจะมีคำๆไหนมาบรรยายความรู้สึกละก็.. คงเป็น

 

เจ็บ ละมั้ง

 

เซนกดรับสายเธอ ว่าไงครับเซนตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

[……]

 

อื้ม..ตอนสองทุ่มก็คงได้เซนมองนาฬิกา

 

[…….]

 

ฉันไม่โง่ขนาดลืมวันเกิดเธอหรอกน่าเพอร์รี่เซนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมามองหน้าผม แต่ผมก็ทำได้แค่มองไปทางอื่น ไม่อยากให้เซนรู้ว่าตัวเองอยากรู้แค่ไหนว่าพวกเขาคุยกันเรื่องอะไร บางทีเซนกับเพอร์รี่อาจจะมีนัดไปที่ไหนกันสักที

 

[…….]

 

เดี๋ยว!ไอคนนั้นมางานวันเกิดเธอหรือเปล่า

 

[…….]

 

ถ้ามันมาฉันไม่ไป!” เซนพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด มือที่จับแขนผมไว้บีบเข้าหากันแน่นมาก จนผมรู้สึกเจ็บและพยายามบิดแขนให้หลุดจากพันธนาการ

 

[…….]

 

ไม่ ฉันไม่ได้งี่เง่า แต่ถ้ามันมาฉันก็ไม่ไปยิ่งพยายามบิด เซนยิ่งบีบแรงขึ้น

 

[…….]

 

ก็เลือกเอาเองแล้วกัน ว่าฉันหรือมันผมแงะมือของเซนออก แต่ให้ตาย..นี่เขาไปเอาแรงมาจากไหนมากมายขนาดนี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะเขากำลังหึงเพอร์รี่ นั่นสินะ.. เหอๆ เซนกำลังหึงเพอร์รี่เอามากๆเสียด้วย แต่ทำไมต้องมาระบายทีผมละ

 

[…….]

 

คำขาดฉันคือถ้าที่งานมีมันก็ไม่มีฉัน

 

[…….]

 

อะไรวะ คำก็งี่เง่าสองคำก็ไม่มีเหตุผล..เซนเริ่มเสียงดัง ก็ฉันเห็นว่าเธอกับมันเกือบจะจูบกัน

 

[อย่าปัญญาอ่อนได้ไหมเซน!] คราวนี้เสียงของเพอร์รี่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ บอกได้เลยครับว่าเพอร์รี่กำลังโมโหเอามากๆ

 

ก็ที่ปัญญาอ่อน ที่งี่เง่าแบบนี้ก็เพราะรักไงวะ ไม่รักจะมาโมโหแบบนี้ไหมผมอ้าปากเล็กน้อยทันทีที่เซนพูดประโยคบอกรักกับเพอร์รี่จบ เหมือนน้ำตาที่พยายามเก็บไว้มันกำลังจะต่อต้านหาทางออกให้ตัวเองและนั่นทำให้ยิ่งต้องดิ้นแรงกว่าเดิม

 

[รักก็ต้องเชื่อใจสิเซน นี่นายคิดว่าฉันกำลังจะจูบกับเพื่อนพี่ชายตัวเองนะ]

 

เออดิวะ ก็เห็นเซนไม่ได้สนผมที่กำลังดิ้นอยู่เลย เซนไม่ได้สนว่าแขนของผมจะแดงแค่ไหน เขาสนแค่ผู้หญิงที่ถือสายอยู่

 

[คือไม่เชื่อใช่ไหม..]

 

เออ!

 

[ได้ ไม่เชื่อ.. ก็เลิกเลย เลิกกันไปเลยเสียงตวาดของเพอร์รี่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์อีกครั้ง และนั่นทำให้ผมต้องหยุดดิ้น

 

หา?...

 

เพอร์รี่พูดว่าอะไรนะ ผมได้ยินผิดหรือเปล่า

 

เซนนิ่งไป ริมฝีปากสีแดงที่เคยยิ้มน่ะกลับค่อยๆอ้าออกจากกันด้วยความตกใจ อย่างที่ผมเคยบอก เพอร์รี่เป็นคนเด็ดขาด เธอไม่ชอบความงี่เง่า เธอไม่ชอบอะไรที่ค้างคา แต่ผมก็ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้

 

เพอร์...เซนเรียกชื่อคนที่เขารักด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

ตุ๊ด   ตุ๊ด   ตุ๊ด ]

           

            เซนมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายอย่างโมโห และผมก็รู้แล้วว่าตอนนี้ผมควรทำยังไงก่อนที่แขนของผมจะหักคามือของคนที่กำลังเป็นเหมือนภูเขาไฟเตรียมระเบิดอยู่ตลอดเวลา ผมค่อยๆบินแขนของตัวเองออกจากแขนของเซน บางทีคิดว่าเซนอาจจะต้องการเวลาส่วนตัว และผมควรไสหัวไปได้แล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้ออกแรงให้มากมาย คนที่มีความโกรธเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็สะบัดแขนของผมอย่างแรง

 

ไอนี่ก็ดิ้นจังโว้ย น่ารำคาญ!” เซนผลักไหล่ผมอย่างแรงก็จะลุกขึ้นยืนจ้องผม ผมทำได้แค่หลบตาสายตาที่น่ากลัวน่ะ เซนน่ะ...น่ากลัวมากเลยนะเวลาโกรธ ดูได้จากข่าวที่เขาโมโหใส่ปาปารัซซี่หลายๆคน บางครั้งเกือบมีเรื่องชกต่อย แต่คราวนี้สาเหตุมันไม่ได้มาจากปาปารัซซี่พวกนั้น สาเหตุที่ทำให้ภูเขาไฟที่ชื่อเซนปะทุครั้งนี้มาจากผู้หญิงที่เขารัก..ที่สุด

 

ขอ..โทษผมพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมตัวเดินจากไป

 

ในใจก็อยากอยู่ข้างๆเซน อยากอยู่เพื่อดูว่าเขาจะเสียใจมากไหม และมีอะไรที่ผมพอจะให้เพื่อนอย่างเซนได้บ้าง หรือเขาอยากออกไปหาเพอร์รี่ตอนนี้ไหม ผมจะได้ไปหยิบกุญแจรถมาให้ หรือถ้าเขาร้องไห้ ผมจะได้เป็นคนเช็ดน้ำตาให้ แต่ในทางตรงกันข้าม คนที่กำลังจะร้องไห้กลับเป็นผม

 

น้ำตาที่กลั้นไว้พยายามช่วยกันดันทำนบและพยายามไหลออกมา แต่ไม่ได้ ผมให้มันไหลออกมาต่อให้เซนไม่ได้

 

รู้ไหมว่าฉันกำลังโมโห นายนี่ก็โง่ดิ้นอยู่นั่นแหละ แล้วนี่เป็นอะไรอีกหันหลังให้ฉัน นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครหันหลังให้ เป็นเพื่อนกันปะวะ แทนที่จะถามว่าเป็นอะไรไหม เสือกจะเดินหนีเซนผลักไหล่ผมจากทางด้านหลังและแน่นอน ยืนธรรมดาก็แทบจะไม่มีแรงอยู่แล้ว แล้วนี่โดนเซนผลักยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

ผมลงนั่งลงอยู่บนพื้นอย่างหมดท่า

 

 

I heard a little love is better than none

ฉันเคยได้ยินมาว่ารักเพียงเล็กน้อย ก็ดีกว่าไม่รักเลย

 

            และสุดท้ายความรู้สึกของผมก็เป็นฝ่ายชนะ ผมปล่อยให้น้ำร้อนๆไหลอาบลงแก้มลงอย่างคนน่าสมเพส นี่หรอคนที่พยายามทำตัวเข็มแข็งน่ะ เมื่อกี่ยังพูดอยู่เลยไม่ใช่หรอว่าถ้าเซนร้องไห้ ตัวเองจะเป็นคนเช็ดน้ำตา แล้วตอนนี้ละ เช็ดให้ตัวเองก่อนดีไหม

 

            ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้อง ผมยังคงยืนอยู่บนเข่าและหันหลังให้เซน ปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่แบบนั้น

 

ฉันพูดขนาดนี้แล้วก็ควรหันมาปะวะเซนกระชากไหล่ของผมอย่างแรง จนผมเซหันไปทางเขาอย่างไม่ได้ตั้งตัว น้ำตาที่ไหลอยู่บนหน้าไม่ได้ถูกป้ายออก

 

ใบหน้าคมเข้มของหนุ่มลูกครึ่งที่เพิ่งตะคอกใส่ผมผงะไปเล็กน้อย เมื่อผมหันหน้าเผชิญหน้ากับเขา         

 

แฮร์รี่...น้ำเสียงของเซนอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

อะไรอีกผมสูดหายใจลึกๆก่อนจะลึกขึ้นยืนแล้วปาดน้ำตาบนใบหน้าออกด้วยสองมืออย่างรวกๆ

 

ร้องไห้... ทำไมเซนขยับเข้ามาใช้มือข้างหนึ่งจับใบหน้าของผมไว้ อย่างที่เขาชอบทำเวลาที่เพอร์รี่ไปอ่านข่าวแอนตี้แฟนแล้วมาร้องไห้กับเซน

 

เปล่าผมปัดมือของเซนออก

 

โกหก

 

เปล่า

 

แฮร์รี่!” เซนขึ้นเสียงเล็กน้อย และนั่นก็ทำให้น้ำตาของผมไหลออกมาอีก อะไรอีกละ โกรธเพอร์รี่มากหรือไงถึงได้ต้องมาลงกับผม โกรธเพอร์รี่แล้วทำไมไม่โทรไปหาเธอละ ตะโกนใส่เธอสิ ทำไมต้องเป็นผมที่โดนตะคอกละ

 

อะไรอีกผมตะคอกกลับ ไหน โมโหอะไรเพอร์รี่ห้ะ เอ๊า!จะด่าอะไรเพอร์รี่ก็ด่ามาสิ ลงที่ฉันให้พอสิภาพเซนตรงหน้าเบลอจนผมมองแทบไม่เห็น น้ำตาพากันเทไหลจากดวงตาของผมราวกับมันกำลังดีใจที่เจ้านายของมันยอมให้มันไหลออกมาสักที

 

แฮร์รี่...

 

ตะคอกสิอยากด่าอะไรเพอร์รี่ละ ด่าฉันมาสิ เมื่อกี้โกรธเพอร์รี่ไม่ใช่หรอ เมื่อกี้ลงที่ฉันไม่ใช่หรอ ต่อสิ ตะคอกใส่ฉันต่อสิเงียบทำไมวะ ก็บอกให้ด่าไงผมผลักเซนแรงๆ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแรงที่ผลักออกไปมันหายไปไหนหมด เซนถึงไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย

 

อย่าร้องเซนจับแขนของผมเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างเกลี่ยน้ำตาที่เกาะอยู่บนใบหน้าของผม

 

“...”

 

ฉันขอโทษเซนเอ่ยเบาๆจนผมแทบจะไม่ได้ยิน แต่ถึงได้ยินผมก็เลือกที่จะไม่สนใจมันและหมุนตัวกลับเตรียมเดินทิ้งไป ขืนอยู่ต่อ ผมคงเผลอหลุดพูดอะไรออกไปมากกว่านี้

 

แต่เซนก็ใช้แขนของเขารัดตัวผมไว้

 

แบบที่เขาเรียกว่า

 

กอด...

 

ปล่อยผมใช้สองแขนของตัวเองพยายามดันเซนออก

 

ขอโทษที่ตะคอกใส่เซนกระซิบเบาๆใกล้กับลำคอของผม ลมหายใจร้อนๆของเขาปะทะเข้ากับผิวของผมและมันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีเท่าไหร่

 

“...”

 

อย่าเงียบสิ

 

ผมออกแรงอีกครั้งในการทำให้เซนปล่อยตัวผม และคราวนี้มันสำเร็จ แขนของเซนค่อยๆลดลงและปล่อยให้ผมเดินจากมา

 

เซนต้องการอะไร

 

เซนจะมากอดผมไว้ทำไม

 

นั่นคือคำถามของผม และ...

 

นายแต่งเพลงนั่นให้ใครหรอนี่คือคำถามของเซน

 

Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart is all I want
Just a little bit of your heart
Just a little bit of your heart
Just a little bit is all I'm asking for

 

แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงส่วนหนึ่งของหัวใจคุณเท่านั้นที่ฉันต้องการ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงเศษเสี่ยวของหัวใจคุณ
แค่เพียงส่วนเล็กๆในหัวใจของคุณที่ฉันร้องขอ

 

            ขาของผมหยุดโดยอัตโนมัติ มือสองข้างกำเข้าหากันแน่น เปลือกตาปิดทับกันสนิท ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองแต่มันช่างยากเหลือเกิน

 

            อย่างที่บอกครับ

 

กระจกที่ถูกก้อนหินขูดเรื่อยๆซ้ำๆมันก็จะเป็นรอย ครั้งแรกอาจจะเป็นเพียงรอยขี้ข่วน ครั้งที่สิบมันอาจจะหลายเป็นกระจกที่เต็มไปด้วยรอย พอครั้งที่ร้อยรอยขูดนั้นก็ไม่มีใครเห็นแล้ว แต่รู้อะไรไหมกระจกที่ถูกขูดเป็นครั้งที่ร้อยมันจะเป็นรอยลึกลงไป พอมันเป็นรอยลึก ถูกขูดด้วยหินอีก มันก็จะเริ่มร้าวและในที่สุดกระจกที่ถูกขูดด้วยหินมันก็จะแตกกระจาย

 

และตอนนี้ผมคือเศษกระจกพวกนั้น

 

 

แฮร์รี่นายแต่งเพลงให้ใคร...คำถามพวกนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว

 

ผมควรหันไปตอบเซนไหม หรือจะปล่อยมันไว้แบบนี้ต่อไป

 

ตอบฉัน

 

เอายังไงดี

 

แฮร์รี่..ทันทีที่ชื่อของผมถูกเรียก ผมก็ได้คำตอบในใจทันที ไหนๆกระจกมันก็แตกไปแล้ว หัวใจผมราวไปทั้งดวงแล้ว มันแตกแล้ว แหลกละเอียด จะถูกเหยียบซ้ำอีกจะเป็นอะไรไป

 

ฉัน...ผมหันมาเผชิญหน้ากับเซน

 

“...” อีกฝ่ายยืนเงียบและจ้องหน้าผม

 

ฉัน..” แต่งให้นาย

 

ว่าไง

 

ฉันแต่งให้...  คนๆหนึ่งและในที่สุดผมก็ไม่กล้าผม ไม่กล้าแม้แต่จะจ้องหน้าคนที่กำลังรีดคำตอบจากผม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

 

คนๆนั้นคือใคร

 

ไม่ใช่เรื่องของนายผมหันหลังให้เซนอีกครั้ง เป็นรอบที่สามของวันและคิดไว้แล้วว่าจะต้องไม่หันกลับมาอีก ไม่ว่าเขาจะพูดว่าอะไรก็ตาม

 

นายแต่งเพลงนี้ให้ฉันหรือเปล่า

 

เหมือนเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่แสนจะเปราะบาง

 

เหมือนแผ่นน้ำแข็งผมกำลังเดินอยู่ก็ค่อยๆปริแตกอย่างกะทันหันโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว ผมจมดิ่งลงสู่มหาสมุทรที่แสนจะเยือกเย็น ไร้ซึ่งที่เกาะ น้ำท่วมอยู่เต็มปาก พยายามจะหายใจแต่ทำไม่ได้ พยายามจะคายน้ำพวกนั้นออก แต่มันกลับยิ่งมากกว่าเดิม พยายามจะหายใจ แต่ยิ่งไม่มีอากาศ

 

และสุดท้ายผมก็จมลงสู่ก้มมหาสมุทร

 

ผมทิ้งตัวลงกับพื้น ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

หมดคำพูดแก้ตัว

 

หมดคำพูดปฏิเสธ

 

และนั่นก็คงเป็นคำตอบให้เซน...

 

นาย... แต่งให้ฉันจริงๆหรอน้ำเสียงที่ยังคงดูมึนงงเอ่ยขึ้น ผมทำได้เพียงนั่งและร้องไห้ราวกับเด็กสามขวบที่พยายามจะเล่นของเล่นอะไรสักอย่าง แต่มันกลับถูกแย่งไป

 

ฉันไม่เคยรู้เลย...เซนเดินมาหยุดลงตรงข้างๆผม

 

นายไม่เคยรู้อะไรทั้งนั้นแหละมาลิคผมพูดทั้งที่ยังยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดใบหน้า

 

นานหรือยังเซนจับไหล่ของผมไว้ สัมผัสที่โคตรจะเจ็บปวด

 

ครั้งแรกที่เจอ..ผมสูดหายใจลึกๆ

 

ทำไม.. แฮร์รี่ฉัน มัน..เซนเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้เลย คิดไม่ถึงด้วย มัน.. ฉันเห็นนายเดตกับผู้หญิงพวกนั้น แคร์โรไลน์ เทย์เลอร์ เคนดัล... มันแฮร์รี่...

 

ฉันแค่อยากพยายามเลิกรักนายเซน ฉันพยายามแล้ว แต่ขอโทษ.. ฉันทำไม่ได้

 

“...”

 

ฉันพยายามมาหมดทุกวิธีแล้ว ให้เลิกรักนาย

 

แต่ฉันเป็นผู้ชาย...เสียงกระซิบที่แสนจะแผ่วเบาของเซน ทำเอาใจผมสั่นไปทั้งดวง ก็ใช่ไง เซนเป็นผู้ชาย ผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน แล้วมันยังไงก็หรอ... การที่ผมรักเซนมันก็ดูประหลาดมากเลยสินะ

 

ฉันคงดูผิดธรรมชาติมากเลยสินะ

 

ไม่ ฉันไม่ได้หมายความว่างั้นเซนส่ายหน้า สองมือของเขาประคองใบหน้าของผมไว้

 

นายคงรังเกียจฉันเต็มทีแล้วผมปัดมือของคนที่พยายามจะประคองผมไว้ออก สะบัดใบหน้าหนีมืออุ่นๆที่สั่นระริกของเซน

 

ไม่ ไม่ ฉันไม่ได้รังเกียจนาย ฉันแค่กำลัง...เซนเงียบไป ทิ้งประโยคที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ไว้เป็นคำถามในใจผม นัยน์ตาสีน้ำตาเฮเซลเบนไปทางอื่นก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน ฉันแค่กำลัง...

 

ผมไม่ได้พูดอะไร ทำได้แค่มองคนที่กำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

 

ขอโทษ...เซนหันหลังก่อนจะเดินออกไป

 

เศษกระจกที่แตกกระจายกำลังถูกเหยียบจนมันแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

 

เศษกระจกที่ไม่มีวันกลับมาเป็นกระจกบานเดิมได้อีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมยืนมองกลุ่มคนมากมายที่กำลังพยายามแทรกตัวผ่านการ์ดตัวโตที่ยืนกันคนอยู่นอกประตูกระจกของร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ที่ผมมาขออาศัยร้านของเขาเป็นที่หลบภัยช่วงคราวจากกองทัพแฟนคลับ นี่ก็คงผ่านไปราวๆเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วที่ผมต้องมานั่งอยู่ในร้านเสื้อผ้าของเขา โดยมีของแลกเปลี่ยนการยืมสถานที่เป็นเสื้อแจ็คเก็ตหนังราคาแพงเอาการหนึ่งตัว

 

เสียงตะโกนดังลั่นห้างสรรพสินค้าไปหมด บางทีก็รู้สึกอยากโทษตัวเองนะครับที่ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องมาวุ่นวายกับคนอย่างผมแค่คนเดียว

 

แฮร์รี่รถมาแล้วพอลเดินเข้ามาบอกผมที่กำลังนั่งกดโทรศัพท์มือถืออยู่ ผมพยักหน้าก่อนจะลุกเดินตามพอลไป

 

การเดินผ่านกลุ่มแฟนคลับเป็นอะไรที่ยากกว่าเดินฝ่าคลื่นสูงในทะเลอีกครับ

 

หลายคนพยายามจับมือผม หลายคนพยายามขอถ่ายรูป บางคนก็กระชากบ้าง แต่ผมก็ทำได้แค่ยิ้มบางๆให้พวกเขา เหมือนที่ทำต่อหน้ากล้องทุกๆครั้ง ถึงแม้ว่าผมจะไมได้มาอยู่ในอารมณ์ที่อยากยิ้มเลยสักนิดเดียว

 

การฝ่าด่านกองทัพแฟนคลับออกมาได้ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งขึ้นของศิลปินครับ แต่ที่ยากกว่าคือ

 

กองทัพนักข่าว

 

ผมยืนตะลึงกับนักข่าวและกล้องราวๆยี่สิบตัวที่ยืนรออยู่รอบๆรถของผม

 

แต่ทำยังไงได้.. นอกจากทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วพูดจาดีๆเพื่อขอทางและขึ้นรถไป

 

เดี๋ยวแฮร์รี่สัมภาษณ์ก่อนนักข่าวคนหนึ่งพยายามรั้งตัวผมไว้ก่อนจะเบียดตัวเองมาขวางทางผม ไมค์ในมือของเขาจ่อติดปากของผมอย่างน่ากลัว

 

ขอโทษครับ แต่แฮร์รี่ไม่สะดวกพอลเดินมากันเขาออกไปให้ ผมยิ้มบางๆและก้มหัวให้เขาเล็กน้อยเป็นการขอโทษที่ไม่สามารถให้ข่าวเขาได้

 

เฮ้ๆ ทำไมวันนี้คุณออกมาคนเดียวละเสียงคำถามตะโกนออกมาจากกองทัพนักข่าว

 

เลิกติดต่อกับเคนดัลไปหรือยังผมทำเป็นไม่ได้ยินและเดินจ้ำตรงไปที่รถโดยมีพอลพยายามกันนักข่าวออกไปเท่าที่เขาจะสามารถ

 

แฮร์รี่คุณรู้ไหมว่าทำไมเซนกับเพอร์รี่ถึงเลิกกันผมหยุดกึก เมื่อคำถามจากนักข่าวหญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทำไมเซนกับเพอร์รี่ถึงเลิกกันงั้นหรอ นี่พวกเขาบ้าหรือเปล่า ทำไมพวกเขาไม่ไปถามเซนหรือเพอร์รี่ละ

 

ผมหันไปมองทางกล้องของสำนักข่าวที่ถามผม ใบหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนเช่นเคย

 

ตกลงคุณรู้ไหมว่าทำไมเซนกับเพอร์รี่ถึงเลิกกัน เฮ้ๆช่วยตอบด้วย

 

ผมไม่ทราบจริงๆ ถ้าคุณสงสัยคุณต้องไปถามพวกเขาเองผมตอบ

 

แล้วตอนนี้คุณเดตกับใครอยู่หรือเปล่า

 

ไม่

 

แล้วมีใครบ้างไหมที่คุณสนใจ

 

เซน มาลิค ผมทำได้แค่คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป พอลพยายามดันผมให้เข้าไปในรถ

 

คุณอยากพูดอะไรไหมไมค์สีดำพูดยื่นมาที่ปากของผม

 

พูดอะไรสักอย่างงั้นหรอ...

 

อะไรก็ได้ใช่ไหม

 

ตามที่ใจผมอยากพูดเลยใช่ไหม

 

ผมหันไปมองหน้าพอลเป็นเชิงขออนุญาต แต่เขาก็ส่ายหน้า พอลก้มลงกระซิบผมว่าถ้าผมพูดอะไรออกไป มันจะต้องเป็นข่าวใหญ่โตแน่ๆ พอลไม่รู้เรื่องของผมกับเซน พอลแค่สงสัยว่าทำไมตลอดเกือบหนึ่งเดือนมานี้ผมกับเซนถึงไม่ยอมพูดกัน พอลพยายามถามผมหลายครั้ง และผมก็ตอบพอลไปตลอดว่า ไม่มีอะไรหรอก พอลแค่คิดมากไปเองก็เท่านั้น

 

พอลพยายามผลักผมเข้าไปในรถตู้สีดำคันใหญ่

 

ผมเซถอยหลังไปตามแรงของคนตัวใหญ่

 

คุณต้องการพูดอะไรหรือเปล่านักข่าวยังคงประโคมคำถามเดิมๆเข้ามา และสีหน้าของผมก็ยังคงอ้อนวอนต่อพอล

 

แต่ครั้งเดียวเท่านั้น

 

ผมแค่อยากบอกเขา

 

แต่พอลก็ยังคงส่ายหน้า

 

พอล...

 

ไม่แฮร์รี่ เราต้องขึ้นรถ

 

ครั้งเดียว

 

ไม่

 

ผมขอร้อง

 

ไม่แฮร์รี่ มันจะต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ ไม่ว่านายจะพูดถึงใครก็ตามพอลกดหัวผมให้เข้าไปในรถ

 

Please, don’t hate me.This is all I’m asking for

 

ประตูรถตู้ปิดลงต่อหน้าต่อตาของผม เสียงของกล้องถ่ายรูปและเสียงตะโกนของพวกนักข่าวถูกแทนที่ด้วยความเงียบในรถ

 

ล้อรถค่อยๆเคลื่อนออกไป พร้อมๆกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาจากตาของผม

 

ผมร้องไห้ให้กับเรื่องเดิมๆอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายพูดถึงใครกันแฮร์รี่เลียมถามผมทันทีที่เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์เครื่องบางของเขา ช่วงนี้หมอนี่น่ะรู้ข่าวสารอะไรเร็วตลอด บางทีอาจจะมาจากที่เลียมเข้าทวิตบ่อยกว่าปกติ บางทีอาจจะมีแฟนคลับเมนชั่นมาถามเลียมถึงสิ่งที่ผมพูด หรือข่าวอาจจะออกแล้วก็ตาม

 

พูดอะไรผมแกล้งทำไมเป็นไขสือแล้วเดินมานั่งลงข้างๆเลียม

 

อย่าเกลียดฉัน นี่คือที่ฉันร้องขอ.. นี่น่ะ นายพูดถึงใครเลียมยื่นโทรศัพท์ของเขามาให้ผมดู

 

ไม่มีอะไรหรอกผมยื่นมันกลับและพยายามส่งยิ้มให้เลียม

 

ฉันไม่เชื่อ แฮร์รี่เกือบเดือนมานี้นายดูแปลกๆไปเลียมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมดูแปลกไปงั้นหรอ ตรงไหนกัน ผมว่าผมก็พยายามหัวเราะ ยิ้มแย้ม หรือทำงานตามปกตินะ

 

บ้า ฉันปกติดี

 

แฮซ เราอยู่ด้วยกันมาสี่ปี ฉันดูออก

 

ไม่มีอะไรจริงๆ

 

ฉันเป็นเพื่อนนายนะ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้

 

โถ่เลียม มันไม่มีอะไร

 

แฮร์รี่ สไตล์ส

 

จริงๆ

 

แฮร์รี่ นายพูดถึงใครในคลิปนั่นเลียมย้ำคำถามเดิม และนั่นยิ่งทำให้ผมกลัว กลัวว่าจะร้องไห้ออกมาต่อหน้าเลียม กลัวว่าจะหลุดพูดออกมาว่าผมพูดถึง เซน มาลิค เพื่อนร่วมวงของตัวเอง คนที่ตัวเองรัก คนที่ไม่ยอมพูดกับผม คนที่ทิ้งคำว่าขอโทษไว้แล้วเขาก็หายไป คนที่ป่านนี้คงเกลียดผมเอามากๆ

 

ฉัน.. ไม่ได้พูดถึงใ--

 

แฮร์รี่พูดถึงฉันเซนเดินลงมาจากบันได เขาตอบคำถามของเลียมแทนผม และนั่นมันก็ทำให้คนที่ตั้งคำถามงงเอามากๆ

 

พวกนายเป็นอะไรกันเลียมมองหน้าผมสลับกับเซน

 

เซนต้องการอะไร

 

ขอคุยกับแฮร์รี่หน่อยได้ไหมเลียมเซนตรงมาหาผม นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องผมไม่วาง และมันทำให้ผมอึดอัด เซนควรถามว่าผม ผมต้องการจะคุยกับเขาไหม ไม่ใช่ถามเลียม

 

เอาสิเลียมพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป ทิ้งผมไว้กับคนที่ไม่พูดกับผมเป็นเดือน

 

 

มีอะไรผมถามทั้งที่ยังไม่เงยหน้า

 

ฉันไม่ได้เกลียดนายเซนเริ่มต้นประโยค ฉันไม่เคยเกลียดนายด้วย

 

แต่นายไม่พูดกับฉัน

 

ฉันแค่กลัว

 

กลัวฉันงั้นหรอผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่สูงกว่าตัวเอง เซนยิ้มก่อนจะส่ายหน้าให้ผม เซนยิ้ม.. เขาเป็นอะไรขึ้นมาอีก

 

ไม่ ไม่ใช่นายเซนรวบมือของผมขึ้นไปกุมไว้ บางทีผมก็ไม่เข้าใจกับการกระทำของคนตรงหน้า ครั้งก่อนเซนบังคับให้ผมบอกว่าผมแต่งเพลงไปให้ใคร และพอเขาได้คำตอบ เขาก็เปลี่ยนไป แล้วพอมาคราวนี้ เขาบอกว่าเขากลัว แต่ไม่ได้กลัวผม เซนกำลังจะสื่ออะไร

 

“...”

 

ฉันแค่กลัว...ตัวเอง

 

“...”

 

กลัวว่าจะตัวเองรักนายอีกครั้ง...

 

หา?

 

เซนว่าอะไรนะ

 

เซนกลัวว่าเขาจะรักผม...อีกครั้ง งั้นหรอ

 

ฉันลองไม่คุยกับนาย ลองไม่มองหน้านาย ลองกลับไปคุยเพอร์รี่ ลองจูบเธออีกครั้ง หลังจากวันนั้น แต่แฮร์รี่.. นายรู้อะไรไหม มันไม่เหมือนเดิม ฉันไม่เหมือนเดิมเซนจับมือผมไว้แน่น ไม่รู้สิ มันแบบว่า... เหมือนครั้งแรกที่เจอนาย ใจมันเต้นแปลกๆ มันอยากเห็นหน้านาย อยากคุยกับนาย อยากเล่นกับนายเหมือนเดิม นายรู้ไหมว่าแม่งโคตรแย่เลยความรู้สึกแบบนี้

 

นายรักฉัน...หรอ

 

ที่ฉันทำมาตลอดก็เหมือนที่นายทำ ฉันลองเดตกับใครหลายๆคนเพื่อลืมนาย แต่...พอวันนั้น มันก็พัง กำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นนาย มันก็พัง

 

นายโกหกหรือเปล่า

 

ไม่

 

นายพูดจริงใช่ไหม

 

อืม

 

นายรักฉันจริงๆหรอ

 

ฉันรักนาย... มาก

 

 ผมรู้ดีว่าเซนไม่ใช่พวกที่ชอบพูดล้อเล่น แต่ผมแค่ไม่แน่ใจว่าผมกำลังฝันอยู่หรือเปล่า หรือบางทีผมอาจจะกำลังหลอนหรือคิดไปเอง แต่ถ้าเป็นความฝันหรือการคิดไปเอง ผมก็ขอบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่โคตรเข้าข้างตัวเอง นี่ผมกำลังคิดว่าเซนบอกรักผม เซน มาลิค คนที่ผมแอบรักมาตลอดสี่ปีกำลังสารภาพความในใจกับผมงั้นหรอ

 

นายฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่าแฮร์รี่เซนเขย่าแขนผม

 

ฉันฝันหรอ

 

หา?” เซนเลิกคิ้วอย่าไม่เข้าใจ อะไร คำถามของผมมีอะไรน่างงงั้นหรอ ไม่แฮร์รี่ นายไม่ได้ฝัน

 

นายบอกว่ารักฉันจริงๆใช่ไหม

 

ตั้งใจฟังนะเซนประคองใบหน้าของผมไว้ ฉัน รัก นายเสียงทุ่มต่ำที่ปกติพูดไม่ใช่รู้เรื่องนั่นค่อยๆย้ำที่ละคำ ฉันรักนาย

 

ฉันรักนาย

 

ฉันรักนาย

 

ฉันรักนาย

 

ผมยังคงนั่งอยู่นิ่งๆและเงียบ ฟังคนหน้าเข้มที่กำลังบอกรักผม

 

แบบนี้เขาเรียกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยหรือเปล่า

 

แบบนี้เขาเรียกว่าได้เกินที่ร้องขอหรือเปล่า

 

ฉันรักนาย แฮร์รี่เซนย้ำอีกครั้งก่อนจะดึงผมเข้าไปกอดไว้

 

ความรู้สึกว่าเปล่าเหมือนถูกเติมเต็ม

 

ผมไม่เคยร้องขอให้เซน มาลิค มาบอกว่ารักผม แต่สิ่งที่ผมขอคือ ขอเพียงแค่เซนเห็นความสำคัญของผมบ้างก็พอ แต่ตอนนี้...

 

พระเจ้า

 

นี่มันมากเกินที่ผมขอไปเยอะเหลือเกิน

 

แต่สำหรับตอนนี้ แค่นี้แหละ ที่ผมขอ

 

แค่เพียงมีเซนอยู่ข้างๆ บอกรักผมทุกวันแบบนี้ก็เกินพอแล้วสำหรับแฮร์รี่ สไตล์ส

 

Just a little bit is all I’m asking for

 

 

 

 

 

::

          ฟิคมาแบบตามฟีลคนแต่งเลยค่ะ ไม่มีอะไรมาก ฟังเพลงมาแล้วอยากแต่ง /อ่าว
คือไปหาฟิค
zarryอ่าน แล้วมันหายากไง เลยเอาวะแต่งเองแม่งเลย ยังไงก็ฝากไว้ด้วยนะคะ อัพบ่อยไม่บ่อยไม่รู้ รู้แต่ถ้าว่างก็อัพค่ะ บายส์ 

 





O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #5 rita (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 02:21
    น้ำตาไหลเลย สุดยอดมาก

    เราไม่เคยอินขนาดนี้ หายากมากนิยายที่เข้าถึงอารมณ์แบบนี้

    โดยเฉพาะฉากที่เซนผลักแฮซ หรือฉากที่แฮซร้องไห้....โอยยย TT
    #5
    0
  2. #2 Pun 1D (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 09:02
    สุดยอด!!! อ่านไปฟินไป คิดว่าเป็นเรื่องจริง5555555 ขอ Narry ด้วยได้มั้ยค้าาา >
    #2
    0