[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 7 : ประกาศครั้งที่ 6 การมีพระชายาโหดก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 872 ครั้ง
    26 ต.ค. 62

ประกาศครั้งที่ 6 การมีพระชายาโหดก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน


หน้าของผมถูกกดลงบนแผงอกแข็งๆ จนได้กลิ่นดินฉุนๆ เข้าจมูก อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ร้องโวยวายรวมถึงดิ้นรนด้วย ผู้ชายคนนี้มีพละกำลังแข็งแรงเกินไปแล้ว! หรือที่จริงร่างมาร์ลันอ่อนปวกเปียกเกินไปกันแน่เนี่ย!?


ผมเหลือกตาขึ้นแล้วก็เห็นว่าที่หน้าผากของชายคนนั้นมีอักษรรูนสีเงินเรืองแสง เจ้าตัวอักษรนั้นผมจำมันได้ดีเพราะมันคือหนึ่งในอักษรรูนไม่กี่ตัวที่มาร์ลันใช้ได้


รูนคาโน รูนแห่งการเปิดทาง! มิน่าล่ะหมอนี่ถึงย่องดอดเข้ามาลักพาตัวผมไปได้ง่ายๆ รูนนี้จะช่วยเปิดเส้นทางไปยังเป้าหมายที่ต้องการและตราบใดที่รูนนี้ยังทำงานอยู่ อุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงจะเข้ามากล้ำกรายไม่ได้ เหมือนกับที่อาซรา เนลโลและคนอื่นๆ ซึ่งอยู่ใกล้ผมแท้ๆ ยังไม่รู้ตัวว่าผมถูกลักพาตัวไปนั่นแหละ!


บัดซบ! ต้องทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นผมได้เสร็จโจรแน่!


เจ้าหมอนี่แหวกฝ่าฝูงชนไปที่ทางออกอย่างง่ายดายด้วยฤทธิ์อำนาจของรูนคาโน ในตอนที่ผมกำลังจะฝังฟันลงบนแผ่นอกของคนลักพาตัว ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียบเย็นดังกังวานขึ้นภายในห้องงานแต่ง


“ดากาส (รูนแห่งแสงสว่าง) ”


ที่กึ่งกลางห้องปรากฏดวงไฟสีเหลืองนวลตา ก่อนที่มันจะระเบิดออกกลายเป็นแสงปกคลุมทั่วทั้งห้อง แสงนั้นเจิดจ้าไม่ต่างอะไรกับสปอตไลต์กำลังสูงแทบทำให้ตาบอดได้ แต่ว่าเพราะรูนนี้เองทำให้รูนคาโนถูกแสงสว่างกลืนกินและเสื่อมฤทธิ์ไป


“แย่แล้ว!?”


ชายที่ลักพาตัวผมอุทาน รูนดากาสไม่ได้ส่องแสงมากพอจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ทว่ามันก็ทำให้เห็นเงาลางเรือนของผู้คนอยู่บ้าง และในตอนนั้นเองที่ทุกคนเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอะไรบางอย่างวิ่งแทรกผ่านไป เมื่อรูนคาโนหายไปทุกอย่างจึงกลับสู่ความจริงในพริบตาว่ามีใครบางคนแอบลักลอบเข้ามาในงานนี้!


“นะ นี่ใครกำลังวิ่งอยู่น่ะ หยุดนะ!”


“เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่ท่านเอริคพูดหรือไง บอกให้อยู่เฉยๆ น่ะ!”


เมื่อผู้คนไม่ยอมหลีกทางให้เหมือนตอนที่รูนคาโนแสดงพลังอีกแล้ว ผู้ลักพาตัวจึงหลบหนีลำบากมากขึ้น และแล้ว…


เช้ง!


ทันใดนั้นผมเห็นประกายสีเงินของดาบวาบผ่านนัยน์ตา ก่อนที่เสียงนุ่มแต่ทวีความเย็นชาขึ้นจะกล่าวว่า


“เจ้าจะปล่อยเขาหรืออยากให้ข้าสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้นก่อน!”


อะ อาซรานี่!? รู้สึกตัวแล้วสินะว่าผมหายไป!


ผมจำเสียงนั้นได้ ในใจมีความหวังวาดผ่าน และการเคลื่อนไหวของอาซรานี่เองทำให้เหล่าข้าราชบริพารของผมเริ่มตื่นตัวขึ้นมา


“แย่แล้ว มีคนร้ายลักพาตัวฝ่าบาท!”


“จับกุมมัน!”


ทว่ากว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหว อาซราก็สับเท้าเข้ามาใกล้แล้ว ผมเห็นประกายสีแดงจากดวงตาที่เยือกเย็นกว่าทุกทีจับจ้องมา พร้อมกับดาบเพรียวที่ฟาดฟันลงมา จนคนที่ลักพาตัวสะดุ้งโหยงหลบหลีกเป็นพัลวัน


อุบ๊ะ อาซราอย่างเท่!


ถึงตอนนี้ยังไม่จัดว่าสว่างเท่าไหร่นัก แต่ผมรับรู้ได้ว่ากระบวนท่าของอาซราไม่ธรรมดาเลย ทั้งเร็วและเฉียบขาดทุกปลายคมดาบทิ่มลงจุดอันตรายทั้งนั้น ไม่ว่าจะกลางอก ลำคอและศีรษะ กระนั้นชายที่ลักพาตัวผมก็ยังคงหลบได้ถึงแม้ว่าจะเริ่มเหนื่อยล้าเต็มที่


สวบ!


“อั๊ก!”


คนที่กอดผมอยู่ชะงักเมื่อคมดาบทิ่มลงไปที่แผ่นหลัง ในตอนนั้นเองที่ไฟส่วนใหญ่เริ่มจุดติดอีกครั้ง พอให้ความสว่างที่มากพอกับห้องโถงจัดงานบ้าง คนลักพาตัวล้มลงทั้งที่กอดผมไว้อยู่ ทำให้พวกเราตกอยู่ในสภาพสบตาปิ๊งๆ เข้าให้


อืม มันคงจะเป็นอะไรที่โรแมนติกอยู่หรอกถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ตัวผู้หรือไม่ก็หน้าตาหล่อเหลาบาดใจกว่านี้น่ะ แต่นี่นอกจากจะธรรมดาแล้ว ตัวก็บึกอย่างกับกระทิงเหล็ก


“ไม่ใช่ฟอลเก้นี่!” ชายคนนั้นอุทาน ตาเบิกกว้าง


กอดมาตั้งนานนี่เอ็งเพิ่งจะตรัสรู้เหรอ!?


ผมถลึงตาใส่อย่างดุร้าย นี่คิดว่าผมเป็นเจ้าสาวคนนั้นได้ไงเนี่ย? เพราะผมสีทองยาวนี่เหรอ? แต่ว่าผมตัวสูงกว่าเจ้าหล่อนอีกนะ แถมหุ่นก็หนากว่าไม่ได้บอบบางเหมือนฟอลเก้ด้วย ผมรู้สึกหงุดหงิดมากที่โดนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง


เนลโลหน้าดำคล้ำเขียวเมื่อเห็นว่าเจ้านายถูกคนแปลกหน้ากอดอยู่ “ฝ่าบาท!”


ดวงหน้าของอาซรายิ่งเยียบเย็นขณะเงื้อดาบขึ้นหวังจะเสียบทะลุคอหอยของคนที่มากอดผม แต่แล้วฟอลเก้ก็โผล่เข้ามาขวาง


“ฟริกกา! อย่าเพคะ!!”


ปลายดาบอันแหลมคมหยุดลงตรงหน้าผากของเจ้าสาวพอดิบพอดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ทุกคนตกใจ ผมได้ทีเอาข้อศอกถองเข้าไปที่ลิ้นปี่ของคนที่จับจนอีกฝ่ายจุกแล้วปล่อยผม จังหวะนั้นทหารก็กรูเข้ามาล้อมจับผู้ชายคนนั้นไว้อย่างรวดเร็ว


“ฝ่าบาท ไม่เป็นไรนะพ่ะย่ะค่ะ!”


เนลโลวิ่งเข้ามาตรวจดูผมก่อนใคร ผมส่ายหน้าก่อนจะมองเจ้าสาวที่กลัวจนตัวสั่นแต่ยังกางแขนปกป้องชายกระทิงสุดกำลัง


“วางดาบลงก่อนเถอะ อาซรา” ผมเอ่ยเสียงเบาพลางเดินตรงเข้าไปวางมือลงบนดาบเพรียวนั้น


“...พ่ะย่ะค่ะ”


อาซรายอมเก็บดาบกลับไป แต่ดวงตาสีแดงยังจ้องเขม็งไปที่เจ้าสาวซึ่งยืนขวางทางดาบทั้งที่เนื้อตัวสั่นเทา ผมมองเธอสลับกับชายแปลกหน้าคนนั้น


“มีใครพอจะอธิบายให้ข้าฟังได้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?”


ทุกคนในงานเงียบกริบ ก่อนที่เกิร์ดจะก้าวยาวๆ เข้ามากระชากเจ้าสาวเข้าหาตัว ดวงตาวาวโรจน์มองไปที่ชายแปลกหน้าคนนั้น


“แกอีกแล้วเหรอ! เป็นมนุษย์แต่กล้าอาจหาญมาเหยียบดินแดนวานาเฮม มิหนำซ้ำยังล่วงเกินโอดินอีก เจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”


“ข้ายอมที่จะตาย ถ้ามันหยุดยั้งไม่ให้ฟอลเก้ไม่แต่งงานกับเจ้าได้!”


ชายคนนั้นโต้ตอบกลับไปอย่างโกรธแค้น แล้วก็ได้รับเท้าจากเกิร์ดมาเป็นรางวัล เสียงเตะที่ดังไม่เบานั้นบอกได้เลยว่าคงทำให้เลือดกบปาก


“ท่านเกิร์ด! อย่า อย่าทำเขาเลยค่ะ!”


ฝั่งเจ้าสาวพอเห็นเจ้าบ่าวลงมือรุนแรงก็รีบเข้ามาห้าม แต่เธอก็โดนผลักกระเด็นจนลงไปนั่งอยู่ที่พื้นในสภาพที่ไม่น่าดูนัก


ในฐานะที่ผมดูละครไทยมามาก พอจะเดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพื่อความกระจ่างผมจึงต้องรีบหยุดเกิร์ดเสียก่อน


“พอได้แล้ว! มาพูดกันดีๆ เป็นถึงเทพแท้ๆ เจ้าลงไม้ลงมือกับมนุษย์อย่างไร้ความปรานีได้ยังไง! ยังไม่ทันรู้ต้นสายปลายเหตุเจ้าก็ใช้กำลังเสียแล้ว เอริคสั่งสอนเจ้าอย่างไรนี่!”


ได้ทีผมว่ากระทบถึงคนเป็นพ่อไปด้วย เอริคที่เอาแต่ยืนดูมาตลอดกลัวจะเสียหน้า รีบเข้ามาห้ามทันที


“พอก่อน อย่าทำเรื่องเสียมารยาทต่อหน้าโอดินกับฟริกกานะ!”


เกิร์ดทำหน้าไม่พอใจ “แต่ว่า!”


“ไม่ได้ยินที่ฝ่าบาทรับสั่งหรือไร!”


เอริคตวาดหนึ่งที บุตรชายของเขาจึงข่มกลั้นความโกรธได้ ทว่าใบหน้าที่เขียวช้ำของชายแปลกหน้าทำให้ฟอลเก้หลั่งน้ำตา


“โธ่ ฮันเนส!”


มาถึงขนาดนี้แล้วผมว่าคนทั้งงานคงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฝั่งเจ้าสาวอาลัยอาวรณ์กับคนที่ชื่อฮันเนสถึงเพียงนี้ ดูท่างานแต่งนี่คงคลุมถุงชนซะละมั้ง


“ฟอลเก้” ผมเรียกชื่อเธอเบาๆ ฝ่ายเจ้าสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยน้ำตาอาบใบหน้า “บอกมาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”


เธอเม้มปากก่อนจะเหลือบมองไปที่สองพ่อลูกซึ่งอยู่ไม่ไกล ผมรับรู้ถึงความกลัวนั้นจึงยิ้มปลอบประโลม


“ไม่ต้องกลัว จงพูดออกมาตามจริงเถิด ไม่มีใครในที่นี้ยิ่งใหญ่ไปกว่าข้าแล้ว”


จากทางหางตาผมมองเห็นเอริคกับเกิร์ดสะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลทันที หึ คิดว่าผมจะทำเป็นไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้เพื่อเห็นแก่ที่มอบเงินมาเติมท้องพระคลัง ฝันไปเถอะ! นี่เป็นโอกาสดีที่จะฮุบสมบัติของตระกูลนี้ทั้งหมดเลยต่างหาก หึๆ


ได้ยินดังนั้นฟอลเก้ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เธอจึงยอมเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง


ฟอลเก้ เป็นเทพชั้นผู้น้อยที่ฐานะไม่ได้ดีมากนักในดินแดนวานาเฮมแห่งนี้ พ่อของเธอตายจากไปเหลือแค่แม่ที่ป่วยอยู่ ค่ารักษาสำหรับแม่นั้นแพงมาก เธอจำเป็นต้องกู้เงินกับทางครอบครัวของเกิร์ด ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่อาจจ่ายไหว แต่เธอก็พยายามจะทำงานหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ แต่แล้วเกิร์ดกลับเสนอข้อแลกเปลี่ยนว่าจะยกหนี้ให้หมดก็ได้ ขอเพียงมาแต่งงานกับเขา


“แต่ว่าหม่อมฉันมีคนรักอยู่แล้วเพคะ” ฟอลเก้กล่าวทั้งน้ำตา หันไปมองฮันเนสด้วยสายตาลึกซึ้ง “ถึงเขาจะเป็นมนุษย์แต่ก็จริงใจ ซ้ำยังแบ่งเงินมาช่วยใช้หนี้ให้หม่อมฉันอีกด้วย แน่นอนว่าหม่อมฉันปฏิเสธที่จะแต่งงานกับท่านเกิร์ดเพื่อใช้หนี้ แต่ว่าเขา...”


เธอตวัดสายตาไปที่พ่อลูก จากสีหน้าที่เศร้าโศกเปลี่ยนเป็นคับแค้นใจ “เขาบอกข้าว่าหากไม่ยอมแต่งด้วย จะฆ่าฮันเนส หม่อมฉันไม่มีทางเลือกเลยต้องแต่งงานกับเขาเพคะ”


นั่นไง เดาไม่ผิดเลย!


คราวนี้ผมหันไปมองฮันเนส “งั้นเจ้าก็มาที่นี่เพื่อช่วยฟอลเก้สิ ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดกฎแต่เจ้าก็ยังฝ่าฝืนเข้ามา ลงทุนดับเทียน ใช้รูนคาโนเพื่อลักพาตัวเธอไปสินะ”


ถึงแผนจะล่มเพราะดันไปคว้าผมเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าสาวก็เถอะ...


“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” ฮันเนสก้มหน้ายอมรับโดยดุษณี “กระหม่อมรักฟอลเก้มาก และกระหม่อมขอยอมตายดีกว่าให้นางไปแต่งกับท่านเกิร์ด!”


“เรื่องพวกนี้จริงงั้นเหรอ ท่านเอริค ท่านเกิร์ด”


คนถามไม่ใช่ผมแต่เป็นอาซรา ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ราวกับกำลังโกรธ เวลาที่อีกฝ่ายทำหน้าแบบนี้แล้วดูมาดแมนสมชายชาตรีขึ้นมาทันใด


“คะ คือว่าเรื่องนั้นเพราะเกิร์ดรักฟอลเก้มานานแล้ว อีกอย่างมนุษย์กับเทพจะแต่งงานกันได้อย่างไร แค่อายุขัยพวกเราก็ต่างกันมากแล้ว ฟอลเก้ควรจะได้อยู่กับคนที่คู่ควร...” เอริคละล่ำละลักอธิบาย ขณะที่อาซราตัดบทขึ้นว่า


“มนุษย์แต่งกับเทพไม่ได้? แล้วเจ้าที่เป็นตระกูลวานีร์ไม่ใช่ว่ามีเลือดมนุษย์อยู่ในตัวหรือไร หรือลืมกำพืดตัวเองไปแล้ว?”


อื้อหือเจ็บ!


ผมไม่ต้องพูดอะไรเลยอาซราก็จัดการออกหน้าให้เสร็จสรรพ แถมยังตอกหน้าให้ด้วย อาซราเป็นเทพแห่งการแต่งงานและความรักคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นคู่รักถูกพลัดพรากอย่างนี้สินะ


เอริคหน้าซีดเป็นข้าวต้ม “ระ เรื่องนั้น แต่กระหม่อมแค่หวังดี ถึงยังไงรักกับมนุษย์ก็มีแต่จะเจ็บปวดเพราะเวลาที่ต่าง...”


“หึ หวังดีด้วยการไปแยกคนรักออกจากกันงั้นเหรอ แถมยังไปขู่เขาอีกเนี่ยนะ?” ผมแค่นเสียงอย่างสังเวชใจ “เขาจะรักกันก็เป็นเรื่องของเขา เรื่องอายุขัยที่แตกต่างสองคนนี้คงรู้อยู่แล้วล่ะ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าอายุยืนหรือสั้นแต่มันอยู่ที่ว่าใช้เวลาด้วยกันอย่างไรต่างหาก”


ผมโบกมือให้ทหาร พวกเขาจึงยอมปล่อยฮันเนส อีกฝ่ายซวนเซลุกขึ้นเพราะยังมีแผลที่หลังจากการถูกแทงอยู่ ฟอลเก้ที่ไม่ต้องปิดบังเรื่องใดอีกต่อไป ก็โผเข้ามากอดชายคนรักแนบแน่น แค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่าต่อให้ต้องเจอเรื่องใดในอนาคต พวกเขาก็ยังตัดสินใจจะรักกันต่อไป


เหล่าแขกเหรื่อที่ฟังเรื่องราวทั้งหมด ไม่มีใครเข้าข้างสองพ่อลูกเอริคและเกิร์ดเลย ต่างพากันส่งสายตาตำหนิและชิงชังให้ อย่างไรเสียแขกที่นี่เกินครึ่งเป็นตระกูลวานีร์ที่มีสายเลือดมนุษย์เจือปน จึงมีคนให้เกียรติเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่บ้าง


“เห็นไหม” ผมผายมือเป็นที่คู่รักซึ่งถูกพลัดพราก “พวกเขารักกันมากขนาดนี้ เจ้าเป็นเทพประสาอะไรถึงไปแยกพวกเขา! แถมยังคิดจะฆ่ามนุษย์อีก ลืมแล้วเหรอ กฎของเทพน่ะ!”


เทพอยู่ได้ด้วยความศรัทธาของมนุษย์และเพราะเหตุนี้เองเทพจึงไม่สามารถทำร้ายและเข่นฆ่ามนุษย์ได้ หากผู้ใดลงมือจะต้องได้รับโทษสูงสุด


“ฝะ ฝ่าบาทพวกกระหม่อมแค่ขู่ไปอย่างนั้นเอง! ไม่ได้คิดจะลงมือจริงจัง...” เกิร์ดลนลานแก้ตัว


“โกหก!” ฟอลเก้เถียงกลับ ชี้หน้าสองพ่อลูกด้วยมือที่สั่นเทาจากความโกรธ “ถึงพวกท่านจะยังไม่ได้ฆ่ามนุษย์ แต่พวกท่านฆ่าแม่ของข้า! พวกท่านหลอกให้ข้ากู้ยืมเงินมาเยอะๆ ก็เลยวางยาแม่ข้าจนในที่สุดนางก็ตาย! กับเทพด้วยกันท่านยังฆ่าได้! แล้วมนุษย์จะเหลืออะไร เมื่อกี้ยังลงมือกับฮันเนสอีกด้วย!”


คราวนี้ผู้คนถึงกับฮือฮา ผมงี้ฟังแล้วยังอึ้งเลย ทีแรกนึกว่ารังแกแค่มนุษย์ แต่ฆ่าเทพด้วยหรือนี่ อื้อหือข้อหาใหญ่มาก ดีๆ ผมแอบยิ้มชั่วร้าย


เอริคเสียงสั่น ดวงตาถลึงใส่ฟอลเก้ “เจ้าใส่ร้ายพวกเรา! นางป่วยตายไปเองต่างหาก! ยาของพวกเราเป็นของชั้นเลิศไม่มีทางทำให้แม่ของเจ้าตายได้!”


“โกหก! ข้าให้ท่านหมอตรวจดูแล้วยานั่นมีพิษเจืออยู่ทำให้แม่ข้าตายอย่างช้าๆ แบบไร้ข้อสงสัย! ข้าคงจะเอาเรื่องนี้มาเป็นหลักฐานได้หากเจ้าไม่ฆ่าท่านหมอปิดปาก!” ฟอลเก้โต้เถียงทั้งน้ำตานองใบหน้า


“เจ้า!”


เกิร์ดทำท่าจะยกเท้าถีบฟอลเก้ แต่อาซราไวกว่าด้วยการชักดาบมาขวางหน้าไว้ ดวงหน้าที่เย็นชานั้นยิ่งทำให้เหมือนรูปสลักเข้าไปใหญ่


“เลิกเถียง!”


อาซราตวาดเสียงดัง แล้วทุกคนก็พากันเงียบกริบ


*************************************************************************


มีพระชายาโหดและมากบารมีก็ดีอย่างนี้ละนะ ผมกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างภูมิใจ ขณะก้าวมาเคียงข้างอาซราพยายามปั้นหน้าให้ขึงขังเข้าไว้


“เจ้าไม่ควรร้อนตัวนะ เกิร์ด เรื่องนี้จริงหรือเท็จประการใด ข้าจะส่งให้ฟอร์เซตีสอบสวนเอง”


ฟอร์เซตีคือเทพแห่งความยุติธรรมและการพิพากษา เจ้าตัวรับผิดชอบดูแลลานตัดสินคดีพอดี เรื่องใดที่เกี่ยวพันกับเทพจะมาถึงมือของฟอร์เซตีทั้งหมด


และผมก็ได้ยินว่าฟอร์เซตีฉลาด เขาถนัดนักละในการหาหลักฐานและการเค้นความจริงจากปากผู้กระทำผิด พ่อลูกนั่นคงรู้เช่นกันหน้าจึงซีดขาวไร้สีเลือดไปเรียบร้อยแล้ว


เอริคกระซิบกับลูกชาย “ไม่เป็นไร ยังไงไม่มีหลักฐานแน่ๆ ...”


ผมหูดีได้ยินเข้าจึงข่มขู่สำทับเสียหน่อย “อ๋อ ใช่ ต่อให้หาหลักฐานมาเอาผิดเจ้าเรื่องฆ่าแม่ของฟอลเก้ไม่ได้ก็ตาม สิ่งที่เจ้าทำก็ต้องได้รับบทลงโทษอยู่ดี คงรู้ใช่ไหม?”


ตาของผมเหล่ไปทางคู่ฮันเนสและฟอลเก้ที่ประคับประคองกันด้วยความรัก คราวนี้ผมเห็นพ่อลูกทำท่าจะเป็นลมล้มพับ หึๆ ผมเรียนมาเยอะนะ โทษของการทำร้ายมนุษย์โดยที่ไม่เหตุอันสมควร ไม่ว่าจะทางร่างกาย วาจาหรือจิตใจ หนักถึงขั้นปลดออกจากการเป็นเทพและเนรเทศไปอยู่โลกมนุษย์เชียวล่ะ สักขีพยานก็มีเต็มห้องจัดงานเลยด้วย ทุกคนคงพร้อมใจกันให้ปากคำเรื่องที่เอริคและเกิร์ดทำร้ายจิตใจมนุษย์ด้วยการไปแย่งเจ้าสาวเขามา รวมถึงที่ถีบฮันเนสเมื่อกี้ด้วย


ผมตั้งใจว่าจะไม่ให้สองพ่อลูกรอดพ้นจากข้อหาทำร้ายมนุษย์เด็ดขาด เพราะถ้าทำสำเร็จเท่ากับว่าผมมีอำนาจที่จะยึดทรัพย์สินของพวกเขาเข้าท้องพระคลังน่ะสิ!


กลับไปต้องเตี้ยมกับฟอร์เซตีหน่อยแล้ว


อาซราเก็บดาบกลับเข้าฝักเอ่ยเสียงเฉียบว่า “ทหารจับกุมสองคนนี้ไว้ ส่งไปพิจารณาคดีกับฟอร์เซตี!”


“พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ!”


คราวนี้พ่อลูกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้แต่ยอมจำนนโดนทหารมาจับและลากออกไป แขกเหรื่อพากันมองพวกเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามแทบจะจมดิน รวมถึงสาปส่งกันยกใหญ่


ผมยื่นตัวเข้าไปหาอาซราแล้วกระซิบกันเบาๆ สองคน


“เราโชคดีจังเลยนะ ว่าไหม?”


“อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”


อาซราไม่เข้าใจ ผมจึงยิ้มให้ ดวงตาแพรวพราว


“ก็ทีนี้เราไม่ต้องประจบเอาใจใครแล้วใช่ไหมล่ะ?”


อาซรามีสีหน้าเข้าใจโดยพลัน รอยยิ้มอ่อนปรากฏบนริมฝีปาก


“คงสมพระทัยฝ่าบาทแล้วสินะพ่ะย่ะค่ะ”


“ยิ่งกว่าถูกใจเลยล่ะ”


ผมยิ้มกว้างไม่คิดว่าตัวเองจะดวงเฮงขนาดนี้ ทีโลกเก่าผมไม่เห็นจะโชคดีแบบนี้บ้างเลย


“แล้วฝ่าบาทจะทำอย่างไรกับพวกเขาดีพ่ะย่ะค่ะ”


เขาผายมือไปทางฟอลเก้และฮันเนส ทั้งสองกำลังกอดกันและมองมาที่ผมและอาซราด้วยความกังวล


“แต่ยังไงโทษที่ฮันเนสเข้ามาในดินแดนวานาเฮมก็ถือว่าผิดอยู่นะ แม้จะเข้ามาเพราะมีเหตุผลจำเป็นก็ตาม” ผมมองพวกเขา ทำท่าครุ่นคิดบทลงโทษที่เหมาะสม


“แถมเมื่อกี้เขาก็กระทำเรื่องไร้มารยาทกับฝ่าบาทด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ” อาซราเสริม


ฮันเนสได้ยินก็สะดุ้งรีบมานั่งคุกเข่า “กะ กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจ! โปรดให้อภัยกระหม่อมด้วย!”


“เอาเถอะ ข้าไม่ถือสา คิดเสียว่าแผลถูกแทงที่หลังเจ้าถือว่าเป็นการลงโทษที่ล่วงเกินข้าแล้วกัน” ถึงผมจะไม่ชอบใจตอนโดนลักพาตัวก็เถอะ อีกฝ่ายก็โดนแทงไปแผลหนึ่งจากอาซราแล้ว ผมเลยเอามาหักล้างความคิดในข้อหานั้นไป


เห็นดังนั้นอาซราจึงว่า “งั้นเราลงโทษแบบนี้ดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”


“ยังไงหรือ?” ผมสนใจความเห็นของอาซรา


“เห็นแก่ความรักที่ฮันเนสมีให้ต่อฟอลเก้ กระหม่อมจึงอยากจะลงโทษด้วยการห้ามเหยียบออกจากแดนมนุษย์ชั่วชีวิต ทรงคิดเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”


เป็นโทษที่เบา แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่รับได้ ผมพยักหน้าคล้อยตาม


“เอาอย่างนั้นก็ได้นะ เขาทำเพราะรักฟอลเก้ด้วย”


ฮันเนสกับฟอลเก้ได้ยินถึงกับคุกเข่า สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ


“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ โอดิน! ฟริกกา!”


เห็นสองคนนั้นจับมือกันไม่ปล่อย ผมก็ยิ้มบางหันไปทางอาซรา


“ถึงงานแต่งระหว่างเอริคกับฟอลเก้จะล่ม แต่เราคงจัดงานแต่งให้ฮันเนสกับฟอลเก้ได้กระมัง?”


พอผมเสนอออกมา อาซราก็มีท่าทีตกใจ แต่คนที่ตกใจมากกว่าเห็นจะเป็นคู่รักทั้งสอง


“งะ งานแต่งของพวกเราหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮันเนสละล่ำละลั่กถามคล้ายไม่เชื่อหู


“ใช่แล้ว ไหนๆ ก็อุตส่าห์จัดงานมงคลทั้งทีจะให้ของพวกนี้เสียเปล่าได้ยังไง” ผมวาดมือไปรอบๆ ที่ของกินทั้งหลายยังไม่พร่องไปเสียเท่าไหร่ “คิดว่ายังไงกันล่ะ?”


พอผมถามความเห็นคนอื่นดูก็มีเสียงตอบรับกลับมา


“เห็นด้วยเพคะ!”


“ทั้งสองคนฟันฝ่าอุปสรรคมา สมควรจะได้รับรางวัล!”


“พวกเราสนับสนุนพ่ะย่ะค่ะ!”


ผมคิดอยู่แล้วว่าทุกคนจะต้องเห็นด้วยจึงยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะปรายตามาทางอาซรา


“เจ้าล่ะว่าไง?”


“หากเป็นความประสงค์ของฝ่าบาท กระหม่อมก็ไม่คัดค้านพ่ะย่ะค่ะ” อาซรายอมรับเช่นเดียวกับคนอื่นๆ


“ดีละ งั้นข้าเป็นเจ้าภาพจัดงานเอง!”


ไหนๆ ก็ได้ทรัพย์สินของพ่อลูกมาแล้ว ขอใช้เสียหน่อยแล้วกัน เป็นการสร้างชื่อเสียงที่ดีในเรื่องความรักความเมตตาต่อมนุษย์ด้วย และที่สำคัญ...


สายตาของผมเลื่อนจับไปยังเค้กเจ้าหญิงที่ไม่ได้แตะต้องเลย ผมต้องการจะกินอาหารต่อจากที่ค้างเอาไว้ด้วย!


สรุปว่างานแต่งที่ผมชิงชังจบลงด้วยดี และกลายเป็นงานแต่งที่ผมอิ่มหนำสำราญมากที่สุด ผมลูบพุงของตัวเองที่ยื่นออกมาน้อยๆ จากการทานเค้กเจ้าหญิงก้อนใหญ่เข้าไป พวกเรากลับวังช้ากว่ากำหนดการ แต่ตอนที่จัดเลี้ยงอยู่นั้นผมก็ได้รับสารอันน่าพอใจจากฟอร์เซตี


ในที่สุดสองพ่อลูกเอริคกับเกิร์ดก็ยอมสารภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องที่ข่มขู่และทำร้ายร่างกายมนุษย์อย่างเดียว กระทั่งเรื่องที่ฆ่าแม่ของฟอลเก้ พวกมันก็สารภาพออกมาหมด เล่นเอาผมประหลาดใจในวิธีการสอบสวนของฟอร์เซตีเลยทีเดียว แต่ก็นะการสารภาพผิดของที่นี่ถึงจะได้รับการลดหย่อนโทษแต่เกรงว่าแทนที่จะถูกเนรเทศไปอยู่ดินแดนมนุษย์อาจจะถูกส่งไปดินแดนเฮลเฮมแทนก็เป็นได้


แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ ผมยึดทรัพย์สินของพ่อลูกมาได้จำนวนมหาศาลเลยล่ะ! แค่นี้ผมก็พึงพอใจสุดๆ แล้ว! ทำให้ระหว่างที่นั่งรถกลับวังผมถึงกับอารมณ์ดีชวนคุยกับอาซรา


“การได้แต่งงานกับคนที่รักเนี่ยวิเศษไปเลยนะ เทียบกันแล้วฟอลเก้แต่งกับเกิร์ดถึงจะดูเหมาะสมกัน แต่ถ้าไม่ได้รักกัน แต่งงานไปคงมีแต่ทุกข์เปล่าๆ”


ขอสรรเสริฐฮันเนสที่กล้าเสี่ยงตายมาชิงตัวเจ้าสาว! ไม่อย่างนั้นผมคงหาทางยึดทรัพย์ของสองพ่อลูกไม่ง่ายดายปานนี้


“แต่คู่ของพวกเราก็เหมือนกันนี่พ่ะย่ะค่ะ แต่งเพื่อความเหมาะสมและแต่งเพื่อ...ผลประโยชน์” ดวงตาของอาซราหลุบลง เสียงก็ดูสะทกสะท้อนใจ


ผมรู้อยู่หรอกนะ โอดินจะได้อำนาจของตระกูลฟริกกาคอยค้ำจุน ในขณะที่ตระกูลฟริกกาก็ได้เชิดหน้าชูตาและมั่นคงต่อไปอีกพันปี เรียกว่าเราพึ่งพาอาศัยกันมากกว่า


“เรี่องนี้ข้าไม่เถียงหรอกนะ พวกเราก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ” ผมยอมรับง่ายๆ ละสายตาจากตะเกียงคริสตัลประดับบนเพดานหันมามองอาซราเต็มตัว “แต่พวกเราต่างจากคู่บ่าวสาวสองคนนั้น ตรงที่ยังไม่มีใครในใจ การแต่งงานเพื่อคบหาดูใจก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรอกนะ”


ฟอลเก้รักกับฮันเนสอยู่แล้ว การไปแต่งกับคนอื่นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควร แต่หากทั้งสองคนไม่มีใครในใจแล้วปฏิเสธที่จะแต่งงานก็ออกจะเป็นการตัดโอกาสตัวเองเกินไป


“ฝ่าบาทยังไม่มีใครในใจหรือพ่ะย่ะค่ะ?”


ผมหัวเราะน้อยๆ กับคำถามนั่น “จะไปมีได้ไงกัน”


ชาติก่อนผมโสดสนิท ส่วนชาตินี้... ผมไม่รู้ว่ามาร์ลันมีคนที่รักหรือเปล่า แต่เดาว่าคงไม่มีหรอก


สีหน้าของอาซราคล้ายจะโล่งอกขึ้น “เช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“แล้วอาซราเล่ามีหรือไม่?”


ผมเป็นฝ่ายโยนคำถามกลับไปบ้าง เท้าคางรอฟังคำตอบ อย่าบอกว่ามีเชียวล่ะ ไม่อย่างนั้นผมคงหาทางฆ่าคนที่อาซราแอบชอบคนนั้น! เรื่องใดที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการจีบอาซราผมจะกำจัดมันให้หมด!


อาซราส่ายหน้า “ยังไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”


“ในเมื่อพวกเราต่างก็ไม่มี งั้นจะคบหากันก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ” ผมได้คำตอบที่พอใจจึงคลี่ยิ้มสดใส พร้อมกับคว้ามืออาซรามาจับเอาใจ “ที่ผ่านมาข้าทำตัวงี่เง่าไปหน่อย ทำร้ายจิตใจเจ้าไปมากมาย ขอโอกาสให้ข้าได้ปรับปรุงตัวเถอะนะ ข้าจะพยายามเป็นโอดินที่ดี ให้เหมาะสมกับฟริกกาที่ได้อยู่เคียงข้างบัลลังก์ข้าด้วย”


ผมเห็นอาซรานิ่งไป ทว่าดวงตาสีแดงคู่นั้นเริ่มมีความหวั่นไหวเข้ามาบ้างแล้ว ผมจึงรู้ว่าหนนี้ทำคะแนนได้ดี


อาซราที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้กลายเป็นฟริกกาที่คู่ควรกับโอดิน หากผมบอกว่าจะเป็นโอดินที่ดีให้เหมาะสมกับฟริกกาเช่นกัน ย่อมทำให้อีกฝ่ายบังเกิดความรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง


อีกอย่างคำว่า 'ขอโทษ' นั้น ล้ำค่าไม่ต่างกับคำว่า 'ขอบคุณ' และ 'ข้ารักเจ้า' เลย หากผมขอโทษการกระทำของมาร์ลันที่ผ่านมาด้วยความจริงใจ ย่อมขับเคลื่อนหัวใจที่ด้านชาของอาซราได้บ้างไม่มากก็น้อย


“กระหม่อม... ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองในสิ่งที่พระองค์ทำเลย และกระหม่อมเองก็จะพยายามเพื่อเป็นฟริกกาที่ดีเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” อาซราตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างมาก


“นั่นเจ้าก็เป็นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ผมกล่าวอย่างเอือมระอา จับมือของอาซราแล้วเขย่าไปมา “อีกอย่างนะเจ้าเลิกพูดคำราชาศัพท์กับข้าเถอะ ในเมื่อเจ้ามีสถานะเป็นพระชายาก็มีสิทธิ์เรียกชื่อข้าได้ตามใจนะ”


การละทิ้งคำราชาศัพท์แล้วเรียกกันอย่างห้วนๆ จะทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาได้มากขึ้น ฉะนั้นถือโอกาสที่บรรยากาศเป็นใจลองขอดู


อาซราไม่สบายใจกับคำขอนั้น “จะดีหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“เอาเถอะน่า เจ้ายิ่งพูดแบบนี้ข้ายิ่งอึดอัดมากกว่าอีกนะ” ผมย่นคิ้วอย่างงอนง้อ


มีความลังเลบนสีหน้าของอาซราชั่วครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาเกือบจะกลืนหายไปกับสายลมที่พัดอู้อยู่ด้านนอกตัวรถ “งั้น... มาร์ลัน?”


“อื้ม!”


ผมขานรับแล้วยิ้มให้อย่างสดใส ในตอนนั้นเองที่ผมได้เห็นสีหน้าของอาซราที่แตกต่างจากปกติ


ดูเหมือนว่าตุ๊กตาตัวนี้จะเริ่มมีความรู้สึกเป็นมนุษย์กับเขาเสียทีนะ


*ยาวสักนิด อ่านหน่อยนะคะ > <

นิยายเรื่องนี้ไรท์จะพิมพ์ขายเองค่ะ โดยจะมีจำนวนสองเล่มจบและออกทีเดียวเลย ส่วนจะออกรูปเล่มเมื่อไหร่นั้น คงราวๆ ปีหน้าค่ะ เพื่อให้มีต้นฉบับพร้อมส่งโรงพิมพ์ แต่ในเร็วๆ นี้ไรท์จะทำอีบุ๊คออกขายก่อนค่ะ ซึ่งอีบุ๊คคงวางขายปลายเดือนพฤศจิกา แต่คนที่ติดตามอ่านบนเว็บไม่ต้องห่วงนะคะ ไรท์จะลงให้อ่านจนจบเลย เพียงแต่บนเว็บจะไม่มีลงตอนพิเศษให้ค่ะ จะมีเฉพาะคนที่ซื้ออีบุ๊คกับรูปเล่มเท่านั้นค่ะ ยังไงก็สนับสนุนผลงานของไรท์ด้วยน้า ขอบคุณค่า

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ

(ตัวอย่างภาพปก พอเดาได้ไหมคะ ใครเป็นใคร > <)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 872 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2149 knunkim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 13:45

    หึๆๆๆๆ.. ได้ทั้งขึ้นทั้งร่องเลยนะ

    #2,149
    1
    • #2149-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 7)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:51
      ถือว่าได้กำไรนะคะ
      #2149-1
  2. #2136 Avista (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 01:02
    ดีมากเลย อาากนกสกนกสพา
    #2,136
    0
  3. #2110 Yok Poog (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 16:18
    หล่อมาก แมนเกิน~ สนใจรูปเล่มค่ะ แต่ถ้าทนไม่ไหวคงซื้ออีบุ๊กแน่ๆ
    #2,110
    0
  4. #2088 Yellowboom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 17:52
    ฮื่ออใจเหลววไปหมดดด
    #2,088
    0
  5. #2003 B.TEm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 23:00
    ครับโผมมมมมม ปักธงแร้ว1
    #2,003
    0
  6. #1889 chalillxx_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 00:25
    เบาหน่อยจ้าาาาา มาลันเธอจะรู้มั้ยนะว่าไม่ได้โพผัวแล้ว
    #1,889
    0
  7. #1609 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 15:30
    เป็นบะลั่กๆๆๆๆ
    #1,609
    0
  8. #1259 trp1021 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:37
    งั้น มาร์ลัน ..... อวเอ้ยยอสสฟสหสฟยหาทแนกตห่อทแนยหยหสปมแมวหบไจหนแามแมแม เขินโวเน!
    #1,259
    0
  9. #1207 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:18

    เอื้ออออออออออออออออ รถอ้อยคว่ำ น่ารักเกินไปแล้ววววว
    #1,207
    0
  10. #1092 Burning Princess (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:54
    น่ารักอ่าาาาาา
    #1,092
    0
  11. #864 love_forever 1992 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 18:30
    อ้อยระดับ 10 จะใจแข็งอยู่ได้ให้มันรู้ไป
    #864
    0
  12. #774 Pimmy_01 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 03:11

    น่าร้ากกกก น้องน่ารักม้วกกก
    #774
    1
    • #774-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      28 ธันวาคม 2562 / 06:25
      ขอบคุณที่ชมน้องค่า ^ ^
      #774-1
  13. #715 sakura17 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 20:55
    น่ารักกก
    แต่มาร์ลันเองก็กลัวการตกหลุมรักนี่ กลัวจะมีแต่ฟริกก้าที่หวั่นไหวคนเดียว
    #715
    0
  14. #616 bophobia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 22:43
    มุ้งมิ้งมากจ้าาา สนุกกก
    #616
    1
    • #616-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:29
      ขอบคุณค่า > <
      #616-1
  15. #268 JKakakuroJM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 11:07
    อ้ากกกก อยากได้เล่มมมม
    #268
    4
    • #268-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 13:20
      ถ้ารูปเล่มรอปีหน้าน้า แต่ถ้าอีบุ๊คเล่มแรกจะออกปลายเดือนนี้ค่ะ
      #268-1
  16. #230 Mistyblack (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 07:22
    โน้มน้าวเก่งง เห็นภาพละดูออก ไม่ต้องมโนละ นางเคะ เอ๊ย! เมะ ขนาดนี้
    #230
    2
    • #230-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      11 พฤศจิกายน 2562 / 19:03
      โพสิชั่นชัดเจนเนอะ
      #230-1
  17. #112 Musumeji (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 17:53
    อึหึๆๆๆๆๆ หัวกำเดาไหลล้าววววว
    #112
    1
    • #112-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      27 ตุลาคม 2562 / 19:05
      ยื่นทิชชู่ให้ค่ะ
      #112-1
  18. #111 ทาทาห์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 15:30
    อาซราคือเคลิ้มเก่ง55555 เขาพูดไม่กี่คำก็เชื่อ ทำตามม ตอนแรกเห็นว่าแข็งๆไปบ้าง ตอนนี้อ่อนยวบยาบเชียวน้าาา555555 น้อนนน
    #111
    1
    • #111-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      27 ตุลาคม 2562 / 16:43
      ผลจากการที่มาร์ลันเอาใจ + ตีซี้มาตลอดยังไงคะ 5555
      #111-1
  19. #110 NongYingNutty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 11:58
    อาซราคงมีเขินๆบ้างอะเพราะมาร์ลันทำตัวได้แบบน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดดด ;___;
    #110
    1
    • #110-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      27 ตุลาคม 2562 / 13:42
      มาร์ลันเป็นคนที่น่าเอ็นดูเนอะ > <
      #110-1
  20. #109 star rose (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 23:10
    รีบๆรักกันได้แล้วววว แม่คะเมื่อไหร่เค้าจะได้กานนนนนน
    #109
    1
    • #109-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      27 ตุลาคม 2562 / 05:46
      หนทางยังอีกยาวไกลค่ะ > < ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปน้า
      #109-1
  21. #108 cake08234 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:16

    รอเก็บเงินเลยจ้าแต่รู้สึกว่าไรท์จะแท็กผิดไปนิดนึงนะ

    #มาร์ลันจะเป็นนางเอก
    #108
    2
    • #108-1 cake08234(จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2562 / 22:17
      นายเอก*sorryจ้าพิมย์ผิดไปนิส
      #108-1
    • #108-2 Anabella(จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2562 / 22:23
      พระชายาทั้งสามกดชื่นชอบแท็กของคุณ!
      #108-2
  22. #107 WorldOfDucks (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:13

    อยากทราบราคาคร่าวๆจังค่ะ !!! จะได้เก็บเงินไว้ซื้อ !!!
    #107
    1
    • #107-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2562 / 22:18
      ไรท์ยังกะราคาไม่ได้ แต่คงไม่เกินพันค่ะ (เพราะสองเล่มจบ แต่ก็หนาอยู่นะ เล่มแรกไรท์แต่งยังไม่จบยังจะเกินสองร้อยหน้าเอสี่แล้ว... ถ้าย่อเป็นเอห้าขนาดเท่ามาตรฐานนิยายคงยิ่งขยายอีก > <)
      #107-1
  23. #106 Pandanusss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:29
    อยากรู้เลยว่าน้องจะตกภรรยา?(สามี)อีก2คนได้ยังไง
    #106
    1
    • #106-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2562 / 22:16
      เดี๋ยวตอนหน้าจะได้รู้กันค่ะ ^ ^
      #106-1
  24. #105 เคเร้ย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:03

    ไม่เคยผิดหวังตั้งแต่เปิดเรื่องนี้อ่าน ดือ ดือมาก ภาวนาให้มีคนมาอ่านเยอะๆ
    #105
    1
    • #105-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2562 / 21:16
      ขอบคุณค่ะ ถ้ากดแชร์หรือแนะนำกันเยอะๆ คนน่าจะมาอ่านกันมากขึ้นนะคะ ^ ^ แต่มีคนอ่านมาถึงหลักพันแบบนี้ไรท์ก็ดีใจมากแล้วค่ะ
      #105-1
  25. วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:02
    จะลงให้จนจบไหมคะ
    #104
    2
    • #104-1 Anabella(จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2562 / 21:13
      ตามที่อธิบายเอาไว้ ในเว็บลงให้จนจบค่ะ มีแค่ตอนพิเศษที่ต้องไปอ่านในเล่มค่ะ
      #104-1
    • 27 ตุลาคม 2562 / 22:08
      อ่อค่าสู้ๆนะคะไรท์
      #104-2