[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 28 : ประกาศครั้งที่ 26 งานราชาภิเษกอันเกรียงไกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 522 ครั้ง
    15 ม.ค. 63

ประกาศครั้งที่ 26 งานราชาภิเษกอันเกรียงไกร


เวลาผ่านไปวันพรุ่งนี้ก็ถึงวันราชาภิเษกแล้ว ช่วงเวลาตลอดสามเดือนที่เตรียมงานกันมาเนิ่นนานตั้งแต่ที่ผมได้ฤกษ์ยามจากนอร์นมา ในที่สุดผมก็ได้ขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการเสียที


ถ้าถามว่าผมตื่นเต้นไหม? ขอบอกตามตรงว่าไม่ อันที่จริงต้องบอกว่าผมเริ่มเซ็งกับการจำลำดับพิธีแล้วต่างหาก ถ้างานนี้จบไปได้เร็วๆ ก็ดี ผมจะได้หายเหนื่อย


โชคดีที่ผมฟื้นตัวจากการถูกยาพิษกัดกินวิญญาณและกลับมามีสภาพเต็มร้อยแล้ว ส่วนยูดัมที่ได้รับบาดเจ็บที่มือก็ถอดผ้าพันแผลออกแล้ว เจ้าตัวบอกว่ามือค่อนข้างตึงๆ เพราะรอยแผลเพิ่งจะประสานกันได้สนิท ยังต้องงดใช้มือข้างนั้นสักระยะอยู่ ทว่าก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับพิธีราชาภิเษกนั้นแต่อย่างใด


ก่อนหน้าจะถึงวันงาน ผมถือโอกาสแวะเข้าไปหาเฟนรีลเสียหน่อย


เธอถูกขังไว้ในหอคอยร้างแห่งหนึ่งใกล้กับวังของธอร์ หอคอยนั้นลงโซ่รูนผนึกแน่นหนาซ้ำยังเอาแมลงมากั้นรอบๆ ด้วย นั่นทำให้เฟนรีลไม่กล้าที่จะหนีออกมาอีกเลย แม้จะต้องการมากแค่ไหนก็ตาม


“สวัสดี เฟนรีล อยู่ดีมีสุขหรือเปล่า?”


ผมชะเง้อหน้ามองผ่านซี่ลูกกรงเข้าไปทักทาย ห้องเฟนรีลตกแต่งอย่างดีสมฐานะ มีทั้งเตียงนอนนุ่มๆ หมอน ตุ๊กตา ตู้เสื้อผ้าไปจนถึงโต๊ะเครื่องแป้ง อาหารรึก็เป็นของชั้นดี ผมสั่งการให้เลี้ยงดูปูเสื่อเฟนรีลอย่างเต็มที่ในฐานะเชลยชั้นดีสำหรับใช้ต่อรองกับโลกิ


เธอทำตาขวางใส่ผม “คิดว่ายังไงล่ะ!”


“ก็อยู่สุขสบายดีนี่”


“ตรงไหนกันยะ!”


เธอขว้างโต๊ะเครื่องแป้งมากระแทกลูกกรงเสียงดังโครม เรี่ยวแรงของเธอมหาศาลมากจริงๆ ตัวแค่นี้ก็ทุ่มโต๊ะที่สูงกว่าเธอได้


“การที่เธอยังแข็งแรงดี มีแรงโวยวาย ไม่ใช่ว่าอยู่สุขสบายหรือไง?” ผมเลิกคิ้วกวนๆ ให้เธอ พร้อมทั้งโบกมือให้ทหารที่วิ่งขึ้นมาดูเหตุการณ์ว่าผมไม่เป็นไร


“แต่มันไม่มีอิสระ!” เธอแหว แล้วทำท่าจะยกเตียงขึ้นทุ่มเพิ่ม “ปล่อยข้าออกไปนะ!”


“เรื่องอะไรล่ะ เจ้าเป็นคนเดินเข้ามาหาพวกเราเองนะ คิดหรือว่าจะยอมปล่อยให้กลับไปง่ายๆ น่ะ ไม่มีเจ้าของบ้านคนไหนปล่อยโจรลอยนวลหรอก” ผมว่าพลางเก็บลิปสติก ตลับแป้งและของแต่งหน้าอื่นๆ ขึ้นมา


“แต่เจ้าไม่ใช่เจ้าของที่นี่!”


ผมเลิกคิ้ว “งั้นจะบอกว่าเจ้าของคือโลกิงั้นสิ?”


“มันก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว!” เฟนรีลตะโกนเสียงดัง เมื่อเห็นว่าทำอะไรผมไม่ได้ เธอจึงไปนั่งอยู่บนเตียง “เจ้าของที่แท้จริงคือโลกิ! เขาคือผู้ที่จะปกครองแอสการ์ด ไม่สิ โลกใบนี้!”


อหังการดีนะ มั่นใจเสียจนทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเลย


“แค่คิดว่าโลกิจะต้องปกครองโลกนี้ มันก็หายนะชัดๆ แล้ว” ผมเย้ยหยัน จัดการรวบข้าวของที่กระเด็นผ่านลูกกรงมากองไว้ด้านหนึ่ง เดี๋ยวพวกข้ารับใช้คงมาจัดการกันเอง “โลกถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนอย่างสมดุลแล้ว คิดจะรวมกันเพื่อทำลายมันทำไม”


“สมดุลเหรอ? ด้วยการโยนพวกข้าไปอยู่ในที่มืดมิดที่สุด แห้งแล้งที่สุดและโหดร้ายที่สุดอย่างนั้นเหรอ” เฟนรีลโต้อย่างเผ็ดร้อน “นี่มันยุติธรรมเหรอ!?”


“เพราะปีศาจเป็นสิ่งชั่วร้ายจึงควรอยู่ในที่แบบนั้นก็ถูกแล้วนี่? ส่วนโลกิ… นั่นก็ต้องโทษบรรพบุรุษของเขาเองที่ทำผิดกับเทพเอซีร์ไว้ ไม่ใช่ว่าเขาต้องการฆ่าบรรพบุรุษของบอลเดอร์หรอกหรือ ถึงได้โดนโอดินขับไล่และปลดจากการเป็นเทพน่ะ”


ผมพยายามชี้แจงอย่างใจเย็น แต่ยัยหนูนี่นอกจากในหัวคือโลกิแล้ว เรื่องความมีเหตุมีผลเหมือนจะถูกละเลยไป เธอกระโจนมาอยู่ตรงหน้าลูกกรง จ้องมองผมด้วยแววตาเอาเรื่อง


“ความผิดของใครก็เป็นความผิดของคนผู้นั้น! ไม่เกี่ยวกับลูกหลานเสียหน่อย!”


“ก็จริง แต่นั่นน่ะใช้ไม่ได้กับโลกิหรอกนะ เพราะสายเลือดชั่วๆ ของเขาน่ะมันเป็นคำสาป” ผมเอ่ยเสียงเย็น จ้องหน้ากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “คิดว่ามีโอดินกี่รุ่นหรือที่ยอมให้อภัย อุตส่าห์ใจดีรับกลับเข้ามาแล้วเป็นยังไงล่ะ? โลกิก็ทำความผิดซ้ำอีกจนตอนนี้เรามาสู่หนทางที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับโลกิคนใดได้อีกแล้ว!”


ผมเคยฟังที่อาจารย์เล่ามาว่าที่โลกิเลวแบบนี้เป็นเพราะสันดานชั่วช้า โอดินกี่รุ่นต่อกี่รุ่นเคยรับเข้ามา แต่ทุกครั้งโลกิจะต้องก่อกรรมชั่วทำให้แอสการ์ดเดือดร้อนไปทุกครั้ง จนสุดท้ายพวกเขาถึงได้ลงความเห็นว่า ยามที่โลกิถือกำเนิดขึ้นมาจะต้องฆ่าทิ้งเสีย


“เจ้าจะฆ่าโลกิงั้นเหรอ!?”


ผมหรี่ตามองเธอ แต่ไม่ตอบ นั่นทำให้เฟนรีลเดือดดาลเข้าไปใหญ่


“หากโลกิเป็นอะไรไป ข้าจะมาฉีกกระชากเจ้าเป็นชิ้นๆ! ข้าจะกัดกินเลือดเนื้อของเจ้า! ถลกหนังและแหวกไส้ออกมา ข้าขอสาบานจะให้เจ้าทรมาน!”


ผมหัวเราะ “ถ้าทำได้ก็ลองดูแล้วกัน ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะไม่ได้มายืนเจื้อยแจ้วต่อหน้าข้าแล้วก็ได้”


เมื่อไหร่ที่หมดประโยชน์ผมก็จะเชือดทิ้งอย่างไม่ลังเลเหมือนกันแหละ ว่าจบผมก็หันหลังกลับไปโดยมีเสียงด่าทอดังไล่หลังมา


และแล้ววันราชาภิเษกก็มาถึง ผมถูกปลุกตั้งแต่ตีสามเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายและแต่งองค์ทรงเครื่องอีกขนานใหญ่ ชุดพิธีการของผมเป็นสีน้ำเงิน สีโปรดของผมตามที่สั่งกับช่างตัดเย็บไว้ ความประณีตและความหนักของมันทำให้ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักหน่วงหลังจากนี้ กลายเป็นว่าผมเริ่มจะกดดันขึ้นมาแทน


ผม... จะเป็นโอดินที่ดีได้ใช่ไหม?


ที่ผ่านมาผมแค่พยายามหาทางเลี่ยงรูทตายเท่านั้นไม่ได้คิดจริงจังกับการเป็นโอดินเลย จนกระทั่งพระชายาทั้งสามได้ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด


ผมไม่ต้องการให้พวกเขาผิดหวัง


ผมไม่ต้องการให้ความรัก ความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อผมต้องกลายเป็นความเสียเปล่า ผมอยากจะทำให้ดีเพื่อพวกเขาด้วย


ในตอนที่ผมยืนนิ่งเป็นหุ่นให้เนลโลช่วยแต่งตัวอยู่นั้น เขาก็ผละออกจากผมไม่เข้ามาแต่งตัวต่อ ทั้งที่ยังมีเสื้อคลุมกับเครื่องประดับ ไหนจะทรงผมที่ยังไม่ได้รับการจัดแต่งอีก


“มีอะไรเหรอ เนลโล?”


ผมเหลียวไปหาข้ารับใช้คนสนิท อีกฝ่ายเพียงยิ้มบางแล้วตอบว่า


“ฉลองพระองค์ที่เหลือ... พระชายาต้องเป็นคนสวมใส่ให้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”


ว่าจบเจ้าตัวก็ถอยห่างออกจากฉากกั้น เพราะผมมัวแต่เหม่อจึงไม่รู้ตัวเลยว่าในห้องส่วนตัวนี้ไม่ได้มีแค่ผมกับเนลโล ทว่ามีกลิ่นอายของคนอื่นอยู่ด้วย


“มาร์ลัน”


คนที่เข้ามาหาผมคนแรกคืออาซรา เจ้าตัวอยู่ในชุดสีแดงกับดำอันเลิศหรูแผ่ความสง่างามออกมาในทุกตารางนิ้ว คิดถึงตอนที่ผมร่วมรักกับอาซราแล้ว ใจผมก็เต้นตึกตัก ขณะมองอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้แล้วหยิบเสื้อคลุมของผมที่แขวนอยู่ขึ้นมา


“หันหลังสิ ข้าจะสวมให้”


“เอ่อ อืม”


ผมสูดลมหายใจ บอกตัวเองไม่ให้ประหม่า อาซราบรรจงสวมเสื้อคลุมให้ผมอย่างเบามือ เสียงสวบสาบของเสื้อผ้าดังขึ้นภายในห้อง ผมไม่อาจมองเห็นสีหน้าของอาซราที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ แต่แล้วเมื่อสวมเสร็จเขาก็กอดผมไว้จากข้างหลัง


“อะ อาซรา?”


ถึงจะมีฉากกั้นไว้อยู่ แต่ในห้องไม่ได้มีกันแค่สองคน มันทำให้ผมเขินหน่อยๆ ที่อาซราแสดงความรักออกมาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้


“ยินดีกับวันราชาภิเษก มาร์ลัน” เขากระซิบบอกแล้วจูบที่แก้มผมเบาๆ “ขอให้เจ้ามีความสุขตลอดกาล”


“ขอบใจ อาซรา”


ผมเงยหน้าแล้วหอมแก้มอาซราบ้าง มองเห็นดวงตาสีแดงเป็นประกายระริกยินดี ก่อนจะผละออกมา แล้วส่งต่อให้คนที่สองเข้ามาทำหน้าที่ต่อนั่นก็คือยูดัม


พระชายาของผมคนนี้มาโทนสีน้ำตาลกับเหลืองซึ่งเป็นสีประจำตัวของจอร์ด ยูดัมดูแปลกตาเมื่อแต่งกายเต็มยศที่แผ่ความเป็นบุรุษเพศออกมา ทั้งหล่อเหลาทั้งเย้ายวนใจ จนผมอดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลาย


“ข้าติดเจ้านี่ให้แล้วกัน”


มีของสองอย่างเหลืออยู่บนโต๊ะ ก็คือเข็มกลัดกับที่รัดผม ยูดัมคงไม่ถนัดงานรวบผมนักจึงตัดสินใจติดเข็มกลัดให้แทน


ยูดัมยืนอยู่ตรงหน้าลมหายใจเป่ารดอยู่ตรงหน้าผาก ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะมองอีกฝ่าย แต่ก้มมองมือที่บรรจงติดเข็มกลัดให้ผมอย่างเรียบร้อยแทน


จุ๊บ!


เสร็จแล้วเจ้าตัวก็จูบที่หน้าผากของผมหนึ่งที หัวใจของผมกระตุกแวบหนึ่ง พอเหลือบตาขึ้นไปผมก็เห็นยูดัมส่งรอยยิ้มอ่อนโยน


“ขอให้เจ้าเป็นโอดินที่ดีนะ”


“แน่นอน ยูดัม”


ผมยิ้มตอบกลับเขา แล้วเขย่งตัวจูบปลายจมูกนั่น ยูดัมหัวเราะน้อยๆ แล้วเดินออกไป ทีนี้ก็ถึงตาของบริทท์แล้ว


“ว่าแล้วจอร์ดต้องเหลืองานใหญ่ให้ข้าทำ”


บริทท์ยิ้มละเหี่ยใจ เพราะของประดับชิ้นสุดท้ายคือเครื่องประดับที่ใช้รวบผม อีกฝ่ายมาในชุดสีขาวกับเขียวดูสบายตามากกว่าอีกสองคน


“แล้ว... รวบผมได้หรือเปล่า?”


“ไม่ต้องห่วงข้าทำได้ เจ้านั่งสิ” บริทท์ดึงเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งออกมา จากนั้นจับผมนั่งลง “แต่ข้าคงทำทรงผมละเอียดลออแบบเนลโลไม่ได้หรอกนะ”


“ไม่เป็นไร แค่รวบเฉยๆ ก็พอ” ผมไม่ถือสาตราบใดที่เขารวบผมให้อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ


บริทท์ยิ้มแล้วจัดการหวีผมให้อย่างนุ่มนวล การกระทำของเขาทำให้ผมใจสั่นแต่ก็มีความสุข บริทท์ค่อยๆ สางผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะรวบขึ้น เขาทำได้ดีจนผมประหลาดใจทีเดียว


“เคยทำผมให้ใครมาก่อนเหรอ? เจ้าดูชำนาญนะ”


บริทท์หน้าแดงเล็กน้อย “เพราะว่า... มาร์ลันผมยาว คิดว่าสักวันอาจจะทำผมให้ก็เลยฝึกไว้บ้าง”


พอได้ฟังแบบนี้แล้วผมยิ่งรักบริทท์มากกว่าเดิม ผมลุกขึ้นแล้วหมุนตัวไปจูบปากของเขาเบาๆ


“มาร์ลัน...”


บริทท์ดูตกใจ แต่ในขณะเดียวกันก็สุขใจที่ผมจูบเขา ผมยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้า


“ขอบใจ ที่เจ้าพยายามเพื่อข้านะ บริทท์”


“นั่นเป็นสิ่งที่ข้าเต็มใจทำนะ” บริทท์ว่า ดวงตาสีเขียวเป็นประกายอย่างมีความสุข “ขอให้เจ้ามีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว อยู่กับพวกเราไปนานๆ นะ มาร์ลัน”


ดูเอาเถิด บริทท์ใช้คำว่า 'พวกเรา' เพื่อแทนถึงอาซราและยูดัมด้วย เขาไม่ขอให้ผมอยู่เคียงข้างเพียงคนเดียว แต่รวมถึงพระชายาคนอื่นที่เขาอยากให้ผมเผื่อแผ่ความรักให้


“ข้าก็หวัง... จะอยู่กับพวกเจ้าตลอดไป”


ผมระบายรอยยิ้ม บริทท์ก็ยิ้มตอบ เขาดึงผมออกมาจากฉากกั้น ตรงหน้าประตูอาซรากับยูดัมยืนคอยท่าอยู่แล้ว


ผมมองพวกเขา “ไปกันเถอะ เข้าสู่ลานพิธีกัน”


ขึ้นสู่บัลลังก์เพื่อกลายเป็นโอดินอย่างแท้จริง


*******************************************************


“ได้ มาร์ลัน”


พวกเขารับคำอย่างพร้อมเพรียงด้วยรอยยิ้ม ผมจูงมืออาซราที่เป็นฟริกกาออกเดินไปตามทางที่ปูด้วยพรมสีน้ำเงิน สองฟากข้างมีข้ารับใช้นางกำนัลคอยโค้งตัวลงทำความเคารพไปตลอดจนถึงห้องโถงทำพิธี ซึ่งบัดนี้ได้รับการเนรมิตให้กลายเป็นเหมือนห้องแต่งงานของฝั่งยุโรปไปแล้ว


มีเก้าอี้ยาวเรียงราวอยู่ทั้งสองฝั่ง เว้นพื้นที่ตรงกลางไว้ให้คนเดิน ส่วนที่กึ่งกลางห้องเบื้องหน้าคือรูปปั้นขององค์ปฐมเทพโอดินที่น่าเกรงขาม รูปหล่อที่ทำมาจากทองคำบริสุทธิ์ส่องประกายกับแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านจากเพดานกระจกด้านบน ยิ่งทวีความขลังขึ้นไปอีก


สองข้างทางมีเทพนั่งอยู่เต็ม โดยนับไล่จากท้ายสุดมาหน้าสุดคือเทพวานีร์ เทพเอซีร์และบรรดาเทพที่มีชื่อในตำนานอย่างพวกธอร์ได้จับจองที่นั่งสองแถวหน้าสุด ผมมองเห็นความยินดีบนหน้าของพวกเขา ต่างจากเทพวานีร์ที่เพียงยิ้มประจบแต่แววตากลับแอบแฝงบางอย่าง


ผมไม่สนใจเทพวานีร์เหล่านั้น คิดเสียว่ายังไงพวกเขาก็อยู่ในระดับล่างสุดของชนชั้นเทพ การจะตะกายขึ้นมาได้แบบโชคดีอย่างบริทท์นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ และรอบนี้ผมคิดว่าคงไม่มีใครกล้าใช้แผนปีนเตียงแน่ๆ เพราะพระชายาทั้งสามของผมออกจะหวงปานนี้ ถ้าขึ้นเตียงจริงแล้วผมเกิดไม่ชอบใจ พวกเขาคงจัดการฆ่าทิ้งไม่ให้แย่งพื้นที่ในใจผม


เทพวานีร์เอ๋ย อย่าได้โดนใบหน้าหล่อเหลา ใจดีของพระชายาผมหลอกนะ พวกเขาน่ากลัวกว่าที่คิด!


ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งมาถึงยังแท่นพิธี ผมปล่อยมืออาซราแล้วขึ้นไปบนนั้น ผมรับรู้ถึงความเงียบที่แผ่ปกคลุมไปทั้งห้อง มีแค่เสียงเท้าตึกๆ ของผมยามขึ้นบันไดเท่านั้น


ในวินาทีที่ผมก้าวขึ้นไปยังแท่นพิธีผมก็รู้ว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว


ไม่ว่าในชาติก่อนผมจะเป็นใคร แต่ในชาตินี้... ผมคือมาร์ลัน โอดิน ประมุขของเหล่าเทพแอสการ์ดและผู้นำสูงสุดที่ปกครองโลกใบนี้ ผมไม่อาจทำตัวเหมือนที่ผ่านมาแล้วได้


ผมไม่ต้องการให้คนที่รักผมต้องผิดหวัง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผมอยากจะเป็นโอดินผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชนิดที่พระชายาทั้งสามของผมจะต้องไม่น้อยหน้าใคร!


หากโลกิเข้ามาขวางเส้นทางอันรุ่งโรจน์ของผมละก็ ผมก็จะบดขยี้มันไม่ให้มีสิ่งใดมาขวางอีก


โลกใบนี้จะต้องสงบสุขเพื่อผู้คนที่ผมรัก


ผมนั่งคุกเข่าลงอยู่ตรงหน้ารูปปั้นปฐมเทพโอดิน เรียกหอกกุงเนียร์ขึ้นมาประคองไว้บนมือขณะกล่าวคำสัตย์สาบานที่ท่องจนขึ้นใจไม่รู้กี่ร้อยรอบ


“ตัวข้า มาร์ลัน ขอกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าปฐมเทพโอดิน ต่อหน้าเทพเอซีร์ และต่อหน้าเทพวานีร์ ข้าจะเป็นโอดินที่ดี ดำรงอยู่ในศีลธรรมและคุณธรรมอันดี มีเมตตาต่อมนุษย์ กำจัดภัยร้ายที่มากล้ำกรายโลก ปกป้องครอบครัวและพวกพ้องจนหยาดโลหิตสุดท้าย หาไม่หากข้าผิดสัญญาขอให้ตัวข้า มาร์ลัน ถูกลงโทษสูงสุด วิญญาณแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวแห่งชีวิต!”


ผมกล่าวเสียงดังก้องพร้อมปักหอกลงบนแท่นศิลาเบื้องหน้าปฐมเทพโอดิน ประกายแสงสีขาวระเบิดออกมาคล้ายกับตอบรับคำมั่นสัญญาของผม ก่อนที่มันจะค่อยๆ จางหายไปหลงเหลือเพียงละอองสีเงินระยิบระยับโปรยปรายลงมาดุจสายฝนอันงดงาม


“มาร์ลัน โอดินจงเจริญ!”


“อาซรา ฟริกกาจงเจริญ!”


“ยูดัม จอร์ดจงเจริญ!”


“บริทท์ รินดาจงเจริญ!”


เสียงเรียกชื่อพวกเราดังแซ่ซ้องกระหึ่มไปทั้งห้องโถง ผมเชิดหน้าขึ้นมองตรงไปข้างหน้า


นับจากนี้ชีวิตของผมมีเพื่อโลกใบนี้เท่านั้น


หลังเสร็จสิ้นพิธีก็เข้าสู่ช่วงงานเลี้ยงตามธรรมเนียม ผมต้องกลับห้องมาผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ โดยคราวนี้ไม่ต้องเดือดร้อนพระชายาแล้ว เพราะคนเดียวที่วุ่นวายก็คือเนลโล


“ฉลองพระบาทอยู่ไหน!? ไปขัดมาให้สะอาด อย่าได้มีแม้แต่ไรฝุ่น!”


“กำไลนี่มันอะไร!? มันเล็กกว่าข้อกรของฝ่าบาทเสียอีก ไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้!”


“กำชับห้องครัวหรือยัง วันนี้เป็นวันพิเศษของฝ่าบาท ห้ามมีของที่ฝ่าบาทไม่ชอบอยู่บนโต๊ะเสวยเป็นอันขาด และเพิ่มขนมให้มากขึ้นด้วย!”


“นะ เนลโล”


ผมมองข้ารับใช้ที่สั่งการคนนั้นคนนี้จนหัวหมุนแล้วรู้สึกเหนื่อยแทน บางทีคนที่เหนื่อยที่สุดน่าจะเป็นเนลโลเนี่ยแหละ เพราะเจ้าตัวเป็นทุกอย่างให้ผมแล้ว...


“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ทรงมีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ”


เนลโลหันขวับมาทันทีที่ผมเรียก แถมสีหน้ายังแจ่มใสไร้ความเหน็ดเหนื่อยราวกับชอบมากที่ได้รับใช้ผม


ผมยิ้มปลงๆ “เจ้าไม่ต้องกระตือรือร้นรับใช้ข้าขนาดนั้นก็ได้”


“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมชอบที่รับใช้พระองค์” เนลโลรับรองเท้าที่ได้รับการขัดถูจนสะอาดเอี่ยมมา แล้วสวมให้ผมด้วยตัวเอง “กระหม่อมเคยบอกแล้วว่าการได้รับใช้โอดินถือเป็นเกียรติสูงสุด”


ผมมองเขาตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ก็ได้แต่ยิ้มอ่อน เจ้าตัวกลายเป็นพ่อบ้านแบบฝังรากลึกไปเกินไปแล้ว


“ถ้าเจ้าเอาแต่รับใช้ข้าแบบนี้แล้วจะหาคู่ได้ยังไง? คิดจะอยู่โดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตรึ?”


ผมถามเพราะเป็นห่วง ขยันทำงานก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ตอนบั้นปลายชีวิตเนี่ยสิผมไม่อยากให้ข้ารับใช้แสนดีคนนี้ต้องอยู่คนเดียว


เนลโลยิ้มให้ผม “กระหม่อมอยากอยู่รับใช้ฝ่าบาท เรื่องแต่งงานมีคู่อะไรนั่น... กระหม่อมไม่เคยนึกถึงหรอกพ่ะย่ะค่ะ”


โห สมกับเป็นคำตอบของพวกบ้างานนะ


จริงอยู่ว่าการแต่งงานมีคู่ไม่ใช่ทุกสิ่ง มีหลายคนที่โสดแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปจนถึงบั้นปลายก็มีเหมือนกัน


แต่ว่านะโลกใบนี้ไม่เหมือนกัน ระยะเวลาที่ยาวนานเกินช่วงชีวิตของมนุษย์ มันก็เหงาเปล่าเปลี่ยวยิ่งกว่าเช่นกัน


ผมคิดว่าต่อให้มีคนรอบข้างมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีเพื่อนสนิท ครอบครัวหรือว่าคนรู้ใจเลยมันก็เหงามากๆ นะ


“เจ้ากะจะทำงานให้ข้าจนแก่เฒ่าเลยหรือไง หืม?” ผมหยอกล้อเขา เนลโลก็หัวเราะ


“นั่นเป็นความฝันของกระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ”


ดวงตาของเขาไม่ได้โกหก เนลโลพูดออกมาจากใจจริง ผมได้แต่ส่ายหน้า เอาเถอะ ถ้าเขาปรารถนาชีวิตอย่างนี้ผมก็ไปยุ่งอะไรไม่ได้


“ถ้าจะขนาดนั้นเจ้ามาเป็นพระชายาข้าเลยก็ได้นะ น่าจะได้ดูแลเต็มที่เลย” ผมว่าแล้วเนลโลก็ค้อนผม


“ฝ่าบาท อย่าล้อเล่นสิพ่ะย่ะค่ะ ขืนฝ่าบาทตรัสเช่นนั้นกระหม่อมคงโดนพระชายาทั้งสามเขม่น...”


“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็จริงนะ” ผมยิ้มแล้วลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ “อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นข้ารับใช้คนสนิทของข้า ไม่ต้องห่วง ข้ารับรองว่าหลังเกษียณข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีแน่นอน”


เนลโลมองผมด้วยแววตาซาบซึ้งใจ “ฝ่าบาท..”


“ไม่ต้องมองข้าเป็นหมาน้อยที่ดีใจเวลาเจ้าของให้ความรักน่า” ผมดีดหน้าผากเจ้าตัวไปหนึ่งที “แต่งตัวเสร็จแล้วสินะ เราเข้าไปงานเลี้ยงช่วงสุดท้ายกันดีกว่า ข้าจะได้กลับมานอนที่ห้องเสียทีเหนื่อยจะแย่แล้ว”


“พ่ะย่ะค่ะ”


พอผมลุกขึ้น เนลโลก็เดินตามหลังผม ด้านนอกกลายเป็นกลางคืนแล้ว แต่ทุกพื้นที่ในแอสการ์ดกลับยังสว่างไสวด้วยโคมไฟที่จุดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองงานราชาภิเษก ไม่ต้องพูดถึงในห้องจัดงานเลี้ยงที่สว่างเจิดจ้า เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความรื่นเริงนั่นเลย แม้ผมจะไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะมากนัก แต่นานๆ ครั้งก็ไม่เลวเลย


“มาร์ลัน”


อาซราที่มายืนรอพร้อมกับพระชายาอีกสองคนยื่นมือออกมา ผมระบายรอยยิ้มแล้ววางมือของตัวเองลงบนฝ่ามืออบอุ่นนั้น เนลโลที่อยู่ด้านหลังผมถอยเว้นระยะห่างพร้อมกับยิ้ม


“กระหม่อมจะอยู่ที่นี่ ฝ่าบาท เชิญเสด็จกับเหล่าพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”


“อืม”


เนื่องจากผมกับพระชายาทั้งสามเป็นตัวชูโรงของงานเลี้ยงจึงต้องออกไปต้อนรับแขก ส่วนเนลโลเป็นเพียงข้ารับใช้ที่กำกับงานอยู่เบื้องหลัง จึงไม่จำเป็นต้องติดตามผมเข้าไป


เมื่อลับร่างของเทพโอดิน เนลโลที่ยืนนิ่งมองเจ้านายอยู่ท่ามกลางพระชายาที่งดงามทั้งสาม ในใจบังเกิดความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตื้นตัน ทั้งน้อยใจ ทั้งอิจฉาและอะไรหลายๆ อย่างปนเปกันจนเขาต้องกดหน้าอกข่มความรู้สึกต้องห้ามนี้ไว้


ความรู้สึกที่ว่าเขาต้องการจะเป็นหนึ่งในนั้น


*หวานต้น ดราม่าปลาย รู้สึกสวิงจนเหมือนรถไฟเหาะไหมคะ 55555 ใครลงเรือเนลโลไว้ สู้ๆ นะคะ ยังต้องเจออะไรอีกเยอะเลย > <

แล้วก็ขอบคุณทุกๆ คนสำหรับคอมเมนท์และกำลังใจที่มีให้อย่างล้นหลามนะคะ โปรดติดตามเรื่องนี้ไปจนจบด้วยน้า!

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ลิ้งค์อีบุ๊ค

อีบุ๊ค "ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอกเล่ม 1"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 522 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2130 Yok Poog (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 17:53
    ฉันยิ้มนะ แต่แบบ..เนลโล ลูกต้องสู้
    #2,130
    0
  2. #1227 Sleepy😪 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:56
    ทั้งตัวก็ลงไปแล้วสามเรือต้องแบ่งแขนไปลงอีกเรือใช่ไหม โอ้แม่เจ้า รักฮาเร็มรักทุกเรือลงทุกเรือค่าาาาาาาาา
    #1,227
    0
  3. #1102 dream4try (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:25
    ขอแค่ไม่ทรยศก็พอ เนล
    อย่าเป็นฝ่ายโลกิก็พอ
    #1,102
    0
  4. #913 TTRRAA (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 19:21
    อุแง เนลโลลูกแม่ น้องจะมีโมเม้นแบบเส้าๆไม่ได้ โฮ น้องต้องได้ เห็นชื่อโลกิทีไร ผมอยากไฟว้ๆๆๆๆ แล้วทำให้เขารักน้อง!
    #913
    1
    • #913-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      20 มกราคม 2563 / 08:54
      ให้กำลังใจเนลโลกันค่ะ > <
      #913-1
  5. #912 Say. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 04:10
    น้องต้องมาเป็นหนึ่งในพระชายาแล้วแหละ แงงงงงง น้องงงงง พี่เชียร์น้องอยู่นะ สู้!!
    #912
    1
    • #912-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      19 มกราคม 2563 / 19:13
      ช่วยกันพายเรือให้เนลโลเร็ว!
      #912-1
  6. #911 Highbuff (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 11:45
    เจ้าหมาน้อยสู่ๆอย่าน้อยใจเลย
    #911
    3
    • #911-2 sesshomarusama(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 23:07
      อุ้บ โทดคับ เมนต์ผิดช่อง
      #911-2
    • #911-3 Anabella(จากตอนที่ 28)
      19 มกราคม 2563 / 19:12
      ช่วยเชียร์เนลโลกันค่ะ > <
      #911-3
  7. #910 sudauy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 07:22
    เนลโล สู้ๆน้าาาาาาาา
    #910
    1
    • #910-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:33
      เนลโลคงบอกว่าสู้ตาย 5555
      #910-1
  8. #909 ฤทัยทิพย์ ยั่งยืน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:28
    เชียร์เนลโลเสมอนะะะะ????????????????
    #909
    1
    • #909-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:33
      ขอบคุณค่า > < เชียร์กันเยอะๆ เลย
      #909-1
  9. #908 love_forever 1992 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:19

    เนลโล สู้ๆนะลูก
    ดีใจที่ 1 ใน 5 พระชายามีเนลโล
    ปล.ไรท์อย่าใจร้ายกับเนลโลมากน้าา สงสารนาง. 555+
    #908
    1
    • #908-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:32
      ยิ่งมีอุปสรรคเยอะ ยิ่งเป็นบทพิสูจน์ความรักค่ะ!
      #908-1
  10. #906 faphao (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 21:41
    ลงเรือเนลโลจ้าาา
    #906
    1
    • #906-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:31
      มาค่ะ มีคนเยอะยิ่งพายติดสปีด ^ ^
      #906-1
  11. #905 cake08234 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 21:36
    ฉันว่าและ!ในที่สุดก็เปิดเผยออกมาแล้วสินะคนที่4!!!!!
    #905
    1
    • #905-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:31
      ได้เวลาที่เนลโลของเราต้องออกโรงบ้าง
      #905-1
  12. #903 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 20:50

    ลงทุกเรืออออ (มันใช่เหรอ?) 555 ชอบในหลายๆคนอ่ะหนึ่งในนั้นคือเนลโลด้วย และที่ยังไม่ปรากฏอีกด้วยย งืออออ
    #903
    1
    • #903-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:30
      ขอบคุณค่ะ ^ ^ มาช่วยกันพายในทุกเรือเลยน้า
      #903-1
  13. #902 LISIATANAFIA (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 20:12
    อยู่ทุกเรือค่ะ กรี๊ดดด สู้เขาพ่อบ้านตัวน้อย(มั้ง)!!
    #902
    1
    • #902-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:29
      เนลโลเป็นพ่อบ้านจริงค่ะ ช่างดูแลมาก > <
      #902-1
  14. #901 Yuve (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 20:11
    เรือนี้ห้ามล่มมม แงงเนลโล๊
    #901
    1
    • #901-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:29
      วิดน้ำออกจากเรือแล้วพายให้ถึงฝั่งค่ะ
      #901-1
  15. #900 Sairattz (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 20:10
    เนลโลสู้ๆๆๆๆๆ
    #900
    1
    • #900-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:28
      มาช่วยกันเชียร์ค่ะ
      #900-1
  16. #899 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 19:56

    #ชายาเนลโล

    #899
    1
    • #899-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:27
      ติด # สนับสนุนกันเลยทีเดียว 5555
      #899-1
  17. #898 Onausa3854 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 19:56
    เรือเนลโลจะต้องไม่ล่ม!!!
    #898
    1
    • #898-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:27
      ช่วยกันพายค่ะ!
      #898-1
  18. #897 rennerOOI (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 19:44
    เนลโล นุรู้ก
    #897
    1
    • #897-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:26
      มีความเอ็นดู > <
      #897-1
  19. #896 Aernlovetay (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 19:42
    มาม่าเยอะ/หนักมั้ยคะ ไม่ถนัดเลย แหะๆ
    #896
    1
    • #896-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:26
      สำหรับไรท์คิดว่าไม่หนักนะคะ แต่อาจปวดใจ > <
      #896-1
  20. #895 aoareya (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 19:37
    โลกิมาลันน่าส่นใจ ส่วนเนล อารมณ์เหมือนพระรองเลยน้องงง
    #895
    1
    • #895-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      16 มกราคม 2563 / 07:26
      แต่เป็นพระรองประหนึ่งพ่อบ้านใจกล้านะคะ 55555
      #895-1
  21. #894 blacxexo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 19:21
    ยังไงก็เรือผีอ่ะ โลกิมาลัน 5555 ดูรักกันยากดี อะไรที่ได้มายากๆ จะยิ่งน่าสนใจ
    ที่ไม่ลงเรือเนลโล่เพราะว่าเนลโล่ให้อารมณ์เหมือนเพื่อนมากกว่าด้วย เลยจิ้นไม่ค่อยลง
    #894
    1
    • #894-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      15 มกราคม 2563 / 19:34
      ต่างคนต่างรสนิยม แต่ก็ดีนะคะ แข่งกันแจวเรือ 5555
      #894-1
  22. #891 เอนมะ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 13:43
    โลกิมาลันจะมีหวังใหมนิ55
    #891
    1
    • #891-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      15 มกราคม 2563 / 18:55
      มารอดูกันค่ะ ^ ^
      #891-1
  23. #889 Say. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 10:32
    ทำไมรู้สึกว่าตอนหลังอาจมีพลิกล็อค แบบจริงๆแล้ว เข้าใจฝั่งโลกิผิด ที่เรื่องมันเกิด ไม่ใช่ความผิดโลกิ แต่เป็นฝั่งเทพที่ทำให้โลกิทุกรุ่นรู้สึกแค้น แล้วก็เรื่องที่น้องบอกว่า ปีศาจก็ต้องอยู่ในที่มืด ตอนหลังน้องอาจจะมาเสียใจทีหลังกันนะ //ยังคงคาดหวังในเรือผี #โลกิโอดิน 55555555555
    #889
    1
    • #889-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      15 มกราคม 2563 / 18:55
      ทฤษฏีน่าสนใจค่ะ > < แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ โปรดรอดูในตอนต่อๆ ไปค่ะ!
      #889-1
  24. #888 PolarMeow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 10:24
    แอบจิ้นกับโลกิอยู่นะ ความรักของคนร้ายๆ ง้อวว
    #888
    1
    • #888-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      15 มกราคม 2563 / 18:53
      ต้องมารอดูว่าเรือนี้จะได้พายหรือไม่ > <
      #888-1
  25. #886 cake08234 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 22:38
    บริทมมหลังสุดแต่ตอนนี้เรือนั้นแล่นเร็วสุด
    อาซาราๆกัปตันต้องมาช่วยกันแล่นเรือของเราบ้างgo go!!!
    #886
    1
    • #886-1 Anabella(จากตอนที่ 28)
      15 มกราคม 2563 / 07:12
      เดี๋ยวอาซราก็มาแจวเรือ รอสักนิดนึง > <
      #886-1