[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 31 : ประกาศครั้งที่ 29 การจากลาที่ไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 518 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

ประกาศครั้งที่ 29 การจากลาที่ไม่คาดฝัน


“เจ้าเป็นใคร?”


ราฮาฟถามคำถามเดียวกับที่ผมต้องการจะรู้ คนสวมหน้ากากนี้ยืนขวางระหว่างพวกเราไว้ โดยหันหน้าเผชิญกับราฮาฟ แต่หันหลังให้ผม


หรือจะเป็นศัตรูคู่แค้นของราฮาฟ? ผมมั่นใจว่าไม่เคยเห็นคนสวมหน้ากากนี้มาก่อนรวมถึงในนิยายก็ไม่ปรากฏตัวด้วย ผลจากการเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ทำให้มีตัวละครใหม่โผล่มางั้นหรือ?


“…”


ทว่าคนสวมหน้ากากก็ไม่ตอบอะไร ซ้ำยังชี้มีดมาเบื้องหน้าแล้วพุ่งเข้าไปหมายจะแทงราฮาฟ!


“เป็นใบ้หรือ? ถามแล้วไม่ตอบมันเสียมารยาทนะรู้ไหม” ราฮาฟไม่ได้อารมณ์ดีอีกแล้ว ผมสัมผัสได้ถึงความโกรธที่แผ่ออกมารอบๆ ตัว ด้วยกระบวนท่าของคนสวมหน้ากากนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม ทำให้ราฮาฟไม่อาจหลบหลีกได้อีกต่อไป สุดท้ายก็เรียกดาบออกมาโต้กลับ


เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


เสียงโลหะปะทะกันสนั่นหวั่นไหว นี่หากยูดัมมาอยู่ตรงนี้ด้วยละก็คงจะตื่นเต้นกับภาพตรงหน้าน่าดู เพราะนี่แหละคือการต่อสู้ที่แท้จริง!


ผมรู้เลยว่าสองคนนี้ฝีมือมากแค่ไหน การเคลื่อนไหวดุดัน รวดเร็วและฉับไวเหมือนผู้ที่ชำนาญการต่อสู้เป็นอย่างดี ส่วนผมก็แค่นักสู้ฝึกหัดฝีมือไม่ถึงครึ่งของราฮาฟและคนสวมหน้ากากนี้เลยด้วยซ้ำ!


น่าเจ็บใจ... ผมในตอนนี้สู้โลกิไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าคนที่โผล่มาเป็นใคร แต่เขาปรากฏตัวได้ถูกจังหวะเหลือเกิน ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้นี้ผมคงโดนเล่นงานไปแล้ว!


ราฮาฟกวนประสาทคู่ต่อสู้ “ไม่ยอมตอบเหรอ หรือว่าจะเป็นใบ้จริงๆ? หรือที่สวมชุดกับหน้ากากมิดชิดขนาดนี้ เพราะเป็นคนรู้จักของข้าหรือเปล่านะ?”


คนสวมหน้ากากยังคงสงวนคำพูดต่อไป แต่ว่าเหมือนจะเพิ่มความแรงของการโจมตีมากขึ้น ผมเห็นราฮาฟถูกดันให้ถอยห่างจากผมไป นี่มัน... เป็นโอกาสดีที่ผมจะหนีนี่นา!?


ผมไม่รู้ว่าคนสวมหน้ากากนั่นมีความแค้นอะไรกับราฮาฟ แต่เอาเป็นว่านี่คือโอกาสเหมาะที่ผมจะหนีไปโดยที่ราฮาฟไล่ตามผมไม่ได้!


คิดได้ดังนั้นผมก็หันหลังให้สองคนนั้นแล้วออกวิ่ง ในที่สุดผมก็รอดพ้นแล้ว! ที่เหลือแค่เข้าหมู่บ้าน...


แซกๆๆๆๆๆ!!


“เอ๋?”


ผมได้ยินเสียงฝีเท้ารัวเร็วข้างหลัง พอผมเหลียวหันกลับไปดูปรากฏว่าคนสวมหน้ากากนั่นวิ่งหน้าตั้งไล่ตามผมมาซะงั้น!?


“อะไรๆ!? เจ้าตามข้ามาทำไมเนี่ย!?”


“...”


อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบ แถมยังสับฝีเท้าอย่างไวจะมาจับผม ทว่าเขากลับถูกขวางด้วยฝีมือของราฮาฟ


“ที่แท้ก็มีเป้าหมายอยู่ที่โอดินเหมือนกันหรือนี่? ข้าหลงนึกว่าเจ้าเป็นศัตรูคู่แค้นของข้าเสียอีก คิดผิดไปไกลเลย”


ราฮาฟวาดดาบฟันเข้าที่ลำคอของคนสวมหน้ากาก แต่อีกฝ่ายกลับพลิ้วตัวหลบได้อย่างสวยงาม ซ้ำยังใช้เท้าเบี่ยงดาบไปอีกทาง พวกเขาโรมรันกันอีกครั้ง โดยที่สู้กันไปก็ไล่ตามผมมาติดๆ!


นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!? ทำไมคนแปลกหน้าคนนี้ถึงไล่ตามผมมาละเฮ้ย!?


วันนี้เป็นวันซวยของผมโดยแท้ โดนคนหาเรื่อง เจอโลกิและยังมาเจอคนลักพาตัวอีก พระเจ้าเห็นว่าช่วงนี้ผมใช้ชีวิตอยู่ดีมีสุขเกินไปใช่ไหม ถึงได้ส่งความโชคร้ายมาให้ผมเนี่ย!?


ผมรับรู้ถึงมือของใครคนหนึ่งพุ่งมาจับ แต่ก็มักจะมีเสียงเพียะตามหลังอยู่เสมอเหมือนว่าอีกคนปัดมือทิ้ง มันเหมือนสงครามประสาทย่อมๆ ที่ผมเข้าไปพัวพันด้วย จนสุดท้ายผมทนไม่ไหวแล้วหยุดวิ่ง หันมาเผชิญหน้ากับพวกเขา


“พอกันที! เลิกไล่ตามข้าเสียทีได้ไหม! ราฮาฟยังไม่เท่าไหร่ แต่เจ้ามาตามจับข้าเพราะอะไร ต้องการจะเรียกค่าไถ่ข้าเหรอ!?”


ทั้งสองคนต่างหยุดสู้แล้วมองผม คนสวมหน้ากากส่ายหน้าเป็นการตอบ เห็นดังนั้นผมก็ถลึงตาใส่


“ถ้าอย่างนั้นจะมาฆ่าข้าเหรอ!?”


อีกฝ่ายส่ายหน้าอีก เจ้าตัวเหมือนจนใจจะอธิบาย เพียงแต่คนสวมหน้ากากแผ่จิตสังหารใส่ราฮาฟ ขณะหันมาทางผมแล้วยื่นมือออกมา


“...”


ผมไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่บรรยากาศและท่าทางของคนตรงหน้ามันบอกว่าเขามาเพื่อช่วยผม


แต่... ผมจะเชื่อใจคนที่ไม่รู้หน้าค่าตาได้จริงๆ เหรอ?


“อ๋อ ที่แท้มาเป็นวีรบุรุษช่วยเทพรูปงามนี่เอง” ขนาดราฮาฟยังเข้าใจไปในทางเดียวกัน รอยยิ้มฉีกกว้างอย่างน่าขนลุก “แต่ขอโทษนะที่ข้าไม่ยอมให้เจ้าช่วยเขาไปได้หรอก เพราะข้าต้องการเขาเหมือนกัน”



พูดจบราฮาฟก็สู้กับคนสวมหน้ากากอีกครั้ง แต่ว่าเหมือนกับจะใช้ฝีมือมากกว่าเดิม ผมเห็นกระบวนท่าที่เปลี่ยนไปของพระเอก มันเฉียบคมขึ้น รุนแรงขึ้นและไม่มีการออมมืออีกต่อไป


“ฮากาลาส!”


ราฮาฟเอ่ยรูนภัยพิบัติออกมาแล้วเปลวไฟก็ปะทุขึ้น ไหม้ลามไปทั่วผืนป่า พลังรูนของราฮาฟแข็งแกร่งมาก! แต่เขาทำแบบนี้นี่กะจะย่างสดพวกเราทุกคนหรือไง!?


ผมหลบสะเก็ดไฟพลางก่นด่า “ทำอะไรของเจ้าน่ะ!?”


“ทำอะไรน่ะหรือ ก็ขังพวกเจ้าไว้ไม่ให้หนีรอดไปได้ไงล่ะ” ราฮาฟว่า ไม่รู้สึกรู้สากับทะเลเพลิงที่อยู่โดยรอบสักนิด “ข้าตัดสินใจแล้วว่าคนแปลกหน้าคนนี้และเจ้าต้องตายที่นี่!”


แม่ง! ทำอย่างกับผมกับเขาจะยอมตายงั้นแหละ!


ความร้อนระอุนี้ทำให้ผมรู้สึกจะเป็นลมไม่พอ ยังแสบตาแสบจมูกเพราะควันที่เริ่มหนาขึ้นด้วย คนสวมหน้ากากทำท่าจะมาช่วยผม แต่ราฮาฟรู้ทันจึง จู่โจมดักหน้า


“อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าช่วยเขาง่ายๆ นะ”


ราฮาฟพูดพลางยิ้มกริ่ม ตวัดดาบเป็นเส้นโค้งหมายจะฟันร่างนั้นขาดเป็นสองท่อน คนสวมหน้ากากยกมีดขึ้นมาต้านรับการโจมตีไว้ เสียงเคร้งคร้างดังสนั่น พร้อมๆ กับที่เปลวเพลิงเริ่มตีวงเข้ามาหาพวกเรา


“แค่กๆ บัดซบ ข้าจะตายเพราะถูกไฟคลอกงั้นเหรอ แบบนี้ไม่ตลกนะ!”


ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้กำลังมากขนาดนี้มาก่อนเลย หากผมใช้รูนได้ละก็บางทีอาจจะดับไฟบ้าๆ นี้ได้ ขอแค่ใช้ความเย็นดับความร้อนนี้ ทุกอย่างก็จะจบ!


ผมยื่นมือออกไป รู้สึกถึงความร้อนแทบลวกที่ผิวหนัง ผมก้มต่ำลงเพื่อสูดอากาศที่ไม่มีควัน ขณะเอ่ยรูน


“อิซา!”


เงียบ ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากพลังของรูนที่ท่านเรียกหา…


“ได้โปรดเถอะ อิซา! ข้าต้องการน้ำแข็ง ข้าต้องการหิมะ อิซา อิซา!”


ผมพยายามเพ่งสมาธินึกถึงน้ำแข็งและหิมะ ปากพร่ำเอ่ยรูนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ว่าก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“อิซา!”


“เอ่ยรูนไปก็เท่านั้นแหละ มนุษย์น่ะใช้อักษรรูนได้ที่ไหนกัน”


เสียงเรียบดังขึ้นด้านหลังในระยะกระชั้นชิด ทำให้ผมสะดุ้ง หันขวับไปก็เห็นราฮาฟยืนอยู่ด้านหลังของผม


คะ คนสวมหน้ากากล่ะ!?


ท่ามกลางเปลวเพลิงสีแดง ผมเหลียวมองหาคนคนนั้น แต่กลับไร้วี่แวว ไม่นะ หรือว่าถูกฆ่าไปแล้ว!


“ยังเป็นห่วงคนอื่นอีกเหรอ ข้าว่าเจ้าน่าจะห่วงตัวเองมากกว่านะ” ราฮาฟยิ้ม ยื่นมือที่มีไฟฟ้าสถิตสีดำออกมาหาผม “เอาละ เรามาจบเกมไล่จับอันน่าเบื่อหน่ายนี้ดีกว่านะ”


แย่แล้ว ใกล้เกินไป ผมปัดป้องไม่ทัน!


เช้ง!


มีดสั้นถูกปามาที่ตำแหน่งลำคอของราฮาฟ ทว่าคนถูกลอบโจมตีกลับปัดมันได้ทัน ในตอนนั้นเองที่คนสวมหน้ากากพุ่งผ่านทะลุเปลวเพลิงมาแล้วเข้าโจมตีราฮาฟ


“โห ตายยากเหมือนกันนะ เจ้าเป็นแมลงสาบหรือยังไง”


ราฮาฟไม่ได้ตกใจที่คนสวมหน้ากากยังไม่ตาย แถมยังยกดาบขึ้นมาตั้งรับอย่างใจเย็น แต่ผมก็เห็นว่าการเคลื่อนไหวของคนสวมหน้ากากนั้นเชื่องช้าลงไปมาก ไม่ช้าเขาคงต้องถูกจัดการแน่นอน!


หึ ในเมื่อผมหนีไม่ได้ งั้นก็สู้ไปเลยแล้วกัน พอกันที ผมต้องสยบราฮาฟลงที่นี่ให้ได้!


ว่าแล้วผมก็ควงหอก ช่วยคนสวมหน้ากากเข้าซ้ำเติมราฮาฟด้วยอีกแรง


“สองรุมหนึ่งแบบนี้ ไม่ค่อยยุติธรรมเลยนะ”


ราฮาฟว่า ขยับหลบหลีกการโจมตีไปมา ขนาดใช้สองคนรุมก็แล้ว หมอนี่ยังชิวๆ ได้อีก บัดซบเอ๊ย!


ทันใดนั้นคนสวมหน้ากากก็งัดบางอย่างออกมา มันเป็นวัตถุทรงกลมสีดำเมี่ยม ราฮาฟเห็นมันสีหน้าก็เปลี่ยนไป เจ้าตัวรีบปัดการโจมตีแล้วถอยห่างทันที


ตูม!


แล้วลูกบอลสีดำก็ระเบิดออกกลายเป็นควันสีดำสนิทแผ่ปกคลุมไปทั่ว จนผมเหมือนตาบอดไปชั่วขณะ แต่จังหวะนั้นเองคนสวมหน้ากากก็จับมือผมไว้แล้วพาออกวิ่ง


“เดี๋ยว! เราจะไปไหนน่ะ ทางข้างหน้ามีแต่เปลวเพลิงนะ!?”


ถึงจะมีเจ้าหมอกรัตติกาลนี้ปกคลุมอยู่ มันก็ไม่ได้ทำให้ไฟมอดลงเลย แถมอีกฝ่ายยังลากผมมุ่งหน้าเข้าไปหาเปลวเพลิงอีก นี่กะจะฆ่าตัวตายเหรอ!?


คนสวมหน้ากากหยิบก้อนหินเล็กๆ ออกมาแล้วโยนเข้าไป ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็หลีกทางให้พวกเรา ผมตะลึง หินนั่นมีอักษรรูนสลักอยู่ นี่เขามีของดีแบบนี้ติดตัวมาเพื่อช่วยผมเลยเหรอ เป็นใครกันแน่!?


พวกเราวิ่งไป ปอดของผมก็ยิ่งแสบร้อนเพราะควันไฟจนต้องยกชายเสื้อขึ้นมาปิดจมูก ความร้อนยิ่งทำให้ทัศนวิสัยบิดเบือนไปมาก จนผมแยกไม่ออกแล้วว่าตรงไหนมีสิ่งกีดขวางหรือว่าไม่มี


“คิดจะหนีจากข้าไม่ง่ายหรอกนะ”


ราฮาฟโผล่มาข้างตัวพวกเรา เล่นเอาผมขนลุกซู่ คนสวมหน้ากากไม่ทันได้โต้ตอบก็ถูกซัดจนปลิวกระเด็น ส่วนผมก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของราฮาฟ


ฉึก!


แน่นอนว่าผมไม่ยอมถูกจับโดยไม่สู้แน่ จึงง้างปลายหอกปักไปที่หัวไหล่ของราฮาฟ อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้าตรงข้ามกลับยิ้มกว้างมากขึ้น


“กล้าหาญไม่เลว แต่ก็ดิ้นรนได้เท่านี้แหละ”


ราฮาฟกล่าวจบ เขาก็กะซวกอกผม เลือดสีแดงไหลทะลักออกมาจากปากแผล อาบพื้นหญ้ากลายเป็นสีแดงฉาน


“!!!”


ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ผมจะตาย ผมเห็นคนสวมหน้ากากมองมาแล้วยื่นมือคล้ายจะไขว่คว้าตัวผมไว้


ไม่รู้ทำไมทั้งที่ไม่ได้เห็นสีหน้าและไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง ผมกลับรับรู้ถึงความโศกเศร้าจนแทบจะบดขยี้หัวใจแผ่ออกมา…


*******************************************


ความรู้สึกของผมในตอนนี้เหมือนตอนก่อนมาโลกนิยายแห่งนี้ไม่มีผิด


ล่องลอยไปเรื่อยๆ ทบทวนเรื่องราวความหลัง จากนั้นก็ลอยไปอีก นอกจากความทรงจำแล้วร่างกายผมก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป


อา นี่ผมตายอีกแล้วสินะ รอบที่สอง...


ครั้งแรกโดนปืนยิงเจาะหัวดับไม่มีความเจ็บใดๆ ดูเป็นเรื่องปรานีไปเลยเมื่อเทียบกับการกะซวกของราฮาฟ โลกิ แม่ง! มันโคตรเจ็บจนอยากจะกรีดร้อง!


ชาตินี้ผมเอาคืนเขาไม่ได้ ชาติหน้าผมจะต้องล้างแค้น! เฮ้อ ว่าแต่ผมจะต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนอีกนานไหมนะ เป็นไปได้ก่อนที่จะไปเกิดใหม่ผมอยากจะเจอพวกอาซราอีกสักครั้งจัง


อาซรา ยูดัม บริทท์และเนลโล ผมขอโทษนะที่ไม่อาจอยู่ด้วยได้อีกต่อไป หวังว่าพวกเขาจะอยู่กันได้โดยที่ไม่มีผม


โปรดอย่าเศร้าเสียใจ โปรดจงเข้มแข็ง และได้โปรดมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อผมด้วย


หากตัวผมในตอนนี้สามารถร้องไห้ได้ก็คงจะหลั่งน้ำตาออกมาแล้ว ผมไม่อยากจะจากไปทั้งแบบนี้ แต่ผมจะทำอะไรได้อีกเล่า ผมเป็นแค่วิญญาณหลงทางดวงหนึ่ง ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ


“มาเถอะ”


ทันใดนั้นมีเสียงของใครคนหนึ่งเรียกผมอย่างแผ่วเบา ทีแรกผมคิดว่าตัวเองหูฝาดไป แต่แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก


“มาทางนี้สิ”


เสียงนั้นฟังออกยากว่าเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ ทว่าเสียงที่นุ่มนวลนี้กลับทำให้ผมยอมไปยังต้นเสียงแห่งนั้น เมื่อเข้าใกล้เรื่อยๆ ผมก็รับรู้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลไม่ต่างอะไรกับการเผชิญหลุมดำ


นะ นี่มันอะไรกัน!? เหวอ!


ผมรู้สึกว่าตัวเองถูกดึงไป จากนั้นก็มีแสงกะพริบวูบวาบไปหมด ความรู้สึกเหมือนตกลงมาจากที่สูงทำให้ผมสะดุ้งเฮือก แต่แล้วเมื่อผมกระเด้งตัวขึ้นมา ผมก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในโลงศพที่มีน้ำเจิ่งนอง


“ที่นี่... ที่ไหนเนี่ย?”


พอเผลอพูดออกมา ผมก็รู้สึกว่าเสียงนี้ไม่ไพเราะเท่าเสียงในร่างมาร์ลัน ยิ่งผมก้มต่ำพิจารณาร่างอันเปลือยเปล่า เห็นไอ้นั่นอยู่หว่างขาแล้วมั่นใจว่าเป็นเพศผู้ แต่รูปร่าง สีผิว ตลอดจนเส้นสายบนมือ นี่มันไม่ใช่ร่างของมาร์ลัน...


ผมตะเกียกตะกายลุกขึ้นจนน้ำกระฉอกออกมาเสียงดัง ผมยืนตัวเปลือยอยู่บนแท่นหิน พื้นทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยน้ำและปลาตัวจ้อยว่ายวน ผมอยู่ในห้องที่ปิดทึบไร้ซึ่งหน้าต่าง มีแต่กำแพงหินสีเทากับตะไคร่ขึ้นเกาะตามร่องเท่านั้น และเหนือขึ้นไปด้านบนก็คือเพดานที่มีรูมากมายเหมือนรูของรังผึ้ง มีแสงสีขาวอ่อนลอดผ่านเข้ามา


เป็นที่ที่แปลกและสุดแสนจะแฟนตาซี ผมก้มลงมองน้ำก็เห็นว่ามันสะท้อนใบหน้าของร่างนี้ ตัวผมกลายเป็นเด็กหนุ่มผมสีเงิน ดวงตาสีแดง และมีผิวคร้ามเข้มเกือบจะเป็นสีน้ำตาล รูปร่างจัดว่าผอมแต่ก็ไม่ได้บอบบางอ้อนแอ้น ดูเป็นเด็กหนุ่มทั่วๆ ไปมากกว่า


ผมหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “คราวนี้มาอยู่ที่ไหนอีกล่ะเนี่ย แถมร่างนี้... นี่ผมเป็นวิญญาณกาฝากหรือไง ถึงเข้าร่างใครได้ตลอดเลย”


ผมกอดร่างใหม่ของตัวเอง เริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมา ถึงจะไม่มีลมพัดแต่น้ำนี่ก็เย็นไม่ใช่น้อย แถมผมตื่นขึ้นมาในโลงศพที่แช่น้ำไว้อีก ผมก็ตัวเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยไงล่ะ


ต้องหาทางออกไป โลงศพขนาดใหญ่แบบนี้ เอาเข้าผ่านทางรูด้านบนไม่ได้แน่ๆ ต้องมีประตูซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง...


ผมเริ่มเดินวนไปรอบๆ อาศัยความรู้อันสิ้นคิดคือเคาะไปตามกำแพง ผมเชื่อว่ามันอาจจะมีกลไกเปิดประตูก็เป็นได้ เหมือนที่เห็นในนิยายหรือภาพยนตร์นั่นปะไร


ทว่าในตอนที่ผมเดินวนหาไปได้ครึ่งหนึ่ง ทันใดนั้นกำแพงทั้งหมดก็สั่นกึกๆ ผมผงะถอยโดยสัญชาตญาณ แล้วในตอนนั้นเองที่กำแพงเริ่มบิดตัวออกบังเกิดเป็นซุ้มโค้งขนาดใหญ่ แสงสว่างจากด้านนอกสาดเข้ามากะทันหันทำให้ผมตาพร่าลายไปชั่วขณะ แต่เมื่อสายตาเริ่มชินกับแสง ผมก็เห็น... เหล่าอสุรกายตัวสีฟ้าร่างกายกำยำเดินเข้ามาเป็นฝูง!?


ผมถอยกรูดไปติดผนัง แล้วก็คิดว่าตัวเองช่างโง่ยิ่งนักที่หนีมาทางตันแบบนี้ ทำไมผมถึงไม่สับเท้าวิ่งอ้อมไปหน้าประตูวะ!? แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะพวกมันมายืนรุมล้อมผมเรียบร้อย


ผมเพิ่งจะมาอยู่ร่างใหม่ได้ไม่นานจะตายอีกแล้วเหรอ!? แถมรอบนี้คือโดนจับกิน!? ขอร้องละถ้าจะกินละก็ช่วยทำให้ผมตายก่อนเถอะ อย่ากินทั้งเป็นๆ เลยนะ!


มือของพวกมันพุ่งเข้ามา ผมก็หลับตาปี๋ ร่างกายถูกดึงเข้าไปหาด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาล ใจผมเต้นกระหน่ำด้วยความกลัวว่าจะถูกฉีกแขนฉีกขา แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือพวกมันพยายามจับผมใส่เสื้อผ้า...


หืม?


ผมลืมตาขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เห็นพวกมันคนหนึ่งหวีให้ผม คนหนึ่งใส่เสื้อ คนหนึ่งใส่กางเกง อีกคนสวมรองเท้าให้ ผมกะพริบตาปริบๆ อย่างโง่งมเข้าไปใหญ่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?


“ตามพวกเรามา”


มันตัวหนึ่งเปล่งเสียงครืดคราดแต่ฟังออกว่าพูดอะไร ผมไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่อย่างนั้นผมอาจถูกอัดเละกลายเป็นเศษเนื้อก็ได้


ผมเดินตามพวกเขาไปก็พบว่าด้านนอกถึงแม้จะสว่างด้วยแสงจากพระอาทิตย์ แต่พื้นดินที่นี่แห้งแล้งและยังไร้ชีวิตชีวาโดยสิ้นเชิง ต้นไม้เหี่ยวแห้งเป็นสีดำสนิทขึ้นเรียงรายตลอดแนว ที่นี่ไม่มีสีอื่นใดเลยนอกจากสีดำ สีน้ำตาล สีเทาและสีขาว กระทั่งพุ่มไม้ยังมีแค่กิ่งก้านเกาะกลุ่มเป็นก้อนกลมกับเศษหินเต็มทางเดินเลย


“ระ เราจะไปไหนกัน?”


ผมลองเสี่ยงถามดู ทว่าพวกมันกลับเมินเฉยผมราวกับหูหนวก เห็นดังนั้นผมจึงไม่กล้าถามอะไรอีกเพราะรู้ดีว่าถามไปคงไร้ประโยชน์


เดินไปได้สักพัก ข้างหน้าก็ปรากฏปราสาทสีดำหลังใหญ่ ดูจากรูปลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแล้วออกแนวโกธิค ที่มียอดปราสาทแหลมให้ความรู้สึกเหมือนปราสาทในเทพนิยายดาร์คๆ พวกเราเดินผ่านประตูวังที่มียักษ์ผิวสีเทาเฝ้าประตูอยู่ เข้าไปข้างในที่สว่างไสวด้วยเปลวไฟจากคบเพลิง รูปภาพที่ประดับตามรายทางนี่ช่างไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย มีแต่ภาพหลอนๆ แล้วก็ภาพสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัว


พวกเราเดินจนมาถึงหน้าประตูห้องห้องหนึ่ง บานประตูนั้นสูงถึงเพดานทำจากหินแกะสลักที่น่าจะหนักเอาการ ผมมองประตูนั้นพินิจพิเคราะห์ลวดลายมังกรกับป่าหนามนั้น สักพักพวกที่นำผมมาก็กล่าวว่า


“ข้าพาตัวมันมาแล้ว”


ครืด...


บานประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงประตูหินลากไปกับพื้นช่างหนักหูอย่างยิ่ง ผมถูกดันเข้าไปข้างใน ซึ่งมันคือห้องโถงกว้างๆ ที่ประดับด้วยผ้าสีน้ำตาลแดงหม่นๆ มีรูปปั้นปีศาจประดับเรียงไปตามทางจนถึงหน้าบัลลังก์ และที่นั่นมีคนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตานั่งอยู่


“ราฮาฟ โลกิ...”


ผมเอ่ยชื่อนั้นด้วยความตกตะลึงก่อนจะถูกจับกดให้คุกเข่า แรงกดนั้นไม่ธรรมดาเลยเพราะมันทำให้เข่าของผมกระแทกพื้นจนเจ็บไปหมด แต่ก็ทำได้แค่กัดฟันทน ขณะเงยหน้ามองราฮาฟ


“ยินดีต้อนรับ อดีตโอดิน เจ้าชอบร่างใหม่ไหม?”


ราฮาฟทักทายพลางเอนหลังพิงพนักบัลลังก์อย่างเกียจคร้าน คำพูดนั้นทำให้ผมได้รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของราฮาฟนี่เอง


“ชอบไหมน่ะเหรอ ข้าคงบอกไม่ได้หรอกนะ แต่ข้าสงสัยทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้!?”


กรณีของนอร์นผมย่อมเข้าใจพวกเธอ แต่กับราฮาฟ ผมคิดอะไรไม่ออกนอกจากจะกลายเป็นของเล่นให้อีกฝ่ายสนุกสนานเท่านั้น


“อย่าเพิ่งโกรธสิ ข้าทำเพราะหวังดีหรอกนะ เห็นว่าเจ้าฉลาดและน่าสนใจก็เลยคิดว่าไม่ควรตายเปล่า” ราฮาฟตอบ โบกมือให้อสุรกายสีฟ้าปล่อยตัวผมไป “ถ้าเจ้าอยู่ในร่างโอดินต่อไป ไม่ช้าก็ต้องไปเกลือกกลั้วเสี่ยงตายกับสงครามระหว่างเทพกับปีศาจ สู้ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบไม่ดีกว่าหรือ?”


“ถ้าอยากให้ข้าเงียบสงบจริง เหตุใดต้องให้ข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ ปล่อยให้ข้าไปอยู่ดินแดนมนุษย์ก็ได้ไม่ใช่หรือไง” ผมถามกลับอย่างดูแคลน


“ถ้าปล่อยให้ไปอยู่ที่มิดการ์ด เกิดสงครามขึ้นมาเจ้าก็โดนลูกหลงน่ะสิ” ราฮาฟบอกราวกับเป็นนักบุญผู้มีใจอารี แล้วลงจากบัลลังก์เดินมาหาผม “ยังไงข้าก็คิดจะกวาดล้างมิดการ์ดอยู่แล้ว ไว้ข้าทำสำเร็จค่อยส่งเจ้าไปอยู่แล้วกัน”


ผมหรี่ตาลงอย่างระแวง “เจ้า... จะให้ข้าใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่นี่จริงๆ น่ะเหรอ”


“แน่นอน”


แม้ราฮาฟจะพูดแบบนั้น แต่ความน่าเชื่อถือกลับติดลบ บอกตามตรงนะว่าผมไม่เชื่อที่เขาพูดสักนิดเดียว


“เจ้าให้ข้ามาอยู่ร่างนี้เพื่อใช้ชีวิตเนี่ยนะ? แค่นี้น่ะเหรอ ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก!”


ผมอ่านมาแล้วย่อมรู้นิสัยพระเอกดี หมอนี่ถ้าเป็นตอนร่างเด็กอาจจะจริงใจ แต่ราฮาฟโตแล้วเกือบจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วด้วยซ้ำ ฉะนั้นเขาจะไม่เก็บคนตามใจชอบ แต่จะเก็บคนที่เป็นประโยชน์เอาไว้ต่างหาก!


ดวงตาสีรัตติกาลเป็นประกายวับชอบใจ “เจ้าฉลาดจริงๆ นอกจากมีเน่แล้ว คนอื่นมักจะเออออและเชื่อข้าตลอด แต่เจ้ากลับแย้งขึ้นมาทันที ใจกล้าไม่เบา”


ราฮาฟบีบคางของผม เรี่ยวแรงของเขาไม่ธรรมดาเลย ผมต้องรีบจับข้อมืออีกฝ่ายไว้เพื่อยั้งแรง แต่หมอนี่ก็ไม่สนใจความเจ็บปวดของผมเลยสักนิด


“เจ้าต้องการอะไรจากข้า?”


“ข้อมูลคือคลังมหาศาล” ราฮาฟตอบ หน้ายื่นเข้ามาใกล้ขึ้นพลางแสยะยิ้มชั่วร้าย “เจ้าที่เคยเป็นโอดินย่อมรู้พื้นที่ทุกตารางนิ้วของแอสการ์ด รวมถึงความสามารถของเทพเหล่านั้นด้วย ขอเพียงเจ้ายอมคายข้อมูลออกมา ข้าก็รับรองว่าเจ้าจะมีชีวิตที่นี่อย่างสุขสบาย”


“แล้วถ้าข้าตอบว่าไม่ล่ะ? เจ้า... จะฆ่าข้าหรือเปล่า” เพราะถูกบีบคางอยู่ผมจึงเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังจ้องหน้าราฮาฟแบบไม่กลัวเกรง


“ไม่หรอก ถ้าเจ้าตายก็เท่ากับถูกปลดปล่อยน่ะสิ” ราฮาฟยิ้ม ก่อนจะเอานิ้วกรีดไปที่ลำคอของผม ทันใดนั้นผมก็รู้สึกเจ็บแปลบแล้วเมื่อราฮาฟยกนิ้วขึ้นมาก็มีเลือดเปื้อนอยู่ “แต่ข้าจะจับเจ้าทรมานจนกว่าจะยอมสารภาพเลยละ บอกไว้ก่อนนะว่าร่างนี้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อความเจ็บปวด แค่เอามีดแทงที่ไหล่เจ้าสามารถเจ็บปวดถึงขั้นร้องไห้ได้เลยละ”


ผมกลืนน้ำลาย ผมเชื่อว่าหมอนี่พูดจริง เพราะทั้งที่ราฮาฟกรีดคอของผมเป็นรอยเล็กๆ แต่กลับรู้สึกแสบมาก! เหมือนผิวหนังตรงที่กรีดนั้นถูกพิษอย่างไรอย่างนั้นเลย!


มือที่บีบคางอยู่เลื่อนลงมาที่ลำคอ “ว่ายังไง? เจ้าจะตอบรับหรือปฏิเสธล่ะ?”


มือที่อยู่บนลำคอนั้นเริ่มออกแรงบีบ เหงื่อเย็นๆ เปียกชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง ขณะที่ผมเอ่ยคำตอบออกไป



*ถ้าคิดว่าการที่มาร์ลันมาอยู่ร่างใหม่นั้นว่าพีคแล้ว บทส่งท้ายพรุ่งนี้พีคกว่าอีกค่ะ! อย่าลืมอ่านอีกตอนพรุ่งนี้น้า!

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ลิ้งค์อีบุ๊ค

อีบุ๊ค"ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอกเล่ม 1"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 518 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2133 Yok Poog (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:09
    อย่าทำน้องงงง อยากเห็นโลกิตอนเด็กจังเลยยยย นี่หรือเปล่านะที่บอกว่าไม่น่าโต 5555
    #2,133
    0
  2. #1040 LISIATANAFIA (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:59
    เหมือนตอนนี้อิฉันมืได้โฟกัสเนื้อเรื่องเลย ราฮาฟฟ เรือของข้าาา กรี๊ดด(ความจริงก็โฟกัสเนื้อเรื่องอยู่นะ กรี๊ดดด)
    #1,040
    1
    • #1040-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:42
      ช่วงนี้มีแต่คนแจวเรือ น่านน้ำคึกคักมาก 5555
      #1040-1
  3. #1039 ai3124 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:00
    อ้าวแล้วพระชายาละ
    #1,039
    1
    • #1039-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:42
      บทส่งท้ายนี้ได้รู้กันค่ะ ^ ^
      #1039-1
  4. #1038 bhuii2505 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:58
    คนอื่นโฟกัสชายสวมหน้ากาก โฟกัสเนื้อเรื่อง

    อิฉันโฟกัสที่ร่างของมาลันร่างใหม่มีความรู้สึกเร็ว....//ยิ่งอยู่กับโลกิแล้วคิดดีไม่ได้จริงๆ
    #1,038
    1
    • #1038-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:42
      เกรงว่าจะเป็นสถานการณ์ที่แย่สำหรับนายเอกเรานะคะ > <
      #1038-1
  5. #1037 Say. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:54
    ทำไมคนสวมหน้ากาก ทำให้นึกน้องชายน้องกันนะ...
    #1,037
    1
    • #1037-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:29
      เป็นการคิดที่น่าสนใจนะคะ ^ ^ แต่จะใช่ไหมน้า
      #1037-1
  6. #1036 blacxexo (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:43
    เฮ้อออ อึดอัดอ่ะะะ มาลันทำอะไรไม่ได้เลยหรออ น่าอนาจเกินไปแล้ว
    #1,036
    1
    • #1036-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:29
      น่าอนาจจริงๆ ค่ะ... แต่ด้านการต่อสู้อย่างไรมาร์ลันก็เทียบโลกิไม่ได้
      #1036-1
  7. #1035 real_pyc (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:43
    สู้ๆนะคะ
    #1,035
    1
    • #1035-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:28
      ขอบคุณค่า ^ ^
      #1035-1
  8. #1034 บานาน่า'าาา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:22

    สงสาร้อง ฮือ ฆ่าน้องได้ลงคอออ

    #1,034
    1
    • #1034-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:27
      ใจร้ายเนอะ T T
      #1034-1
  9. #1033 GomGamm (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:47
    ร้ายเกินคาด นึกว่ามาสายหนุ่มซึน ที่แท้smหรอกรึ!!!!!!
    #1,033
    1
    • #1033-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:26
      เขาเป็นพระเอกสายดาร์คฮาเร็มในนิยายนี่คะ > <
      #1033-1
  10. #1032 p-q5 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:20
    รอออออออ
    #1,032
    1
    • #1032-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:26
      เดี๋ยวไรท์มาลงน้าตอนหัวค่ำ > <
      #1032-1
  11. #1031 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:56

    จะได้กลับร่างเดิมมั้ยอ่ะ แล้วจะมีใครมาช่วยหรือตามหานายมั้ยมาร์ลันนนน!!!
    #1,031
    1
    • #1031-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:26
      จะมีหรือไม่ คำตอบอยู่ในบทส่งท้าย...
      #1031-1
  12. #1030 cake08234 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:15
    โอ้!!!!รอค่ะเมื่อไรจะถึงพน.ละเนี่ย
    #1,030
    1
    • #1030-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:25
      รอหน่อยน้า > <
      #1030-1
  13. #1029 Dak-sisi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:00
    smงั้นหรอคะ ก็น่าสนใจดีนะ ฮุฮุ
    #1,029
    1
    • #1029-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:25
      ไรท์ว่ามันคือการทารุณกรรมมากกว่านะ 55555
      #1029-1
  14. #1028 ยีราฟชุบแป้งทอด (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:24
    โลกิโลกิโลกิ ทางนี้จะแจวเรือต่อไปค่ะ (แต่ก็อย่ารุนแรงกับน้องมากนะคุณแม่ใจไม่ดี โฮร)
    #1,028
    2
    • #1028-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:25
      อันนี้คงต้องเตือนโลกิแล้วค่ะ เพราะว่าเขา... (โดนปิดปาก)
      #1028-1
  15. #1027 เอนมะ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:22
    ยังๆ
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ยังจะมีพีคกว่านี้อีกเหรอออ!!
    #1,027
    2
    • #1027-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:23
      คิดว่าพีคนะ เพราะนักอ่านอีบุ๊คหลายคนพากันบ่นไรท์ใหญ่ 55555
      #1027-1
  16. #1026 siriwan_kook (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:21
    อะไรนะ!!!! ยังมีที่พีคกว่านี้อีกเหรอคะ
    พีคในพีคสินะ
    #1,026
    1
    • #1026-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:22
      สำหรับไรท์คิดว่ามันพีคนะ > <
      #1026-1
  17. #1025 Aernlovetay (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:10
    แง่งงง สงสารน้อนนน แต่ก็ฟินไปด้วย ฮืออ
    #1,025
    1
    • #1025-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:21
      เดี๋ยวๆ มีอะไรให้ฟินคะ? 55555
      #1025-1
  18. #1024 love_forever 1992 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:35
    ไม่!!!!!!
    #1,024
    1
    • #1024-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:20
      กรีดร้องตาม > <
      #1024-1
  19. #1023 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:35
    หักมุมมาก!!
    #1,023
    1
    • #1023-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:19
      มันยังมีหักมุมกว่านี้อีก 5555
      #1023-1
  20. #1022 ผู้รับใช้ซาตาน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:27
    อุ๊ย ช่างเป็นร่างที่เหมาะแก่การเล่น SM ยิ่งนัก โลกิ ที่แท้นายก็มีรสนิยมแบบนี้...
    #1,022
    1
    • #1022-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:19
      เรียกว่าทารุณกรรมเหยื่อมากกว่า sm นะคะ 55555
      #1022-1
  21. #1021 star rose (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:23
    # บอกว่ามาร์ลันจะเป็นพระเอกแต่มาร์ลันมาอยู่ร่างคนอื่นแบบนี้เป็นไปได้มั้ยว่าน้องมีโอกาศจะกลับเข้าร่างมาร์ลันอีกครั้ง
    #1,021
    1
    • #1021-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:18
      รอดูต่อในเล่มสองนะคะ ^ ^
      #1021-1
  22. #1020 magic moon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:02
    อันนี้มีพระเอกกี่คนนะ 5 ใช่ไหม ตอนนี้ก็เจอพระเอกครบเเล้วสิ รอดูว่าเรื่องจะลงทางไหน
    #1,020
    3
    • #1020-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:15
      ปรากฏตัวครบแล้วจริงหรือเปล่าน้า ^ ^
      #1020-1
    • #1020-3 ยีราฟชุบแป้งทอด(จากตอนที่ 31)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:24
      ใดๆในโลกโลกิต้องอยู่ในฮาเร็ม โลกิจงเจริญ
      #1020-3
  23. #1019 +skyblue+ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:00
    ยังมีพีคกว่านี้อีกหรอคะะะะ!!
    #1,019
    1
    • #1019-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:16
      สำหรับไรท์คิดว่าพีคนะ 55555
      #1019-1
  24. #1018 Sairattz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:36
    น้องโดนกระซวกไส้เเน้วววว
    #1,018
    1
    • #1018-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:53
      โลกิช่างโหดร้ายเหลือเกิน
      #1018-1
  25. #1017 Tangmo9933 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:46

    เนลโลใช่ไม่ใช่ ตอบมาเลยนะ!!!!
    #1,017
    1
    • #1017-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 31)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:53
      ไปอ่านเฉลยในเล่มสองเถิดนะคะ > <
      #1017-1