[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 39 : ประกาศครั้งที่ 30 สูงสุดคืนสู่สามัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 551 ครั้ง
    7 ก.พ. 63

ประกาศครั้งที่ 30 สูงสุดคืนสู่สามัญ


“ขนให้เร็วกว่านี้! เร็วกว่านี้!”


เสียงตะโกนสลับการเสียงแส้ที่ตวัดฟาดบนพื้นและบางครั้งก็เป็นตัวคน กลายเป็นเสียงที่คุ้นชินของผมไปเสียแล้ว


ผมปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ขณะก้าวขาแบกถังน้ำสองใบเดินกลับเข้าไปในเขตโรงเรือน


หากถามว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่และถูกใช้แรงงานประหนึ่งวัวควาย คำตอบก็คือเป็นเพราะผมปฏิเสธที่จะขายความลับของแอสการ์ดนั่นเอง


แม้โลกิจะยื่นข้อเสนอที่แสนเย้ายวนใจเพียงใด แต่ที่แอสการ์ดก็มีผู้คนมากมายที่ผมรักอยู่ ทั้งอาซรา ยูดัม บริทท์ เนลโลและเทพองค์อื่นๆ ผมไม่อาจทำร้ายพวกเขาได้ ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ด้วยเหตุนี้ผมจึงถูกส่งมาใช้แรงงานหนักที่โรงเรือนแห่งนี้


เพียะ!


“โอ๊ย!”


ผมอุทานเมื่อมีคนคุมคนหนึ่งฟาดแส้มาที่ไหล่ ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่ชัดเต็มจมูก เยี่ยม… ดูท่าผมจะได้เลือดอีกแล้ว นี่แผลที่สิบแล้วนะ ขี้เกียจทำแผลนะโว้ย!


“รีบๆ เดินเข้าเจ้าลูกครึ่ง! แกล้าหลังกว่าคนอื่นแล้วนะ!”


คนคุมตวาดใส่ ผมได้แต่ประคองตัวเองแบกน้ำสองถังไปให้ไวที่สุด แม้ว่าร่างกายจะส่งเสียงประท้วงอยู่ตลอดก็ตาม


แหงละนะ ไม่มีร่างกายส่วนไหนของผมที่ไม่บาดเจ็บเลย เท้าเปล่าเต็มไปด้วยแผลพุพองจากการเดินเหยียบหิน ขาปวดเพราะเดินตลอดเวลา ปวดท้องเพราะไม่เคยได้กินอาหารดีๆ และเต็มอิ่มเลยสักมื้อ ไหล่สองข้างปวดระบมจากการแบกของหนัก ยังไม่นับแผลขีดข่วนตามร่างกายที่เกิดจากการหกล้มกับรอยแส้ฟาดอีกนะ ร่างที่ผมอยู่นี้นับว่ายับเยินเอาการเลยทีเดียว


ผมกะพริบตาเพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อไหลเข้าตา ที่จริงทำงานหนักเช่นนี้ยังไม่เท่าไหร่ แต่นิฟเฟิลเฮมแห่งนี้แห้งแล้งมาก อากาศในตอนกลางวันร้อนอบอ้าวจนกระหายน้ำบ่อย อากาศมีแต่ฝุ่นละอองล่องลอยสูดเข้าไปก็ทำให้โพรงจมูกของผมคันและแห้งไปหมด ยังไม่ต้องพูดถึงฝุ่นพวกนี้ทำให้ระคายเคืองตาเลย สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ชีวิตของผมยากลำบากกว่าเดิม


“แกตรงนั้นน่ะ อย่าชักช้าได้ไหม! ต้องตักน้ำมาให้เต็มอ่างนี้ เพื่อที่โลกิและเหล่าพระชายาจะได้ใช้!”


คนคุมอ่างเก็บน้ำตะโกน ไม้ที่ถูกเหลาจนแหลมเรียวฟาดเพียะๆ บนอ่าง ผมใช้สายตาเย็นชามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะขยับขาตัวเองไปถึงที่อ่างเก็บน้ำได้ในที่สุด


ผมจัดการเทน้ำที่ไปตักมาจากแม่น้ำสายใหญ่ระยะห่างจากที่นี่ราวๆ หนึ่งกิโล มองปราสาทสีดำที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางความแห้งแล้งและโดดเดี่ยว ความชิงชังก็เริ่มกัดกินหัวใจผมอีกครั้ง


เสียทีที่ผมเคยชอบพระเอก พอโดนจับมาทรมานแบบนี้แล้ว แม่งเอ๊ย ผมอยากจะแช่งชักหักกระดูกมัน!


ผมสาปแช่งราฮาฟในใจเป็นพันรอบ พอรินน้ำใส่ถังเสร็จก็ขนถังสองใบนั่นเดินทางไกลกลับไปตักน้ำที่แม่น้ำอีกรอบ คาดว่านี่คงเป็นรอบสุดท้ายของผมแล้วหลังจาก


นั้นจะเป็นพักกลางวัน การต่อสู้ของจริงจะเริ่มขึ้นในตอนนั้น


“เฮ้ย! ไอ้แก่นี่มันตายแล้วว่ะ!”


ในตอนที่ผมเดินผ่านมีร่างของชายชราคนหนึ่งนอนอยู่ที่พื้น คนคุมเห็นชายชราล้มก็ใช้แส้เฆี่ยนอย่างไร้ความปรานีเพื่อปลุกไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบสนอง ปรากฏว่าชายชราผู้นี้ต่อสู้กับสังขารไม่ไหวได้สิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว


“ไม่ทนเอาเสียเลย เอามันไปทำปุ๋ยซะ”


คนคุมอีกคนบอกอย่างเย็นชา คนถูกสั่งก็พยักหน้าแล้วควักมีดออกมาเริ่มต้นสับร่างชายชราคนนั้น


ผมเบือนหน้าจากภาพสะเทือนขวัญ ยังดีที่ชีวิตการเป็นมาเฟียของผมพบเจอกับร่างมนุษย์เละๆ หลากรูปแบบ แต่ยังไงการมาเห็นคนโดนหั่นมันก็เป็นภาพที่ไม่น่าดูอยู่ดี


ตั้งแต่ที่ผมถูกส่งมาใช้แรงงานที่นี่ คงเป็นรายที่ยี่สิบกว่าเข้าไปแล้วกระมังที่ตาย คนที่ตายแล้วจะถูกจัดการต่างกันไป หากเป็นมนุษย์ก็จะถูกกิน ส่วนพวกปีศาจจะถูกสับเป็นชิ้นๆ เอาไปทำปุ๋ย ร่างที่ผมครอบครองเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับปีศาจยากจะบอกว่าพอตายแล้วจะถูกกินหรือเอาไปทำปุ๋ย


สำหรับผมแล้วความตายก็แค่การหลุดพ้นอย่างหนึ่ง เพียงแต่ที่ผมยังดันทุรังไม่ยอมไปผูกคอตายเพราะยังเป็นห่วงแอสการ์ด ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงกันบ้าง อีกอย่างไม่มีอะไรรับประกันว่าผมตายแล้วจะได้คืนชีพอีกครั้งด้วย


ผมต้องอดทน รอโอกาส จากนั้นค่อยเอาคืนราฮาฟอย่างสาสม!


ผมใช้ความรู้สึกนี้เป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง ทำให้ท่ามกลางสภาพของนักโทษและทาสทั้งหลายแล้วผมดูเป็นผู้เป็นคนที่สุด ในขณะที่คนอื่นๆ ... กลายเป็นผีขอส่วนบุญที่น่าสงสารไปแล้ว


ผมตักน้ำกลับมาเติมอ่างในรอบสุดท้าย ตอนนั้นเองที่มีเสียงกระดิ่งดังขึ้น


“พักทานกลางวัน!”


ได้ยินเสียงนั้นเหล่าผู้คนที่ทำงานอยู่ถึงกับละทิ้งงานวิ่งหน้าตั้งไปยังลานใหญ่ไม่ต่างอะไรกับฝูงสุนัขที่หิวโหย


ผมวางถังลงและเดินไปที่ลานใหญ่อย่างใจเย็น คนคุมยื่นชามบิ่นๆ ส่งให้เหล่าทาสนั้น ต่างคนต่างยื้อแย่งเพื่อที่จะให้ได้อาหารก่อน เสียงตะโกนด่าทอและการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น หากเป็นคนอื่นมาเห็นภาพนี้คงพากันด่าว่าโง่เขลา เหตุใดต้องแย่งกันขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ต่อแถวรับอาหารอย่างสงบเสงี่ยมกัน?


หากถามว่าทำไม นั่นก็เพราะอาหารที่เอามาแจกนั้นมีจำกัด...


วันแรกๆ ที่มาอยู่ผมไม่รู้เรื่องนี้เล่นเอาอดอาหารจนแสบท้อง ต้องกินน้ำประทังชีวิตและหวิดจะเป็นลมอยู่หลายรอบ ตอนหลังผมก็เข้าไปแย่งชิงอาหารไม่ต่างอะไรกับคนพวกนั้น ทว่าแทนที่จะได้อาหาร บางทีก็เจ็บตัวกลับมา อาการที่หนักสุดของผมคือข้อมือซ้น ใช้งานมือข้างนั้นไม่ได้ไปพักใหญ่ ทำให้ผมต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวใหม่


หากมองดูให้ดีจะเห็นว่าไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่ไม่พุ่งไปแย่งชิงอาหาร แต่มีอีกหลายคนที่ยืนอยู่รอบนอกมองคนอื่นๆ ต่อสู้แย่งชิง


ผมมองไปรอบๆ เห็นว่าคนที่เหมือนผมเหล่านั้นต่างเลือกทำเลกันเรียบร้อยแล้ว ผมจึงเดินไปขวามือจับจองพื้นที่ที่ยังว่างอยู่ จากนั้นก็รอคอย


เมื่อมีอาหารในมือ คนเหล่านั้นต้องรีบหนีออกมาก่อนที่จะมีผู้อื่นมาแย่งชิงไป และในจังหวะที่เบียดผู้คนออกมาได้ ตอนนั้นแหละที่ผมจะลงมือ


ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งโซเซออกมา ในอ้อมกอดมีขนมปังก้อนหนึ่งกับเนื้อแห้งหน่อยนึง แต่น่าเสียดายที่เธออยู่ไกลจากระยะลงมือของผมไปหน่อย ฉะนั้นจึงกลายเป็นคนอื่นที่ลงมือ


มีคนซุ่มรออยู่แล้วพอเห็นเขาก็ขว้างก้อนหินใส่หน้าผากของหญิงสาวอย่างจังจนเธอล้มลง จังหวะนั้นคนที่ขว้างหินก็ฉกฉวยขนมปังและเนื้อแห้งนั้นไป เผ่นหนีให้ไกลจากลาน


และนั่นก็คือวิธีหนึ่งที่ทำให้ผมได้อาหารมาครอง


เชื่อว่าหากพวกอาซรามาเห็นผมทำแบบนี้อาจจะไม่ชอบใจ แต่ว่า... เพื่อให้มีชีวิตรอดผมไม่เลือกวิธีการหรอกนะ มโนธรรมพวกนั้นผมต้องยอมโยนทิ้งไปแล้วสวมบทเหี้ยมแบบตอนที่เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย


อย่าได้ปรานี ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิงหรือคนชราก็ตาม!


คราวนี้มีเหยื่อที่เอาอาหารออกมาได้มาตรงตำแหน่งที่ผมประจำการพอดี เป็นเด็กหญิงตัวเล็กที่อาจทำให้พวกอาซราเกิดความเอ็นดูได้แต่ว่า...


พลั่ก!


“โอ๊ย!”


เด็กหญิงล้มลงเพราะผมปาก้อนหินไปสกัดขาเธอไว้ ขนมปังกับเนื้อก้อนกลิ้งหลุดจากมือคลุกฝุ่น แต่ผมไม่สนใจและคว้าพวกมันไป


“หยุดนะ คนขี้ขลาด! จะมาแย่งชิงอาหารของข้าแบบนี้ไม่ได้!”


เด็กหญิงตะโกนด่าผมทั้งน้ำตา ผมหันไปมองเธอก่อนจะว่าอย่างเย็นชา


“แต่เธอเองก็ใช้ฟันคมๆ นั่นแย่งอาหารเขาไปเหมือนกันนี่นา”


ผมไม่เห็นใจเด็กคนนี้หรอกนะ เพราะทุกคนที่นี่ต่างก็สู้เพื่อแย่งชิงอาหารกันทั้งนั้น และเด็กหญิงคนนี้ก็ใช้ฟันงับแขนผู้อื่นจนเลือดไหลเพื่อเอาอาหารมาเช่นกัน


ฉะนั้นเธอจะมาด่าผมไม่ได้


เด็กหญิงคนนั้นทำหน้าบิดเบ้เหมือนจะร้องไห้ ผมทนน้ำตาไม่ได้มากที่สุด จึงรีบเดินออกไปจากลานใหญ่โดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีก


ผมเลือกหาที่นั่งกินจนไปเจอก้อนหินใหญ่ริมน้ำเหมาะกับการหย่อนก้น ผมปัดเศษดินเศษฝุ่นที่ติดก้อนขนมปังและเนื้อก่อนจะค่อยๆ กิน ถึงผมจะหิวแค่ไหนแต่เพื่อให้มันรู้สึกอิ่มท้องการเคี้ยวช้าๆ จะทำให้ได้รสชาติมากกว่า


แม้ว่าขนมปังจะเนื้อหยาบและเนื้อก็เหนียวมากก็เถอะ...


ผมกินไปก็มองผิวน้ำที่สะท้อนแสงแดดจนระยิบระยับ ที่ลานใหญ่เสียงซาไปแล้ว คาดว่าอาหารคงหมดเรียบร้อย วันนี้เร็วกว่าปกติท่าจะมีอาหารแจกน้อยกว่าเดิม


วันนี้จะมีใครหิวตายอีกไหมนะ เมื่อวานทำสถิติสูงสุดคือสามคน ใครที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเกินสามวันก็คงต้องลาลับโลกวันนี้ละนะ


ผมยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะลุกขึ้นดื่มน้ำ ผมกล้ำกลืนน้ำไปอึกใหญ่หวังว่าจะช่วยเติมเต็มท้องได้ไม่มากก็น้อย วันนี้ผมก็รอดตายไปได้อีกหนึ่งวัน


“แกมาอยู่นี่เอง!” ทันใดนั้นคนคุมก็เดินเข้ามาหาผม สีหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ “โลกิเรียกเจ้าไปเข้าเฝ้า!”


อา... ได้เวลาการละเล่นโรคจิตของมันอีกแล้วสิ สีหน้าของผมแปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าโดยฉับพลัน


*******************************************


ผมถูกนำตัวไปยังท้องพระโรงอีกครั้ง นับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ในปราสาทผมก็เคยเข้าแค่ห้องนี้ห้องเดียวเท่านั้นแหละ


อย่าคิดว่าราฮาฟจะส่งผมไปใช้แรงงานอันยากลำบากเพียงอย่างเดียว ทุกสามสี่วันเขาจะมาเรียกตัวผมและเริ่ม'เค้น'ข้อมูลเกี่ยวกับเทพและแอสการ์ด โดยสรรหาวิธีการมาทรมานสารพัด


ตอนนี้... ที่ผมโดนมาคือถอนเล็บทั้งยี่สิบนิ้วทิ้ง ให้กินยาพิษที่ทรมานร่างกาย และล่าสุดคือเอาแส้เฆี่ยนตามร่างกาย ผมอยากจะรู้นักว่ารอบนี้เขาจะเล่นอะไรกับผมอีก


“ถวายบังคม โลกิ”


ผมลงไปนั่งคุกเข่าก้มหัวให้อย่างขอไปที ผมจะเคารพมันหรือไม่ก็ช่าง ยังไงไม่มีผลให้โดนลดหย่อนผ่อนโทษหรอก


วันนี้ราฮาฟนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทีสบายๆ ข้างหลังเขามีพวกยักษ์ที่สูงสักสามเมตรยืนประจำการอยู่สามตน ปกติไม่มีเจ้ายักษ์พวกนี้อยู่ด้วย ทำเอาผมสังหรณ์ใจว่า... การทรมานผมจะเกี่ยวข้องกับยักษ์พวกนี้


“ไม่เจอกันสักพักหนึ่ง เจ้าดูซูบไปเยอะเลยนะ” ราฮาฟยิ้มอย่างมีความสุข “เจ้ายังสบายดีใช่ไหม”


“ถ้าข้ายังมีลมหายใจอยู่ก็นับว่าสบายดี” ผมตอบเสียงเรียบ


ราฮาฟกระตุกยิ้ม “เจ้ายังพูดจากวนประสาทไม่กลัวตายเหมือนเดิม”


“เจ้าเองก็ตื๊อไม่เลิกเช่นกัน” ผมสวนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “คำตอบของข้าก็เหมือนเดิม ไม่ว่ายังไงก็ไม่ขายความลับของเทพและแอสการ์ด”


ผมสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองในกระแสอากาศ ยามที่ผมปฏิเสธทีไร ราฮาฟมักจะไม่พอใจทุกที


“เจ้ารักเทพเหล่านั้นมากหรือไร” ราฮาฟเอนหลังกับพนักบัลลังก์ ปลายเท้ากระดิกรัวๆ ประหนึ่งหงุดหงิด


“ทราบอยู่แล้วจะถามทำไม?”


“แค่ไปอยู่ร่างนั้นไม่นาน เจ้าก็ยินยอมถวายชีวิตให้พวกเขาแล้ว ช่างใจง่ายนัก” ราฮาฟเหยียดยิ้มดูแคลน ดวงตาสีรัตติกาลทอประกายอำมหิต “หรือที่จริงแล้ว... เจ้าแค่ติดใจไอ้ท่อนแข็งขึงกับรูสวาทของเหล่าพระชายากันนะ”


วาจาน่าตบปาก…


ผมยิ้มหวานให้หวังกวนประสาทมัน “ถ้าพูดอย่างนั้นเจ้าที่มีพระชายามากมายมิใช่ว่ามีความคิดแบบเดียวกันกับข้าหรอกหรือ”


หึ คิดจะให้ผมหงุดหงิดกับเรื่องนั้นเหรอ อย่ามาดูถูกผมที่เคยชินกับคำพูดหยาบโลนเหล่านั้นน่า


เพราะผมพูดจาพาดพิงถึงเมียมัน ราฮาฟจึงหน้าตึง “อย่าได้เอาข้าไปเปรียบกับเจ้า”


“ข้าไม่เปรียบก็ได้ ยังไงตอนนี้เราสองคนก็ฐานะต่างกันอยู่แล้วนี่”


ผมเลือกที่จะสะกิดแผลพอให้อีกฝ่ายรู้สึกแสบๆ คันๆ ถ้าราฮาฟไม่กวนโมโหผมก่อน ผมก็จะไม่กวนมันกลับ


“เจ้าคิดดีแล้วใช่ไหมว่าจะไม่ยอมเผยข้อมูลของแอสการ์ด? ครั้งนี้การทรมานไม่ใช่ทำให้เจ้าเจ็บแค่ที่กายหรอกนะ”


คำพูดของราฮาฟทำให้ผมรู้สึกตงิดๆ “เจ้าคิดหาวิธีใดมาทรมานข้าอีกเล่า?”


อีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้เจ็บที่กาย หรือมันจะเล่นงานผมทางใจ? ยังไงกัน…


“แต่ก็ไม่แน่เจ้าอาจจะเพลิดเพลินไปกับมันก็ได้” ราฮาฟผุดยิ้มไม่น่าไว้ใจพลางกระดิกนิ้วไปทางด้านหลัง แล้วยักษ์พวกนั้นก็ย่างสามขุมเข้ามาหาผม “ประเดี๋ยวเจ้าจะได้เล่นสนุกกับพวกมัน”


“เล่นสนุกงั้นเหรอ?”


ราฮาฟไขข้อข้องใจ “ก็… ปรนเปรอร่างกายของเจ้าให้สุขสมไง”


คำพูดของมันทำให้เลือดผมไหลย้อนกลับ นี่จะบอกว่าให้เจ้าพวกนี้ข่มขืนผมงั้นเหรอ!?


หัวใจของผมดำดิ่งลง ที่ผ่านมาการทรมานใดๆ ยังไม่ทำให้ผมรู้สึกแย่เท่ากับการทรมานในครั้งนี้เลย พระเอกของนิยายกำลังสั่งให้ยักษ์พวกนี้มาข่มขืนผม นี่มันบ้าไปแล้ว!?


ราฮาฟมองเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของผมก็หัวเราะชอบใจ “เจ้าเริ่มกลัวขึ้นมาแล้วเหรอ?”


“ไม่ให้กลัวได้เหรอ ดูรูปร่างหน้าตาพวกมันสิ” ผมพยายามข่มใจไม่ตื่นตระหนก ในหัวคิดสะระตะหาทางออกโดยไว “ลองมาเป็นข้าดูไหมล่ะ!?”


“ถ้าเจ้าไม่พอใจในร่างนี้ข้าเปลี่ยนให้ได้ เอาแบบนี้เป็นไง?”


ราฮาฟดีดนิ้วแล้วทันใดนั้นภาพตรงหน้าของผมก็วูบไหว เจ้ายักษ์สามตัวเบื้องหน้ากลายเป็นอาซรา ยูดัมและบริทท์


แม่ง! มันเล่นกับความรู้สึกของผม!


ผมส่งสายตาชิงชังให้คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ “ไม่ยักรู้ว่าเจ้าจะชื่นชอบการละเล่นแบบนี้ นี่ชอบดูหนังสดรึ!?”


“เขาเรียกว่าอยากรู้อยากเห็นมากกว่า” ราฮาฟว่าพลางเท้าคางมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสนุกสนาน “รอบนี้ข้าใจดีกับเจ้ามากเลยนะ ทำให้ยักษ์ทั้งสามกลายเป็นคนที่เจ้าคุ้นเคย แถมไม่ต้องทรมานด้วย เจ้าจะสุขสมจนขึ้นสวรรค์เลยละ”


“ไม่ทรมานแต่เป็นการหยามศักดิ์ศรีของข้า!” ผมถลึงตาใส่อีกฝ่าย ขณะค่อยๆ ถอยหนีพวกอาซราตัวปลอมที่เอื้อมมือมาจะจับตัว “ต่อให้สร้างภาพลวงว่าเป็นพวกอาซรา แต่ยังไงก็ไม่ใช่ตัวจริง!”


“จัดการได้แล้ว”


ราฮาฟขี้เกียจฟังผมพูดอีกต่อไป จึงตวัดมือสั่งให้พวกยักษ์ลงมือ รอบนี้ผมไม่ยอมแน่นอนจึงวิ่งหน้าตั้งไปที่ประตู จะอยู่ทำไมเผ่นสิครับเผ่น!


“โนธิซ (รูนแห่งความสิ้นหวัง)


“อึก!”


อีกไม่กี่ก้าวผมจะไปถึงประตูแล้วแท้ๆ แต่ราฮาฟดันใช้รูนกับผมเสียได้ มันเป็นรูนที่ใช้พันธนาการร่างของผม ทำให้ตอนนี้ผมไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิ้วเดียว


บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!


ผมถูกคว้าตัวไว้ จากนั้นก็ถูกจับขึงพืดลงบนพื้น มองใบหน้าของคนคุ้นเคยที่ฉายแววหื่นกระหายแล้ว ผมก็รู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า


อาซรา ยูดัมและบริทท์มักจะปฏิบัติกับผมด้วยความรัก พวกเขาไม่มีทางทำสีหน้าโรคจิตแบบนี้ การเห็นไอ้ยักษ์สามตัวมาทำให้เหล่าพระชายาของผมแปดเปื้อนมันทำให้ผมอยากอาเจียนสุดๆ


อุ๊บ แหวะ! ว่าแล้วก็อาเจียนแม่ง!


“อ๊ากกกกก!”


ยักษ์ที่จะเข้ามาจูบปากรับอ้วกของผมไปเต็มๆ ถึงกับร้องด้วยความขยะแขยง มาเห็นสีหน้าของยูดัมตอนดีดดิ้นก็ดูตลกไปอีกแบบนะ...


เพราะการอาเจียนของผมทำให้ยักษ์พวกนั้นถอยกันหมด อืม พวกมันรักสะอาดเหมือนกัน แต่ผมที่ขยับตัวไม่ได้เนี่ยสิ หน้าจมกับกองอ้วกแล้ว...


ราฮาฟยืนขึ้นทันที “พวกเจ้าทำอะไรเนี่ย!”


“ฝะ ฝ่าบาท! กระหม่อมทำไม่ได้ มันสกปรกเหลือเกิน!”


ยักษ์ที่อยู่ในคราบยูดัมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะกองอาเจียนของผมเปื้อนหน้าและตัวเขาเต็มไปหมด


ดวงตาสีรัตติกาลย้อมด้วยความอำมหิต “หรือเจ้าจะตายล่ะ เลือกเอา!”


พวกยักษ์ตัวสั่นเหลือบแลมองผมที่เปื้อนคราบอาเจียนสลับกับราฮาฟที่แผ่รังสีอาฆาต พวกมันก็กลั้นใจมารุมล้อมผมอีกครั้ง ถ้าผมต้องยอมโดนหยามขนาดนี้ละก็ ขอกลั้นใจตายไปเลยยังดีเสียกว่า!


ตัวผมถูกรูนโนธิซเล่นงานขยับเขยื้อนไม่ได้ ขนาดจะเปล่งเสียงก็ยังติดขัด ผมจึงได้แต่ขย้อนเอาอาหารที่กินมื้อเที่ยงออกมาอีกครั้ง รวมถึงแถมน้ำมูกให้ด้วย พวกมันเห็นดังนั้นยิ่งถอยกรูดด้วยความขยะแขยง


“ไอ้พวกโง่เง่า!”


ราฮาฟด่ามันก่อนจะชักดาบออกมา และฉับ! ศีรษะของพวกมันก็ร่วงหล่น...


โอ๊ย! ขอเถอะ ตอนตัดช่วยคืนสภาพกลับเป็นยักษ์ก่อนได้ไหม!? มาตัดหัวในร่างของพวกอาซราแบบนี้ ผมรู้สึกใจไม่ดี!


เลือดสีแดงสาดกระจายเต็มพื้นคละกับอ้วกของผม เยี่ยมมาก! ผมรู้สึกคลื่นไส้อยากจะขย้อนอาหารออกมาอีกรอบแล้ว...


“เจ้าพวกไม่ได้เรื่อง!”


ราฮาฟระบายโทสะใส่พวกยักษ์ไปแล้วก็เหมือนจะไม่สาแก่ใจ เขาเดินตรงเข้ามาหาผมก่อนจะใช้เท้าเหยียบหัวผม!


แม่ง! เจ็บนะ! นี่กะขยี้หัวให้เละเป็นแตงโมเหรอ!?


ผมช้อนตามองอย่างแค้นเคือง ก่อนจะถุยน้ำลายใส่รองเท้าราฮาฟ เท่านั้นแหละเจ้าตัวถึงกับรีบชักเท้ากลับ เปลี่ยนเป็นเตะผมกระเด็นไปปะทะกับกำแพง


“เจ้านี่มันดื้อด้านจริงๆ! ทำไมต้องยอมทนทรมานเพียงเพื่อเทพพวกนั้นด้วย!”


ราฮาฟขยี้เท้าอย่างโกรธจัด ผมเจ็บหลังเหลือจะกล่าวแต่ก็รู้สึกว่ารูนเริ่มคลายทีละน้อย จนผมเปล่งเสียงได้อีกครั้ง


“หะ เหตุผลก็ง่ายๆ ไม่ใช่หรือไง” ผมว่าพลางยิ้มเย้ย “เพราะรักน่ะสิถึงได้ยอมทนน่ะ”


ผมรักพวกอาซรามาก ฉะนั้นราฮาฟจะไม่มีวันได้ความลับใดๆ จากปากของผม ไม่มีวัน!


สีหน้าของราฮาฟทะมึนลง “ดูท่า... ข้าจะคิดผิดที่เก็บเจ้าเอาไว้ ไม่น่าทำตามคำแนะนำของมุกันดานั่นเลย...”


มุกันดา? ผู้ช่วยของโลกินั่นน่ะเหรอ?


ผมเคยอ่านนิยายมาจึงรู้จักตัวละครหลักๆ ที่เป็นบริวารของพระเอกทุกตัว และหนึ่งในตัวละครที่เป็นเหมือนผู้ช่วยของเขาก็คือมุกันดา


ในนิยายไม่ได้บรรยายหน้าตาของมุกันดาเอาไว้ บอกแค่ว่าเป็นชายหนุ่มในชุดฮูทปกปิดใบหน้า มุกันดาเหมือนเงาที่คอยทำงานให้ราฮาฟ ไม่ค่อยปรากฏตัวบ่อยนัก แต่มักจะมาตอนงานสำคัญๆ


มุกันดาในนิยายมักจะปฏิบัติตามคำสั่งของราฮาฟเป็นอย่างดี นี่เขาเป็นคนแนะนำให้เก็บผมไว้เหรอ ทำไมกัน?


ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในท้องพระโรง พอเห็นศพยักษ์กับเลือดที่สาดกระจาย รวมทั้งผมที่หน้าคลุกกองอาเจียน เธอก็ชะงัก ผมเหลือบตาขึ้นมองที่แท้อิออร์มุนแดนเดอร์มาหาราฮาฟนี่เอง


ตามสถานะแล้วอิออร์มุนแดนเดอร์เป็นลูกของโลกิ แต่ในนิยายกลับเลื่อนสถานะมาเป็นเมีย... เอาเถอะ ยังไงสองคนนี้ก็ไม่ได้มาจากสายเลือดเดียวกันอยู่แล้ว คงไม่ผิดศีลธรรมหรอก ปัจจุบันชื่อพวกนั้นมันก็แค่ตำแหน่งเท่านั้นแหละ


ว่าแต่... อาเจ๊อิออร์นี่สวยใช่เล่น เป็นสาวใหญ่ที่หุ่นสะบึมมากๆ ว่าภาพในนิยายดูดีแล้วนะ ตัวจริงสวยชนิดภาพในนิยายดูด้อยไปเลย


“ราฮาฟ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”


เห็นสภาพที่เละเทะพวกนี้แล้ว อิออร์มุนแดนเดอร์จึงถามขึ้น ราฮาฟเก็บดาบเข้าฝักก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ภรรยา


“ก็แค่เจอเรื่องไม่สบอารมณ์นิดหน่อย ยักษ์พวกนี้ปฏิบัติตามคำสั่งได้ไม่ดีเท่าไหร่”


“อ๋อ ถ้าพวกมันทำงานได้ไม่ดีกำจัดทิ้งไปก็เข้าใจได้” อิออร์ไม่ว่าอะไรสักคำซ้ำยังสนับสนุนราฮาฟเสียด้วย “เดี๋ยวข้าจะไปเรียกให้พวกบ่าวมาเก็บกวาดให้นะ”


“ขอบใจ ที่รัก”


แหม พออยู่ต่อหน้าสาวละหวานเชียว น่าหมั่นไส้ชะมัด! ผมเบ้ปากมองบน ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่าแขนขาของผมกลับมาขยับได้อีกครั้ง จึงยันตัวลุกขึ้น ให้ตายเถอะคราบอาเจียนที่ติดบนหน้าผมแห้งและส่งกลิ่นแล้ว...


อิออร์ตวัดสายตามามองผมแวบหนึ่ง “ยังไม่เลิกเล่นกับชายคนนี้อีกเหรอ? ขนาดนี้แล้วมันไม่ยอมปริปากพูดก็ไม่ต้องทรมานมันแล้วล่ะ ฆ่าทิ้งไปเลยเถอะ!”


“อืม ก็อยากจะฆ่าทิ้งเหมือนกันแต่อุตส่าห์ปลุกชีพขึ้นมาได้ ก็อยากจะเก็บไว้เล่นอีกสักหน่อย” ราฮาฟตอบ เขาทำเหมือนกับว่าผมเป็นของเล่นจริงๆ ให้ตายเถอะ “ว่าแต่เรที เจ้ามาหาข้ามีอะไรหรือเปล่า?”


อิออร์มุนแดนเดอร์ที่มีชื่อจริงว่าเรทีทำหน้าเพิ่งนึกขึ้นได้จึงว่า


“ข้าแค่มาบอกเจ้าเรื่องการจัดกองทัพเรียบร้อยแล้ว เจ้าประสงค์จะกรีธาทัพตอนไหนก็บอกได้เลย”


เตรียมกองทัพเรียบร้อยแล้วเหรอ!? ผมรู้สึกหนาวเยือก ถึงจะบอกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องกับร่างมาร์ลัน ผมมาอยู่ที่นี่ได้สองอาทิตย์แล้วก็เถอะ แต่... เวลาบนแอสการ์ดคงผ่านไปแค่สองวันเท่านั้น!


เวลาบนโลกนี้ไหลไม่เท่ากัน เป็นไปตามระดับพื้นที่ แอสการ์ดที่อยู่บนสุดไหลช้าที่สุด ส่วนนิฟเฟิลเฮมไหลเร็วกว่าหนึ่งอาทิตย์ของที่นี่เท่ากับหนึ่งวันของแอสการ์ด!


ในขณะที่โลกมนุษย์จะเร็วกว่าแอสการ์ดแค่ไม่เท่าไหร่ สามวันของมิดการ์ดเท่ากับหนึ่งวันของแอสการ์ดเอง


“จัดเตรียมได้ไวกว่าที่คิดนะ ก็ดี พรุ่งนี้เราออกเดินทางกันเลยดีกว่า” ราฮาฟตัดสินใจในทันที “เราต้องอาศัยช่วงเวลาที่พวกมันสับสนวุ่นวายกับการสูญเสียโอดินให้ได้เปรียบ”


“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปแจ้งทุกคนให้ทราบถึงความต้องการของเจ้า”


อิออร์ไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อ เธอหอมแก้มราฮาฟหนึ่งทีแล้วออกไป


ราฮาฟหันมาสนใจผมอีกครั้ง ดวงหน้าปรากฏรอยยิ้มที่ชวนขนสันหลังลุกเกรียว


มันกำลังคิดอะไรไม่ดีกับผมอีกแล้วสิ...


“ในเมื่อเจ้ารักเทพพวกนั้นมาก ก็ไปกับข้าด้วยแล้วกัน ดูภาพ... ที่กองทัพของข้าบดขยี้พวกมัน!”


ราฮาฟเรียกโซ่ออกมาแล้วล่ามคอผมไว้ เอาละ ผมได้เปลี่ยนสถานะจากทาสมาเป็นหมาเสียแล้ว...


*เชื่อว่าถึงตอนนี้แล้วทุกคนคงแช่งชักหักกระดูกโลกิอยู่แน่ๆ ... แต่นายเอกของเราก็รอดมาได้นะคะ!

สปอยตอนต่อไปนายเอกกับราฮาฟจะได้เจอกับคนที่คาดไม่ถึงค่ะ

คอมเมนท์ = กำลังใจ

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 551 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #1601 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 08:54
    ทำไมเรารู้สึกฟินแปลกๆ 5555 เรือ sm ต้องมาแล้ว
    #1,601
    0
  2. #1533 bb.smile (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 22:28
    เราจะท่องไว้ว่าตอนจบแฮปปี้ ตอนจบแฮปปี้ ฮือออ
    #1,533
    0
  3. #1499 pebble1612 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:53

    หนอนแน่โลกิ รับไม่ได้ ถีบส่งเรือเลย!!!!! ตัดออกจากฮาเร็ม

    แกต้องชดใช้!!!!!

    โอ๋ๆนะมาลัน เดี๋ยวดีขึ้นเอง
    ปล.ไรท์แต่งสนุกมากรอทุกวันเลยสู้ๆน้า
    #1,499
    0
  4. #1155 cake08234 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:51

    เราแอบไปจับเรือลับเล็กๆสายsmของโลกิเข้ารู้สึก
    ฟินหน่อยๆแฮะ
    #1,155
    1
    • #1155-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:14
      เป็นเรือที่ทุกคนยังพายต่อให้เจอพายุก็ตาม > <
      #1155-1
  5. #1154 Kamonchanoknamak (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:04

    น้อนนนนน หนีปายยยยยยยยยยย
    #1,154
    1
    • #1154-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:13
      น้องบอกอยากหนีเหมือนกัน ฮือ...
      #1154-1
  6. #1153 GniStar (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:07
    น้องของนางรึเปล่า
    #1,153
    1
    • #1153-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:13
      ใช่ไม่ใช่มาดูกัน
      #1153-1
  7. #1152 blue moon (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:30
    หรือว่านอร์นที่ทำนายว่าโอดินจะถูกฟริกกาฆ่า เพราะว่าอยากได้โอดิน (fake) คืน? น่าคิดแฮะ
    #1,152
    1
    • #1152-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:12
      เป็นทฤษฎีที่น่าสนใจดีค่ะ
      #1152-1
  8. #1150 ploydreamhigh (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:52
    เจอตอนนี้เข้าไปไม่ไหวค่ะ เชียร์ต่อไม่ไหวแล้ว!!!! น้อฃหนีไปปปปปป
    #1,150
    1
    • #1150-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:11
      นายเอกก็อยากหนีใจจะขาดเช่นกันค่ะ ;-;
      #1150-1
  9. #1149 aonapipan (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:30
    รออยู่น่าสา????????????
    #1,149
    1
    • #1149-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:06
      ค่า ตอนต่อไปจะมาเร็วๆ นี้แหละ ^ ^
      #1149-1
  10. #1148 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:27
    โอดินที่เป็นที่รักกับโอดินคนเก่าจะเจอกันแล้วววว
    #1,148
    1
    • #1148-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:05
      ถ้าสองคนนี้เจอกันคงเป็นฉากที่พีคน่าดูค่ะ > <
      #1148-1
  11. #1147 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:13

    ทำไมกาวใจ ชายาทั้ง 3 จะรู้มั้ยเนี้ย

    #1,147
    1
    • #1147-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:05
      พระชายาจะรู้หรือเปล่าน้า~
      #1147-1
  12. #1146 หิวข้าวอยากกินขนม (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:31
    คนที่ไม่คาดคิดของนายเองกับราฮาฟ เดาว่าเป็นโอดินตัวจริง หรือใครนะที่เป็นพานายเอกมา ผู้นำนาย นักพยากรณ์ ชื่ออะไรจำไม่ได้ง่าา ฮืออ ใครหว่า เดาไม่ออกเลยย
    #1,146
    1
    • #1146-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:04
      หมายถึงนอร์นใช่ไหมคะ? มารอลุ้นกันว่าจะใช่ไม่ใช่
      #1146-1
  13. #1145 bhuii2505 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:29
    โอดินคืนชีพ! เรารู้นะว่าพวกดธอจะตกใจ!
    #1,145
    1
    • #1145-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:03
      ถ้ารู้ก็ต้องตกใจแน่ค่ะ > <
      #1145-1
  14. #1144 Shiroiko Yuno (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:23
    คนอ้วนใช่ไหม....คาด(เข็มขัด)ไม่ถึง....................ตึ่งโป๊ะ
    #1,144
    1
    • #1144-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:03
      ตึ่งโป๊ะ เล่นมุกแบบที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว
      #1144-1
  15. #1143 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:11
    ใครอ่าาาา
    #1,143
    1
    • #1143-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:02
      นั่นสิ ใครกันน้า
      #1143-1
  16. #1142 ผู้รับใช้ซาตาน (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:53
    โลกิ ทำไม ทำไม ทำไมต้องใช้ยักษ์ ทำไมไม่ใช้ตัวของนาย โธ่ //ตบเข่าด้วยความเสียดาย
    ปล.ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย เรือผีเราแข็งแรง ยังคงแล่นต่อไป XD
    #1,142
    1
    • #1142-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:02
      เป็นคนที่หนักแน่นมั่นคงดีค่ะ > <
      #1142-1
  17. #1141 ManowandManow (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:42
    เนลโล หรือน้องชาย เดาสองคนนี้ มาร์ลันตัวจริงขอเก็บไว้ก่อน5555
    #1,141
    1
    • #1141-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:01
      มาดูกันว่าเดาถูกหรือไม่นะคะ ^ ^
      #1141-1
  18. #1136 Dak-sisi (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:22
    คนที่ไม่คาดคิด
    ชายในชุดปะ?ที่มาช่วยในป่าน้องอะ
    #1,136
    1
    • #1136-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:01
      มารอดูกันว่าใช่ไหม
      #1136-1
  19. #1135 050250tip (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:21
    เราว่าต้องเป็นโอดินตัวจริงแน่ๆ
    #1,135
    1
    • #1135-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:00
      มารอลุ้นในตอนหน้ากันนะ ^ ^
      #1135-1
  20. #1134 เอนมะ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:16
    .....ไรท์ทำเราเริ่มเกลียดโลกิแล้วค่ะ 55555
    #1,134
    1
    • #1134-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:00
      โลกิ เขาก็แบบนี้แหละ 55555
      #1134-1
  21. #1133 jkjmmn (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:06
    ฮือ สงสารน้อง น้องต้องหนีให้ได้นะๆๆๆ
    ปล.เจอคนที่ไม่คาดคิดนี่น่าจะเจอโอดินตัวจริงแน่ๆเลย
    #1,133
    1
    • #1133-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:15
      มารอลุ้นกันตอนหน้าค่ะ > <
      #1133-1
  22. #1132 กรานิเต้ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:01
    ค้างมากกกกกก อยากอ่านต่อแล้วววว ฮือออ อยากได้เล่มมากๆเลยค่ะ ไรท์คะ อยากได้อีบุ๊คเล่ม 2 แล้ววว ;-;
    #1,132
    1
    • #1132-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:15
      อีบุ๊คปลายเดือนมีนา ส่วนรูปเล่มเปิดพรีต้นเดือนมีนานี้ค่ะ
      #1132-1
  23. #1131 I'm Princess. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:32

    ไรท์รังแกน้อง!! //กดโกรธ

    #1,131
    1
    • #1131-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      7 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:54
      แอแง ไรท์ไม่ได้รังแกน้า ;_;
      #1131-1
  24. #1129 Preaw_PS (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:52
    รักแกกันเกินไปแล้วนะ!!!!
    #1,129
    1
    • #1129-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      7 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:46
      น้องผู้น่าสงสาร...
      #1129-1
  25. #1128 Nichaflok (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:38
    อย่ารังแกน้องงนะคะ;^;
    #1,128
    1
    • #1128-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 39)
      7 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:45
      คงต้องไปคุกเข่าอ้อนวอนราฮาฟแล้วล่ะค่ะ ;_;
      #1128-1