[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 6 : ประกาศครั้งที่ 5 โอดินผู้โดนอุ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 844 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

ประกาศครั้งที่ 5 โอดินผู้โดนอุ้ม


ผมกำลังลุ้นระทึกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร อาซราก็เอื้อมมือมาแล้วใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดน้ำตาและน้ำมูกให้อย่างอ่อนโยน ดวงหน้าของเขาแย้มยิ้มบางคล้ายปลอบประโลมเด็กน้อยอยู่ด้วย


หน้าของผมร้อนวาบ เกิดมาจนอายุสามสิบปียังไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน เพราะผมไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใคร แม้แต่ตอนที่ฝุ่นเข้าตาก็ตามหรือกระทั่งเป็นหวัดผมก็ไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำมูกเด็ดขาด


อาซราไม่มีท่าทีรังเกียจที่ช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ มิหนำซ้ำปลายนิ้วยังเกลี่ยไปที่ผมหน้าม้าของผมซึ่งรุ่ยร่ายลงมาเพราะถูกลมพัด แต่ไม่ว่าจะจัดทรงให้เท่าไหร่อาซราก็ทำหน้าเหมือนไม่พอใจอยู่ดี


“พระเกศาของฝ่าบาทยุ่งไปหมดแล้ว เดี๋ยวกระหม่อมจะรวบให้ใหม่นะพ่ะย่ะค่ะ”


“เอ๋ เอ่อ...”


ผมยังไม่ทันอนุญาตอาซราก็กระตุกริบบิ้นที่ผูกไว้ออก จนเส้นผมสีทองสยายลงมาเต็มแผ่นหลัง ผมรู้สึกใจเต้นขึ้นมาแปลกๆ เมื่อต้องเผชิญดวงหน้างดงามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น


คราวนี้มือสองข้างของอาซรายกขึ้นสางผมให้อย่างนิ่มนวล ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำผมได้ยังไงทั้งที่พวกเรานั่งจ้องหน้ากันอยู่ แต่มือเรียวก็ยังรวบเส้นผมเป็นโพนี่เทลขึ้นได้


“อะ อาซราให้ข้าหันหลังให้ดีไหม? แบบนี้เจ้าจะได้รวบผมสะดวก!”


แบบนี้อันตรายต่อหัวใจของผมเกินไป! ถ้าต้องจ้องหน้าอยู่อย่างนี้หน้าต้องแดงแบบห้ามไม่อยู่แน่ๆ!


“ไม่ต้องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรวบให้พระองค์เช่นนี้แหละ เพราะที่นี่ไม่มีกระจกส่องหน้า ถ้าพระองค์หันหลังให้กระหม่อมจะไม่เห็นว่าด้านหน้าเป็นอย่างไร”


อาซราตอบไปก็จัดการผูกริบบิ้นเรียบร้อย ดวงตาสีแดงกวาดมองสำรวจไปทั่วจนผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเปลือยเปล่าอยู่ อดไม่ได้ที่หัวใจจะเต้นแรงกว่าเดิม ทว่าพอมองเสร็จอีกฝ่ายก็เผยอยิ้มออกมา


“เรียบร้อยเหมือนเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”


“อ่า อืม ขอบใจนะ”


ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีสภาพเป็นเช่นไร แต่ผมก็เชื่อในฝีมือการจัดการของอาซรา เพราะตอนที่มองเข้าไปในดวงตาสีแดงที่สะท้อนใบหน้าของผมอยู่ก็เห็นว่าดูเรียบร้อยดี


ทันใดนั้นหน้าต่างตรงที่นั่งคนขับก็แง้มออกนิดหน่อย มีเสียงของเนลโลดังลอดเข้ามาว่า


“จวนจะถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ เอ่อ…”


ผมเห็นดวงตาสีเชสนัทที่มองเข้ามา แววตานั้นทั้งตกใจทั้งเก้อเขิน ผมจึงสำนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในท่าไหน ผมกำลังนั่งอยู่บนตักอาซราแถมยังคล้องคออีกฝ่ายไว้ด้วย ดูยังไงก็เหมือนคู่รักกำลังจู๋จี๋เข้าด้ายเข้าเข็มกัน!


“ขออภัยที่มารบกวนพ่ะย่ะค่ะ!”


เนลโลรีบปิดหน้าต่างดังฉับ ผมยังไม่ทันได้แก้ตัวอะไรเลย อย่าเพิ่งปิดหนีสิเฮ้ย!


“ในเมื่อใกล้ถึงแล้ว ฝ่าบาทก็นั่งให้เรียบร้อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”


อาซราดูไม่ทุกข์ร้อนกับการถูกเข้าใจผิด แถมยังช้อนตัวผมขึ้นอีกครั้งให้นั่งลงบนเก้าอี้อย่างเรียบร้อย


ผมไม่ควรดูถูกอาซรา! อีกฝ่ายอุ้มขึ้นลงง่ายราวกับผมเป็นตุ๊กตา กำลังแขนแข็งแรงมาก!


ผมเม้มปาก “ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก!”


อาซราย้ายกลับมานั่งเก้าอี้ฝั่งตัวเองแล้ว เลิกคิ้วขึ้น “ทำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”


ยังจะมาทำหน้าซื่ออีก! ผมถลึงตาใส่ “ก็ที่จับข้ามานั่งตักเจ้าอย่างไร!?”


“กระหม่อมก็แค่ช่วยพระองค์เท่านั้น ที่ให้นั่งบนตักเพราะมันสะดวกมากกว่าในการจัดการกับพระองค์”


อาซราทำหน้าเหมือนว่าตนทำผิดที่ตรงไหน ซึ่งผมได้แต่กึ่งระอากึ่งฉุน


“ก็ไม่เห็นจำเป็นนั่งตักนี่นา! ที่นั่งออกจากกว้าง เราสองคนนั่งด้วยกันแล้วเจ้าช่วยข้าก็ได้นี่!”


เมื่อกี้ตอนย้ายมานั่งข้างๆ ก็ไม่ได้เบียดเสียหน่อย ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าทำไมต้องอุ้มมานั่งตักด้วย!


อาซรานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วตอบ “เพราะอยากให้นั่งตักพ่ะย่ะค่ะ”


“ห๊ะ?” ผมผงะอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ถึงกับต้องเคาะหูตัวเองเพื่อเช็กว่าเมื่อกี้ฟังถูกหรือเปล่า “อยากให้ข้านั่งตักเหรอ?”


“พ่ะย่ะค่ะ” อาซรายืดตัวขึ้นแล้วสารภาพตรงไปตรงมา “กระหม่อมเห็นท่าทางของพระองค์น่าเอ็นดู กระหม่อมก็เลยเผลอตัวไปหน่อย”


ท่อนท้ายคนพูดเหมือนจะเขินอายนิดๆ ที่ทำอะไรแบบนั้น เพราะน่าเอ็นดูเนี่ยนะ... ผมอึ้งแล้วอึ้งอีก ไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยายังไงกับเรื่องนี้ดี


มันก็ดีหรอกที่อาซราเกิดความเอ็นดูผมแต่มันก็ขัดแย้งอยู่ในใจด้วย เพราะตัวเองในโลกเก่าไม่ใช่เด็กๆ แล้วพอถูกปฏิบัติราวกับเป็นเด็กตัวน้อยจึงรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่


ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เอาเถอะ อาซราทำเพื่อข้านี่นา แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก ข้าไม่ชอบ”


ดวงตาสีแดงวูบไหวก่อนจะตอบรับ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”


ผมตั้งใจไว้แล้วว่าตัวเองสามารถหยอกเหล่าพระชายาได้ แต่เหล่าพระชายาไม่มีสิทธิ์มาหยอกกลับเด็ดขาด ไม่ว่าจะยังไงผมก็ไม่ยอมให้ใครมาล่วงเกินกับร่างกายนี้จิตใจนี้


เพราะหากผมตกหลุมรักขึ้นมา มันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก...


ในที่สุดรถม้าก็มาถึงที่หมาย เนลโลเปิดประตูอย่างระมัดระวังแล้วเห็นว่าพวกเรานั่งแยกกันแล้ว สีหน้าของข้ารับใช้จึงผ่อนคลายลง


“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”


ผมก้าวลงจากรถอย่างไม่ลังเล ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือคฤหาสน์หลังงามสไตล์ยุโรป พื้นที่กว้างขวางยิ่งใหญ่เกินตำแหน่งเทพชั้นผู้น้อยไปไกล แถมยังประดับทองราวกับจะอวดอ้างความร่ำรวยอยู่ทุกหนแห่งไม่ต่างอะไรกับที่วังของโอดิน ผมอยากจะเบ้หน้าแต่ติดที่มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากเกินไป จึงไม่อาจทำหน้าตาน่าเกลียดให้ชื่อเสียงในฐานะโอดินมัวหมองได้


“เอริคมันทำอะไรถึงได้รวยเกินหน้าเกินตาเทพชั้นสูงแบบนี้เนี่ย” ผมงึมงำให้อาซราที่ลงจากรถมายืนเคียงข้างให้ได้ยินเพียงคนเดียว


“เขาค้าขายกับพวกมนุษย์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากดินแดนแอสการ์ดและวานาเฮม ถึงฝีมือของเราจะสู้คนแคระไม่ได้ แต่อำนาจของรูนย่อมทำให้ของสูงค่าพ่ะย่ะค่ะ”


“หืม” ผมรู้สึกสนใจขึ้นมานิดหน่อย “ในเมื่อค้าขายกับมนุษย์ได้ เราก็ควรทำบ้างนะ จะได้เอามาเติมเต็มท้องพระคลังไง”


อาซราทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินเช่นนี้ “ปกติเราเก็บภาษีจากราษฎรอยู่แล้ว หากต้องมาค้าขายอีกเกร็งว่าจะไม่เหมาะสม”


“ก็อย่าให้รู้ว่าเราเป็นคนขายสิ ถ้ามันมีทางเติมท้องพระคลังได้ก็ต้องทำล่ะงานนี้ เพราะเราจะต้องใช้กับสงครามใหญ่ในอนาคต ยิ่งมีเงินมากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น!”


ความจริงสิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่เงิน แต่เป็นข้าวของที่ใช้เงินไปแลกเปลี่ยนมาต่างหาก ทั้งการจ้างทหารเอย จัดหาวัตถุดิบทำอาวุธเอย ช่างฝีมือเอย และเสบียงเอย ของพวกนี้ใช้เงินซื้อทั้งนั้น!


ผมมองรูปปั้นทองที่อยู่ตรงน้ำพุอย่างดุร้าย ความคิดอันชั่วช้าผุดขึ้นเห็นแบบนี้แล้วหาวิธีใส่ความจากนั้นยึดสมบัติของเอริคมาจะดีไหมเนี่ย


อาซราฟังคำของผม สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นยอมรับ “ที่ฝ่าบาทพูดมาก็ถูกต้อง เช่นนั้นกระหม่อมจะหาทางค้าขายแบบลับๆ ให้พ่ะย่ะค่ะ”


“อืม”


ผมมองดูอาซราแล้ว อีกฝ่ายเป็นคนที่จงรักภักดีต่อพระราชสำนักจริงๆ พอผมบอกออกไปอย่างมีเหตุผล เจ้าตัวก็รับฟังโดยดี สงสัยจริงๆ ว่าคนแบบนี้จะทรยศแล้วฆ่าโอดินของตัวเองเพื่อไปเข้าฝ่ายโลกิได้อย่างไร


หรือมันเป็นเพราะไอ้สกิลหว่านเสน่ห์ของพระเอกมันใช้ได้ผลกับเพศชายด้วย!? ถ้าเป็นอย่างนั้นผมต้องรีบโปรยเสน่ห์ใส่อาซราก่อนล่ะ ไม่ยอมให้แย่งฟริกกาไปหน้าด้านๆ หรอกน่า!


ระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรเพ้อเจ้ออยู่ อาซราที่อยู่ข้างๆ ก็หยุดเดิน ผมกำลังฉงนว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ก้าวขาต่อ ฟริกกาก็เอ่ยขึ้นว่า


“ท่านเอริคมาพ่ะย่ะค่ะ”


ผมมองตามสายตาของอาซราจนไปหยุดอยู่ที่ร่างของชายคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาทั้งสอง เอริคที่ผมจินตนาการเอาไว้คืออาเสี่ยพุงพลุ้ยที่ใส่ทองประดับ แต่คนที่ว่ากลับเป็นชายรูปงามผมบลอนด์ราวกับเจ้าชายในนิทานชวนฝันสักเรื่อง แถมไม่ได้ใส่ทองเลยด้วย แต่แต่งกายแบบเรียบง่ายที่เหมาะสมกับงาน


ลืมไปได้ไงนะว่าไม่มีเทพองค์ไหนหน้าตาขี้เหร่หรอก ต่อให้เป็นเทพชั้นผู้น้อยก็ตาม! ผมหรี่ตาเพราะเริ่มรู้สึกระคายเคืองกับรัศมีความหล่อเหลาของคนที่เข้ามาหา


“ยินดีต้อนรับพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระองค์เสด็จมางานแต่งของลูกชายกระหม่อม!”


เอริคโค้งตัวแล้วยิ้มหน้าบานอย่างไม่ปิดบัง แหงละการที่เทพชั้นผู้น้อยเชิญเทพผู้ปกครองแอสการ์ดมาได้ถึงสององค์ย่อมเป็นหน้าเป็นตา อวดใครๆ ได้


“ไม่ต้องมากพิธีไป ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับงานมงคลสมรสของบุตรชายเจ้าด้วย และนี่คือของขวัญจากพวกเรา”


เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ผมกับอาซราจึงร่วมกันให้ของขวัญเป็นชิ้นเดียว ฉะนั้นจงรับมันด้วยความซาบซึ้งแล้วกราบกรานซะ นั่นจ่ายไปสองเหรียญทองเลยนะสำหรับดาบประดับพลอยโง่ๆ นั่นน่ะ! ผมคิดประชดประชันทั้งที่มีรอยยิ้มประดับ


เอริครับไว้ด้วยสีหน้ายินดียิ่ง “ขอบพระทัยฝ่าบาท! ขอบพระทัยฟริกกา! การได้คู่ชีวิตที่เหมาะสมที่สุดในแอสการ์ดมาพระราชทานของขวัญให้แล้วยังอำนวยพรถือเป็นเกียรติสูงสุดของบุตรชายและสะใภ้ของกระหม่อมแล้ว!”


เออ เยินยอเข้าไป เอาให้ผมตัวลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศเลยสิ! ผมยิ้มหวานให้กับเอริคพร้อมทั้งจับมืออาซราไว้แน่น


“ขอบใจที่ชม อาซรา เป็นคู่ชีวิตที่ดีที่สุดของข้าเลยล่ะ”


พอผมพูดออกไป อาซราถึงกับมือกระตุก ในขณะที่แขกคนอื่นๆ เห็นโอดินแสดงความหวานออกสื่อพากันวี๊ดว้ายยกใหญ่ ไม่เอาน่า อาซรา เจ้าจะต้องเขินอายหน้าแดงสิ! แบบนั้นจะทำให้เราดูเป็นคู่รักที่หวานแหววนะ!


ผมยิ้มเอาเป็นเอาตาย ส่วนอาซราก็ยิ้มตามน้ำได้ดี ทำให้พวกเราดูเหมือนคู่สร้างคู่สมในสายตาของคนอื่นๆ


“สองพระองค์ช่างรักใคร่กันยิ่งนัก หวังว่าบุตรชายและสะใภ้ของกระหม่อมจะรักกันหวานชื่นเช่นนี้บ้าง” เอริคว่า ดวงตาเป็นประกายชื่นชม


ผมหัวเราะเบาๆ “ถ้าพวกเขารักกัน ย่อมจะหวานชื่นอยู่แล้ว เอาละ อย่ามัวโอ้เอ้อยู่กับพวกเรานักเลยไปต้อนรับแขกคนอื่นเถอะ”


ขี้เกียจปั้นหน้ายิ้มแล้ว กรุณาไสหัวไป! นั่นคือความนัยที่ผมอยากสื่อ


“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวก่อน”


เอริคยอมจากไปอย่างง่ายดาย ผมจึงลดระดับรอยยิ้มของตัวเองลงเป็นการยิ้มแบบเข้างานสังคม แล้วปล่อยมือจากอาซราทันที


“เราเข้าไปข้างในกันเถอะ อาซรา”


“...พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”


ผมเลิกคิ้วขึ้น คิดไปเองหรือเปล่านะ พอปล่อยมือแล้วรู้สึกว่าอาซราดูซึมลง?


“เป็นอะไรไปหรืออาซรา?”


ดวงตาสีแดงมีประกายแปลกๆ วาบผ่าน แต่อาซราเพียงส่ายหน้า


“ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่เมาคน”


“เหรอ คนเยอะนี่นะ ยังไงเราไปนั่งที่ที่จัดไว้จะดีกว่า” ผมยืนจนเมื่อยแล้วด้วยสิ


พอพวกเราเข้าไป แขกก็พากันแหวกทางให้ โดยเฉพาะพวกผู้หญิงพยายามอยู่ห่างจากผมเป็นวาเพราะเรื่องคำสาปนั่น ผมถึงกับริมฝีปากกระตุก โดนผู้หญิงรังเกียจนี่มันโครตชีช้ำใจ!


******************************

การตกแต่งข้างในคฤหาสน์ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้างนอกเลย ความโอ่โถงและหรูหราแผ่อยู่ในทุกตารางเมตรของที่นี่ ตั้งแต่โคมไฟคริสตัลเบื้องบนระยิบระยับพร่างพรายไปยันพรมทอเนื้อนุ่มปักด้ายสีทอง ผมควบคุมมุมปากไม่ให้กระดกลง ไอ้ครอบครัวเอริคนี่จะรวยเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะ!


“เชิญเสด็จทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”


ข้ารับใช้ประจำคฤหาสน์นำทั้งสองไปที่โต๊ะ ตำแหน่งที่นั่งของพวกเราดูเหมือนถูกจัดให้เป็นประธานความรักของคู่บ่าวสาว เก้าอี้และโต๊ะมีความพิเศษกว่าแขกเหรื่อคนอื่น ตรงผนักเก้าอี้มีลายแกะสลักทาสีทองและปูเบาะนุ่มๆ ส่วนโต๊ะก็มีผ้าคลุมลูกไม้สีขาว มีอาหารทั้งของคาวและของหวานตั้งอยู่พร้อม แถมยังมากกว่าแขกคนอื่นๆ เสียอีก


มองอาหารบนโต๊ะผมสะดุดตากับเค้กเจ้าหญิง(4)สีขาวมากที่สุด เรื่องอาหารผมจะยอมเจ้าเอริคนั่นหน่อยแล้วกัน เพราะของแบบนี้ใช่ว่าจะกินได้ทุกวัน


“ฝ่าบาท ทานของคาวก่อนแล้วค่อยแทนของหวานนะพ่ะย่ะค่ะ”


อาซรารู้ว่าผมจ้องจะกินอะไรอยู่จึงเอ่ยเตือน ผมทำหน้าบึ้งหน่อยๆ ที่ถูกขัดใจ


“ข้ารู้แล้ว”


ใครเป็นคนกำหนดกันนะว่าต้องทานของคาวก่อนของหวาน ผมแอบเซ็งแล้วตักแจนสัน เฟสเทลเซ่(5)มาใส่จาน


แขกเหรื่อเริ่มมานั่งกันเต็มห้องจัดงานแล้ว เจ้าภาพต้องการให้แขกผู้มีเกียรติทั้งหลายอิ่มหนำสำราญจึงได้จัดเลี้ยงอาหารให้ก่อน อันที่จริงผมก็ไม่รู้ธรรมเนียมการแต่งงานของที่นี่เพราะในนิยายก็ไม่ได้มีประเด็นเจาะจงอะไรเลย นั่นทำให้ผมสนใจใคร่รู้ขึ้นมา


ผมเขี่ยกะหล่ำปลีบนจานแล้วเอียงตัวไปกระซิบถามเนลโล


“ปกติงานแต่งเขาจัดกันแบบนี้เหรอ?”


“ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ ความจริงควรทำพิธีในทุ่งกว้างที่มีทะเลสาบ แต่คงเพราะไม่สะดวกประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อน ท่านเอริคคงไม่อยากให้แขกที่มาร่วมงานล้มป่วยก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ” เนลโลก้มลงมาเล็กน้อยแล้วตอบ


ผมเลิกคิ้ว “ทำไมต้องแต่งในทุ่งกว้างและมีทะเลสาบด้วย”


อันนี้ยิ่งแปลกและยุ่งยากกว่าอีกหรือมันคือธรรมเนียมของที่นี่?


“การแต่งงานต้องมีวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในธรรมชาติเป็นสักขีพยานความรักพ่ะย่ะค่ะ เจ้าบ่าวจะต้องเอาเลือดของหมูป่ามาป้ายหน้าเพื่อแสดงความเคารพต่อเทพ นั่งเรือหางยาวมาหาเจ้าสาวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง โดยระหว่างทางก็เป่าแตรยักษ์ไปด้วยเพื่อป่าวประกาศถึงงานวิวาห์ จากนั้นจึงยืนคู่กับเจ้าสาวรับคำอวยพรจากบรรดาแขกเหรื่อ แล้วเริ่มทำพิธีแต่งงานโดยมีนักบวชเป็นผู้นำวิญญาณพ่ะย่ะค่ะ”


ยุ่งยากดีแท้...


ถึงมันจะแปลกใหม่ แต่ผมชอบที่จะเป็นผู้ชมมากกว่าเป็นฝ่ายจัดงานแต่งเอง ผมไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากวุ่นวาย ถ้าเป็นโลกเก่าอย่างมากก็จดทะเบียนสมรสมีงานแต่งนิดหน่อยพอเป็นพิธีแล้วจบ ไม่ค่อยสนใจการประกาศความรักให้ใครรับรู้หรอก


แต่นแต๊น!


ทันใดนั้นก็มีเสียงเป่าแตรดังขึ้น ทุกคนล้วนเหลียวไปมองยังต้นเสียง ผมเห็นเรือเล็กลำหนึ่งที่ใช้แรงคนลากเคลื่อนเข้ามาในห้องจัดงาน บนเรือลำนั้นมีฝาแฝดของเอริคนั่งอยู่คาดว่านั่นคือเกิร์ด บุตรชายของเอริคแน่ๆ หน้าตาถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเปี๊ยบแค่มีจอนผมยาวลงมาถึงคางเท่านั้น


สงสารคนลากเรือแฮะ... ทำไมไม่เอาเรือไปล่องในน้ำดีๆ ฟะ แจวเรือเองน่าจะง่ายกว่าลากนะ


“เจ้าสาวมาแล้ว!”


มีใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา คราวนี้แขกก็หันหน้าไปอีกทาง ผมจึงได้เห็นเจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวทับด้วยเสื้อคลุมสีแดงปักลูกไม้ยืนหน้าตายอยู่บนแท่น ผมสีทองยาวตกแต่งด้วยมงกุฎดอกไม้ป่าสีขาว ในมือถือช่อดอกไม้ทรงกลมสีขาวมีริบบิ้นห้อยระโยงระยางจนเกือบแตะพื้น


ผมแทบไม่สนใจเครื่องหน้าของเจ้าสาวเลย เพราะดวงตากลมโตที่แสนเศร้าของเธอนั้นมันสะกิดใจผมมากกว่า


ปกติเวลาแต่งงานก็ต้องมีความสุขสิ หรืองานแต่งนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลนะ ต่อมเผือกของผมเริ่มทำงาน


เรือของเกิร์ดก็มาถึงกึ่งกลางห้องจนได้ ผมมองคนลากเรือที่ลงไปนั่งหอบแฮกๆ อยู่ที่พื้นอย่างสงสาร ขณะที่เจ้าบ่าวกลับเดินนวยนาดลงมา รอยยิ้มยกสูงเย่อหยิ่งชวนให้ตบอย่างยิ่ง


ฝั่งเจ้าสาวเห็นเจ้าบ่าวลงมาแล้วก็เดินเชื่องช้าเข้าไปหา กระนั้นก็ยังไม่เห็นรอยยิ้มจากเจ้าหล่อนเลย ทั้งคู่ไปนั่งลงตรงกึ่งกลางห้องที่จัดไว้สำหรับคู่บ่าวสาว ถึงตอนนั้นแขกเหรื่อทั้งหลายจึงลุกขึ้นแล้วทยอยเข้าไปอวยพรตามธรรมเนียม


“เนลโล”


ผมเรียกคนที่ติดตามอยู่ข้างหลังเบาๆ เจ้าของชื่อก็ชะงักแล้วมองเจ้านาย


“พ่ะย่ะค่ะ?”


“ไปชวนเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวมาหาพวกเราหน่อยสิ บอกไปว่าจะอำนวยพรให้น่ะ”


“พวกเราไปหากันเองก็ได้นี่พ่ะย่ะค่ะ”


อาซราว่า ทำท่าจะลุกขึ้น ผมรีบดึงเจ้าตัวให้นั่งลงอย่างไว


“ไม่ใช่สิ อาซรา เราจะไปหาเองได้ยังไงกันล่ะ เทพชั้นผู้น้อยต้องเดินมาหาเราเองสิ ถึงจะถูกต้อง เราไม่ควรลดตัวลงไปนะ!”


ธรรมเนียมแล้วไง? แต่ในโลกที่มีแบ่งแยกสูงต่ำ เรื่องอะไรที่เทพชั้นสูงอย่างพวกเราต้องเดินไปหาด้วย ฝ่ายนั้นต่างหากที่ต้องมาเข้าหา!


อีกอย่างผมก็ขี้เกียจลุกด้วย เบาะเก้าอี้มันนิ่มสบายก้นดี


อาซราฟังแล้วก็ยอมนั่งลงโดยดี ทางด้านเนลโลก็รับคำสั่ง


“พ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมไปตามมาให้”


ข้ารับใช้คนสนิทเดินแหวกฝ่าแขกทั้งหลายเข้าไปหาคู่บ่าวสาว พูดเพียงไม่กี่ประโยคเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็รีบลุกขึ้นมาหาพวกเราทันที ยิ่งเห็นเจ้าสาวใกล้ๆ ผมก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีความทุกข์อยู่


อืม... ชักได้กลิ่นน้ำเน่าจางๆ แล้วแฮะ


บ่าวสาวย่อตัวลง “เกิร์ด/ฟอลเก้ ถวายพระพร โอดิน ฟริกกาพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”


“อืม ลุกขึ้นเถิด” ผมจดจ้องแต่กับเจ้าสาวอย่างเดียว ไม่คิดจะมองลูกชายเอริคให้ปวดตา “ยินดีด้วยนะกับการแต่งงานครั้งนี้ เกิร์ด ฟอลเก้”


“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมก็มีความสุขมากเช่นกัน” เกิร์ดยิ้มแฉ่ง ดูก็รู้ว่าสุขสุดๆ ต่างจากเจ้าสาวที่อมทุกข์


อาซราก็มองเห็นความผิดปกตินี้เช่นกันจึงถามฟอลเก้เสียงนุ่ม “วันนี้เป็นงานมงคล เหตุใดเจ้าสาวจึงมีสีหน้าหมองเศร้าเช่นนี้เล่า”


เจ้าสาวเม้มปากแน่น ในขณะที่เจ้าบ่าวสะดุ้งแล้วแก้ตัวเลิ่กลั่ก


“คงจะเป็นเพราะเธอตื่นเต้นเกินไปน่ะพ่ะย่ะค่ะ จริงไหม? ฟอลเก้”


เกิร์ดโอบไหล่ฟอลเก้ไว้แน่น ผมเห็นเธอทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ออกมา แล้วตอบพวกเราเสียงสั่นว่า


“ปะ เป็นเช่นนั้นเพคะ...”


“หืม งั้นเหรอ” ผมจ้องมองเธอตรงๆ จนมองเห็นความตื่นตูมข้างในดวงตานั้นได้ “ถ้าตื่นเต้นจริงก็แล้วไป แต่หากมีเรื่องใดที่ต้องการให้ช่วยเหลือก็บอกแล้วกัน เพราะยังไงเสียก็ไม่มีใครมีอำนาจไปกว่าข้าและฟริกกาแล้ว”


ได้ทีผมถือโอกาสแสดงอำนาจในฐานะเทพชั้นสูงเสียหน่อย เพราะดูท่าทีที่ลูกชายเอริคมีพิรุธแล้ว น่าจะมีเรื่องที่ทำให้เล่นงานพวกเขาได้


“คือ...”


ฟอลเก้ขยับริมฝีปาก คล้ายอยากจะพูดบางอย่าง แต่แล้วเกิร์ดกลับดึงตัวไว้


“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ แต่อย่างที่บอกฟอลเก้แค่ตื่นเต้น หากทางเรามีปัญหาอะไรก็สามารถจัดการกันเองได้ คงไม่ต้องถึงพระหัตถ์ของโอดินและฟริกกาหรอกพ่ะ-”


วูบ... พรึ่บ!


จู่ๆ ก็มีลมพัดแรงภายในห้องโถงจัดงาน ลมนั้นพัดเอาเทียนที่จุดบนโคมแชนเดอเลียร์และริมผนังดับลง ทั่วทั้งงานตกอยู่ในความมืดสลัวในทันใด


“ว้าย อะไรกันเนี่ย!?”


“มืดไปหมดเลย โอ๊ย!”


“นี่อย่ามาเหยียบเท้าข้านะ!”


“ทุกๆ ท่านโปรดอยู่ในความสงบ! ทางเรากำลังเร่งจุดไฟให้อยู่ โปรดอยู่ในที่ของตัวเอง อย่าเคลื่อนไหวโดยพลการอาจทำให้บาดเจ็บได้ขอรับ!”


เสียงของเอริคแหวกฝ่าความอื้ออึง ทำให้ทุกคนที่ตื่นตระหนกเริ่มมีสติ ส่วนผมไม่ได้สนใจความวุ่นวายโดยรอบเพียงแต่สงสัยว่าที่นี่ใช้เทียนในการให้ความสว่างก็จริง แต่การที่ลมพัดวูบเดียวดับเลยเนี่ยมันแปลกมากเพราะอยู่ในอาคารจะมีลมแรงขนาดนั้นได้ยังไง ผิดธรรมชาติชัดๆ


อาซรากระซิบบอกกับผม “ฝ่าบาทอย่าห่างจากกระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ”


ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดแบบนี้นะ


ถึงการที่โอดินหลบหลังฟริกกาจะเป็นเรื่องเสื่อมเสียไปหน่อย แต่เวลาแบบนี้ผมเป็นแค่ชายผู้บอบบางที่ไร้ทั้งฝีมือและเวทมนตร์ ขอพึ่งพิงพระชายาหน่อยแล้วกัน!


ท่ามกลางความมืดสลัวยังคงมีเสียงร้องของแขกเหรื่อบางคนอยู่ ทว่าในความวุ่นวายนั้นเองผมรู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามาใกล้ แล้วก็คว้าแขนผมไว้ ดึงตัวปลิวเข้าไปในอ้อมกอดหน้าตาเฉย!


“นะ อื้ม!”


ผมกำลังประท้วงอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ เสียงโทนต่ำกระซิบลงที่ข้างหูผม


“นี่ข้าเอง ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่”


ข้าเองน่ะ ข้าไหน!? ผมถลึงตาใส่อีกฝ่ายแล้วพยายามจะดิ้น แต่กลับถูกอุ้มขึ้นมา


“อย่าดื้อสิ เราต้องรีบไปแล้วนะ”


ชายคนนั้นว่าพลางกอดผมไว้แนบอก ค่อยๆ เดินฝ่าฝูงชนออกไป


ให้ตายสิ ผมโดนใครไม่รู้อุ้มไปแล้ว!



(4)เค้กเจ้าหญิง หรือ Prinsesstårta ตัวเค้กเจ้าหญิงส่วนใหญ่จะเป็นเค้กสีเขียวนีออนที่ตกแต่งหน้าด้วยน้ำตาลรูปกุหลาบสีชมพู ข้างในประกอบไปด้วยชั้นเค้กสีเหลืองสดที่ทำมาจากมะนาวและคัสตาร์ดวนิลา พร้อมด้วยวิปครีมหนักๆ ที่ทับด้วยน้ำตาลสีเขียวโดยรอบอีกชั้นหนึ่ง ในปัจจุบันเค้ก Prinsesstårta ได้ถูกใช้เป็นเค้กที่รับประทานกันในช่วงโอกาสพิเศษหรือวันของเหตุการณ์สำคัญๆ ในชีวิต อีกทั้งสีสันของเค้กก็ยังถูกปรับแต่งให้มีหลายหลายมากขึ้น เช่น สีเขียวคลาสสิคและเหลืองสำหรับวันอีสเตอร์, สีแดงสำหรับวันคริสต์มาส, สีส้มสำหรับวันฮัลโลวีน, สีชมพูและฟ้าสำหรับงานปาร์ตี้ และสีขาวสำหรับวันแต่งงาน เป็นต้น


(5)Jansson frestelse เป็นอาหารคลาสสิกของสวีเดนซึ่งประกอบด้วยมันฝรั่งและกะหล่ำปลี หม้อกะหล่ำปลีจานนี้สามารถเสริฟได้ทุกช่วงเวลาของปี แต่ชาวสวีเดนชอบรับประทานอาหารในช่วงเทศกาลวันหยุด


*มาร์ลันโดนใครไม่รู้ลักพาตัวไปแล้วค่า 5555 แถมยังลักพาตัวไปทั้งที่อาซราและเนลโลก็อยู่ด้วย เป็นฝีมือของใครกันนะและทำไปเพื่ออะไร มาติดตามกันต่อในตอนหน้าค่ะ

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 844 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2173 Panawin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 20:14
    มีแววผิดตัว 55555
    #2,173
    1
    • #2173-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 6)
      11 เมษายน 2564 / 18:07
      ผิดตัวจริงๆ ค่ะ 55555
      #2173-1
  2. #2166 famvyza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 02:11
    ลักผิดคนโว้ยยยย 55555555
    #2,166
    1
    • #2166-1 minkle(จากตอนที่ 6)
      7 ธันวาคม 2563 / 07:13
      สีผมกับรูปร่างมันคล้ายๆ กันค่ะ 55555
      #2166-1
  3. #2148 knunkim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 13:31

    เอ็งขโมยตัวเจ้าสาวผิดคนแล้วโว้ย5555

    #2,148
    1
    • #2148-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 6)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:51
      แบบว่าสีผมกับรูปร่างใกล้เคียงกันค่ะ 55555
      #2148-1
  4. #2141 0918762873 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 08:49
    ผิดคนรึเปล่าพ่อหนุ่ม?
    #2,141
    0
  5. #2109 Yok Poog (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 06:57
    อ้าวน้องโดนอุ้ม เอาจริงๆนะ ถ้าโดนคนงามจ้องเป็นเราก็เขินค่ะ!
    #2,109
    0
  6. #1917 BluePen☆ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 13:05
    น่าจะมาขโมยเจ้าสาวแต่ดันตับผิด555
    #1,917
    0
  7. #1608 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 15:06
    ยังไง เอ๊ะ???555555555
    #1,608
    0
  8. #1320 nnj1yh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:01
    อ้าวอุ้มไปผิดคนแล้ว 5555
    #1,320
    0
  9. #1258 trp1021 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:23
    อื้มทีนี่คิดดีไม่ได้เลย ดีนะที่แค่ใช้มือปิดปาก
    #1,258
    0
  10. #1206 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:09
    น่าจะจับไปผิดตัวนะ5555
    #1,206
    0
  11. #1067 Lamer_Perfhun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:19
    น้องนี่มากับดวงจริงๆ/ดวงดีหรอ?/เปล่าดวงซวย555
    #1,067
    0
  12. #887 JHTEN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 23:43
    ผิดตัวแล้วไหม55555
    #887
    0
  13. #863 love_forever 1992 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 18:09

    แกจับผิดตัวริเปล่า. ต้องมาช่วยเจ้าสาวไหม?
    #863
    0
  14. #714 sakura17 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 20:45
    น่าจะผิดตัว555
    #714
    0
  15. #615 bophobia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 22:34
    ผิดแล้ววว55555
    #615
    1
    • #615-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:29
      น้องเขารูปร่างคล้ายๆ เลยเข้าใจผิด 55555
      #615-1
  16. #443 sudauy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 18:41
    ผิดตัวแน่ๆ
    #443
    0
  17. #398 JuniBellzium (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 20:41
    เอ๊ะ จะเอาน้องไปไหนน
    #398
    1
    • #398-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:16
      นั่นสิ เอาไปไหนน้า > <
      #398-1
  18. #381 A T O M Y (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 14:47
    มาเอาตัวเจ้าสาวชัว 555555
    #381
    0
  19. #229 Mistyblack (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 07:11
    ผิดตัวลูกกก ผิดตัวววว
    #229
    1
    • #229-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      11 พฤศจิกายน 2562 / 19:03
      น่าสงสารมาร์ลัน อยู่เฉยๆ ดันซวยเสียได้
      #229-1
  20. #85 p-q5 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:17
    สนุกอ่ะ รอนะค้าาา
    #85
    1
    • #85-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      24 ตุลาคม 2562 / 13:15
      ขอบคุณค่า ^ ^ ตอนใหม่จะมาลงวันนี้ค่ะ
      #85-1
  21. #84 cake08234 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 20:01
    ฮึๆๆฉุดแบบนี้ต้องฉากนั้นแล้วปะละ//เราคิดอกุศลนะ
    #84
    2
    • #84-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2562 / 20:51
      ฉากไหนหรือคะ? 0.0 (ทำหน้าใสซื่อ)
      #84-1
  22. #82 wipada_nummark (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 18:40
    ใครอุ้มน้อง!
    #82
    4
    • #82-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2562 / 18:54
      แต่คนอุ้มมาร์ลันไปเจอดีแน่นอนค่ะ 555555
      #82-1
    • #82-4 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2562 / 20:49
      คนที่อุ้มเป็นใครเดี๋ยวรอเฉลยนะคะ ^ ^ ส่วนสามีคนอื่นๆ จะทยอยมีบทค่ะ
      #82-4
  23. #81 :: Mosifer :: (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 02:04

    กอดก็แล้ว อุ้มก็แล้ว พี่ท่านก็ยังไม่รู้ว่าผิดคน โอดินต้องตัวตะเล้กกกกขนาดไหน เอ็งลู 555555

    #81
    1
    • #81-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2562 / 06:30
      แค่ผมยาวและขนาดใกล้เคียงนิดหน่อยเอง!
      #81-1
  24. #80 Eunomia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 01:01
    ลาก่อยย //ผิด
    #80
    2
    • #80-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2562 / 06:30
      อย่าเพิ่งรีบลาสิ > <
      #80-1
  25. #79 WorldOfDucks (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:19
    น้อนนนนน ผิดคนแล้ววววว อาซราช่วยน้อนนนน
    #79
    1
    • #79-1 Anabella(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2562 / 06:29
      ตอนหน้าอาซรามาเท่เลยค่ะ >///<
      #79-1