[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 8 : ประกาศครั้งที่ 7 ทักษะเอาตัวรอดที่โคตรจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 875 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

ประกาศครั้งที่ 7 ทักษะเอาตัวรอดที่โคตรจำเป็น


ผมนั่งจดจ่ออยู่กับสมุดตรงหน้ามาได้สักพักหนึ่งแล้ว


ถ้าถามว่าผมมานั่งเหม่อมองสมุดทำไม เหตุผลก็เพราะผมกำลังเรียบเรียงเหตุการณ์นิยายที่ตัวเองเคยอ่านกับโลกแห่งความเป็นจริงอยู่น่ะสิ


นิยายเรื่อง 'ตำนานจักรพรรดิยอดดวงใจ' มีทั้งหมดสิบเล่มจบ ซึ่งเล่มจบเพิ่งออกสดๆ ร้อนๆ ตอนต้นปี และผมก็มาตายเอากลางปี ฉะนั้นความทรงจำของเล่มจบยังอยู่ครบถ้วนอยู่ แต่เล่มแรกๆ นั้นเริ่มจะเลือนหายไปบ้างแล้ว


ผมกลัวว่ายิ่งอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็จะยิ่งลืมจึงต้องรีบจดบันทึกเอาไว้ ผมไม่ต้องการให้เรื่องใดๆ ที่เป็นชนวนเหตุให้ผมตายรอดพ้นไปได้สักเรื่อง


แต่นักเขียนคนนี้ทำงานเขียนช้า ปีหนึ่งออกนิยายเรื่องนี้สองสามเล่มโดยรวมแล้วตั้งแต่เริ่มจนจบใช้เวลาราวๆ สี่ปี ทำให้พอไม่ได้อ่านแบบต่อเนื่องแล้วถึงจะจำตัวละครได้บ้าง แต่ผมก็จะลืมเหตุการณ์สำคัญๆ ไปเหมือนกัน


“คิดสิคิด! เราจะลืมเนื้อหาทั้งหมดไม่ได้นะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมัน!”


ผมเป็นนักอ่าน ปีนึงผมอ่านหนังสือไม่น้อย ยิ่งพวกที่เป็นนิยายเล่มต่อผมก็มีเยอะ ไม่รู้ว่ามีใครเป็นแบบผมบ้างหรือเปล่าที่พออ่านไปเยอะๆ บางทีจะชอบเอาเรื่องนั้นกับเรื่องนี้มาปนกัน และกลายเป็นว่าผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่จำมามันใช่เรื่องนี้หรือเปล่า


ผมเอาหัวโขกโต๊ะเบาๆ “เอาเท่าที่มั่นใจก่อนแล้วกัน ที่เหลือค่อยไปแจกแจงอีกที”


ยังดีที่ผมจำชะตากรรมตอนตายของตัวละครทั้งหลายในตอนจบได้ โดยเฉพาะมาร์ลัน ตัวร้ายอย่างผมที่ต่อให้ถูกฆ่าแล้ว ศพก็ยังไม่ถูกฝังแต่กลับโยนไปให้พวกปีศาจชั้นต่ำกิน พระชายาที่ทรยศทั้งสามมีชีวิตรอดปลอดภัยทุกคน ถัดมาก็เป็นเทพที่เหลือรอดจนมาตายเล่มสุดท้ายคือธอร์ที่ต่อสู้กับเฟนริล หมาป่ายักษ์จนสิ้นใจ เฟร์ย่ากับเฟรย์สองพี่น้องสู้กับอิออร์มุนแดนเดอร์ งูยักษ์ผู้สามารถโอบรัดโลกได้ถูกกลืนกินเข้าไปทั้งเป็น และไทร์ เทพแห่งสงครามตกตายอยู่แทบเท้าของโลกิ ยังมีเทพเด่นๆ อีกหลายองค์ แต่หลักๆ ที่เป็นฉากค่อสู้อันแสนระทึกก็คือการตายของเทพเหล่านี้แหละ


ผมเอาปลายปากกาขนนกลูบไล้คาง บอกตามตรงว่าไม่ใช่พระเอกที่เทพทรู สาวๆ ในฮาเร็มของมันก็เหมือนกัน! คิดดูสิขนาดเทพที่มีแสนยานุภาพยังเพลี่ยงพล้ำได้ หากไม่ใช่เพราะพลังของพระเอกจะมีใครโค่นตัวร้ายลงได้อีกเล่า!


มองไทม์ไลน์ที่นึกออกบนหน้ากระดาษผมก็ถอนหายใจเฮือก สองเล่มแรกยังอยู่ที่การปูพรมพระเอกสู่การเป็นโลกิผู้เกรียงไกร ยังไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ในเร็วๆ นี้ ผมจึงวางใจได้เปลาะหนึ่งทว่าผมเองก็ต้องเตรียมตัวไว้เหมือนกัน ทั้งเรื่องจัดการกับเหล่าพระชายาเอย ให้พวกเทพฝึกฝนตัวเองเอย สั่งสมทหาร เงินทองและเสบียงเอย ในช่วงสองสามปีนี้ผมต้องมีของพร้อมแล้ว ซึ่งจุดนี้เป็นการแข่งกับเวลามากทีเดียว


ที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือผมควรจะเพิ่มพูนทักษะเอาตัวรอดของตัวเองด้วยเหมือนกัน


โอดินมีอาวุธคือหอกอันทรงพลังชื่อว่ากุงเนียร์ เป็นหอกที่สวยมากตัวด้ามเป็นสีน้ำเงินระยับเหมือนแสงที่ตกกระทบกับทะเล ตรงข้อต่อระหว่างด้ามกับหัวหอกเชื่อมด้วยทองคำบริสุทธิ์ประดับอัญมณีใสราวกับน้ำค้างยามอรุณรุ่ง หัวหอกทำจากแร่บางอย่างที่คล้ายเหล็ก แต่มันน้ำหนักเบา ใสและแหลมคมเป็นสีเงินประกาย กวัดแกว่งทีก็เห็นประกายคล้ายสายฟ้าฟาด


ได้ยินว่ามันเป็นอาวุธประจำกายของโอดินที่เอามาใช้หลายต่อหลายรุ่น สภาพของมันจึงไม่จัดว่าใหม่เสียทีเดียว ทว่าเพราะได้รับการซ่อมแซมอยู่เสมอ มันจึงเป็นอาวุธที่คงความขลังได้จนมาถึงรุ่นของผม


แต่ว่านะ...


ตัวผมที่ตอนนี้รู้จักเรียกและเก็บหอกเป็นแล้วด้วยการเรียกชื่อมัน กำลังควงหอกเป็นวงกลม หอกที่แสนล้ำค่าและน่าเกรงขาม รวมถึงว่ากันว่ามันคือหอกที่ไม่พลาดเป้า มันถูกใช้เป็นไม้ดรัมเมเยอร์ครับ...


บอกตามตรงนะ ต่อให้อาวุธดียังไงผมก็ใช้มันไม่ถนัดเลย! มันเกะกะแล้วก็ยังเก้งก้าง! ถ้าลงหนักไปผมก็จะเสียสมดุล หากจับไม่ดีหอกก็หลุดมือ ลงเบาก็เหมือนเอาไม้ไปตีหัวหมา ผมคิดว่าใช้หมัดหรือใช้เท้ายังง่ายกว่าอีก!


“ถ้าที่นี่มีปืนก็ดีสิ”


ผมงึมงำกับตัวเอง คิดถึงปืนกล็อค 17 (6) ที่มักจะพกติดตัวไว้ตรงสะโพก พอถึงเวลาต้องใช้ก็แค่ชักปืนออกมาแล้วยิงที่หัวเปรี้ยงเดียวศัตรูก็ดับดิ้น ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรง ไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ศัตรู แค่เล็งให้แม่นแล้วเปรี้ยง! ไม่ว่ายังไงก็สิ้นชีพทุกราย


แต่หอกกุงเนียร์นี่นอกจากจะสู้ระยะไกลไม่ได้แล้ว ต้องรอให้ศัตรูเข้ามาประชิดในระยะห่างสองสามก้าวอีกต่างหาก โคตรแย่เลยผมไม่ชอบให้ศัตรูเข้ามาใกล้ตัวถึงขนาดนั้น เพราะมันเสี่ยงที่ตัวเองจะต้องบาดเจ็บสูง


ผมเคยลองเบนเป้าหมายมาใช้รูนดูบ้าง แต่ต่อให้พยายามหนักแค่ไหน รูนผมก็ดันง่อยกว่าหอกนี่เสียอีก! ผมสงสัยจริงๆ ว่ามาร์ลันทำอะไรเป็นบ้าง รูนก็ใช้ไม่ได้ อาวุธก็ไม่ต่างจากเด็กเอาไม้มาตีเล่นกัน ถามจริงเถอะนอกจากสืบเชื้อสายมาจากโอดินแล้ว อย่างอื่นมีอะไรดีบ้าง!


ผมได้แต่ท้อแท้ใจกับทักษะการต่อสู้จนไมเกรนจะขึ้นหัว ในตอนนั้นเองที่เนลโลเดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วเรียกผมเบาๆ


“ฝ่าบาทถึงเวลาพักแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอาซรามารอพระองค์อยู่ที่สวนแล้ว”


“รู้แล้ว จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”


ผมยืดตัวขึ้น เอาสมุดนั้นยัดกลับเข้าไปในลิ้นชัก ผมไม่กลัวหรอกว่าใครจะมาเปิดอ่านเพราะตัวอักษรเขียนด้วยภาษาไทยล้วนๆ ถ้าพวกเขาอ่านออกก็ให้รู้กันไป!


ผมเดินไปที่สวนด้านนอกวังของตัวเอง ผมเป็นคนเสนอไอเดียการนั่งจิบฟิก้าในสวนเพราะช่วงนี้อากาศดีมาก มาสัมผัสสายลมและแสงแดดหน่อยย่อมดีต่อสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ


“วันนี้สีหน้าดูกลัดกลุ้ม มีอะไรหรือเปล่า มาร์ลัน”


หลังจากที่ผมร้องขอให้เขาเลิกใช้คำราชาศัพท์ อาซราก็ดูผ่อนคลายขึ้นมาก บรรยากาศที่โอบล้อมรอบตัวทำให้ผมเหมือนมีพี่ชายที่พึ่งพาได้อยู่ข้างๆ ไม่ใช่แค่นั้นอาซรายังทำตัวเป็นเนลโลคนที่สอง บางทีก็มาดูแลปรนนิบัติผมด้วย จนข้ารับใช้คนสนิทของผมจากที่เคยยินดีต้อนรับฟริกกาด้วยรอยยิ้ม กลายเป็นยิ้มจืดเจื่อนลงเพราะถูกแย่งหน้าที่ แถมผมยังแอบเห็นอีกว่าเวลาอาซรามาทีไร เนลโลทำสีหน้าเหม็นเบื่อขึ้นมาแวบหนึ่งด้วย


ดูเอาสิ ตอนที่เนลโลจะแตะกามารินฟิก้าให้ อาซราก็แย่งมารินให้ผมเองเสียอย่างนั้น สีหน้าข้ารับใช้ตอนนี้จึงพิกลอยู่ก้ำกึ่งระหว่างลำบากใจกับไม่พอใจ


หงุดหงิดเรื่องโดนแย่งงานชัดๆ เลยนะ... ผมแอบสงสารเนลโลนิดหน่อย จึงโบกมือไล่ให้ถอยออกไปปล่อยให้อาซราปรนนิบัติอย่างที่เขาชอบเถอะ


“จะว่ากลุ้มก็ได้ ข้ากำลังคิดหาวิธีฝึกฝนการต่อสู้อยู่นะ” ผมกัดโดนัทโรยน้ำตาลคำใหญ่ เคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนกระรอก “ข้าอยากจะใช้รูนกับหอกให้ชำนาญมากกว่านี้น่ะ”


“การใช้อักษรรูนเกิดจากความตั้งใจและเกิดจากความรู้สึก” อาซราอธิบายพร้อมกับพึมพำรูนออกมา เปลวไฟเล็กๆ ขนาดเท่าอุ้งมือก็ปรากฏขึ้น “เวลาใช้มาร์ลันต้องจินตนาการภาพไปด้วยว่าอยากให้มันออกมาเป็นแบบไหน เพราะอักษรรูนหนึ่งตัวก็มีหลายความหมายนะ”


เห็นฟริกกาของผมใช้งานมันอย่างง่ายๆ แล้วก็อดสังเวชตัวเองไม่ได้ ผมนั่งเท้าคางแล้วถอนหายใจหนึ่งเฮือก


“ข้าลองทำตามแล้วนะ แต่บางทีอาจจะจิตใจไม่แน่วแน่พอละมั้ง ช่างเถอะ เรื่องรูนข้าจะฝึกฝนไปเรื่อยๆ เอง แต่เรื่องอาวุธเนี่ยสิ ข้าต้องการคนสอน มันฝึกคนเดียวไม่ได้”


รูน แค่ฝึกใช้สมาธิ แต่การต่อสู้ต้องใช้การประมือจึงจะเรียนรู้ได้ ไม่อย่างนั้นเวลาปะทะกันขึ้นมา ผมจะตอบโต้ไม่เป็นเลย


อาซราพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง เรื่องการต่อสู้จำเป็นต้องมีคนชี้แนะ”


ผมทำตาปริบๆ ใส่อาซรา “งั้น... อาซราสอนข้าได้ไหม”


เท่าที่เห็นฝีมือในงานแต่งตอนนั้นอาซราก็มีฝีมือพอตัว แถมตอนนี้เราก็สนิทกันในระดับหนึ่งแล้วด้วยผมคงขอให้เขาช่วยได้นะ


“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยนะ มาร์ลัน” อาซราทำหน้าเหมือนกับจะขอโทษ “แต่ข้าไม่เหมาะสมที่จะสอนหรอก”


ผมไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธเลยอดตกใจไม่ได้ “เอ๋? ทำไมล่ะ!?”


“เพราะข้าใช้ดาบกับธนู ไม่ใช่หอกแบบมาร์ลันน่ะสิ”


“อ๊ะ!”


พอเขาตอบมาแบบนั้นผมก็นึกขึ้นได้ อาซราใช้ดาบเพรียวเป็นอาวุธ หมายความว่าอาวุธต่างกันไม่สามารถสอนกันได้สินะ


“หรือควรจะเปลี่ยนไปใช้ดาบดีนะ” ผมงึมงำ


“แต่หอกกุงเนียร์เป็นอาวุธประจำตัวของมาร์ลัน ถ้าไม่ใช้ไม่เท่ากับว่าเสียเปล่าหรือ” อาซราถามผมกลับ


“เฮ้อ มันก็ใช่น่ะนะ”


ถึงผมจะไม่ชอบหอกกุงเนียร์นัก แต่เพราะมันเป็นหอกคู่กายของโอดิน ถ้าไม่ใช้มันก็ไร้ค่า อีกอย่างมันสะดวกในการเก็บด้วยไม่ต้องมาเหน็บเอว แค่เรียกชื่อมันก็โผล่มา แค่เอ่ยชื่อมันก็กลับไป


“ขอโทษที่ข้าไม่อาจสอนเจ้าได้” อาซราวางมือลงบนไหล่ของผม “อาวุธแต่ละอย่างจำเป็นต้องใช้ทักษะเฉพาะของมัน หอกย่อมไม่เหมือนกับดาบ ในเมื่อเป็นอาวุธประจำตัวก็ควรใช้หอกให้คล่องเสียก่อน พอชำนาญแล้วหากมาร์ลันต้องการฝึกใช้ดาบกับธนูถึงตอนนั้นข้าก็สอนให้ได้”


“อืม ข้าเข้าใจแล้วล่ะ” ผมจับมือที่วางบนบ่านั้น แล้วเผยสีหน้ายุ่งยากใจ “ถ้าอาซราสอนข้าไม่ได้ งั้นใครจะสอนให้ได้ล่ะ?”


“ธอร์ไง เขาเก่งกาจอาวุธหลากหลายเลยนะ”


อาซราแนะนำ แต่พอได้ยินชื่อผมก็ทำหน้าเหยเก


“ไอ้บ้าเลือดนั่นน่ะนะ คงฝึกข้าจนร่างกายพังยับแน่นอน! ”


ตรรกะของธอร์ปกติที่ไหน! ตอนนั้นแค่หัวกระแทกพื้นยังบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ หมายความว่าถ้าซี่โครงร้าวหรือขาหัก ธอร์คงให้ฝึกต่อไปแหงๆ!


อาซรายิ้มแหยราวกับเข้าใจผมเป็นอย่างดี “อืม ถ้าธอร์ไม่ได้เราก็มีคนอื่นอีกนะ เอาเป็นไทร์ไหม? เขาก็เป็นเทพแห่งสงครามคนหนึ่ง”


“ได้ข่าวว่าภรรยาของไทร์เพิ่งจะคลอดลูกไม่ใช่เหรอ ข้าไม่อยากรบกวนเวลาครอบครัวหรอกนะ”


เพราะอีกาช่างสอดรู้ของผมทำให้ได้ข่าวเล็กข่าวน้อยจากเทพองค์อื่นๆ มา รวมถึงเรื่องที่ไทร์ซึ่งปกติทำหน้าบึ้งตึงน่าเกรงขามอยู่บนบัลลังก์ แต่พอกลับไปบ้านปั๊บจะกลายเป็นคุณพ่อเห่อลูก ทั้งเปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนนมแล้วร้องเพลงกล่อมเด็กแทนแม่เลยทีเดียว


“เฟร์ย่าเล่า นางก็ดีนะ เป็นถึงหัวหน้าวัลคีรี่ส์ (7) นางใช้อาวุธได้ดีเช่นกัน” อาซราเสนอสตรีแสนสวยแต่ภายในกล้าแกร่งอย่างเฟร์ย่าไป


ผมชี้นิ้วใส่ตัวเอง “ลืมแล้วเหรอว่าข้ามีคำสาปติดตัวอยู่เข้าใกล้สตรีเพศไม่ได้”


“ข้าลืมไป” อาซราเพิ่งนึกขึ้นได้ ส่วนผมได้แต่ห่อไหล่อย่างท้อแท้


“หรือเราต้องจ้างอาจารย์พิเศษกันนะ...”


“ไม่หรอก มาร์ลัน เรายังเหลืออีกตัวเลือกหนึ่งนะ” อาซราบอก ทำให้ผมผงกหัวขึ้นมาฟัง


“ใครล่ะ?”


“มาร์ลันน่าจะรู้จักคนนี้ดีนะ” อาซราทำหน้าอึดอัดใจที่จะเสนอชื่อคนนี้ “มาร์ลัน... ลองเรียนกับยูดัมดูไหม?”


“ยูดัม? หมายถึงจอร์ด ชายาข้าอีกคนน่ะเหรอ”


ไม่นึกว่าอาซราจะกล้าเสนอชื่อคู่แข่งทางความรักคนนี้ขึ้นมา ถึงพระชายาอีกสองคนจะเคารพฟริกกา แต่ยังไงเสียพวกเขาคงไม่มีทางสนิทสนมกลมเกลียวกันได้ขนาดนั้นหรอก


เพราะดันมีคู่ชีวิตคนเดียวกันนี่นา...


“ใช่ ยังไงตำแหน่งของเขาก็เป็นถึงมารดาของธอร์... หมายถึงตามตำนานน่ะ ความสามารถของจอร์ดเป็นรองแค่ธอร์กับไทร์เท่านั้น แถมยังเหนือกว่าเฟร์ย่าด้วย”


“อื้อหือ เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”


ที่จริงก็ใช่ว่าเทพองค์อื่นไม่เก่ง แม้แต่เฟร์ย่าที่อ่อนหวานลองได้จับธนูขึ้นมาจากนางแมวก็กลายเป็นนางสิงห์ได้เหมือนกัน ถ้าจอร์ดเป็นรองแค่ธอร์บ้าเลือดกับไทร์บ้าสงครามแล้วละก็ แสดงว่าต้องเก่งมากแน่ๆ


“ยูดัมใช้อาวุธได้หลากหลายพอๆ กับธอร์และไทร์ ข้าเคยเห็นเขาใช้หอกครั้งหนึ่งด้วย” อาซราทำท่านึกถึงช่วงเวลาที่พระชายาอีกคนต่อสู้ “เขาแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว หอกก็เคลื่อนไหวราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ข้าคิดว่าเขาจะฝึกให้มาร์ลันได้”


ผมนึกจินตนาการภาพแล้วก็คิดว่าหมอนั่นก็ดูท่าจะเก่งต่อสู้จริงๆ นั่นแหละ ดูจากสรีระและนิสัยน่ะนะ


ผมเอียงคอน้อยๆ “จะดีเหรอ ให้ข้าฝึกกับเขาน่ะ”


“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ?” คราวนี้เป็นอาซราที่ประหลาดใจบ้าง


“เจ้าไม่รู้สึกขัดใจที่ข้าต้องไปฝึก... สองต่อสองกับยูดัม”


ผมพูดแบบนี้ก็เพราะต้องการจะหยั่งเชิง แม้ว่าอาซราจะปฏิเสธไม่ให้ผมเรียนผมก็ต้องเรียนให้ได้ ไม่ใช่สิ จุดประสงค์หลักของผมไม่ใช่อยากจะเรียนกับจอร์ดหรือยูดัมคนนั้นหรอกนะ แต่เป็นการใกล้ชิดสนิทสนมมากกว่านี้ต่างหาก


ก็จอร์ดในนิยายน่ะเป็นคนหักหลังโอดินคนที่สองและยังเป็นไส้ศึก ย้ายไปเป็นแม่ทัพช่วงชิงดินแดนเทพด้วยนี่นา...


ถ้าอาซราเป็นคนฆ่าผม งั้นยูดัมก็คือผู้ช่วยโลกิทำลายดินแดน ถึงผมจะห่วงสวัสดิภาพตัวเองมากกว่าแผ่นดินนี้ก็เถอะนะ แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้นี่ว่าพอโดนแย่งชิงดินแดนไปแล้วผมจะรอดชีวิตน่ะ


ยังไงก็ต้องไปตีซี้กับยูดัมให้ได้จริงๆ นั่นแหละ...


อาซรายิ้มบาง “ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องลำบากใจเรื่องมาร์ลันไปเรียนกับยูดัมหรอกนะ”


โห ไม่เหรอ? แย่จังหมายความว่าคนตรงหน้าไม่ได้หึงหวงผมเลยนี่นา ผมแอบเซ็งนิดๆ อาซราคงไม่ได้หลงผมถึงขั้นเป็นคนรักสินะ


เพราะผมไม่อยากตายจึงตั้งใจว่าจะให้อาซราหลงผมให้มากที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกฆ่าด้วยฝีมืออีกฝ่าย ไปตายด้วยน้ำมือคนอื่นย่อมดีกว่าถูกคนใกล้ชิดฆ่าแหละน่า


“งั้นก็ดีแล้ว ข้าจะได้เรียนกับยูดัมอย่างสบายใจ”


ผมตอบไปพอเป็นพิธี แต่แล้วก็ถูกจับเชยคางขึ้นมา ตาของผมสบกับดวงตาสีแดงทับทิมนั้น น่าแปลกที่ข้างในแววตาของอาซรากลับมีประกายไฟรุ่มร้อนบางอย่าง ทำเอาผมร้อนวูบไปทั่วแผ่นหลัง


“ไม่จำเป็นต้องถามเรื่องนี้หรอกนะ มาร์ลัน ไม่ว่าเจ้าจะไปหาใคร ยูดัมหรือบริทท์ ข้าก็มั่นใจว่ามาร์ลันต้องกลับมาข้าแน่นอนนี่นา”


เอี้ย! ผมลอบอุทาน ไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหน ขนลุกนะเนี่ย!


หลังจากงานแต่งนั่นแล้ว อาซราที่เคยเป็นตุ๊กตาไร้ความรู้สึก จู่ๆ ก็เปลี่ยนไป ภายนอกยังคงนุ่มละมุนอยู่หรอกนะ แต่ภายในเนี่ยสิเห็นโคตรชัดเลยว่าเจ้าตัวชอบแหย่ผมเล่นแบบนี้อยู่เรื่อยเลย!


ผมชอบแหย่คนอื่น แต่จะไม่ยอมให้ใครมาแหย่ตัวเอง!


ว่าแล้วผมก็ปัดมือที่เชยคางนั้นออกไป “เข้าใจแล้วๆ ข้าจะไม่ถามเรื่องนั้นอีก ยังไงซะเจ้าก็คือฟริกกาที่ใจกว้างเป็นแม่น้ำ ไม่มีทางขัดความต้องการของข้าอยู่แล้วนี่”


ผมเลือกประชดแทนที่จะโต้ตอบ เพราะผมรู้ดีว่าเดี๋ยวอาซราจะแหย่ผมกลับหนักขึ้นหากว่าไม่ระวัง


มันจะน่าอารมณ์เสียมากถ้าผมไม่สามารถแก้เกมคืนได้


อาซรากะพริบตาปริบๆ มองผม “มาร์ลันพูด... อย่างกับอยากให้ข้าหวงเลยนะ”


ชิบหายแล้วครับ! คำพูดของผมส่อไปทางนั้นจริงด้วย!


“ไม่ใช่เสียหน่อย! นั่นเป็นคำชมต่างหากล่ะ! ตีความยังไงเนี่ย!” ผมแก้ตัวสุดฤทธิ์


“ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เห็นต้องลนลานอะไรเลยนี่นา? แถมยังตอบเสียงสูงด้วย” อาซราหัวเราะจนดวงตาแพรวพราว “มาร์ลันโกหกไม่เก่งเลยนะ”


“เงียบน่า!”


ฮึ้ย! แพ้อีกจนได้สิ กลายเป็นผมที่ต้องใจเต้นตึกตักกับอาซราแทนที่จะเป็นอีกฝ่ายเสียนี่


ผมควรทำให้อาซราหลง ไม่ใช่ไปหลงเสียเอง!


ผมยกฟิก้าขึ้นมาจิบแก้เก้อ “เวลาพักจวนจะหมดแล้ว รีบกินของว่างไปเถอะ!”


“อืม”


อาซรารับคำพร้อมรอยยิ้มกว้าง ผมได้แต่ถอนหายใจฉุนๆ แล้วมื้อว่างนี้ก็จบลง


หลังจากเสร็จกิจชั่วโมงจิบฟิก้าแล้วผมว่าจะลองไปหายูดัมดู โชคดีที่อาซราเข้าใจความใจร้อนของผม บอกว่าจะช่วยสะสางงานที่เหลือให้เอง ผมจะได้มีเวลาไปคุยกับยูดัม นั่นทำให้ช่วงบ่ายจนไปถึงตอนเย็นก่อนทานมื้อค่ำ ผมมีเวลาว่างมากขึ้น


วังของยูดัมถ้าเทียบกับของอาซราที่ผมเคยแวะไปหนหนึ่งถือว่าเล็กกว่า แต่ก็ไม่ได้คับแคบจนเกินไปนัก มีลานกว้างที่มีพวกอาวุธกับเป้ายิงธนูอยู่ คงเป็นสถานที่ฝึกซ้อมส่วนตัว ไม่มีต้นไม้เท่าไหร่ทำให้ที่นี่อากาศร้อนอบอ้าว แถมวังนี้ยังอยู่ตรงที่พระอาทิตย์แผดเผาได้พอดี พื้นจึงมีไอระอุขึ้นมาเห็นเป็นคลื่นพร่ามัว


นี่อยู่ได้ยังไงเนี่ย!?


พอเข้ามาในวังด้วยการนำทางของนางกำนัล ผมรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ห้องอบซาวน่า! เหงื่อเปียกชุ่มหลังเสียจนอยากจะถอดเสื้อแก้ผ้าตอนนี้เลยถ้าไม่ติดว่ามีพวกข้ารับใช้และนางกำนัลเดินกันขวักไขว่ละก็นะ


“จอร์ด ฝ่าบาทเสด็จมาหาเพคะ”


นางกำนัลกล่าวตรงหน้าประตูไม้บานใหญ่ สักพักยูดัมก็ออกมา


“ข้าหูฝาดไปหรือเปล่าว่าเมื่อกี้เจ้ารายงานว่าฝ่าบาทเสด็จมา?”


จอร์ดออกมาเปิดประตูด้วยตัวเอง แถมยังเปลือยกายท่อนบนด้วย เนื้อตัวพราวไปด้วยเหงื่อ แถมยังมีซิกซ์แพ็กที่น่าเย้ายวนใจ ผมแทบจะตาถลนออกจากเบ้าเมื่อเห็นร่างกายที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเหมือนนักกีฬานั้น


บ้าเอ๊ย! ถ้าเทียบกับผมแล้ว ผมกลายเป็นไอ้ก้างไปเลย!


นางกำนัลคงไม่คิดว่ายูดัมที่อยู่ในห้องจะแต่งตัวแบบนี้จึงร้องวี้ดว้ายยกใหญ่


“จอร์ด!? เหตุใดจึงแต่งตัวแบบนี้ออกมาเพคะ! ไม่ได้การแล้วเด็กๆ รีบมาลากจอร์ดไปแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลย!”


“เจ้าค่ะ!”


“เฮ้ย! อะไรเล่า ก็อากาศมันร้อนนี่นา อ๊ากกกก หยุดนะ!”


แล้วผมก็เห็นเหล่านางกำนัลกรูกันเข้ามาลากตัวพระชายาของผมเข้าห้อง มีเสียงโวยวายประท้วงดังอย่างต่อเนื่องจนอีกสองนาทีต่อมานางกำนัลก็เปิดประตูพร้อมกับเชื้อเชิญผมเข้าไปข้างใน


“ฝ่าบาทเชิญเสด็จเพคะ”


เมื่อกี้จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วกันนะ นางกำนัลที่นี่ดุเดือดจริงๆ ...


ผมเดินเข้าไปข้างใน โต๊ะสำหรับจิบฟิก้าก็ถูกตั้งไว้กลางห้องโดยมีเจ้าของที่นั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ตรงนั้น ผมมองเสื้อผ้าที่จอร์ดสวมแล้วเกือบจะหลุดขำ ก็น่าเห็นใจอยู่ใส่เสื้อทับตั้งสามชั้นไม่ร้อนทนไหวหรือ? ไหนจะเครื่องประดับระย้าพวกนั้นอีกล่ะ


พอผมนั่งลงนางกำนัลก็เข้ามารินฟิก้ากับเสิร์ฟขนมเล็กน้อยแล้วก็ออกไปอย่างรู้งาน พอไม่มีนางกำนัลอยู่แล้ว ยูดัมก็ออกลายถอดเครื่องประดับโยนทิ้งลงกับพื้นทีเดียว


“ขอพระราชทานอภัย แต่กระหม่อมร้อนจนไม่อยากจะใส่ หวังว่าพระองค์จะไม่ถือสาหาความ”


“ไม่เป็นไร” ผมเข้าใจดี ในห้องยิ่งอบกว่าข้างนอกเสียอีก ขนาดเปิดหน้าต่างแล้วนะ ลมพัดเข้ามายังไม่ช่วยอะไรเลย “ข้าเองก็อยากจะถอดออกเหมือนกัน”


เพื่อแสดงความจริงใจ ผมถอดสร้อยกับกำไลที่ข้อแขนวางลงบนโต๊ะ พอไม่มีสร้อยกับกำไลมาเสียดสีแล้วค่อยรู้สึกดีขึ้น ยูดัมกลับมองผมด้วยความประหลาดใจสุดๆ


“ไม่ทราบว่าฝ่าบาทเสวยอันใดผิดสำแดงถึงทำแบบนี้ ไหนจะเสด็จมาวังนี้อีก มาดูว่ากระหม่อมตายแล้วหรือยังงั้นเหรอพ่ะย่ะค่ะ”

ปากคอเราะรายนะเอ็งน่ะ...


ผมรับรู้ถึงกระแสความเกลียดชังในน้ำเสียงได้ เจ้าตัวไม่คิดจะเคารพผมด้วยซ้ำ ทั้งที่นั่งอยู่ตรงหน้าแต่กลับเอาขาขึ้นพาดโต๊ะ แล้วยังเป็นเท้าเปล่าเปลือยอีก ถึงแม้ว่าขากับเท้าจะดูแข็งแรงน่าลูบก็เถอะ


“ทำไมพูดจาใจร้ายแบบนั้นล่ะ ข้าจะมาเยี่ยมพระชายาอีกคนไม่ได้หรือไง”


ว่าแล้วผมก็เอามือจิ้มๆ ไปที่ฝ่าเท้า จนอีกฝ่ายรีบชักขาลงด้วยความตกใจ


“ทำอะไรน่ะ!?”


“อ้าว ไม่ใช่ว่าที่ยื่นขาออกมาเพราะอยากให้ลูบเหรอ?”


ผมทำหน้าซื่อตาใส แสร้งมองขาที่ถูกเก็บลงโต๊ะอย่างเสียดาย เมื่อกี้จิ้มฝ่าเท้าไปทีหนึ่งนึกว่าจะนุ่มแต่กลับแข็งเป็นหินเสียนี่


ยูดัมทำหน้าเหมือนกำลังกลืนยาขม “ใครจะอยากให้ลูบเล่า! คิดว่าข้าอ่อยหรือไง!?”


โอ๊ะ หมอนี่โกรธจนหลุดใช้คำปกติเลยแฮะ เออดี


“ถ้าไม่ใช่แล้วเอาขาขึ้นมาพาดโต๊ะทำไมล่ะ?”


“มันเมื่อยต่างหาก!”


อีกฝ่ายเถียงกลับทันควัน ว้า นึกว่าจะต้อนให้จนมุมได้เสียหน่อย แต่ยูดัมกลับคิดคำโต้ตอบได้ไวกว่าที่คิดแฮะ


“อ๋อเหรอ ขอโทษที่เข้าใจผิดนะ เห็นขาสวยๆ ของเจ้ามันล่อตาล่อใจก็เลยนึกว่าอยากให้สัมผัสน่ะ”


ผมยิ้มหวาน ยูดัมหน้าทะมึนไปแถบหนึ่งก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วมองผมอย่างเอาเรื่อง


“จริงอยู่ว่าข้ามีตำแหน่งเป็นพระชายา แต่อย่าได้คิดว่าข้าจะยอมนอนหรือมีอะไรกับเจ้าหรอกนะ โดยเฉพาะกับบุรุษที่อ่อนแอยิ่งกว่าข้า!”


“โห? งั้นหมายความว่าถ้าข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าสามารถจับกดเจ้าได้ใช่ไหม?”


ผมกวาดมองเรือนร่างของอีกฝ่าย ออกจะมาดแมนปานนี้ไม่นึกเลยว่าจะเป็นฝ่ายรับ


ยูดัมหน้าดำคล้ำเขียว “ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้ากดแน่ ถ้าทำละก็ข้าขอปาดคอตาย!”


“งั้นเจ้ามากดข้าแทนก็ได้”


ผมบอกอย่างใจกว้าง ผมน่ะรับได้ทุกโพสิชั่นอยู่แล้ว ขอแค่ทำแล้วรู้สึกดีนะ


“ข้าไม่มีรสนิยมตกต่ำขนาดนั้น!”


“ข้าออกจะงดงามปานนี้ แถมเป็นถึงโอดินผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าได้ข้าไปเรียกว่ารสนิยมตกต่ำตรงไหนกัน” ผมทำแก้มป่องงอนๆ


คราวนี้ยูดัมทำหน้าเหมือนกับจะอ้วกออกมา “พอเถอะ นี่ฝ่าบาทมีพระประสงค์สิ่งใดกัน ต้องการมาก่อกวนกระหม่อมหรือไร ถ้าใช่ก็ทรงโปรดไปเล่นกับฟริกกาของพระองค์แทนเถิด ทางนั้นคงยินดีที่จะเล่นด้วย”


“แต่ทางนั้นแหละเป็นคนส่งข้าให้มาเล่นกับเจ้านะ”


ผมบอกด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น แต่แทนที่ยูดัมจะโมโหกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นหงุดหงิด


“ฟริกกาส่งมาเอง? งั้นก็เรื่องสำคัญสินะ ฝ่าบาทเชิญตรัสมาได้”


อ้าวเฮ้ย ไหงว่าง่ายจังล่ะ?


“ไม่คิดว่าอาซราส่งปัญหามาให้เจ้าแก้หรือไง ถึงได้ไม่โกรธเลย?” ผมถามด้วยความสงสัย


ยูดัมแค่นเสียง “กระหม่อมรู้จักฟริกกาดีพ่ะย่ะค่ะ ถ้าเขาไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ ก็คงไม่โยนมาให้กระหม่อมแก้ เพราะฉะนั้นจะไปโกรธได้ยังไง”


ท่าทางจะสนิทกันดีกว่าที่คิดนะ... มิน่าล่ะพอทรยศทีก็ไปด้วยกันสามคนเลย แม่ง!


ผมกอดอก รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ “ข้ามาที่นี่ก็เพื่อขอให้เจ้าช่วยสอนวิชาหอกให้หน่อยน่ะ”


“วิชาหอก?” ยูดัมย่นคิ้ว จ้องมองผมเขม็ง “สอนฝ่าบาทน่ะหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“ใช่แล้ว ข้าได้ยินว่าเจ้าเก่งมากเป็นรองแค่ธอร์กับไทร์เท่านั้น อาซราสอนข้าไม่ได้เพราะไม่ถนัด ฉะนั้นข้าจึงมาขอจากเจ้าแทน”


“หืม...” ยูดัมยังคงไม่ตอบตกลง "กับไทร์ กระหม่อมยังพอเข้าใจได้ว่าทำไมฝ่าบาทไม่ไปร้องขอ แล้วธอร์ล่ะ? ฝ่าบาทฝึกกับธอร์ได้นะ”


“ข้าคิดว่าขืนอยู่กับธอร์แล้ว ข้าต้องกลายเป็นไอ้บ้ากล้ามเนื้อเดินได้แน่นอน” ผมตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “ฉะนั้นฝึกกับเจ้าน่าจะดีกว่า”


ยูดัมแสยะยิ้ม “ฝ่าบาท กระหม่อมขอเตือนไว้ก่อน ถึงกระหม่อมเป็นพระชายาของพระองค์ก็ตาม ถ้ามาขอให้ฝึกกระหม่อมก็ไม่ปรานีหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ”


ผมพยักหน้ายอมรับ “ก็ไม่ได้ขอให้ใจดีขนาดนั้นอยู่แล้ว ถ้าข้าใช้หอกป้องกันตัวเองไม่ได้ คงเป็นโอดินที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์เลย”


ยังไงซะผมควรจะใช้อาวุธป้องกันตัวได้บ้าง ตอนเป็นมาเฟียทักษะการยิงปืนของผมก็เพราะมีครูที่เข้มงวดสุดๆ คอยสอน ทำให้ผมสามารถเล็งยิงได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีการพลาดเป้าเลย ผมจึงเข้าใจว่าความเข้มงวดของการฝึกเป็นสิ่งที่ควรมาคู่กัน


“กระหม่อมอาจจะทำให้พระองค์บาดเจ็บหนักยิ่งกว่าตอนฝึกกับธอร์ก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” ยูดัมขู่กลับมา


“เรื่องนั้นข้าเตรียมใจไว้แล้วล่ะ” นี่คิดจะทดสอบจิตใจผมใช่ไหม ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ผมตอบออกไปอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับยิ้มกริ่ม “ถ้าข้าตายง่ายปานนั้นก็อย่ามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เลยแล้วกัน”


ยิ่งในโลกนิยายที่มีแต่การทรยศหักหลังและสงคราม ผมจะต้องแข็งแกร่งเพื่อรับมือกับเรื่องพวกนั้น!


ทันใดนั้นยูดัมก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนจนลบภาพลักษณ์เทพที่กวนประสาทออกไปเลย ผมมองรอยยิ้มนั้นตาค้าง แต่แล้วผมก็เห็นแววตาวิบวับทอแสงเยือกเย็นประหนึ่งนักรบผู้กล้า


“ตรัสแล้วอย่าคืนคำเล่า ฝ่าบาท”


เอ่อ ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองอาจจะไม่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจเสียแล้ว


(6) Glock 17 อาวุธปืนที่ชิ้นส่วนส่วนมากเป็นพลาสติกโพลีเมอร์ เกรดดีชนิดพิเศษที่ทนทานและเหนียวแน่น ยกเว้นแต่ลำกล้องปืนและกลไกยิงลูกกระสุนปืน มีแรงสะท้อน (แรงถีบ) จากปืนค่อนข้างต่ำกว่าปืนแบบอื่นๆ ปืนรุ่นนี้จึงมีประสิทธิภาพในการยิงสูง

(7) ในตำนานนอร์ส วัลคีรีส์ (Valkyrie) หมายถึงเหล่าข้าบริพารหญิงของเทพเจ้าโอดิน แต่เฟร์ย่าจะเป็นผู้คัดเลือกเหล่าหญิงสาวผู้วายปราณให้กลายเป็นอัศวินนางฟ้าที่ช่วยออกรบได้ รวมถึงบางทีก็ทำหน้าที่เป็นคนส่งสารด้วย


*หลายคนคงตกใจว่าทำไมไรท์มาลงเร็ว แถมไม่แบ่งครึ่งตอนอีก นั่นก็เพราะว่าวันนี้ไรท์อารมณ์ดีค่ะ ^ ^ เลยมาลงเพิ่มให้

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนน้า ♡

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 875 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2150 knunkim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 14:00

    555555...เจอโอดินรุกใส่หน่อยถึงกับขนลุกเลยรึจอร์ด

    #2,150
    1
    • #2150-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 8)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:52
      ก็ปกติโอดินไม่เคยจีบนี่นา 55555
      #2150-1
  2. #2111 Yok Poog (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 17:42
    ไม่หวงเลยยยย ตาเป็นไฟเลยนะคะ กลัวแล้ววว จริงๆเราแอบชอบธอร์คะ ชอบหนุ่มกล้าม แนวยูนัสก็ชอบ~ ชอบความตรงของเขาค่ะ
    #2,111
    0
  3. #1610 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 16:01
    แหมมมมมม เดี๋ยวก็หลงโอดิน คริกคริก
    #1,610
    0
  4. #1260 trp1021 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:59
    ใครจะหลงใคร แล้วใครจะได้ตายตอนเกิดสงครามน้าาาา หรือจะโดนหักหลังเหมือนเดิม อยากได้กลิ่นดราม่าจังเลย~
    #1,260
    0
  5. #1208 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:41
    ชอบบบบ ชอบทั้งอาซราทั่งยูดัมเลย มันดีต่อใจยิ่งนัก
    #1,208
    0
  6. #1109 Kamonchanoknamak (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:30
    เคะเอ๋ย.....
    #1,109
    0
  7. #1093 Burning Princess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:10
    ฟินง่า
    #1,093
    0
  8. #1071 Lamer_Perfhun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:38
    งื้อเดี๋ยวจะต้องหลงน้องอีกแน่นอน55
    #1,071
    0
  9. #865 love_forever 1992 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 18:48

    เอาแล้ววววว
    #865
    0
  10. #775 Pimmy_01 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 03:20
    สงสารน้องนะงับบบ
    #775
    2
    • #775-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      28 ธันวาคม 2562 / 06:25
      มาให้กำลังใจน้องกันค่ะ
      #775-1
    • #775-2 Kamonchanoknamak(จากตอนที่ 8)
      5 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:18
      นั่นจิ
      #775-2
  11. #716 sakura17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 21:08
    อย่าทำอะไรมาร์ลันนะ555
    #716
    0
  12. #543 KOMUKOMI (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 21:09
    มาร์ลันสู้ๆ
    #543
    1
    • #543-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      5 ธันวาคม 2562 / 06:39
      มาร์ลันบอกขอบคุณน้า > <
      #543-1
  13. #458 ai3124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:42
    งั้นกดข้าแทนก็ได้555อย่างชอบ
    #458
    1
    • #458-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 20:52
      มาร์ลันตรงไปตรงมาค่ะ 55555
      #458-1
  14. #304 defosw25 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 16:47
    รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย 555555555
    #304
    1
    • #304-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 06:13
      ไม่ปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจใช่ไหมคะ > <
      #304-1
  15. #287 maytawarin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:57
    สนุกมาก ง่วงเเล้ว เเต่อยากอ่านต่อ ขอโทษค่ะครูวิชาเลขหนูจะไปหลับคาบครูนะ
    #287
    1
    • #287-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 06:18
      ขอบคุณที่อ่านนะคะ ^ ^
      #287-1
  16. #269 TTRRAA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 12:14
    อืม ผลิตปืนออกมาไม่ได้หรอคะ?

    น่าจะสั่งให้ผลิตได้นะ
    #269
    1
    • #269-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 13:23
      ต้องมีงบ + แร่ + ช่าง + คนรู้โครงสร้างปืน บางทีอาจจะทำได้นะคะ มาร์ลันชอบปืนก็จริง แต่ไม่ถึงขนาดรู้กระบวนวิธีประกอบปืนหรอกค่ะ และเจ้าตัวคงคิดว่ามันยุ่งยากแหละ ^ ^
      #269-1
  17. #231 Mistyblack (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 07:35
    งั้นไรท์ควรอารมณ์ดีบ่อยๆ
    #231
    2
    • #231-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      11 พฤศจิกายน 2562 / 19:04
      จะพยายามนะคะ 5555
      #231-1
  18. #128 annaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 11:50
    รอตอนต่อ
    #128
    1
    • #128-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      28 ตุลาคม 2562 / 20:29
      ตอนต่อไปมาเร็วๆ นี้ค่ะ รอหน่อยน้า ^ ^
      #128-1
  19. #127 cake08234 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 09:37
    ตอนนี้ทำให้เราแอบรู้สึกฟินนิดๆอะแล้วยิ่งน้องบอกเป็นรับก็ได้ไม่รังเกียจแบบนี้อะฮึๆๆๆ
    #127
    1
    • #127-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      28 ตุลาคม 2562 / 10:36
      อันที่จริงมาร์ลันค่อนข้างเปิดกว้าง เพียงแต่ชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนิดหน่อย
      #127-1
  20. #126 Musumeji (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 07:28
    สามรุมหนึ่ง หึๆๆๆๆๆ
    #126
    1
    • #126-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      28 ตุลาคม 2562 / 10:35
      รู้เลยว่าใครเสียเปรียบ 5555
      #126-1
  21. #125 kaopunb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 07:00
    น้องน่ารักก แงงง
    #125
    1
    • #125-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      28 ตุลาคม 2562 / 10:35
      น่าเอ็นดูเนอะ > <
      #125-1
  22. #124 WorldOfDucks (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:03
    ยัยน้องเริ่มตกพระชายา(?)อีกคนล้าววว
    #124
    1
    • #124-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      28 ตุลาคม 2562 / 10:34
      ต้องทำคะแนนเพื่อให้รอดจากรูทหายนะค่ะ 5555
      #124-1
  23. #123 faluv_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:57
    มาร์ลันสุดน่ารัก น่ารักทุกตอน อยากอุทานว่าน้องดังๆๆๆ แง
    #123
    1
    • #123-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      27 ตุลาคม 2562 / 21:42
      ขอบคุณที่เอ็นดูมาร์ลันค่ะ 55555
      #123-1
  24. #122 nameicu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:47
    ขอให้ไรท์อารมณ์ดีตลอดไป
    #122
    1
    • #122-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      27 ตุลาคม 2562 / 21:40
      จะได้ลงให้ทุกวันเลยใช่ไหมคะ? 55555
      #122-1
  25. #121 wipada_nummark (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:41
    มาร์ลันเอ๋งเปลี่บนใจละเรอะ
    #121
    1
    • #121-1 Anabella(จากตอนที่ 8)
      27 ตุลาคม 2562 / 21:40
      ต้องรุกหาทุกคนอย่างเท่าเทียมค่ะ ^ ^
      #121-1