[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 29 : ประกาศครั้งที่ 27 ฮันนีมูนทั้งทีไหงถึงซวยนักนะ!?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 490 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

ประกาศครั้งที่ 27 ฮันนีมูนทั้งทีไหงถึงซวยนักนะ!?


หลังพิธีราชาภิเษกทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก อย่างมากคืองานที่เพิ่มพูนขึ้นและบางงานที่…ละเอียดอ่อนก็เริ่มมีมากขึ้นเท่านั้น เมื่อก่อนผมไม่เคยต้องทำงานที่เกี่ยวพันซับซ้อนกับผู้คน มาตอนนี้ต้องมานึกถึงอีกว่าฎีกานี้ใครเป็นคนเขียน มีความสัมพันธ์กับใครบ้าง ถ้าเล่นงานคนนี้จะเกิดผลกระทบอะไร ผมเกลียดเกมการเมืองทำนองนี้ที่สุด!


นับเป็นโชคอันมหาศาลของผมที่พระชายาทั้งสามช่วยผมในตรงนี้ได้ อาซราจะทำหน้าที่ดูแลพวกชนชั้นเอซีร์ ยูดัมก็ดูแลชนชั้นวานีร์และบริทท์ประสานงานกับเทพทั่วไป มีสามคนนี้ช่วยแบ่งเบา ภาระบนบ่าของผมจึงไม่ได้หนักหนามากนัก


แต่ก็นะ ทั้งที่มีงานท่วมหัวพวกเราก็ยังมีหน้าไปฮันนีมูนกันอีก...


ฟังไม่ผิดหรอกฮันนีมูน ถึงผมกับพระชายาทั้งสามจะตบแต่งกันมานานแล้ว แต่เพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านบัลลังก์จึงยังไม่ได้ไปฮันนีมูนกับเขาเสียที


แน่นอนว่าคนที่รบเร้าให้ไปไม่ใช่ใครที่ไหน พระชายาทั้งสามคนนั่นเอง เหลือเชื่อไหมล่ะ


“มาร์ลัน พวกเราไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันเถอะ” จู่ๆ อาซราก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาระหว่างที่พวกเราพักจิบฟิก้าประจำวัน


“เห็นด้วย! พวกเราไปพักผ่อนหย่อนใจกันเถอะสักสามวันก็ดี ไม่สิ หนึ่งอาทิตย์ไปเลยดีกว่า!” ยูดัมสนับสนุนความคิดของอาซราอย่างกระตือรือร้นสุดๆ


“ไปวันพรุ่งนี้เลยก็ดีนะ” แม้แต่บริทท์ก็ยังเสนออย่างใจร้อน


ส่วนผมงงเป็นไก่ตาแตก “อะไรกัน? ทำไมพวกเจ้าจึงอยากไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เอาตอนนี้? นี่เพิ่งจะผ่านงานราชาภิเษกไม่เท่าไหร่เองนะ แถมงานก็มีอีกเป็นกอง...”


ผมเห็นพวกเขาหลบสายตาโดยพร้อมกัน ผมเริ่มจับพิรุธได้ จึงกอดอกทำหน้าบึ้งตึง


“พวกเราเป็นคู่ชีวิตกัน! มีอะไรก็พูดมาตรงๆ อย่าอ้อมค้อม! อย่าปิดบังด้วย! ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่พบพวกเจ้าอีกเลย!”


พอผมขู่เช่นนี้ปั๊บ ทั้งสามก็ลนลานทันที อาซราเป็นฝ่ายตอบว่า


“อย่าโกรธสิ มาร์ลัน พวกเราแค่อยากไปเที่ยวผ่อนคลายเท่านั้นแหละ”


“ใช่แล้ว” สีหน้าของยูดัมทะมึนลง “กองงานพวกนั้นทำเอาพวกเราปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ขืนไม่ได้ออกไปคลายเครียดอีกละก็ พวกเราต้องตายคากองงานในเร็ววันนี้แน่!”


จะว่าไปพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด ไม่ได้พักกันเลยนี่นะ... เจอเรื่องนู้นเรื่องนี้ติดๆ กันมาหลายเดือน ร่างกายและจิตใจของพระชายาผมคงโหยหาความอิสระและการผ่อนคลาย แต่จะไปเที่ยวเฉยๆ ก็คงดูไม่ดีจึงเอาข้ออ้างดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ขึ้นมา


“ถ้างั้นก็บอกตั้งแต่แรกสิ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องอ้อมค้อมอะไรเลย ข้าเข้าใจน่าว่าช่วงนี้งานหนัก” ผมสะบัดมือที่จับปากกาบนโต๊ะกับประทับตราไม่รู้กี่พันรอบจนทั้งแขนล้าไปหมดแล้ว “ก็เอาสิ ข้าเองก็ไม่อยากอุดอู้อยู่แต่ที่วังกับแอสการ์ดเหมือนกัน”


บริทท์ตบมือ “ดีเลย งั้นข้าจะสั่งให้พวกข้ารับใช้เตรียมการ ส่วนกองงานพวกนั้นก็โยนให้เนลโลกับพวกธอร์ไปก่อนแล้วกัน”


“ดีๆ” ยูดัมกับอาซราพยักหน้างึกงัก


นี่... เครียดกันมากเลยเหรอเฮ้ย งานพวกนั้นลำบากเนลโลกับพวกธอร์แล้วสิ ผมนึกหน้าพวกเขาตอนได้รับงานจากพวกเราออกเลย


ผมเท้าคางแล้วหมุนคุกกี้เนยไปมา “แล้วเราจะไปเที่ยวที่ไหนล่ะ?”


“มิดการ์ด”


ทั้งสามตอบพร้อมกัน ผมถึงกับหลุดหัวเราะ


“นี่เตี้ยมมากระทั่งดินแดนที่จะไปเที่ยวเลยเหรอ?”


“ตอนแรกพวกเราหารือกันอยู่หลายที่นะ แต่ดินแดนเอลฟ์ก็ไม่ค่อยสะดวกสบาย วานาเฮมก็มีญาติของจอร์ดเยอะ คงโดนรบกวนการพักผ่อน แดนคนแคระก็มีแต่เสียงถลุงแร่และมีกลิ่นเผาถ่าน คงอยู่ไม่สงบ ฉะนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดก็คือมิดการ์ด” ยูดัมแจกแจงข้อดีข้อเสียโดยละเอียด


ก็ไม่แปลก ที่อื่นๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหมด มีแค่ที่มิดการ์ดเท่านั้นแหละที่ปกติกว่าหน่อย


“แล้ว... เราจะไปที่ไหนของมิดการ์ดเล่า” ถึงจะรู้ที่แล้วแต่ดินแดนมันก็กว้างใหญ่ไพศาลอยู่นา


บริทท์เป็นคนตอบ “มีอยู่ที่หนึ่ง ที่นั่นมีทะเล เราสามารถเล่นน้ำ ล่องเรือชมธรรมชาติและตอนนี้แดนมนุษย์ก็เป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อาหารการกินจึงอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษโดยเฉพาะถั่วกับเห็ด ยิ่งรวมกับอาหารทะเลด้วยยิ่งเลิศรสขึ้น เมืองทะเลนั่นเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจมากเลยละ”


“ฟังดูดีนะ”


แอสการ์ดไม่มีทะเล มีแต่แม่น้ำกับทะเลสาบ ผมไม่ได้สัมผัสกลิ่นเค็มของทะเลและความนุ่มของผืนทรายมานานแล้ว เห็นทีต้องจัด!


“เอาเป็นว่าตามนี้นะ เราไปเตรียมของให้พร้อมพรุ่งนี้เช้าก็ออกเดินทาง ส่วนงานก็ต่างคนต่างแยกย้ายไปสะสางแบ่งงานกันไป อันไหนที่สำคัญก็จัดการให้เสร็จก่อนนะ” อาซราบอกกับทุกคน


“รับทราบ!”


พวกเราตอบรับแข็งขัน ทะเล ทะเล ทะเล! ในที่สุดผมก็จะได้ใส่ชุดว่ายน้ำและดำน้ำดูปะการังกับฝูงปลาแล้ว!


พอพวกเราบอกว่าจะไปฮันนีมูนแถมยังออกเดินทางวันพรุ่งนี้ ไปทีหนึ่งอาทิตย์ก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันใด


แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน มีแต่โอดครวญเนลโลมองกองเอกสารที่เขาต้องช่วยผมจัดการ ทำหน้าเหมือนผมเป็นคนอยุติธรรม ธอร์คร่ำครวญจนโหยหวนไปทั้งวัง เฟรย์ขังตัวเองอยู่ในห้อง เฟร์ย่าระบายความเครียดด้วยการกิน เนื่องจากพวกเขาประท้วงเรื่องที่พวกเราไปฮันนีมูนไม่ได้จึงแสดงออกมาในรูปแบบนี้แทน


เด็กกันเสียจริง...


ถึงกระนั้นผมก็ไม่สนใจหรอกนะ พวกเขาจะไม่ทำงานก็ได้ แต่คงโดนเทพชั้นล่างๆ ไม่พอใจแน่นอน เพราะพวกเราแบ่งงานให้ทำเรียบร้อยไปแล้ว เท่ากับว่างานนั้นมีคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ถูกปล่อยทิ้งไว้


ไว้กลับมาผมจะให้รางวัลพวกเขาเป็นการชดเชยแล้วกัน ผมคิดในใจขณะนั่งรถม้าที่สเลปไนร์เป็นผู้ลากไปยังดินแดนมิดการ์ด


“มาร์ลัน สวมสร้อยนี่ไว้ด้วยนะ”


บริทท์ยื่นสร้อยที่มีจี้หินสีเทาให้ผม มันมีอักษรรูนสลักอยู่ด้วย แมนนาซ มันเป็นตัวอักษรที่มีความหมายว่ามนุษย์


“ไว้ใช้ทำอะไรน่ะ?”


“ปลอมตัวไง รูปลักษณ์ของพวกเรามันโดดเด่นเกินไปจะตกเป็นเป้าเสียเปล่าๆ” ยูดัมอธิบายพลางสวมสร้อยให้ดู ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นชายหนุ่มชาวบ้านธรรมดาที่มีผมสีน้ำตาลยุ่งๆ “เราไม่ได้เอาข้ารับใช้หรือทหารติดตามมากเท่าไหร่ ระวังไว้หน่อยก็ดี”


“อ๋อ เข้าใจแล้ว”


ผมไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เป็นการคิดที่รอบคอบดี ผมสวมตามอย่างคนอื่น แต่แล้วพวกเขากลับมองผมแล้วยิ้มแปลกๆ


“อะไร?”


เนื่องจากไม่มีกระจกส่อง ผมจึงเลิ่กลั่กอยู่บ้าง บริทท์ตอบว่า


“เปล่า คือร่างของมาร์ลันในตอนนี้... เป็นผู้หญิงน่ะ”


“มีผมสีทองยาวด้วย” ยูดัมสำทับ


“แถมหน้าตาก็น่ารักน่าเอ็นดู” อาซราว่าพลางอมยิ้ม


“หา?” ผมเอามือลูบหน้าตัวเอง แต่มันเป็นภาพลวงตาฉะนั้นต่อให้ผมจับยังไงมันก็ยังเป็นตัวเองอยู่ดี “ทำไมถึงเป็นร่างผู้หญิงล่ะ!?”


“มันสุ่มผลลัพธ์เองนะ กำหนดไม่ได้หรอก” บริทท์หยิบซองที่ใส่สร้อยขึ้นมาอ่านคูู่มือการใช้ด้านหลัง “ส่วนใหญ่ภาพลวงตาจะถูกสร้างให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและเสียงเพื่อความแนบเนียนน่ะ”


ผมถลึงตา “แล้วข้าเหมือนผู้หญิงตรงไหนกัน!?”


“รูปร่างใกล้เคียงอยู่นะ เสียงของมาร์ลันก็กลางๆ ฟังเป็นทั้งผู้ชายทั้งผู้หญิง” ยูดัมลูบคางพิจารณาผม “ยิ่งตอนเจ้าคราง เสียงก็หวานเหมือนผู้หญิงแล้ว”


“หุบปากไปเลย!”


ผมเอาหมอนอิงเขวี้ยงใส่หน้าคนพูด เจ้าตัวกลับหัวเราะแล้วรับหมอนมากอดอย่างหน้าไม่อาย ขณะที่อาซรายิ้มปลอบ


“ไม่เป็นไรน่า มาร์ลัน ร่างแบบนี้ก็ดีออกนะ ถ้าทั้งคณะของเราเป็นชายล้วนมันคงจะแปลกเกินไป มีผู้หญิงอยู่ด้วยก็ดีนะ”


ต่อให้อาซราปลอบผมอย่างนั้นก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้หรอกนะ ผมกอดอกแล้วหันไปอีกทางอย่างไม่พอใจ พวกเขาไม่ได้ว่าอะไรผมเพียงแต่ลูบหัวกับหยิกแก้มคนละทีเท่านั้น


หลอกแต๊ะอั๋งนี่หว่า...


ไม่ถึงสิบนาทีพวกเราก็มาถึง เพื่อไม่ให้เตะตาจึงต้องเอารถม้าไปซ่อนพร้อมทั้งใช้รูนลวงตาไว้ เจ้าสเลปไนร์ดูจะร่าเริงที่ได้อยู่กับธรรมชาติและป่าเขียวขจีแบบนี้ ผมกลัวว่าถ้าปล่อยมันไว้ลำพังมันจะไม่ดี แต่บริทท์บอกว่ามีทหารคอยเฝ้าผลัดเปลี่ยนอยู่ไม่ต้องกังวล ผมจึงวางใจ


“ว้าว ทะเล!”


เมื่อพ้นจากป่าออกมาผมก็เห็นทะเลอันกว้างใหญ่ ลมพัดโชยกลิ่นเกลือทะเลขึ้นมาต้องจมูก เรือน้อยใหญ่กำลังล่องอยู่กลางทะเลกางผ้าใบสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีครามแจ่มใส


“ทำเป็นตื่นเต้นไปได้” ยูดัมหัวเราะอย่างเอ็นดูให้ผม ก่อนจะเอาหมวกมาสวมกันแดดให้ “ทำอย่างกับเพิ่งเคยเห็นแน่ะ”


“ก็ข้าไม่ได้มาทะเลตั้งนานแล้วมันก็ต้องดีใจกันบ้างสิ!”


ผมแก้ตัวอย่างแนบเนียน ตั้งแต่มาอยู่โลกนี้ผมไม่เคยมาทะเลเลยนะ ถึงจะไม่รู้ว่ามาร์ลันคนก่อนเคยเห็นทะเลหรือเปล่า แต่ตอบว่าเคยไปแล้วกัน


“อย่าเพิ่งตื่นเต้นกันนักเลย เราต้องหาที่พักก่อน เพื่อเก็บสัมภาระพวกนี้” บริทท์วาดมือไปยังกระเป๋าด้านหลัง


“ข้ามีแผนที่อยู่ มีที่พักแห่งหนึ่งติดริมทะเลวิวสวยด้วย เฟร์ย่าแนะนำมา” อาซราบอกกับทุกคนแล้วหยิบแผนที่แผ่นเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ “ตามมาเดี๋ยวข้าจะนำทางให้เอง”


พวกเรายกขบวนตามหลังอาซราไป หมู่บ้านที่สร้างติดริมทะเลออกแนวบ้านชนบทมากๆ สร้างขึ้นจากไม้อย่างง่ายๆ มีตะไคร่เขียวครึ้มเกาะ ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ถึงพวกเขาจะมองขบวนของพวกเราบ้าง แต่ก็เลิกสนใจอย่างรวดเร็ว เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะมีคนมาเดินทางพักผ่อนที่นี่บ้างก็ไม่เห็นแปลกอะไร


ดีอยู่อย่างที่หมู่บ้านริมทะเลนี้ไม่ได้มีผังเมืองสลับซับซ้อน ไม่นานพวกเราก็มาถึงที่พัก ซึ่งมองสภาพความโอ่โถงของมันแล้วจะเรียกว่ามันคือโรงแรมของพวกชนชั้นสูงก็ได้


แค่ทางเข้าที่เป็นไม้แกะสลักประณีตกับอักษรชื่อโรงแรมสีทองก็ประกาศกลายๆ แล้วว่า หากไม่มีเงินอย่าได้คิดจะเข้าพัก แน่นอนว่าพวกเรารวยจึงก้าวอาดๆ เข้าไปได้


เมื่อเห็นพวกเราเข้ามากลุ่มใหญ่ พนักงานก็ออกมาต้อนรับอย่างขันแข็ง ขนาดเครื่องแต่งกายของพนักงานก็ยังดูดีสมกับความหรูหราภายในที่ตกแต่งสไตล์วินเทจแล้วแซมความเป็นทะเลด้วยเปลือกหอย ปะการัง ปลาดาวกับไข่มุกระย้า


“ยินดีต้อนรับขอรับ”


“พวกเรามาขอจองห้อง” อาซราพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพจนคนฟังยังเคลิ้ม “พอจะมีห้องว่างไหม?”


“ต้องการห้องแบบไหนและอย่างไรบ้างขอรับ คุณลูกค้า”


อาซรากวาดตามองไปด้านหลัง “ทางนี้มีข้ารับใช้ติดตามอยู่สิบคนกับพวกเราอีกสี่รวมเป็นสิบสี่คน ถ้ามีห้องเตียงคู่ให้พวกเราพักด้วยได้ก็ดี”


“เช่นนั้นพวกท่านต้องการห้องคู่เจ็ดห้องสินะขอรับ ได้เลย ทางเรามีห้องคู่ว่างอยู่พอดี” เมื่อคิดว่าจะทำการค้าได้ พนักงานก็กุลีกุจอนำกุญแจห้องมาให้พวกเรา “ห้องเตียงคู่คืนละสิบเหรียญทองต้องการจะพักกี่คืนดีขอรับ”


“ห้าคืน” ยูดัมเป็นฝ่ายตอบแล้วเอาถุงเหรียญทองวางบนมือของพนักงานต้อนรับ “ทั้งหมด 350 เหรียญทอง ถูกต้องใช่ไหม?”


“ขอรับๆ! ถูกต้องเลย!” พนักงานเห็นเหรียญทองแวววาวในถุงก็ตาลุก ท่าทีนอบน้อมกว่าเดิม เขาตรงไปที่เคาน์เตอร์เทเหรียญออกมานับครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าครบ ก็ยิ้มแป้น “ขอบคุณที่ใช้บริการโรงแรมของเราขอรับ นี่เป็นกุญแจห้องของพวกท่าน เชิญพักผ่อนให้สบายนะขอรับ”


ป้ายที่ห้อยอยู่กับพวงกุญแจทำให้รู้ว่าห้องคละกันไปสองชั้น คือมีห้องชั้นสามกับชั้นสี่ พวกเราตัดสินใจให้พวกข้ารับใช้ส่วนหนึ่งพักชั้นสามกับที่เหลือตามเรามาพักที่ชั้นสี่


และในเมื่อเป็นห้องคู่ หมายความว่าต้องจับคู่นอนด้วยกัน ผมกำลังคิดว่าพระชายาทั้งสามจะทะเลาะแย่งห้องกันหรือไม่ ผลปรากฏว่ายูดัมกับบริทท์พร้อมใจให้อาซรานอนในห้องกับผม


“ทำไมพวกเจ้าตกลงกันง่ายจัง?” ผมงุนงง นึกว่าจะได้เห็นภาพศึกชิงนายเสียอีก


ยูดัมเบะปาก “ตามลำดับชั้นมาร์ลันก็ต้องนอนคู่กับฟริกกาอยู่แล้วไหม? ถ้าไม่มีฟริกกาถึงมาเป็นข้าและรินดาตามลำดับ”


“เคร่งเรื่องนี้กันเสียจริง” ผมงึมงำ


อาซราทำหน้าเศร้า “เจ้าไม่อยากนอนกับข้าเหรอ?”


“เปล่านะ” ผมรีบตอบทันควันก่อนที่อีกฝ่ายจะน้อยใจ “ก็แค่นึกว่าพวกเจ้าจะทะเลาะกันเพื่อจะได้นอนห้องเดียวกับข้าเสียอีก”


“ถึงพวกเราจะอยาก แต่ก็รู้จักกาลเทศะนะ” บริทท์ว่า ส่ายหน้าให้กับความคิดของผม “เราต้องให้เกียรติฟริกกาที่เป็นชายาเอกของเจ้าสิ”


“เอาเถอะ ถ้าพวกเจ้าไม่ทะเลาะจนเคืองไปห้าวันสิบวันข้าก็สบายใจ”


ผมควรจะดีใจที่พวกเขาไม่ตบตีแย่งชิงผมเหมือนในละครหลังข่าว ไม่อย่างนั้นการที่ต้องเลือกใครสักคนก็อาจทำให้อีกสองคนที่ไม่ถูกเลือกเจ็บปวด แก้ปัญหาง่ายแบบนี้ก็ดี


ห้องผมกับอาซราอยู่ตรงกลาง ส่วนฝั่งขวาเป็นของยูดัมกับบริทท์ ฝั่งซ้ายของข้ารับใช้ที่ติดตาม พอเปิดประตูห้องเข้าไปภาพทะเลสีครามก็สะดุดตาผมเป็นอันดับแรก ตรงนี้มองเห็นวิวทะเลด้วย!


ห้องขนาดปานกลาง มีเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นครบทั้งตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะทานอาหาร เตียงคู่ก็ตั้งไว้ริมห้อง คั่นด้วยชั้นวางเล็กที่มีหนังสือกับรูปปั้นตุ๊กตาตกแต่ง


ห้องแบบนี้แหละ ห้องแบบนี้แหละ! ที่ได้อารมณ์เหมือนกับอยู่บ้านหน่อย!


ผมกำลังจะเดินไปที่หน้าต่างเพื่อชมวิว กลับถูกอาซราสวมกอดจากด้านหลัง ริมฝีปากของเขาคลอเคลียอยู่ข้างแก้มผม


“ได้อยู่กับมาร์ลัน ข้ามีความสุขเหลือเกิน”


ผมรู้ว่าเขามีความสุข เพราะแผ่นหลังที่แนบชิดกับอกของอาซราสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรง ผมหน้าร้อนผ่าวแต่ก็รู้สึกดีมากเช่นกัน


“ข้าก็ดีใจที่อยู่กับเจ้า” ผมบอกไปตามความรู้สึกพร้อมกับจับแขนที่โอบผมไว้


อาซรายื่นหน้ามาใกล้ ผมรู้ว่าเขาต้องการอะไรจึงหลับตาลงแล้วเผยอปากรับจุมพิตแสนอ่อนหวาน หัวใจของผมเป็นสุขยามที่ได้รับความรักอันมากล้นจากอาซรา


ระหว่างที่พวกเราจูบกันผมก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายดันผมให้ถอยไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องเดาว่าผมถูกพาไปที่ไหน เตียงนั่นเอง...


เมื่อขาของผมสัมผัสถูกขอบเตียง ผมก็ล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงนั้นโดยที่มีอาซราคร่อมอยู่เหนือตัวผม ดวงตาสีแดงร้อนแรงราวกับหลอมละลาย


ผมยิ้มยั่ว “พวกเราเพิ่งจะมาถึงเองนะ เอาเลยเหรอ หืม?”


“ต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าสิจริงไหม” อาซราปลดกระดุมคอเสื้อของตัวเอง แล้วก้มต่ำลงมาไซร้คอผม ส่วนมือก็ไปยุ่มย่ามอยู่แถวกางเกง “ไม่ต้องห่วงข้าจะทำให้ไว”


“จริงๆ เลย”


ผมบ่นไปอย่างนั้นแหละ แต่มือก็เอื้อมไปคล้องคอคนตรงหน้าแล้วรั้งร่างให้ทาบลงมา ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเซ็กส์เร่งด่วนนี้


******************************************


ต้องยอมรับว่าการมาทะเลนั้นคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ ที่ถูกจับมาจากชาวประมงทำให้ผมอิ่มหนำสำราญตลอดสามวันที่มาค้างแรมอยู่ที่นี่


วันแรกพวกเราเดินเล่นสำรวจหมู่บ้าน ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าสนใจนัก นอกจากจะเห็นวิถีชีวิตของคนแถบนี้ ผิวของพวกเขาส่วนใหญ่เข้มเพราะแดด พวกผู้ชายก็ดูบึกบึนเพราะต้องทำงานใช้แรง ส่วนผู้หญิงก็แข็งแรงไม่ต่างกันเพราะต้องทำงานบ้าน ผมเห็นผู้หญิงหลายคนเทินตะกร้าที่ใส่ผ้าเอาไว้เต็มขึ้นบนหัวแล้วเดินชิวๆ คุยเล่นกับเพื่อนด้วยซ้ำ


ในวันที่สองเราถึงได้เล่นน้ำทะเลของจริง เนื่องจากผมปลอมตัวเป็นผู้หญิงจึงไม่อาจเปลือยท่อนบนได้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นเห็นจะหาว่าผมเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย จึงต้องใส่เสื้อคลุมสีดำแขนสั้นปกปิดท่อนบน ส่วนท่อนล่างเป็นกางเกงขาสั้นก็ไม่เป็นไร เพราะผู้หญิงแถวนี้เวลามาดำน้ำงมหอยก็ใส่ขาสั้นกัน


ผมสอนพระชายาเล่นวอลเลย์บอลชายหาด เพราะสี่คนสามารถแบ่งทีมกันได้พอดี และเพื่อความยุติธรรมผมขอให้จับไม้สั้นไม้ยาวเพื่อแบ่งทีม ผมได้คู่กับยูดัม อาซรากับบริทท์คู่กันอีกทีมหนึ่ง พวกเราเล่นเจ้าวอลเลย์บอลกันเกือบชั่วโมงแทบจะหมดแรง คะแนนยังตีคู่มาตลอดไม่มีทีมไหนนำขาดเลยสักที จึงสรุปว่าเสมอกันไป


เพราะใช้แรงมากไปสุดท้ายผมก็นอนสลบยาวจนถึงบ่าย ค่อยออกมาเดินเล่นริมหาดอีกครั้ง มานั่งก่อกองทรายเล่นกับพวกเด็กๆ จนใกล้ค่ำผมได้รับกำไลเปลือกหอยน่ารักๆ มาจากพวกเขาเป็นของขวัญ


ถึงวันที่สามอาซราจัดการเช่าเรือพาเราล่องทะเล มันเป็นเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่มีห้องหับเล็กๆ ให้กัปตันกับลูกเรือได้พักผ่อน ทว่าเรื่องน่าตลกก็คืออาซราดันเมาเรือ บริทท์จึงต้องอยู่ดูแล ส่วนผมคงไม่ต้องพูดถึงถูกระเห็จมาอยู่กับยูดัม


คงไม่ต้องบอกว่าผมมาอยู่กับยูดัมแล้วจะเป็นยังไงใช่ไหม? เพราะหมอนั่นไม่มีทางมานั่งรับลมชมวิวและตกปลากับผมแน่ เจ้าตัวพอได้รู้ว่าอยู่กับผมสองต่อสองก็ลากผมเข้าห้อง จากนั้นก็อย่างที่คิดหมอนั่นเอาซะหนำใจ ส่วนผมปวดสะโพกกับขาอ่อนแรงจนงอนไม่พูดกับยูดัมไปอีกพักใหญ่


วันนี้เป็นวันที่สี่แล้ว เห็นว่าจะมีงานเทศกาลชมปลาเรืองแสงตอนกลางคืน ในหมู่บ้านจึงคึกคักเป็นพิเศษรวมถึงมีนักท่องเที่ยวมาแห่ชมปลากันมากมายด้วย


ดีนะที่เรามาถึงก่อนวันงานเทศกาลไม่อย่างนั้นคงหาที่พักไม่ได้เพราะหลายที่ดูเหมือนจะเต็มแล้ว ห้องผมก็เช่นกัน


ผมออกมาเดินเตร่อยู่ด้านนอกโรงแรมรอพวกอาซรา ตอนนั้นเองที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์เจ็ดคนเดินตรงเข้ามา ทีแรกผมคิดว่าพวกเขาคงมาพักที่โรงแรมจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั่งพวกมันยืนล้อมผมเนี่ยแหละ ผมถึงได้รู้สึกตัว


อ้าว ไอ้พวกนี้นี่วอนหาเรื่องเสียแล้ว...


ผมเงยหน้ามองพวกเขา ใจดีสู้เสือไปก่อน “มีธุระอะไรหรือ จะถามทางเหรอ?”


“เปล่าหรอกสาวน้อย เรามาชวนเธอไปเที่ยวน่ะ” ชายที่ไว้หนวดดกเฟิ้มตอบ แววตามองผมอย่างหิวกระหาย “ไปด้วยกันนะ”


สาวน้อยบ้าอะไร!? ผมเกือบหลุดด่าไปแล้วแต่นึกได้ว่าร่างแปลงผมเป็นผู้หญิงจึงต้องสะกดกลั้นอารมณ์ลงไปแล้วว่า


“ขอโทษนะ ไม่ได้หรอก ข้ากำลังรอสามีอยู่น่ะ” ผมตอบแบบใจเย็นสุดๆ


“สามี!? นี่แต่งงานแล้วเหรอ!?” พวกมันทำหน้าตื่นตกใจ


“ใช่แล้ว” ผมตอบอย่างมั่นใจ แถมผมมีสามีตั้งสามคนอีกต่างหาก “เพราะฉะนั้นขอโทษด้วยนะที่ต้องปฏิเสธ”


“สาวน้อยอย่ามาโกหกดีกว่าน่า อย่างเจ้าเนี่ยนะแต่งงานแล้ว ดูยังไงก็ยังวัยรุ่นอยู่เลยนา” ชายหัวล้านมองผมแบบไม่เชื่อ


วัยรุ่นอะไร ผมอยู่มาเป็นร้อยปีแล้วเฟ้ย ไอ้เด็กน้อย ผมเหลือกตากลับ


“พวกเจ้าไม่เชื่อก็ตามใจ อีกเดี๋ยวสามีข้าก็ออกมาแล้ว ถึงตอนนั้นอย่าหาว่าไม่เตือนแล้วกัน!”


คนของผมมีกันตั้งสามคน แถมฝีมือการต่อสู้ก็ไม่ได้กากๆ ด้วย คนรุมแค่นี้น่าจะจัดการได้ไม่ยาก


แต่เอ... ที่จริงผมจัดการเองก็ได้นี่หว่า ไม่เห็นต้องรอให้พวกอาซรามาช่วยก็ได้นี่ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ฝึกการต่อสู้มาเหมือนกัน นี่ผมโดนพระชายาทั้งสามปกป้องมากเกินไปจนจะหลงลืมวิชาแล้วสินะ


เจ้าพวกนั้นหัวเราะลั่น “ขู่ได้น่ากลัวเสียจริง สาวน้อย ก็เอาสิ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าสามีของเจ้าหน้าตาจะเป็นยังไง เก่งจริงหรือเปล่า จะได้แสดงให้เห็นกันไปเลย!”


ผมชักจะรำคาญพวกมันแล้วสิ เตะไข่มันสักป๊าบแล้วชิ่งเข้าโรงแรมดีไหมนะ


“สุภาพบุรุษที่ดีไม่ควรไปรุมล้อมสตรีแบบนั้นนะ”


เสียงทุ้มของผู้ชายดังขึ้นเบื้องหลังของพวกเขา ผมเลิกคิ้วขึ้น ไม่นึกเลยว่าจะมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยได้


“หา? แล้วแกมายุ่งอะไรด้วยวะ!? จะทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยหญิงงามหรือไง อย่ามาแส่จะดีกว่าน่า!”


เพราะพวกมันตัวใหญ่ แถมยังยืนบังอีกผมเลยมองไม่เห็นว่าคนที่ทำตัวเป็นอัศวินมาช่วยผมนั้นหน้าตาเป็นยังไง จึงพยายามชะเง้อชะแง้ดู แต่แล้วคนที่มาช่วยผมก็กล่าวว่า


“สรุปว่าจะไม่ยอมปล่อยคุณหนูท่านนี้ไปใช่ไหม?”


“ก็บอกว่าอย่ามายุ่งไง ไอ้-”


ผลัวะ!


ทันใดนั้นร่างของคนพูดก็ถูกต่อยปลิวกระเด็นไปกองกับพื้น ผมไม่ทันได้คิดว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็ถูกฉุดเข้าไปในอ้อมแขนของอัศวินขี่ม้าขาวคนนั้นแล้ว


“ไม่เป็นไรนะ ข้าจะช่วยเจ้าเอง”


ผมเงยหน้ามองผู้ช่วยชีวิตกะจะเอ่ยปากของคุณ แต่แล้วพอได้เห็นหน้าชัดๆ ผมก็อ้าปากค้าง


พระเจ้าช่วยกล้วยหักมุก! หมอนี่มันคือราฮาฟ โลกินี่หว่า!?


*เป็นตัวละครที่ใครๆ รอกันใช่ไหมคะ? 5555 มาฮันนีมูนนี่มาร์ลันซวยจริงๆ ค่ะ ดันมาเจอโลกิเสียได้ การพบกันของสองคนนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้นต่อไปมารอติดตามกันนะคะ > <

ปล. เร็วๆ นี้ไรท์จะเอาปกใหม่เล่ม 1 ฝีมือการวาดของคุณ Tananya มาลงแทนปกเก่าค่ะ > < คนที่ซื้ออีบุ๊คไปแล้วไม่ต้องตกใจนะคะ ไรท์จะอัพไฟล์ให้ใหม่สามารถรีโหลดแล้วอ่านได้เหมือนเดิมค่ะ ^ ^

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ลิ้งค์อีบุ๊ค

อีบุ๊ค "ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก! เล่ม 1"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 490 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2131 Yok Poog (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 18:29
    โลกิ!!!!!! จริงๆเขาก็เป็นคนดีแหละ ได้แค่เดินทางคนละสาย
    #2,131
    0
  2. #2094 AmThitiporn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 11:21
    โลกิ งือออออ ไม้พายพร้อมค่ะ !!
    #2,094
    0
  3. #1634 ไมยะ จัง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 20:54
    .......จงใจใช่ไหม
    #1,634
    0
  4. #1600 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 07:45
    เรือมาเรือมาพวกเราา!!
    #1,600
    0
  5. #1228 Sleepy😪 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:05
    ใครเรือโลกิ เตรียมติดสปีดโบ๊ทไม่รอแล้วนะ
    #1,228
    0
  6. วันที่ 29 มกราคม 2563 / 13:29

    จ้วงทะเลเดินเรือโลกิเต็มกำลัง

    #995
    1
    • #995-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 29)
      30 มกราคม 2563 / 06:57
      มีคนจ้วงพายกันเยอะเลยนะคะเนี่ย > <
      #995-1
  7. #959 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 19:27

    ผัวมา แอ่ก!โดนถีบ

    #959
    1
    • #959-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 29)
      26 มกราคม 2563 / 07:19
      ยื่นยาแก้ฟกช้ำให้
      #959-1
  8. #952 Timeneesia (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 07:09
    ค่อยๆแอบแจวเรือโลกิไปอย่างเงียบๆ//ต้องมาเเล้วนะ
    #952
    2
    • #952-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 29)
      25 มกราคม 2563 / 18:41
      แต่เหมือนว่ามีคนแจวเรือนี้กันเยอะนะคะ 55555
      #952-1
  9. #951 ฤทัยทิพย์ ยั่งยืน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 22:19
    คนที่สี่คือระหว่างเนลโล กับโลกิ มีหนึ่งในนี้คนนึงได้เป็นชายาคนที่สี่ แง่😭😭😭😭 เนลโลเถอะนะะะ ทำไมตอนฉากโลกิออกมา เรือเนลโลมันสั่นๆ;^; น้อนเนลโลข้าจะคอยเชียร์เจ้านะ😭😭😢😢😢
    #951
    1
    • #951-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 29)
      22 มกราคม 2563 / 07:11
      มาจ้วงพายเรือเนลโลให้สุดแรงเกิดกันเถอะค่ะ!
      #951-1
  10. #950 cantus1011 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 20:21
    เเจวทุกเรือ ไปพร้อมๆกันค่ะ แต่ถ้าถามว่าเชียร์ใครมากสุด คงเป็นยูดัม เเซ่บๆรุนแรง อ่านทีละลายตลอด 555
    #950
    1
    • #950-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 29)
      22 มกราคม 2563 / 07:10
      ยูดัมเป็นคนตรงไปตรงมาสุดเรื่องอย่างว่า (อะแฮ่ม) หากอยากได้ฉากแซ่บมี nc ในตอนพิเศษค่ะ
      #950-1
  11. #949 Saibilan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 09:12
    แฮร่ สวัสดีค่ะ! พึ่งหลงเข้ามาค่ะ จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปนะคะ!
    #949
    1
    • #949-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 29)
      22 มกราคม 2563 / 07:08
      ยินดีต้อนรับค่ะ มาเอ็นดูมาร์ลันและทุกคนเยอะๆ น้า > <
      #949-1
  12. #948 :: Mosifer :: (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 02:34

    พระเอกกกก ปูมาแบบนี้ต้องเป็นหนึ่งในพระเอกพระเอกแล้วนะคะ แง เอ๊ะ แล้วเนลโลเค้าล่ะ

    แง ซื้อๆๆๆ ยังคงเชียร์ทั้งคู่ค่ะะะ

    #948
    1
    • #948-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 07:01
      มีที่แค่ห้าคนเท่านั้น! แถมตัวละครยังออกไม่ครบเลย 555555
      #948-1
  13. #947 ผู้รับใช้ซาตาน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 02:25
    แจวเรือผีมือเป็นระวิง =.,=
    #947
    1
    • #947-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:59
      ระวังเมื่อยมือนะคะ > <
      #947-1
  14. #946 diamond24 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 22:50
    โลกิมาแล้ววว🎉🎉
    #946
    1
    • #946-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:59
      มีแต่คนจุดพลุฉลองนะคะ 5555
      #946-1
  15. #945 love_forever 1992 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 22:08
    ใช่ไหมๆ OMG!!!
    #945
    1
    • #945-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:58
      มารอลุ้นกันดูค่ะ > <
      #945-1
  16. #944 เอนมะ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:47
    โลกิๆๆๆๆๆๆ
    #944
    1
    • #944-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:58
      ทีมโลกิชูป้ายไฟแล้ว 55555
      #944-1
  17. #943 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:43

    โลกิเป็นหนุ่มในฮาเร็วป่าวอ่ะ หรือว่าจะมิใช่ต้องลุ้นภาค2ชิมิ 555
    #943
    1
    • #943-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:58
      ใช่แล้ว ภาคสองยังมีตัวละครอื่นอีกนะ!
      #943-1
  18. #942 Say. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:16

    โลกิจริงๆด้วยยยย //ตบมืออออออ
    #942
    1
    • #942-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:57
      รอกันมานานแล้วใช่ไหมคะ? 55555
      #942-1
  19. #941 LISIATANAFIA (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:10
    นั่นแหละค่ะ อยู่ทุกเรือ โดยเฉพาะ พระเอกXตัวร้าย มันกร้าวใจจริมๆ ฮรึก รักทุกคนน
    #941
    1
    • #941-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:57
      ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้กับทุกตัวละครค่า
      #941-1
  20. #940 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:09
    กรี้ดดดด เรือผีของช้านนน
    #940
    1
    • #940-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:56
      กรีดร้องด้วยคน > <
      #940-1
  21. #939 Dak-sisi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:51
    รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีวันรักกันได้แต่เราก่อสร้างเรือตั้งแต่เขามาแค่ชื่อแล้วอ่าาา
    #939
    1
    • #939-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:56
      เป็นคนที่ลงหลักปักฐานต่อเรือได้แน่มากค่ะ > <
      #939-1
  22. #938 Dak-sisi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:49
    กรี้ดด เรือผีของเราาา
    #938
    1
    • #938-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:55
      นานๆ ทีมาพายกัน > <
      #938-1
  23. #937 blacxexo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:49
    OMG! เรือช้านนน แล่นแล้วจย้าาา
    #937
    1
    • #937-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:55
      จู่ๆ ก็กลายเป็นเรือติดสปีดซะงั้น 555555
      #937-1
  24. #936 KilzHuntress (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:33
    เห้ยๆๆๆเขาเจอกันนน ตื่นเต้นนน
    #936
    1
    • #936-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:54
      เป็นการเจอกันที่มาร์ลันบอกซวยมาก 5555
      #936-1
  25. #935 p-q5 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:28
    อมก เรือแล่นนนนน!
    #935
    1
    • #935-1 Anabella(จากตอนที่ 29)
      21 มกราคม 2563 / 06:54
      จู่ๆ ก็เรือแล่น 5555
      #935-1