[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 44 : ประกาศครั้งที่ 35 พบพานเอลฟ์หนุ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 491 ครั้ง
    27 ก.พ. 63

ประกาศครั้งที่ 35 พบพานเอลฟ์หนุ่ม


“นี่ไปเล่นกันเถอะ!”


มีเสียงใสๆ ของเด็กชายที่ยังไม่แตกหนุ่มดังขึ้นมาจากด้านนอก ผมหันไปยังต้นเสียงก็พบว่าตรงหน้าต่างมีเงาร่างของคนอยู่ แต่เพราะแสงแดดข้างนอกนั้นจ้ามาก ผมจึงเห็นหน้าตาไม่ชัดเจนนัก


นี่มันอะไรเนี่ยผมฝันอีกแล้วเหรอ? ไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่รู้ตัวว่าฝันมานานแล้วนะเนี่ย…


ถึงอย่างนั้นผมในความฝันนี้ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในร่างโอดิน อันดับแรกสภาพบ้านที่อยู่หรูมากเหมือนคฤหาสน์เลย ที่สำคัญคือตัวผมหดลงเหมือนกับกลายเป็นเด็กอีกต่างหาก ดูสิ ต้องเกาะพนักโซฟาชะโงกมองคนเรียกเลย


ตัวผมตอบรับอย่างร่าเริง “เอาสิ แต่เดี๋ยวข้าไปบอกพ่อแม่ก่อน! ข้างนอกร้อนมากเจ้าควรจะเข้ามารอข้าข้างในนะ”


ผมมองด้านนอกที่พระอาทิตย์กำลังแผดเผาถึงขั้นแสงย้อนไม่เห็นเด็กชายตรงหน้าต่าง ก็คิดว่าอากาศคงร้อนแทบไหม้น่าดู ยังจะกล้าออกไปเล่นอีกเหรอ


“เอ๋ ไม่เอาหรอก เจ้าก็รู้นี่ว่าพ่อแม่เจ้าไม่ชอบข้า ขืนเข้าไปก็ต้องโดนไล่ออกมาอยู่ดี” อีกฝ่ายบอก น้ำเสียงไม่ชอบใจ


“ก็จริงของเจ้า ถ้าอย่างนั้น…”


มุมกล้องถูกหันไปทางตู้เสื้อผ้า ผมวิ่งดุ๊กๆ ด้วยขาที่เล็กป้อมนั้นก่อนจะเขย่งปลายเท้าจับบานประตูตู้เปิดออก ด้านในเต็มไปด้วยเสื้อผ้าไซส์เล็กของเด็กแขวนเรียงรายอยู่ ดูจากเนื้อผ้ากับลายปักก็เห็นแล้วว่ามันเป็นของดีมีราคา บ้านรวยจริงๆ …


ผมรื้อค้นของบางอย่างในลิ้นชักด้านในตู้ก่อนจะหยิบหมวกปีกกว้างใบหนึ่งออกมา รูปทรงของมันเหมือนหมวกของผู้หญิงมากกว่าจะให้ผู้ชายใช้ ดูสิมีดอกกุหลาบดอกโตติดอยู่ด้วย…


“เอ้า เอานี่ไปสวมสิ!”


ผมวิ่งตรงมาหาเด็กชายที่หน้าต่างทำท่าจะยกหมวกใบนี้ให้อีกฝ่ายเอาไปสวม ผมตั้งตารอจะเห็นใบหน้าของเด็กชายคนนั้นชัดๆ แต่แล้ว…


“เฮ้! ตื่นเถอะ!”


ผมได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนอยู่ข้างหู ภาพในฝันนั้นถูกตัดไปก่อนจะรับรู้ถึงแรงเขย่าน้อยๆ ตอนนั้นผมคิดว่าเนลโลเป็นคนปลุกจึงยังคงซบหน้าอยู่กับหมอน งัวเงียตอบไปว่า


“ขอเวลาอีกห้านาที...”


เสียงที่ปลุกผมเงียบไป แต่คราวนี้หมอนกลับดิ้นยุกยิกได้ จากนั้นก็ว่า


“ข้าก็ไม่อยากจะปลุกเจ้า... แต่ถ้าเจ้าไม่ตื่นตอนนี้อาจจะพลาดอาหารไปก็ได้ ไม่อย่างนั้นเจ้าก็ต้องหิ้วท้องรอถึงเย็นเลยนะ”


คนพูดบอกยืดยาว ผมที่กำลังมึนงงอยู่ค่อยๆ จับใจความได้ทีละนิด พลาดอาหาร? ทำไมถึงพลาดเล่า ปกติเนลโลจะเตรียมอาหารไว้ให้ผมนี่นา ไม่มีทางที่ผมจะต้องอดถึงขนาดหิ้วท้องรอไปจนถึงตอนเย็นด้วย


ทันใดนั้นภาพของกลุ่มคนในชุดสีดำมาลักพาตัวผมก็ผุดขึ้นในสมอง ใช่แล้ว เมื่อเช้าผมถูกใครก็ไม่รู้จับตัวไปนี่นา!


คิดได้ดังนั้นผมก็ลืมตา แสงอ่อนๆ ที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าของเอลฟ์ผู้หนึ่งที่มีผิวขาวประดุจหิมะ ผมยาวสีเงินยวงและดวงตาสีฟ้าใสกิ๊ก เป็นความงดงามแบบที่ไม่น่ามีอยู่บนโลกใบนี้ทำให้ผมตะลึงงัน ส่วนเขาพอเห็นผมตื่นขึ้นมาแล้วก็เผยอรอยยิ้ม


“สวัสดี ผู้มาใหม่ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”


ขนาดเสียงของเขาก็ยังน่าฟัง ผมเพิ่งจะรับรู้ถึงสิ่งรอบๆ ตัวว่าผมไม่ได้อยู่ในบ้านของเนลโลอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นในเกวียน นอกจากผมและเขาแล้วยังมีผู้ร่วมเดินทางอีกหลายคน มีตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ ทุกคนถูกล่ามเอาไว้ด้วยกุญแจมือเส้นหนาที่ข้อมือทั้งสองกับข้อเท้า สีหน้าของพวกเขาแลดูเหม่อลอยและสิ้นหวังจนผมรู้สึกสะเทือนใจ


“ที่นี่ที่ไหน?”


ผมถามกับเอลฟ์ผมเงินที่ดูจะต่างจากคนอื่นมากที่สุด ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่เขาเป็นคนเดียวบนรถที่ยังคงความมีชีวิตชีวาเอาไว้ได้


“บนรถของพวกค้าทาส” เอลฟ์คนนั้นตอบ พยักพเยิดไปทางหลังรถ “เห็นตราบนอกเสื้อผู้คุมนั่นไหมล่ะ? นั่นแหละสิ่งที่ยืนยันสถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้ได้”


ผมเหลือบไปตามที่บอก ก็เห็นว่าพวกผู้คุมที่ขี่ม้าคุมเชิงอยู่สวมชุดสีดำลักษณะแบบเดียวกับที่มาลักพาตัวผมที่บ้าน ตราบนอกเสื้อเป็นสัญลักษณ์ดาบที่มีโซ่พัน คือหน่วยงานผู้ค้าทาสอย่างถูกกฎหมายแน่นอน


“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน โอ๊ย!”


ผมอยากจะสบถ แต่พอยกหัวขึ้นผมก็เวียนหัวมากจนลงไปนอนอีกรอบ และผมเพิ่งจะสังเกตว่าหมอนที่ถูกใช้หนุนหัวนั้นเป็นตักของเอลฟ์คนนี้นั่นเอง


“อย่าขยับเร็วนักสิ ยาสลบยังไม่หมดฤทธิ์เท่าไหร่ คงต้องใช้เวลาสักพัก นอนไปก่อนก็ได้” เอลฟ์ตนนั้นกล่าว ขยับมือมาช่วยนวดศีรษะให้ “เป็นไง? ดีขึ้นไหม?”


“ขอบใจนะ” ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรก่อนดี อีกฝ่ายใจดีกับคนแปลกหน้าอย่างผมเหลือเกิน “เจ้าใช้ตักเป็นหมอนหนุนให้ข้าตลอดเลยเหรอ”


เอลฟ์ยิ้มกว้าง “ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ข้าเห็นเจ้าถูกจับนั่งแล้ว หัวสัปหงกจนน่ากลัวว่าตื่นขึ้นมาจะคอเคล็ด ข้าก็เลยช่วยให้เจ้านอนสบายขึ้นเท่านั้น”


มีคนดีอย่างนี้ด้วย...


อันที่จริงก็รู้ว่าเอลฟ์เป็นคนจิตใจดี เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเอลฟ์ดีขนาดนี้ ภาพลักษณ์อย่างกับเทวดาเลย


“ข้าชื่อลัน เจ้าล่ะ?”


ผมตัดสินใจที่จะผูกมิตรกับเขาจึงเอ่ยแนะนำตัวไป อีกฝ่ายจึงตอบว่า


“ข้าชื่อมิวเรย์น่ะ” อีกฝ่ายละมือจากการนวดศีรษะผม แล้วอมยิ้ม “ลันหรือ? ลันลัน?”


“เอ่อ ถึงชื่อข้าจะแปลก แต่อย่าตั้งชื่อเล่นแบบนั้นเลยนะ” ผมบอกเขาเพราะรู้สึกรับไม่ได้กับชื่อลันลัน เดี๋ยวปั๊ดเรียกมิวมิวเสียหรอก


“งั้นหรือ ก็ได้”


โชคดีที่มิวเรย์ว่าง่ายกว่าที่คิด ผมถอนหายใจแล้วเริ่มซักถามต่อ


“เจ้าดูดีมากนะ มาเป็นทาสได้อย่างไรกัน?”


ไม่ใช่ว่าคนบนรถหน้าตาไม่ดีเพียงแต่หมอนี่ดูงดงามกว่าใครๆ จนสะดุดตาก็เท่านั้น


“ข้าไม่ได้ดูดีอะไรมากนักหรอก ก็แค่เอลฟ์ธรรมดาเอง” มิวเรย์เอ่ยอย่างถ่อมตน “ข้าเป็นสามัญชนที่ถูกลดเป็นทาสเนื่องจากกระทำความผิดน่ะ”


“กระทำความผิด?”


ผมจำกฎหมายได้อยู่บ้างว่า สถานะทาสจะเกิดจากผู้ที่กระทำความผิดจนถูกลดจากชนชั้น แล้วยังมีบางคนที่ขายตัวเองขายลูกหลานหรือครอบครัวเป็นทาสเพื่อใช้หนี้ ผมไม่คิดเลยว่าเอลฟ์ตรงหน้าจะทำผิดจนถึงขั้นถูกลงโทษมาเป็นทาสได้


“อืม เจ้านายของข้าค่อนข้างโมโหร้าย ข้าแค่เผลออบขนมไม่ถูกใจก็เลยโดนลงโทษน่ะ”


มิวเรย์กล่าว ดวงตาสีฟ้าใสไม่คล้ายคนโกหก ทำเอาผมรู้สึกว่านี่เป็นการลงโทษที่ออกจะไม่ยุติธรรมเสียเท่าไหร่


“แค่นั้นเนี่ยนะกลับทำให้เจ้าถูกลดมาเป็นทาสนี่มันแย่จริงๆ!”


“ช่างเถอะ อย่างไรข้าคงกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว ในเมื่อเป็นทาส ข้าก็จะมีชีวิตที่ดีที่สุดให้ได้” มิวเรย์ยืดตัวขึ้น มองโลกในแง่ดี “ว่าแต่ลันล่ะ? เป็นทาสได้อย่างไร?”


“ข้า...”


ผมจะบอกว่าถูกจับตัวมา แต่คำพูดกลับถูกกักไว้ในลำคอ เพราะเอาเข้าจริงร่างนี้เป็นทาสที่ราฮาฟซื้อมาและเอามาให้ผมสิง ไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้ไปทำอะไรมา อีกทั้งการที่พวกพ่อค้าทาสมาจับตัวผมได้ อาจจะเกี่ยวข้องกับราฮาฟ


ผมได้ยินเรื่องกรรมสิทธิ์ถือครองทาสอยู่ หากทาสหนีไปก็จะถูกประกาศจับและตามหา ยิ่งเนลโลพาตัวผมไปอย่างผิดๆ ด้วย มีความเป็นไปได้ว่าคนในดินแดนเอลฟ์อาจจะบอกพ่อค้าทาสก็เป็นได้...


“ลัน?”


เห็นผมจมอยู่ในภวังค์ มิวเรย์จึงเรียกเบาๆ ผมกะพริบตาแล้วบอกไปว่า


“ข้าขายตัวเองเพราะเป็นหนี้ แต่ทนเจ้านายใจร้ายไม่ไหวก็เลยหนีมา”


ผมโกหกครึ่งหนึ่งและจริงอีกครึ่งหนึ่ง มิวเรย์ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้ายุ่งยาก


“เจ้าหนีมา... ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็อาจจะถูกส่งกลับไปหาเจ้าของได้น่ะสิ”


มิวเรย์ทักแบบนี้ผมก็หนาวเยือก “จริงด้วย แต่ข้าไม่อยากกลับไป ทำไงดีละเนี่ย!?”


หากผมถูกส่งไปหาราฮาฟอีก ไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรรอผมอยู่ การทรมานอันไร้ที่สิ้นสุดอย่างไรล่ะ!


“ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ นะ ตอนนี้เจ้ายังไม่ถูกส่งกลับไปในทันทีหรอก เพราะต้องไปถึงที่ทำการหลักตลาดค้าทาสก่อน พอตรวจสอบประวัติแล้ว จึงจะพาส่งคืนเจ้าของ” มิวเรย์บอก ตบไหล่ผมแปะๆ


“แล้วตลาดค้าทาสนั่นอยู่ไกลไหม”


“ถ้าเดินทางแบบนี้สักสองสามวันก็จะถึง” มิวเรย์หลุบตาลง สีหน้าฉายแววครุ่นคิด “ไปถึงที่นั่นเจ้าสามารถทำให้ตัวเองหลุดจากเจ้าของได้นะ”


ดวงตาของผมวาววับกับข้อมูลนั้น “ยังไง?”


“ทำตัวเจ้าให้มีราคาค่างวดมากขึ้น” มิวเรย์บอก ยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ ให้รู้กันแค่สองคน “พวกพ่อค้าน่ะเป็นพวกรักเงินทอง ต่อให้เป็นทาสหลบหนีหากว่ามีค่าพอจะหาเงินทองได้มากขึ้นจากการขาย พวกเขาก็จะไม่ส่งคืน ซ้ำยังแจ้งไปกับทางเจ้าของทาสว่าตายแล้วอีกด้วย”


“ที่แท้มีวิธีแบบนี้ด้วย”


ในใจผมโล่งไปเปลาะหนึ่ง ถ้ามีทางไม่ให้ถูกส่งกลับไปหาราฮาฟได้ผมก็ยอม! แต่ว่าทำตัวให้มีมูลค่าที่จะขายได้ราคางามเหรอ...


ผมมองมิวเรย์ เชื่อขนมกินได้เลยว่าหมอนี่ทำให้พ่อค้าตาลุกวาว เพราะหน้าตางดงามขนาดนี้ย่อมขายได้ราคาดี เผลอๆ ได้กำไรด้วยซ้ำ


ย้อนมองดูตัวเองแล้ว ผมมีอะไรให้ตัวเองขายออกบ้างเนี่ย ร่างนี้ก็ใช่ว่าจะหน้าตาดีเด่ด้วย


เพราะผมมุ่นคิ้วจนเป็นปม เขาจึงเอานิ้วจิ้มให้คลาย เห็นการกระทำที่สนิทสนมแบบนี้แล้ว ผมรู้สึกคันในใจอย่างบอกไม่ถูก


เอลฟ์รักสันโดษไม่ใช่เหรอ? ทำไมเป็นมิตรกับผมขนาดนี้เนี่ย?


“นี่เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอ? ”


ดวงตาสีฟ้าใสฉายแววประหลาดใจ “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?”


“ก็คนบนรถมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไม... เจ้าดูเป็นมิตรกับข้าจัง แถมยังให้หนุนตัก นวดหัวและหาทางออกให้ข้าอีก” ผมจ้องมองเขาคล้ายสืบเสาะหาความจริง “แบบนี้จะไม่ให้ข้าสงสัยได้หรือ?”


หรือที่จริงร่างนี้รู้จักกับมิวเรย์มาก่อน? ไม่น่านะ... เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้จักก็น่าจะทักทายผมแล้วสิ


มิวเรย์ยิ้มละไม “ที่ข้าเป็นมิตรกับเจ้าก็เพราะพบหน้าแล้วถูกชะตาน่ะ ก็แค่นั้นแหละ”


“ห๊ะ?” ผมอยากจะแคะหู “เพราะถูกชะตา... เนี่ยนะ”


“อืม แล้วข้าก็คิดไม่ผิดจริงๆ ด้วย” มิวเรย์ว่าพร้อมกับยิ้มหวาน “ข้าคิดว่าเราสองคนจะต้องเข้ากันได้ดีแน่ๆ เลย”


นี่ผมกำลังถูกจีบอยู่หรือเปล่าเนี่ย...


ผมคิดว่าร่างนี้ออกจะธรรมดามากๆ มีอะไรให้ไปถูกตาต้องใจเอลฟ์รูปงามคนนี้กัน? แต่ว่าก็ว่าเถอะวิธีการเข้าหาของเขากลับไม่ทำให้ผมอึดอัดใจแต่อย่างใด


จะว่าอย่างไรดี เพราะท่าทางกับน้ำเสียงของมิวเรย์ที่จริงใจมากละมั้ง ทำให้ผมอยู่กับเขาแล้วสบายใจ


ดูไปก็บรรยากาศรอบตัวมิวเรย์คล้ายๆ เนลโลอยู่นะ ช่างดูแลเนี่ย…


“หยุดรถ ได้เวลาพักแล้ว!”


เกวียนที่โขยกเขยกมาตลอดทางพลันจอดนิ่ง แม้จะบอกว่ามีอาหารแล้ว เหล่าผู้โดยสารก็ไม่กระตือรือร้นจะไปกินเสียเท่าไหร่ จนคนคุมทั้งหลายต้องพูดกระตุ้นหลายๆ ครั้งจึงจะขยับตัวกัน


พวกเราลงเป็นคู่สุดท้าย อาหารที่ว่าเป็นขนมปังก้อน แฮมและน้ำหนึ่งถุง ผมมองคุณภาพของอาหารแล้วนับว่าดูดีกว่าตอนอยู่กับราฮาฟอักโข คงเพราะทาสพวกนี้ต้องเอาไปขายจะให้คุณภาพลดถอยเนื่องจากความหิวโหยไม่ได้สินะ


พวกเราถูกจับให้นั่งรวมกลุ่มกัน แต่ละคนกินอาหารที่ได้รับมาอย่างเชื่องช้า ผมนั่งกัดก้อนขนมปังพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ตอนนี้เราเดินทางมาถึงทุ่งราบกว้างใหญ่ มองเห็นภูเขาสูงไกลลิบๆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้ากระจ่าง มีปุยเมฆลอยเอื่อย หากไม่นับว่าอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมก็คิดว่ามานั่งปิกนิกรับลมกับครอบครัวก็ยังได้เลยนะ


“เฮ้ย! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!”


ทันใดนั้นก็มีทาสคนหนึ่งพุ่งตัวออกจากกลุ่ม มุ่งหน้าไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง คนคุมคว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน ทาสคนนั้นก็เอาศีรษะกระแทกกับลำต้นอย่างแรงจนเลือดสาดกระจาย


“ว้าย!”


“กรี๊ดดด!”


ในบรรดาทาสมีสตรีอยู่ด้วย เห็นคนฆ่าตัวตายต่อหน้าก็พากันกรีดร้อง ไม่ก็อาเจียน ผมแทะแฮมอย่างไม่ทุกข์ร้อนเช่นเดียวกับมิวเรย์ที่มองคนฆ่าตัวตายอย่างเดียดฉันท์


“ไม่รู้จักรักตัวเองเอาเสียเลย”


“ทำยังไงได้ล่ะ เขาคงไม่อยากเป็นทาสนั่นแหละ” ผมมองสีหน้าของคนข้างกายด้วยความประหลาดใจ เห็นใจดีแบบนี้ที่จริงทำหน้าดูถูกเป็นด้วย


“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใช่ว่าเป็นทาสแล้วจะมีแต่เลวร้ายเสมอไปนะ” มิวเรย์เขยิบเข้ามานั่งใกล้ๆ จนไหล่เราติดกัน “ยิ่งถ้าเป็นทาสที่มาจากการขายตัวเองใช้หนี้ด้วยแล้ว ยิ่งได้รับการปฏิบัติที่ดีคนละเรื่องเลย หากทำงานชดใช้ค่าตัวได้หมดก็เป็นอิสระแล้ว คนที่คิดฆ่าตัวตายมีแต่พวกที่ทำผิดเท่านั้นแหละ”


“อย่างนั้นหรอกเหรอ” ผมเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าทาสก็มีแบ่งแยกด้วย “หมายความว่าพวกทาสที่ทำความผิดจะถูกส่งไปทำงานหนักๆ เหรอ”


“ใช่ เพราะทำผิดมาเลยต้องทำงานหนักเป็นการลงโทษอย่างไรล่ะ คนที่ฆ่าตัวตายก็เป็นพวกใจเสาะขี้ขลาดนั่นแหละ คิดว่ายอมตายเสียดีกว่ามีชีวิตอยู่ ทั้งที่ตัวเองทำผิดเองแท้ๆ ไม่คิดเหรอว่าคนเขาเดือดร้อนน่ะ”


ทำผิดก็ต้องได้รับโทษ นั่นคือกฎอันเที่ยงธรรม สำหรับพวกที่ทำผิดแล้วกลับไม่ยอมชดใช้แต่เลือกที่จะตาย ก็เรียกว่าขี้ขลาดจริงๆ นั่นแหละ


ไม่สิ เห็นแก่ตัวอาจจะเหมาะกว่ากระมัง...


มิวเรย์ยื่นแฮมครึ่งแผ่นให้ผม “เอาไปกินสิ”


“เจ้าไม่กินแล้วเหรอ”


ผมเห็นว่าขนมปังของเขายังเหลือตั้งครึ่งก้อน ถ้าไม่กินแฮมจะกินขนมปังเปล่าๆ อย่างนั้นเนี่ยนะ?


“ข้าไม่ค่อยชอบกินเนื้อสัตว์” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบผักออกมาจากถุงหนัง “บอกตามตรงข้าไม่ชอบกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ฉะนั้นข้าขอกินผักของตัวเองแล้วกัน”


ในถุงนั้นมีผักกอเล็กๆ อยู่กอหนึ่ง ดูจากรูปร่างแล้วคล้ายผักชีไม่น้อย ผมไม่ค่อยแปลกใจนักเพราะเอลฟ์ชมชอบผักใบเขียวมากกว่าเนื้อสัตว์ แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าตัวจะถึงขั้นพกผักติดตัวมาด้วย


คงเพราะผมทำท่าสงสัย มิวเรย์จึงอธิบายว่า “ข้าเก็บผักพวกนี้ระหว่างทางน่ะ ไม่ได้พกมาตั้งแต่แรกหรอก”


“อ๋อ”


ก็ว่าอยู่ ถ้าถึงขนาดพกผักติดตัวมันก็แปลกเกินไปจริงๆ นั่นแหละ


เมื่อพวกเรากินอาหารเสร็จคนคุมก็ปล่อยให้พวกเราทำธุระส่วนตัวสักเล็กน้อย ในระหว่างนั้นมิวเรย์เก็บดอกไม้สีขาวมาได้กำเล็กๆ เขาบอกว่ามันเป็นดอกไม้กินได้ เอลฟ์มีทักษะทางการหาพืชพรรณจริงๆ แฮะ ชวนให้นึกถึงบริทท์อยู่เหมือนกัน รายนั้นก็แยกแยะผักกับสมุนไพรได้


พวกเราเดินทางเช่นนี้อยู่ราวๆ สามวัน แต่เป็นสามวันที่จะว่าน่าเบื่อหน่ายมากๆ ก็ใช่ ถ้าผมไม่มีมิวเรย์เป็นเพื่อนคุยด้วยระหว่างทางละก็ คงเหี่ยวเฉาไม่ต่างอะไรกับทาสคนอื่นบนรถเลยล่ะ


ผมอยู่กับมิวเรย์จนได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้น ทั้งเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ต้องไปทำงานตั้งแต่อายุแค่เจ็ดขวบ ก่อนจะโดนไล่มาเป็นทาส ตอนที่เล่าเขาไม่มีท่าทีน้อยอกน้อยใจกับการเป็นคนรับใช้ผู้อื่นเลย ซ้ำยังมีความสุขด้วย พอฟังแล้วผมก็พลอยยิ้มออกมา


“ชีวิตเจ้าออกจะลำบากแท้ๆ แต่กลับไม่ทุกข์ร้อนเลยนะ”


“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าคนอื่นฟังก็คงว่าอย่างนั้น แต่สำหรับข้าแล้วการมีงานทำ มีอาหารให้กินอิ่ม นอนในที่มีหลังคา แล้วก็มีเงินให้ใช้สอยได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ข้าจะต้องไปทุกข์ใจอะไรเล่า”


“นั่นเพราะเจ้ารักสงบ สมถะและไม่โลภ” ผมว่า มองคนข้างกายในแง่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก “เกรงว่าถ้าเป็นคนอื่นคงไม่พอเพียงเท่านี้”


“ที่กล่าวมามีส่วนถูก แต่เรื่องที่ข้าไม่โลภนั้น ข้าขอค้าน” มิวเรย์กอดอก มุมปากยกขึ้นสูง “ข้ามีความโลภอยู่นะ เมื่อมีของที่อยากได้ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมาหรือครอบครอง”


*************************************


ฟังแบบนี้ผมก็ประหลาดใจ “ของอะไรกันนะที่ทำให้เจ้าอยากได้เพียงนั้น”


ดวงตาสีฟ้าใสเป็นประกายประหลาด “ไว้วันนึงข้าจะบอกให้ฟัง”


มีลับลมคมในชะมัด


นอกจากเรื่องส่วนตัวแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรติติง แม้ว่าความงดงามของเขาจะทำให้ผมตาพร่าลายอยู่หลายครั้ง รวมถึงความช่างสกินชิพของเขาที่ชอบเอาตัวมาใกล้ชิด ผมนับถือเขาเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้คนหนึ่ง มีพรรคพวกยังไงก็ดีกว่าการอยู่โดดเดี่ยวใช่ไหมล่ะ


และแล้วพวกเราก็มาถึงตลาดค้าทาส


เมื่อมาถึงผมรับรู้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดจากผู้โดยสารบนรถ บางคนตัวสั่น บางคนเริ่มร้องไห้ หรือไม่ก็ถอนหายใจปลดปลงกับโชคชะตา มีส่วนน้อยนักที่จะมีท่าทีปกติแบบผมกับมิวเรย์


ผมมองลอดออกไป ที่นี่สมกับเป็นตลาดค้าทาส มีมนุษย์และสิ่งมีชีวิตมากมายถูกล่ามโซ่เอาไว้โชว์ตัวอยู่ที่หน้าร้าน บนทางเดินมีเกวียนและรถม้าแล่นสวนกันไปมา รวมถึงคนขี่ม้า ขี่ลา พ่อค้าแม่ค้ามาเลือกทาส ถูกใจก็ชี้นิ้วและจ่ายเงิน ง่ายๆ แค่นั้น


“ถึงแล้ว พวกเจ้าลงมาจากรถแล้วเรียงแถวตามข้ามา!”


เมื่อเกวียนจอดนิ่งสนิท ทุกคนก็ค่อยๆ ทยอยลงมาจากรถ ผมกับมิวเรย์อยู่เกือบท้ายแถว เดินตามคนคุมเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ที่เหมือนเป็นใจกลางตลาด อาคารสีขาวโดดเด่นท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน


“รอตรงนี้!”


คนคุมบุ้ยใบ้ให้พวกเราไปนั่งเกาะกลุ่มที่มุมห้อง ภายในอาคารมีทาสอยู่หลายกลุ่มนั่งกระจายกันอยู่ ในแต่ละกลุ่มก็มีคนคุมสองสามคน ดูเหมือนว่าจะต้องรอเข้าคิวตรวจสอบประวัติ ผมจึงได้แต่เอนหลังพิงกำแพงแล้วหลับตาลง


สักพักใหญ่ๆ ก็ถึงกลุ่มของพวกผม คนคุมเร่งให้พวกเราเข้าไปด้านในแล้วต่อแถวเป็นระเบียบ ผมจะเดินต่อหลังมิวเรย์ แต่เขากลับสลับตำแหน่งกับผม


“แบบนี้ดีกว่า”


เขาว่าอย่างนั้น ผมกำลังจะถามว่าเพราะอะไร คนคุมก็จัดการดึงตัวผมไปตรวจหารหัสทาสบนตัว


“รหัสอยู่ตรงไหน?” คนคุมถามเสียงห้วน


“ตรงเอว-”


ผมเพิ่งจะพูดจบ คนคุมก็ถลกเสื้อไม่มีความเกรงใจจนมองเห็นเอวและหน้าท้อง ทำเอารู้สึกเย็นวาบเพราะลมขึ้นมาทันใด


คนคุมหาได้สนใจผมที่กำลังหงุดหงิดกับความไร้มารยาท ตะโกนไปด้านหลังว่า


“รหัส 216794!”


คนที่เป็นทาสทุกคนจะมีตรารหัสตัวเลขชุดหนึ่งบนร่างกาย และถูกจดชื่อ ประวัติและรายนามไว้ในเอกสาร เมื่อคนคุมตะโกนบอกออกไป เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปในคลังรื้อค้นจากชั้นที่มีตัวเลขกำกับ พลิกปกเล่มแล้วก็ดึงเอกสารฉบับหนึ่งออกมาส่งให้ผม


“ถือไว้ เอาเข้าไปรายงานต่อหัวหน้า”


ผมก้มลงมองเอกสารในมือ มันเขียนชื่อ วันที่เกิด สถานที่เกิด รวมถึงประวัติและการซื้อขาย ผมเพิ่งจะรู้ว่าเจ้าของร่างนี้มีชื่อว่า คาราน เพิ่งอายุได้สิบแปดปีเท่านั้น เป็นลูกครึ่งมนุษย์กับปีศาจ เนื่องจากมีหนี้สินทางบิดาจึงขายลูกไปเป็นทาส แล้วก็ตกไปอยู่ในมือของโรเวน ผมไม่คุ้นชื่อเจ้าของทาสนี้ บางทีราฮาฟไม่อาจออกหน้าซื้อขายทาสได้จึงวานผู้อื่นแทนกระมัง


มิวเรย์ที่ได้เอกสารเรียบร้อยแล้วมาต่อด้านหลังผม


“เจ้าคิดเรื่องโฆษณาตัวเองได้แล้วหรือยัง?”


ผมเลิกคิ้วขึ้น “ต้องตอนนี้เลยเหรอ?”


“ตอนนี้เลย” มิวเรย์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่อย่างนั้นหากหัวหน้าพ่อค้าทาสเห็นว่าเจ้าไม่มีค่ามากพอก็จะส่งกลับคืนเจ้าของ เจ้าคงไม่อยากกลับไปหรอกใช่ไหม”


แน่นอนว่าย่อมไม่อยาก แค่คิดถึงราฮาฟผมก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนแล้ว


“แล้ว... ข้าจะโฆษณาตัวเองยังไงเล่า?”


“ในเอกสารเจ้าเป็นทาสระดับใด?”


“มีบอกระดับด้วยเหรอ? ตรงไหน?”


ผมกวาดตาไปรอบๆ เอกสาร มิวเรย์วางคางบนไหล่ผมแล้วจิ้มไปที่ด้านล่าง


“ตรงนี้ อืม ระดับสีเหลืองเหรอ ค่อนข้างต่ำอยู่นะ พอได้ๆ”


ผมเห็นเจ้าขีดสีเหลืองด้านล่างกระดาษอยู่ ดันเข้าใจว่าเป็นลวดลายอะไรเสียอีก จึงไต่ถามอย่างละเอียด


“สีเหลืองนี่ระดับไหนเหรอ แล้วก็มีกี่ระดับกี่สี?”


“มีสี่สี ต่ำสุดคือขาว ไล่ไปเป็นเหลือง ส้มและแดง” มิวเรย์อธิบายให้ฟังอย่างใจเย็น “ระดับสีขาว มักจะเป็นพวกเด็กๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว สีเหลืองจะระดับสตรีที่แรงน้อยกับคนหนุ่มที่มีแรงมาก ทว่าอ่านออกเขียนไม่ได้ ระดับสีส้มจะอ่านออกเขียนได้ รวมถึงหน้าตาใช้ได้ประมาณหนึ่ง ส่วนระดับสีแดง นอกจากหน้าตาจะดีจนเด่นหรือมีจุดเด่นในส่วนอื่นเช่นร่างกายแข็งแรงกำยำ มีความสามารถพิเศษจึงจะได้รับระดับสีแดง”


ผมฟังแล้วก็ตาลุกวาว “ข้าอ่านออกเขียนได้ งั้นก็เลื่อนระดับได้แล้วสิ!”


“ใช่ แต่ว่ามันยังไม่ดีพอ ทางที่ดีเจ้าควรจะขึ้นระดับสีแดงจะดีที่สุด มันจะรับประกันได้ว่าเจ้าจะไม่ถูกส่งกลับไป” มิวเรย์ว่า ดวงตาสีฟ้าใสมองผมอย่างพินิจพิเคราะห์ “เจ้ามีความสามารถพิเศษไหม?”


“ถ้าต่อสู้ได้ ใช้หอกเป็นนับว่าเป็นความสามารถพิเศษหรือเปล่า?”


ผมคิดว่ามีเรื่องนี้ที่พอจะอวดได้ มิวเรย์พยักหน้างึกงัก


“ก็ได้อยู่นะ หากเจ้าสามารถประมือกับคนคุมได้ ก็ถือว่าขึ้นระดับแดงได้”


ผมเหลือบไปทางคนคุม “หมายถึงให้ประมือกับคนพวกนั้น นี่ต้องทดสอบด้วยเหรอ?”


“แหงอยู่แล้ว เจ้าคงไม่คิดว่าแค่พูดเฉยๆ เขาจะให้ผ่านหรอกใช่ไหม?” มิวเรย์ยิ้มอ่อน บีบจมูกผมทีนึง “วางใจเถอะ เจ้าแค่ตั้งรับให้ได้แล้วโจมตีให้โดนผู้คุมสักที ก็โอเคแล้ว”


“ถ้าง่ายขนาดนั้นก็ดี”


ถึงผมจะได้รับการฝึกจากยูดัมมาแล้ว แต่ผมไม่เคยสู้โดยใช้ร่างนี้มาก่อน จึงไม่รู้ว่าจะเคลื่อนไหวได้ดังใจหรือไม่


พวกเราหยุดคุยเพราะถึงคิวผมรายงานตัวแล้ว หัวหน้าพ่อค้าเป็นชายไว้หนวดยาวท่าทางภูมิฐาน มีดวงตาที่คมปลาบ แต่แน่นอนเมื่อเทียบกับสายตาของราฮาฟนี่ยังด้อยกว่าเป็นร้อยเท่า


“คาราน ทาสระดับเหลือง สถานะมีเจ้าของแล้ว แต่ว่าหลบหนีออกมา อืม...” หัวหน้าพ่อค้าอ่านเอกสารแล้วก็ลูบหนวด “ไม่มีความผิดติดตัวนอกจากเรื่องหนี ถูกขายเป็นทาสตั้งแต่อายุหกขวบ”


ผมเงียบ สงบเสงี่ยมไม่กล่าวอะไร หัวหน้าพ่อค้าร้องอืมๆ อยู่หลายครั้งแล้วเหลือบตามองผม


“เจ้าคงไม่อยากไปอยู่กับเจ้านายเก่ากระมัง มีอะไรนำเสนอตัวเองหรือไม่ ถ้าเจ้าได้เลื่อนระดับก็มีสิทธิ์จะได้ไปอยู่ที่ดีๆ มากขึ้น”


ผมฟังแล้วใจชื้น “ตอนนี้ข้าสามารถอ่านออกเขียนได้แล้วขอรับ รวมถึงยังต่อสู้เป็นด้วย”


“น่าสนใจ” หัวหน้าพ่อค้าหมุนเก้าอี้ไปด้านหลัง หยิบหนังสือออกมาจากชั้นเล่มหนึ่ง “งั้นเจ้าลองอ่านให้ข้าฟังสักหน่อย เริ่มจากหน้านี้”


หัวหน้าพ่อค้าสุ่มเปิดหน้าหนังสือ ผมมองปราดเดียวก็เห็นว่ามันคือนิยายจรรโลงโลกเล่มหนึ่ง แต่ก็ยอมอ่านให้ฟังโดยดี


“...ทันใดนั้นเวลล์ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ทางหนึ่งก็มารดาอันเป็นที่รัก อีกด้านหนึ่งก็เป็นภรรยายอดดวงใจ เขาควรจะตัดสินใจอย่างไรดี มันเหมือนทางสองแพร่งที่ไม่ว่าจะไปทางใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องเสียใจกับทางที่เลือก ขณะกำลังลังเลอยู่นั้นมารดาของเขาก็เอ่ยว่า 'เจ้าควรจะปกป้องภรรยา อย่างไรข้าก็แก่แล้วไม่อาจมีชีวิตรอดสืบไป สู้รักษาภรรยาเถิด! ' ทว่าอีกด้านหนึ่งภรรยาของเขากลับตอบว่า 'ที่รัก ท่านควรช่วยมารดา มารดานั้นมีเพียงหนึ่งเดียว ท่านจะอกตัญญูไม่ใยดีไม่ได้ ทิ้งข้าเถิด แล้วช่วยท่านแม่! ...”


“พอ เจ้าอ่านได้ดี” เมื่อเห็นว่าผมอ่านได้คล่องแคล่วหัวหน้าพ่อค้าก็มีสีหน้าพึงพอใจ “งั้นทีนี้มาลองเขียนกัน เจ้าลองเขียนตามคำบอกดู”


และผมก็ผ่านไปอย่างง่ายดาย จนมาถึงตอนประมือกับคนคุม ซึ่งผมกำลังหวั่นใจอยู่พอดีว่าทางนั้นจะส่งคนแข็งแกร่ง ร่างกายบึกบึนมา ถ้าเป็นอย่างนั้นผมอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ดีที่ส่งคนคุมขนาดร่างกายเท่าๆ กันมา


ที่นี่ไม่มีหอก แต่มีทวน พอใช้ต่างหอกได้อยู่ ผมควงมันในมือรอบหนึ่ง รู้สึกว่าไม่คล่องมือเท่าไหร่ หอกกุงเนียร์เป็นอาวุธของโอดินมันจึงมีน้ำหนักเบา หวดได้ดังใจไม่เหมือนไม้พลองนี่


กระนั้นในเมื่อปากบอกไปแล้วว่าต่อสู้ได้ ผมก็ต้องแสดงให้เห็น จึงตั้งท่าแล้วจับตามองคู่ต่อสู้


เอาละ จะรุกก่อนหรือจะรอตั้งรับ?


ยูดัมสอนไว้ว่ากับผู้ที่ยังไม่รู้ฝีมือควรลองเชิงก่อน แต่ถ้ารู้แล้วคิดว่าสู้ได้ก็ให้ลุยเสีย แน่นอนว่าผมไม่รู้กระบวนท่าของอีกฝ่ายจึงต้องรีรอดูท่าทีก่อนอยู่แล้ว


“ย๊ากกกกก!!”


แล้วคนคุมก็เริ่มจู่โจม การเคลื่อนไหวของเขาทำไมมันช่าง... เชื่องช้าอย่างนี้เล่า!?


ผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ผมขยับตัวหลบการหวดนั้นอย่างง่ายดาย คนคุมคนนั้นไม่ย่อท้อยังคงกระหน่ำโจมตีไปเรื่อยๆ ผมก็หลบได้หมด


หรือว่าทางนั้นส่งคนฝีมืออ่อนมาลองเชิง? ผมขมวดคิ้ว มองท่าร่างที่มีแต่ช่องโหว่ก็จัดการซัดเข้าไปที่ลิ้นปี่ทีหนึ่ง ผมคิดว่าออมแรงไว้มากแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับกุมท้องลงไปนั่งคุกเข่า


ห๊ะ? นี่อ่อนแอถึงขนาดโดนโจมตีแค่นี้ก็ลุกไม่ขึ้นแล้วเหรอ!? ผมเบิกตามองอย่างเหลือเชื่อ


หัวหน้าพ่อค้าทำตาวาว “น่าสนใจ โช ออกมาประมือหน่อยซิ”


คราวนี้อีกฝ่ายส่งคนคุมที่ตัวสูงใหญ่มาสู้กับผม อืม รอบนี้น่าจะเก่งนะ หรือเมื่อกี้แค่ลองเชิงผมเฉยๆ เหรอ?


จะยังไงก็ตามการต่อสู้รอบสองได้เริ่มต้นขึ้น คนคุมยักษ์นี้ใช้สายตาประเมินมองผม แถมยังกระดิกนิ้วเรียกให้ผมจู่โจมก่อน


ลองเชิงก่อนก็ได้ ผมตัดสินใจรับคำเชิญ เหวี่ยงไม้พลองไปที่หัวไหล่ อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ แล้วเริ่มประทวนกับผม เกิดเสียงโช้งเช้งเสนาะหู แต่นานเข้าผมยิ่งขมวดคิ้วจนเป็นปม


ทำไม... คนนี้ก็มีท่าร่างเต็มไปด้วยช่องโหว่ล่ะ!?


คนคุมคนนี้มีดีที่แรง แต่กระบวนท่าก็ไม่ต่างอะไรกับคนก่อนหน้านี้เท่าไหร่ ผมหมุนควงทวนแล้วลงน้ำหนักกระแทกปลายทวนไปที่หน้าอก... เบาๆ


แต่คนคุมร่างยักษ์นั้นกลับปลิวกระเด็นลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น


*พรุ่งนี้จะเปิดพรีออเดอร์แล้ว และจะได้เห็นปกเล่มสองอย่างเป็นทางการด้วย > < ซึ่งผู้ที่ขึ้นปกก็คือสองคนในฮาเร็มนายเอกนั่นเองค่ะ! อย่าลืมมาอุดหนุนกันน้า

ราคารวมส่งลงทะเบียนราคา 779 บาท

รวมส่ง EMS ราคา 829 บาทค่า! เตรียมเงินไว้ได้เลยค่ะ!


#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 491 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #1531 Nnamtnb (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:21
    คนในฮาเร็มอีกสองคนคือเนลโลกับหนุ่มเอลฟ์คนนี้สินะ
    #1,531
    1
    • #1531-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:25
      ถูกต้องค่า ^ ^
      #1531-1
  2. #1530 hibana2 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:21
    ความเทพทรูนี่มันอะไรกันน่ะ//ทำไมตอนน้องอยู่ในร่างโอดินไม่เห็นเทพอย่างนี้(หรือผู้คุมกากเองหว่าาา)
    #1,530
    1
    • #1530-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:25
      ตอนอยู่ในร่างโอดินมีแต่คนเก่งกว่าทั้งนั้นเลยนะคะ น้องจะสู้ได้ไง > < อาซรางี้ ยูดัมงี้ // แต่กับมนุษย์ธรรมดานี่อีกเรื่องนะคะ
      #1530-1
  3. #1515 Sleepy😪 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:45
    ฟิลลิ่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบมาดีมาก ข้อสอบออกโคตรจะง่ายแบบไม่ต้องอ่านก็ทำได้
    #1,515
    1
    • #1515-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:21
      นับเป็นความโชคดีของน้องเขาค่ะ ^ ^
      #1515-1
  4. #1514 กรานิเต้ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:06
    ปักหมุด!!! 23.06 แล้วนะคะ ไม่ถึงชั่วโมงก็จะเป็นวันที่ 28!!
    #1,514
    1
    • #1514-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:20
      มารอตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือคะ!? ไรท์เปิดขายตอนเก้าโมงเช้าค่า ใจเย็นน้า > <
      #1514-1
  5. #1513 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:52
    บริท?????
    #1,513
    2
    • #1513-1 ZenCruz(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:16
      ใช่คิดเหมือนกันเลย เอลฟ์นางเหมือนบริทท์มากกก
      #1513-1
    • #1513-2 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:20
      แต่มีบางคนบอกว่าเหมือนอาซราเช่นกันนะคะ 55555
      #1513-2
  6. #1512 MeloMonnn (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:33
    คิดถึงเรือฟริกกา😭
    #1,512
    1
    • #1512-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:19
      เดี๋ยวก็ได้เจอแล้ว ใจเย็นๆ น้า
      #1512-1
  7. #1511 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:08

    เนลโลจะมาช่วยมั้ยหนออ

    รอเล่มน้าาาา
    #1,511
    1
    • #1511-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:19
      ขอบคุณค่า เปิดขายตอน เก้าโมงเช้านะคะ ^ ^
      #1511-1
  8. #1510 Schwarzo (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:02
    น้องงงงง เมื่อไหร่ตะหลุดพ้น ซวยตลอดเลน
    #1,510
    1
    • #1510-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:18
      ซวยเนอะ > < น้องมีแต่ต้องสู้เท่านั้น!
      #1510-1
  9. #1509 สาววายผู้หลงมา (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:05
    จะบอกว่าต่อสู้ได้ก็แปลกเพราะราฮาฟบอกว่าร่างนี้อ่อนแอ แตะนิดแตะหน่อยก็เจ็บแล้ว//หรืออ่านข้ามวะ หรือว่าน้องเอลฟ์ช่วย หรือร่างนี้มีพลังอะไร บ้างอย่าง //ค้างงงง อยากต่อแล้วค่าาาา
    #1,509
    2
    • #1509-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:22
      ร่างนี้เคยอ่อนแอเพราะไม่ได้กินอาหารเพียงพอ + โดนกดขี่ค่า > < แต่ตอนหลังอยู่กับเนลโลกินดีอยู่ดีจึงแข็งแรงขึ้นแล้ว ส่วนแตะนิดแตะหน่อยเจ็บยังเหมือนเดิม ที่น้องดูเหมือนเก่งเพราะสู้กับยูดัมที่เก่งการต่อสู้ จะเอามาตรฐานต่อสู้ของมนุษย์ไปเทียบกับเทพไม่ได้ค่ะ
      #1509-1
  10. #1508 love_forever 1992 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:00
    ร่างนี้ต่อสู้ได้เหรอ? อาจจะเป็นพลังพิเศษของน้องริเปล่า

    สู้ๆนะลูก!!
    #1,508
    1
    • #1508-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:19
      ความจริงน้องมีฝีมือนะคะ เพียงแต่าสู้กับเทพอย่างยูดัมเลยแพ้ตลอด
      #1508-1
  11. #1507 นารุมิ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:57
    มี ebookเมือไรค่า ไม่สดวกซื้อเป็นเล่ม
    #1,507
    1
    • #1507-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:19
      ปลายมีนาค่า
      #1507-1
  12. #1506 :: Mosifer :: (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:51

    สามีสอนมาดีค่าาา น้องจะเฉิดฉายแล้ว ขอสปอร์ตไลท์ให้น้องด้วยค่ะ!

    #1,506
    1
    • #1506-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:19
      ต้องชื่นชมคนสอนใช่ไหมคะ ^ ^
      #1506-1
  13. #1505 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:41
    คนที่เคยสู้ด้วยเทพๆทั้งนั้น คราวนี้น้องจะได้เฉิดฉายสะที!!
    #1,505
    1
    • #1505-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:18
      สู้กับเทพแพ้หมด แต่กับมนุษย์อีกเรื่องค่ะ 5555
      #1505-1
  14. #1504 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:31
    น้องอย่างเจ๋งงง
    #1,504
    1
    • #1504-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:18
      ในที่สุดก็ได้ต่อสู้เสียทีเนอะ
      #1504-1
  15. #1503 oilcaesar (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:23
    ตายแล้ว น้องหนู ทำไมเทพอย่างนี้ล่ะลูก
    #1,503
    1
    • #1503-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:17
      รอที่จะสาดประกายมานานค่ะ > <
      #1503-1
  16. #1502 janjirasuso (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:07
    โอ้เก่งแล้วๆ
    #1,502
    0
  17. #1501 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:04

    โคตรเทพทรู หลัว(เก่า)ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

    #1,501
    0
  18. #1500 UNicornG (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:02
    กระเด็นเลยหรอ? ไม่น่าเชื่อ
    #1,500
    0
  19. #1498 hunnay (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:39
    รอต่อไปปป
    #1,498
    0
  20. #1497 C. Lanatus (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:35
    เปิดพรีฯถึงวันไหนคะ?แล้วก็มีเล่มแรกขายด้วยรึเปล่า?
    #1,497
    2
    • #1497-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:19
      เปิดพรีถึง 28 มีนานี้ค่ะ ขายทีเดียวสองเล่มจบเลย
      #1497-1
  21. #1496 Luili (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:34
    ตื่นเต้นรอปก!!!
    #1,496
    1
    • #1496-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:17
      มารอชมวันพรุ่งนี้กันนะคะ ^ ^
      #1496-1
  22. #1494 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:44
    เป็นเอลฟ์ที่ดูมึนๆชอบกล 555
    #1,494
    1
    • #1494-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:26
      พี่แกจะแบบนี้แหละ 5555
      #1494-1
  23. #1493 Mymint Kotchanika (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:59

    เอลฟ์ ฮาเร็มอีกคนแน่เลย
    #1,493
    1
    • #1493-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:05
      เดี๋ยววันพรุ่งนี้เราก็ได้รู้แล้วค่ะ
      #1493-1
  24. #1492 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:18

    น้องยังไม่ได้เนลโลเป็นหลัวเลย อิพวกตัวประกอบเดี๋ยวก็ลืม-รีบมาฉุดกันจังวะ

    #1,492
    2
    • #1492-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:04
      ถ้าหมายถึงมิวเรย์ คนนี้ไม่เป็นตัวประกอบน้า > <
      #1492-1
    • #1492-2 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:06
      หมายถึงอิพวกค้าทาส แต่ไรท์คะหล่อนดูมีพิรุธนาาา
      #1492-2
  25. #1491 Tmw_sai (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:30
    เล่ม2จะมีแบบe-bookรึเปล่าคะ
    #1,491
    2
    • #1491-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 44)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:04
      มีค่า แต่ออกปลายเดือนมีนานะคะ
      #1491-1
    • #1491-2 Tmw_sai(จากตอนที่ 44)
      28 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:40
      โอเคค่าเกียมตังรอเลย
      #1491-2